นับ เก้า รัก [YAOI]

  • 300% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 3,342,366 Views

  • 57,083 Comments

  • 57,800 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    150,485

    Overall
    3,342,366

ตอนที่ 46 : อ้อยคว่ำครั้งที่ 40

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 141382
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18928 ครั้ง
    15 ธ.ค. 61



 

บทที่  40

 

                บอกเลยว่ายับ

                อะไรยับ

                ...ตูดผมนี่ไง!

                บัดซบบบบบ

                “ไอ้พี่เก้า ไอ้หื่น! ไอ้คนบ้ากาม!

                “อื้อ คนดี นอนๆ”

                นอนบ้ามึงสิ!

                ปวดขนาดนี้ใครจะยังไปนอนได้อีก!

                เช้าตื่นขึ้นมานั้นพอด้วยอาการปวดระบมชนิดที่ร้าวไปทั้งตัวแค่หายใจยังสั่นสะท้านเหมือนเครื่องในจะหลุดออกมาแล้ว พรูลมหายใจมองไอ้คนนอนหลับคว่ำหน้าสบายใจเฉิบข้างๆ แล้วหัวมันร้อน!

                มองไปรอบๆ ห้องแล้วรู้สึกสยดสยอง เซ็กส์ทอยหล่นกระจายอยู่ตามพื้น พวกมันไม่ได้ถูกใช้ทั้งหมดแต่แค่บางชิ้น ผมก็แทบตายขึ้นสวรรค์แล้วขึ้นสวรรค์อีก

                ตอนนี้ต้องการเกลือแร่ด่วนๆ

                ถูกพี่เก้ารีดน้ำจนแห้งเลยให้ตายสิ

                เมื่อคืนบอกพอเพราะไม่มีน้ำให้ออกแล้วแต่พี่มันไม่สนสักกะติ๊ดดด โฮ!

                ปีศาจ! ปีศาจจจจ

                ผมลูบข้อมือแดงเถือกที่เป็นรอยเสียดสีกับกุญแจมืออย่างเหนื่อยอ่อนก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงช้าๆ รอบนี้ไม่เจ็บเท่าครั้งแรกที่โดนเปิดซิง แต่เอวมันยอกอะ!

                ฮือ ผมอยากจะถีบไอ้พี่เก้าจริงๆ แต่แค่ก้าวขาเดินยังสั่นให้ยกขาถีบคงไม่ไหว...

                ฝากไว้ก่อนเถอะ!

                “เชี่ยแม่ง!” ผมหลุดสบถสีหน้าแทบกลายเป็นสีม่วงเมื่อสัมผัสได้ถึงความเหนียวหนืดไหลย้อยเปรอะไปทั่วง่ามขา “ไอ้เวร!

               

                ผมก้มหน่อยอะไรสักอย่างตรงเท้าขว้างใส่พี่เก้าที่ยังนอนอืดสบายอยู่อย่างแรงจนเขาสะดุ้งตื่นขึ้นมา ผุดลุกขึ้นนั่งตาสว่างเส้นผมชี้ฟูไปหมด

                “อะไรเนี่ยนับสอง” เขาถามอย่างมึนงงแล้วลูบหัวปอยๆ “มันเจ็บนะ”

                “ก็ปาให้เจ็บไง!” เออ ถ้าไม่เจ็บจะปารึไง “แตกในแล้วทำไมไม่เอาออกให้!

                ปล่อยผมหลับไปทั้งแบบนั้นเนี่ยนะ เชื่อเขาเลย ไม่รู้รึไงว่ามันจะไม่สบายตัวและทำให้ปวดท้อง พี่เก้าเจอเสียงผมตวาดใส่ก็ตื่นตระหนกรีบมองตามขาผมแล้วเผลอหลุดความคิด

“อืม...ถ้าเป็นผู้หญิงน่าจะท้องไปแล้ว...”

“พี่เก้า!” ผมปากสั่นเลย “ไอ้บ้า!

ไม่รู้จะด่าอะไรแล้วจึงสะบัดหน้าหนีจะเดินเข้าห้องน้ำเพื่อชำระร่างกายและไอ้คราบต่างๆ ครั้งแรกพี่มันอาบน้ำให้ผมใหม่หลังเสร็จกิจทำให้ตื่นมาแม้จะปวดระบมแต่ก็รู้สึกสดชื่นแต่คราวนี้เอากันสลบทั้งคู่เลยไง

รู้ว่าหมดแรงทั้งคู่

แต่แล้วไง

                อยากหาเรื่องอะ

                เป็นเมียแล้วจะหาเรื่องยังไงก็ได้!

                “ให้พี่ช่วยอาบใหม่ทูนหัว” เรื่องแบบนี้ล่ะกระตือรือร้นลุกขึ้นมาเชียว พี่เก้าเดินมาหาผมที่กำลังเดินกุมสะโพกเพื่อช่วยประคองตัว

                ผมสะบัดพอเป็นพิธีแล้วถลึงตาใส่และตอนที่ผมเดินผ่านโซฟาก็เห็นแก้วน้ำของตัวเอง ก่อนแววตาเหี้ยมเกรียมจะกลับเข้ามาแล้วนึกถึงเรื่องเมื่อคืน

                รับบอกว่าจะบอกก็ไม่บอกสักแอะ!

                “อ้าว ไม่เดินต่อเหรอ” พี่เก้าถามอย่างงุนงงแล้วมองตามสาตาผมไปแล้วก็ชะงัก

                ผมบีบต้นแขนพี่เก้าแล้วยิ้มหวาน พี่ไม่หิวน้ำบ้างเหรอ” เออ เสียน้ำไปตั้งเยอะนี่

                “เช้าแบบนี้พี่ชอบกินกาแฟ” รีบตอบทันทีแล้วดึงตัวผม “ไปอาบน้ำเถอะจะได้สดชื่น”

                “ไม่” ปฏิเสธพร้อมสะบัดแขนออกจากพี่เก้าแล้วเดินช้าๆ ไปหยิบแก้วน้ำเจ้าปัญหา ไม่ต้องไปถึงโรงพยาบาลหรอก จับกรอกปากพี่เก้ามันตรงนี้ก็จะรู้แล้วว่าในนี้มียาหรือไม่มี

                พี่เก้าถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ผมรีบเอ่ย “กินน้ำให้ผมดู...เดี๋ยวนี้”

                “พี่ยังไม่หิว” ส่ายหน้ายิ้มๆ

                “ผมบอกให้กิน!” แปลว่าพี่ต้องกิน

                ฝืนความเจ็บช่วงล่างเดินไปประชิดตัวแล้ว...ผัวะ! ชกเข้าท้องพี่มันอย่างแรงจนพี่เก้าทรุดกุมท้องอย่างจุกๆ ผมจับปากเขาแล้วบีบให้เผยออ้าปาก

                “ไม่ ไม่ๆ” พี่เก้าส่ายหน้าหนีแต่ผมยึดคางบีบปากเขาแน่น

                “ถ้าพี่บอกว่าไม่ได้วางยา ก็ไม่เห็นต้องกลัว” เออ แล้วจะกลัวทำไม!

                ไม่รอให้พี่มันหายเจ็บจุกหน้าท้องก็รีบกรอกเทน้ำที่เหลือเข้าปากพี่มันทันที เพราะอ้าปากไม่กว้างพอทำให้มีน้ำบางส่วนล้นไหลออกจากปากทำเอาพื้นห้องเปียกไปหมด

                “แค่กๆๆ” พี่เก้าสำลักน้ำอย่างรุนแรงแต่ผมไม่ใจอ่อน

                “กินดีๆ ไม่ชอบ” ว่าจบแล้วก็ดึงมือออกจากใบหน้าหล่อเหลาที่ไอโขลกๆ “ไปอาบน้ำแหละ”

                “ทำไมทำแบบนี้ แค่กๆ”

“ผมสิควรถาม พี่ปิดบังผมเอง” ผมยักไหล่แล้วยกยิ้มมุมปาก “แล้วอย่าคิดหนีออกจากห้องนะ”

ขู่ไว้ด้วยสีหน้าจริงจังแล้วหมุนตัวไปทางห้องน้ำด้วยหัวใจหนักอึ้ง กำลังคิดอยู่ว่าถ้าออกมาเห็นพี่เก้าสลบเหมือดจะรู้สึกยังไง

ผมพาตัวเองมาอยู่ใต้ฝักบัวก่อนจะเริ่มลงมือชำระร่างกายให้สดชื่น แน่นอนว่าจะนอนแช่น้ำอุ่นอีกสักสิบห้านาทีด้วย กว่าผมจะออกจากห้องน้ำพี่เก้าก็คงสลบไปแล้ว

สวมชดคลุมอาบน้ำเดินออกจากห้องน้ำโดยที่เช็ดผมไปด้วย เหงื่อเต้มขนาดนี้ผมก็เหนียวไปด้วย ทนความซกมกไม่ได้เลยต้องสระ

และผลลัพธ์ที่ออกมาคือ...

“ฟี้... ฟี้...”

เสียงกรนเบาๆ และลมหายใจสม่ำเสมอบ่งบอกว่ากำลังหลับสนิท ดวงหน้าผมเปลี่ยนสีไปเล็กน้อยก่อนจะเคร่งขรึม ทอดสายตามองคนที่นอนหลับบนเตียงด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย...

“ทำไมต้องปิดบังด้วย”         

น้อยใจ...

หรือมันมีเรื่องอะไรที่บอกผมไม่ได้?

ผมรู้สึกสับสนในตัวเองมันทั้งน้อยใจและโกรธแต่เหนือสิ่งอื่นใด... ผมยังต้องรอพี่มันอธิบาย... อธิบายที่ไม่ใช่แถ ถามว่ารู้ได้ยังไงว่าพี่มันแถ ปกติแล้วถ้าพี่แกพูดจริงจะไม่ย่นคิ้ว หากแถหรือโกหกอยู่จะขมวดคิ้วโดยไม่ตั้งใจ

หนึ่งเพราะลึกๆ พี่มันกลัวโกหกไม่เนียนจึงเผลอแสดงความกังวลออกมาด้วยการขมวดคิ้ว

“ถ้าตื่นมาไม่ได้คำตอบที่ดีพอ มีเละแน่” ผมคาดโทษไปแล้วเดินไปใส่เสื้อผ้ากำลังจะใส่ชุดนักศึกษาแต่หน้าจอโทรศัพท์ก็มีแจ้งเตือนในกลุ่มไลน์ซะก่อน

ผมเปิดดูก่อนพบว่าช่วงเช้ายกคลาสเหลือแต่ภาคบ่าย... ผมพยักหน้าหงึกๆ อย่างพอใจที่จะได้พักอีกครึ่งวันให้ขากับสะโพกมันดีขึ้นสักหน่อย

ไม่อยากหยุดเรียนเพราะแบบเดี๋ยวคนจะคิดว่าหนี แต่ถ้าไปก็หาว่าหน้าด้าน แต่ก็นั้นแหละ ผมไม่ได้ผิดอะไรก็ต้องไป แถมผมต้องเรียนนะครับ จ่ายค่าเทอมแล้วก็อีเรื่องแค่นี้จะให้ผมหนีเหรอ ไม่ได้

เสือนับสตรองที่สุดแล้ว!

