นับ เก้า รัก [YAOI]

  • 300% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 3,364,764 Views

  • 57,385 Comments

  • 58,052 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    172,883

    Overall
    3,364,764

ตอนที่ 44 : อ้อยคว่ำครั้งที่ 38

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 107621
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13630 ครั้ง
    2 ธ.ค. 61

[เก้า]

 

                “วันนี้เค้าขับเองนะ”

                ไนน์ว่าสรุปแล้วโยนพวงกุญแจรถในมือเล่น ผมพยักหน้าไป อะไรที่ไม่มากเกินไปผมก็ไม่เคยขัดใจไนน์อยู่แล้ว ผมกับไนน์เตรียมจะพากันเดินออกจากห้องแต่ต้องชะงักเมื่อมีคนมาปรากฏตัวตรงหน้า

                “มาได้ยังไง” ไนน์ถามทันทีอย่างตกใจ “เอ๊ะ หรือคิดถึงพี่เหรอ”

                “มาหาพี่อ๋องน่ะครับ เขาอยู่มั้ย” ญาติผู้น้องไม่ได้ใส่ใจกับมือไม้รุ่มร่ามของไนน์เลย เขาหันมาถามกับผมในมือก็ถือซองเอกสารอยู่

                “อ๋องเพิ่งออกไปเมื่อกี้เอง” ไนน์ตอบให้แล้วส่ายหน้า “ไม่ได้บอกว่าจะกลับเมื่อไหร่”

                ใบหน้าหล่อเหลาของไต้ฝุ่นนิ่งไปเล็กน้อย ผมเห็นร่องรอยความเคร่งเครียดบนหน้าผากจึงอดไม่ได้ที่จะถามออกไป “มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นรึเปล่า”

                “พี่อ๋องไปขัดขาคนมากเกินไป” ไต้ฝุ่นจ้องหน้าพวกผมนิ่งๆ “น่าจะแค้นไม่น้อย”

                ไนน์เป็นคนมือไวอยู่แล้วเรื่องหยิบฉวยฉกของในมือคนอื่นนั้นง่ายดาย ไต้ฝุ่นเผลอนิดเดียวเอกสารในมือก็หายไปแล้ว ผมกุมหน้าผากก็ความสาระแนสุดกู่ของไนน์

                มันเปิดซองหยิบเอกสารมาดูอย่างรวดเร็ว ผมไม่ได้ใส่ใจมากจึงไม่เห็นแววตาประกายสังหารของไนน์ไม่นานก็จางหายไปเหลือเพียงแววตาใสๆ

                “อ๋องนี่ชอบหาเรื่องใส่ตัวจริงๆ เนอะเก้า” เสียงบ่นของไนน์ว่ากระปอดกระแปดเก็บเอกสารลงซองตามเดิม “คราวนู้นก็ชาวจีน คราวก่อนหน้าก็คนบราซิล”

                อ๋องเป็นคนที่ชอบทำธุรกิจและโหดเอาเรื่อง ในสายตาคือเงินกำไรขาดทุนใครจะล่มละลายก็ช่าง

                คนเราไม่เกี่ยงที่จะมีเงินมากขึ้น

                ผมไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจเอกสารการเงินเลยไม่รู้เท่าไหร่ ไต้ฝุ่นเปรยตามองยิ้มๆ “แล้วชาวจีนคนนั้นก็แขวนคอตายไปแล้ว แถมคนบราซิลคนนั้นก็เหมือนจะถูกลอบฆ่าด้วย... พี่ไนน์รู้เรื่องนี้รึเปล่าครับ”

                ผมหันขวับไปมองน้องชายทันที... ไนน์ไม่มีท่าทีผิดปกติใดๆ เพียงทำตาโตตกใจ

                “เพียงเคยได้ยินนี่แหละ”

                ไต้ฝุ่นผงกหัวแล้วยิ้ม “ผมว่าอีกสักพักคน ในมือพี่ไนน์ก็คงไม่ต่างกันครับ”

                “คนพวกนี้ชีวิตเอาแน่เอานอนไม่ได้หรอก” ไนน์โคลงหัวไปมาแล้วยื่นเอกสารให้ผม “ไต้ฝุ่นนี่เด็กน้อยจริงๆ เรื่องแค่นี้ต้องให้สอนเหรอ”

                ผมฟังแล้วก็รู้สึกว่ามันมีอะไรผิดปกติแต่ก็ไม่รู้ว่าผิดปกติตรงไหน

                “แล้วนับสองเป็นยังไงบ้างครับ” เบนความสนใจมาที่ผมอีกครั้ง

“ก็โอเคอยู่” เสียงผมอ่อนลง

“พี่รีบหาทางแก้ปัญหาเถอะ ปล่อยไว้นานจะไม่ดี” น้องมันแนะนำอย่างจริงใจ “บางครั้งเราก็ไม่ต้องเสนอความจริงออกไป แค่ทำให้คนเชื่อว่ามันจริงก็พอครับ”

“ทำไมน้องฝุ่นเป็นคนร้ายๆ แบบนี้เนี่ย” น้องชายฝาแฝดผมทำท่าทางรับไม่ได้ “เอาน้องเล็กผู้ขาวผุดผ่องคืนมานะ!

...ทีสโตนมันยังมีคนขาวผุดผ่องอีกเหรอ

ถ้าจะขาวผุดผ่องก็ไม่ใช่มึงคนแรกแหละไอ้ไนน์

ความคิดมึงนี่อกุศลตลอด!

การอยู่ร่วมกับไนน์คือต้องเมินและน้องมันก็ไม่ใส่ใจไนน์เลยสักนิด “เราไม่เคยต้องเลือกวิธีการอยู่แล้ว เราสนแค่ผลลัพธ์เท่านั้น... พี่ก็สอนผมเองนะ”

ใช่... เพื่อเป้าหมาย

เราไม่จำเป็นต้องสนวิธีการ

คนไม่รู้ความจริง

เพราะงั้นผมจะเสกปั้นแต่งอะไรออกมาก็ได้...

ทำไมผมคิดไม่ได้วะ! เผยยิ้มออกมาเมื่อค้นพบแนวทางการแก้ไขของปัญหาเรื่องการสาดโคลนใส่นับสองได้แล้วไต้ฝุ่นหลังจากแนะนำชี้ทางจบก็ไม่อยู่นานนักส่งเอกสารจบแนะนำผมเสร็จก็จากไปทันที

                เพราะอ๋องไม่อยู่ห้อง คิวก็ไม่อยู่ดังนั้นเอกสารนี้จะวางไว้สุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ก็พกติดตัวลงมาด้วย...

                ไนนฺเข้านั่งประจำตำแหน่งคนขับ ผมก็สอดตัวเข้ามานั่งด้านข้างเรียบร้อยแล้วก็ออกเดินทาง

                “ทำไมช่วงนี้มีแต่เรื่องนะ ไปทำบุญกันมั้ย” ไนน์หันมาชวนผมคุยในขณะที่ผมเปิดเอกสารดูบ้าง... เหมือนนักธุรกิจคนนี้จะโดนอ๋องแย่งชิงตลาดการขายเสื้อผ้ามาสิบห้าเปอร์เซ็นต์... ก็ค่อนข้างเยอะอยู่

                “มึงเข้าวัดไม่ร้อนเหรอ” ถามซื่อๆ

                “ร้อนมาก เห็นพระนี่กรี๊ดแตกเลย ถุย! พอใจยัง!” เบะปากใส่อย่างงอนๆ

                “พักนี้ก็ระวังตัวหน่อย” เอ่ยเตือนจอมซุกซนอันดับหนึ่ง

                “รับทราบครับ” เสียงไม่ได้ดูหวั่นเกรงต่ออันตรายเลยแม้แต่น้อย

                ผมหลับตาลงหลังดูเอกสารครบแล้วตอนนี้กำลังทุ่มสมาธิความคิดอยู่กับเรื่องของนับสองว่าจะทำยังไงกับข่าวดีนะ จะสร้างเรื่องอะไรให้มันดูดีขึ้นมาและไม่ผิดที่จะกระทืบคนแก่เวรนั่น

                ต้องโยนความผิดใส่หัวไอ้แก่นั้น... ความผิดอะไรดีที่มันต้องร้ายแรงจนน่ากระทืบไม่สนอายุ...

กำลังคิดอยู่เงียบๆ ระหว่างที่เดินทางไปยังโกดังยิ่งออกไกลจากตัวเมือง รถก็เบาบางลง...

                ในความเงียบเสียงไอ้ไนน์ดังขึ้น...

 

                “เก้า... มีคนสะกดรอยตาม”

 

 


 

                “บอสครับ เหมือนพวกเขาจะรู้ตัวแล้ว”

                เสียงรายงานดังขึ้นจากด้านหน้าให้เจ้านายที่นั่งหลับตาอยู่เบาะหลังฟังอย่างระมัดระวัง ...ประกายแสงสีเงินของหน้ากากสะท้อนเป็นครั้งคราวยามแสงไฟด้านนอกกระทบลงมา

                เป็นเวลานานกว่าจะมีเสียงเอื้อนเอ่ย... เป็นน้ำเสียงเฉยชาและเกียจคร้านไม่ได้มีโทสะอย่างที่คิด...

                “...ตัวน่ารำคาญ”

                ไม่มีอะไรเอื้อนเอ่ยมาอีกแต่คนขับก็เหงื่อตกไปแล้ว

                “เอายังไงต่อดีครับบอส”

                เงียบ...

                ชายที่นั่งอยู่ด้านหลังกำลังจมอยู่ในความคิดของตัวเอง... ในรถข้างหน้ามีอยู่สองคน ...สองในสามฝาแฝดทายาทสายรองของทีสโตน

                อืม เคี้ยวไม่ง่ายเลยจริงๆ

                “ทำให้พวกนั้นรู้ตัวถือว่าเป็นความผิดของคนขับรถ”

                อับบาสผู้รับหน้าที่เป็นสารถีขับรถจำเป็นเฉพาะกิจอ้าปากค้าง... เดี๋ยวนะ เขาผิดอะไร!

