นับ เก้า รัก [YAOI]

  • 300% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 3,351,341 Views

  • 57,131 Comments

  • 57,977 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    159,460

    Overall
    3,351,341

ตอนที่ 39 : อ้อยคว่ำครั้งที่ 37

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 79022
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10232 ครั้ง
    22 ก.พ. 62

บทที่ 37



                (มึงยังอยู่ในสายมั้ย)

                ผมกะพริบตาเล็กน้อยแล้วก้มมองโทรศัพท์ในมือที่ยังคงเปิดลำโพงอยู๋และคนที่กำลังพูดก็เป็นไอ้จิน ในลำคอของผมเต็มไปด้วยก้อนแข็งๆ ทั้งอึดอัดทั้งทรมานในอกก็แสบร้อนไปทั่ว...

                “ยังอยู่” ผมเอ่ยเบาๆ แล้วเอนหลังพิงกับเบาะคล้ายคนหมดแรง

                พี่เก้าหักเลี้ยวรถเข้าจอดข้างทางด้วยสีหน้าที่ไม่ดีนัก ผมยังคงอยู่ในสภาวะเงียบงันแววตาว่างเปล่าแต่ในหัวก็มีคำถามซ้ำๆ

                ไอ้มาร์คจะหักหลังผมเหรอ

                มันเป็นเพื่อนผมนะ

                เพื่อนกัน...หักหลังกันแบบนี้เหรอ

                ผม...ไม่เชื่อ

                (บางทีมันอาจจะไม่ได้ทำก็ได้) จินว่าต่อแล้วพุ่งเป้าเล็งศรไปที่อีกคน (อาจจะเป็นยัยอุกกาบาตก็ได้!)

                “กูก็คิดแบบนั้น” ขอแค่มีเสี้ยวเล็กๆ ให้ผมเชื่อว่ามาร์คไม่ได้ทำ ผมก็ก็จะคว้าเศษเสี้ยวนั้นไว้ “กูจะรีบไปเคลียร์กับไอ้มาร์ค”

                จะให้มันเห็นด้วยว่าแฟนมันร้ายขนาดไหน!

                ผมนึกถึงยัยนั่นแล้วก็นึกถึงเพื่อนๆ ของเธอแล้วก็สรุปเลยว่าต้องเป็นพวกนั้นแน่ๆ ยิ่งไอ้ห่าบิวอะไรนั้นแสดงท่าทีต่อต้านผมชัดเจนด้วย

                ไอ้มาร์คของผมต้องเป็นเหยื่อแน่ๆ

                ตอนนี้มันต้องเครียดมากชัวร์

                (เออ เดี๋ยวกูไปด้วย กูโทรถามมันให้ แป๊บนะมึง) แล้วจินก็กดวางสายไป ผมวางโทรศัพท์ลงแล้วหันไปมองพี่เก้าซึ่งเขาก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากนั่งเงียบอยู่ข้างๆ แล้วก็จับมือผมไม่ปล่อย

                วูบหนึ่งผมอยากปล่อยโฮใส่พี่มันแต่ก็กลืนทุกอย่างลงท้องแล้วยิ้มอ่อยๆ


                “กอดหน่อย”


                ผมกำลังอ่อนแอ

                แต่ผมยังไม่อยากร้องไห้

                ช่วยกอดผมหน่อยนะ

                ไม่ต้องให้รอนานร่างกายของผมก็เข้าไปอยู่ในอ้อมกอดอบอุ่นของพี่เก้าซะแล้ว แรงของพี่เก้าไม่ใช่เล่นๆ เขาแทบจะยกผมข้ามเบาะมานั่งบนตักอยู่แล้ว

                เอะอะนั่งตักแบบนี้ผมควรคิดเรื่องลดน้ำหนักมั้ยนะ

                กลัวขาพี่มันจะหักจริงๆ

                “อย่าเครียด” เสียงละมุนว่าข้างๆ หูแล้วตบลูบหลังของผมไปมาเหมือนผมเป็นเด็ก “นับสองกับมาร์คเป็นเพื่อนกันมาตั้งนานยังไงก็คุยกันก่อน”

                พยักหน้ารับฟัง... ใช่ ผมเป็นเพื่อนมันมาตั้งแต่เด็กมิตรภาพก็เกือบสิบปี

                จะมาพังลงเพราะผู้หญิงคนเดียวไม่ได้

                คิดแล้วเชียวว่ายัยนั่นต้องไม่มาดี

                “ไอ้มาร์คต้องโดนหลอกแน่ๆ” ผมย้ำให้พี่เก้าฟังส่วนหนึ่งเพื่อให้ตัวผมเองมั่นใจด้วย

มั่นใจว่าเพื่อนรักคนนี้ไม่คิดจะทำร้ายผม

“น้องมาร์คดูซื่อๆ อาจจะโดนใช้เป็นเครื่องมือก็ได้” พี่เก้าช่วยพูดให้ผมสบายใจ “เดี๋ยวเราก็จะเจอเพื่อนแล้วก็ต้องค่อยๆ คุยนะ”

“ผมไม่ทำร้ายเพื่อนหรอกน่า”

คลี่ยิ้มกว้างให้พี่เก้าดูหวังให้เขาคิดว่าผมไม่เป็นไรแล้วแต่ไม่รู้ทำไมในใจผมลึกๆ ผมกำลังรู้สึกกังวลแปลกๆ กอดพี่เก้าอยู่สักพักเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

ผละออกจากอ้อมกอดอุ่น “ว่าไงจิน”

(ไอ้มาร์คอยู่ร้านสโนว์ คงอยู่กับแฟนมันนั่นแหละ)

“อืม ก็ดี” ผมยิ้มเหยียด

ผมหันไปหาพี่เก้าแล้วบอกพิกัดร้านให้ แหม ร้านขนมย่านมหาลัยมันถูกบันทึกไว้ในหัวของผมหมดแล้วครับ คุยกับจินต่ออีกสามสี่ประโยคก็วางไปแล้วบอกให้เจอกันที่ร้าน

เหมือนว่าไอ้จินจะพาไวท์ไปด้วย

ผมก็หวังว่าไอ้เพื่อนตัวเล็กจะไม่อาละวาดร้านแตกนะ

พี่เก้าออกรถอีกครั้งใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็มาถึง โชคร้ายนิดๆ ตรงที่เราเจอรถติดเลยมาช้าไปหน่อย ร้านสโนว์เป็นร้านที่อยู่ในซอยลึกมาก

“ไม่คิดว่าอยู่ในซอยลึกแล้วร้านจะสวยขนาดนี้” เสียงทุ้มจากคนข้างๆ ว่าขึ้นอย่างสนใจเมื่อเรามาถึงหน้าร้านแล้ว “เคยมากินยังครับ”

“เคยมากินสองครั้ง” ตอบพลางเปิดประตูลงรถ “ร้านนี้ชีสเค้กอร่อย”

“ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมตัวหวาน” ยกยิ้มร้ายๆ “สงสัยเพราะชอบกินขนม”

เบ้ปาก “ไม่เห็นจะเกี่ยว”

“อยากกินนับสองราดวิปครีมจัง”

“ไปไกลๆ เลยไอ้พี่เก้า!” ผมผลักคนหื่นไม่รู้จักเวล่ำเวลาไปไกลๆ ก็รู้แหละว่าพี่มันพยายามพูดให้ผมอารมณ์ดี แต่แทนที่จะอารมณ์ดี ผมเกรงว่าจะเป็นอารมณ์หื่นมากกว่า

เขายอมหยุดเล่นในที่สุดแล้วเดินตามหลังผมมาราวกับเป็นกำลังหนุนซึ่งมันทำให้ผมรู้สึกได้รับการปกป้องและปลอดภัย มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ

ต่อให้ผมล้ม...

ผมก็จะมีพี่เก้าคอยประคอง

ก่อนเข้าไปในร้าน ผมเห็นรถของไอ้จินแล้วสงสัยจะมาถึงสักพักแล้ว ก้าวเข้าไปในร้านที่ดูเงียบสงบเป็นส่วนตัว ร้านนี้มักจะคึกคักตอนค่ำถึงดึก พี่ๆ นิยมมานั่งติวหนังสือกัน

“กูบอกว่าดาวไม่ได้ทำ!

“ถ้าไม่ใช่แฟนมึงแล้วใคร!

“กูไม่รู้!

กำลังจะยกโทรศัพท์โทรหาไอ้จินแต่หูที่ค่อนข้างไวต่อเสียงก็ได้ยินเสียงทะเลาะดังจากทางสวนของร้าน ผมกับพี่เก้ามองหน้ากันเล็กน้อยแล้วรีบพากันเดินไปยังต้นกำเนิดเสียงเหล่านั้น

“เอาโทรศัพท์แฟนมึงมาดู!

“มันจะมันไปแล้วนะไอ้จิน!

สถานการณ์ค่อนข้างเลวร้ายเลยทีเดียว ผมคิดว่าจินจะใจเย็นกว่านี้แล้วคนที่ระเบิดอารมณ์คือไวท์แต่สิ่งที่ผมเห็นคือไอ้ไวท์กำลังนั่งเหม่อแววตาดูว่างเปล่า

เกิดอะไรขึ้นกับไวท์?

ผมมองไปอีกทางเห็นยัยนับดาวหน้าตาแดงก่ำเหมือนผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักกำลังดึงแขนมาร์คอยู่

“พวกมึง หยุด!” ผมรีบเข้าไปแทรกกลางทันที

“นับ / ไอ้นับ” ทั้งคู่เรียกชื่อผมอย่างตกใจ

ผมผลักพวกมันไปคนละทางด้วยสีหน้าเคร่งขรึมที่น้อยครั้งจะแสดงให้เห็น “พวกมึงเป็นบ้าอะไรฮะ! เป็นเพื่อนกันก็คุยกันดีๆ สิวะ!

“จู่ๆ ไอ้จินมันก็มาโวยวายใส่ดาว จะให้กูใจเย็นเหรอ!” มาร์คต่อว่า “ดาวบอกแล้วว่าไม่รู้เรื่อง มึงจะคาดคั้นอะไรวะ! แล้วโอบกอดแฟนสาวตัวเองอย่างหวงแหน

ผมรู้สึกน้อยใจนิดๆ...

