นับ เก้า รัก [YAOI]

  • 300% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 3,368,595 Views

  • 57,415 Comments

  • 58,085 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    176,714

    Overall
    3,368,595

ตอนที่ 38 : อ้อยคว่ำครั้งที่ 36

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 119066
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10660 ครั้ง
    23 พ.ย. 61


นับเก้ารัก 
บทที่ 36 



 

ภายในห้องโถงกว้างตกอยู่ในความเงียบสงัดอย่างน่ากลัว ไนน์ที่กำลังกินหอยทอดอยู่ก็เหลือบตามองพี่ชายแต่ละคนที่กำลังทำหน้านิ่งก้มหน้าลงต่ำยิ่งทำให้รังสีฟาดฟันกระจายออกทั่วห้อง

ไนน์รู้สึกอยากร้องไห้แล้วหันไปมองชายาที่ยังนั่งกินอย่างไม่รับรู้เรื่องราวด้วยความริษยา ต่อให้ฟ้าถล่มดินทลายชายาก็คงยังไม่รับรู้...

คนที่ออกอาการที่สุดคืออ๋อง... เขารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรงเพราะคำพูดของนับสอง

นับสอง...ยังมีพี่ชายอีกคน

แล้วทำไมเขาสืบไม่ได้!

แปลว่าสถานะของคนคนนั้นต้องไม่ธรรมดา!

ใบหน้าของพี่ใหญ่แทบจะพังบ้านได้แล้วตอนนี้ ไนน์กุมขมับเครียดๆ แล้วลุกพรวดคว้าตัวชายาให้ลุกออกจากบรรยากาศดำทะมึน

“อ๊ะ จะไปไหน” น้องร้องอย่างสงสัย

“ชู่ว พี่จะไปดูของเล่นตรงนู้น” ไนน์ว่าเบาๆ แล้วรีบพาชายาออกไปให้ห่างจากห้องโถงมากที่สุด

หลังจากพ้นร่างทั้งคู่ไปแล้วคิวก็เริ่มต้นก่อน “นับสองไม่เคยบอกแกเลยเหรอ”

“บอกแต่ตอนนั้นไม่ได้ตั้งใจฟัง” เก้าใช้ลิ้นดุนกระพุ้งท่าทางเหมือนจะไม่คิดอะไรแต่ใครจะรู้ว่าภายในใจเขาสั่นสะเทือนแค่ไหน เขาดันลืมเรื่องนี้ไปสนิทใจเลย

ตอนคิวกับอ๋องมาบ่นว่าบ้านนับสองไม่มีอะไรเป็นประโยชน์ เขาก็ไม่ใส่ใจเพราะไม่ต้องการให้น้องเข้าใจผิดว่าไปยืมมือมาทำอะไรๆ

“น้องบอกว่าอะไร” อ๋องไม่ปล่อยผ่านง่ายๆ ข้อมูลของนับสองที่พวกเขามีคือบอกว่ามีพี่ชายแค่คนเดียวคือนับหนึ่ง แล้วอีกคนเล่า? ใคร อยู่ที่ไหน ทำงานอะไร

“ไม่มีอะไรเลย พูดเปรยๆว่าพี่สองคนเคยเรียนต่างประเทศ” แล้วเก้าก็ไม่เคยถามอะไรอีก แค่รบรากับนับหนึ่งประธานเฮงซวยคนเดียวก็เหนื่อยแย่แล้ว

“คนเราจะไม่มีแม้กระทั่งประวัติในทะเบียนบ้าน หรือแม้แต่รูปถ่ายเลยเหรอ” คิวยังพยายามรักษาความสุขุมให้ได้มากที่สุดแต่ภายในใจกำลังเดือดพล่าน

หน่วยข่าวกรองคนที่หาข้อมูลเก่งที่สุดก็คือคิว และเขาเป็นคนรับหน้าที่สืบบ้านนับสองแต่กลับถูกหลอกให้เชื่อข้อมูลผิดๆ มาตั้งนาน หากใครรู้เข้าแล้วเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!

เก้านั่งฟังแล้วนัยน์ตาก็มืดหม่นลง “ไม่มีประวัติ? ไม่มีเลยเหรอ”

“ไม่มี” อ๋องตอบเสียงเรียบจนน่าหวาดหวั่น เขาเองก็สืบมาไม่น้อยแต่ก็เป็นแบบเดียวกับคิว

“...เป็นคนแบบไหนถึงได้ลึกลับขนาดนี้” เก้าพึมพำแล้วขมวดคิ้วมุ่น

ต่อให้เป็นมาเฟียยังไงก็ยังไม่มีอำนาจพอที่จะลบประวัติตัวตนได้ขาวสะอาดขนาดนี้ แล้วคนคนนี้เป็นใครมีอำนาจขนาดไหนถึงได้ลบประวัติและตัวตนของตัวเองจนไม่สามารถหาทางสืบต่อได้

“ดูจากอายุนับหนึ่งแล้ว คนโตต้องอยู่วัยทำงาน” อ๋อกลอกตาไปมาวิเคราะห์อายุไปด้วย “แล้วเขาทำงานอะไร”

จากนั้นทั้งสามคนก็จมอยู่ในห้วงความคิดพยายามกลั่นกรองหาอาชีพงานต่างๆ เท่าที่คิดได้ หากรู้อาชีพก็คงยังพอคลำทางไปได้

หากถามว่าทำไมพวกเขาต้องตื่นตระหนก ...บุคคลที่พวกเขาไม่สามารถสืบหาได้นับว่ายังไม่เป็นตัวอันตรายอีกเหรอ ถ้าไม่ใช่ศัตรูก็ดีไปแต่ถ้าเป็นศัตรูเล่า?

“ไว้ผมจะลองถามนับสอง” เก้าเอ่ยขึ้นเพื่อยุติเรื่องราว วันนี้เขาเหนื่อยจนสมองเบลอไปหมดแล้ว

“กูคิดว่านับสองไม่บอก” คิวส่ายหน้าแล้วยิ้มแปลกๆ แววตาของเขาเจือไปด้วยความเกร็งกลัวขึ้นมาระลอกใหญ่ จู่ๆ เขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

“ทำไม” อ๋องและเก้าฉงนใจ

คิวบังคับมือไม่ให้สั่น “เพราะมันก็ไม่รู้ว่าพี่ชายทำงานอะไร ไม่รู้ด้วยว่าอยู่ที่ไหนและพนันให้ล้านเลยว่ามันติดต่อพี่ไม่ได้”

ใบหน้าของพี่ชายและน้องชายต่างอึ้งก่อนที่ความคิดหนึ่งจะพุ่งเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็วพลันร่างกายสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความเย็นเยียบเกาะกุมใจ

คนลึบลับในเงามืด...หรือจะเป็น...


“...สายลับ”

 



----------------



[นับสอง]

 


“เมื่อคืนนอนไม่พอรึไง”

เสียงทักทายยามเช้าจากพี่ไนน์ที่น่ารักเอ่ยขึ้นก่อนจะนั่งลงข้างๆ ผม แล้วขยับมาเบียดแล้วเอาหัวมาซบกับไหล่ของผม พี่คนนี้ช่างทำอะไรได้เป็นธรรมชาติเหลือเกิน

“เมื่อคืนผมทำรายงานดึกไปหน่อย” ปิดปากหาวแล้วกัดแซนวิชไส้พริกเผาหมูหยอง

ตอนนี้ผมนั่งอยู่ในห้องครัวเวลาหกโมงได้ วันนี้ผมเรียนแปดโมงเช้าครับ ถามว่าเมื่อคืนนอนตีอะไรก็ตีสามน่ะสิกว่าจะเลือกงานของพี่เก้าได้จนครบ กว่าจะเขียนสิ่งที่ต้องกำจัดหมดก็ล่วงเลยไปตีสาม

ทำโอทีดีขนาดนี้

ขอเงินเดือนด่วนๆ

“รายงานหรือการบ้าน?” นัยน์ตาระยิบระยับของพี่ไนน์ทำให้ผมแทบสำลักแซนวิชที่กำลังกินอยู่เลยครับ

“รายงานสิ!” การบ้านบ้าบออะไรล่ะ ก้นผมยังไม่หายดีเลยด้วย!

พี่ไนน์ทำตาโต “จุ๊ๆ หรือเก้าจะไม่มีน้ำยา”

น้ำยามี แถมเยอะด้วย ร้อนมากด้วย แค่กๆ

เว้ย! กูก็สัปดนมันทุกประโยคเลย   

“มึงจะวัดมั้ยไอ้ไนน์” เสียงขุ่นมีอารมณ์โมโหดังขึ้นด้านหลัง พี่เก้าเดินเสยผมมาอย่างหล่อ หน้าตาดูสดชื่นขึ้นเป็นกองหลังจากได้พักผ่อนเต็มที่แล้วดูผมสิ! ซอมบี้ชัดๆ

พี่ไนน์ยังคงคลอเคลียอยู่กับไหล่ผมบิดคางหันหน้าไปหาพี่เก้าที่เดินไปเปิดตู้เย็นหน้าน้ำกิน  “ก็ได้นะ ฝาแฝดก็ท่าจะอร่อยดี ว่ามั้ยนับสอง”

...ผมไม่รู้ ไม่รู้อะไรทั้งนั้น!

แค่...ใครเสียบใครวะ อร๊าย

ไม่รู้แต่จินตนาการอันล้ำเลิศของผมมันห้ามไม่ได้ซะแล้ว... พี่เก้าและพี่ไนน์บนเตียง...อึก มันคงจะ แฮ่กๆ ไม่รู้ว่าหน้าตาผมแสดงออกไปแบบไหนพี่เก้าถึงได้หน้าดำเป็นก้นหม้อมาเลย

“ไนน์ มึงอย่ามาพานับสองต่ำตมไปกับมึง” พี่เก้าตำหนิน้องชายตัวเองแล้วหันมาคุยกับผม “เราก็อย่าไปฟังไนน์มาก มันไม่มีสาระ”

เพราะไม่มีสาระนี่แหละเราถึงอยู่กันได้

ลองพี่ไนน์มีสาระสิ

ผมก็คุยกับแกไม่รู้เรื่องหรอก

ความหมายก็คือผมมันคนไร้แก่นสารในชีวิตไง!