                เขาก็ทำตามขับคำสั่ง

                บอสบอกให้ผมขับตาม ผมก็ขับ!

                ความเร็วที่ใช้ บอสก็กำหนด!

                แล้วผมผิดอะไร!

                อยากเถียงแต่กลัวตาย...ขอเงียบแล้วกัน

                น้ำเสียงเฉยชากล่าวต่อ “รู้แบบนี้ ฉันเรียกคนอื่นดีกว่า” เพราะมันฉุกเฉินและรีบเร่งเลยไม่ได้ใช่คนขับรถประจำที่มีฝีไม้ลายมือในการสะกดรอย

                ลูกน้องได้แต่รำพันในใจ... ต่อให้เอาใครมาขับก็ต้องถูกจับได้อยู่ดีเพราะเส้นทางตรงนี้มันเป็นเส้นทางเปลี่ยวแทบจะร้างผู้คน บ้านช่องก็ไม่มี ยิ่งพ้นเขตเมืองมายิ่งเห็นได้ชัดว่าถูกตาม

                ใครไม่รู้ว่าถูกสะกดรอยก็โง่แล้ว!

                “แล้วตกลง...จะทำยังไงดีครับ”

                “ขับต่อ” ปากเอ่ยช้าๆ แล้วยกยิ้มมุมปากในแววตาปรากฏร่องรอยของความสนุกเล็กน้อย เขาเองก็อยากจะรู้จริงๆ ว่าในสถานการณ์ไล่ล่าน่ารำคาญแบบนี้

                เจ้าเด็กพวกนี้จะทำยังไง

                ...อยากรู้เหมือนกัน

                ...พวกนายจะหนีฉันพ้นรึเปล่า...

                นัยน์ตาสวยสองสีจ้องมองไปที่รถหรูที่เหมือนจะเพิ่มความเร็วขึ้นก็แค่นหัวเราะ...

เด็กไม่ดี ขับรถเร็วมันอันตรายนะรู้มั้ย

                เล่นสนุกพอประมาณก่อนจะเข้าสู่โหมดจริงจังตามเดิมไม่ลืมเป้าหมายของงานในค่ำคืนนี้ ...มาตามเก็บหนี้แค้นส่วนตัวให้น้องชายที่รัก

                “ฉันต้องได้ไอ้เด็กมาร์ค...”

                จะทำอะไรก็ทำ

                แต่เหลือลมหายใจให้หน่อยก็ดี

                ยังมีเรื่องต้องเคลียร์กับไอ้เด็กนั่นอยู่...

                ชายสวมหน้ากากเอ่ยถามกับลูกน้อง “อันที่จริง... ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน”

                “...” ตอนนี้ผมไม่อยากรู้อะไรทั้งนั้นครับบอส!

                “น้องเขยจะทนได้แค่ไหน”

                ...หน้ากากเจ้าชายแสนดีก็มีแต่น้องเขาเท่านั้นที่หลงเชื่อ

                ทายาททีสโตนที่อำมหิตที่สุดไม่ใช่อ๋องหรือไต้ฝุ่น

                แต่เป็น...เก้า

               

 

 


“เก้า ฟังอยู่มั้ย”

                ไนน์เห็นผมนิ่งเงียบไม่พูดอะไรก็ถามซ้ำ ผมได้สติขึ้นมาก็เปิดเก๊ะด้านหน้าที่ข้างในมีกระบอกปืนวางอยู่พร้อมกระสุนอีกจำนวนหนึ่ง

                ตัวปืนนั้นยังไม่ได้ใส่ซองกระสุน ผมจึงจัดการใส่อย่างรวดเร็วตามความเคยชินแม้จะไม่จับมาสักพักใหญ่

                “มึงขับต่อไป ดูท่าที” ผมสั่งเด็ดขาดแล้วตัวเองก็หันไปมองด้านหลัง

                รถวีออสสีเทาดูธรรมดาขับตามหลังเรามาไม่ช้าไม่เร็วดูแล้วไม่น่าผิดปกติอะไร “ไนน์ มึงแน่ใจนะ” หากเป็นคนธรรมดาบริสุทธิ์ขึ้นมาจะแย่

                “เห็นตามมาตั้งแต่ในเมือง สักสามสิบนาทีได้”

                ผมขมวดคิ้วแล้วกระชับปืนในมือแน่นขึ้นแต่ที่สงสัยก็คือ... “กูเพิ่งรู้ว่ามึงสนใจเรื่องแบบนี้ด้วย”

                “เกาะให้แน่นๆ เถอะ” มันไม่ตอบแต่กลับกระทืบเหยียบลงที่คันเร่งมิดเท้า หน้าปัดความเร็ววาดไปที่หนึ่งร้อยแปดสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง มือผมจับยึดเบาะไว้ได้ทันไม่งั้นได้มีหงายแน่ๆ

                ไนน์ขับรถเร็วมากด้วยเส้นทางที่โล่งกว้างยิ่งไม่มีอะไรให้เกรงใจ มันพยายามหาซอกซอยขับเข้าซอยนั้นตรอกนี้จนตาผมลายไปหมดแต่ก็เป็นอย่างที่มันพูดจริงๆ...

                รถคันนั้นตามเรามา

                หรือจะเป็นศัตรู?

                “Damn it!” ไอ้ไนน์สบถอย่างโมโหที่สลัดไม่หลุด ผมเห็นมือมันกำพวงมาลัยรถแน่นมาก “กัดไม่ปล่อยเลยจริงๆ”

                ผมประหลาดใจตรงที่พวกมันไม่เร่งรถเข้ามาขวางหรือสวนกลับมาเพียงไล่ตามมาเท่านั้น ต้องการอะไรวะ แต่ผมไม่มีเวลามาเล่นเกมวิ่งไล่จับ

                มิตรหรือศัตรูไม่ใช่เรื่องที่ผมต้องคิดอีกแล้ว

                ไม่มีสัญญาณบ่งบอกและทำตัวกวนประสาทแบบนี้... ก็ถือว่าเป็นศัตรูแล้วกัน

                ที่สำคัญคือเส้นทางนี้ตรงไปยังโกดังลับไม่อาจให้คนภายนอกตามไปได้... หรือจะเป็นตำรวจ? ช่วงนี้อ๋องบ่นอยู่ว่ามีตำรวจสากลมาจับตาดูโรงงานแถวนน

                สมองตอนนี้แทบจะระเบิดอยู่แล้ว สุดท้ายผมก็ตัดสินใจยื่นมือไปหยิบหาลำกล้องปืนมาใส่ให้ปลายกระบอกปืนเพื่อเพิ่มระยะและความแม่นยำ ไอ้ไนน์ทำตาโตแล้วอุทาน

                “เชี่ย รถมึงเก็บอะไรไว้บ้างวะ”

                ซองกระสุนปืนหลายชนิด ลำกล้อง กระบอกเก็บเสียง...

                เช็กสภาพปืนให้พร้อม “ว่างก็ลองค้นดูสิ” ตบปุ่มลดกระจกด้านข้างลง เสียงลมพัดดังเสียดแทงเข้ามาในหู

                “ถ้ามึงบอกว่ามีไรเฟิล กูก็เชื่อ”

                มุมปากของผมยกขึ้นยิ้มก่อนจะเคลื่อนไหวร่างกายอย่างรวดเร็วเมื่อกระจกลงจนสุดแล้ว ผมนั่งลงที่ขอบหน้าต่าง ร่างกายท่อนบนอยู่นอกรถต้องรับกับแรงปะทะของสายลมรุนแรงที่ต้านกับความเร็วของรถ

                “บางทีอาจจะมีก็ได้”

                “เจ๋ง!” ไนน์หัวเราะร่าอย่างชื่นชอบ...เด็กซะจริง

                ผมยกปืนขึ้นแล้วจ่อไปที่รถวีออสสีเทา... ตอนนี้ผมไม่มีเวลาเล่นและกำลังอารมณ์ไม่ดีมากๆ

                เรื่องของนับสองสำคัญที่สุด

                ทุกนาทีมีค่า

                จะมาเสียเวลากับมดแมลงน่ารำคาญไม่ได้

                ยามแสงไฟกระทบผ่านมองให้เห็นคนในรถคันนั้น ผมเห็นสีหน้าตกใจของคนขับรถที่มันคงไม่คาดคิดว่าผมจะจัดการขั้นนี้แต่เพราะมืดไปเลยมองไม่เห็นรายละเอียดของหน้าตา แต่สิ่งที่ผมเห็นในเบาะหลังของคนขับคือช่วงขายาวที่มีเส้นผมวางพาดอยู่บนตัว...

                ไม่ใช่ผมสีดำ...

                แต่เป็นผม...สีขาวสว่างราวกับปีศาจ

                หัวใจของผมบีบเกร็งขึ้นมาทันที คนคนนี้เป็นใครแค่เห็นรูปร่างเพียงเสี้ยวหนึ่งจากระยะไกลยังรู้สึกถึงอันตรายแต่ว่าไม่ว่าจะเป็นใคร

                หากทำให้หวาดกลัว

                ก็ต้องกำจัดทิ้ง!!

                "โทษที ฉันไม่มีเวลาเล่นกับนาย"

              

                 ปัง!!

 

                



                รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมฉาบบนใบหน้าหล่อเหลาเป็นเอกเรือนผมสีอ่อนปลิวสะบัดไปตามกระแสลมท่าท่วงการถือปืนถูกต้องบวกพร้อมความมั่นใจเหลือล้นในแววตา...

                สีหน้าของชายผมยาวสวมหน้ากากเปลี่ยนสีทันที “หยุดรถ!

                “กระจกรถกันกระสุนครับบอส ไม่ต้อง...” ไอ้โง่เอ๊ย!

                เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่ตัวคนแต่เป็น...