ผมค่อนยิ้มเยาะใส่มาร์ค “กูเจอเรื่องขนาดนี้มึงยังใจเย็นได้เลยมาร์ค”

!!

“มึงยังเป็นเพื่อนกูใช่มั้ยวะ”

ไม่ได้อยากประชดประชันเหมือนพวกผู้หญิงแต่การกระทำมันตรงหน้าผมทำให้หัวใจของผมปวดหนึบไปหมด มาร์คตกตะลึงไปเลยหลังจากผมถามออกไปแบบนั้น

ไอ้จินไอ้ไวท์ก็วิ่งเต้นช่วยผมแต่มันกลับ...อยู่กับแฟนไม่มีท่าทีร้อนใจ ผมจะเป็นยังไงก็ช่างงั้นเหรอ

“มึงพูดแบบนี้ มึงสงสัยว่าเป็นกูเหรอไอ้นับ” อารมณ์เกรี้ยวกราดหยุดลงแล้วจ้องหน้าผมเขม็ง

ผมไม่ตอบแต่เลือกหันไปหานับดาว “เธอทำรึเปล่า”

ไม่มีการประนีประนอมอ้อมโลกเลือกที่จะถามออกไปตรงๆ ผู้หญิงตรงหน้าผมดูตัวเล็กยิ่งกว่าเดิมและตัวเธอก็สั่นมากๆ

นับดาวเงยหน้ามองผมในแววตาของเธอมีแต่ความโศกเศร้าที่เป็นของจริง...

“เราจะทำแบบนั้นทำไม” นับดาวถามผมกลับเสียงสั่น หน้าสวยๆ เต็มไปด้วยน้ำตา

ผมมองอย่างเฉยชาไร้ความรู้สึกแต่มาร์คแสดงถึงสีหน้าเจ็บปวดหัวใจ “ไอ้นับ ดาวไม่ได้ทำ”

“กูไม่ได้ถามมึง” ตอกหน้ากลับไปโดยไม่ละสายตาไปจากนับดาว “น้ำตาไม่ได้ผลกับเรา เลิกใช้ซะ”

เมื่อผมกล่าวแบบนั้นยิ่งทำให้เธอร้องไห้สะอื้นหนัก

“เราไม่ได้ทำจริงๆ นะ ไม่ได้ทำ!” เธอปฏิเสธอย่างเด็ดขาด แววตาแข็งกร้าวขึ้น “ฮึก เราไม่ได้ทำ!

“เราจะเชื่อเธอได้ยังไง” ใช่ ผมไม่เชื่อเธอเลยสักนิด

“เรารู้ว่านับสองต้องไม่เชื่อ” นับดาวสบตาผมแล้วยกมือขึ้นปาดน้ำตา “แต่ที่อยากบอกให้รู้ไว้”

“...” เลิกคิ้วขึ้น

“เราเป็นแฟนคลับนับสอง! แล้วเราจะทำร้ายคนที่ชอบได้ยังไง!

ฮะ! เดี๋ยว...อะไรนะ

สีหน้าของแต่ละคนที่อยู่ในบริเวณนี้ต่างอึ้งแล้วมองที่นับดาวอย่างไม่เชื่อ เธอกัดปากตัวเองแล้วพูดออกมาอย่างอึดอัดใจ “เราฟังเพลงที่นับสองโคฟเวอร์ตลอด ดูไลฟ์สดทุกครั้ง คอมเมนต์ทุกโพสต์... เราปลื้มนายขนาดนี้แล้วจะให้เราทำร้ายนายเหรอ ฮือ”

เสียงร้องไห้ระเบิดออกมาไม่มีกั๊กความโศกเศร้าเสียใจที่ถูกมองว่าเป็นคนผิดมันเจ็บปวดมากและยิ่งคนที่กล่าวหาคือคนที่รักคนที่ชอบแล้วยิ่งหัวใจแตกสลาย สีหน้าของผมเปลี่ยนไปเลย

“เพลงแรกที่นับสองร้อง... นายร้องผิดจังหวะสองท่อน”

...ใช่เรื่องที่ต้องแฉมั้ย

“เพลงที่สาม นายเล่นเปียโน สะดุดไปสองจังหวะ ฮึก”

ทำไมต้องจำเรื่องน่าอายด้วย!

“เพลงที่สิบสี่ เสียงนายแหบร้องไม่ถึงคีย์”

โอเค! กูเชื่อแล้ว!

แล้วยิ่งเธอพึมพำบอกชื่อเพลงที่ผมเคยร้องไว้ออกมาไม่มีผิดเพี้ยนสักอันยิ่งทำให้ผมใจโลเล...

นับดาวนั่งร้องไห้อยู่ที่พื้นไม่สนใจใครทั้งนั้น

หรือเธอจะไม่ได้ทำจริงๆ...

ถ้าเธอไม่ได้ทำแบบนั้น... ผมเหลือบมองไปที่มาร์คโดยไม่รู้ตัวความรู้สึกราวกับคลื่นยักษ์ซัดเข้ามา มือเผลอกำหมัดแน่นแล้วถอนสายตาไปที่นับดาวอีกครั้ง

“...แต่เพื่อนเธอไม่ชอบเรา” ผมพยายามหาข้ออ้างออกมา

“ฮือ เราไม่ได้ทำ เราไม่รู้อะไรทั้งนั้น!” เธอร้องไห้โฮ “ทำไมต้องมายัดเยียดความผิดให้เราด้วย เราไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น! ฮึก”

เพื่อนตัวเล็กมีปฏิกิริยาขึ้นมาหลังจากนั่งเป้นตุ๊กตาไร้ชีวิตมาสักพัก มันก้าวเดินเข้าไปหาดาวนั่งยองๆ แล้วแบมือ “ขอโทรศัพท์”

แววตาของไวท์ยังคงไร้ซึ่งอารมณ์มันว่างเปล่าเกินไป

“ได้ ได้ ดูได้เลย” นับดาวกุลีกุจอเปิดกระเป๋าหยิบโทรศัพท์ให้ไวทืรีบปลดล็อกรหัสแล้วส่งให้ไวท์

“ไอ้ไวท์ มึงทำแบบนี้ไม่ได้นะ!” มาร์คเข้ามาจะแย่งโทรศัพท์ “พวกมึงก็ได้ยินแล้วว่าดาวไม่ได้ทำ แล้วจะเช็กเหี้ยอะไรอีก!

ผมกระชากแขนมาร์คไม่ให้ไปหาไวท์ “ถ้าดาวบริสุทธิ์จริงๆ เขาก็ไม่มีอะไรต้องกลัว”

“...” มาร์คเงียบแล้วมองหน้าผมอย่างไม่พอใจ

“แล้วมึง...กำลังกลัวอะไร”

ใช่ มึงจะกลัวอะไร

มึงกลัวทำไม

หรือว่ามึงทำอะไรผิดกับกู

                “เคยเล่นโน้ตบุ๊กไอ้มาร์คมั้ย” จู่ๆ ไวท์ก็ถามขึ้นโดยที่ตายังจ้องในโทรศัพท์และนิ้วมือก็เลื่อนเร็วมาก

นับดาวส่ายหน้าเป็นพัลวัน “ไม่เคย ไม่เคย ไม่เคยเล่นโทรศัพท์ด้วย” มองหน้าไวท์อย่างอ้อนวอน “จริงๆ นะ เชื่อเรานะ”

ไวท์ขมวดคิ้วแล้วเปิดเข้าทุกโซเซียลจนครบแล้วเงยหน้าขึ้นมองผม “ไม่มี”

                ไม่มี...จริงเหรอ

                มึงเช็กดีแล้วเหรอ

                ความรู้สึกของผมวุ่นวายจนเรียบเรียงไม่ถูก...

                “มึงเช็กดีแล้วใช่มั้ย” จินรีบถาม

                “อืม” ท่าทางไวท์ดูคุกคามกว่าเดิม มันลุกขึ้นแล้วดึงนับดาวที่ยังขวัญเสียกระเจิงให้ลุกขึ้นตาม “โทรหาเพื่อนแล้วกลับไปซะ”

                “...”

                “เพราะหลังจากนี้...มันคงไม่น่าดูเท่าไหร่” น้ำเสียงของไวท์เย็นชาจนผมใจสั่นแววตาเอาเรื่องของมันจ้องไปที่มาร์ค

                นับดาวมองตามสายตาไวท์แล้วก็ชะงัก...เธอส่ายหน้าคล้ายไม่เชื่อแต่ก็ไม่ปริปากพูดอีก พี่เก้าที่ผมเกือบจะลืมไปแล้วเดินเข้ามาจับแขนนับดาว

                “เดี๋ยวพี่พาไปรอเพื่อนด้านนอกร้านดีกว่านะครับ” เขายิ้มให้นับดาวแล้วมองมาที่ผมก่อนจะพาผู้หญิงดวงซวยออกไป

                บรรยากาศรอบตัวเงียบงันจนน่าใจหายความเหน็บหนาวคืบคลานมาเกาะกินหัวใจของผมอย่างช้าๆ ก่อนมันจะขยายไปเต็มหัวใจ

                ผมมองหน้ามาร์คที่ตอนนี้มันนิ่งเฉย... เฉยจนน่ากลัว

                เหมือนมีลมหอบวิ่งผ่านหน้าผมกับจินไป...

 

                ผัวะ!

 

                “มึงทำแบบนี้กับพวกกูได้ยังไงไอ้มาร์ค!!!

                เสียงตวาดก้องอย่างเสียใจพร้อมน้ำตามากมายที่ดูจะมากกว่าตอนกลางวันเสียอีก... ความผิดหวังเด่นชัดในดวงตาของไวท์ทำให้ผมใจกระตุก

                เผลอก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัวยามได้ยินประโยคเฉียบขาดดุดันของเพื่อนตัวเล็ก..

                มาร์คเป็นคนทำงั้นเหรอ...

                ไม่จริง! ผมไม่เชื่อ!