พูดตอบรับไม่ได้เพราะคาบแซนวิชอยู่ พี่ไนน์ที่เกาะผมเป็นปลิงอยู่ก็ย่นจมูกใส่พี่เก้า “โธ่ ไอ้คนไม่มีเรื่องต่ำตม!

พี่เก้ายักไหล่แล้วยิ้มหล่อจากนั้นเปิดเตาแก๊สเพื่อทำมื้อเช้าของตัวเองบ้าง วันนี้พี่เก้ามีเรียนเก้าโมงแน่นอนว่าเราก็ต้องออกไปพร้อมกัน แซนวิชที่ผมกินอยู่ก็เป็นพี่เก้าทำให้ตอนผมกำลังอาบน้ำ

แหม พ่อบ้านอะ

แสนดีมีเตรียมมื้อเช้าให้เมียด้วย

สวัสดิการตำแหน่งเมียนี่มันสะดวกสบายดีจัง

ไม่เคยมีกันสินะ คนเตรียมอาหารเช้า

ว้ายๆ พวกคนโสด!

“นับสอง กินแซนวิชบ้าง” เสียงพี่ไนน์ดึงความสนใจผมอีกครั้ง ผมกำลังคาบแซนวิชชิ้นที่สามอยู่ พอได้ยินเขาพูดก็เงยหน้าจากโทรศัพท์ เอื้อมมือไปหยิบแซนวิชในจาน “ไม่เอาชิ้นนั้นสิ”

“อะเอาอิ้นไอ” (จะเอาชิ้นไหน)

“ชิ้นนี้” กระตุกยิ้มก่อนจะยืดคอขึ้นอ้าปากงับแซนวิชที่ผมกำลังคาบอยู่

เชี่ยยยย ผมเคยเห็นฉากนี้ในซีรีส์!

ฝันผมเป็นจริงแล้ว

                และคนที่ผมก็ไม่ใช่พี่เก้าอีกเช่นเคย ฮือ

                ผมต้องให้พี่เก้าดูซีรีส์เยอะๆ แล้ว!

เบิกตาโตๆ มองริมฝีปากแดงที่กัดขนมปังอยู่ห่างจากปากผมแค่ไม่กี่มิล จมูกโด่งๆ ชนกับปลายจมูกของผมทำให้ใจผมเต้นระรัวขึ้นมา... ยิ่งแววตาเจ้าเล่ห์เพทุบายแล้วยิ่งทำให้ผมตกหลุมพราง

ตึกตัก...

เหี้ย! ผมใจเต้นกับพี่ไนน์! ม่ายยยย

พี่ไนน์ขยับมุมปากแต้มยิ้มน้อยๆ แล้วกัดขนมปังช้าๆ จนขาดก่อนจะผละออกไป... พี่ไนน์ขยับกรามเคี้ยวยั่วๆ แล้วกลับไปนั่งหลังตรง ใบหน้าแสดงออกถึงความสนุก

                ลมหายใจของผมหลังจากกลั้นไปนานก็กลับมาหายใจได้สะดวกขึ้นอีกครั้ง เหลือบตามองพี่เก้าก็เห็นเขาหันหลังสนใจทำมื้อเช้าอยู่

                กลับไปมองพี่ไนน์เขาก็ยกนิ้วแตะปาก “ชู่ว ตื่นเต้นดีมั้ย”

                ...แม่งเหมือนลอบเล่นชู้กับน้องสามีเลยครับ

                ใจหล่นไปนู่นแล้ว

                “ขอร้องแหละพี่ อย่าเล่นแบบนี้อีกนะ หัวใจจะวาย” กุมหน้าอกที่เต้นหนักหน่วงพยายามให้มันสงบลง แล้วมองพี่ไนน์อย่างหวาดผวา

                พี่ไนน์จะน่ากลัวไปแล้ว

                อย่ารังแกนับ

                นับอ่อนต่อโลก!

                “เด็กน้อยจัง” พี่ไนน์ส่ายหน้าแล้วยื่นมือไปหยิบแซนวิชมากิน

“ผมใสซื่อ” ยิ้มตอบไปแล้วพยายามหาเรื่องอื่นมาคุย “แล้วนี่พี่เรียนวิศวะ?”

“เยส เท่ปะ” วันนี้พี่ไนน์สวมเสื้อช็อป เส้นผมยุ่งเหยิงไม่น้อยแต่ที่ผมชอบก็คือต่างหูเงินที่โยงเต็มไปหมดบนใบหูของพี่ไนน์

“เดี๋ยวผมก็ได้” ใช่แล้ว แต่ตอนนี้ผมยังไม่ได้เสื้อช็อป เกียร์ก็ต้องหลังรับน้องไปนู้น

“มึงเรียนสาขาอะไรวะ” พี่ไนน์ถามอย่างสนใจ

“เครื่องกล” คณะดันติดสาขานี้ ฮือ จริงๆ อยากได้วิศวะคอมนะ “ของพี่อะ”

“ปิโตรเคมี” อูยยย คนเราดูที่หน้าตาและนิสัยไม่ได้จริงๆ เรียนสาขาไม่ธรรมดาซะด้วย “โอ๊ะ เดี๋ยวกูไปแหละ วันนี้ต้องไปดักรอคน”

                เชิญเลยพี่

                ผมไม่รั้งครับ ไปเลยครับ

                น้องชายฝาแฝดตัวดีของพี่เก้าแทนที่จะเดินออกจากห้องครัวกลับเดินไปกระโดดจูบแก้มพี่เก้าแล้วก็ถูกพี่เก้าฟาดมือใส่แต่คนกะล่อนก็หลบหลีกได้อย่างรวดเร็วจากนั้นก็วิ่งหนีออกไป

                “สักวันพี่ต้องได้อกแตกตายกับไนน์แน่ๆ” มื้อเช้าของพี่เก้าเป็นออมเล็ตน่าทาน

                “ทำไม”

                “ก็ดูมันทำสิ ยั่วไปทั่วอ่อยไม่เว้น” เห็นเส้นเลือดบนขมับของพี่เก้าที่ดูจะเต้นตุบๆ ก็ไม่รู้จะพูดยังไงดี “แล้วหน้าตามันก็เหมือนพี่ขนาดนั้นจะไม่ให้พี่รู้สึกแย่เหรอ”

                ก็จริง มองตัวเองไปนั่งตักคนอื่น

                คงรู้สึกกระอักกระอ่วนใจไม่น้อย

                “พูดยาก” ผมก็ไม่รู้จะปลอบยังไงแล้วก็หยิบช้อนมาตัดออมเล็ตกิน “อร่อยอะ”

                ทำหน้าภูมิใจ “ก็แน่สิ พี่เก้าทำเชียวนะ”

                “พี่คิวทำอร่อยกว่า” รอยยิ้มหุบลงทันทีแล้วแย่งช้อนจากมือผมไปไม่พอครับ ยกจานออมเล็ตหนีอีก “ขออีกคำ”

                “ไม่ให้กิน!” มีคนงอนด้วยแหละ

                ผมยกยิ้มชอบใจกับใบหน้าหงิกงอของพี่เก้าก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นต่อ พี่เก้ามองโทรศัพท์ผมแล้วก็ถอนหายใจ

“ถอนหายใจทำไม” ผมถาม

“ก็พี่จะพานับสองไปซื้อโทรศัพท์มาหลายวันแล้วแต่ยังไม่ได้ไปสักที” เขาทำหน้าเหมือนเป็นความผิดร้ายแรงมาก “พี่เก้าผิดสัญญาบ่อยไปแล้ว”

“อ๋อ” ผมไม่ได้ติดใจอะไรนะ “ก็มันมีธุระอื่นเข้ามานี่ ผมก็ไม่ใช่คนงี่เง่าขนาดนั้น”

วันก่อนนู้น แด๊ดมาหา

เมื่อวานก็เหนื่อยกันแทบสลบ

ให้ไปซื้อโทรศัพท์ต่อก็คงได้ตายคาห้างแน่ๆ

                “น่ารักจริงๆ เลยทูนหัวของพี่” ฉีกยิ้มกว้างตาเป็นประกายไม่พอยกสองมือมาบิดแก้มผมไปมาจนหน้ายับยู่ยี่ไปหมด แต่เดี๋ยวนะ มือเพิ่งไปทำอาหารมาไม่ใช่เหรอ ล้างมือยัง

                “ปล่อยเลยๆ! เดี๋ยวหน้าผมเป็นสิว” รีบตีมือพี่เก้าออกไป “รีบๆ กิน เดี๋ยวก็สายหรอก”

                “จ๋าๆ” แล้วก็หันกลับไปกินต่อ

                ผมกินอิ่มแล้วก็เลยนั่งเล่นเกมฆ่าเวลา ผมสังเกตเห็นว่าพี่เก้าเหล่มองผมคล้ายมีอะไรจะถามแต่ก็ไม่ถาม เอ๊ะ หรือว่าเมื่อคืนพี่มันไม่ได้หลับ?

                ฉิบหายแล้ว หรือพี่เก้ามันได้ยินที่ผมพูดวะ

                สมาธิเล่นเกมกระจัดกระจายไปหมดเลยครับ

                แต่พี่เก้าก็ไม่ปล่อยให้ผมต้องคิดมากนานเกินเพราะสุดท้ายเขาก็เอ่ยปากถาม “เมื่อวานนับสองบอกว่าพี่ชายอีกคนเหมือนอ๋องนี่เหมือนยังไง”

                เหมือนได้ยกภูเขาออกจากอกเลยครับ ที่แท้ก็ไม่ใช่เรื่องผม แต่เอ๊ะ มาสนใจเรื่องของพี่ผมทำไม

                หรือว่า... “พี่คิดจะจีบพี่ผมเหรอ!

                ไม่ได้นะ

                พี่ได้ผมแล้ว พี่จะทิ้งผมไม่ได้

                แล้วนั่นก็พี่เมียนะ พี่เมีย ห้ามคิดเกินเลย!

