นับ เก้า รัก [YAOI]

  • 300% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 3,364,258 Views

  • 57,375 Comments

  • 58,048 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    172,377

    Overall
    3,364,258

ตอนที่ 34 : อ้อยคว่ำครั้งที่ 33

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 146117
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14268 ครั้ง
    27 ต.ค. 61

บทที่ 33

 


[เก้า]

 

                ผมรู้สึกตัวตื่นขึ้นในเวลาเช้ามืดทั้งที่เพิ่งนอนไปได้แค่สองสามชั่วโมงเท่านั้นแต่ใบหน้าและแววตาของผมกลับไม่มีความง่วงงุนแม้แต่น้อยหากแต่มันกลับกระจ่างใสมากกว่าทุกวัน

                เหตุผลก็ง่ายๆ...

                เพราะได้กินนับสองจนไม่เหลือคราบเลยไงครับ

                คิดแล้วก็รู้สึกภาคภูมิในใจไม่น้อย... นั่งเหม่ออยู่ครู่ก็ลุกขึ้นจากเตียงไปหยิบกางเกงนอนมาสวมแล้วเดินเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตา

                เดินกลับมากะจะวัดไข้ให้น้องที่ยังหลับสบาย เมื่อคืนผมก็เอาออกไปตั้งสี่น้ำแล้วจัดในห้องน้ำไปสองยกจนนับสองสลบคาอกนั่นแหละ ผมถึงยอมหยุดในที่สุด

                คิดจะวัดไข้แต่สายตาดันกวาดมองไปตามเรือนร่างอย่างห้ามไม่อยู่

                คนที่กำลังนอนคว่ำหน้าหลับสนิทเนื้อตัวเปลือยเปล่ามีผ้าห่มคลุมสะโพกไว้อย่างหมิ่นเหม่ ทั้งแผ่นหลังและเอวเต็มไปด้วยรอยจูบรอยกัดมันช่าง...ปลุกอารมณ์ได้ดี

     จู่ๆ กระแสความร้อนวิ่งแล่นลงด้านล่างอย่างรวดเร็วจนผมเองยังตกใจ... ผมมองนับสองที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่แล้วความคิดชั่วร้ายก็ผุดขึ้นมา...

ผมยื่นมือออกไปดึงผ้าห่มออกจากตัวนับสองแล้วเหวี่ยงมันลงไปกองกับพื้นแล้วจับตัวให้น้องนอนหงายขึ้นอย่างระวัง คนขี้เซายังคงนอนหลับปุ๋ยไม่รู้เรื่องลมหายใจสม่ำเสมอ

หัวใจที่กำลังเต้นเป็นจังหวะก็ค่อยๆ เต้นรุนแรงขึ้นเพราะความตื่นเต้นแปลกๆ ...

จะว่าไปแล้ว... นับสองก็เป็นคนหลับลึกมากๆ

ผมยิ้มบางๆ แล้วลูบมือไปที่หน้าท้องสวยไร้ไขมันส่วนเกิน

“หลับลึกขนาดไหน พี่ขอพิสูจน์หน่อยนะครับ”

แล้วผมก็เริ่มปฏิบัติการพิสูจน์ทันทีการกระทำเป็นไปอย่างระมัดระวังเพราะไม่อยากให้น้องตื่นขึ้นมาก่อน ความตื่นเต้นและร้อนรุ่มทำให้ผมเลือดในตัวพุ่งพล่านหนัก

ไม่ว่าผมจะพยายามปลุกปั่นอีกฝ่ายแค่ไหนก็ไม่ได้รับการตอบสนอง มันไม่ได้ทำให้ผมหมดสนุกยิ่งไปกระตุ้นต่อมโรคจิตของผมเข้าเต็มๆ...

แล้วแบบนี้ผมจะทำลามกกับนับสองยังไง น้องก็ไม่รับรู้ถูกมั้ย?

ตอนแรกผมคิดจะลักหลับนับสองอีกสักรอบแต่เห็นช่องทางด้านหลังที่บวมแดงแล้วก็สงสาร แค่นี้น้องก็ดูจะลุกไม่ขึ้นแล้วคงต้องยอมตัดใจไม่เข้าไปข้างในตัว… พี่เก้านี่ใจดีใจอ่อนจริงๆ เลยนะ

พี่เก้าทะนุถนอมนับสองที่สุดแล้ว

หรือจะเถียง?

เข้าข้างในไม่ได้แต่ก็สามารถทำภายนอกได้... หึหึ

ขยับไหวตัวเสียดสีอย่างมัวเมาจนกระทั่งถึงจุดจุดหนึ่ง...