ดังนั้นจึงเปลี่ยนมาสวมชุดอยู่บ้านง่ายๆ แทน ผมคิดว่าพี่เก้าคงตื่นอีกทีคงเป็นบ่ายแน่เลยเดินลงไปข้างล่างเพื่อหาของกินสักหน่อย

“พี่คิวจะทำอะไรให้กินน้า”

ตอนนี้เจ็ดโมงเช้าอยู่ พ่อครัวประจำบ้านต้องเข้างานอยู่! แค่คิดถึงรสมืออร่อยเหาะของเชฟคนนี้แล้วก็ทำเอาท้องไส้ส่งเสียงทันที

แน่สิ! ผมถูกเผาผลาญพลังงานไปตั้งมากมาย

ต้องกินชดเชย!

ตอนที่ผมเดินลงบันไดมาก็เห็นห้องนั่งเล่นมีแขกอยู่ หือ... แขกแต่เช้าเลยเหรอ แล้วเป็นแขกของใครล่ะ ถ้าของพี่เก้าก็...เอิ่ม ไว้มาใหม่นะ

“นี่...” ผมชะงักเท้ายามก้าวลงบันไดเมื่อเห็นชัดเจนว่าสีผมของแขกคนนั้นมีสีอะไร

หัวใจของผมเต้นไม่เป็นส่ำ

แทบวิ่งลงบันไดอย่างตื่นเต้นแล้วไปหาแขกผู้มาเยือนด้วยสีหน้าคาดหวัง... คนที่กำลังนั่งหันหน้าดูข่าวยามเช้ามีเส้นผมสีขาวยาวสลวย

“พี่ไอ...”

ผมกลืนคำเรียกลงคอแทบไม่ทันเมื่อเห็นหน้าอีกฝ่ายชัดๆ คนตรงหน้ามีใบหน้าเรียบเฉยซ้ำยังเป็นแววตาสีอำพันทั้งสองคางแล้วรูปหน้าก็ยัง... ไม่ใช่

“นายเป็นใคร” เขาถามผมอย่างงุนงงและยังทำท่าครุ่นคิด “รู้จักกันเหรอ”

ผมเม้มปากแน่นแล้วส่ายหน้า “ขอโทษครับ”

 

                ก็แค่คล้ายแต่ไม่ใช่

                ไม่ใช่พี่ไอของผม

                

                ผมขมวดคิ้วเเล้วลองมองหน้าแขกของบ้านอย่างพิจารณาให้ถี่ถ้วนดีๆ เเล้วก็ต้องอ้าปากกว้างเบิกตาโต...อู้วหูว

                หล่อ... หล่อฉิบหาย

                ปีศาจจจจจ

                สุดหล่อ ไม่ทราบว่ามีค่าเทอมยัง

                เสือนับมีเงินเยอะมั่กๆ

                "คุณมาหาใครเหรอ" ผมฉีกยิ้มระริกระรี้เเล้วเดินมานั่งข้างๆ เว้นระยะพอประมาณ อิอิ พี่เก้าหลับเป็นตายอยู่เพราะงั้น...ทางสะดวก!

                คนหล่อผมยาวสีขาวสว่างเหลือบมองผม "น้องรหัส"

                "น้องรหัส เอ่อ แล้วคนไหนอะ" คือบับ พี่รหัสอิพี่เก้า หรือพี่คิว เอ๊ะ หรือพี่ไนน์?

                "ไนน์" อือหืออออออ ไอ้พี่ไนน์!

                พี่รหัสงานดีขนาดนี้

                ไม่รู้จักแบ่งปัน ชั่วร้ายมาก!

                "ผมชื่อนับสองนะ" เขาไม่ถามเเต่อยากบอกอะ "พี่ชื่ออะไร"

                "ออสติน" คนหล่อดูมึนๆ ถามคำก็ตอบคำ ดูประหยัดเหลือเกิน เเต่ไม่รู้ทำไมผมก็ยังอยากคุยกับเขาต่อ

                โธ่ คนหล่อบัดซบขนาดนี้

                ก็ต้องอยากคุยเป็นธรรมดา

                แถมยังหล่อโฮกกว่าพี่เก้าถึงสามส่วน

                "จ้องหน้าทำไม" ออสตินขมวดคิ้วเเล้วถามผมที่เหม่อมองเขานานเกินไป ผมกะพริบตามองเส้นผมสีขาวมุกเเล้วก็ยิ้มบางๆ

                "พี่ชายของผมก็ไว้ผมแบบนี้...สีนี้ด้วย" เลื่อนสายตาไปสบกับดวงตาสีอำพันคู่ที่ดูลึกล้ำคาดเดาไม่ได้ "ผม...ขอจับได้มั้ย"

                ชี้นิ้วที่เส้นผมสีขาว... ออสตินไม่พูดอะไรเเต่จับเส้นผมขึ้นมาวสงบนมือผม

                "ขอบคุณ"หลุดยิ้มออกมาเเล้วลูบมือไปกับเส้นผมที่ชวนให้คิดถึง ตอนนั้นผมชอบเล่นผมพี่ไอ ถักผมเปียให้ด้วยนะ...

                ตอนที่ผมกำลังจมอยู่กับความสุขในอดีต ออสตินก็มิงเงียบๆ

                "คิดถึง?"

                ชะงักไปก่อนจะพยักหน้า "คิดถึงสิ"

                "เขาก็คงคิดถึงนายเหมือนกัน" นี่กำลังปลอบผมอยู่รึเปล่า

                "แน่สิ เขารักผมที่สุด" อวดๆ ขออวดพี่เเป๊บ

                ออสตินหันกลับไปดูข่าวภาคเช้าต่อ ส่วนผมก็ลูบผมเขาเล่นเหมือนเด็กๆ ผมของออสตินดูสุขภาพดีสุดๆ ไม่เเห้งไม่เเตกปลาย

                จะว่าไปผมของพี่ไอก็แบบนี้

                เจ้าตัวเรื่องเยอะจะตาย

                ทั้งสระทั้งนวดทั้งหมักให้อาหารผมบำรุงอีกสารพัด

                ในความเงียบที่ไม่อึดอัด จู่ๆ ออสตินก็พูดขึ้น...

                "ถักเปีย"

                "...หา" 

                "ถักเปียให้หน่อย" เขายื่นข้อมือให้ผม เเละก็เห็นว่าบข้อมือมียางรัดผมอยู่เส้นหนึ่ง

                ผมดีใจรีบเเกะยางรัดผมออกมา "ถักได้เเน่นะ"

                "อื้อ" หันข้างเเล้วให้เส้นผมอยูทางผมเพื่อสะดวกต่อการถักผม

                ช่างเป็นคนหล่อที่ใจดีจัง

                ผมยื่นมือไปลูบผมเขาก่อนจะเเบ่งผมอย่างระมัดระวัง ยิ่งเขานั่งเเบบนี้แล้วก็รู้สึกถึงเงาของพี่ไอซ้อนทับ ความคิดถึงท่วมทะลัก

                ยิ่งได้มานั่งถักเปียเเบบนี้ยิ่งอยากร้องไห้...

                ไอ้พี่บ้า ไอ้พี่นิสัยไม่ดี

                คิดถึงจะตายอยู่แล้ว

                ผมถักเปียให้ออสตินอย่างตั้งใจจนเกือบจะเสร็จแล้ว

                "เฮ้ เฮ้ มายุ่งอะไรกับผู้ชายของกูเนี่ย" เสียงอารมณ์ดีหยอกล้อดังขึ้นพร้อมกับหน้าตากวนๆ ของพี่ไนน์

                "ของพี่? โมเมเองรึเปล่า" คราวก่อนก็พี่สีฝุ่นทำเอาผมเกือบเชื่อเเล้ว

                "เดี๋ยวก็กัดปากซะหรอก!"พี่ไนน์เเยกเขี้ยวเเล้วบีบเเก้มผม "เดี๋ยวจะฟ้องเก้าว่านับสองลวนลามผู้ชาย!"

                ผมใช้ยางมัดผมให้ออสตินก่อนจะหันไปยิ้มเหยียดใส่ "งั้นผมจะบอกพี่เก้าว่าพี่พาผู้ชายเข้าห้อง!"

                พี่ไนน์ถลึงตาใส่ผมเเล้วหันไปเบะปากใส่ออสติน "ออสติน เค้าถูกรังเเกอะ ปลอบเร็ว"

                "..." ไม่รับรู้ ดูข่าวอยู่

                ผมหัวเราะก๊ากใหญ่ทำเอาพี่ไนน์หน้าแดงเเจ๋เลย เเล้วเขาก็หันมาปลุกปล้ำฟัดกับผมบนโซฟาด้วยการจี้เอว

                "ฮ่าๆ อย่าจี้เอว" หัวเราะน้ำตาไหลเลย "ผมไปทำอะไรให้พี่เนี่ย ฮ่าๆ อย่าจี้!"

                พี่ไนน์ถลึงตาใส่อย่างโมโห "ยังจะถามอีกเหรอ! เมื่อคืนใครมันทำให้กูไม่ได้หลับได้นอน!"

                หยุดเเกล้งเเล้วก็นั่งบนโซฟาดีๆ เเต่ยังตีหน้าบึ้ง

                "ผมทำอะไร" ทำหน้ามึนงงเเล้วเช็ดน้ำตาจากการหัวเราะมากไป

                "เอากันไม่เกรงใจ ครางลั่นห้องดังไปแปดบ้าน!!" ว่าไม่พอเเถมยังกระชากคอเสื้อผมมาดูอีก "มึงคิดว่าใครจะหลับได้อีก!"

                ความร้อนพุ่งขึ้นหน้าเลยครับ เถียงไม่ออกเลยได้เเต่หน้าเเด

ใส่เเละก็ก้มหน้างุดอย่างเขินอาย

                พี่ไนน์เลิกตีหน้าบึ้งมากระเซ้าเย้าถาม "แล้วเป็นไง ไอ้เก้าเด็ดปะ แซ่บม่ะ เมื่อคืนกี่รอบ ท่าไหนบ้าง?"

                "พี่ไนน์! มันใช่เรื่องน่าถามเหรอ!" มาถามต่อหน้าเเขกอีก ไอ้บ้าาา พี่รู้จักคำว่าอายมั้ย!