“บ้าแล้ว!” พี่เก้าตะโกนกลับสวนมาอย่างรวดเร็วก่อนจะยกมือกระแอมไอเมื่อหลุดลุค “พี่แค่แบบเหมือนไม่รู้จักนับสองเลย ไม่รู้ว่ามีพี่กี่คนชื่ออะไร เหมือนพี่ไม่ใส่ใจนับสอง”

                ไหงมันเข้าบทโศกได้วะ

                จะว่าไปแล้ว ผมก็ไม่เคยเล่าเรื่องที่บ้านให้พี่เก้าฟังเลยนี่เนอะ แต่จะให้ผมเล่าอะไรดีล่ะ มันก็ไม่ค่อยมีอะไรน่าเล่าเท่าไหร่ ผมเองก็ลืมเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวไปเยอะเหมือนกัน

                ไม่ได้ลืมหรอก

                ผมแค่หลอกตัวเองให้ลืม

                บางครั้งความอบอุ่นความทรงจำดีๆ มันก็ย้อนมาทำร้ายเราได้ในวันที่เราถูกทำร้ายอย่างสาหัส

                แต่เรื่องของเฮียไอเป็นข้อยกเว้น

“พี่อยากรู้เรื่องเฮียไอเหรอ” ผมหยุดเล่นเกมแล้วมาเท้าคางมองสบตาพี่เก้า

“เฮียไอ?” ทำหน้างุนงง “ไม่ได้ชื่อนับเหรอ”

ผมส่ายหน้า “เขาชื่อไอศูรย์” เริ่มต้นจากศูนย์จนถึงสอง

พี่เก้านิ่งไปนิดนึงแล้วก็ถามต่อ “เขาไม่ได้อยู่ที่นี่เหรอ” พี่เก้าเห็นผมย่นคิ้วก็รีบพูดต่อ “พี่เก้าเห็นว่าแด๊ดลงมากรุงเทพแต่ว่าเรียกหาแค่นับสองกับประธาน พี่เลยสงสัยเฉยๆ”

“เขาอยู่ต่างประเทศ” ยกน้ำขึ้นดื่มไปหนึ่งอึก “แต่ผมก็ไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนนะ ผมคิดถึงเขามากเลย”

ใบหน้าของผมอ่อนโยนลงหลายส่วนความรู้สึกโหยหาแผ่ขยายออกมารวดเร็วจนพี่เก้าสังเกตได้ แล้วเขาก็มีปฏิกิริยาแทบจะทันที

เอ่อ นั่นพี่ชายผม

ไม่ต้องหึง!

“ดูนับสองจะรักเฮียไอมาก” พี่เก้าว่าเบาๆ

รอยยิ้มของผมค่อยๆ จางลงไปแล้วก็พยักหน้า... ใช่ ผมรักเขามาก เขาเป็นพี่ชายที่ดีมากๆ แม้จะอยู่ไกลห่างแต่ผมกลับรู้สึกสนิทใจกับเฮียไอมากกว่าป๋า

“แน่นอนสิ” ผมพยักหน้าก่อนจะเผลอคิดถึงอดีต “...เพราะเขาเป็นคนพาผมกลับบ้าน”

                ท่ามกลางความโดดเดี่ยว

                ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง

                คนที่อยู่ไกลที่สุดกลับเป็นคนพาผมกลับบ้าน

                เอ่ยแผ่วเบาไม่คิดว่าพี่เก้าจะได้ยิน “เขาพาผมกลับจากเสฉวน”

เพราะผมจมอยู่ในอดีตทำให้ไม่เห็นว่าใบหน้าหล่อเหลาของพี่เก้าซีดแล้วซีดอีก ผมไม่ได้คิดเลยว่าประโยคท้ายที่ไม่น่าจะมีใครเข้าใจความหมายแฝง พี่เก้ากลับเข้าใจมันอย่างดี

ตอนผมหันกลับมาเขาก็ยิ้มแย้มเหมือนเดิมแล้วถามต่อ “แล้วแบบนี้เฮียไอจะไม่หวงนับสองแย่เหรอ”

“ถ้าหวงผมจริงทำไมถึงไม่ยอมกลับมาหาผมเลยอะ” ผมบ่นให้พี่เก้าฟัง “เขาไปทำงานที่ไหนทำงานอะไรก็ไม่บอก โทรศัพท์ก็โทรหาไม่ได้ มีแต่เขาโทรหาผมได้อย่างเดียว พี่ว่ามันยุติธรรมปะ ไม่เลย!

คอยดูนะ ถ้าเฮียไอกลับมาปีนี้

ผมจะฟ้องและฟ้องว่าโดนป๋าทำร้ายจิตใจมา

แล้วก็จะให้เฮียทุบป๋า!

“ไม่ได้เจอกันนานระวังจะจำหน้ากันไม่ได้นะ” พี่เก้าแซวยิ้มๆ

ผมแลบลิ้นใส่ “ไม่มีทางหรอก เพราะเฮียไอพิเศษมากต่อให้เขาไปศัลยกรรมมาทั้งหน้า ผมก็จำเขาได้”

“ขนาดนั้นเชียว” พี่เก้าอุทานอย่างไม่เชื่อ “แต่ถ้ามีไฝบนหน้าก็เลเซอร์ออกได้นะ”

“อันนี้เขาเอาออกไม่ได้หรอก” จะว่าไปผมก็อิจฉาความพิเศษของเขานะ “แต่ห้ามเขาใส่คอนแทคเลนส์นะ ไม่งั้นผมหาไม่เจอ”

เห็นพี่เก้าทำหน้างงเป็นไก่ตาแตกก็สงสาร

“ตาของเขา... ตาสองสี”

ผมก็อยากได้นะ!

พี่เก้าเบิกตาโตขึ้นเหมือนไม่เชื่อเพราะมีคนน้อยมากที่จะมีตาสองสีได้ มันเป็นความบกพร่องของสารอะไรสักอย่างที่ผมก็ลืมไปแล้ว

ผมว่าจะเล่าเรื่องเฮียไอต่อให้พี่เก้ารู้สึกสนิทใจบ้างแต่ก็มีโทรศัพท์โทรเข้ามาพอดี ผมเหลือบมองเห็นว่าเป็นเบอร์ไวท์ มีอะไรด่วนเปล่าวะ

“ผมไปคุยโทรศัพท์ก่อนนะ” ชูให้ดูแล้วเดินออกไป

พี่เก้าพยักหน้า “นับเดินขึ้นไปหยิบกระเป๋าลงมาเลยนะ พี่กินเสร็จแล้ว” กวาดออมเล็ตคำสุดท้ายเข้าปาก

ผมพยักหน้าแล้วเดินออกไปจากห้องครัวถือโทรศัพท์คุยไปด้วยและเดินตรงขึ้นไปยังชั้นบน

 

หลังจากนับสองเดินพ้นห้องครัวไปไกลแล้วภายในห้องครัวกว้างก็เงียบสงบ

ตุ้บ...

เก้าพยายามจะลุกขึ้นยืนแต่ร่างกายกลับไม่เชื่อฟัง เก้าทรุดตัวลงนั่งกับพื้นด้วยใบหน้าเหม่อลอยสภาพจิตใจคล้ายถูกกระทบกระเทือนอย่างแรง...

ภาพเหตุการณ์มากมายพรั่งพรูเข้ามาในหัว... ความทรงจำที่พยายามปิดกั้นไว้ด้วยความรู้สึกผิดกลับถูกกระชากยันต์ปิดผนึกออก

ภาพในวันนั้น...เมื่อเขาตื่นขึ้นมา...


เด็กคนนั้นอยู่ที่ไหน อยู่ที่ไหน!!’

พวกเรา...พากลับมาแค่ท่าน


ลำคอปวดแสบและจุกด้วยก้อนแข็งความเจ็บปวดที่รุนแรงจนหัวใจแทบแหลกสลาย ขอบตาร้อนแต่ไร้ซึ่งน้ำตา เจ็บจนร้องไห้ไม่ออก...

 “ขอโทษ...”

 

ขอโทษที่ไม่ได้พากลับบ้าน...

พี่ขอโทษ


-----------


 

[นับสอง]

 

                “พี่เก้า เป็นอะไรรึเปล่า”

                ผมถามขึ้นหลังจากสังเกตมาตั้งแต่เช้าแล้วดูเหมือนว่าพี่เก้าจะไม่ร่าเริงเท่าไหร่ ทำไมดูออกว่าไม่ร่าเริงเหรอ

                ไม่แจกอ้อยไง

                หรือวันนี้อ้อยหมดสวน?

                “เปล่าครับ” พี่เก้าส่ายหน้าแล้วยกแก้วน้ำของผมขึ้นมาดื่ม “พี่กำลังคิดเรื่องกีฬาสัมพันธ์ของห้ามหาลัยอยู่นะครับ”

                “อ๋อ แล้วมันมีปัญหาเหรอ” ผมตักข้าวเข้าปากเคี้ยวๆ กลืน ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงครับแล้วเราก็กำลังกินข้าวกันอยู่ที่โรงอาหารของคณะผม ตรงข้ามผมคือพี่เก้า ข้างขวาผมคือไวท์ ซ้ายคืออชิ  อีกฝั่งก็พี่ซีนกับชายา

                ...แหม่ โต๊ะรวมพลคนหน้าตาดีชัดๆ

                หล่อสุดก็ผมไง ไม่เห็นต้องถามเลย

“มีสิ มีเยอะด้วย” พี่ซีนเข้ามาแทรกแล้วเบะปาก “ไม่เครียดได้ไงเล่าก็ทุกครั้งที่มีกีฬาบ้าบอพวกนี้อะ มหาลัยเราอยู่รั้งท้ายตลอด ครั้งก่อนพวกรุ่นพี่ปีสามปีสี่เขาถนัดกีฬาน้อยยิ่งแพ้เกือบทุกรายการ”

สำหรับห้ามหาวิทยาลัยในเครือนั้นต่างมีความโดดเด่นกินกันแทบไม่ลง อย่างมหาลัยพวกผมก็ออกจะเด่นเรื่องกิจกรรมทางวิชาการมากกว่าคงต้องแพ้ด้านกีฬาแหละ

“แต่ปีนี้ผมว่าไม่น่าจะรั้งท้ายนะ” เสียงของอชิดังขึ้นพร้อมหน้าตายๆ ของมัน

“ทำไมวะ” ผมเหมือนคนโง่เลยครับที่ไม่รู้อะไรเลย

ก็แบบว่าวันๆ สนใจแต่พี่เก้าอะ

ไม่มีเวลาไปใส่ใจเรื่องอื่น

คนมีแฟนเขาก็ต้องใส่ใจแฟนสิ

คนโสดก็สนกิจกรรมไปก็ถูกต้องแล้ว

ไม่มีแฟนก็จะเหงาหน่อยๆ นะ ว้ายๆ

“ปกติเขาจะจัดทุกสองปีใช่มั้ย” พี่เก้ายิ้มละมุนแล้วอธิบาย เนี่ย คนดีของผม “กติกาจะกำหนดว่านักกีฬาจะต้องอยู่ในปีหนึ่งและปีสองเท่านั้น”