พรวด!

“แฮ่ก แฮ่ก” หยดเหงื่อของผมหล่นกระทบกับผิวขาวอมชมพูของนับสองสามสี่หยดบนหน้าอกส่วนหน้าท้องและต้นขาด้านในก็เปรอะเปื้อนไปด้วยธารสีขาวแต่ไม่ขุ่นนักจำนวนมากทั้งของผมและของนับสอง

แม้ว่าจะปลดปล่อยหยาดอารมณ์ออกมาแล้วนับสองก็ยังคงนอนหลับสนิทลมหายใจก็มั่นคง

หลังจากที่ผมปลดปล่อยอารมณ์ร้อนแรงไปได้แล้วก็รู้สึกโล่งไปทั้งตัว ค่อยๆ วางขาของนับสองลง นั่งพักครู่หนึ่งแล้วยกมือไปเกลี่ยเส้นผมที่ปิดบังหน้าตัวเองออกไปทัดหู

ตลอดการทำนั้นทั้งตื่นเต้นเร้าใจคอยลุ้นว่านับสองจะตื่นขึ้นมามั้ย สุดท้ายก็ไม่ตื่นแถมกว่าจะปลุกนับสองน้อยขึ้นมาได้ก็ยากเย็นไม่ผิดจากที่นับสองบอกเลยว่าถ้าน้องง่วงหรือหลับอยู่ก็ยากที่จะมีอารมณ์

ขนาดใช้ตัวเสียดสีกระแทกถูกไถไปด้วยแรงไม่นานก็ยังไม่ตื่นแบบนี้ไม่รู้ว่าถ้าผมลักหลับขึ้นมาจริงๆ จะยังนอนนิ่งได้อีกมั้ย

“ไว้คราวหน้าแล้วกัน”

ผมลูบหน้าของนับสองที่หลับตาพริ้มเบาๆ กรอบหน้ามีเหงื่อเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเช็ดให้เบาๆ แล้วมองไปที่หลักฐานความหื่นกระหายตรงหน้าท้องของนับสองแล้วก็ยิ้ม ลุกขึ้นไปหาผ้ามาเช็ดตัวให้จากนั้นก็จัดท่าทางให้น้องนอนดีๆ ทำเหมือนว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น

หลังจากเคลียร์ทุกอย่างเสร็จรวมถึงห้องกับระเบียงที่ยุ่งเหยิงเสร็จแล้วก็เดินออกจากห้องลงไปห้องครัวเพื่อทำอาหารเช้าบำรุงนับสองสักหน่อยเสียน้ำไปเยอะเลย

เดินผิวปากอารมณ์ดีหน้าตาสดใสที่สุดในรอบหลายปีเห็นจะได้... มีเมียแล้วมันเลยอารมณ์ดีล่ะมั้ง

เท้าที่ก้าวเข้าไปในครัวกลับชะงักเล็กน้อยในใจพลันกระตุกอย่างรุนแรงเมื่อเห็นใครบางคนด้านใน ชายาในเสื้อเชิ้ตสีขาวที่จำได้ว่าเป็นของพี่อ๋องกำลังยืนชงกาแฟไม่ก็โอวัลตินอยู่อย่างตั้งใจ...

                เมื่อคืนน้องมันนอนที่นี่เหรอ

                แล้วน้องจะได้ยิน...รึเปล่า นับสองครางลั่นขนาดนั้น

                ฉิบหาย ทำไมรู้สึกเป็นคนชั่วทำลายอนาคตของชาติขึ้นมาเลย

                ผมเม้มปากแน่นสีหน้าเปลี่ยนสลับไปมาแล้วพยายามทำตัวปกติเดินเข้าไปในห้องครัวแล้วทักทายน้อง “ทำอะไรอยู่เหรอชายา”

                คนที่กำลังชงกาแฟอยู่หยุดมือแล้วเงยหน้ามองผมแล้วหลุบตามองมือตัวเอง “ชงกาแฟ”

                “เรากินกาแฟเป็นเหรอ” ถึงน้องเขาจะอายุเท่านับสองแต่ก็นะ น้องเขาเหมือนเด็กสามขวบเกินไปไม่เหมาะที่จะกินกาแฟเท่าไหร่

                ผมเห็นน้องมีท่าทีปกติก็ค่อนข้างวางใจ ห้องของพี่อ๋องอยู่ไกลจากห้องผมน่าจะไม่ได้ยินเสียงมั้ง...