                เราเป็นเพื่อนรักกันไม่ใช่เหรอ


               หรือเป็นผมที่คิดไปเองฝ่ายเดียว

               เป็นผมที่คิดไปเองว่ามันคือ...เพื่อนรัก

 

----------


                มาร์คเซไปสองสามก้าวหลังจากโดนไวท์ซักเข้าหน้า สีหน้าของมันคล้ายกับไม่คาดคิดว่าจะโดนเพื่อนผู้ใจเย็นน้ำนิ่งไหลลึกอย่างไวท์ต่อยเข้า

                แต่ผมรู้ดีว่าหากไวท์ไม่สุดจะทนแล้วมันไม่มีทางลงไม้ลงมือหรือใช้ความรุนแรงแน่ๆ...

                “มึงต่อยกูเหรอไอ้ไวท์” พึมพำถามคล้ายยังไม่ตื่นจากฝัน “มึงต่อยกูทำเหี้ยอะไร!

                “กล้าถามนะ มึงยังกล้าถามกูอีกเหรอ!” เพื่อนตัวเล็กตะโกนใส่อย่างเหลืออดเส้นเลือดขึ้นตามลำคอเล็กแสดงให้เห็นถึงอารมณ์ที่พุ่งสูง “กูถามจริง ไอ้นับมันไม่ดีกับมึงเหรอ มึงถึงทำกับมันแบบนี้!

                ผมประหลาดใจมากที่ไวท์ถามแบบนั้น... ผมคิดว่ามันจะโมโหมีโทสะเพราะเรื่องนี้มีมันเข้าไปเกี่ยวด้วย แต่มันไม่ได้ห่วงตัวเอง...

                มันห่วงผม

                เหมือนกับผมที่ห่วงมัน...

                ท่าทีไอ้มาร์คนิ่งงันไปเล็กน้อยแล้วยกมือขึ้นปาดเลือดบนมุมปากแล้วหันมาแสยะยิ้มให้ผม “มันดี... ดีจนโง่เลย”

                “!!

                ผมกับจินผงะไปหลังได้ฟัง ไวท์ที่เหมือนรู้อะไรมาก่อนหน้านี้ยิ่งก็ระเบิดโทสะ “พวกกูต่างหากที่โง่! โง่ที่คบกับคนเหี้ยๆ แบบมึงมาเป็นสิบปี!

                ผมเดินไปดึงแขนไวท์ “ไวท์.. มันเกิดอะไรขึ้น”

                “คนที่ปล่อยรูปมึงคือไอ้เหี้ยนี่!” ชี้หน้ามาร์คด้วยตาแดงก่ำน้ำตาไหลพราก “แอนตี้ในทวิตที่ด่ามึงทุกวันก็คือมัน!!

                “ว่าไงนะ!” จินสะบัดหน้าไปมองมาร์คอึ้งๆ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธ “มึงแน่ใจนะไวท์”

                ท่าทีไม่ปฏิเสธของมาร์คยิ่งทำให้แววตาของผมดำมืดขึ้นทุกทีพร้อมหัวใจที่ดิ่งลงเหวเรื่อยๆ เรี่ยวแรงจะยืนก็หืดหายไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ไวท์ด่ามัน ผมก็ยังไม่พูดอะไร

                ผมแค่กำลังหวัง...

                หวังให้มันแก้ตัวสักนิด

                แค่นิดเดียวก็ยังดี... แต่ไม่เลย ไม่มีเลย

                ไวท์ยกมือกุมหน้าตัวเองเอนหลังผมกับอกของผมคล้ายจะพังทลาย “ฮึก กูเห็นในโน้ตบุ๊กมัน... กูเห็นรูปมึง ไอ้นับ... รูปเหี้ยๆ ของมึง... รูปนรกนั่นก็มี”

                หัวใจผมคล้ายหยุดเต้น... มันเก็บรูปนั้นไว้เหรอ... ความหนาวสั่นที่ทำให้ตัวผมชาวาบ ความหวาดกลัวจู่โจมทุกทิศทางจนผมหน้าซีดไม่เหลือสี

                คล้ายโลกหยุดหมุนไปแล้ว... หยุดลงในวันที่เลวร้ายที่สุดและดำมืดที่สุดในชีวิต...

                มาร์คมีภาพวันนั้นเหรอ

                แล้วมัน...มันปล่อยไปรึยัง

                ลบ ต้องลบทิ้ง!

                โครม!    

                ลมหายใจผมกลับมาอีกครั้งหลังจากได้ยินเสียงกระแทกดังโครม ...เป็นไอ้จินที่แทบเขางอกออกจากหัวควันแทบออกหูมันถีบไอ้มาร์คกระแทกกำแพงอย่างแรง

                ไอ้มาร์คร้องโอดโอยกุมท้องอย่างเจ็บปวด... ผมมองภาพนั้นอย่างเฉยชา

                ผม...ไม่คิดจะห้ามอีกต่อไป

                “มีเก็บรูปไว้ที่ไหนบ้าง! ตอบ! ใครมีรูปอีก!” แววตาของจินเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก “ลบเดี๋ยวนี้ มึงลบ!!

                “มีปัญญาก็หาเองสิ!” มันถ่มน้ำลายใส่หน้าจินแล้วมองผมที่หน้าซีดตัวสั่นอย่างสะใจ “มึงสงสัยใช่มั้ยทำไมกูถึงทำแบบนี้”

                ผมสับสนไม่รู้อะไรทั้งนั้น “หรือเพราะ...ดาวชอบกู”

                ตอนนี้ผมคิดออกแค่นี้จริงๆ

                “กูถึงบอกไงว่ามึงมันโง่!” มันด่าผมซ้ำอีกครั้ง “มึงคิดเหรอว่ากูจะชอบผู้หญิงแบบนั้น ก็แค่แพะชั้นดีที่ให้พวกมึงโยนความผิดใส่ก็แค่นั้น”

                มันไม่ใช่มาร์คที่ผมรู้จักอีกต่อไป... คนคนนี้เป็นใคร

“ทำไม...” ทำไมถึงทำกับกูแบบนี้

ไม่รู้ต้องใช้พลังงานเท่าไหร่แต่มันก็มากพอที่แทบจะทำให้ผมทรุดหลังจากเอ่ยถามออกไป ความรู้สึกที่พังทลายลงมาจนแทบไม่เหลืออะไรให้รู้สึก

เจ็บจนชา

ชาจนไม่รู้สึก

โกรธจนทำอะไรไม่ถูก

หวาดกลัวจนขยับไม่ได้

เจ็บปวดแต่ไร้ซึ่งน้ำตา

“เพราะอะไร” เสียงของผมมันสั่นเหมือนหัวใจที่แหลกเหลว ...มองเพื่อนรัก...ไม่ ตอนนี้มันเป็นอดีตไปแล้ว

มาร์คขยับมุมปากขึ้นแล้วมองผมอย่างเกลียดชังคล้ายมีดเสียบแทงลึก

“กูเกลียดมึง”

...อา งั้นเหรอ

                “เกลียดพวกมึงทุกคน” มองไล่ทีละคน

                รู้สึกแสบร้อนไปทั้งคอ “เพราะเกลียดถึงทำเหรอ...”

“มันก็เป็นเหตุผลพอแล้วที่จะทำ”

ผมเงียบแล้วถอนหายใจไม่ดึงดันที่จะหลอกตัวเองอีกแล้ว ผมดันไวท์ไปให้จินแล้วเผชิญหน้ากับมาร์คตรงๆ ไม่หลบเลี่ยง

พยายามกดข่มความหวาดกลัวลงไปแต่สีหน้าผมยังคงซีดเซียวแสดงให้เห็นชัดว่าอ่อนแอแค่ไหน...

“มึงเกลียดกูขนาดนั้นเลยเหรอ”

เกลียดถึงขนาดต้องทำลายกูให้พังเลยเหรอ

ไม่คิดจะเหลือที่ยืนให้กูเลยใช่มั้ย

“เกลียดสิ เกลียดจนอยากทำลายมึงให้ยับ” มาร์คหัวเราะอย่างเยาะเย้ย “กูยังคิดจะลงรูปต่ออีกสักหน่อยด้วยถ้ามึงยังโง่ต่อ”

ฟังแล้วผมก็ยิ่งตัวสั่นเป็นลูกนก...

...ไม่ อย่าทำ ไม่!

“แต่กูก็ลืมไปว่ามึงเสือกมีเพื่อนฉลาดอย่างไอ้ไวท์” คำพูดถากถางเป็นดั่งมีดที่แทงซ้ำแล้วซ้ำเล่า

แววตาของไวท์สะท้อนออกมาถึงความผิดหวังแต่ไม่นานก็ลบเลือนไปแทนที่ด้วยความแข็งกร้าว

“มึงบอกพวกกูมา” เสียงเล็กเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง “มึงทำแบบนี้เพราะอะไร เหตุผลที่มึงเกลียดพวกกูขนาดนี้”

มาร์คหัวเราะ “นั่นสินะ... ถ้ากูไม่บอกชาตินี้ทั้งชาติพวกมึงก็ไม่รู้”

“อย่าลีลา!


“เพราะเขาชอบมึง”


...ประโยคนั้นมาร์คไม่ได้พูดกับผมแต่หันไปทางจิน...

หมายความว่ายังไง


“และเพราะมึงเป็นน้องชายเขา”


สายตาของมาร์คกลับมาที่ผมอีกครั้ง... เหมือนมีระเบิดดังตูมเกิดขึ้นในหัวของผม บรรยากาศมาคุแปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึง

จินเบิกตาโตขึ้นแล้วถามเสียงแหบต่ำ “มึงจะบอกว่า...มึงชอบป๋าเหรอ”

“เพราะมึง เพราะมึง!” ความโมโหพุ่งตรงไปที่จินไม่ทันตั้งตัวไอ้จินก็ถูกซัดเข้าหน้าไปถึงสองหมัด “ถ้าไม่มีมึง! กูก็จะเป็นเมียเขาต่อไป! ถ้าไม่มีมึง! เขาจะสลัดกูทิ้งเหรอ!