“แล้วมันยังไง?” ผมยังไม่เก็ตอยู่ดี

“ไอ้โง่!” น้องไวท์ พี่นับแค่คิดช้า ไม่ได้โง่เว้ย! “มึงก็ดูตัวพี่ปีสองกับเด็กปีหนึ่งของปีนี้สิแล้วมึงคิดว่าจะแพ้อีกเหรอ”

ผมขมวดคิ้วยุ่งแล้วเริ่มคิดตาม... “เออจริง ปีสองเด็ดมากมึง กูเคยไปส่องที่ศูนย์กีฬามา กล้ามแขนแม่งสุดยอดทุกคน อย่าให้พูดเรื่องซิกซ์แพ็กนะมึง”

“...” ไวท์เงียบกริบแล้วมองไปที่พี่เก้า

“...” พี่ซีน อชิมองหน้าผมแล้วก้มหน้า

“...” ชายา...หนูไม่รู้ หนูรู้ว่าพะโล้ร้านนี้อร่อยมากเลย พรุ่งนี้จะมากินอีก

ยังไม่รู้ตัวครับ “มึงจำพี่โอเว่นได้ปะ ตอนเขาเตะตะกร้ออะมึงงง เป้าแม่ง...” น้ำลายจะไหลเลยครับ

“เป้าอะไรครับนับสอง”

“เป้ากางเกงใหญ่ไงพี่!” หันไปตอบแล้วก็ชะงักกึก...อ้วนี่มันพี่เก้านี่น่า “เอ่อ... เมื่อกี้พี่เก้าไม่ได้ยินใช่มั้ย”

ใครพูดอะไรทำไมนับสองไม่รู้เรื่อง

สงสัยคนพูดมันจะวิ่งไปนู้นแล้ว

อย่ามองด้วยสายตาร้อนแรงแบบนั้นสิพี่เก้า

นับเขินนะ

เขินจะเหงื่อเต็มหลังเลยครับท่าน

จิกตาใส่ไอ้ไวท์ส่งข้อความ ไอ้เหี้ย! ทำไมมึงไม่ห้ามปากกู!’

น้องไวท์ที่แสนดียักไหล่โนสนโนแคร์ก้มหน้ากินข้าวต่อ หันไปขอความช่วยเหลือใครไม่ได้ก็กลับไปยิ้มแห้งใส่พี่เก้า “เอ่อ ปากผมไวไปนิดนึง พี่คงไม่ถือสา”

“ถือ!” เข้มมาเชียว

ถือทำไมให้หนัก

วางลงดีกว่านะพี่เก้า

มุกไม่ฮาพาแป๊กไปอีก

“เดี๋ยวเย็นนี้พี่จะคิดบัญชี” ชี้หน้าคาดโทษด้วยรอยยิ้มวาวๆ เจ้าเล่ห์ทำให้ผมสะดุ้งเสียวตูดวาบเลยครับ

อย่านะเว้ย! ยังไม่หายดี

...รออีกสักสามสี่วันได้ปะแล้วค่อยลงโทษ

อ้าว ไม่ใช่เหรอ แค่กๆ

“กลับมาเรื่องกีฬาก่อน” พี่ซีนเขม่นใส่พวกเราคู่รักน่าอิจฉา “อันที่จริงเรื่องตัวนักกีฬาเราจะคัดๆ มาจากกีฬาภายในก่อนมันก็จะวุ่นวายตรงนี้แหละ”

เหมือนว่ารายการต่อไปคือกีฬาภายในของมหาลัยที่ทุกชั้นปีจะเข้าร่วมด้วย พวกกีฬาเฟรชชี่ปีหนึ่งก็แค่เด็กๆ ร่วมกันไม่กี่คณะแต่อันนี้คือกีฬาใหญ่จัดทั้งมหาลัย ต้องตบตีสู้กันอีกสิบคณะ...อือหือ อยากตายเลยครับ

แล้วที่พี่ซีนบอกว่าวุ่นวายคือต้องนำรายชื่อนักกีฬาจากทุกคณะมาคัดอีกทีไม่ใช่ว่ากีฬาไหนคณะใดชนะแล้วจะให้ไปแข่งในกีฬาสัมพันธ์ ยกตัวอย่างแบบบาสเกตบอล...ทีมผมชนะแต่ในทีมตัวชู้ตอ่อนกว่าทีมแพทย์ที่แพ้ เขาก็จะตัดตัวชู้ตทีมผมแล้วเลือกตัวชู้ตจากคณะอื่นที่เก่งกว่า

ง่ายๆ ว่าโคตรนักหน่วงเลยครับแต่งานนี้คนที่ต้องเหนื่อยก็จะเป็นปีสามปีสี่ ปีหนึ่งกับปีสองก็แข่งกีฬาให้เต็มที่ แน่นอนว่าผมต้องลงบาสอยู่แล้ว

พวกเรานั่งฟังพี่ซีนกับพี่เก้าผลัดกันอธิบายแล้วก็รู้ว่าแม่ง... โคตรหนักเลยงานนี้ พี่เก้ากับพี่ซีนนอกจากต้องลงแข่งกีฬาด้วยแล้วยังต้องดูแลน้องกีฬาด้วย ตามจริงปีสองไม่ต้องทำงานหนักแต่พี่สองคนนี้ดันไปอยู่ฝ่ายกิจกรรมของคณะรัฐศาสตร์ก็จะมากงานหน่อยๆ

“ทำไมกูยังเห็นพี่ลมเดินลอยไปลอยมาอยู่เลยวะ” ผมหันไปถามอชิ เออ เห็นว่างงานจะตาย

“ของเราปีสามดูแล” อชิขมวดคิ้ว “ให้ปีหนึ่งปีสองเต็มที่กับกีฬา กูคิดว่าพี่ลมน่าจะลงกีฬา”

อันนี้ผมเห็นด้วยมาก ตอนที่ผมแข่งบาสตามจริงก็ได้คำแนะนำนอกรอบจากพี่ลมมาพอสมควร คิดว่าเขาน่าจะเล่นบาสเป็นนะ

วุ้ย โอกาสจะได้สไลด์ทัชๆ พี่ลมในสนามบาสก็มีแล้วอะดิ

“แบบนี้ผมก็คงต้องสู้กับพี่เก้าสินะ” หันหน้าไปหาพี่เก้า “พี่คงลงบาส”

“ใช่แล้วครับ” พี่เก้ายิ้ม “แต่พี่ไม่ออมมือให้นะ”

“ถ้าพี่ออมมือให้ ผมจะโกรธ” ถ้าเล่นๆ ก็ยังโอเค ออมมือให้ได้แต่นี่คือศักดิ์ศรีของคณะที่ต่างคนต่างแบกไว้ เรื่องอะไรจะยอมอ่อนให้

ไม่ออมมือในสนามบาสไม่ว่า

แต่บนเตียงมึงออมมือให้กูเถอะ ฮือ

“ถ้าพี่ชนะห้ามงอนนะ” พี่เก้าทำเหมือนผมเป็นเด็กไร้สาระอีกแหละ ย่นจมูกใส่กลับไปแล้วลุกขึ้นจากโต๊ะ “ไปไหนนับสอง”

“อยากกินเฉาก๊วยนมสด” ชี้นิ้วไปที่ร้านเฉาก๊วยนมสดไม่ใกล้ไม่ไกล พี่เก้ามองตามไปแล้วพยักหน้าให้

“งั้นพี่กลับคณะก่อนนะ” ลุกขึ้นบ้าง “เย็นก็ที่เดิมนะ”

ทำมือโอเคมองส่งพี่ซีนกับพี่เก้าเดินออกไปจากนั้นผมก็ถามคนในโต๊ะก่อนว่าจะเอามั้ยเฉาก๊วยอะ ไวท์ไม่สนเพราะกำลังเล่นเกม ชายาสนใจแต่ไม่เคยกินอยากมาดูหน้าตาของเฉาก๊วยเลยวิ่งตามก้นผมมา การคบชายาเป็นเพื่อนก็ไม่ได้แย่นะ สนุกไปอีกแบบ

“มึงชอบกินแบบไหน” ผมมสั่งเฉาก๊วยนมสดกับเฉาก๊วยชานมของอชิที่ฝากสั่ง

“เฉาก๊วยชาเขียว” ชี้ๆ ไปที่ป้ายแนะนำเมนู

ผมกับชายายืนเด่นสง่าอยู่หน้าร้านทำให้คนเดินผ่านไปผ่านมามองจ้อง... อย่าจ้องเยอะสิเดี๋ยวพรุนหมดกันพอดี ผมเห็นคนมองจ้องตอนแรกก็ยังไม่คิดอะไรแต่สักพัก...

ทำไมมองด้วยสายตาแปลกๆ วะ

ไม่ชอบใจ? เดี๋ยวๆ ผมไปเหยียบตาปลาใครเข้า

พอสบตากลับไปแต่ละคนก็เบือนหน้าหนีไปกัน... อะไรวะ จะหาคำตอบจากชายาก็ไม่ได้เพราะเจ้าตัวไม่ได้สนใจอะไรนอกจากมองดูขั้นตอนการทำเฉาก๊วยชาเขียว

ไม่ต้องให้ผมเอ๋อนาน พี่ลมก็ก้าวเดินฉับๆ หน้าดำเข้ามาในโรงอาหารแล้วครับ เขากวาดตามองอย่างรวดเร็วแล้วมาหยุดที่ร่างของผม

จึกๆๆ

เห ตาขวากระตุกแฮะ

ขวาดี ซ้ายร้าย ถูกใช่ปะ

“ไอ้นับ!” อือหือ เสียงเครียดมาเชียว ผมรับแก้วเฉาก๊วยมาถือจ่ายเงินไม่ได้มีท่าทีหวั่นวิตกกับท่าทีเหมือนจะมากระทืบของพี่ลมสักนิด

“มีอะไรเหรอพี่” คิดถึงผมเหรอ เมื่อเช้าเราก็เพิ่งสบตากันปิ๊งๆ เองนะ คนบ้า

“มี มีแน่ๆ ตามกูมานี่!” เหมือนมาปล้นทรัพย์กันเลยครับ พี่ลมเอื้อมมือมาจะคว้าคอเสื้อผมแต่ผมเบี่ยงหลบก่อน “ไอ้นับ อย่าให้กูโมโห!