                ชายาส่ายหัวไปมาแล้วยกกาแฟใส่เพิ่มอีกสี่ช้อน “ของคุณฮีโร่” ... น้องเขากะให้พี่ผมตาค้างไม่หลับไปสิบวันเลยใช่มั้ยนั่น

                “แล้วทำไมถึงมานอนห้องพี่ได้” ถามในขณะเริ่มหยิบหม้อต้มออกมา

                “ไม่รู้” ตอบสั้นๆ แล้วเงยหน้ายกนิ้วขึ้นจิ้มที่คาง “นั่งรถกลับจากห้าง แต่ลืมตามาอีกทีก็อยู่กับที่นี่แล้ว”

                ผมสรุปอย่างมั่วคือน้องน่าจะหลับในระหว่างทางกลับแล้วอ๋องมันก็ไม่มีคีย์การ์ดห้องน้องเลยพามานอนที่ห้องแน่ๆ  

                เตรียมหม้อเสร็จก็เดินไปเปิดตู้เย็นหยิบผักและเนื้อปลาที่คิวแล่เก็บไว้ออกมากองไว้คิดว่าจะทำข้าวต้มปลา ถึงรสมือของผมจะสู้คิวไม่ได้แต่ก็กินได้แล้วกัน

                เริ่มต้นทำอาหารได้สักพักชายากหันมาสนใจ ดวงตากลมใสมองที่หม้อต้มก่อนจะมองที่ตัวผม คิ้วบางขมวดเข้าหากันแล้วร้องถาม

                “แผลเต็มเลย” ร้องขึ้นไม่พอยังเอานิ้วมาจิ้มๆ เหมือนจะทดสอบว่าผมเจ็บรึเปล่า แต่น้องครับ เป็นแผลมันก็ต้องเจ็บสิ“เอ๊ะ ไม่เจ็บเหรอ ไม่เห็นร้องเจ็บเลย”

                “แผลเล็กๆ ครับ” ลืมไป ตอนนี้ผมเปลือยช่วงบนอยู่

                “ไปฟัดกับหมามาเหรอ” น้องถามอย่างซื่อๆ

                ไม่ใช่หมา

                แต่เป็นแรดที่ชื่อนับสองต่างหาก

                “เปล่า นับสองข่วน” ผมอมยิ้มขณะที่หั่นผัก

                “ทำไมนับสองถึงข่วน”

                ...ทำไมต้องถามเยอะขนาดนี้ด้วย “เพราะพี่ดุนับสอง” ผมเลือกจะใช้คำง่ายๆ ไม่น่าชวนคิดลึก ผมจำได้ว่าเด็กพวกนี้จะไม่ค่อยใจความหมายแฝงหรือคิดอะไรลึกซึ้ง

                “ทำไมต้องดุล่ะ” น้องถามต่อแล้วก็เติมกาแฟใส่อีกช้อน น้องต้องไม่เคยชงกาแฟแน่ๆ!

                “เพราะนับสองดื้อ”

                “แล้วตีมั้ย” กะพริบตาปริบๆ “ดื้อต้องตี แปะๆๆ”

                ผมอมยิ้มแล้วส่ายหน้า

                “พี่เป็นคนดีจังเลย ดุแต่ก็ไม่ได้ตี” อยากจะบอกน้องเหลือเกินว่าพี่ทั้งดุทั้งตีทั้งฟาดเลย “แต่นับสองนิสัยไม่ดีเลย ดูสิ ข่วนจนแผลเต็มเลย” น้องบ่นงึมงำก่อนจะเห็นพี่ใหญ่ของผมเดินเข้ามาก็รีบฟ้อง “คุณฮีโร่ ดูสิ พี่เก้ามีแผลเต็มเลย”

                ผมหันไปมองบ้างก็เห็นรอบตาของพี่อ๋องเต็มไปด้วยรอยดำคล้ำแถมยังดูอารมณ์ไม่ดีมากๆ เมื่อเขาเห็นผมในสภาพนี้ก็ยิ่งแผ่รังสีอาฆาตใส่เป็นเท่าตัว ผมไม่ได้สะทกสะท้านนักออกจะเย้ยหยันใส่ด้วย

                “ดูอารมณ์ไม่ดีเลยนะ” ผมว่ายิ้มๆ แล้วมองดูข้าวต้มปลาในหม้อหยิบเครื่องปรุงใส่เล็กน้อย

                “มันเพราะใครมิทราบ” แววตาเยือกเย็นมองผมราวกับจะฉีกกระชากหัว แล้วเดินไปเปิดตู้เย็นหาน้ำดื่มเย็นๆ “ทำอะไรไม่เกรงใจชาวบ้าน”

                ผมไหวไหล่ “นี่มันก็ห้องผม”