                ปัง!!

                เสียงระเบิดของล้อรถดังขึ้นทำให้รถเสียหลักอย่างรุนแรงแล้วที่น่าตายกว่านั้นคือมันจงใจยิงในช่วงโค้งอันตรายที่หากเสียหลักแล้วรถก็จะพุ่งตกคลอง...

                สิ่งที่เก้ามอบให้คือความตายดีๆ นี่เอง

               เสี่ยงโชคเอาเองว่าจะรอดหรือตาย...ไอ้เด็กเวร

                แต่ด้วยประสบการณ์ช่ำชองในสนามเลือดแล้วคนในรถทั้งคู่หาได้ตื่นตระหนก อับบาสถึงจะตกใจแต่ไม่นานก็รีบประคองรถและหักพวงมาลัยอย่างรุนแรงเพื่อเปลี่ยนวิถีเส้นทางและเหยียบที่เบรก

                เอี๊ยดดดดด

                เสียงล้อขูดไปกับถนนแสบบาดแก้วหูจนแทบแตก ไอศูรย์นั่งนิ่งไม่ยี่หร่ะต่อสภาพย่ำแย่คล้ายกำลังนั่งชมละครเวทีหนังโฟร์ดีสักเรื่อง

                ไม่นานรถก็หยุดลงห่างจากรั้วกั้นถนนกับคลองใหญ่ไม่กี่นิ้ว...

                “บอสครับ...” สารถีจำเป็นถอนหายใจอย่างโล่งอกแต่เพราะรถหมดสภาพไปแล้วจึงไม่สามารถตามต่อได้ ไอ้เด็กนั้นจงใจยิงล้อถึงสองข้าง

                ต่อให้มียางเปลี่ยนแต่ก็เปลี่ยนได้แค่หนึ่งล้อเท่านั้น...

                “ตามฟีนิกซ์” ใบหน้าของเขาเรียกว่ามืดครึ้มเตรียมจะก่อพายุฝนฟ้าคะนองอยู่แล้ว ลูกน้องผู้ภักดีถึงกับกลืนน้ำลายหวาดๆ

                เขาเชื่อว่าบอสต้องไม่คาดคิดแน่ๆ ว่าเด็กคนนั้นจะกล้าบ้าบิ่นขนาดนี้…  เห็นอารมณ์ที่ไม่ดีมากๆ ของเจ้านายแล้วอับบาสไม่กล้าชักช้ารีบต่อสายหามือขวาของไอศูรย์ทันที

                คนสวมหน้ากากเดินลงจากรถไปสูดอากาศเข้าปอดเพื่อให้ตัวเองใจเย็นลงแต่ดูแล้วน่าจะเย็นลงยาก

                มองล้อรถที่ระเบิดกระจายด้วยสีหน้าเย็นเยือก วิธีของเด็กนั่นก็ถูกแล้วเพื่อไม่ให้ตามต่อก็จะยิงที่ล้อรถไม่เลือกยิงที่กระจกเพราะบุคคลประเภทนี้มักใช้กระจกกันกระสุน

                เลือกยิงที่ล้อก็เหมือนจะเหลือทางรอดให้คนในรถ แต่ไอ้เด็กอำมหิตคำนวณเส้นทางอย่างดีหากยิงโดนแล้ว รถของเขาต้องถลาตกคลองแน่ๆ

                “นับสอง... น้องชอบคนคนนี้ได้ยังไง”

                รู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมาเลยจริงๆ ให้ตายสิ

                  อันตรายขนาดนี้

                เจอครั้งแรกจะฆ่าพี่ชายน้องขนาดนี้

                เขาแค่แหย่เล่นนิดเดียวเองนะ

กูไม่ให้คบเว้ย!

 

 

              

 

                หลังจากยิงออกไปแล้วก็สอดตัวกลับเข้าไปในรถโดยไม่มองเบื้องหลังเลยสักนิดว่าจะมีสภาพเป็นยังไง ผมถอดลำกล้องออกแล้วโยนมันกลับเข้าไปในเก๊ะหน้ารถ

                ไนน์มองดูผลงานผ่านทางกระจกข้างและกระจกหลังอย่างตื่นตาตื่นใจ

                “ไม่โหดไปหน่อยเหรอ”

                “ไม่ได้เอาถึงตายสักหน่อย” ถ้าหยุดรถทันน่ะนะ พวกมันก็ไม่ถึงตาย “ยังไงก็ให้ตามต่อไม่ได้”

                สัญชาตญาณมันบอกผมว่าคนในรถไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปเพราะงั้นสิ่งที่ผมทำไว้ถึงจะดูเป็นเรื่องใหญ่โตแต่ถ้าไม่ทำ ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะมีอะไรตามมาอีกบ้าง

                ความหวาดระแวงหากกำจัดทิ้งได้ก็กำจัด

                “กูสงสัยว่าแม่งจะเป็นตำรวจจริงๆ นะ” ไนน์พึมพำว่าขึ้น “หวังว่าไม่ใช่พรุ่งนี้มึงถูกเชิญไปโรงพักล่ะ”

                “พรุ่งนี้ค่อยคิด” ผมก็ไม่ใช่ประเภทที่กลัวอะไรอยู่แล้ว

                “มึงมันใจร้อน”

                “นี่กูใจเย็นที่สุดแล้วนะ”

                หลังจากเป่ากระสุนออกไปแทนที่ผมจะรู้สึกสงบใจลงบ้างแต่มันกลับพุ่งพล่านกระหายเลือดมากกว่าเดิม อารมณ์ที่ผมพยายามซ่อนมาครึ่งวันใกล้จะปะทุอีกครั้ง

                เมื่อหลับตาซ่อนความคิดภาพของนับสองที่กำลังหวาดกลัวหน้าซีดมันกระแทกลงมากลางใจเต็มๆ...

                จะหวาดกลัวทำไม คนดี

                มีพี่เก้าอยู่ทั้งคน

                ยังมีอะไรต้องกลัวอีก

                ผมหนีหลับพักสายตา ไนน์เลยหันไปตั้งใจตั้งสมาธิในการขับรถแทน โกดังรอบนี้ค่อนข้างอยู่ไกลข้ามเขตจังหวัดเลยทีเดียว หนึ่งชั่วโมงก็เข้ามาหน้าโกดังเก็บของหลังโรงงานทอผ้า... ธุรกิจทีสโตนค่อนข้างเยอะนะครับ

                “ที่นี่น่ากลัวเป็นบ้า”

                เสียงหวาดๆ ของน้องชายกล่าวบ่นแล้วมองรอบตัวที่ไม่มีแสงไฟเลยสักนิด มีแต่ไฟในโกดังที่ไม่ได้สว่างมาก ผมก้าวเดินเข้าไปด้านในด้วยความสงบเยือกเย็น

                หน้าประตูก็เหมือนเดิมที่ต้องมีลูกน้องยืนเฝ้าเพื่อระวังคนนอก ความรอบคอบเป็นสิ่งสำคัญเพราะเราไม่รู้ว่าจะถูกจู่โจมเมื่อไหร่

                พื้นที่ในโกดังนั้นโล่งกว้างแทบไม่มีของอยู่เลย สายตาผมมองไปที่ใจกลางโกดังแล้วก็เลิกคิ้วขึ้นหน่อยๆ โซ่เส้นยาวสองเส้นผูกห้อยลงมาจากคานกำลังพันธนาการมือทั้งสองข้างของเหยื่อที่น่าสงสารไว้แน่น

                สองมือนั้นคงพยายามสะบัดโซ่ออกถึงได้ถูกบาดจะเลือดโชก... ใบหน้าของมันยังคงมีแผลอยู่ให้เห็นแต่นั้นก็เป็นฝีมือของจิน

                ลูกน้องของผมน่ารักจะตายไม่เคยแตะต้องเหยื่อจนกว่าจะมีคำสั่งลงมา

                เสียงรองเท้าหนักๆ ของคนมาใหม่เรียกความสนใจได้เป็นอย่างดี รอยยิ้มหวานจัดถูกหยิบขึ้นมาใช้และมันยิ่งทำให้เหยื่อที่น่าสงสารสั่นระริกยามเงยหน้ามอง

                “พี่เก้า...”

                “รอนานรึเปล่า” ผมถามด้วยน้ำเสียงละมุนขณะเดินเข้าไปใกล้ “แต่พี่รีบที่สุดแล้วนะ”

                มาร์คแสดงออกถึงความหวาดกลัวในตัวผมอย่างชัดเจนก้มหน้าไม่ยอมสบตา ผมถอดเสื้อโค้ตสีดำราคาแพงโยนไปให้ลูกน้อง

                ถ้าเปื้อนเลือดแล้วมันซักออกยาก

                “พี่ พี่ปล่อยผมไปเถอะ” เสียงสั่นกลัวเอ่ยออกมา “ผมกลัวแล้ว ผมขอโทษ”

                รอยยิ้มของผมหุบฉับพร้อมกับหลังมือที่ฟาดใส่หน้าอีกฝ่ายอย่างรุนแรง ครั้งเดียวก็เลือดกบปากแล้วบังเอิญที่มือผมวันนี้ใส่แหวนมาถึงสี่ห้าวง

                “ขอโทษเหรอ?” เอ่ยทวนเสียงสูง “กูใช่คนที่มึงต้องขอโทษเหรอ!

                ผัวะ!

                กำหมัดแน่นแล้วต่อยเข้าไปเต็มเหนี่ยวจนร่างกายของมาร์คแทบทรุดไปกับพื้นแต่ทว่ามีโซ่ตรึงฉุดมือไว้อยู่ไม่ให้ล้มลงไป ผมมองมันที่กำลังร้องเจ็บปวดสำลักเลือดด้วยแววตาไร้เมตตา

                คนที่มึงควรขอโทษ

                มันคือนับสอง...