“เอาเฉาก๊วยไปให้อชิก่อน” มันรอน้ำอยู่นะ

“ปล่อยให้มันรอไป!” พี่ลมไม่ใช่คนเสียงเบานัก แล้วโรงอาหารมันก็จะเสียงก้องๆ ผมเห็นอชิหันมามองด้วยก็เลยส่งสายตาให้มัน มันฉลาดครับสะกิดไวท์แล้วลากมาด้วย

พี่ลมลากผมออกจากโรงอาหารด้วยสีหน้าเครียด ด้านหลังผมก็มีชายาดูดเฉาก๊วยชาเขียวตามมา

“มีอะไรรึเปล่าพี่ หน้าเครียดเลย” ผมชักจะเครียดตามแล้ว

“มี มีแน่ๆ!

แถมตลอดทางเดินก็มีแต่คนชี้ๆ ซุบซิบมองมาทางผม...เหี้ยอะไรวะเนี่ย

พี่ลมตวาด “มองเหี้ยอะไร! ไม่เคยเห็นคนกันรึไง!

สลายตัวกันอย่างรวดเร็วเพราะตรงนี้เป็นเขตคณะวิศวะ แน่นอนที่ทุกคนต้องยำเกรงพี่ลม เขาลากผมเดินเข้าไปในห้องเรียนว่างๆ แล้วปล่อยคอเสื้อผมออก

“พี่ลม พี่ใจเย็นก่อน” อชิตามมาห้ามเพราะกลัวว่าพี่ลมจะลากผมมาต่อย “ค่อยๆ พูดค่อยๆ จากันก็ได้”

รุ่นพี่ตวัดตามอง “กูไม่ได้จะทำอะไรมัน!

อ้าว แล้วจะลากผมมาทำไมอะ

พี่ลมยีหัวอย่างหงุดหงิด “มึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดเข้าเฟซเดี๋ยวนี้!

                พวกผมสามคนรีบหยิบโทรศัพท์มาเปิดเข้าเฟซบุ๊กของตัวเองอย่างรวดเร็ว พี่ลมนั่งอยู่บนโต๊ะอาจารย์กอดอกหน้าเครียดและพร้อมจะฆ่าคนมากๆ

                หวังว่าคนที่พี่มันอยากจะฆ่าคงไม่ใช่ผมนะ

                ฟีดข่าวหน้าไทม์ไลน์ของผมปรากฏขึ้นพร้อมกับโพสต์แชร์ข่าวข่าวหนึ่งเต็มหน้าเฟซผมเลยรวมถึงข้อความเป็นสิบๆ จากเพื่อนในภาค

                “เชี่ย! รูปมึงนี่ไอ้นับ!” เสียงของเพื่อนตัวเล็กอุทานตาโตตาแทบถลน

“กูรู้แล้ว”

วินาทีที่ผมเห็นภาพบอกเลยว่าซีดครับ ซีดจนหน้าไม่เหลือสีเลย รู้สึกหนังหัวชาวาบเย็นวูบตาลายอยากเป็นลมหนีจริงๆ ผมกลืนน้ำลายไปอึกหนึ่งแล้วมองดูรูปภาพทั้งห้ารูปด้วยหัวใจที่แขวนอยู่บนอากาศ

ผู้หวังดีที่อยากให้คนตาสว่าง

'พฤติกรรมแบบนี้เลือกให้เป็นเดือนวิศวะได้ยังไง?'

ผมมองรูปพวกนี้แล้วก็หน้าเปลี่ยนสีไปมาก่อนจะเปลี่ยนมาเพ่งมองรูปให้เต็มตา...

เฮ้ยยย ไม่เคยเห็นรูปนี้อะ

หล่อจัง

แหม...ขนาดมืดแบบนี้ยังถ่ายออกมาได้ดี

ใช้กล้องอะไรวะ

เฮ้ย! ไม่ใช่สิ ตอนนี้ผมควรจะเครียดเรื่องข่าวกับเนื้อความในภาพมากกว่านะ ไม่ใช่มามัวสนใจหน้าหล่อๆ ของตัวเอง

แต่ๆ นี่มันรูปสมัยมัธยมปีที่สี่ไม่ใช่เหรอ

...ไปขุดมาจากไหนวะ...

                เป็นชาติขนาดนี้ยังเสือกหากันมาได้

                เสือกเก่ง ปรบมือครับ!!

                “อธิบายมาไอ้นับ” พี่ลมพ่นลมหายใจหนักๆ แล้วเรียกให้ผมตื่นคืนสติ

ผมชะงักเล็กน้อยแล้วถามพี่ลม “พี่เชื่อภาพพวกนี้มั้ย”

“กูไม่เชื่อ กูต้องฟังจากปากมึงก่อน” ตอนพี่ลมจริงจังนี่ก็น่ากรี๊ดไปอีกแบบนะ เท่อะ สนใจมาเป็นผู้ชายของผมมั้ย สวัสดิการมีให้ด้วยนะ

โอ๊ย ทำไมไม่มีใครห้ามผม! หน้าสิ่วหน้าขวานหน้ามีดขนาดนี้ยังจะมีอารมณ์เล่นอีกเหรอ!

“ผมเป็นพยานได้นะพี่ลม ไอ้นับมันไม่ได้เป็นอย่างในภาพ” เป็นน้องไวท์ทำหน้าเครียดจะร้องไห้แล้วครับ กับจำนวนแชร์ภาพมันเป็นหลักหกร้อยแล้วนี่ครับ คงกระจายไปทั้งมหาลัยแล้ว

“ไม่ร้องไอ้ไวท์” ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วดึงไวท์ที่เริ่มจะเบะปากร้องไห้มากอด

พี่ลมกับอชิยังคงเงียบรอผมอธิบาย

“คนในภาพคือผมจริงๆ” หน้าเด่นขนาดนั้นยังจะบอกไม่ใช่ก็ตอแหลไปแล้ว “แล้วคนที่ผมกระทืบนั้นก็คนแก่จริงๆ”

หากผมมีเรื่องปกติชกต่อยมันก็คงไม่ใหญ่โตขนาดนี้แต่บังเอิญว่าในรูปดันเป็นชายวัยห้าสิบก็เรียกได้ว่าเป็นคนแก่นั้นแหละ ...เดือนวิศวะกระทืบคนแก่... ภาพลักษณ์ผมไปหมดแล้วครับ

หน้าพี่ลมกับอชิเรียกว่าตกใจไม่น้อยส่วนคนในอ้อมกอดผมก็ตัวสั่นร้องไห้โฮ...

“ส่วนสาเหตุที่ผมทำแบบนั้น” ก้มมองไวท์ที่ดูจะตัวเล็กกว่าทุกที

พี่ลมกับอชิไม่ใช่คนโง่เขามองผมอยู่ตลอดแล้วพอสายตามาอยู่ที่ไวท์ก็เหมือนจะเข้าใจ “อย่าบอกนะ...”

“ใช่” แววตาผมมืดหม่นลงกว่าเดิมวงแขนของผมกระชับแน่นขึ้น

!!

“ไอ้แก่นั้นจะข่มขืนไวท์”

ไวท์ร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดผมจนผมรู้สึกแย่ พี่ลมฟาดมือลงบนโต๊ะอาจารย์ “ไอ้ระยำเอ๊ย!! มันตายยัง ถ้ายังกูจะไปกระทืบซ้ำ!

ผมเชื่อว่าพี่ลมต้องเข้าใจผมและก็เป็นอย่างที่คิด ผมไม่คิดหรอกว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันถูก แต่ในสถานการณ์คับขันแบบนั้นมันก็ยากจะระงับโทสะ...

สรุปว่าผมไม่เสียใจที่ทำลงไป ไม่รู้สึกผิดด้วย

“แล้วจะเอายังไงต่อ” อชิพยายามควบคุมสติไม่ให้น็อตหลุดบันดาลโทสะอย่างพี่ลม

“ยังไม่รู้” ส่ายหน้า

ให้ตายยังไงก็ไม่มีทางเอาชื่อไอ้ไวท์ออกไปพูดแน่ๆ

แล้วแบบนี้ผมควรทำยังไงต่อไปดี


...ถ้าไม่ทำอะไร

ตำเเหน่งเดือนของผมคงถูกปลดเเน่


ไม่ได้นะ!

นับสองเเสนดีขนาดนี้จะถูกปลดไม่ได้!

นับจะเป็นเดือนมหา'ลัย! จะเป็นอะ จะเป็นนนน!



------------------



                Rrrrrrrrr

                กำลังตึงเครียดได้ที่ เอ๊ะ หรือไม่เครียดก็ไม่รู้แต่ก็มีเสียงโทรศัพท์ของผมเข้าพอดี ผมดันตัวไวท์ออกเล็กน้อยเพื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

                อุ้ย สามีโทรมาแหละ

                แสดงว่ารู้เรื่องแล้วแน่ๆ

                เป็นห่วงเมียยยย เขิล

                อารมณ์เปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ผมกดรับสายกรอกเสียงเศร้าๆ ลงไป “ฮัลโหล”

                 (พี่เห็นในเฟซแล้วนะ) เข้าตรงประเด็นทันทีไม่ให้เสียเวลา คิดว่าตอนนี้พี่มันคงใกล้เข้าเรียนแล้วจึงไม่อารัมภบทใดๆ เสียงฟังดูเครียดกว่าผมอีก

                ตกลงมันเรื่องของใครกันแน่นะ

                อ้อ ลืมไปสำหรับคนรักแล้ว

                ก็คือเรื่องของคนคนเดียวกันนั่นแหละ

                ว้ายๆ ไม่เคยสัมผัสโมเมนต์นี้สินะ คนไร้คู่!