สถานการณ์พลิกผันทำให้สมองผมตายชั่วขณะ... เดี๋ยวนะ นี่มันเรื่องเหี้ยอะไรกัน! มาร์คไม่ได้ทำลายผมเพราะนับดาวชอบผม แต่เพราะมันชอบป๋า

มันชอบพี่ชายผม... แล้วผมเกี่ยวเหี้ยอะไร!

“นับ! ไปช่วยจิน! สติผมแทบจะไปคนละทางอยู่แล้ว ไวท์เขย่าแขนผมอย่างแรงให้เข้าไปช่วยจินที่ตกเป็นเบี้ยล่างอยู่ ผมเดินตรงเข้าไปแล้วฟาดเท้าเตะเข้าซี่โครงด้านข้างไอ้มาร์คอย่างแรง

ผัวะ!

...เตะแค่นี้ไม่เท่าความเจ็บปวดในใจกูหรอก

“อุก!” เพราะแรงเตะหนักหน่วงและรุนแรงทำให้มันกระเด็นหลุดไปจากตัวไอ้จิน

ผมประคองเพื่อนขึ้นมาเห็นหน้ามันช้ำปากแตกกำเดาไหลแล้วก็หน้าขรึม “โอเคนะมึง”

“หมัดหนักฉิบ” จินไอออกมาแล้วก็สำลักเลือดที่ไหลเข้าปากแต่มันก็ไม่สนใจสภาพหันไปด่ากราด “ไอ้ประสาทแดก! ถ้ามึงจะโกรธทำไมไม่มาลงที่กู!

มาร์คยันมือกับพื้นเพื่อทรงตัว “...เพราะไอ้นับมันมีค่ากับป๋ามากกว่ามึงไง”

“...”

“อยากจะทำให้ป๋าเจ็บ... ก็ต้องทำให้น้องเขาเจ็บ”

ผมอยากจะหัวเราะ... ผมน่ะเหรอมีค่าในใจป๋าขนาดนั้น... คงใช่

ไวท์กรีดร้อง “มึงมันบ้า มึงมันบ้าไปแล้ว!!

มันบ้าไปแล้วจริงๆ

“กูไม่เคยทำอะไรให้มึงเลย...” ผมมองหน้าสบตามันอย่างไม่ยอม “มึงแค้นป๋าแล้วมาลงที่กูทำเหี้ยอะไร!

“ไม่เคย? มึงทำร้ายจิตใจกูตลอด!!” เปลวเพลิงของความเกลียดชังพุ่งสูงเทียมฟ้า “จำไม่ได้? ใช่สิ คนดัง คนรักคนชอบแบบมึงทำอะไรไปก็ไม่เคยผิด!

                ผมจ้องมันนิ่ง “กูทำอะไร”

                ไอ้มาร์คที่ตอนนี้แทบเสียสติไปหมดแล้วมันยิ้มน่ารังเกียจแล้วอ้าปากจะพ่นเรื่องราวมาทำร้ายจิตใจผมอีกครั้งแต่ก็ยังไม่ทันได้พูดอะไร


“เอาล่ะ... พอแค่นี้แหละ”


บรรยากาศหนักอึ้งหยุดชะงักลงเมื่อมีเสียงอ่อนละมุนขัดความเกลียดชังที่สาดใส่เข้ามา... พี่เก้าเดินเข้ามาดึงผมให้ไปอยู่ด้านหลังเขา

“ไม่ต้องฟังอะไรอีกแล้ว” พี่เก้าบีบมือผมแน่น “แค่นี้ก็มากพอแล้ว”

“พี่เก้า...”

“เกลียดก็คือเกลียด...อย่าไปหาเหตุผลจากคนที่เกลียดเลยนับสอง”

“...”

“สำหรับคนที่เกลียดแค่ลมหายใจก็ผิดแล้ว”

คำพูดของเขาออกจะรุนแรงไปบ้างแต่ผมกลับรู้สึกขอบคุณ... เขายังคงเป็นคนเดียวที่รักษาและแคร์ความรู้สึกของผมเสมอเพราะไม่อยากให้ฟังจึงเข้ามาหยุดและพาผมออกไป

ฟังไป...คนที่จะเจ็บก็เป็นผม

เป็นผมคนเดียว

ผมยิ้มแล้วมองแผ่นหลังของผู้ชายคนนี้

พี่เก้าหันกลับมาหาผมแล้วลูบแก้มอย่างเคยชิน “คนแบบนี้ไม่มีค่าพอให้ต้องเจ็บปวด”

ผมพยายามจะยิ้มให้พี่เก้าแต่เขาส่ายหน้า

“อย่ายิ้ม” เขาใช้นิ้วกดมุมปากผมไว้ไม่ยิ้ม “พาจินไปทำแผลเถอะ”

พี่เก้าหันไปมองไวท์เล็กน้อยเพราะตอนนี้คนที่ดูมีสติที่สุดก็คงเป็นมัน ไวท์พิจารณาเงียบๆ เหลือบมองไปทางมาร์คครั้งหนึ่งก่อนจะจูงมือจินให้เดินตาม

“อย่ามาให้กูเห็นหน้าอีก” ทิ้งท้ายไว้แล้วเดินมาจับมือผม

ผมสัมผัสได้ว่ามือเล็กมันสั่นระริก... ผมก้มมองมือของไวท์เล็กน้อยแล้วเปลี่ยนมือจับแน่น...

มองไปที่มาร์คที่ยืนอยู่โดดเดี่ยวด้วยความรู้สึกที่...เรียบเฉยและว่างเปล่าไม่เหลือความรู้สึกใดๆ ในดวงตาอีกแล้ว

“ลาก่อน...เพื่อนรัก”

แล้วอย่าได้เจอกันอีกเลยชาตินี้ทั้งชาติ

มาร์คมีอาการตกตะลึงไม่คาดฝันมันมองผมแล้วก็เบือนหน้าออกไป... มึงยังจะหวังให้กูให้อภัยอีกเหรอ... มันจบแล้ว จบตั้งแต่ที่มึงยังเก็บรูปกูไว้แล้ว


                “เพื่อนรักเหรอ...มันไม่มีตั้งแต่แรกแล้ว”

            

              มันยังคงจิกกัดไม่เลิกไม่ราแต่ผมก็ไม่คิดจะให้ตัวเองรู้สึกพังไปมากกว่านี้แล้วจึงพากันเดินออกมาโดยปล่อยเบื้องหลังไว้ให้พี่เก้าจัดการเก็บกวาด...

                โดยไม่คิดจะหันหลังกลับไปอีก

                มันจบเเล้ว... มาร์ค

 

 

--------



                สวนกว้างที่ร่มเย็นหลังจากความรุนแรงดั่งเปลวไฟที่แผดเผาดับหมอดลงหลังจากนับสองออกไป ความเย็นยะเยือกจากกายสูงของเก้าก็แผ่ขยายออกไปทั่วบริเวณ

                รอยยิ้มน่าขนลุกแย้มออกจ้องมองมาร์คเหมือนคนที่ตายไปแล้ว...

                “จะแก้แค้นคืนให้เมียรักรึไง” มาร์คแค่นหัวเราะอย่างเหยียดๆ

                เก้าขยับเดินเข้าไปใกล้มากขึ้นรังสีคุกคามทำให้เด็กมันกริ่งเกรงขึ้นมา... แต่ก็พยายามข่มใจ

                “กำลังกลัวหรือ” น้ำเสียงกดต่ำลึกจนน่าผวา

                “!!” มาร์คถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว “คิดจะทำอะไร!

     “แตะต้องเมียกู”

     

     “แล้วยังคิดว่าตัวเองจะรอดอีกเหรอ”

                กล้าทำให้นับสองต้องเจ็บปวด

                กล้าทำให้นับสองต้องถูกด่า

                กล้าทำให้หัวใจของกูเจ็บปวด

                อย่าหวังว่าจะรอด!

                ใบหน้าของเด็กปีกกล้าขาแข็งซีดเซียวปากสั่น รู้สึกเสียใจตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วยิ่งคิดหนีแล้วก็ไม่ทันซะแล้ว ตอนที่ร่างกายขยับจะหนีไป...

                ตุ้บ...

                ความเจ็บรุนแรงที่ต้นคอทำให้ภาพทุกอย่างเบลอไปหมดและก็กลายเป็นสีดำในที่สุด เก้าลดมือที่ใช้ฟาดใส่คออีกฝ่ายลง มองร่างที่ฟุบสลบอยู่บนพื้นนิ่งๆ ก่อนจะดีดนิ้วหนึ่งครั้ง...

                ชายใส่สูทเนี้ยบกริบเดินเข้ามาจากที่ไหนไม่รู้มายืนข้างหลัง...

                “เอาตัวไป”

 



----------


[นับสอง]


                เหมือนร่างกายยังขยับเคลื่อนไหวได้แต่หัวใจมันเต้นช้าลงเรื่อยๆ ผมมองใบหน้าของจินแล้วก็เจ็บใจ ตอนนี้สภาพหน้ามันก็พอๆ กับตอนผมซัดกับไอ้เชี่ยคลาวด์เลยครับแถมตอนนี้ผมก็รู้มาว่ามันย้ายที่เรียนไปแล้วแต่ไม่รู้เหมือนกันว่าจะย้ายทำไม

                แต่ก็ดี...เหม็นหน้ามัน

                ไอ้เหี้ยมาร์คนี่ผมก็ไม่อยากเห็นหน้า

                รังแต่จะกระตุ้นความเดือดดาลของผม

                “กูพาไปห้องน้ำ” เห็นหน้าพนักงานที่มองพวกเราหวาดๆ แล้วก็ได้แต่หลบตาไม่กล้ามองหน้า แหมก็มามีเรื่องในร้านเขานี่ครับ ดีนะที่ไม่ทำอะไรเสียหาย

                ผมประคองจินไปห้องน้ำก่อนเพื่อจะเช็ดคราบเลือดออกก่อนเพราะไม่งั้นมันจะดูหน้ากลัวเกินไป ส่วนไวท์ก็ไปขออุปกรณ์ทำแผลจากทางร้านที่ไม่รู้จะมีรึเปล่า

จินดันผมออกเพื่อจะล้างคราบเลือดเต็มปากเต็มจมูกออก... ผมไม่ค่อยชอบเลือดเท่าไหร่จึงเบือนหน้าหนี ไม่ชอบกลิ่นของมันนัก

ผมพิงกำแพงด้านข้างเพื่อพยุงตัว... รอบกายเต็มไปด้วยความเงียบงันมีแค่เสียงก๊อกน้ำเท่านั้น...