                “ผมจะไป แค่ก ขอโทษนับสอง” มันรีบเอ่ยละล่ำละลัก

                ฟังแล้วก็รู้สึกยิ่งรังเกียจ มุมปากกดต่ำลงแล้วเอ่ยถาม “มึงยังมีหน้าโผล่ไปให้นับสองเห็นอีกเหรอ” ถ้านับสองเห็นมึงในสภาพนี้?

                ถ้ามึงบอกนับสองว่ากูทำ

                นับสองก็ต้องหวาดกลัว

                นับสองก็จะหนี...

                “มึงตั้งใจจะทำให้นับสองเกลียดกูใช่มั้ย!” แววตาผมวาววับด้วยแรงโทสะ มือกระชากคอมันมาแล้วเขย่าอย่างแรง “มึงคิดจะทำลายกูใช่มั้ย!!

                นับสองต้องไม่รู้เรื่องนี้ ต้องไม่รู้!

                “แค่ก ไม่ ไม่ใช่!” มาร์คพยายามฝืนพูด “ผมขอโทษ ขอโทษ ปล่อยผมไปเถอะ”

                “ปล่อย? ปล่อยให้มึงไปทำร้ายนับสองอีกน่ะเหรอ!

                สติของผมมักควบคุมไม่ได้เมื่อมีเรื่องราวที่ผูกเกี่ยวกับนับสอง หลังตวาดไปแล้วอารมณ์ผมก็ยิ่งพุ่งสูงเทียมฟ้ายิ่งมองหน้ามันยิ่งนึกถึงนับสองที่กำลังร้องไห้ในอก

                “นับสองมันไปทำอะไรให้มึงฮะ!” ความเจ็บปวดความโศกเศร้าในดวงตาซุกซนนั้นผมจำได้ดี

                ร่างกายของผมไปตามเสียงบ้าคลั่งในหัวใจ... หมัดแล้วหมัดเล่ากระทบลงบนหน้าเละๆ ยับเยินไม่สนใจฟังเสียงอ้อนวอนขอความเมตตา

                “มึงทำให้คนดีของกูต้องร้องไห้!

                “อุก!” ฟันแท้กระเด็นหลุดออกจากปากยิ่งทำให้เลือดไหลมากกว่าเดิม

                “มึงทำให้นับสองต้องเจ็บปวด!

                “นับสองเห็นมึงเป็นเพื่อน”

                “แล้วมึงทำแบบนี้ได้ยังไง!

                คำถามมากมายที่นับสองถามหากับผมตอนร้องไห้เหมือนจะขาดใจถูกผมหยิบยกขึ้นมาถามไอ้เด็กเหี้ยนี่ทั้งหมด มันร้องไห้แล้วพูดซ้ำไปซ้ำมาว่าผิดไปแล้ว

                ดวงตาของผมแดงก่ำด้วยความโกรธ โกรธจนอยากจะฆ่ามันให้ตาย!

                “ปลดโซ่!” ผมถอยหลังไปก้าวแล้วให้ลูกน้องมาปลดโซ่ไอ้มาร์ค

                ตุ้บ...

                ร่างกายไร้เรี่ยวแรงของมันร่วงหล่นไปนอนกองกับพื้นสกปรก ลูกน้องรู้หน้าที่รีบถอยห่างอย่างรวดเร็ว ผมก้าวไปหามันแล้วง้างเท้าเตะเข้าท้องมันอย่างแรง

                “โอ๊ย อย่า ได้โปรด” ยิ่งมันร้องก็ยิ่งทำให้ผมคึกคัก

                รอยยิ้มเย็นชาขยับกว้างขึ้นเรื่อย

                “ร้องสิ! ร้อง!

                ผัวะ! ตุ้บ! ตั้บ!      

                ภายในโกดังนั้นเงียบกริบบรรยากาศมาคุวนอยู่รอบตัว ไม่มีใครกล้าส่งเสียงใดๆ ได้แต่ยืนหลั่งเหงื่อเย็นๆ มองเจ้านายเด็กกำลังคลุ้มคลั่งกระทืบคนโชคร้ายอยู่เงียบๆ แววตาไร้ความรู้สึกราวกับที่กำลังกระทบอยู่นั้นไม่ใช่คน

                นับว่าเจ้านายน้อยนั้นใจดีมากแล้ว... หากใช้วิธีตามแบบฉบับมาเฟียแล้ว

                เด็กนั้นก็มีแต่ตายกับตาย

                คนรักของมาเฟีย...

                มีแต่คนไม่รักชีวิตเท่านั้นแหละที่กล้าแตะต้อง

                ไนน์นั่งอยู่บนลังไม้ห่างจากพี่ชายประมาณสามเมตรกำลังควงมีดในมือเล่น แววตาเฉยชามองดูอดีตเพื่อนรักของนับสองถูกเตะเงียบๆ

                ยิ่งเวลาผ่านไปเรี่ยวแรงของเก้าก็ยิ่งมากขึ้น ความโหดร้ายก็ยิ่งตามมา...

                กร๊อบ!

                อ๊ากกกก!

                เสียงกระดูกหักพร้อมด้วยเสียงร้องราวกับถูกเชือดทำให้หลายคนหน้าซีด ฝ่าเท้าเดียวถึงกับกระดูกแตกหลายคนพากันลูบมือตัวเองอย่างเสียววาบ

                ปีศาจร้ายแสยะยิ้มแล้วหัวเราะ...

                “มือที่กล้าพิมพ์โพสต์เหี้ยๆ แบบนั้นมันไม่ควรมี”

ผมขยี้ส้นปลายเท้าลงที่มือมันยิ่งเรียกร้องร้องโหยหวน ใบหน้าบูดบวมช้ำเลือดซีดเซียวและแทบจะสลบกับความเจ็บที่ทิ่มแทงร่างกาย

“เรามาพูดคุยกันหน่อยดีกว่า” ผมรู้สึกใจเย็นลงบ้างแล้วจึงยกเท้าออกจากมือที่กระดูกแหลกของมัน

“อึก”

ผมนั่งยองๆ แล้วกระชากเส้นผมมันขึ้นมา “มึงทำคนเดียวหรือมีคนอื่นด้วย”

มาร์คไม่เหลือความหยิ่งผยองอย่างตอนที่ทำใส่นับสองในร้านนั่งเล่นอีกแล้ว มันร้องไห้อย่างไร้ศักดิ์ศรีแทบกราบขอชีวิตกับผม

“คะ คนเดียว”

“ใจกล้าดีนี่” แต่กล้าในเรื่องที่ไม่ควรกล้า “มึงอยากรู้มั้ยว่าไอ้คลาวด์มันมีจุดจบยังไง”

ฉีกยิ้มโรคจิตแล้วมองดูคนในกำมือตัวสั่นระริกแล้วก็ชอบใจ “ไม่ ไม่อยากรู้” มันส่ายหน้าขลาดกลัว

“มันยังมีชีวิตรอด”

แววตาของมาร์คมีประกายความหวัง

“แต่อยู่ก็เหมือนตาย” แสยะยิ้มร้าย “อยู่อย่างตายทั้งเป็น”

อันที่จริงความผิดไอ้คลาวด์นั้นก็ไม่ถือว่าเยอะมากนักแค่ทำให้มันเข็ดหลาบและไม่กล้าดูถูกเพศทางเลือกอีกจากนั้นก็ปล่อยมันไป มันไม่กล้าจะแจ้งตำรวจหรือเรียกร้องอะไรทั้งนั้นแถมได้ยินว่าหนีไปต่างประเทศแล้วด้วย

แต่กับไอ้มาร์คนี่... มันเหี้ยเกินกว่าจะให้โอกาส

ถ้าช้ากว่านี้...นับสองจะต้องพัง

แก้วตาดวงใจเพียงหนึ่งเดียวของผม

จะแตกสลาย

ผมยอมไม่ได้!

เพราะผมเคยเห็นความสิ้นหวังของนับสอง... สิ้นหวังแม้กระทั่งแรงที่จะใช้ชีวิตต่อและเมื่อได้มีชีวิตกลับมา แววตาว่างเปล่าสีหน้าที่ไร้อารมณ์ในวันนี้เหมือนภาพในวันนั้น

มันจะต้องไม่มีครั้งต่อไป

“แต่ถ้ามึงยอมบอกว่ารูปทั้งหมดอยู่ที่ไหน อยู่ที่ใคร” เอ่ยช้าๆ ถึงจุดประสงค์หลัก

คือการทำลายอดีตทั้งหมด

อะไรก็ตามที่เป็นภัยและเป็นความไม่สบายใจของนับสอง

ผมจะทำลายมันทิ้งด้วยมือคู่นี้

มาร์คพยักหน้ายอมบอกแต่โดยดี “ผมจะบอก บอกทุกอย่าง”

“ถ้ามึงกล้าโกหก กูจะตัดลิ้นมึง!” ผมบีบคางมันแน่นก่อนจะสะบัดทิ้ง

มันสะอื้นแล้วรีบบอก “โน้ตบุ๊กที่หอ แค่กๆ แฟลชไดร์ฟ...” มันรีบร่ายที่เก็บของรูปทั้งหมดไว้อย่างรวดเร็วจนผมแทบจะตีมันให้ตายสักรอบ

“หมดยัง?”

“หมดแล้วครับ หมดแล้ว” น้ำตาแห่งความหวาดกลัวไหลบ่า “ปะ ปล่อยผมเถอะน ผมสาบานจะไม่มาให้เห็นอีก ผม ผมจะไปให้ไกลจากที่นี่”

ไม่รับปากแต่ก็ไม่ปฏิเสธเพราะนั้นคือสิ่งที่มันต้องทำอยู่แล้ว ผมขยุ้มเส้นผมมันแล้วดึงขึ้น...