                “แต่มันก็ห้องฉันด้วย!” น้อยครั้งนักที่อ๋องจะอารมณ์เสีย ผมคิดว่าครั้งนี้ที่เขาอารมณ์เสียเพราะในห้องตัวเองดันมีตัวนุ่มนิ่มอยู่ด้วยมากกว่าจะทำอะไรก็ไม่สะดวก

                ชายาไม่ได้รับรู้ถึงอารมณ์ของใครทั้งสิ้น น้องหยิบกาแฟที่เปี่ยมล้นไปด้วยกาแฟนับยี่สิบช้อนส่งให้พี่ผมอย่างกระตือรือร้น “กินๆ”

                อ๋องดึงสายตาเกรี้ยวกราดออกจากผมแล้วมองชายาอย่างเอ็นดูแทบจะทันที ผมเบ้ปากใส่แล้วหันไปหาไข่ไก่ในตู้เพื่อต้มไข่บำรุงตัวเองเเล้วก็นับสอง

                นับสองคงต้องเยอะสักหน่อย

อืม สิบฟองแล้วกัน

ผมสี่ น้องหก

“คนเก่ง ชงกาแฟให้พี่เหรอ” น้ำเสียงโคตรละมุน พร้อมกับยื่นมือไปรับ “ทำไมจู่ๆ มาชงกาแฟให้พี่ได้”

                ชายาฟังแล้วก็ขมวดคิ้วนิ่งเงียบก่อนจะเปิดปาก “แล้วน้องชายามาชงกาแฟเพราะอะไร”

                “...” ผมและอ๋อง... น้องไม่รู้ พี่ก็ไม่รู้ครับ

                อ๋องกระตุกมุมปากพยายามยิ้ม “ช่างเถอะ ชายาตั้งใจชงให้ พี่จะกินให้หมดแก้วเลย” เก่งกับการซื้อใจเด็กเหลือเกิน

                “ต้องกินให้หมดนะ!” น้องย้ำ “ถ้ากินไม่หมด น้องชายาจะร้องไห้ให้ดู!

                เป็นคำขู่ที่น่ารักดีนะ

                ผมแสยะยิ้มในใจนึกถึงจำนวนช้อนกาแฟที่น้องใส่แล้วก็ส่ายหน้าแต่ก็ไม่ได้คิดจะห้ามปรามใดๆ มือก็เอาน้ำเติมใส่หม้อที่มีไข่อยู่จากนั้นก็ตั้งไฟ

                หางตาเห็นอ๋องกำลังยกแก้วกาแฟดื่มด้วยสีหน้าปลื้มปริ่มแล้วก็พยายามกลั้นขำ...

                “อึก!” สีหน้าหลังดื่มเข้าไปก็ย่ำแย่แทบจะทันที

                ชายามองอย่างลุ้นระทึก “อร่อยใช่มั้ย”

                พี่ผมพยายามกลืนกาแฟขมโคตรๆ ลงท้องไปอย่างทรมานแล้วก็หันไปยิ้มแย้มให้ชายา “อร่อยมากครับ พี่ไม่เคยกินกาแฟอร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย”

                “งั้นกินให้หมดเลยๆ” เห็นท่าทีดีใจของชายาแล้ว พี่ผมก็ได้แต่กัดฟันทนกลืนกาแฟขมๆ จนหมดแก้ว

                น่านับถือจริงๆ ปรบมือๆ

                ผมหันกลับมาสนใจข้าวต้มต่อดูเหมือนว่าจะได้ที่แล้วนะ ผมหยิบถ้วยเล็กมาก่อนจะใช้ช้อนตักเฉพาะน้ำมาเทใส่ถ้วยเพื่อชิมรส

                อืม อร่อยแล้วนะ รสอ่อนๆ น่าจะสบายท้อง

เติมซีอิ๊วปรุงรสนิดหน่อยเป็นอันเสร็จจากนั้นก็หันไปมองหม้อต้มไข่ที่กำลังน้ำเดือดปุๆ ดูจากเวลาแล้วอีกหนึ่งนาทีถึงจะเอาขึ้นได้

“ชายา ถ้าพี่มีเรื่องเดือดร้อนให้ชายาช่วย ชายาจะช่วยพี่มั้ย” จู่ๆ อ๋องก็ถามขึ้นพาให้ใจผมหดเกร็งชั่วขณะ

ชายานั่งกำลังกินขนมปังปิ้ง “ช่วยอะไร น้องชายาช่วยได้เหรอ”

“ช่วยได้แน่นอน” อ๋องถามย้ำๆ“ถ้าพี่ขอให้ช่วย ชายาจะช่วยพี่ใช่มั้ย”