“กู...พูดไม่ออกจริงๆ” เป็นจินที่เริ่มต้นบทสนทนา

“กูไม่มีอะไรจะพูด” ส่ายหน้าแล้วหลับตาแต่ก่อนจะปิดเปลือกตานั้นก็เห็นไวท์เดินถือผ้าสะอาดมา ดูเหมือนจะไม่มียาแฮะ

“คุยอะไรกัน” ไวท์ส่งผ้าให้จินแล้วมองพวกผมสลับกันไปมา

“แค่คาดไม่ถึง” ผมยิ้มน้อยๆ พลางก้มมองพื้น “แล้วก็เจ็บ”

ไวท์เม้มปากแล้วก้มเปิดกระเป๋าใบเล็กของตัวเองช้าๆ “บางครั้งความจริงมันโหดร้าย”

“...” ไดอารี่สีดำถูกยื่นมาให้ผม

“แต่การไม่รู้อะไรเลยมันก็จะสงสัยไปตลอดชีวิต” มันหลังมือขึ้นปาดน้ำตาที่บริเวณหางตา “มึงคงไม่อยากค้างคาไปชั่วชีวิตใช่มั้ย”

ผมพยักหน้าแล้วรับมาด้วยความรู้สึกที่พูดไม่ออก

“มึงอ่านแล้วเหรอ” จินเช็ดหน้าอย่างระวังแล้วเอ่ยถาม

“อืม” ไวท์ถอนหายใจแล้วยิ้มขมๆ หันหน้าไปหาจิน “เรากลับกันเถอะ”

“ได้ เดี๋ยวกูไปส่ง” จินพยักหน้าหงึกหงักแล้วซี้ดปาก มันหันมามองผมบ้างก็เห็นว่าผมนิ่งแล้วลูบหน้าปกไดอารี่ไปมาจึงตบบ่าสามสี่ที “เดี๋ยวมันก็ผ่านไป”

“อื้อ”

“มึงมีพวกกูอยู่นะ” เสียงเล็กเอ่ยหนักแน่นแล้วโผเข้ากอดผมเหมือนเด็กๆ ผมสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆ ใช้แขนโอบกอดตัวไวท์ข้าง อีกข้างก็ดึงไอ้จินมากอด...

ขอแค่สองคนนี้

อย่าหักหลังกันอีกเลย

ขอแค่สองคนนี้

ที่ผมจะเชื่อใจได้

อ้อมกอดที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและเจ็บปวด สายสัมพันธ์ที่แน่นกระชับขึ้นอีกระดับ ภายในหัวใจได้รับการรักษาอย่างช้าๆ

ไม่นานผมก็ปล่อยทั้งคู่ออกแล้วยิ้มให้ “พวกมึงกับไปพักเถอะ”

“มึง...”

ยักคิ้วกวนๆ “กูก็จะไปเดตกับพี่เก้าต่อ” ยื่นมือไปหยิกแก้มเพื่อนทั้งสอง “แล้วเจอกันพรุ่งนี้พวกคนโสด!

“ไอ้ห่า ไปไกลๆ เลยมึง!” เพื่อนตัวน้อยยกเท้าจะถีบผมแต่เผอิญผมหลบได้

“ขาสั้นก็งี้แหละน้องไวท์” ส่ายหน้าจุปาก

“ไอ้เชี่ยนั๊บบบบ!

ผมวิ่งหนีจ้าละหวั่นเลยครับพร้อมกับหัวเราะลั่นร้านเมื่อทำให้ไวท์โมโหได้ จินช่วยจับตัวไวท์ให้ทำให้ผมรอดมือมาได้อย่างหวุดหวิด ผมวิ่งๆ ออกมาถึงนอกร้านก็เห็นพี่เก้ายืนทำอารมณ์พระเอกเอวี เอ๊ย เอ็มวีอยู่ก็เดินไปหา

“เรียบร้อยแล้วเหรอ” เขายิ้มให้ผม

“เรียบร้อยแล้ว! ไปกินน้ำแข็งไสเถอะ” รู้สึกกระตือรือร้นขึ้นมาเลยพอคิดถึงน้ำแข็งไสหวานเย็น

แววตาพี่เก้ายากจะคาดเดาแต่เขาจ้องผมนิ่งมากจนผมใจกระตุกแล้วหลบตา... แล้วสายตาคมกริบก็มองมาที่มือของผม... มันกำหมัดแน่นตลอดเวลา

“งั้นก็ไปกันเถอะ” เขาคว้ามือผมแล้วพาเดินไปที่รถ

งุ้ยยย เดินแค่นี้เขาไม่หลงทางหรอก

หลอกจับมือเค้าเหรอ

...แต่ว่าเป็นมือที่ใหญ่จริงๆ แถมยังอุ่นมากด้วย

 “พี่ทำยังไงต่อเหรอ” ผมถามออกไปเสียงแผ่ว

“ก็ไม่ได้ทำอะไรนะครับ” พี่เอียงคอแล้วทำหน้างงๆ “หลังจากนับสองออกไป เขาก็เดินออกไป ขับมอเตอร์ไซด์กลับไปแล้วครับ”

พยักหน้าเป็นเชิงรับรู้แล้วก็กำสมุดโน้ตในมือแน่นขึ้นไปอีก...

พี่เก้าเปิดประตูรถให้แล้วดันตัวผมเข้าไปนั่งเมื่อได้นั่งแล้วก็รู้สึกร่างกายไม่มีแรงสภาพไม่ต่างอะไรกับการไปเล่นบาสหนักๆ ติดต่อการสิบชั่วโมง

ผมก้มมองสมุดโน้ตในมือนิ่งก่อนจะกลั้นใจเปิดอ่าน...

คนข้างกายมองมาอย่างเป็นห่วงทำท่าจะมาดึงสมุดออกจากมือผม แต่ผมส่ายหน้าให้เขาเลยจำต้องหดมือกลับไป พี่เก้าหันกลับไปตั้งใจขับรถไม่ลืมจะมาผมเป็นระยะๆ

พี่มึงมองถนนเถอะ ได้โปรด

ยังไม่อยากตายนะ

กลับมาสนใจหน้ากระดาษในมืออย่างใจจดใจจ่อมันเป็นบันทึกที่ค่อนข้างยุ่งเหยิงไม่กำหนดวันที่อะไรทั้งนั้น เหมือนเป็นสมุดที่ไว้เขียนระบายอารมณ์ล้วนๆ

ผมกวาดตามองช้าๆ ไล่อ่านทีละตัว

จากเข็มเล็กๆ ที่จิ้มลงบนหัวใจ

ก็ค่อยๆ กลายเป็นมีดที่เฉือนเนื้อ

ตามมาด้วยหัวใจที่ถูกควักทั้งดวง

ความอิจฉา ริษยา คับแค้นเต็มไปทุกหน้ากระดาษ ความผิดที่ไม่สมควรมีก็ผุดเป็นเห็ด จับผิดทุกอย่างดั่งที่พี่เก้าบอกไว้แค่หายใจก็ผิดแล้วสำหรับคนที่เกลียด


...อิจฉาที่หน้าตาผมดี

...ริษยาที่ผมเล่นกีฬาเก่ง

...อิจฉาที่ผมเล่นดนตรีได้มากกว่ายี่สิบชนิด

...ริษยาที่ผมเป็นที่รักแม้จะทำตัวเกเรไปบ้าง

...อิจฉาที่ความใจดีของป๋ามีแค่ผม

...แค้นที่ผมไม่เคยอวยมันต่อหน้าป๋าเหมือนไวท์หรือจิน

...แค้นที่ผมชอบจับคู่ป๋ากับพี่ควินซ์

...แค้นที่เวลาจับคู่ทำงานกี่ครั้ง ไวท์มักเลือกผม

...แค้นที่ผมเป็นน้องชายป๋า เพราะป๋าไม่อยากยุ่งกับเพื่อนน้องชายแต่มันก็ดันทุรัง... ป๋าพลาดหนึ่งครั้งแล้วก็ไม่ใส่ใจ มันก็ขู่จะฟ้องผม ป๋าไม่อยากให้ผมรู้จึงทำข้อตกลงจะพยายามเลี้ยงดูแต่ไม่ยกย่อง

...แค้นที่ผมเป็นตัวขวางความรักที่สวยงามของมัน

...ถ้าไม่มีผม มีหรือมันต้องเป็นเมียเก็บป๋า...

...น่าโมโหที่ผมไม่ตาย

...น่าหงุดหงิดที่ผมไม่เหลวแหลกให้สุดจนกู่ไม่กลับ


ผมปิดสมุดลงเพราะคิดว่ามันคงไม่มีอะไรแล้ว... ปัญญาอ่อน ไร้สาระ... อย่างที่พี่เก้าบอกเลยครับ อย่าหาเหตุผลจากคนที่เกลียดเพราะไม่ว่าอะไรมันก็เกลียดได้หมด

แต่ว่า... ผมก็ยังเสียใจอยู่ดี

                ฮึก...

                ทำไมล่ะ ผมทุ่มให้มันเต็มร้อย นี่หรือสิ่งที่ได้รับ

                ถ้าชอบป๋า มึงก็บอกกูมาสิ มึงก็บอกกูมา!!

                ไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่ากระดาษถูกฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปแล้ว บนตักของผมเต็มไปด้วยเศษกระดาษ ตอนนี้รถจอดสนิทแล้วครับ ผมสะดุ้งแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างก็เห็นว่าถึงบริเวณริมแม่น้ำแล้ว...