                ไหวไหล่ไม่เเคร์เเล้วชะโงกหน้าไปหาออสติน

                "ไม่ถือหรอกใช่มั้ย... เอ๊ะ เเล้วทำไมทำหน้าบึ้งขนาดนั้น"

                ผมหันไปมองบ้าง พบว่าออสตินกำลังมองมาที่ผมจนรู้สึกหวั่นๆ


                เชี่ย กูไปทำอะไรให้พี่เขาโกรธวะ!



               เหมือนออสตินจะรู้ตัวจึงรีบเก็บรังสีมืดๆ มนๆ ไป “คิดไปเอง”

                เอ๊ะ หรือเขาหึงผมอะ

                เฮ้ย ตกหลุมรักผมเข้าแล้วใช่ปะ

                ได้ๆ เอาเบอร์มั้ยๆ ยินดีให้เลย

                แต่ต้องโทรมาหลังพี่เก้านอนแล้วนะ

                อ้าว ผิดเรื่องเหรอ

                “จุ๊ๆ หรือหึงไนน์เหรอ” พี่ไนน์กระดี๊กระด๊าขึ้นมาเลย เขาลุกไปแล้วไปเบียดๆ กระแซะออสตินเอาแขนคล้องแขนเขย่าไปมาเหมือนเด็ก

                ผิด!

                เขาหึงผมต่างหาก!

                ผมรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไร้สาตุตอนที่พี่ไนน์ไปใกล้ชิดกับออสติน... แล้วตอนออสตินหันไปมองพี่ไนน์แล้วยิ่งดูไม่สบอารมณ์อย่างแรง

                เหมือนโดนแย่งความสนใจ...

                ผมคิดบ้าอะไรอยู่เนี่ย

                ผมกับออสตินไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย

                “สงสัยจะคิดถึงพี่จนเพี้ยนซะแล้ว” ผมบ่นงึมงำในลำคอให้คำตอบตัวเองกับความรู้สึกแปลกๆ ในอกก่อนจะสลัดความคิดบ้าบอออกไป

                ไม่ได้นะ เรามีพี่เก้าแล้ว

                รักพี่เก้ามากกกกก

                ออสตินถอนหายใจคล้ายจะเหนื่อยใจกับพี่ไนน์ “ถ้ายังไม่ตื่นดีก็ไปนอน” แกะแขนออกจากพี่ไนน์อย่างรังเกียจ ผมจะมองว่ารังเกียจอะ มีปัญหาเหรอ!

                ผมหาช่องทางได้ก็ยิ้มแซะ “อุ้ย เขาบอกว่าพี่ฝันอยู่อะพี่ไนน์”

                “กูรู้แล้ว!” แทบจะยกเท้ามาประเคนหน้าผมเลยทีเดียว ชิ พี่ไนน์แกล้งผมไว้ตั้งเยอะ เอาคืนเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้นับเป็นอะไรได้เล่า “แล้วไอ้เก้าไปไหน”

                “ยังไม่ตื่น” ยักไหล่แล้วมองพี่ไนน์... อืม เมื่อคืนพี่เก้าบอกว่าพี่ไนน์ไปกับเขาด้วยใช่มั้ย

ฝาแฝดขี้เล่นย่นจมูก “คิวกับอ๋องก็ออกไปตั้งแต่เช้าแล้วไม่มีคนทำข้าวให้กินอะ” นี่คือเรื่องของเรื่องใช่มั้ย “ไปปลุกเก้ามาหน่อยสิ”

“ปลุกยังไงก็ไม่ตื่น” ถูกแล้ว ยังไงก็ไม่ตื่นเร็วๆ นี้แน่เพราะยานอนหลับในแก้วน้ำของผมนั่นไง คิดแล้วมันก็ปรี๊ด! กลับไปกระทืบพี่เก้าซ้ำอีกรอบได้มั้ย

“ทำไมวะ” พี่ไนน์ทำหน้างุนงงพลางขยับไปรินน้ำในแก้วมาดื่ม

“ผมให้พี่เก้ากินน้ำที่มียานอนหลับอยู่” เห็นแฝดคนน้องสำลักน้ำอย่างแรง “พี่ไนน์คิดว่าเขาจะตื่นเร็วๆ นี้มั้ยครับ”

ท่าทางพูดไม่ออกของพี่ไนน์ทำให้ผมมั่นใจมากว่าเมื่อคืนพี่เก้าต้องไปทำเรื่องไม่ดีมาแน่ๆ แววตาของผมมีร่องรอยของความน้อยใจและหงุดหงิดปรากฏ...

แม่บอกว่าเป็นคนรักกัน

ต้องพูดกันได้ทุกเรื่อง

ผมก็บอกพี่เก้าตลอดนะเวลาผมคิดหรือผมอะไร

เช่น

ซิกซ์แพ็กพี่สีฝุ่นสวยมาก ผมก็บอกพี่เก้า

กล้ามของพี่ลมมันก็น่าหม่ำมากๆ ผมก็บอก!

ยิ่งหัวนมไอ้พี่คิวนะ ผมก็บอกพี่เก้า!

นับสองออกจะจริงใจ!

แต่ไม่รู้ทำไมหลังจากบอกความในใจแบบนี้ไป

ผมก็โดนเขาปล้ำจูบจนปากแตกเลย

นับผิดอะไร!

เนี่ยยยย ผมบอกพี่มันทุกอย่าง

ทำไมพี่มันไม่บอกผมบ้างวะ!

                คิดแล้วมันก็ขุ่นเคืองใจจริงๆ ผมเหล่มองพี่ไนน์อย่างเหี้ยมเกรียมและก็พยายามยิ้ม “เมื่อคืนพี่เก้าบอกผมว่าออกไปข้างนอกกับพี่ไนน์”

                “อ้อ ใช่ เอ่อทำไม” ขานรับหน้าซีดเหงื่อตก

                “ไปไหนกันมาเหรอ” ก็ดูสิว่าจะแถยังไง พี่เก้ามันน่าจะด้นสดขึ้นมาอ้างเลยคงไม่มีทางเตรียมพร้อมกับพี่ไนน์มาแน่ๆ

                อ้าปากพะงาบๆ ออกเสียงไม่ได้ ดวงตาเรียวเชิดขึ้นแถมยังกรีดอายไลเนอร์มาอย่างดีมองไปซ้ายทีขวาทีก่อนจะหยุดที่ออสติน “จริงสิ! พี่ทำอาหารเป็นไม่ใช่เหรอ”

                ผมคิ้วกระตุกก่อนจะนึกได้ว่าในห้องยังมีแขกอยู่ พี่ไนน์นี่มันลื่นเป็นปลาไหลพอๆ กับพี่เก้า ฃ สมกับเป็นแฝดกันจริงๆ!

                พี่มันคิดว่าทำแบบนี้แล้วผมจะไว้หน้าเกรงใจแขกแล้วปล่อยพี่ไปเหรอ

                อย่าฝัน...

                “อยากกินมั้ย” ออสตินตอบพี่ไนน์แต่มองผมแล้วถาม

                “กิน!

                อะแฮ่ม ผู้ชายหล่อจะทำอาหารให้กินแหละ

                ปฏิเสธให้โง่เหรอ

                ส่วนเรื่องพี่ไนน์... ผมไม่ลืมหรอก

                แค่พักกินข้าวก่อนเฉยๆ จริงจริ๊งงง

                “ไอ้เด็กบ้าผู้ชาย!” พี่ไนน์แทบพ่นไฟเมื่อเห็นผมเปลี่ยนสีหน้าไวยิ่งกว่ากิ้งก่า เมื่อกี้สวมบทโหดใส่พี่ไนน์แต่พอผู้ชายเขาจะทำข้าวให้ก็ยิ้มแย้มแก้มปริทันที

                ผมแลบลิ้นใส่ “พี่ก็เหมือนกันนั่นแหละ!

                “ไอ้นับ!

                ไม่สนใจพี่ไนน์แล้วหันไปหาออสตินอย่างกระตือรือร้น “ผมอยากกินออมเล็ตแหละ ทำได้มั้ย”

                เจ้าของดวงตาคู่สีอำพันผงกหัวเล็กน้อยแล้วลุกขึ้นมองซ้ายมองขวาเป็นเชิงถามหาห้องครัว เจ้าบ้านอย่างพี่ไนน์ก็รีบสปริงตัวควงแขนแล้วพาเยี่ยมชมบ้านทันที “เดี๋ยวเค้าพาไปห้องครัวเอง แล้วก็นะ เค้าอยากกินข้าวคลุกกะปิ”

                “ใคร”

                “ใครอะไร” พี่ไนน์งงเป็นไก่ตาแตก

                “มึงบอกใคร” มองพี่ไนน์อย่างไม่เข้าใจก่อนจะถาม “บอกว่าจะทำให้เหรอ”

                ผมหัวเราะก๊ากใหญ่ทันทีเมื่อได้ยินและเห็นสีหน้าแข็งทื่อของพี่ไนน์ อดไม่ได้ที่จะกุมท้องแล้วส่ายหน้าส่ายหัว โอ๊ยยย ยังมีคนน่าสงสารกว่าผมอีกเหรอเนี่ย

                คนหน้ามึนมองไปในครัวแล้วก็เดินลอยชายเข้าไปทิ้งพี่ไนน์ไว้กับเศษหน้าของเขา

                ผมมันคนดีไง

                “ว้ายๆๆ หน้าแตกเลย”

                ไม่รอให้เขาเตะก้นก็วิ่งถลาเข้ามาในครัวแล้ว เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ชายเราต้องเป็นคนเรียบร้อยดุจผ้าพับไว้แม้มันจะเป็นผ้าดำๆด่างๆ ขยุ้มขยำไม่ได้รีดพับไว้ก็เถอะ

                ผมไปนั่งรอที่เก้าอี้ตรงโต๊ะกินข้าวแล้วเท้าคางมองพี่ไนน์ที่กำลังป้วนเปี้ยนอยู่กับออสตินที่หน้าเตา เลื่อนมือไปกุมสะโพกเผยสีหน้าแย่ๆ ออกมาเพราะเมื่อกี้ต้องหนีตีนพี่ไนน์เลยฝืนสังขารไปหน่อย

                มองพ่อครัวผมยาวที่ตอนนี้อัพเลเวลเป็นผมเปียสวยๆ อย่างเพลินตาก่อนจะเปลี่ยนสายตาให้คมกริบจดจ่ออยู่ที่ท่วงท่ากิริยาของออสติน...