“อื้อ ช่วย” น้องพยักหน้าแม้จะงุนงง

“รับปากพี่แล้วนะ”

“เอาจูปาจุ๊บ” ตาโตๆ วาววับขึ้น

“ได้ครับ ได้ทุกอย่าง” อ๋องว่าอย่างกระตือรือร้นแล้วก็ชวนชายาคุยนั้นคุยนี่แต่น้องก็ฟังเงียบๆ

ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วก็ยกมือลูบหน้าตัวเอง เรื่องที่อ๋องจะขอให้ช่วยคงไม่พ้นเรื่องของผม ตอนนี้ปัญหาเดียวที่พวกเรามีก็มีแค่เรื่องผมเท่านั้น

แต่การเลือกเข้าทางชายามันคงเป็นเรื่องที่ถูกแล้วจริงๆ หลอกล่อด้วยจูปาจุ๊บ รู้สึกกลุ้มใจแทนเจ้าสัวชานินทร์ขึ้นมาเลย... พวกผมต้องอับจนหนทางขนาดไหนที่ต้องมาอ้อนวอนขอความช่วยเหลือด้วยวิธีต่ำช้าแบบนี้

ไม่ถึงกับอับจนแต่แค่ตอนนี้มีแค่เจ้าสัวชานินทร์ที่พอจะฟัดเหวี่ยงได้...

               

“อ๊ากกกก!!

 

                กำลังคิดอะไรเพลินๆ ก็ได้ยินเสียงโหยหวนดังลั่นห้อง ผมตกใจหน้าเปลี่ยนสีรีบวางของในมือแล้วพุ่งตัวออกไป

                “เสียงสัตว์ประหลาด น่ากลัว ฮือออ”


                สัตว์ประหลาดอะไร!

                นั่นมันเสียงนับสองชัดๆ

        แต่มันเกิดอะไรขึ้น!






[นับสอง]

 

                สวัสดีชาวโลก

                เรายังมีชีวิตอยู่นะ เรายังไม่ได้ตาย

                หลังจากความเมื่อยเนื้อเมื่อตัวปลุกผมให้ตื่นขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือแต่แล้วก็ต้องนิ่วหน้าอย่างเจ็บปวดร้าวไปทั้งตัว ผมขมวดคิ้วมึนงงกับตัวเอง

                “ทำไมปวดตัวแบบนี้วะ” ผมพึมพำกับตัวเองก่อนจะยกมือขึ้นเสยผมแล้วลูบหน้าลูบตาขยี้ตาอย่างงัวเงีย พอลืมตาได้เต็มตาก็เบิกโต “เชี่ยไรเนี่ย!

                ตาแทบถลนออกจากนอกเบ้าเมื่อเห็นว่าเนื้อตัวผมเปลือยเปล่าไม่มีเสื้อผ้าติดตัว แต่ไอ้ไม่มีเสื้อผ้าไม่เท่าไรเพราะผมเคยนอนแก้ผ้าอยู่เหมือนกัน

                แต่สิ่งที่ทำให้ผมอึ้งคือร่องรอยแดงจ้ำแล้วก็รอยกัดสารพัดแทบทุกตารางนิ้วบนร่างกายทำให้ตัวผมสั่น...

                ผมไม่ใช่คนใสซื่อที่จะมา เฮ้ย ยุงกัดเต็มเลย

                โดนดูดขนาดนี้มึงยังเรียกยุงกันได้เหรอ!

                แล้วรอยพวกนี้มันมายังไง... หน้าผมค่อยๆ ซีดลงเรื่อยๆ พร้อมกับเหตุการณ์เมื่อคืนที่หลั่งไหลเข้ามาในสมองอย่างรวดเร็วทุกภาพทุกคำพูดและท่วงท่าพาให้ใจเต้นระรัวแต่เหนือสิ่งอื่นใด

                กูโดนพี่เก้าเสียบไปแล้ว!

กูมีผัวแล้ว!

ปิดซอยเลี้ยงเว้ย!! เฮ!

อ้าว ไม่ใช่เหรอ

“ฮือ มันไม่ใช่ฝันเหรอ” ผมยกมือขึ้นทึ้งหัวทันทีแล้วสะอึกสะอื้นแบบไม่มีน้ำตา ภาพความร้อนแรงดั่งไฟเยอร์เมื่อคืนทะลักไม่ต่างจากน้ำป่าไหลหลาก

เมื่อคืนผม...ฮึก เสียวมาก อิ่มมากๆ

เอ๊ย ไม่ใช่มันเจ็บมากๆ ผมเสียตัวให้พี่เก้าแล้ว

ฮือ แถมได้ไทป์เมียอีก

นี่มันคือเรื่องจริงเหรอ

ไม่ ไม่ นับไม่เชื่อออออ!!