                “อืม ผมไม่ได้ทำนะ พี่ฟังผมก่อน” ทำเสียงร้อนรนแต่สีหน้ายังไม่มีการแสดงออกถึงความตึงเครียดเลยแม้แต่น้อย งุ้ยๆ อ้อนหน่อย ปลอบเร็วววว

                (พี่เชื่อนับสองอยู่แล้ว) เขารีบตอบ (นับคงมีเหตุผล)

                “พี่ก็รู้ว่าผมไม่ใช่คนไร้เหตุผลที่จะไปกระทืบคนแก่ มันไม่แมนเลยสักนิด” เออ กระทืบคนแก่มันจะแมนได้ไง มันเหี้ยเลยต่างหาก

                แต่พอดีไอ้แก่นั้นมันเหี้ย

                ดังนั้นผมเลยไม่เหี้ยครับ

                ผมคุยโทรศัพท์ไปก็มองหน้าคนอื่นในห้องด้วย เหมือนพี่ลมจะโทรศัพท์คุยกับใครสักคนแทบจะเปิดโต๊ะโต้วาทีอยู่แล้ว ส่วนไวท์ก็มีชายาช่วยเช็ดน้ำตาให้มีใจดีแบ่งเฉาก๊วยชาเขียวให้อีก

                อชิก็นั่งหน้าเครียดสไลด์หน้าเฟซบุ๊กคงดูกระแสคอมเมนต์แน่ๆ ผมกลับมาสนใจในโทรศัพท์ต่อ

                (บอกเหตุผลพี่ได้รึเปล่า พี่จะได้ช่วยหาทางออกให้)

                “ไวท์” ผมเอ่ยชื่อเพื่อนลงไป “วันนั้นมันเดินกลับบ้านคนเดียว... ทางเปลี่ยว...”

                (...พี่เข้าใจแล้วครับ) ฉลาดจัง แฟนใครวะ (ช่วยทันใช่มั้ยครับ)

                “ทันสิ” แต่ก็เกือบไปเหมือนกัน ตอนนั้นผมกับเพื่อนอีกกลุ่มกำลังจะไปแดกหมูกระทะกัน แล้วนุ้งไวท์ก็โทรมาบอกว่าเหมือนมีคนเดินตามรู้สึกไม่ปลอดภัยจากนั้นก็ได้ยินเสียงร้อง

                แทบจะเหาะไปเลยสิครับ ผมไปถึงก็เห็นไอ้นรกนั้นคร่อมเพื่อนผมที่เนื้อตัวเปลือยเปล่ามีเสื้อก็เหมือนไม่มี เลือดขึ้นหน้าสิครับ กระทืบไม่เลี้ยง

                แต่ไม่คาดคิดว่าจะถูกถ่ายรูปไว้...

                แล้วเพื่อนมึงจะถ่ายทำเหี้ยอะไรวะ!

                คิดถึงจุดนี้แล้วก็ไม่เข้าใจขึ้นมา

                (แบบนั้นคงพูดความจริงไม่ได้ พี่ไม่อยากให้ไวท์เสียหาย) ดูพี่เก้าจะเครียดขึ้นมาอีกระดับ อุ้ย แต่ว่าเราความคิดตรงกันเลยนะ แบบนี้สิเขาถึงเรียกใจตรงกัน!

                “แบบนี้ผมควรทำยังไง” คิดแล้วก็ปวดหัว

                (พี่จะหาทางลบภาพออกจากเฟซก่อนแล้วกัน) เขาพยายามไม่ให้ผมคิดมาก (อย่าเพิ่งไปตอบโต้อะไรนะ)

                “จะพยายาม” ลองมีใครมาชี้หน้าด่าสิ ใครจะทนครับ ต่อยแม่ง

                (เชื่อมือพี่นะ)

                “ครับ” เชื่ออยู่แล้ว ไม่ให้ไปเชื่อพี่เก้าแล้วจะไปเชื่อใครเล่า

                ไม่ได้ปลอบโยนด้วยคำหวานอะไรแต่แค่เขาบอกว่าจะหาทางออกให้ดีที่สุดและเชื่อในตัวผมแค่นี้มันก็ลดความตึงเครียดในหัวของผมลงไปได้เยอะแล้ว

                (เดี๋ยวพี่วางก่อนนะ ถ้าบ่ายไม่มีอารมณ์เรียนก็ไม่ต้องเรียน)

“ได้ไง” ผมไม่ใช่คนผิดสักหน่อย จะหนีทำไม “ผมไม่หนีหรอก มีแต่คนผิดเท่านั้นแหละที่หลบอยู่ในกระดอง”

                (พี่รู้ว่านับเก่ง) ปลายสายเอ่ยชม (แต่บางทีอ่อนแอบ้างก็ได้)

                “...”

(ซบไหล่พี่เก้าแล้วร้องไห้งอแง อยากได้โมเมนต์โอ๋เด็ก) มันใช่เวลามั้ยไอ้พี่เก้า! (เวลานับสองร้องไห้แล้วมัน... อืม น่าเยดี)

                “ไอ้พี่เก้า!” หื่นให้ดูเวลาบ้าง!

(อะแฮ่ม เผลอหลุดความคิดไปนิดนึง) กลั้วหัวเราะเบาๆ อย่างเจ้าเล่ห์

                ผมทำเสียงฮึดฮัดใส่ไปแต่ก็คิดแหละว่าพี่มันพยายามหาทางให้ผมอารมณ์ดีหลุดจากความกังวล พูดกับพี่เก้าอีกสามสี่คำก็วางสายไป หัวใจที่เบาหวิวเริ่มหนักอึ้งอีกครั้ง...

                ถึงจะได้พูดคุยกันให้เบาใจแต่ตอนนี้ผมยังมองไม่เห็นทางออกเลยครับ

                “มึงฟังกู! ใครกล้าถอดไอ้นับออก กูจะไล่ฆ่าทั้งสโมสรเลย!!รู้สึกได้รับการปกป้องแบบเถื่อนๆ มันก็ดีไปอีกแบบนะ เดาว่าคนที่พี่ลมคุยอยู่คงเป็นพี่ประธาน

                ไวท์เงยหน้าขึ้นตาแดงก่ำ “ทำยังไงดีมึง”

                “กูก็ยังคิดไม่ออก” ผมถอนหายใจเฮือก “จะอธิบายภาพพวกนั้นยังไงดีวะ”

                “มึง... กูออกไปพูดความจริงดี...”

                ผมปฏิเสธทันควัน “ไม่ได้!

                “ยังไงกูก็เป็นผู้ชาย มันคงไม่” ไวท์มีสีหน้าอึดอัดใจกลืนไม่เข้าคลายไม่ออกพอสมควร “ถึงมันจะน่าอายไปบ้าง แต่กูไม่อยากให้คนด่ามึง”

                “เป็นผู้ชายมันก็เสียหายได้” ผมส่ายหน้ายังไงก็ค้านหัวชนฝา “เงียบไปเลยมึง เรื่องนี้ปล่อยให้กูจัดการเถอะ” ผลักหัวเด็กน้อยไปที

                ให้ไปประกาศว่าไอ้ไวท์เกือบโดนข่มขืน?

                แล้วคุณคิดว่าข่าวที่จะกระจายออกไปมันจะเป็นอะไร

                มันจะไม่ใช่เกือบโดนข่มขืน

                แต่จะเป็น โดนข่มขืน

                ผมหลุดจากคำครหาแล้วใครจะเป็นประเด็นต่อแทนผม ก็ไวท์ไง!

                ข่าวในโซเซียลมันไม่มีความจริงอยู่แล้ว อาจจะจริงสักสาม เท็จสักเจ็ด คนเสพข่าวไม่สนหรอกไอ้คำว่าเกือบโดนข่มขืน เขาจะเห็นแค่คำว่าข่มขืนเท่านั้น

                เพราะฉะนั้นแล้วผมต้องคิดหาทางออกอย่างรอบคอบ...

                “มึงไปเหยียบหางใครเข้าวะไอ้นับ” อชิถามขึ้น

                “มึงคิดว่าสภาพกูตอนนี้ใครจะแอนตี้ล่ะ” คิดได้ก็มีแค่กลุ่มเดียว

                เพื่อนสุดหล่อขมวดคิ้ว “มึงคิดว่าเป็นแฟนคลับพี่เก้า?”

                พยักหน้าไป...ต้องบอกว่าเป็นกลุ่มแอนตี้พี่เก้านับสองถึงจะถูก ไม่ใช่แฟนคลับพี่เก้าทุกคนที่จะเกลียดผม จะให้คิดว่าอริมาใส่ร้ายกันบนโซเซียลก็คงไม่น่ามี

                เพราะถ้าอยากมีเรื่องคงทักมานัดต่อยแล้ว

                “กูไม่อยากเดาอะไรทั้งนั้น” ผมนั่งลงที่เก้าอี้อย่างเหนื่อยๆ “ไวท์ มึงไลน์บอกเพื่อนเก่าว่าอย่าเพิ่งให้ใครออกมาพูดแก้ตัวแทนกู”

                ไวท์พยักหน้าเบาๆ “ได้”

                ชายามองหน้าผมแล้วถาม “เป็นอะไร”

                ไม่ถามพรุ่งนี้เลยล่ะชาย๊า!

                ผมพยายามยิ้มแล้วส่ายหัว “ไม่มีอะไรหรอก”

                มันกะพริบตาปริบๆ แล้วก้มหน้ากินเฉาก๊วยต่อ บางทีผมก็อยากไม่แคร์โลกไม่สนใจใส่ใจโลกแบบชายานะ โอ๊ย อิจฉาอีกแล้ว

                กำลังนั่งเหม่ออยู่แต่ก็มีแจ้งเตือนดังขึ้น... ผมเหลือบมองเห็นว่าเป็นจากเฟซบุ๊กตอนแรกก็ไม่คิดจะกดเข้าไปหรอกแต่เพราะมันเป็นชื่อพี่เก้าเลยต้องกดเข้าไป

                เขาอัพสเตตัสอะไรหว่า

 

                พี่เก้านะครับ

                #อย่าว่าน้อง

                #ผมดุน้องได้คนเดียว

                #อย่าด่วนตัดสิน

 

                ไอ้เหี้ยยยยย

                อ้อยเต็มลานบ้านเลยครับ

                พี่เก้าแม่ง... กูเขินเลย กูหลุดยิ้มเลย... ผมกัดปากตัวเองแรงมากๆ คลื่นความร้อนแล่นวาบไปทั้งหัวใจ จ้องมองดูข้อความซ้ำๆ ก่อนจะกดรูปหัวใจลงไป

                อิทธิพลบนโซเซียลพี่เก้าแน่นอนว่าไม่ใช่เล่น ไม่นานกระแสก็เริ่มเอนเอียงไปมา...