                ผมรู้สึกว่าเขาเหมือนเฮียไอมากๆ

                มากจนผมสับสน

                ...รูปร่างเขาก็คล้ายคลึงเกินสิบส่วนหากมองด้านหลัง

                ส่วนใบหน้าไม่เหมือนเลยสักนิด

                แต่หล่ออะ

                มาเป็นพี่ชายผมอีกคนก็ได้

                ไหนๆ เฮียไอก็ไม่รักผมแล้ว!

                ใครงอน ไม่มี!

                เสือนับไม่รู้จักคำว่างอนหรอก!

                ผมพยายามคิดแบบนั้นแล้วแต่ว่าก็ยังหาเหตุผลไม่ได้อยู่ดีว่าทำไมเขาถึงยอมให้ผมเล่นกับหัวเขาและยอมให้ถักเปียแถมยังทำข้าวเช้าให้อีก

                เราไม่ได้สนิทกันแถมเพิ่งรู้จักกันไม่ถึงชั่วโมง

                เอ๊ะ หรือเฮียไอไปศัลยกรรมมา?

                “ไปกันใหญ่แล้ว” ผมว่าผมเป็นเอามากแล้วจริงๆ นะ

                ผมพ่นลมหายใจอย่างปลดปลงแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดวีแชทเพื่อดูข้อความที่ตัวเองส่งไปหาเฮียไอเป็นร้อยๆ เป็นพันๆ ที่แม่งนานๆ ทีจะตอบกลับมาสักสามสี่ข้อความ

                นานๆ ทีไม่ใช่สามสี่วัน

                แต่เป็นเจ็ดแปดเดือนตอบที!

                นี่ถ้าผมตายไปก่อนไม่ต้องตั้งศพรอเป็นปีรอเขารึไงฟะ

                กำลังบ่นอย่างน้อยอกน้อยใจก็สะดุ้งเพราะการแผดเสียงของพี่ไนน์ “ออสติ๊นนน ทำออมเล็ตให้ไนน์ด้วย!

                “กินง่ายๆ ไม่ได้รึไง”

                “แต่ที่ทำอยู่มันก็ออมเล็ตนะ!

                “จานเดียว เหนื่อยแล้ว” ออสตินยกกระทะหมุนๆ

                “...” ไนน์แทบทรุด “เอาไข่เจียวก็ได้!


                พ่อครัวยกยิ้มพอใจจนพี่ไนน์ตาค้างก่อนจะหน้าแดง ...แล้วทำไมผมต้องมานั่งมองคนจีบกันด้วยเนี่ย

ไม่ได้อิจฉาหรอก

พอดีมีพี่เก้าเป็นของตัวเอง

มองบนแบบนี้ไม่มีคนของใจสินะ

เฮ้ย สงสารจัง พวกขึ้นคาน

ผมกำลังนั่งมองคนจีบกันที่ฝ่ายหนึ่งก็พยายามเสนอตัวเหลือเกิน แต่อีกฝ่ายก็ไม่แยแสแล้วก็นึกสะท้อนในใจ นี่มันภาพของผมกับผู้ชายในสต็อกชัดๆ

สมัยยังไม่เจอพี่เก้า ผู้ชายคนอื่นก็ทำเมินผมแบบนี้แหละ

“ไนน์ จาน”

ผมหันไปมองก่อนจะนิ่งงันเมื่อเห็นมือข้างถนัดของออสติน... ความคิดที่สับสนว่าออสตินอาจจะเป็นเฮียไอของผมแต่ศัลยกรรมเบ้าหน้ามาใหม่เป็นอันตกไปทันที

 

พี่ไอไม่ได้ถนัดซ้ายแบบออสติน...       



---


                มองออสตินใช้มือซ้ายจับตะหลิวอย่างคล่องแคล่วแล้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ถ้าเขาเป็นพี่ไอของผมจริงๆ ก็ต้องบอกผมสิ จะมาทำให้สับสนวุ่นวายใจแบบนี้เหรอ

                กำลังคิดเพลินๆ จานออมเล็ตหอมกรุ่นร้อนๆ ก็วางอยู่ตรงหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมจงใจให้เขาทำออมเล็ตเพราะมันเป็นเมนูที่เฮียไอถนัดไง เอาเป็นว่าผมต้องการจับผิดนั่นแหละ!

                “น่ากินมากเลย” มันน่ากินจริงๆ นะ แต่ถ้าให้ดีกินพี่ออสตินได้มั้ยอะ “ขอบคุณนะครับ”

                ยิ้มขอบคุณแล้วเลื่อนไปมองพี่ไนน์ที่หน้างอถือจานไข่เจียวสลับกับมองจานของผมก่อนจะไปมองพ่อครัวผมยาวที่ยืนหน้ามึนอยู่ “ไม่ยุติธรรมเลย!

                ออสตินไม่ตอบไม่สนใจอารมณ์ของไนน์ด้วยซ้ำ เขาจ้องผม “อร่อยมั้ย”

                กูยังไม่ทันได้จับส้อมจับช้อนเลยครับพี่

                ใจเย็นๆ นะ

                ผมรีบหยิบอาวุธมาเตรียมให้พร้อมแล้วจ้วงแทงลงไป พี่ไนน์กระฟัดกระเฟียดไปก็เท่านั้นสุดท้ายแล้วเขาก็มานั่งอมยิ้มมองไข่เจียวแล้วแทะกินอย่างละเมียดละไม... ทำอย่างกับเพิ่งเคยกินฝีมือพี่ออสตินครั้งแรกไปได้

                ส่วนออสตินก็รินน้ำให้พวกเราคราวนี้ยอมให้พี่ไนน์ด้วยเหมือนเขารู้ตัวว่าแกล้งพี่ไนน์หนักเกินไปแล้ว อาการตบหัวแล้วลูบหลังนะเนี่ย

                กินไปคำแรก... ความนุ่มนิ่มพอดิบพอดี

                อือหือ ละลายในปากเลย

                ความหวานที่มากกว่าปกติแถมยังตัดกับรสเปรี้ยวนิดๆ ของซอสมะเขือเทศ

                เป็นรสชาติที่คิดถึงจริงๆ... ผมรู้สึกน้ำตารื้นขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะก้มหน้าก้มตากินไม่สนใจใคร ช่วงนี้ผมอ่อนไหวเป็นพิเศษ จะให้โทษอะไรได้เล่าก็ดูเรื่องในแต่ละวันของผมสิ

                ความฉิบหายยังไม่ทันไป ความเหี้ยเข้าแทรก

                วัวกับควายมันเบสิกไปแหละ

                อย่างเสือนับมันต้องยิ่งใหญ่อภิมหาใหญ่!

                ใหญ่เหมือนไข่เสือนับอะ

                แปลว่าใหญ่มากกกกกกกก

                "เป็นอะไรเนี่ยไอ้นับ" พี่ไนน์ถามพลางเคี้ยวไข่เจียวไปด้วย"อร่อยจนน้ำตาไหลเลยรึไง"

                เสือนับไม่ได้ร้องไห้สักหน่อย

                อย่ามาใส่ร้ายเสือนับ!

                "เป็นอะไร" พี่ออสตินเขานั่งข้างพี่ไนน์ตรงข้ามกับผม

                ดึงสายตาไปมองพี่เขาทำเอาพี่ไนน์เเทบพ่นไฟ พอดีอยากคุยกับออสตินอะ เพราะงั้นพี่ก็หลีกทางซะดีๆ

                "เเค่คิดว่าพี่เหมือนพี่ชายของผมมาก" ผมไม่ปิดบังพร้อมกับช้อนตามองอีกฝ่ายเเล้วก็เห็นเเววตาสีอำพันสั่นระริกน้อยๆ 

                "เหรอ" เขาพยักหน้าน้อยๆ แล้วเงียบ "ไม่ได้เจอพี่ชายนานแล้วเหรอ"

                "สักสองสามปีแล้ว" ผมหันไปตักไข่เจียวจานพี่ไนน์มาชิม "ก็นานอยู่"

                "นานตรงไหนก็เเค่สองสามปี" เสียงเอื่อยๆ ดูไม่ยี่หร่ะของพี่ไนน์ทำเอาผมคิ้วกระตุก ปากก็พูดไปตามสมองโดยไม่ทันไตร่ตรอง 

                "คนมีพี่ชายดูแลแบบพี่จะไปรู้อะไร"

                ท่าทางโกรธขึงทำให้พี่ไนน์ตกใจเพราะเขาเองก็ไม่เคยเห็นผมเเสดงอารมณ์โกรธออกมาเลยสักครั้ง  ผมก้มหน้ากินต่อไม่พูดอะไรอีก 

                "ไอ้นับ กูขอโทษ" เสียงสำนึกผิดมาทันที

                "อื้อ" ผมไม่ควรเอาอารมณ์ไปใส่คนอื่นจริงๆ นั้นแหละ "ช่างเถอะ ตอนนี้้ผมมีพี่เก้าแล้ว ส่วนไอ้พี่บ้างานนั่นก็ปล่อยไปเถอะ"

                เออ จะไม่สนใจเเล้ว!

                สีหน้าของออสตินเปลี่ยนไปมาเล็กน้อยเเล้วก็เบือนหน้าไปอีกทาง "บางทีเขาอาจจะมีเหตุผลก็ได้"

                "เหตุผลอะไรล่ะ" พี่ไนน์เบ้ปาก "ก็เเค่ข้ออ้างสวยๆหรูๆ เท่านั้นเเหละ"

                ผมพยักหน้าเห็นด้วยกับพี่ไนน์ "ใช่เลยพี่่ ใช่เลย"

                "ถ้าคราวนี้พี่มึงกลับมานะก็อย่าไปสน! เมินไปเลย!" ยุเเยงจริงๆ ผมฟังเเล้วก็หัวเราะ

                "เด็กนิสัยไม่ดี ทำพี่น้องเเตกเเยก" ออสตินดุอีกเเล้ว

                มาดุนับบ้างเถอะ อยากโดนดุๆๆๆ

                ดุได้ละมุนเกิ๊น

                "เด็กนิสัยไม่ดีก็เด็กของพี่นั่นแหละ" ย่นจมูกใส่เเล้วหันมาคุยกับผม "กูเห็นมึงเศร้าแบบนี้แล้วกูปวดใจ เดี๋ยวพี่ชายนายไนน์คนนี้จะพาไปเที่ยวเอง!!"

                ตาเป็นประกายทันที "เที่ยวไหนอะ"

                "แน่นอนว่าผับ!"

                ผัวะ!

                "โอ๊ย! / เฮ้ย!!" ผมมองพี่ไนน์ที่หัวทิ่มอย่างตกใจ มองคนตบหัวพี่ไนน์แล้วก็กลืนน้ำลายอึดใหญ่อย่างผวา

                "อย่าพาน้องไปทางที่ไม่ดี" เสียงเข้มหนักเเมยังมองผมอย่างดุๆ "อย่าไปที่อโคจร ไม่ดี"

                ดุขนาดนี้กูกล้าส่ายหัวเหรอ

                "อื้อๆๆ" พยักหน้ารัวๆ

                "ไอ้พี่ออสติน! ตบหัวกูทำไม!" คนโดนตบหัวอย่างเเรงหันไปทวงหาความยุติธรรม "ผมก็เเค่หยอกเล่นเอง!" 