ผมส่ายหน้าส่ายหัวๆ ตาลีตาเหลือกเส้นผมบนหัวก็ถูกกระชากทึ้งตามอารมณ์ที่ปั่นป่วน “ไม่มันต้องเป็นฝันแน่ๆ มันคือฝัน!” แต่พอมองตัวเอง

รอยดูดเต็มอกขนาดนี้... ฝันสมัยนี้เขาเหมือนจริงสมจังดีเนอะ...

แถมเนื้อตัวก็เมื่อยเอวก็ปวด

ไม่ต้องพูดถึงข้างหลัง...  

ไม่มีอะไรนอกจาก...

ปวด!!

สีหน้าของผมเหยเกทันทีที่พยายามขยับตัวลุกขึ้นนั่งพิงกับพนักหัวเตียง ผมเม้มปากแน่นมือก็กำผ้าห่มผืนบางจนข้อนิ้วมือขึ้นสีขาวไปหมด ตอนนี้หัวสมองผมก็ยุ่งเหยิงจนจับลำดับไม่ได้ แต่ที่รู้ๆ คือ...

พี่เก้าดุมาก

พี่เก้าใหญ่มาก

พี่เก้าแซ่บมาก

พี่เก้าเผ็ดมาก

และพี่เก้าเป็นผัวผม

เสียใจด้วยนะ คนเขามีเมียแล้ว ห้ามยุ่ง!

“เว้ยแล้วทำไมกูต้องย้ำความเมียเนี่ย!” ผมแทบร้องไห้โฮขึ้นมา จะสุขหรือทุกข์กับตำแหน่งล่างดีเนี่ย แต่ แต่ “ฮือออ ความมาดแมนของเสือนับไปหมดแล้วไอ้พี่เก้า ไอ้เวร! เอาความเสือนับทุกสถาบันกลับคืนมา โฮ!

กัดผ้าห่มแล้วร้องไห้แรงๆ โอ๊ย แต่แรงมากไม่ได้สะท้านไปยันก้นลึกถึงข้างใน ไม่มีออมแรงเลยครั้งแรกนะเว้ยครั้งแรกพี่เก้าไม่อ่อนโยนเลย!

ผมใช้แววตาที่เคลือบไปด้วยน้ำตามองเหม่อไปทางท้องฟ้านอกระเบียง...

โอเค ยังดีที่เป็นสีฟ้า

ยังไม่ใช่สีเหลือง

ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วนึกทบทวนอีกรอบคิดไปก็หน้าแดงก่ำยิ่งมาถึงตอนในห้องน้ำนะ อือหือ... แม่จ๋า เผ็ดยิ่งกว่าพริกทั้งสวนมาคว่ำตกหน้าอีก

ในห้องน้ำแม่ง... ดุจนผมสลบเลย...

อดไม่ได้ที่จะยกมือปิดหน้าแล้วส่ายหน้าดิ๊กๆ บ้าบอที่สุดเสืออย่างผมถึงกับสลบเหมือด เสียศักดิ์ศรีที่สุดแม่งเอ๊ย จะบอกว่าไม่พร้อมเป็นเมียเขาแต่ก็เป็นไปแล้ว

ในเมื่อแก้ไขอะไรไม่ได้... ผมยอมเป็นเมียก็ได้

ตอนนี้ไทป์ไหนก็ช่างแม่ง แต่สรุปคือพี่เก้าเป็นของผม!

“แล้วนี่พี่มันหายหัวไปไหน!” ปล่อยให้ผมระบมทุลักทุเลแบบนี้ได้ไง “หรือจะฟันแล้วทิ้ง?”

ไม่ได้นะเว้ย!

ต้องรับผิดชอบไอ้พี่เก้า มึงอยู่ไหน!

เพราะความโมโหที่ไม่เห็นไอ้คนที่กระทำชำเราย่ำยีเรามาทั้งคืนบวกกับความหวั่นใจที่จะโดนฟันฟรีจึงกระโดดลุกพรวดพราดลืมนึกถึงสังขาร ณ เวลานี้

เพียงลุกขึ้นก็รู้สึกหนังศีรษะชาดิกเส้นประสาทรับความเจ็บปวดอย่างรวดเร็วส่งตรงถึงสมอง ตัวผมก็พลันตกลงจากเตียงอย่างแรงซ้ำร้ายสะโพกยังกระแทกกับพื้นแข็งอย่างแรง

ตุ้บ!

 

“อ๊ากกกกก!!