“มีอีกเรื่อง” แววตาของผมมีร่องรอยของความสงสัย “มึงกุมความลับอะไรของนับสองไว้”

สีหน้าขาวซีดไร้สียามที่ไวท์พูดถึงรูปอะไรสักอย่างนั้นยังติดตาผม

แววตาอ่อนแสงของมาร์คปรากฏความร้ายกาจขึ้นมาเล็กน้อย ความคิดชั่วร้ายถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง บางทีหากบอกความลับนี้ไป คนคนนี้อาจจะรังเกียจนับสองไปเลยก็ได้

เจ็บตัวเกือบตายแต่ทำให้พี่เก้าทิ้งไอ้นับได้...มันก็คุ้มค่า

หากมีคนรู้ความคิดของมาร์คคงต้องคิดแล้วว่าคนคนนี้มันบ้าไปแล้ว!

“พี่หมายถึงรูปนั้นใช่มั้ย” เอ่ยอย่างกล้าๆ กลัวๆ ก้มหน้าต่ำ

“มึงอย่ามาเล่นละครกับกู!” ท่าทีเสแสร้งแบบนี้มีหรือที่เก้าจะดูไม่ออกแล้วไอ้ความเกลียดชังชั่วร้ายเมื่อครุ๋มีหรือที่เขาจะสัมผัสไม่ได้

เด็กคนนี้เก็บไว้ไม่ได้

“อ๊าก!” ความเจ็บปวดกรีดแทงลงมาซ้ำที่มือ

ผมมองมือผิดรูปนั้นอย่างเย็นเยียบ “พูดมา!

คราวนี้มันไม่กล้าเล่นลิ้นอีกแล้ว ปากสั่นระริกของมันขยับช้าๆ แล้วเอ่ยความลับที่สั่นประสาทของผมอย่างรุนแรงแม้แต่ไอ้ไนน์ยังผุดลุกขึ้นยืนอย่างไม่อยากจะเชื่อ

เส้นเลือดบนขมับของผมปูดโปนขึ้นมา... หัวใจคล้ายถูกมือมืดบีบกำจนร้าวในอก

 

“...มันเคยเล่นยา”

 

 

“...ไม่” ผมส่ายหน้า “มึงโกหก!

“เล่นยา...แค่ก ฮ่าๆๆ! น่ารังเกียจ!

“หุบปาก หุบปาก!!

มันไม่จริง! ไม่เชื่อ!!

กร๊อบ!

อ๊ากกก

ผมหักแขนมันด้วยโทสะที่อัดแน่นดวงตาแดงก่ำมากขึ้น ...ทำไมผมจะไม่รู้ผลของการเสพยาว่ามันหนักหน่วงและร้ายแรงแค่ไหน ทำไมผมถึงไม่สังเกตว่าน้องติดของหวานขนาดนั้นเพราะอะไร

ทำไมผมถึงไม่ใส่ใจ!

...ไม่เป็นไร คนเราผิดพลาดได้

ก็แค่เคยเล่นยา

แต่พี่เก้าเคยฆ่าคน...

“มึงต้องการใส่ร้ายนับสอง” ผมโยนความผิดใส่หัวมันอย่างหน้าด้านๆ

“อึก หาย หายใจไม่ออก ปล่อย... ผม”

รู้สึกว่าในหัวสมองนั้นกำลังสับสนอลหม่านไปหมดจนไม่รู้จะเรียบเรียงจากตรงไหนก่อนดี โดนไม่รู้ตัวผมหยิบมีดที่ซ่อนไว้แล้วแทงเข้าที่ลำคอของมาร์คทันที

ขืนปล่อยไป... มันก็ต้องปล่อยข่าวนี้ออกไปแน่ๆ

มีแต่คนตายเท่านั้นที่พูดไม่ได้

เคร้ง!

ความเจ็บที่รุนแรงจู่โจมฝ่ามือทำให้มีดกระเด็นไปไกล ผมไล่สายตามองคนที่กล้าเตะมือผมอย่างโมโห ยิ่งเห็นว่าเป็นไอ้ไนน์ก็หงุดหงิด

คราวก่อนมันก็ห้าม คราวนี้มันก็ห้าม!

“อย่ามาห้ามกู” เอ่ยเบาๆ แล้วเปลี่ยนมือไปจับที่คอของไอ้มาร์ค ไม่มีมีดก็จับหักคอเลยแล้วกัน

“ตั้งสติหน่อยสิ” ไนน์ส่ายหน้าไปมา

“กูมีสติ!” ยิ่งเถียงกับไนน์ ผมยิ่งลงแรงกดลำคอมันแน่น ไอ้มาร์คพยายามข่วนมือผม สีหน้าผมเปลี่ยนทันทีแล้วรีบปล่อยมือออกจากคอมัน

ไนน์ทำหน้างง “อ้าว ไม่บีบคอมันแล้วเหรอ”

“ไม่ได้” พลิกมือดู “เดี๋ยวมีรอยเล็บข่วน นับสองจะสงสัย”

“...” ไนน์

“...” ลูกน้อง

ผมมองจนแน่ใจว่าเมื่อกี้ที่มาร์คข่วนไม่ได้ทำให้ผมเป็นแผลก็รู้สึกโล่งอกแล้วหันกลับไปจ้องร่างสะบักสะบอมบนพื้นอย่างครุ่นคิด

“ไม่ฆ่าดีกว่า ง่ายไป” ผมมีวิธีที่จะทำให้มันอยู่ไม่สู้ตาย น่าจะสะใจมากกว่า

ไนน์ยกมือกุมหน้าแล้วถอนหายใจ “แล้วจะทำยังไง ส่งกลับไปก็ไม่แน่ว่ามันจะทำลายนับสองอีก”

ผมเอียงคอแล้วยิ้มมองร่างหายใจรวยรินบนพื้น “ได้ยินว่าพี่สาวของหมอนี่สวยมาก”

“อย่านะ!” จากที่สติเลือนรางก็กลับมาอย่างรวดเร็ว “อย่ายุ่งกับพี่ผม ฮึก ขอร้อง”

“มีสิทธิ์อะไร”

“ฮึก”

                “มีสิทธิ์อะไรมาร้องขอความเมตตา” ผมถามอย่างเย็นชา

                “พี่ผมไม่เกี่ยว ฮึก”

                ผมสวนกลับอย่างเดือดดาล “แล้วนับสองเกี่ยวอะไร มึงแค้นนับหนึ่งแล้วทำไม่ไปลงกับเขา!” พูดแล้วก็ขึ้น ขอกระทืบอีกสักทีเถอะ!

                ร่างกายมันนอนคดตัวอย่างหวาดกลัวแต่ยังไม่ทันที่เท้าผมจะแตะโดนตัวมัน...

 

               ปัง!


                “มีศัตรู!

                “รีบเปิดไฟสำรอง!

                โคมไฟเหนือหัวที่ให้แสงสว่างถูกยิงจากที่ไหนก็ไม่รู้ ความมืดมิดเข้าแทรกไปทั่วบริเวณ ผมรีบคว้าตัวไนน์มากอดแล้วหยิบปืนขึ้นมา

                “หรือจะเป็นพวกที่ตามเรามา” ไนน์เกาะเสื้อแน่น

                “ไม่รู้” ผมตอบ “อยู่หลังพี่ ห้ามขยับ!

                วิธีกระสุนเมื่อครู่มาจากที่ต่ำและแถวนี้ไม่มีที่สูงๆ ให้ดักซุ่มยิงเพราะฉะนั้นแล้วตอนนี้พวกมันก็ต้องอยู่ในโกดังที่มืดมิดไม่ต่างกัน

                ผมหน้าขรึมและเครียดเพราะมองอะไรแทบไม่เห็นเลยได้แต่เล็งปืนไปในความมืด... ประมาณสามนาทีไฟดวงอื่นในโกดังก็ถูกเปิด

                ทุกคนรีบกวาดมองรอบตัวอย่างระวังในมือถือปืนแน่น

                ผมเองก็เช่นกันกวาดตามองทุกจุดแล้วส่งสัญญาณมือให้ลูกน้องไปตรวจดูในโกดังทุกซอกทุกมุม ไนน์ที่อยู่ในอ้อมกอดผมกระตุกเสื้ออย่างแรง

                “เก้า! ไอ้เด็กมาร์คหายไปแล้ว!

                หันกลับมามองแทบจะทันทีพบเพียงกองเลือดแต่ไร้ร่างเจ้าของเลือด เหมือนมันความร้อนมาโยนใส่หัวดุจลาวาที่แผดเผาทุกสิ่ง ...ใครมันกล้ามาหยามหน้าขโมยเหยื่อของผมไปต่อหน้าต่อตาแบบนี้!

                ผมปล่อยตัวไนน์ออกแล้วเดินไปตรวจดูกองเลือดเพราะเห็นมีบางอย่างสะดุดตา...

                “จดหมาย?” กระดาษการ์ดสีเหลืองนวลใบหนึ่งบนคราบเลือด...

                กวาดตาอ่านอย่างรวดเร็วก็ต้องหน้าซีด

                “คนที่มาขโมยไอ้มาร์คไปได้นี่ต้องฝีมือขนาดไหนวะ กูไม่ได้ยินเสียงเท้าเลยสักนิด” เสียงน้องชายพูดวิเคราะห์อย่างสงสัย

                ผมกลืนน้ำลายแล้วจ้องกระดาษใบนั้นด้วยความรู้สึกหลากหลาย

                แต่ที่แน่ๆ มันคือความหวาดกลัว... เกรงกลัวต่อผู้มีฝีมืออย่างแท้จริง

 

                ขอรับไปดูแลต่อ

พี่ชายที่แสนดีของนับสอง

 

                หรือว่าจะเป็นพี่ชายคนโตคนนั้น... แล้วเมื่อกี้ไนน์คาดเดาว่าคนที่ตามเรามาอาจจะเป็นคนมาขโมยตัวมาร์ค ถ้ามันเป็นความจริงขึ้นมา...

                ฉิบหายแล้วไอ้เก้า!