                ผมว่าพี่มันพูดจริงมากกว่านะ 

                ออสตินเค้นหัวเราะหึทีเเล้วส่ายหน้าหยิบน้ำขึ้นมากิน  ผมสงสารพี่ไนน์ขึ้นมาเลยแฮะรุนเเรงสาดดดด 

                พี่ไนน์ลูบหัวป้อยๆ แล้วมองผม "เดี๋ยววันหยุดกูพาไปล่องแก่ง! รับรองสนุก!"

                "ไปๆ" ผมไม่เคยล่องเเก่งเลยตื่นเต้นขึ้นมา

                เพิ่งเคยได้คุยเกี่ยวกับกิจกรรมความชอบกับพี่ไนน์ เขาเป็นคนที่ชอบเล่นกีฬาโลดโผนและผจญภัยมาก  ผมก็เช่นกันชอบความเสียว เอ๊ย ความเสี่ยง เเต่ไม่มีเพื่อนที่ชอบทำนองนี้เลยไม่ได้ไปเที่ยวแบบแอดเวนเจอร์เลยสักครั้ง 

                ผมกับพี่เเกคุยน้ำลายแตกฟองมาก... จนออสตินพูดขึ้น

                "ห้องน้ำ" พี่เเกจะช่วยพูดมากกว่านี้จะตายรึไง

                "อ้อ ห้องเค้าชั้นสอง ประตูสีดำ" กำลังเล่าถึงเรื่องเดินป่าอยู่จึงบอกไปส่งๆเเละโบกมือไล่ ผมนั่งกินออมเล็ตไปฟังไป...

                ส่วนพี่ออสตินก็เดินออกไปอย่างเงียบๆ





                ออสตินผลักประตูออกไปเเล้วกวาดมองรอบห้องพบความว่างเปล่าก็รีบปิด จากนั้นก็เดินต่อไปอีกห้องทำเเบบเดิมเเล้วก็ไม่พบใคร มาถึงห้องที่สามเเล้วก็ต้องย่นคิ้ว...

                กลิ่นคาวเเละกลิ่นเซ็กส์ยังอบอวลในห้อง

                ทำเอาคนหน้ามึนเปลี่ยนสีหน้าเเทบจะทันใด เส้นเลือดบนขมับปูดขึ้นหลายเส้น เขาก้าวเดินเดินเข้าไปในห้องเเล้วก็พบคนนอนอยู่บนเตียง

                "หึ" กัดฟันกรอดเเล้วไล่สายตามองดูผิวเปลือยที่มีรอยกัดรอยข่วนยิ่งอยากฆ่าคน

                เขาก้าวขึ้นไปยืนบนเตียงก่อนจะง้างเท้าเตะคนที่หลับอย่างเเรงจนหล่นจากเตียง

                ผัวะ!

                "วันนี้ถ้าไม่ได้เตะมึง กูคงนอนไม่หลับ!"



[นับสอง]

 

                “ตื่นแล้วเหรอพี่เก้า”

                ผมทักขึ้นเสียงเรียบแล้วเลิกคิ้วมองคนรักที่ตื่นมาเร็วกว่าที่คิด

                แต่ว่านะ ผมสงสัย... ขยับคิ้วเข้าหากันนิดๆ

                “พี่ไปนอนอะไรตรงนั้น”

                เหมือนพี่เก้าก็ยังไม่ตื่นดี เขามองรอบๆ ตัวพบว่าตัวเองไม่ได้อยู่บนเตียงแต่เป็นพื้นห้องหน้าตู้เสื้อผ้าอันห่างจากเตียงเกือบสี่เมตร

                นอนดิ้นอะไรขนาดนั้นวะ

                ผมอยู่คุยกับพี่ไนน์จนเก้าโมง พี่แกก็รีบลากพี่ออสตินออกไปจากห้องเพราะมีเรียนสิบโมง ได้คุยกับพี่ไนน์หลายเรื่องเลยทำให้ผมอารมณ์ดีไม่น้อยแล้วเผอิญตอนสิบโมงมีภาพยนตร์เรื่องที่ผมยังไม่ได้ดูมาเปิดฉายก็เลยอยู่ดูจนเที่ยงกว่าถึงได้กลับขึ้นมาบนห้อง

                สภาพอารมณ์ของผมนับว่าดีมากเลย ความโกรธหายไปครึ่งแล้ว ความจริงผมก็ดันไม่ใช่คนที่โกรธนานซะด้วย

                กลับมาเปิดประตูก็เจอพี่เก้านั่งหน้าหล่อมึนงงอยู่กับพื้นแล้ว

                แหม เวลาพี่เก้าหัวฟูไม่เป็นทรงนี่เซ็กซี่จริงๆ นะ

                ลองเทียบความหล่อของ My Husband กับพี่รหัสหน้ามึนของพี่ไนน์แล้ว

                ก็กินกันไม่ลงนะ

                หล่อไปคนละแบบ

                พี่เก้ามีความเซ็กซี่ที่น่ากลัวกว่าออสตินเยอะ

                เนี่ย แค่หัวฟูตาปรือสภาพเพิ่งตื่นของพี่เก้าก็คืออ่อยแล้ว!

                “ทำไมไม่ลุกล่ะพี่” ผมแปลกใจเมื่อพี่เก้ายังไม่ยอมลุกขึ้นสักที สภาพก็เปลือยเปล่าไม่รู้จักอายได้แต่ไม่เป็นไร ผมได้กำไร อิอิ

                ดูหน้าท้องแข็งๆ ซิกซ์แพ็กนั่นสิ

                หัวนมชมพูอีก ซี๊ดดด

                มาออกกำลังกายยามเที่ยงกันมั้ยพี่เก้า

                เว้ย! ทำไมผมกลายเป็นคนบ้าเซ็กส์ไปแล้วเนี่ย

                พี่เก้าลูบสะโพกตัวเองไปมาแล้วเผยสีหน้าเหยเก “พี่เจ็บสะโพก”

                “สงสัยตกเตียงแรงมั้ง” ผมไหวไหล่แล้วเดินเลยไปตู้เสื้อผ้าเพื่อหาชุดนักศึกษามาใส่ “หลบสิ ผมจะแต่งตัว!

                พี่เก้ายังคงไม่เข้าใจสภาพตัวเองเท่าไหร่แต่ก็รีบลุกขึ้นหลบทางให้ผมไปหาเสื้อผ้า ส่วนตัวเองก็ยืนนิ่งๆ ขมวดคิ้วลูบท้องทีลูบสะโพกทีคล้ายเจ็บๆ

                “เราแอบเตะพี่ตอนสลบอยู่รึเปล่า” เสียงทุ้มแหบถามผมอย่างลังเล

                ผมคว้าไม้แขวนเสื้อแล้ว...เพี๊ยะ!

                “โอ๊ย! ตีพี่เก้าทำไมครับ” สีหน้าพี่แกเจ็บปวดขึ้นมาอย่างตอแหลลูบต้นแขนปอยๆ

                “ผมไม่ใช่คนชอบทำอะไรลับหลังหรอกนะ” เบะปากแล้วหยิบกางเกงสแล็กออกมา “ไม่เห็นพี่หรอกไม่รู้ไปทำอะไรมาบ้าง”

                ชิ ตอนแรกว่าจะไม่ดราม่าแล้วนะแต่อดไม่ได้จริงๆ ทำไมนับวันนิสัยผมยิ่งงี่เง่าฟะ ไม่ได้นะ เสือนับต้องเป็นเสืออย่าแปลงร่างเป็นอื่น!

                พี่เก้าก้มหน้าสำนึกผิด “พี่เก้าขอโทษ พี่เก้าไม่ได้อยากปิดบังแต่...” เขาเม้มปากแล้วครุ่นคิดอย่างหนัก

                “ถ้าจะแถอีกไม่ต้องนะ” กลอกตาเบื่อหน่าย “ขี้เกียจฟัง”

                ถ้าเขาไม่อยากให้ความเชื่อใจที่ผมมีให้สั่นคลอน

                ก็ควรบอก

                แต่ถ้าวันนี้เขาเลือกไม่พูดอีก

                ผม...ก็ไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะเชื่อเขาได้อีกรึเปล่า

                ผมคงลืมไปว่าไอ้พี่คนนี้มันฉลาดเป็นกรดเห็นท่าทางของผมที่ดูเมินเฉยแล้วก็พอเดาความคิดผมได้ เขาสูดลมหายใจอย่างปลงๆ “โอเค พี่เก้าจะเล่าให้ฟังก็ได้”

                ยิ้มบางๆ เป็นเชิงว่า...

                มึงตัดสินใจถูกแล้ว

                เป็นสามีก็อย่าหือกับภรรยา!

                ระวังตื่นมาอีกที

                ถูกเมียทิ้งไม่รู้ด้วย!

                ผู้ชายต่อคิวรอเสือนับเยอะมากนะ จะบอกให้

                ต่อคิวบอกรัก?

                เปล่า เขาต่อคิวทวงหนี้

                “แต่พี่ขออาบน้ำก่อนแล้วกัน” สภาพเขาก็ดูไม่ได้เท่าไหร่แต่ก็ยังดูดีอยู่ “พี่มีเรียนบ่ายเหมือนกัน”

                “อื้อฮึ” ผมผงกหัวรับ

                พี่เก้าสัญญาแล้วเรียบร้อยก็รีบหยิบเสื้อผ้าผ้าขนหนูตรงเข้าไปในห้องน้ำ ผมเองก็เริ่มเปลี่ยนเสื้อผ้าจากนั้นก็มาจัดการกับเตียงนอนที่เลอะคราบน้ำอะไรก็ไม่รู้ไปลงตะกร้ามุมห้อง พอดีนับสองเป็นคนใสใส คราบอะไรก็ไม่รู้                

                จากนั้นก็หยิบผ้าปูที่นอนกับผ้าห่มชุดใหม่ออกมาวางไว้ กะว่าตอนเย็นค่อยมาเปลี่ยนดีกว่า ขืนทำตอนนี้คงไม่ได้ไปเรียนพอดี

                ผมไม่ใช่แม่บ้านพ่อบ้านมืออาชีพซะหน่อย เปลี่ยนผ้าปูที่นอนเหรอ สถิติที่เคยทำก็สิบสี่นาที... ดึงมุมนี้มุมนั้นหลุด จะบ้าตาย!