 

สะโพกโผ้มมม!

เสียงโหยหวนยิ่งกว่าสัตว์ร้ายบาดเจ็บอีก ผมถึงกับน้ำตาร่วงแหมะนั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่บนพื้นค้างท่านั้นอย่างสวยงาม ตกลงมาอย่างแรงแต่ท่าโคตรสวย อยากจะร้องไห้เหลือเกิน มือข้างซ้ายกุมสะโพกที่เจ็บเหมือนกระดูกจะหักเนื้อจะฉีกแถมยังแสบไปหมดที่ช่องทางด้านหลัง

กัดฟันกรอดแล้วอยากจะถามจริงๆ ไอ้พวกรับตัวเล็กนี่พวกมึงทนกันไปได้ยังไงผมก็ตัวสูงไม่ถึงกับตัวใหญ่มากแต่ก็สูงกว่าพวกฝ่ายรับยอดฮิตเยอะแถมยังเป็นนักกีฬาความอึดถึกมันต่างกันลิบลับ

ถึกอย่างผมยังสลบนี่คือเพราะผมอ่อนที่เพิ่งเป็นรับครั้งแรก

หรือพี่เก้ามันกินผมดุไป?

ไม่รู้เว้ย เพิ่งเคยเป็นรับ!

เป็นเมียมือใหม่แกะกล่อง!

ตอนนี้สภาพอารมณ์ของผมเหลือแต่ความเจ็บตามร่างกายและความหงุดหงิดที่ขยับตัวไม่ได้สักนิดเดียว รู้สึกตัวอ่อนปวกเปียกเหมือนผู้หญิงแบบนี้มันทำให้ผมโมโห!

กำลังจะกัดฟันทนลุกขึ้นจากสภาพทุเรศทุรังนี้ ประตูห้องกถูกเปิดออกแล้วผลักโครมเข้ามาอย่างแรงจนผมสะดุ้งโหยง มันจะมีใครไปได้อีกเล่าถ้าไม่ใช่...

“นับสอง!

สามีหมาดๆ ของผมเอง

เขินจัง

“เป็นอะไรเจ็บตรงไหน!” เจ็บตรงไหน มึงก็ยังกล้าถามอีกเนอะไอ้พี่มึง“บอกพี่เก้าสิ!

สีหน้าร้อนใจของพี่เก้าและแววตาเคร่งเครียดทำให้อารมณ์หงุดหงิดของผมหายไปกว่าครึ่ง อ้าปากจะพูดแต่ก็ส่งเสียงไม่ออกเพราะมันจุกๆ เจ็บๆ เลยขมวดคิ้วนิ่วหน้าใส่เผยสีหน้าเจ็บปวดออกไป

พี่เก้าขมวดคิ้วแล้วมองสภาพผม “จะเข้าห้องน้ำเหรอ”

เงี่ยหูฟังแล้วเห็นว่าพี่มันหาทางออกที่ดี๊ดีให้ก็รีบพยักหน้าตอบ ขืนบอกว่าตกเตียงเพราะจะตามไปด่าพี่มันก็คงน่าอายเกินไปเพราะงั้นเข้าห้องน้ำก็เข้าห้องน้ำ

พี่เก้าพ่นลมหายใจอย่างโล่งอกเล็กน้อยแล้วเอาผ้าห่มมาคลุมตัวล่อนจ้อนผมไว้ก่อนแล้วค่อยสอดแขนใต้รักแร้มือมาประคองสะโพกปวดๆ ของผมแล้วพยุงให้ลุกขึ้นช้าๆ

“ซี๊ดดดด” ผมสูดปากเสียงดังในขณะที่พี่เก้าพยายามประคองตัวผมขึ้นแต่ว่าไม่ว่ามันจะเป็นการขยับประคองที่นุ่มนวลแค่ไหนเครื่องในของผมก็สะเทือนไปหมดแล้ว!

“พี่เก้าจะค่อยๆ เดิน” เขาว่าเสียงนุ่มเจือสำนึกผิด

เออ สำนึกผิดไปเลย!

สะโพกครากหมดแล้ว!