                 

                “มันเขียนว่าอะไรเหรอ”

                เสียงไนน์ทำให้ผมสะดุ้งโหยงแล้วรีบฉีกจดหมายทิ้งทันที น้องผมขมวดคิ้วไม่เข้าใจว่าผมจะฉีกทำไม ส่วนสภาพอารมณ์ผมตอนนี้กลับคืนสู่ภาวะปกติแล้วแต่ที่จะไม่ปกติคือ...

                เหี้ย กูยิงรถพี่เมียไปแล้ว

                ...กูจะรอดมั้ยวะ

                ไม่หรอก... บางทีอาจจะไม่ใช่รถพี่เขาก็ได้

                พี่เขาอาจจะมาทีหลัง... ผมไม่ได้ยิงล้อพี่เมีย..ใช่มั้ย

                ไนน์เห็นหน้าผมเปลี่ยนสีไปมาก็หน้าเครียด “หรือว่าบ้านไอ้เด็กมาร์คมันมีอิทธิพล”

                ส่ายหัว “ไม่มี” ถึงมีก็แล้วยังไง กลัวที่ไหน

                “แล้วจะเอาไงต่อ ให้ตามมั้ย” ไนน์ถามต่อแล้วมองรอบๆ เมื่อครู่ลูกน้องมารายงานไม่เจออะไรในโกดังทั้งนั้น

                ผมส่ายหน้า “ไม่ต้อง” แล้วดึงแขนไนน์ให้เดินตาม “กลับกันเถอะ”

                “ปล่อยไปจะดีเหรอ” เดินตามพร้อมกับถามอย่างกังวลใจ

                “พี่ชายนับสองเอาตัวไป มึงคิดว่าดีมั้ยล่ะ”

                “พี่? พี่คนไหน?” ทำตาโต

                มุมปากกระตุก “พี่คนโตที่หายสาบสูญของนับสองไง”

                ไนน์มันไม่รู้รายละเอียดเท่าไหร่แต่คงพอรู้แหละว่าพวกผมไม่มีข้อมูลของพี่คนโตคนนี้

                ไม่ได้ฟังต่ออีกว่าไนน์จะพูดอะไร ผมแย่งกุญแจขับมาจะขับเองแต่ไนน์หลบทันบอกว่าเดี๋ยวได้แหกโค้งตายก่อนถึงคอนโด

                ผมก็ไม่ได้ขาดสติขนาดนั้น...แต่เอาเถอะ ผมยังต้องนั่งคิดอะไรเงียบๆ ต่อ

ขึ้นมานั่งบนรถได้แล้วก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดไลน์หาคิวพิมพ์เนื้อความเกี่ยวกับเรื่องของนับสองให้มันเข้าไปลบรูปบนอินเตอร์เน็ตที่มาร์คเก็บไว้ ส่วนเรื่องแฟลชไดร์ฟคงต้องให้คนไปหาที่ห้องแต่ก็ต้องเป็นเวลาที่น้องไวทืไม่อยู่

                “เก้า แล้วมึงจะเอาจริงปะ เรื่องพี่สาวไอ้มาร์ค”

                นิ้วที่กำลังพิมพ์ข้อความหยุดไป “กูไม่ได้ต่ำช้าขนาดนั้น”

                ก็แค่ขู่ไปงั้น

                “มึงได้ได้ต่ำช้า มึงมันชั่วช้าต่างหาก” กลั้วหัวเราะแล้วแลบลิ้นใส่ผม

                “ตั้งใจขับรถไป” สมาธิของผมอยู่กับการตอบโต้ในไลน์กับคิว มันบอกว่ายังอยู่ด้านนอกไม่สามารถโทรคุยได้ ผมเล่าเรื่องของพี่ชายคนโตของนับสองให้มันฟังด้วย

                จนสุดท้ายไอ้คิวทนไม่ไหวรีบกดโทรมาหาผม...

                “มึงคุยได้แล้วใช่มั้ย” ผมถามก่อนเพื่อความแน่ใจ

                (กูออกจากบ้านเพื่อนมาแล้ว คุยได้) คิวมักออกไปทำงานบ้านเพื่อนบ่อย กลับช้ากลับดึกเป็นประจำอยู่แล้วผมจึงไม่ได้สงสัยอะไร (เมื่อกี้มึงบอกว่าพี่ไอ้นับขโมยตัวมาร์คไป?)

                “ใช่” ผมตอบเสียงเรียบ

                (ใช้เวลาแค่สามนาที?) เสียงของคิวดูตกใจมาก

                “มันไม่น่าเป็นไปได้” แต่มันเป็นไปแล้วและความสามารถขนาดนี้มันเกินมนุษย์ทั่วไปด้วยซ้ำ “ไม่มีเสียงฝีเท้าด้วย”

                ปลายสายเงียบไปนานก่อนจะเอ่ยเสียงเบา

(มึงเคยได้ยินชื่อองค์กรแทนาทอสมั้ย)

                แทนาทอส?

                เทพแห่งความตายน่ะเหรอ

                ชื่อองค์กรมันน่าหดหู่ไปมั้ย

                “เหมือนเคยได้ยินแต่จำไม่ได้ว่ามันคืออะไร” คิ้วขมวดเข้าหากันแทบจะยุ่งเหยิงไปหมด ปลายสายถอนหายใจเฮือกใหญ่

                (งั้นมึงต้องเคยได้ยินชื่อของลูซิเฟอร์กับซาตานมั้ย)

                “ลูซิเฟอร์? ซาตาน?” ผมทวนสองชื่อนี้เบาๆ

                ไม่ทันได้เห็นสีหน้าเย็นเยียบของไนน์

                “...ทำไมจะไม่เคย” แค่ชื่อก็หัวใจกระตุกแล้ว

                สองมือสังหารที่เขย่าทุกวงการ... ตัวอย่างเช่น... ลอบสังหารประธานาธิบดีก็ทำมาแล้ว ทำลายกองกำลังผู้ก่อการร้ายในแถบอาหรับภายในสองวัน เข้าร่วมสงครามในตะวันออก ทลายกลุ่มค้ายาแก๊งใหญ่ในอเมริกา...

                ไม่ว่าจะสีขาวหรือสีดำหากสองคนนั้นพอใจจะทำก็ทำ

                แล้วสองชื่อนี้มันเกี่ยวอะไรกับองค์กรที่ว่า?

“มึงจะบอกว่าสองคนนั้นทำงานให้องค์กรนี้?”  

                (รีบกลับมา เดี๋ยวกูจะเล่ารายละเอียดให้ฟัง)

                หันไปมองไนน์ “อีกกี่นาทีถึง”

                “สักครึ่งชั่วโมงได้ ตอนนี้ถนนโล่งมาก” น้องชายตอบแล้วยิ่งเร่งความเร็วรถเพิ่มขึ้น

                “ตามที่ไนน์บอก อีกครึ่งชั่วโมง” กดตัดสายไปแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างรถจะชมวิวก็ทำไม่ได้เพราะความเร็วรถขนาดนี้ก็มองไม่ทันแล้วครับ

                “ทำไมไม่มีใครเล่าอะไรให้เค้าฟังบ้าง เค้าน้อยใจนะ” เสียงง้องแง้งจากไนน์ดังขึ้นอย่างงอนๆ

                แววตาของผมมองมันนิ่งๆ “มันไม่เห็นจะมีอะไรน่าฟัง”

                ไนน์เบ้ปาก “แต่อย่างน้อยเค้าก็เป็นทายาททีสโตน เค้าก็ควรรู้ไม่ใช่เหรอ” จากความขี้เล่นแปรเปลี่ยนเป็นจริงจัง

                “บางอย่างไม่รู้จะดีกว่า” ผมหลบตาไม่กล้าสู้สายตามัน

                “เฮ้อ ก็จริงนะ” ริมฝีปากบางเหมือนผมทุกระเบียบนิ้วคลี่ยิ้มหวานขยับเอียงคอมาสบตาผม


“บางอย่าง ทุกคนก็ไม่จำเป็นต้องรู้”


หมายความว่าไงไอ้ไนน์


ฟังแล้วก็รู้สึกพิกลขึ้นมาเล็กน้อย บรรยากาศรอบๆ ตัวไนน์เปลี่ยนไปชั่วขณะก่อนจะสลายหายไปอย่างรวดเร็วด้วยประโยคต่อมาของมันเอง

“รู้ไม่รู้” โคลงหัวไปมา “แต่ที่รู้ๆ”

“...” รอฟังเพื่อมีสาระ

“วันนี้ไม่น่ามากับเก้าเลย พลาดนัดเดตกับพี่รหัสอีกแล้ว”

ลืมไป...มันก็หาสาระไม่ได้นานนัก

ไนน์ทำหน้าเศร้าสร้อยมากมายจนผมเกือบหลงเชื่อ...

“มึงรู้อะไรมาไอ้ไนน์” คราวนี้ไม่ปล่อยผ่านง่ายๆ

คนขับรถเคาะนิ้วด้วยท่าทีไม่ใส่ใจ “เค้าจะรู้อะไรได้เล่า ในเมื่อทุกคนไม่ให้ข้อมูลเค้าสักอย่าง”

“แล้วบางอย่างที่มึงว่ามีผลกระทบยังไง” ผมรู้ตัวว่าตัวเองมีความลับกับไนน์กองเท่าภูเขา ดังนั้นการจะไปคาดคั้นเอาความลับจากมัน

“ความลับของกูเหรอ” มันทวนเบาๆ “แน่นอนว่ามันต้องไม่มีผลเสียกับพวกมึง”

“...”

มันมองไปในความมืด “กูก็รู้เท่าที่พวกมึงรู้”

“...”