                “ไอ้นับ” พี่ลมวางหูโทรศัพท์ไปแล้ว

“เขาจะปลดผมออกจากเดือนมั้ยพี่” ผมถามอย่างกังวล ถ้าออกจากตำแหน่งก็คล้ายกับยอมรับว่าพฤติกรรมของผมนั้นไม่เหมาะสม

“กูไม่ให้ปลด ใครก็ปลดไม่ได้!” เขาว่าเสียงเข้มแววตาเหี้ยมเกรียมขึ้น “อย่าให้กูรู้นะว่าใครโพสต์ เตะไม่เลี้ยงแน่!

                ผมมองท่าทีเกรี้ยวกราดของพี่ลมแล้วก็รู้สึกดีแปลกๆ ไวท์ลุกขึ้นแล้วเกาะแขนพี่ลม “พี่ต้องจัดการให้ไอ้นับนะ พี่ต้องไปกระทืบคนแฉนะ!

                “เออ” ถอนหายใจเฮือก “ส่วนมึงนะไอ้เตี้ย ไปหาผัวมาดูแลไปจะได้ไม่โดนฉุด!

                “พี่ลม!” ไวท์ถลึงตาใส่ “ผัวอะไร ผมต้องมีเมียสิ!

                ...เราสามคนมองไวท์ตั้งแต่หัวจรดเท้า

                “มึงยังคิดจะมีเมียอีกเหรอ”

                คงมีผู้หญิงยอมให้มึงเป็นผัวหรอกนะ

                ส่ายหน้าเนือยๆ แล้วก็ได้รับแรงฟาดใส่เต็มๆ หลัง ทะเลาะตบตีหยอกๆ กันอีกสิบนาทีได้ก็แยกย้ายไปเรียน พี่ลมบอกว่าเดี๋ยวจะไปคุยกับพี่ปีสูงก่อน

                ผมกับไวท์เราเดินไปเรียนในสภาพที่ไม่เต็มร้อยนัก ตลอดทางแน่นอนว่าต้องมีคนมอง...พยายามไม่ใส่ใจกับมัน

                รู้สึกเหนื่อยชะมัด

                มือผลักประตูเข้าไปก็เพื่อนร่วมคลาสกำลังจับกลุ่มคุยกันหน้าเครียดอยู่พอเห็นผมเข้ามาก็ปิดปากเงียบ แก๊งสามสาวจอมเสือกรีบเข้ามาหาผมอย่างเป็นห่วง

                “มึงโอเคใช่มั้ยไอ้นับ” หนึ่งในนั้นถาม

                “กูโอเค” ขมวดคิ้วนิดๆ “อยากถามอะไรรึเปล่า”

                “ตกลงมึงทำแบบในภาพจริงดิ” อีกคนถามต่อซึ่งตอนนี้ทุกคนในห้องก็รอคอยผมอยู่ สีหน้าพวกมันก็ไม่ได้เลวร้ายออกจะกังวลและมองผมอย่างเป็นห่วงซะมากกว่า

                แน่สิ นับสองออกจะน่ารักบ๊องแบ๊วขนาดนี้

                จะไปกระทืบคนอย่างไร้เหตุผลไม่ได้

                “กูทำไปเพื่อช่วยคน ตอนนี้กูบอกได้แค่นี้” ยิ้มฝืดๆ ไปให้แล้วเดินผละไปหาที่นั่ง “เชื่อกู พวกมึงไม่ผิดหวังหรอก”

                จากนั้นทุกคนก็เดินมาตบหัวตบไหล่ให้กำลังใจผมกันไป ไม่นานผมก็เห็นไอ้มาร์คเดินเข้าห้องมา มันเห็นหน้าผมแล้วก็ปรี่เข้ามาถามไถ่

                “มึงเป็นไงบ้างวะ” สีหน้ามันก็ดูเครียดไม่น้อย

                “ไม่ถามพรุ่งนี้เลยล่ะสัด” ไวท์จ้องหน้าเชี่ยมาร์คอย่างเอาเรื่อง “เพื่อนมีเรื่องแต่มึงหายหัวเนี่ยนะ”

                “กูก็เพิ่งรู้เรื่อง” มาร์คย่นคิ้วแล้วมองไปที่ไวท์ “ทำไมมึงมองกูด้วยสายตาแบบนั้นวะไวท์”

                “เปล่า” เพื่อนตัวเล็กหันหน้าหนี

                ผมเม้มปากแน่นวูบหนึ่งผมก็คิดสงสัยไอ้มาร์คเพราะวันนั้นมันก็อยู่ในที่เกิดเหตุด้วย แต่มันเป็นเพื่อนผม มันจะทำร้ายผมทำไมเล่า

                แต่ผมก็แอบน้อยใจนิดนึงเหมือนกับไวท์นั้นแหละที่มันไม่โทรมาเลยสักแอะนี่แทบจะเป็นคนสุดท้ายได้แล้วมั้งที่มาหาผม

                ไอ้จินมันยังส่งข้อความมาปลอบเลย... ส่วนไอ้มาร์คคงอยู่กับสาวมันสินะ... ช่างเถอะ

                “ไอ้ไวท์มันสะเทือนใจอยู่ อารมณ์ไม่ค่อยดี” ผมเกลี่ยไกล่ไม่ให้เพื่อนทะเลาะกัน

                ไม่นานนักอาจารย์ก็เข้ามาสอน วิชานี้ผมค่อนข้างถนัดเลยแต่ไม่รู้ทำไมถึงไม่เข้าใจบทเรียนเลย สรุปคือสองสามชั่วโมงนี้ผมเรียนไม่รู้เรื่องเลย

                ก่อนออกจากห้องเพื่อนก็ให้กำลังไปอีกรอบว่าอย่าคิดมากก็พยักหน้ายิ้มๆ ไป

                ตอนแรกไวท์จะตามผมมาด้วยแต่ผมส่ายหน้าเพราะระหว่างนี้ไม่อยากให้มันพลอยโดนด่าโดนมองไม่ดีโดนดึงลงโคลนไปกับผม

                (ลงมายังนับสอง ให้พี่เดินไปรับมั้ยครับ) เขาถามอย่างเป็นห่วง

                ผมหัวเราะให้กับความห่วงเว่อร์ของเขา “ไม่ต้องหรอก ผมไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น”

                เดินคุยโทรศัพท์กับพี่เก้าจนมาถึงรถของเขาจึงได้กดตัดสายแล้วเปิดประตูสอดตัวเข้าไปนั่งในรถ สีหน้าพี่เก้ายังคงมีร่องรอยความเครียดแต่ปากกับตาก็ยิ้มเมื่อเห็นผม

                “รู้สึกแย่รึเปล่า”

                ส่ายหน้าแล้วโยนเป้ไปเบาะข้างหลัง “ก็มีบ้างแหละ” บอกว่าไม่ได้รับผลกระทืบเลยก็ไม่ได้จะดูเป็นการโกหก ใครบ้างวะที่โดยด่าแล้วจะไม่รู้สึกแย่

                “พี่จะพาไปกินขนมนะ”

                ผมเงยหน้าขึ้น “ไม่ไปซ้อมเดินเหรอ”

                คนขับรถประจำตัวส่ายหน้า “ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความรู้สึกของนับสองแล้วครับ”

                คำพูดอย่างหล่อ!

                ยืมไปใส่ไอจีหน่อยนะ

                “ผมอยากกินน้ำแข็งไสร้านป้าไจ๋” พี่เก้ายื่นไอโฟนมาให้เพื่อให้ผมเปิดจีพีเอส

                จิ้มๆ เสร็จก็วางไว้ที่แท่นวางโทรศัพท์โดยเฉพาะ... ผมกำลังจะช่วยพี่เก้าคุยว่าไหนๆ วันนี้ก็ว่างแล้วไปซื้อโทรศัพท์ให้ผมดีมั้ยแต่เสียงโทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้นก่อน

                “ว่าไงจิน” สงสัยเพิ่งจะเรียนเสร็จ

                (มึงอยู่ไหน อยู่คณะรึเปล่า กูจะไปหา) เสียงมันก็ดูแย่ไม่น้อย

                “กูอยู่กับพี่เก้า” ตอบไปตามตรงไม่ได้ปิดบัง นี่เตรียมรอรับคำด่าจากไอ้จินอยู่

                มันไม่ด่าครับ (ก็ดีแล้ว มึงไปสงบจิตสงบใจอยู่กับพี่เขาก่อน อย่าเพิ่งไปดูโซเซียล มีแต่จะเสียสุขภาพจิต)

                “ขอบคุณนะมึง” รู้สึกซาบซึ้งเพื่อนเป็นห่วง

                (ขอบคุณทำเหี้ยไร มึงก็เพื่อนกู) ฟังจากน้ำเสียงคงเขินๆ แหละ ว้ายยย น้องจินเขินผมเหรอ (ไอ้นับ)

                “หือ?” ทำไมเสียงฟังดูเครียด “มึงมีอะไร”

                (มึงได้คุยกับเพื่อนเก่ายัง)

                “ยังเลย กูให้ไวท์ไปบอกแค่อย่าเพิ่งทำอะไร เดี๋ยวเรื่องจะยิ่งใหญ่” เพื่อก็ทักมาอยู่นะแต่ผมยังไม่มีอารมณ์จะตอบนักเลยปล่อยค้างๆ ไว้

                (ในแชทกลุ่มมันกำลังคุยกันเรื่องรูป) จินเหมือนจะอึดอัดและกดดัน

                สีหน้าผมเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม “ใครเป็นคนถ่าย”

                (วันนั้นเราอยู่กันแปดคนใช่มั้ย) มันค่อยๆ ย้อนเรื่องราว (คนที่ถ่ายรูปไว้ตอนนั้นมีสามคน)

                “พวกมันจะถ่ายกันทำเหี้ยอะไร” กัดฟันกรอดก่อนจะสะดุ้งเมื่อมือบนตักถูกกุมไว้ความร้อนจากอีกมือส่งมาให้ใจของผมสลบ

                (มันถ่ายเหตุการณ์โดยรวมไว้เผื่อถูกตำรวจเรียกไง พวกเราจะได้ไม่ผิดเกิดไอ้แก่แจ้งว่าเรารุมทำร้าย เอ่อ ก็มีรูปไอ้ไวท์สภาพ..เหมือนกัน)

                “ลบ ลบให้หมด!!” ผมแทบจะตะคอกใส่โทรศัพท์ “เรื่องมันก็จบไปแล้วจะยังเก็บรูปกันไว้ทำห่าอะไรกัน!