                หันกลับมามองที่ตักตัวเองแล้วมองพี่เก้าเจ้าของรถที่นั่งหน้าขรึม... ง่า โกรธซะแล้ว

“อุ้ย ทำเละเทะเลย เดี๋ยวผมเก็บให้นะ” ยิ้มแห้งๆ ให้แต่สีหน้าพี่เก้าไม่ได้ดีขึ้นเลยแถมยังแย่ลงไปอีก

จะอ่านปากพูดต่อแต่ก็ถูกเขาตวาดใส่

“บอกว่าอย่ายิ้ม!

                “...!

               "หยุดฝืนยิ้มสักที!"

                ผมผงะถอยไปชิดประตูรถอย่างตกใจ... พี่เก้าเวอร์ชั่นแบดบอยเหรอ

                “เลิกทำเป็นเก่งต่อหน้าพี่!!” ดูเหมือนเขาจะเหลืออดแล้วแววตาเข้มแสงเต้มไปด้วยความเจ็บปวดก่อนเสียงจะเบาลง “ยิ่งทำแบบนี้มันยิ่งอึดอัด และพี่ก็ยิ่งโกรธ... โกรธที่ทำอะไรให้เราไม่ได้เลยสักอย่าง”

                “ผมไม่...” ไม่ได้กำลังอึดอัด ผมสบายดี

                “การร้องไห้มันไม่ได้น่าอายเลยนะ” สีหน้าพี่เก้าอ่อนโยนลงแล้วมองผมอย่างจริงจัง

                “...” หันหน้าหนี

                “ร้องออกมาเถอะ”

                ส่ายหน้า “...”

                ไม่ร้อง ไม่เอา

                “นับสองไม่ได้อยู่คนเดียวนะ”

                “...” อย่าพูดนะ

                “นับสองมีพี่เก้านะครับ” เขาดึงมือสั่นสะท้านของผมไปสัมผัสกับใบหน้าของเขา... “พี่เก้าอยู่ตรงนี้ ตรงหน้านับสอง”

                “ฮึก” ผมเม้มปากกลั้นเสียงกดข่มก้อนแข็งๆ ในลำคอ

                นิ้วมืออบอุ่นลูบริมฝีปากผมกดเบาๆ ไม่ให้ผมกดปากตัวเอง “เพราะงั้นร้องออกมาเถอะ คนเก่ง”

                “ฮึก ไม่ร้อง ผมไม่ได้ร้อง” ส่ายหน้าก้มหน้าซ่อนความเปียกชื้นที่คลอเต็มดวงตา

                “เชื่อใจพี่มั้ย” เขาถามเบาๆ

เชื่อสิ

“ถ้าเชื่อใจพี่”

“...”

“ก็ร้องไห้ออกมา”

“...”

“พี่เก้าจะซับน้ำตาให้เอง”

“...”

“ไหล่พี่เก้ากว้างมากนะ”

“...”

“มากพอที่จะให้นับสองพักพิง”

ร่างกายไปไวกว่าสมองเยอะมากมันทำตามหัวใจที่เจ็บปวดและต้องการที่พักพิง น้ำตามากมายที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนไหลออกจากตาราวน้ำป่าไหลพราก

“ฮือ!

เสียงร้องไห้ไม่มีเก็บไว้อีกแล้ว ความเจ็บปวดที่กดทับไว้ระเบิดออก... ผมกอดพี่เก้าแน่นแล้วร้องไห้เหมือนจะเป็นจะตาย...


“ผมเจ็บ! ผมเจ็บมาก!

“ทำไมถึงทำกับผมแบบนี้ ฮึก”

“ผมไม่ดีเหรอพี่เก้า ฮือ”

“ผมทำอะไรผิด ทำไมมันต้องเกลียดผมด้วย ฮึก ฮือ”

“ทำไม ทำไม!!

“...ฮึก ผมให้มันทุกอย่าง ฮือ”

“ผมเจ็บ เจ็บมากๆ ฮือ เจ็บจะตายอยู่แล้ว!

 

                เขากอดกระชับตัวผมแน่น

                “ฮึก ฮือ”

                รับรู้ได้ว่าเสื้อของพี่เขาเปียกไปหมดแล้ว

                “นับสองทำดีที่สุดแล้ว”

                “ทำไม ทำไม” ร้องไห้จนสติเลือนราง

                “...เพราะงั้นอย่าเสียใจอีกเลย”

 

                เห็นนับสองร้องไห้แล้ว

                พี่เก้าปวดใจเหลือเกิน

                


 

 

[เก้า]

 

                “ตาบวม น่าเกลียดชะมัด”

                “เออ ใครมันจะไปหล่อทุกองศาทุกเวลาแบบพี่กัน!

                เสียงประชดประชันของนับสองไม่ได้ทำให้ผมคลายรอยยิ้มบนหน้าลง กลับยิ้มกว้างขำขันมากขึ้น ตอนนี้ผมกับน้องเราอยู่ที่ร้านน้ำแข็งไสแล้วครับ

                มันไม่ใช่ร้านคาเฟ่ใหญ่ๆ ตกแต่งดีๆ แต่เป็นร้านง่ายๆ แบบรถเข็น มีเก้าอี้เล็กๆ ให้นั่ง แถวริมน้ำแบบนี้ถ้าเย็นอีกหน่อยก็คงมีร้านมาตั้งขายแน่ๆ

                ผมนับถือความช่างสรรหาร้านขนมของนับสองจริงๆ

                ในซอกในหลืบร้านไม่มีชื่อก็หาจนเจอ

                เวลาทำรายงานน้องมันตั้งใจหาข้อมูลขนาดนี้มั้ยนะ

                ผมสงสัยไม่ได้กระแหนะกระแหนน้องนะ

                ใครจะกล้ากับแรดตัวน้อยผู้ร่าเริงที่ยามนี้เป็นแรดถูกขโมยนอได้เล่า

                “พี่รู้ตัวว่าพี่หล่อ อย่าชมมาก เขินนะ” ผมพยายามทำให้น้องอารมณ์ดี

                “ไม่คุยกับพี่แล้ว!” ดูจะโกรธมากกว่าดีแฮะ

                ผมส่ายหน้าแล้วตักน้ำแข็งไสกินบ้าง อย่างที่รู้กันว่าผมไม่ชอบของหวานแต่ก็ไม่ได้เกลียดตั้งแต่อยู่กับนับสองก็พยายามทำใจให้ชินกับพวกรสหวานๆ หวานเลี่ยน หวานน้ำตาลขึ้นตาเจอมาหมดแล้วครับ

                น้ำแข็งไสถ้วยของผมราดเป็นรสกาแฟโบราณครับเลยไม่มีปัญหาเท่าไหร่มีราดนมข้นหวานนิดๆ ด้านบนก็โอเค กำลังอร่อยหวานสดชื่น ร้านนี้เขาใช้ที่ไสน้ำแข็งแบบเก่าที่เอาน้ำแข็งก้อนใหญ่ถูไสไปกับแผ่นไม้ที่ติดแผ่นเหล็กเป็นฟันคมซี่ๆ ไว้ไสน้ำแข็งโดยเฉพาะไม่ใช้เครื่อง

                ส่วนของนับสองนั้นราดด้วยน้ำแดงเฮลลูบอย น้ำหวานชื่อดังและมันก็อร่อย คิวมักเลือกยี่ห้อนี้มาทำเครื่องดื่มบ่อยๆ

                หลังจากทำให้น้องระเบิดร้องไห้ได้ก็ค่อยรู้สึกเบาใจขึ้นมาบ้าง จะว่ายังไงดีคือจริงๆ ผมก็ไม่อยากเห็นน้ำตาน้องหรอกแต่ที่ต้องพยายามให้ร้องไม่ใช่ว่าผมโรคจิตชอบน้ำตาคนรัก

                แต่เพราะมันหนักเกินไปที่จะอดทนและอดกลั้นหากได้ระบายออกมาบ้างก็จะดีกว่าเก็บไว้ แล้วที่สำคัญ... ผมอยากให้น้องรู้สึกว่าผมเป็นคนที่เชื่อใจได้ ร้องไห้ใส่ได้ อ่อนแอใส่ได้

                ผมอยากเป็นทุกอย่างให้น้องพึ่งพา

                ดูโลภไปมั้ยนะ

                ถ้าพูดแบบตรงๆ เลย

                ผมอยากให้น้องรู้สึกว่าขาดผมไม่ได้

                “กลับไปต้องเอาน้ำแข็งประคบตานะ” ผมร้องบอกพลางเคี้ยวเฉาก๊วยไปด้วย ในน้ำแข็งไสของผมใส่เฉาก๊วยด้วยครับ “ไม่งั้นพรุ่งนี้ได้ตาบวมแน่ๆ”

                “รู้แล้ว” ยังเคืองผมอยู่ชัวร์ “ว่าแต่เย็นนี้เราจะกินอะไรกันดี”

                “กินขนมตรงหน้าให้หมดก่อนมั้ย เด็กตะกละ”

                ขนมในมือยังไม่หมดแต่ร้องหาข้าวเย็นซะแล้ว บางทีผมก็คิดอยู่ว่าผมเลี้ยงน้องไม่อิ่มเหรอวะ ดูจะหิวโหยทุกสิบนาทีจริงๆ

                ดีนะที่รวยเลยเลี้ยงไหว

                เลี้ยงเฉพาะคนที่ชื่อนับสองด้วยครับ

                ไม่ใช่นับสองก็เลี้ยงตัวเองไปนะครับ

                “เดี๋ยวก็หมดแล้ว” นับสองรีบกินเลยทีนี้ แก้มดูป่องๆ น่าหยิก “เย็นนี้ผมอยากกินข้าวหน้าปลาไหล”

                “จะกินฝีมือคิวหรือกินที่ร้าน” เทียบแล้วนับสองชอบมากระแซะๆ ถามว่าคิวจะกลับเร็วมั้ย อยากกินฝีมือคิว

                ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจสองคนนี้เท่าไหร่ ตีกันจะตายไปข้างแต่ก็อยากกินฝีมืออาหารเขา อีกคนทำท่าไม่ชอบแรงแต่ก็ยอมทำของให้กินตลอด

                ผมก็ชอบเวลาสองคนนี้ตีกันนะเพราะได้เห็นเวลาคิวทำตัวเด็กๆ ซะบ้างเก๊กหน้าขรึมตลอดไม่เมื่อยรึไง