                “กลิ่นฟุ้งห้องจริงๆ” ผมแลบลิ้นหน่อยๆ ด้วยหน้าแดงก่ำเพราะมันบ่งบอกว่าเมื่อคืนเรามีบทรักที่รุนแรงและหลายรอบขนาดไหน ผมเดินไปเปิดประตูระเบียงให้อากาศถ่ายเทแล้วก็เอาสเปรย์ดับกลิ่นมาช่วย

                “อร๊าย เกือบลืมเก็บเลย!” เกือบลืมเซ็กส์ทอยแล้วไง ถึงที่นี่จะอยู่กันแค่พี่น้องแต่แม่บ้านก็จะมาทำความสะอาดทุกสามวัน แล้ววันนี้ก็ถึงกำหนดแล้วด้วย

                รีบเก็บลงกล่องแทบไม่ทันสิ พอดีกับพี่เก้าที่เดินออกมาในชุดนักศึกษาพร้อมแล้ว

                “เอ่อ... นับอยากเล่นอีกรอบก่อนไปเรียนเหรอ” เขาถามอย่างเจ้าเล่ห์ ตาเป็นประกายสดใส ดูท่าได้อาบน้ำแล้วจะทำให้หายมึนจากฤทธิ์ยานอนหลับไปหมดแล้วสินะ

                “บ้านสิพี่!” เก็บชิ้นสุดท้ายลงกล่อง “วันนี้แม่บ้านพี่มาทำความสะอาดไม่ใช่รึไง!

                เหมือนพี่เก้าเพิ่งนึกได้ “จริงด้วย พี่ลืมไปเลย”

                ผมส่ายหน้าแล้วรีบเก็บของไม่น่าพึงใจต่อสตรีวัยสูงอย่างแม่บ้าน เกิดมาเจอเดี๋ยวป้าแกช็อกตายคาห้องทำไง ขณะที่ผมทำตัวเป็นพ่อบ้านอยู่นั้นก็มีรอยยิ้มมองตามหลังมาอย่างภูมิใจ

                บอกแล้วว่าเสือนับมีประโยชน์

                ได้เสือนับเป็นคนรักมีแต่คุณไม่มีโทษหรอก!

                “ตอนนี้เจ็บอยู่รึเปล่า” เสียงอบอุ่นถามผมในขณะที่ตัวเองลงครีมบำรุงอยู่หน้ากระจก

                “คิดว่าจะไม่ถามแล้ว” ผมว่ากลับอย่างไม่อาย

“ต้องถามสิ” พี่เก้าทำหน้าดุมองผมผ่านกระจก “คิดว่าพี่สักแต่เอาอย่างเดียวรึไง”

“ฮึ” ไม่เถียงหรอกเพราะในเรื่องนี้พี่มันดูแลผมดีมากๆ ยากินแก้ปวด ยาทา ยาเหน็บมันก็สรรหามาให้ผมหมด

“ตกลงยังเจ็บอยู่มั้ย”

ส่ายหน้าแล้วกอดหมอนอิง “ไม่เจ็บเหมือนครั้งแรก”

“แล้วไม่อยากเจ็บมั้ย” แววตาเจ้าเล่ห์เผยแย้ม “แบบทำแล้วไม่เจ็บ”

“ทำไง” เออ ทุกครั้งแม่งมีแต่ผมสะโพกคราก ถึงครั้งนี้จะแค่ปวดเมื่อยกับแสบๆ ช่องทางรักอยู่นิดหน่อยก็เถอะ

พี่เก้าปิดกระปุกครีมก่อนจะหันมาขยิบตาให้พร้อมยิ้มมีเลศนัย “ก็เอาบ่อยๆ ทุกวันไงจะได้ไม่เจ็บ”

“เอาไปคนเดียวเถอะ!” ผมแทบลมจับเลยครับ ให้มันโดนกระแทกทุกวันเนี่ยนะ บ้าไปแล้ว! ของตัวเองก็ใช่ว่าจะน้อยไม้จิ้มฟันถึงถูกจิ้มแล้วจะไม่รู้สึก

“หยอกเล่นเอง” แล้วทำหน้าเสียดายทำแป๊ะอะไร! “ว่าแต่นับสองกินยากินข้าวรึยัง”

“ถามอย่างกับเป็นพ่อเลย” บ่นงึมงำแต่ในใจกลับรู้สึกดีที่พี่เก้าใส่ใจไม่ลืมรายละเอียดพวกนี้

“ไม่ได้เป็นพ่อแต่เป็นผะ...”

Shut up!” ผมชี้หน้าสั่งให้หุบปาก “อย่าพูดบ่อยได้มั้ยมันสะเทือนใจ”

เออ อย่ามาตอกย้ำความรุกไม่ขึ้นของเสือนับจะได้ปะ

ชีช้ำกะหล่ำปลีดองมาก

พี่เก้าไม่รับปาก เขาหันไปหยิบกระเป๋าใบเก่งแล้วก็หยิบกุญแจรถ “กลางวันจะกินอะไรก่อนมั้ย”

“ไม่ทันแล้ว” ผมส่ายหัวแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา “บ่ายโมง ผมก็เข้าเรียนแล้วนะ”

พี่เก้ามองดูเวลาบ้างก็มุ่ยหน้า “ไม่กินข้าวกลางวันเดี๋ยวจะปวดท้อง”

“ไว้จัดหลังเลิกเรียนก็ได้” ผมลุกขึ้นแล้วหยิบกระเป๋าเป้โยนให้พี่เก้าถือ “ไปกัน”

                รับไปถืออย่างแม่นยำแล้วเดินมาหาผมไม่ลืมเอามืออังหน้าผาก “ไม่มีไข้”

                “ห่วงไปแล้ว” ผมปัดมือเข้าออกแสร้งรำคาญ

                “หรือไม่อยากให้ห่วง?”

                “กล้าเหรอ!

                เงียบกริบ

                ผมมองหน้าจ้องตาเขม็งแล้วยกนิ้วขึ้นปาดคอให้พี่เก้าดูเป็นเชิงขู่ มีใครบ้างที่ไม่ชอบให้คนรักเอาใจใส่แล้วก็ห่วงใยกัน

                “อย่าขู่เยอะสิ พี่เก้ากลัวนะ” เขาทำตัวสั่นแต่หน้ายิ้มแป้น

                “เฮอะ” มองความกะล่อนของอีกฝ่ายแล้วเซ็ง

                ตอนลงมาถึงข้างล่าง พี่เก้าให้ผมยืนรอด้านหน้าส่วนเขาก็เดินเข้าไปในลานจอดรถเพื่อจะได้ไม่ให้ผมต้องเดินมาปวดสะโพก

                มีแฟนเทคแคร์ก็ดีแบบนี้แหละ

                อิจฉาอะเซ่ ว้ายๆ ไม่มีคนเทคแคร์สินะ!

                รอไม่ถึงสามนาทีดี พอร์ชสีขาวก็มาจอดขนาบข้างกับผม เลิกคิ้วมองสำรวจเล็กน้อยอย่างชอบใจก่อนจะเปิดประตูเพื่อก้าวขึ้นนั่ง ซึ่งตรงเบาะของผมมีหมอนนุ่มเบาะรองวางไว้ด้วย

                ผมอมยิ้มแล้วก็มองคนทำให้อย่างขอบคุณ ฮ่า รู้สึกสบายชะมัด

                “นี่นับสอง” ออกรถได้ไม่นานพี่เก้าก็เรียกผม

                “ว่า” หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเล็กน้อย

                “ถ้าพี่เก้าพูดไป นับสองจะไม่โกรธใช่มั้ย” คนข้างๆ มักมีความมั่นใจเสมอแต่ตอนนี้เขาดูไม่มั่นใจเอาซะเลย พบรอยของความเคร่งเครียดบนหน้าผาก

                “ถ้าไม่บอกสิโกรธ”

                “บอกแล้ว... คราวนี้บอกจริงๆ” เขากำพวงมาลัยแน่นไม่กล้ามองหน้าผมด้วยซ้ำ

                “พี่ดูไม่กล้าพูดกับผม”

                พี่เก้ายิ้มฝืดๆ “พี่เป็นคนมั่นใจกับทุกเรื่อง”

                “...”

                “กล้ากับทุกอย่าง”

                “...”

                “แต่ถ้าเรื่องมันเกี่ยวกับนับสอง”

                “...”

                “พี่เก้าไม่มีความมั่นใจสักนิด”

                ตึกตัก...

                มันใช่เวลาแจกอ้อยมั้ย พ่อค้าอ้อยล้านเอเค๊อร์!

                ผมถามออกไป “เรื่องเมื่อคืนมันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ... ไปทำอะไร หรือพี่หนีเที่ยวจริงๆ ใช่มั้ย” ท้ายประโยคผมเบาลง

                “ไม่ใช่” เขาปฏิเสธ “พี่ไม่ได้เที่ยวมานานแล้วจริงๆ”

                จับสีหน้าไม่พบร่องรอยของการโกหกก็ฟูๆ ร้อนๆ ในหัวใจแต่ก็ยังไม่พูดอะไรออกไปเลือกที่จะมาสนใจโทรศัพท์สักเล็กน้อย

                “งั้นพี่ไปไหน ทำไมต้องวางยาด้วย” เออ อันนี้ต้องขอเหตุผลดีๆ สักหน่อยนะ

                “ข้อแรกพี่อยากให้นับสองนอนหลับสนิท” เขายอมบอกความจริง “พี่คิดว่าเราร้องไห้เยอะมาก จิตใจต้องการพักผ่อน ทั้งวันเจอแต่เรื่องหนักก็อยากให้พัก ไม่อยากให้นอนคิดฟุ้งซ่านรังแต่ทำให้ตัวเองเสียสุขภาพจิต”

                ผมฟังเขาแล้วก็ลอบมองใบหน้าด้านข้างที่จริงจัง

                “พี่บอกผมดีๆ ผมก็กินแล้วปะ” เออ ยื่นมาให้ตรงๆ ผมก็กินแล้ว

                พี่เก้าเกาแก้ม “...พี่กลัวนับสองไม่กิน” มองผมแวบหนึ่งก่อนจะกลับไปมองที่ถนน “อีกเรื่องคือ...พี่ไม่อยากให้นับสองรู้ว่าพี่ออกไปข้างนอก”

                ผมมองหน้าเขา “...ทำไมถึงไม่อยากให้รู้”

                พี่เก้าเม้มปากแล้วเหยียบคันเร่งรถให้เพิ่มความเร็วขึ้น “เพราะพี่ไปทำเรื่องไม่ดี...กลัวนับสองรับไม่ได้”

                สูดหายใจเย็นเยียบรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนในใจ

                “อย่าบอกนะว่าเมื่อคืน...”