                “นับสอง ใจเย็นๆ” พี่เก้าบีบมือผมแน่น ผมมองพี่เก้าเล็กน้อยก่อนจะกดเปิดลำโพง...

                (ฟังกูก่อน!) จินตะโกนกลับเพราะมันก็เครียดเหมือนกัน (หลังจากนั้นหนึ่งอาทิตย์ไอ้เอมไอ้ตี๋เห็นว่าไม่มีเรื่องถึงตำรวจมันก็ลบรูปทิ้งไปแล้ว กูเห็นกับตา!)

                ผมฟังแล้วก็สะกิดใจ “แล้วอีกคน ใคร?”

                เอมตี๋เป็นเพื่อที่เรียนกันมาตั้งแต่มัธยมปีที่หนึ่งเพื่อนกันตั้งหกปีแถมยังไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันด้วย พวกมันสองคนก็ไปเรียนต่างประเทศจะมาวุ่นวายอะไรที่นี่

                เพราะงั้นคนที่ปล่อยรูปก็ต้องเป็นอีกคนที่ถ่ายไว้

                แล้วมันใคร?

                จินเงียบไปก่อนตอบ (กูไม่ได้เห็นหรอกนะว่ามันถ่ายรึเปล่าแต่คนอื่นบอกว่ามันถ่าย)

                “มึงอย่าลีลา บอกกูมา!” ผมร้อนใจและรู้สึกเคียดแค้นแต่ก็นึกได้ถึงชื่อหนึ่งมันแวบวิ่งเข้ามาในหัว “มึง...”

                ไม่ อย่าพูดนะ มึงอย่าพูดนะไอ้จิน!

                ไม่พร้อมจะรับความจริง

 

                (พวกนั้นบอกว่า...ไอ้มาร์ค)

 

                ความจริงที่ถูกเพื่อนสนิทหักหลัง

                ผมไม่อยากฟัง... 




------

งื้ออออ

นับสองเป็นตัวละครที่พยายามเก็บความรู้สึก

เลยทะเล้นไปบ้างเพื่อไม่ให้ตัวเองเศร้า

สงสารรรรรร

#นับเก้ารัก

----------------------


อะเเฮ่ม ขอฝากเรื่องของพี่ไนน์ด้วย!!!


#ไนน์อย่ายั่ว ไปกด Fav. กันรัวๆๆ

กับพี่ไนน์คนชอบยั่ว








----------------
แฮ่ม พักนี้มาช้าหน่อยนะคะ
ร่างกายเดือนพรายก็นับว่าโทรมเเละใกล้ป่วยเเล้ว ฮือ

ตอนนี้ปกก็เสร็จเเล้ว
เดือนพรายกำลังรีไรท์เล่มภาคเเรกอยู่
รีไรท์ตรวจคำเรียบเรียง คือมัน เกือบ 600 หน้าเอสี่เนอะ
ก็ ก็อาจจะตรวจช้านิดนึง ยังไงก็รออุดหนุนหนังสือกันด้วยนะคะ
สำหรับหนังสือ คือ เดือนพรายตกลงทำกับ B2s

ทุกคนพรีออเดอร์กับเดือนพรายได้เหมือนเดิม
 
นอกเรื่อง... เอ่อ... มีนักอ่านเรียนอยู่มนุษยศาสตร์ อักษรศาสตร์ มช. มฟล. มศก. เอกจีน / เอกไทย
ทัก TW : @Phraipimmy_ มาหน่อยน่า อยากได้คำปรึกษา








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10.66K ครั้ง

943 ความคิดเห็น

  1. #57104 Molly_nat (@Molly_nat) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 13:00
    นับสองน่าสงสาร
    #57104
    0
  2. #57088 PPimfaHH (@PPimfaHH) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 20:52
    อยากให้ไวท์มีผัวแล้วนะ5555
    #57088
    0
  3. #56833 yaoi55 (@yaoi55) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 17:16
    นับสองหนูรู้มั้ยว่าทุกตอยหนู่หน้ากลัวขึ้น
    #56833
    0
  4. #56705 SUGA19 (@tandie) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 19:36
    น่าจะเป็นแฟนมันเล่นโทรศัพท์แล้วเอารูปไปปล่อย
    #56705
    0
  5. #54966 May Ling Pcm (@maylingpcm) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 19:44
    นี่มันอะไรกันเนี่ยยยยยย สารพัดเรื่องเลย
    #54966
    0
  6. #54923 sirindabumtomjhu (@sirindabumtomjhu) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 10:30
    จะร้องไห้ สงสารน้องนับบ
    #54923
    0
  7. #54697 beeya1 (@beeya1) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 15:07
    มาร์คทำไปเพราะ กลุ่มเพื่อนแฟนนึป่าว คือบั่บติ่งพี่เก้าขี้อิจฉา ไรงี้. นับสองเป็นไบโพล่าแน่เลย
    #54697
    0
  8. #54667 G._.arn (@Little_G) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 10:06
    ก็นะ เพื่อนได้แฟนเ-้ยๆ เพื่อนก็เ-้ยตาม
    #54667
    0
  9. #54216 jackson__pp (@jackson__pp) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 19:22
    มันเป็นเรื่องที่แบบ ไม่ธรรมดาอึหื้อไม่ธรรมดา
    #54216
    0
  10. #54169 Sinine (@Sinine) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 13:52
    เห้ย... ได้ไง แต่เราพยายามไม่คิดแบบที่เรากำลังคิดนะ แต่ถ้าเป็นแบบที่เราคิดอ่ะ โคตรเข้าใจความรู้สึกนับเลย การถูกเพื่อนสนิทหักหลังมันเจ็บมากเลยนะ คืออยู่ด้วยกันมาตลอด ตัวติดกันแทบขาดกันไม่ได้ แต่สุดท้ายก็โดนหักหลัง คือโคตรเจ็บเลยอิเ-้ย อยากถามนะว่าทำไมแต่ก็ไม่อยากฟัง ถึงตอนนี้จะยังเป็นเพื่อนกันอยู่ แต่ก็มองหน้าและพูดคุยกันไม่ค่อยได้ ไม่ใช่ว่าเกลียดหรอกนะ มันอึดอัด
    #54169
    0
  11. วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 08:39
    มาร์คทำทำไม!!! เหตุการณ์เสฉวนที่พี่อ๋องเดาว่าเก้าติดแล้วนับสองก็น่าจะติดด้วยป่าว แต่เฮียไอลึกลับ
    #54064
    0
  12. #54060 puppywang (@2543660) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 00:56
    ผู้หญิงของมาร์คเป็นคนปล่อยแน่ๆเลย ตาสว่างสักทีเถอะมาร์ค สงสารนับสอง ฮื่ออออ อยากกอดน้อง
    #54060
    0
  13. #53609 soul_hyukjae (@soul_hyukjae) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 09:18
    นี่เครียดตามแบบกลั้นหายใจตามเลยอ่ะ
    #53609
    0
  14. #51587 porsrisamran29 (@porsrisamran29) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:53
    ร้องไห้มาสองสามตอนติดเเล้ว หน่วงจังเลยอะ😭
    #51587
    0
  15. #50218 NongSTBerry3105 (@NongSTBerry3105) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:20
    ส่งสารน้องนับร้องตามแล้วววว
    #50218
    0
  16. #49791 theskyandsea (@thesky13) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 20:35
    พี่เก้ารู้จักน้องนับมาก่อนใช่มั้ย อะไรคือไม่ช่วยกลับบ้าน เหมือนช่วงนี้น้องมีเรื่องครอบครัวด้วย ชอบคิดเรืาองครอบครัวบ่อยๆ แถมมาโดนเรื่องรูปอีกน้องพยายามเข้มแข็งมากๆ สู้เค้านับสอง
    #49791
    0
  17. #49329 BG3031 (@Cake__Cake) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 23:16
    ยัยนับอุกาบาตนั่นป่ะ
    #49329
    0
  18. #49234 Panidy (@Panidy) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 11:15
    แงงง ชอบความเกรี้ยวกราดของพี่ลม #ลมไวท์นี่มามั้ยคะ ><///
    #49234
    0
  19. #48910 KookVjin (@KookVjin) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 19:49
    สงสารน้องนับฮืออ!!
    #48910
    0
  20. #48039 FeMeelz (@Num-khaw) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 20:50
    น้องนับบ พี่เจ็บเเทนไปหมดเเล้ว ไหวไหมลูกกก เเต่ชอบที่เรื่องนี้มีบทพิเศษเยอะมากๆ มีความให้ตื่นเต้นตลอดเวลา
    #48039
    0
  21. #47647 PCY_BBH_PLOY (@Chutiporn_ploy) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 02:16
    มันโคตรแย่จีงๆนะเว้ย เพื่อนสนิทอ่ะ -_"$_=";เกัาสวงทิดหปแอื่ววม
    #47647
    0
  22. #46003 MINERVA09 (@morakot3014) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 00:32
    เห้อว่าแล้วล่ะแต่ทำใจไม่ได้#ปกติเป็นคนไม่หยาบมากแต่บอกตรงๆเพื่อเ-้ยว่ะ...
    #46003
    1
    • #46003-1 MINERVA09 (@morakot3014) (จากตอนที่ 38)
      2 มกราคม 2562 / 00:33
      แต่เชื่อเลยยังไงก็ไอนับดาวไรนั่น(==")ต้นเหตุ
      #46003-1
  23. #45741 FDB88 (@FreedomBlood88) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 23:11

    แฟนมาร์คไงที่ทำ มั่นใจมาก

    #45741
    0
  24. #45679 Miko_Chan2002 (@Miko_Chan2002) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 23:35
    คือสงสารนับสองนะ การที่คนๆนึงจะปลอบตัวเองด้วยการเล่นมุกตลกได้ในเวลาแบบนี้ ต้องเจออะไรมาขนาดไหน ไม่ได้ว่าน้องไม่ดูสถานการณ์นะ แต่ลองคิดดูว่าน้องต้องผ่านอะไรมาขนาดไหน ปลอบตัวเองมาเท่าไหร่ หรือเจออะไรมาหนักกว่านี้...
    #45679
    0
  25. #45076 ลิลิว (@lililoon) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 23:04

    ถ้าเพื่อนจะทำกันแบบนี้นะ

    #45076
    0