“อยากรู้เรื่องกูก็ไปถามพ่อแล้วกัน” มันยกยิ้มแล้วเหล่ตามองผม

กัดฟันกรอด “พ่อใช้งานมึงเหรอ”

“ก็ไม่รู้สิ” ไนน์ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แล้วเปลี่ยนเรื่อง “มึงสนใจเรื่องของมึงตอนนี้จะดีกว่านะ”

ผมชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า... นั้นสิ ผมควรจัดการเรื่องของนับสองก่อนถึงจะถูก บทสนทนาทั้งหมดถูกหยุดไป ผมจัดการเรื่องของนับสองโดนปรึกษากับลูกน้องคนสนิทในแผนที่วางไว้ว่าจะโยนความผิดทั้งหมดไปให้ไอ้แก่นั้น

หลักฐานปลอมๆ ทั้งหมดทำเสร็จในเก้าโมงของพรุ่งนี้เช้าแล้วนับสองของผมก็จะขาวสะอาดเหมือนเดิม

หัวใจของผมเหมือนปลดล็อกไปได้หนึ่งอย่างแล้ว

ผมกับไนน์มาถึงห้องตอนเที่ยงคืนครึ่งได้ภายในห้องก็ยังคงเปิดไฟสว่างโร่ ตรงกลางห้องโถงมีคิวกับอ๋องกำลังดูเอกสารอะไรสักอย่างเต็มโต๊ะ

“กลับมาสักที” คิวว่าขึ้นอย่างหมดความอดทน “กูนึกว่าต้องรอพรุ่งนี้เช้า”

“เค้าก็รีบขับแล้วนะ อย่าบ่น” ไนน์เดินมาหยิบเอกสารไปจากมือของอ๋อง “เข้าเรื่องเลยดีกว่า”

สองคนมองหน้าไนน์เป็นเชิงว่า...ไสหัวกลับห้องไป

เก้ายิ้มอ่อนแล้วพูดต่อ “พูดมาเถอะคิว”

ทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาโดยมีไอ้ไนน์ลงมานั่งตักตาม... คือน้องครับ โซฟามีเยอะแยะ แต่ช่างเถอะตอนนี้ผมต้องการรู้เรื่องขององค์กรมากกว่า

ความเป็นไปได้ที่พี่ชายนับสองเป็นคนขององค์กรแทนาทอสนั้นมีสูงมาก ด้วยการปฏิบัติงานที่เฉียบขาดและว่องไวยิ่งกว่าตีนแมว

คุยตอบโต้หาหลักฐานมาคุยกันจนล่วงเลยไปกว่าชั่วโมงแล้วก็ไม่มีความคืบหน้าเท่าไหร่ เพราะข้อมูลยังมีน้อยไป หรือต้องซื้อข่าวจากกองทัพ? พวกนั้นน่าจะมีข่าวของแทนาทอสมากกว่า

ความเงียบเข้ามากลืนกินแต่ไม่นานนักไนน์จอมซนก็ป่วน

คิวอธิบายงานของแทนาทอสและบุคคลระดับสูงที่รู้จักเพียงโค้ดเนม ประวัติเชิงลึกไม่สามารถสืบต่อไปได้...

“ลูซิเฟอร์ค่าหัวตอนนี้ หกพันล้านดอลล่าร์” ไนน์หยิบขึ้นมาดูแล้วเบิกตาโต

“แพงมาก” ผมดูของซาตานแล้วพบว่าค่าหัวของซาตานสูงถึงแปดพันดอลล่าร์ ค่าหัวเหล่านี้เกิดจากการลงขันจากเงามืดในแต่ละประเทศ

ไนน์ทำหน้าเครียดมาก “เก้า”

“อะไร”

“หกพันดอลล่าร์ ซื้อผู้ชายได้กี่คนอะ”

“ไอ้ไนน์!

“ล้อเล่นเฉยๆ” ไนน์สะบัดกระดาษไปมา “พี่ชายนับสองคงไม่เป็นถึงขั้นบอสพวกนี้หรอก อย่างมากน่าจะแค่ตัวท็อปขององค์กร”

“กูเห็นด้วยกับไนน์” คิววางเอกสารลงแล้วนวดหัวคิ้ว “แล้วถ้าเขาเป็นคนของแทนาทอสจริง...มึงก็มีทางรอดแล้วเก้า”

ผมพ่นลมหายใจแล้วยิ้มแห้ง...

ตอนแรกก็น่าจะมีทางรอด

แต่ผมดันไปยิงล้อรถพี่เขา

กะจะให้ตายด้วยซ้ำ

แบบนั้นเขาจะยังช่วยผมอีกเหรอ?

ผมปิดปากเงียบไม่กล้าพูดออกไป “รออีกสักหน่อย กูว่าเดี๋ยวเขาต้องออกมา”

“น่าจะเป็นแบบนั้น” พี่ใหญ่ถอนหายใจหนักหน่วง “ตอนนี้ก็นิ่งไว้ก่อน เดี๋ยวจะให้คนหาข้อมูลเพิ่มเติม”

ไนน์กระโดดออกจากตักผมแล้วบิดขี้เกียจ “ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็ไปนอนกันเถอะ นอนดึกมากๆ หน้าจะแก่ไวนะ”

ยื่นมือไปนวดต้นขาที่ชานิดๆ เพราะไอ้ไนน์นั่งทับมากกว่าหนึ่งชั่วโมง ผมลุกขึ้นช้าๆ แล้วหันไปหาไนน์

“เดี๋ยวขออาบน้ำห้องมึงหน่อย” ยกเสื้อขึ้นมาดมกลิ่น “มีกลิ่นคาวเลือดติดตัว”

คิวกำลังเก็บเอกสาร “ห้องมึงก็มี ทำไมไม่อาบ”

“เดี๋ยวนับสองตื่น”

“...” ทุกคน

ไม่สนใจหน้าอิจฉาริษยาของพี่น้อง ผมเดินมุ่งตรงไปห้องของไนน์ราวกับมันคือห้องตัวเอง ผมยืมห้องน้ำมันสิบห้านาทีและแน่นอนว่ายืมชุดนอนมันมาด้วย

“สนใจนอนกับเค้ามั้ย” เจ้าของนอนนอนขวางอยู่บนเตียงสีดำใหญ่ ตอนนี้ไนน์อยู่ในสภาพเปลือยเหลือแค่ชั้นในแบบขาสั้นตัวเล็กติดตัว “เตียงไนน์ยังว่างนะ~

มองภาพชวนเซ็กส์ของไอ้ไนน์จนชินตาไปแล้ว ถึงมันจะผิวขาว หุ่นดีน่าแดกแค่ไหน... มันก็คือน้อง

หมดอารมณ์ตั้งแต่มึงเบ้าหน้าเหมือนกูแล้วไอ้สัดไนน์

“ไม่ดีกว่า” ยกยิ้มร้าย “พอดีเตียงกูมีเมียให้กอด”

“ไอ้...”

“โสดแบบมึงก็นอนกอดหมอนข้างไปนะ”

ตุ้บ!

“ออกไปเลย!

ตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลถูกปาใส่หน้าหล่อๆ ของผม กระโดดหลบอย่างว่องไวแล้วส่งจูบกวนตีนให้น้องรักไปที

“ฝันดีคนโสด”

ตามาด้วยเสียงก่นด่ายับ ผมปิดประตูใส่หน้าไอ้ไนน์แล้วเดินไปห้องตัวเองด้วยอารมณ์ที่จะดีก็ว่าดีจะว่าเครียดก็เครียด เอาเถอะ เรื่องยังไม่เกิดอย่าเพิ่งไปเครียดเลย

ส่วนเรื่องมาร์คก็ให้พี่ชายของนับสองจัดการไป...คิดว่าจุดจบคงไม่ได้ดีไปกว่าตอนอยู่ในมือผมหรอก

“ตอนนี้คงหลับปุ๋ยอยู่แน่เลย”

ค่อยๆ เปิดประตูอย่างเบามือ แม้ว่าอีกฝ่ายจะอยู่ในฤทธิ์ของยานอนหลับอยู่แต่ก็ห้ามทำเสียงดังเด็ดขาด เปิดประตูแง้มเล็กๆ พอให้สอดตัวเข้าไปได้แล้วก็ปิดมันลง

หมุนตัวหันหน้าเข้าไปในห้องแล้วก็ตกตะลึงค้าง...


“กลับมาแล้วเหรอ”


เสียงเรียบๆ แต่เย็นยะเยือกถึงขีดสุดไหนจะดวงตาเกรี้ยวกราดแทบแผดเผาร่างผมอีก ตรงหน้าผมคือนับสองที่ยืนจังก้ากอดอกห่างจากผมแค่หนึ่งเมตร

นับสองก้าวมาหาผมแต่ผมถอยกรูชิดประตูห้องโดยอัตโนมัติ... น้องโน้มคอลงมาสูดกลิ่นตรงซอกคอ

“อาบน้ำใหม่? อ๋อ กลัวกลิ่นน้ำหอมติด?”

“ไม่ใช่นะ คือ”

ฟังพี่ก่อนนะทูนหัว

อย่าเพิ่งโมโหสิแม่กวางน้อย

“กล้าวางยาผมแล้วหนีเที่ยว?”

                ส่ายหน้าปฏิเสธอย่างรุนแรง “ฟังพี่เก้า...”

 

“พี่อยากตายใช่มั้ยพี่เก้า!!

 

มีเรื่องกับพี่เมีย

หรือจะสู้มีเรื่องกับเมีย

 

นี่สิความฉิบหายของแท้… 

ตาย...มึงตายไร้ศพเเน่ๆ ไอ้เก้า



----------------

น้องจะจองวัดให้!

#นับเก้ารัก


---------

ฝากเรื่องคุณไนน์เเละผู้ชายของเขาด้วยค่ะ!!