                “ได้ยินว่าร้านที่... อร่อยมาก เปิดใหม่ด้วย” ตาวิบวับเป็นประกายเลยทีเดียว

                พ่นหายใจแล้วพยักหน้ารับรู้ บอกแล้วว่าเรื่องกินของนับสองคือเรื่องใหญ่ร้านเปิดใหม่ก็รู้แล้ว ผมควรจัดทริปแดกทั่วไทยให้น้องดีมั้ยนะ

                นาทีนี้เพื่อให้น้องลืมความรู้สึกแย่ๆ ตามใจได้ก็ตามใจหมดครับ

                ระหว่างที่ผมกินก็เปิดโทรศัพท์เช็กโซเซียลตามนิสัยอีกเหมือนเดิม ผมเข้าไปดูในโพสต์ล่าสุดของตัวเองที่มีคนคอมเมนต์และแชร์เยอะมาก แฟนคลับหลายคนที่ไม่ใช่นักศึกษาในมหาลัยก็จะมีงงๆ บ้าง

                แต่ถ้าใครอยู่ในมอผมก็พอเก็ตแหละว่าผมพูดถึงใครอยู่... ตอนนี้กระแสด่านับสองก็หยุดไปเยอะเลยแถมโพสต์ของมาร์คที่ใช้แอคอื่นมาปั่นกระแสก็ได้หายไปแล้ว...และมันก็ไม่ใช่ฝีมือผม

                ฝีมือใคร...

                ผมขมวดคิ้วยุ่งก่อนจะไล่อ่านความเห็นของแฟนๆ ซึ่งก็ต่างรอคำอธิบาย แน่สิ อิทธิพลและชื่อเสียงของผมมันค่อนข้างดีและน่าเชื่อถือเลย ผมออกตัวปกป้องขนาดนี้นับสองก็ต้องไม่ใช่อย่างที่เห็นแน่ๆ

แต่ตอนนี้ผมยังคิดไม่ออกว่าจะจัดการแก้ข่าวยังไง

หาคำอธิบายอะไรมาลบล้างดี

เพราะมัวแต่จดจ่อมากไปทำให้ไม่ได้ยินเสียงนับสอง

                “พี่เก้า”

                ผมจะทำยังไงดี

                “พี่เก้า!” เสียงเรียกดังขึ้นอีกระดับ

                ผมชะงักความนึกคิดแล้วมองหน้านับสอง “ว่าไงนับสอง” สังเกตเห็นว่าน้ำแข็งไสในมือน้องหมดเกลี้ยงแล้ว

                “คิดอะไรอยู่เหรอ เครียดเชียว”

                “เรื่องเราน่ะแหละ” ผมวางถ้วยน้ำแข็งไสในมือตัวเองลงแล้วหยิบแก้วน้ำขึ้นมาจิบ

                แววตาซุกซนหม่นลงทันที “เดี๋ยวคนก็ลืมไปเองแหละ” ยิ่งทำเป็นไม่ใส่ใจก็ยิ่งใส่ใจ

                “ไม่ได้หรอก” ผมส่ายหน้าแล้วลุกขึ้น

                ใครกล้ามองน้องไม่ดี ผมจะควักลูกตา

                ใครกล้าปากดีใส่น้อง ผมจะตัดลิ้นมัน

                ใครพิมพ์ด่าไร้เหตุผล ผมจะตัดนิ้วให้ดู!

สีหน้าของนับสองดูสิ้นหวัง “แล้วพี่จะทำยังไง ให้ผมจัดโต๊ะแถลงข่าวเลยมั้ย” ยังมีอารมณ์มาเล่นลิ้นอีก

เขกหัวไปแล้วโอบคอ “งั้นเอาถ่ายทอดสดเลยมั้ย พี่ไปเตรียมสตูดิโอให้”

“มากไป มากไป!” แล้วน้องก็หัวเราะจากนั้นก็หยิกเอวผม “อุ้ยๆ มีพุงอะ”

ผมหน้าขรึมทันที “ยังไม่มีสักหน่อย” ช่วงนี้ผมไม่ได้ลงไปฟิตหุ่นในฟินเนสเท่าไหร่คงจะมีบ้างแหละ

“มี” นับสองเถียง

                “ของตัวเองล่ะ” ผมยื่นมือไปจับหน้าท้องของนับสองที่ออกป่องมาเยอะมาก นับสองดีดตัวหลบแต่ไม่ทันแล้วครับ ผมสัมผัสเข้าไปเต็มๆ

                “อย่าพูดนะเว้ย!

                “นั้นพุงคนเหรอ” ผมทำหน้าตาประหลาดใจแบบกวนส้น “นึกว่าพุงหมู”

                “ไอ้พี่เก้า!!

                ผมวิ่งหนีมือนับสองเป็นพัลวันยอมทำตัวเป็นเด็กสักวันให้น้องมันอารมณ์ดีแล้วกัน วิ่งเล่นไล่จับไม่อายคนเลยครับ วิ่งจนหอบไปข้างจึงยอมเลิก

                ผมพาน้องไปกินข้าวหน้าปลาไหลร้านเปิดใหม่ตามที่ต้องการ เป็นร้านที่เจ๋งดีมีกำหนดว่าจะรับลูกค้าแค่สิบโต๊ะต่อวัน โชคดีที่เรามาเป็นโต๊ะที่แปด

                ไม่อยากคิดเลยว่าถ้ามาแล้วไม่ได้กินจะมีเด็กงอนผมขนาดไหน

                “ร้านนี้แพงชะมัด”

                ...บ่นทำไมครับเมีย

                ในเมื่อผัวจ่าย

                ตอนนี้ก็สองทุ่มกว่าแล้วสมควรกลับไปพักผ่อนที่ห้องได้แล้วเหมือนนับสองจะบอกว่ามีงานอยู่ด้วย และก็มาถึงห้องตอนสามทุ่มกว่าในห้องที่มีอ๋อองกับไนน์กำลังนั่งเล่นเกมอยู่

                “เล่นเกมอะไรกัน เล่นด้วย!” จะว่าไปนับสองก็เป็นคอเกมนี่เนอะ

                “กลับมาแล้วเหรอ” ไนน์ถามโดยที่ไม่ละสาตาไปจากเกม มันยังอยู่ในชุดช็อปอยู่เลย

                “เล่นบ้างๆ” นับสองขอเล่นด้วยแต่ผมไม่ให้เล่น

                “มีการบ้านไม่ใช่รึไง” ผมเตือนเสียงเข้มจนท่าทางระริกระรี้ฝ่อไปหมด “ทำการบ้านเสร็จ พี่จะให้เล่น”

                “ดุจริงจรี๊งงง” น้องชายตัวแสบเอ่ยแซว “เมียหรือลูกวะ”

                “มึงก็ด้วยไอ้ไนน์ ทำไมไม่อาบน้ำให้เรียบร้อย” มองไปที่อ๋องเป็นเชิงว่าทำไมไม่เตือนมัน

                “พี่บอกไนน์แล้วนะ ไม่ต้องมาดุพี่” รีบบอกทันที ตาจ้องที่จอทีวีเขม็ง

                ผมส่ายหน้าทั้งเมียทั้งน้องชายนิสัยเด็กเหมือนกันไม่มีผิด ไหนจะนิสัยที่เหมือนกันราวกับฝาแฝด ถ้าไอ้ไนน์ไม่ได้หน้าตาเหมือนผม ผมคงคิดว่ามันอาจจะเป็นพี่คนโตที่หายสาบสูญของนับสองก็ได้

                ผมลากนับสองที่จ้องเกมตาละห้อยขึ้นไปส่งที่ห้องยัดผ้าขนหนูพร้อมเสื้อผ้าให้เสร็จสรรพ แต่น้องยังไม่ยอมไปอาบสักที

                “หรืออยากให้พี่ไปช่วยอาบ...”

                ปัง!

                ปิดประตูกระแทกหน้าเลยทีนี้ ผมยิ้มแล้วส่ายหน้าก่อนจะหมุนตัวเดินลงไปชั้นล่าง...

                “อ๋อง” ผมเรียกพี่ชาย

                “ว่าไง” ตอนนี้เล่นเกมกันจบตาพอดี อ๋องหยิบเอกสารขึ้นมาถือเตรียมอ่านต่อ ส่วนไนน์ก็กำลังเลื้อยตัวนอนพาดบนตักของอ๋อง

                “ขอยานอนหลับ”

                อ๋องเงยหน้าทันที “ใครกิน”

                “นับสอง” ผมหลุบตาลงต่ำเล็กน้อย ไนน์ที่กำลังนอนเลื้อยอยู่ก็ขยับลุกขึ้นนั่งดีๆ

                “น้องนับนอนไม่หลับเหรอ” ขมวดคิ้วถามอย่างเป็นห่วง

                ส่ายหน้า “ผมต้องการให้คืนนี้น้องหลับ”

                อ๋องกับไนน์นิ่งไปเล็กน้อย คนเป็นหมอพยักหน้าเข้าใจแล้วก็ลุกขึ้นไปทางห้องนอนของตัวเอง ผมนั่งลงแทนที่ของอ๋อง ไอ้น้องตัวแสบก็ขยับมาปีนเลื้อยกับตัวผมบ้าง

                “เค้าเห็นในเฟซแล้ว” จอมเสือกจริงๆ “เล่าหน่อยดิ เกิดไรขึ้น”

                ผมเห็นนับสองเป็นครอบครัวไปแล้วและทุกคนในบ้านก็เห็นว่านับสองเป็นส่วนหนึ่งแล้วดังนั้นเรื่องของน้องก็เหมือนเรื่องของทุกคน

                อันที่จริงผมก็ต้องการปรึกษาหาทางออกกับอ๋องด้วยเช่นกัน ผมไม่ได้เก่งไปหมดทุกอย่างและตอนนี้ผมก็ไม่ได้มีกำลังขนาดนั้น

                ระหว่างเล่าไปใบหน้าของไนน์ก็ตึงขึ้น “เหี้ยโคตร!