                เขาไม่ยอมสบตาสักนิด “อื้อ”

                “พี่ไปอาบอบนวดมาเหรอ!!

                ทำไมพี่ทำแบบนี้!

                “ไม่ใช่เว้ย!” พี่เก้าแทบจะหัวโขกกระจกเลยครับ เขาตวาดกลับมาแล้วแยกเขี้ยวใช้สายตาตำหนิผมอีก เอ้า! แล้วใครมันจะไปรู้เล่าว่าไปทำอะไรมา

                “งั้นไปทำอะไรมา เลิกลีลาได้แล้ว” ผมเร่งเขา

                แววตาคมดุดันขึ้น “พี่ไปกระทืบคนมา” แถมรอยยิ้มยังเหี้ยมเกรียมผิดไปจากรวดเร็ว ผมฟังแล้วก็เบิกตาโตตกใจพอประมาณแล้วก็ชะงัก...

                ก็แค่กระทืบคน...จะกลัวผมรู้ทำไม

                หรือพี่ไปกระทืบใครที่ผมรู้จัก?

                กระทืบไอ้ป๋าน่ะเหรอ

โทษๆ หลุดความในใจไปหน่อย           

                กำลังจะหัวเราะให้กับความคิดเพี้ยนๆ ของตัวก็ต้องชะงักค้างกลางอากาศ หันขวับไปมองพี่เก้าอย่างตื่นๆ หรือว่าพี่มัน “พี่...กระทืบไอ้มาร์ค?”

                พี่เก้าพยักหน้าเบาๆ แล้วเขาก็รีบอธิบายเมื่อเห็นสีหน้าของผมที่คาดเดาไม่ได้ว่ากำลังรู้สึกยังไง แต่พี่เก้ามันออกตัวร้อนรนมาก่อนแล้ว

“คือบางครั้ง...พี่เก้าอาจจะทำไม่ถูก”

                “...” ให้เวลากูแป๊บดิพี่ กูกำลังเรียบเรียงอยู่ว่าสะใจใช่มั้ยที่ไอ้มาร์คโดนกระทืบ

                “แต่พี่เก้าทำทุกอย่างเพื่อนับสองจริงๆ นะ”

                “...” ผมหยุดคิดแล้วมองหน้าพี่เก้า ตอนนี้หยุดรถเพราะไฟแดง...พี่เก้าจึงหันมามองตาใช้สายตาเว้าวอนแกมเจ็บปวด

                “พี่ไม่อยากบอก”

                “...”

                “เพราะพี่อยากเป็นคนที่ดีในสายตานับสอง”

 

                โง่ชะมัด

                พี่เก้า...พี่ไม่รู้รึไงวะ

                อยู่กับผมมาตั้งนาน...น่าจะรู้ความคิดผมดี...

 

                เสือนับชอบผู้ชายแบดบอย!

                เตะหมา ต่อยผู้หญิงนี่ใช่เลย!

                อ้าว...หลุดประเด็นอีกแหละ

                อายจัง               

 

 

                ผมยกมือขึ้นปิดบังปากแล้วกระแอมไอเล็กน้อยเพื่อให้ตัวเองดึงสติกลับมาไม่ออกนอกลู่นอกทางจนเกินไป หันไปมองพี่เก้าแล้วถอนหายใจนิดหน่อยคิดหาคำพูดที่ดีอีกหน่อยให้พี่เก้าฟัง

                “จริงๆ ตอนนี้พี่ก็ดีมากแล้วนะ” ย้อนกลับไปถึงความสองมาตรฐานของพี่เก้าแล้วก็หน้าบานขึ้นมา “แต่พี่ก็อย่าดีให้มากเลยเพราะมันทำให้ผมดูชั่ว”

                มองผ่านๆ ผมอาจดูชั่ว

                แต่ถ้ามองตรงๆ จะรู้ว่าผมโคตรเหี้ย

                ฮือ มีใครเขาด่าตัวเองแบบมึงบ้างนับส๊องงง

                “ใครว่านับสองชั่ว” เสียงเฮียแกเย็นเยียบขึ้นทันตา

                สายตาผมลอกแลก “แค่ก็พูดเรื่อยเปื่อย” มึงเก็ทมั้ยว่ากูเปรียบเปรยอะพี่ “จริงๆ ผมน่ารักมาก คนดีเว่อร์ๆ ยุงไม่ตบ โกหกไม่เป็น”

                แต่ถ้าตอแหลนั่นอีกเรื่อง

                สีหน้าพี่เก้าผ่อนคลายลงและยิ้มแย้ม “ใช่แล้ว นับสองของพี่เก้าน่ารักที่สุด”

                “...” ผมได้แต่คิดแล้วก็สงสัย... มันหลงผมจนโอเว่อร์ไปแล้วววว!

                รู้สึกเหมือนได้รับความรักมาเต็มๆ เลยครับ นานแล้วที่ผมไม่ได้รับการเติมเต็มความรักขนาดนี้ คนที่ใส่ใจความรู้สึกผมมากๆ ยกผมเป็นที่หนึ่งก็มีแต่เฮียไอ แต่ประเด็นคือเจ้าตัวดันหายหัวไปไหนแล้วไม่รู้

                ผมจึงค่อนข้างเหมือนเด็กขาดความอบอุ่นพอสมควร

                ถึงจะมีพ่อมีแม่หรือพี่ชายอย่างไอ้ป๋าหนึ่งครบ

                ช่องว่างในใจมันก็กว้างเกินไป

                แต่จะกว้างแค่ไหน

                ความรักของพี่เก้าก็เติมเต็มได้ ฮิ้วววว

                เล่นเอง ตบมุกเอง ใครจะทำไม!

“อะแฮ่ม” พี่เก้าส่งเสียงกระแอมไอค่อกแค่กเล็กน้อยแล้วก็ดึงกลับเข้าสู่ประเด็นหลักหลังจากที่หลุดวงโคจรไปไกล “พี่โกรธที่มารคทำแบบนั้น...ก็เลยนิดหน่อย”

ผมเลิกคิ้วขึ้นแล้ววิเคราะห์คำว่านิดหน่อยของพี่เก้าดู... อืม หน้าตาไร้พิษสงแบบพี่เก้าก็คงไม่ทำอะไรไอ้อดีตเพื่อนของผมหรอก

ใช้อะไรวัดเหรอ

ความหล่อไง

ยิ่งหล่อยิ่งมีใจเมตตา แค่ก—

“ไม่ถึงกับเข้าไอซียูใช่มั้ย” ผมยังไม่อยากให้มายฮัสแบนด์ติดคุกนะ

“พี่เก้าไม่ใช่คนโหดร้ายแบบนั้น” พี่เก้าส่ายหน้า “ก็มีลงมือบ้างแล้วก็คุยอีกนิดหน่อย”

“คุยอะไร” ถามทันที

“ก็เรื่องรูป” สายตาของพี่เก้าคมกริบขึ้นมา ผมชะงักแล้วกดอาการตัวสั่นลงไปแล้วผลิยิ้มมองพี่เก้าอย่างไม่เข้าใจเท่าไหร่นัก “พี่จะทำลายรูปพวกนั้นให้”

ผมเม้มปากแน่นไม่กล้าสบตาขึ้นมาซะงั้น “มันบอกพี่หมดแล้วใช่มั้ย”

...บางทีพี่เก้าอาจจะเค้นคอถามเรื่องพวกนั้นจากมาร์คก็ได้

                คิดถึงสภาพตัวเองในอดีตแล้วก็มองหน้าพี่เก้า

                กระอักกระอ่วนและรู้สึกไม่คู่ควรขึ้นมาซะงั้น

“ครับ” เขาไม่ปิดบังขณะเลี้ยวรถเข้าไปในเขตมหาลัย “อยากพูดอะไรมั้ย”

“พี่...พี่รังเกียจผมรึเปล่า” ก้อนแข็งๆ ขึ้นมาจุกอยู่ที่คออย่างรวดเร็วจนผมเผลอสะอึกเบาๆ

พี่เก้าทำหน้าเหมือนเห็นผี “จะรังเกียจอะไรเล่า!” แล้วก็รีบเอ่ยต่อ “ถ้ารังเกียจ เมื่อคืนพี่จะ รักนับสองขนาดนั้นเหรอ”

คิดถึงบทรักสุดเหวี่ยงเมื่อคืนแล้วแม้ว่าในหัวจะยังเบลอๆ เลือนๆ ไปบ้างแต่สัมผัสร้อนก็ยังวนเวียนอยู่รอบตัว คิดถึงฉากรักแล้วมันก็อดหน้าแดงหูแดงไม่ได้

“ไม่รังเกียจจริงๆ นะ” ผมถามย้ำด้วยน้ำเสียงเหมือนเด็กกำลังจะถูกทิ้ง ความรู้สึกของผมค่อนข้างยุ่งเหยิงน้ำท่วมปากรู้สึกพูดไม่ออกกับความลับที่มีอยู่

“ไม่ครับ” คนขับรถว่าเสียงอบอุ่นขณะเลี้ยวมาทางแยกคณะวิศวะ

ผมกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากแล้วก็มองพี่เก้าอย่างสงสัยปนไม่เข้าใจ ...เขายอมรับอดีตแบบนั้นผมได้จริงๆ เหรอ ผมยังรู้สึกรังเกียจมันเลย...มันคือจุดผิดพลาดใหญ่มากๆ

แล้วพี่เก้าไม่รังเกียจจริงๆ เหรอ

“มันเป็นแค่อดีต” เขาเอื้อมมือมาจับกุมมือผมไว้แล้วบีบแน่น “ตอนนี้เราอยู่ในปัจจุบัน”

“...” ผมรู้สึกหายใจไม่ออก

“ปัจจุบันที่มีพี่เก้าอยู่”

เหมือนมีอะไรบางอย่างทุบลงกลางใจของผม ...อดีตที่ผิดพลาด คืนวันที่ทรมานกับลงแดงถอนพิษยาพวกนั้น แต่มันก็คืออดีต ตอนนี้ผมไม่ได้เป็นแบบนั้นแล้ว

ผม...กลับมาเดินในทางที่ถูกต้องแล้ว

มุมปากพยายามยิ้มอยากลำบากก่อนจะเอ่ยยอมรับความจริง...