ไนน์อย่ายั่ว





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13.63K ครั้ง

1,988 ความคิดเห็น

  1. #57114 May Ling Pcm (@maylingpcm) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 18:54
    ปมอลังการงานสร้าง
    #57114
    0
  2. #55197 MAGAND (มาร์กันต์) (@Markgot7iloveyou) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 17:08
    อู้ยยยยยย ปมเยอะมากเวอร์ ช้อบบบ
    #55197
    0
  3. #55184 UraiwanBhanla (@UraiwanBhanla) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 15:24
    เก่งมากๆ เนื้อเรื่องดีมากๆ ทำซีรี่ส์ เถอะ ผู้หลักผู้ใหญ่ผู้ทุนมี
    #55184
    2
    • #55184-1 jaja_2001 (@jaja_2001) (จากตอนที่ 44)
      15 เมษายน 2562 / 22:16
      ดันๆ 555
      #55184-1
    • #55184-2 jaja_2001 (@jaja_2001) (จากตอนที่ 44)
      15 เมษายน 2562 / 22:17
      ดันด้วยคนค่าาา สนับสนุนน๊าาา
      #55184-2
  4. #54234 teacha (@namfanontacha) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 14:26
    ก็คือเนื้อเรื่องเดินทางมานานแล้ว ยิ่งอ่านก็ยิ่งงง 55555555555555555555555555555 ปมจะถูกเฉลยหมดตอนไหนเนี่ยยยยย
    #54234
    0
  5. #54175 Sinine (@Sinine) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 14:26
    โอ้มายก็อด บอกเลยว่าไม่เข้าใจ5555 ยิ่งอ่านยิ่งงง ไม่ใช่ว่าไรท์แต่งไม่ดีแต่เพราะเราโง่555 ความจริงไนน์ดูน่ากลัวตั้งแต่ออกมาครั้งแรกของเราเลยนะ มันทำให้เราชอบไนน์มากกก แบบดูร่าเริงแจ่มใสสดใส แต่จริงๆข้างในกลับมืดมน รู้สึกงี้อ่ะ ชอบตัวละครไนน์ที่สุดในเรื่องนี้เลยนะ555
    #54175
    0
  6. #54124 s_pace (@s_pace) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 14:25

    จริงๆ ไม่คิดว่าไนน์ไม่รู้สึกตอนไอศูรย์มา เพราะ ในไนน์อย่ายั่ว ตอนที่ซาตานเตะขมับ ไนน์ป้องกันได้ ละก็ตอนที่อยู่กับลู่เซียน ที่โดนเล็งยิง ลู่เซียนก็บอกว่าไนน์รีแอ็คเร็วกว่าตน หลบตั้งแต่ที่จุดสีแดงปรากฎ แสดงว่ารีแอ็คชั่นของไนน์เร็วมาก หรือว่าเฮียไอจะเทพ จนไม่มีเสียงจริงๆ เลยสัมผัสไม่ได้?? ไนน์เป็นคาแร็คเตอร์ที่อำมหิตที่สุดละ สามารถโกหกได้หน้าตาย แล้วก็ทำตัวสดใส ทำให้ในเรื่อง ไม่ค่อยมีคนสังเกต อย่างในตอนนี้ตอนที่เฮียไอบอกเก้าโหดสุด “ไม่ใช่อ๋องหรือคิว แต่เป็นเก้า” ไม่มีแม้แต่ชื่อไนน์ปรากฎ แล้วมันก็น่าสงสัย เพราะอย่างตอนนี้ ไนน์บอก “บางอย่าง ทุกคนไม่จำเป็นต้องรู้” = มีความลับ แต่ความลับที่ว่าไม่น่าจะหมายถึงงานที่มีเฉพาะพ่อกับไนน์ที่รู้ เพราะมันเดาได้ง่ายเกินไปไหม พี่เก้ายังถามเลย ถึงจะบอกเป็นนัยว่าเกี่ยวกับพ่อ แล้วก็ไม่น่าใช่ที่ไนน์ไปฆ่าคนจีนกับบราซิลที่พี่อ๋องไปขัดขาด้วยย รอติดตามมม ชอบปมเรื่องมากๆ มันซับซ้อนดี (ทั้งหมดเป็นแค่ความเห็นส่วนตัวเรา)
    #54124
    3
    • #54124-2 ❄_Seimi_♣ (@ND_TC) (จากตอนที่ 44)
      29 มีนาคม 2562 / 10:24
      ใช่เลยความคิดเห็นนี้พออ่านเรื่องไนน์อย่ายั่ว มาก่อนแล้วนี่มาอ่านเรื่องนี้ความรู้สึกว่าไนน์อันตรายที่สุด ดูไนน์จะรู้แทบทุกอย่างเลยแต่แกล้งไม่รู้ตลอด
      #54124-2
    • #54124-3 WangEn_Tuan (@WangEn_Tuan) (จากตอนที่ 44)
      14 เมษายน 2562 / 02:42
      เห็นด้วยเลยเราว่าไนน์ชอบทำหน้าตาใสซื่อยิ้มสดใสแต่ข้างในนี่ร้ายอะเอาจิงๆ55555555555
      #54124-3
  7. #54082 puppywang (@2543660) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 15:17
    เอาจริงพี่เก้ามันก็รักนับสองแหละ แต่คือพี่-โหดไปปะ ถ้ายัยนับรู้จะเป็นไงเนี่ย มาถึงตอนที่ 30 กว่าแล้ว ยังไม่รู้ข้อมูลอะไรเลย ความลับของสองตระกูลนี่ยากเย็น แมมมม่คะช่วยหนูด้วย
    #54082
    0
  8. วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 09:15
    หนู!!!

    เฮียไอป่ะ ที่มาลักพาตัวมาร์คไป แต่น่า จะเป็นแฝดพี่ออสติน ไนน์น่าจะมีความลับเรื่องคนในองค์กรป่าว บางทีคนที่ร้ายสุดอาจไม่ใช่เก้า แต่เป็นไนน์
    #54068
    0
  9. #53807 Berrymint_ (@Berrymint_) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 17:51
    พี่ชายนับสองนี่หนึ่งในพี่รหัสไนน์ป้ะเนี่ยยยยย
    #53807
    0
  10. #53783 Tatum Sensopis (@tatum0414) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 15:38
    เรื่องนี้ปมเยอะมาก ทั้งตัวพระเอก นายเอกเลย แถมเกี่ยวโยงหลายคนอีก
    #53783
    0
  11. #53690 alien2019 (@alien2019) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 13:00
    เเม่บ้านนนที่เเท้จริง555.

    #นับสองง
    #53690
    0
  12. #53670 soul_hyukjae (@soul_hyukjae) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 19:52
    น้องนับมีความโหด
    #53670
    0
  13. #52350 mintjaba37 (@mintjaba37) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:03
    พี่กลับมาแบ้ววงวง
    #52350
    0
  14. #52208 Thunx2 (@thunthan) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:36
    สงสารพี่เค้ายะคะ ยิงล้อรถพี่เมียแล้ว กลับมาบ้านยังเจอเมียเข้าใจผิดอีก 5555555 แล้วทำไมนับสองถึงรู้ว่าโดนวางยาอะคะ น้องไม่ได้กินขนม(?)ใช่มะ
    #52208
    0
  15. #51914 exolbenben (@exolbenben) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:24
    โว้ยยยย55555
    #51914
    0
  16. #50682 Beumiiy (@Beumiiy) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:28
    เก่งมาจากไหนก็ต้องแพ้ให้กับอำนาจเมีย 55555
    #50682
    0
  17. #50343 AyuraBinDawud (@AyuraBinDawud) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:58
    พี่ไอกับน้องไนน์เด็กน้อย ทำไมขับรถเร็ว ไม่น่ารักเอาซะเลย.........
    #50343
    0
  18. #50221 NongSTBerry3105 (@NongSTBerry3105) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:06
    อ่านไปใจเต้นไป...เต้นไม่เป็นจังหวะเหงื่อมือออก ตื่นเต้นอะไรเบอนี้ (ตอนแรกนึกว่านิยายใสๆ)แต่ที่จริงแล้วโคนันชัดๆ...กูเนี่ยโคนั้น!!!! อยากรู้อยากสืบ อยาก-
    #50221
    0
  19. #48479 Puntanit Airi (@0950395212) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 19:13

    เรื่องนี้ต้องมีคนตาย ไม่พี่เก้า ก็ นับสองแล้วล่ะ5555555
    ...แต่เราคิดว่าคนที่ตายไม่น่าใช่นับสองนะ J
    #48479
    1
    • #48479-1 Hummai (@15975347) (จากตอนที่ 44)
      7 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:07
      ใช่ เพราะมันคือนั่งมาร์ค ผิดๆ555
      #48479-1
  20. #46010 MINERVA09 (@morakot3014) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 01:37
    เดี๋ยวนะนี่ยังอ่านไม่หมดคือไม่เคลียร์เว้ยแทนาทอส?ไม่เคยได้ยิน เคยแต่ทานาทอสถ้าจะใช้ควรใช้ให้ถูกหน่อยครับ#คนบ้าเทพกรีกยอมไม่ได้มันอ่านละขัดจายยย
    #46010
    0
  21. #45747 FDB88 (@FreedomBlood88) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 00:27

    ปรับอารมณ์ไม่ทัน 55555 พี่ไอนี่ต้องตัวบอสแน่ๆเลย แล้วอิพี่เก้าก็ไปยิงล้อรถพี่ชายเมียอีก ซวยจริงๆ อิพี่เอ๊ย และขอไว้อาลัยให้พี่เก้าคนดีของน้องนับนะจ๊ะ ไม่รอดเงื้อมมือเมียแน่ๆคืนนี้

    #45747
    0
  22. #45716 ncavirda (@noey_tuan) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 10:39
    โอ่ยยยยยยย กลัวเมียสุดๆไปเล้ยย
    #45716
    0
  23. #45715 miramari (@miramari) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 09:45
    กร๊ากกกก​
    #45715
    0
  24. #45535 PATASIQI (@PATASIQI) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 23:13
    โอ้ยยยยยย ปรับอารมณ์ไม่ทัน55555
    #45535
    0
  25. #45235 Piyanuchblue (@Piyanuchblue) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 22:42
    กำลังจริงจังมาตายตรง ‘ยิงรถพี่เมีย’ 555555555555555
    #45235
    0