                “อืม”

                “งั้นคืนนี้ก็จะไปที่โกดังเหรอ” ไนน์รีบถามอย่างตื่นเต้น เห็นผมพยักหน้าก็รีบ “ไปด้วย!

                มันไม่ไป ผมก็จะลากมันไปเพราะไม่แน่ใจว่าตัวเองจะมีสติมากแค่ไหน ผมฟังไอ้ไนน์ด่ากราดอยู่สิบนาที อ๋องก็เดินกลับมาในมือเป็นซองเล็กๆ ผงสีขาวละเอียด

                ผมขอบคุณแล้วเดินไปที่ห้องครัวหาของว่างไว้สำหรับให้นับสองกินเล่นระหว่างทำงาน เทยานอนหลับลงไปในแก้วน้ำด้วยใจที่บีบรัด

                เหตุผลอีกแง่... อยากให้น้องพักผ่อนและนอนให้เต็มอิ่ม

                ผมถือขนมขึ้นไปบนห้องก็เห็นนับสองนั่งอยู่ที่โซฟาใช้โน้ตบุ๊กของผมอยู่ เอาขนมไปวางไว้ข้างๆ แล้วก็ไปอาบน้ำ ใช้เวลาครึ่งชั่วโมงก็เดินออกมา...

                ยาออกฤทธิ์เร็วกว่าที่คิดแฮะ

                ตอนนี้บนโซฟามีคนกำลังนอนหลับสบายไม่รู้เรื่อง น้ำขนมก็หายไปเกือบครึ่งแล้ว... ผมรีบแต่งตัวก่อนจะมาพานับสองไปนอนที่เตียงดีๆ

                “พรุ่งนี้ทุกอย่างจะดีขึ้น พี่สัญญา”

                ผมลูบแก้มนับสองที่กำลังนอนหลับอยู่เบาๆ แล้วจูบที่หน้าผาก...

                เดินมาดูงานในโน้ตบุ๊กแล้วก็ส่งข้อความหาลูกน้องสักคนให้ไปทำรายงานแทนนับสอง ป้องกันไว้ก่อนเพื่อน้องต้องส่งงานพรุ่งนี้

                ผมเดินลงจากห้องในเวลาสี่ทุ่มด้านล่างก็มีไอ้ไนน์กำลังนั่งควงกุญแจรถหน้ายิ้มอยู่...

                “ไปกันเถอะ”

 

                ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล

                นับสองจบ...

                แต่พี่ไม่จบง่ายๆ ครับ ...น้องมาร์ค

    

 


------------

ยืนยันคำเดิม มีพี่เก้าขายมั้ยคะ!!

พระเอกเขาจะทวงความสามีคืน 55555

ปล. ตอนพิเศษ ไวท์ อัพครบ 100% เเล้วนะคะ 

พอดีโควต้าเเจ้งเตือนหมด เเหะๆ ช่วงนี้อัพติดๆ กันไปหน่อย อย่าเพิ่งเบื่อนะะะ

#นับเก้ารัก


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10.232K ครั้ง

1,071 ความคิดเห็น

  1. #56836 yaoi55 (@yaoi55) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 18:30
    พี่เก้าหวงน้องมากกกกกอรั้ย
    #56836
    0
  2. #54774 LHMxoxo. (@0990990) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 05:06
    ตี5แล้ววววว หยุดอ่านไงดี555
    #54774
    0
  3. #54698 beeya1 (@beeya1) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 19:06
    พี่เก้าโรคจิต5555 คนไม่ร้องก็พยายามทำหั้ยเขาร้อง 555
    #54698
    0
  4. #54171 Sinine (@Sinine) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 13:56
    ชอบตอนนี้จัง คือเราเข้าใจทั้งสองฝ่ายเลยนะ ฝ่ายนับเนี่ยเข้าใจว่าการถูกหลังโดยเพื่อนรักเพื่อนสนิทมันเจ็บมากแค่ไหน แต่ฝ่ายมาร์คเนี่ย... เข้าใจนะว่าเกลียด แต่ว่าเกลียดแค่ไหนคนนั้นก็ยังเป็นเพื่นอสนิทของเรารึเปล่า เราเนี่ยทั้งเกลียดทั้งรักมัน สุดท้ายก็เป็นแค่เพื่อนที่ค่อยปรึกษาเรื่องเรียน555 แต่ถ้าเราเกลียดแล้วอีกคนไม่ใช่เพื่อนสนิทเราเนี่ย เราทำได้แค่ปากบ่นปากบอกว่าไม่ชอบว่าเกลียด แต่เราทำอะไรไม่ได้หรอก เพราะทำไปชะตากรรมก็ตามทัน ยิ่งทำเลยทำเร็วชะตากรรมมันยิ่งตามชะนองทัน ไม่ใช่อะไรหรอกนะ เพราะไม่อยากลงมือทำอะไรมากกว่า แค่ปากพูดปากบอกออกไปแล้วไม่อยู่ไกล้ๆแค่นี้ก็จบล่ะ ไม่อยากเห็นหน้า555
    #54171
    0
  5. #54080 puppywang (@2543660) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 14:08
    อยากได้พี่เก้าจริงจังมาก อยากมีเป็นของตัวเอง ทำไมดีอย่างงี้
    #54080
    0
  6. วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 08:57
    แต่พี่เก้าหลอกด่านับสองว่าแรดน้อยบ่อยน้าาาา
    #54067
    0
  7. วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 08:56
    อห พี่เก้าแบด ๆก็มาว่ะ พีคตรงมาร์คชอบป๋า แต่มาลงกับนับสองทำไมเล่า!!!!
    #54066
    0
  8. #53675 TananyaJK97 (@TananyaJK97) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 22:01
    อยากได้แบบพี่เก้าาา ฮือออ อิจนับสองได้มั้ยลูกกก ~
    #53675
    0
  9. #53653 soul_hyukjae (@soul_hyukjae) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 01:17
    โฮ่!! พี่เก้า ใจเยนนะ
    #53653
    0
  10. #53083 some-siwarak (@some-siwarak) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 15:57

    ผู้ชายแบบนี้มีมั้ยบนโลก?

    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .

    ไม่มีว้อยยยยย!!!! และ
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .

    อยากมีว้อยยยย!!!!!
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    ..
    #53083
    0
  11. #52872 Nattanoey49 (@noey1201) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:18
    อยากได้ผู้ชายแบบพี่เก้าที่สุด
    #52872
    0
  12. #52639 pieApplove (@pieApplove) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:37
    เราอยากชื่อนับสองจริงๆ
    #52639
    0
  13. #52324 applerose223 (@applerose223) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:23
    อยากเห็นวันที่พี่น้องทั้งสี่อยู่กันอย่างมีความสุข
    #52324
    0
  14. #50613 exolbenben (@exolbenben) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:42
    มีผัวดีนี่มันดีจริงๆ555
    #50613
    0
  15. #50399 Mookda77 (@Mookda77) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:41

    ต้องชื่อนับสอง เท่านั้น นะจ๊ะ

    #50399
    0
  16. วันที่ 17 มกราคม 2562 / 22:42
    ขอไปเปลี่ยนชื่อเป็นนับสองแปป ดูแลดีเหลือเกิน ไม่ชื่อนับสองไม่ดูแลด้วย ขอเปลี่ยนชื่อก่อน 555
    #49061
    0
  17. #46007 MINERVA09 (@morakot3014) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 01:00
    คดีพลิกจริงแถมพีคอีกนับดาวขอโทษๆแค่ระแหวงเธอไว้ก่อน~~
    #46007
    0
  18. #45744 FDB88 (@FreedomBlood88) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 23:43

    คดีพลิกจ้าาาาา นับดาวเราขอโทษเธอด้วยนะที่ว่าเธอทำ มาร์คนี่บั่บ แยกแยะรู้จักมั้ย แล้วเธอจะเสียใจทีหลัง น้องไวท์ก็น่าสงสาร แล้วรูปน้องนับรูปนั้นคืออะไร ที่น้องกลัวอะ ส่วนพี่เก้าก็โหดมาก ใครทำอะไรกับน้องไม่ได้เลย เดี๋ยวพี่จัดการเอง สุดท้ายมาร์ค โชคดีนะ

    #45744
    0
  19. #45694 Miko_Chan2002 (@Miko_Chan2002) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 00:41

    เริ่มสงสัยว่าไม่ใช่นับดาวตั้งแต่ที่มีคนตั้งข้อสงสัยแล้ว พอมีปริศนาหาตัวคนทำผิดทีไร คนที่ถูกสงสัยมุกจะเป็นคนบริสุทธิ์ อยากบอกแค่ว่า -มาร์ค -เชี่ย!!! //RIPแด่มาร์ค...0.2 วิพอ

    #45694
    0
  20. #45552 papillxns (@papillxns) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 22:26
    อืม บางทีก็เกลียดอิพี่เก้าที่มันนิสัยพอๆกับน้องนับ แต่ก็ดันกร้าวใจในคราบผัวเหลือเกิน ฮือออออ
    #45552
    0
  21. #45035 11507416p (@11507416p) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 23:35
    มาร์ค....อฐิษฐานเอานะ 5555 ต้องโดนตัดมือ!
    #45035
    0
  22. #44948 Just Right (@kae-7-) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 01:38
    นับดาวขอโทษที่สงสัยเธอ....
    ส่วนอิมาร์คต้องจัดหนักๆเลยค่ะพี่เก้า~~
    #44948
    0
  23. #43534 Sunshine (@kaimuk-raweewan) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 23:27

    อ่าว อุตส่าห์มองว่ามาร์คเป็นเมะมาตลอด เกลียดความได้ทั้งสองฝั่งของทุกตัวละครจริงๆ เดาไม่ถูกสักครั้งเลยยย

    #43534
    0
  24. #43379 Kun Kuna (@firstsineun) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 22:08
    โชคดีนะมาร์คเล่นกับใครไม่เล่น
    #43379
    0
  25. #42930 ทาสของเหมียว (@iiizo) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 16:13
    อ้าว หลงไปด่านับดาวที่แท้อิเพื่อนชั่วนี่เอง
    #42930
    0