“ผม ...ผมเคยเล่นยา” สูดลมหายใจเข้าลึกแล้วบีบมือพี่เก้าไปด้วย

เล่นยาเลยนะ

ไม่ใช่ยาคูลล์ด้วย

เสียงทุ้มว่าเบาๆ อย่างอ่อนโยน “คนเรามันผิดพลาดกันได้ และก็แก้ไขได้”

“...ไม่รู้เพราะอะไรถึงได้หันไปพึ่งของแบบนั้น” กะพริบตาไล่ความรู้สึก

ทำไมจะไม่รู้... รู้สิ ความเจ็บปวดที่ฝังลึกขนาดนั้น ทำไมจะจำไม่ได้... แน่นอนว่าชาตินี้ทั้งชาติก็ไม่มีทางลืมได้ลงอยู่แล้ว

ว่าแล้วผมก็เผลอยังมือขึ้นลูบลำคอตรงรอยสักไม้กางเขนเบาๆ ยามหวนรำลึกถึงเหตุการณ์ตอนนั้น นัยนต์ตาคมกริบของพี่เก้าหรี่มองท่าทางผมโดยไม่พูดอะไร

“ยังไม่พร้อมที่จะเล่าก็ไม่เป็นไร” พี่เก้าก็ยังคงเข้าอกเข้าใจลูบหัวผมไปด้วย “เรายังมีเวลาอยู่ด้วยกันอีกเยอะ”

มืออบอุ่นลูบหางตาของผมที่เหมือนมันจะอุ่นๆ ด้วยหยดน้ำตา

“จะเล่าเมื่อไหร่ก็ได้”

ผมเม้มปากแน่นแล้วพูดไม่ออกนอกจาก “ขอบคุณ”

“ไม่เห็นมีอะไรน่าขอบคุณเลย” ส่ายหัวหน่อยแล้วยกยิ้ม “ไม่เอา ไม่เศร้า เลิกคุยเรื่องนี้เถอะ” พี่เก้าหาทิชชูมาเช็ดหน้าเช็ดตาให้ผม “หมดหล่อแล้ว!

“ผมยังหล่อ!” ถลึงตาใส่รีบแย่งทิชชูมาเช็ดหน้าตาอย่างรวดเร็ว

เมื่อพูดถึงเรื่องหน้าตาแล้วความเศร้าหมางถูกเตะปลิวทันที

หันไปหาพี่เก้าอย่างเคร่งเครียด

“พี่เก้า”

“หือ?”

“มีกระจกมั้ย”

“...” เงียบกริบ

ผมเบ้ปากใส่เขาอย่างอารมณ์เสียก่อนจะเปิดกล้องหน้าของโทรศัพท์ ซึ่งก็ยังคงเป็นเครื่องโทรศัพท์ที่หน้าจอแตกอยู่ ยังไม่มีเวลาไปห้างสำหรับการซื้อโทรศัพท์จริงๆ จังๆ สักที

                “แล้วเรื่องรูป...พี่จัดการให้ผมแล้วใช่มั้ย” ไม่ค่อยอยากนึกถึงนักแต่ก็หวั่นๆ ไม่รู้ว่ามีรูปเฮงซวยอะไรบ้าง

                พี่เก้าพยักหน้า “ไม่ต้องกังวล วันนี้ก็เรียนให้สบายใจเถอะ”

                “อื้อ” พยายามยิ้มให้หล่อหน่อยแล้วจะลุกจากเบาะเพื่อลงรถเพราะตอนนี้รถก็จอดหน้าคณะวิศวะมานานแล้ว ในตอนที่มือจะเอื้อมไปเปิดประตู

                เสียงโทรศัพท์ของผมก็แผดเสียงร้องขึ้น...

               

                สายเรียกเข้า : ป๋านับหนึ่ง

 

                ผมมองนิ่งแล้วพ่นลมหายใจหนักๆ ...

 

                ไม่โทรมาชาติหน้าเลยล่ะ

ไอ้พี่บัดซบ!


          

-----------

...ช่วงนี้เดือนพรายจะมาช้าสักหน่อยนะคะ

ติดเรื่องสอบมหาลัยเน้อ

#นับเก้ารัก







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18.928K ครั้ง

2,111 ความคิดเห็น

  1. #56750 demonheart (@demonheart) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 01:48
    ถ้าออสตินคือลูเซี่ยน ลูเซี่ยนตาสองสี ไอศูรก็ตาสองสี กุว่าคนเดียวกันชัว #บอกเลยว่าตามทุกเรื่อง
    #56750
    0
  2. #54922 JTN_CAT (@JTN_CAT) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 07:59
    อ่านเรื่องนี้แล้วต้องเป็นโคนัน
    #54922
    0
  3. #54647 lovechan614 (@lovechan614) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 20:33
    ออสตินกับเฮียไอคนละคนกันรึเปล่าเพราะดูไม่สนใจไนน์เท่าไหร่ เรื่องไนน์อย่ายั่วเหมือนออสตินจะเป็นนายเฮียไอ และสั่งให้เฮียไอไป ทำหน้าซิลิโคนเพื่อปลอมเป็นออสตินตอนมีธุระ และตอนนี้ เฮียไออาจจะใส่หน้าของออสตินมาหานับสอง?
    #54647
    0
  4. #54257 RollzJI (@hgnn) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 19:08

    ออสตินกับไอศูรย์คนเดียวกันชัวร์ แต่ประเด็นคืดันไปสงสัยว่าในเรื่องไนน์อย่ายั่วดันมีคนชื่อไอศูรย์อีกคนเลยงงนิดหน่อย

    #54257
    0
  5. #54199 bow_26 (@bow_26) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 01:45
    ถูกใจออสตินอะ
    ออสตินกับเฮียไอเป็นคนเดียวกันแน่ๆเลย
    #54199
    0
  6. #54103 puppywang (@2543660) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 14:54
    อยากรู้อดีตของคู่นี้จริงๆเลย คงเจ็บปวดกันทั้งคู่จริงๆ ฮื่อออออออ
    #54103
    0
  7. วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 09:40
    พี่ออสติน กับ เฮียไอ แฝดป่ะ นับสองมีอดีตไรที่ทำร้ายใช่มั้ย
    #54071
    0
  8. #53674 soul_hyukjae (@soul_hyukjae) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 21:42
    จับมือกันไปนานๆนะ
    #53674
    0
  9. #52627 0924211827 (@0924211827) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:05
    สงสารน้องไนท์ที่สุดแล้วค่ะ ลูกกก ถ้าหนูได้จังหวะหนูต้องทรมานอิพี่ออสตินให้มันกระอักยิ่งกว่าขุ่นพี่เก้าเลยน้ะลูกก

    แม่เชียร์หนูเต็มที่!
    #เอ๊ะ! ตูเชียร์ผิดที่ป่าวหว่า
    #52627
    0
  10. #49597 sammiesam (@sammiesam) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 19:36
    ออสติน กับเฮียไอ นี่คือคนๆเดียวกันใช่ไหม?
    #49597
    0
  11. #47656 PCY_BBH_PLOY (@Chutiporn_ploy) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 03:47
    เคียดดดดดดดดด
    #47656
    0
  12. #47436 Nuna7446 (@nualnapafasai) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 18:03
    ก้อเเค่เล่นยา พี่เคยฆ่าคน=,=
    #47436
    0
  13. #46538 pim pimmi (@pim35225) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 21:11

    เนี่ยยยย ยัยน้องงงง

    #46538
    0
  14. #46030 golf8 (@golf8) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 19:37
    อ่านเรื่องนี้รู้สึกเหมือนเราจะไบโพล่า เศร้าไม่สุด อิลู๊กกกนับก็พาเปลี่ยนนอารม555...
    #46030
    0
  15. #45749 FDB88 (@FreedomBlood88) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 01:26

    ไอกับออสคนเดียวกันมั้ยนะ อิพี่กับน้อง จะซึ้ง จะเครียด หรือจะฮาดี

    #45749
    0
  16. #45702 Miko_Chan2002 (@Miko_Chan2002) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 03:52
    เหมือนออสกับเฮียไอเป็นคนเดียวกัน ใช่มั้ยนะ...
    #45702
    0
  17. #45267 jessireal (@jessireal) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 01:55
    สรุปไอออสคนเดียวกันสินะแต่ไปทำศัลมาเพื่องาน?
    #45267
    1
    • #45267-1 palmy3050 (@palmy3050) (จากตอนที่ 46)
      28 ธันวาคม 2561 / 19:01
      คิดว่าคนละคนเพราะมีตอนไอ กับออส เถียงกันเรื่องนับสอง อีกอย่างไม่น่าศัลยกรรม เพราะถ้าจะเปลี่ยนหน้าซิลิโคนก็ได้อะ
      #45267-1
  18. #45248 97line (@mysocute) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 23:23
    ไอกับออสตินคือคนเดียวกัน?
    #45248
    0
  19. #44965 Just Right (@kae-7-) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 05:53
    คือแบบตอนที่น้องบอกว่าคิดถึงเฮียไอมาก แล้วระเบิดใส่ไนน์คือเราน้ำตาไหลอ่ะ คืออินเลยล่ะ เข้าใจความรู้สึกนับสองเลยว่าคิดถึงมากๆแต่เจอไม่ได้เป็นไง
    #44965
    0
  20. #44086 Tempo_Musician (@Tempo_Musician) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 01:17
    หลายอารมณ์สุดๆ เฮียไอจริงๆใช่มั้ย แล้วจริงๆออสตินกับไนน์เป็นพี่รหัสกันจริงๆใช่มั้ย หรือว่าออสตินกับไนน์มีความลับกับคนในบ้าน แต่ขอพี่เก้ามาเป็นของตัวเองได้มั้ย 5555 แต่กลัว กลัวว่าวันหนึ่งพี่เก้าจะเป็นอะไรไป กลัวพี่เก้าโดนจับตัวไป ไม่เอานะ ทรมานหัวใจ จะว่าไป นับสองก็ฉลาดนะ
    #44086
    0
  21. วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 18:49
    ขำเฮียไอ5555 ถ้าจะหวงน้องขนาดนี้นะ แต่คือตอนนี้ร้องไห้หนักมากอะ แต่ออสตินนี่คืออ่อนโยนกับน้องมากกก น้องก็สงสัยให้สุดไปเลยค่าาา ให้ถักเปียให้ขนาดนี้แล้ววว ไนน์น่าจะสงสัยอะไรบ้างแหละ ทั้งเล่นหัว ทั้งทำข้าว
    #43946
    0
  22. #43935 rattanalak44 (@rattanalak44) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 15:15

    รออออออ
    #43935
    0
  23. #43933 Ployploygalaxy (@Ployploygalaxy) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 14:56
    นับสองต้องเป็นไบโพล่าร์แน่เลย 5555+
    #43933
    0
  24. #43884 Kun Kuna (@firstsineun) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 23:49
    ใจเย็นหนะนับสองนั่นพี่ชายนะ55
    #43884
    0
  25. #43849 mizasa_G (@mizasa2342) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 20:31

    เล่นเอง ตบมุกเอง ใครจะทำไม! //เอ๊าาา นี่ยังไม่ทันได้ว่าไรเลยนะ ร้อนตัวจริงนับเนี่ยยยย

    #43849
    0