ผมจิกตาถลึงตาใส่พี่เก้าอย่างฉุนเฉียวเพราะความหื่นพี่แกทำให้ผมต้องอยู่ในสภาพแบบนี้ทุกก้าวเดินช่างร้าวระทมสั่นไปทั้งตัว กว่าจะถึงห้องน้ำผมนี่เหงื่อแตกกัดปากกัดฟันจนแทบหักแล้ว

เก้าประคองผมให้นั่งบนชักโครกก่อนจะถอยออก “เดี๋ยวพี่หยิบเสื้อผ้ามาให้นะ”

“อื้อ” ผมครางรับด้วยเสียงแหบแห้ง มองตามหลังพี่เก้าที่เต็มไปด้วยรอยข่วนมากมายจากพี่มือผม คือพี่มันต้องการประกาศให้ใครรู้กันว่าพี่มึงจัดการผมเสร็จเรียบร้อยแล้วมิทราบ

เห็นหลังกับอกพี่เก้าที่เต็มไปด้วยแผลจากน้ำมือผมแล้วก็อารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง แต่ก็ต้องหน้าแข็งทื่อไปเมื่อนึกอะไรได้...

ปกติดารานายแบบมักทำประกันร่างกายไว้...

เชี่ยยยยย

แล้วดูผมทำกับพี่มันสิ!

“นับสอง พี่เก้าเอาชุดมาให้แล้ว” พี่เก้าเดินหน้ายิ้มกริ่มเข้ามาพร้อมเสื้อเชิ้ตกางเกงขาสั้นแล้วก็ชั้นในใหม่ยังไม่ได้แกะกล่องมาให้ผม “ให้พี่ช่วยเปลี่ยนมั้ย”

“ไม่ต้อง!” ผมส่ายหน้าพรืด เกิดเปลี่ยนชุดอยู่ดีๆ พี่มันเห็นเรือนร่างอันเซ็กซี่บาดใจของแล้วอารมณ์ลุกโชนกระโจนใส่จะทำยังไง

คราวนี้ได้ตายของจริงแน่

“แน่ใจนะ” เขาดูเป็นห่วง “ถ้างั้นมีอะไรก็เรียกพี่เลยนะ พี่รออยู่หน้าห้อง”

“อืมๆ” ผมพยักหน้ารัวๆ แล้วโบกมือไล่ให้พี่เก้าออกไป เขาก็ยอมถอยออกไปแล้วปิดประตูให้

ใบหน้าที่พยายามเกร็งไว้ก็แดสงออกมาถึงความปวดร้าวทันที ฮือออ เจ็บเหี้ยๆ เลยแล้วโอ๊ยยย ใจกูยังไม่พร้อมรับหน้ากับพี่เก้าเลย ฮือ โอ๊ย อารมณ์มันยุ่งเหยิงเกินไปแล้ว

เป็นบ้าไปห้านาทีเต็มๆ ก่อนจะพยายามตั้งสติเริ่มจัดการตัวเองให้เรียบร้อยแต่ว่ามันก็ขยับได้เชื่องช้าจนน่ารำคาญ สูดซี๊ดปากเหมือนกินของเผ็ดเข้าไป

กว่าจะใส่เสื้อผ้าเสร็จคือแทบแตก... เหงื่อแตก!

 ผมยกมือขึ้นปาดเหงื่อเต็มหน้าผากแล้วลองกลั้นใจที่จะลองลุกด้วยตัวเอง “อู๊ย” ยืนได้ก็ต้องค้างท่าหลังงอกุมสะโพก ขาสั่นก้าวเดินไม่ออกเลย...

ก๊อก ก๊อก

“นับสอง พี่เข้าไปได้รึยัง” เสียงจากด้านนอกร้องถาม

ผมกลอกตาไปมาอย่างครุ่นคิดแล้วยอมที่จะวางความหยิ่งยโสทำเก่งจะเดินเองลง ไม่งั้นชาตินี้ผมไม่ได้ออกจากห้องน้ำแน่ๆ ออกได้คงต้องคลานไป

แน่นอนว่าเสือนับต้องเดินออกไปอย่างองอาจ!    

“เข้ามาหน่อยพี่เก้า” เสียงของผมตอนนี้แห้งไม่ต่างจากทะเลทรายแห้งแล้งเลย

แล้วประตูก็ถูกเปิดออก พี่เก้าตอนนี้ใส่เสื้อเรียบร้อยแล้วก็ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย แต่ตอนนี้ก็ยังไม่กล้าสบตาพี่เก้านัก พี่เก้ายังคงอมยิ้มน้อยๆ ติดมุมปากด้วยใบหน้าสดชื่น

กูหมั่นไส้!

“ปวดมากเหรอ” เขาถามผมเสียงเบาพลางช่วยประคองสะโพกผมเหมือนเดิม

“ลองให้ผมเสียบบ้างมั้ย” เออ มาสิ มาให้ผมเสียบคืนเดี๋ยวนี้นะ!

พี่เก้ายักคิ้ว “ไหวเหรอ”

ผมกัดปากแน่นแล้วได้แต่มองพี่เก้าอย่างหงุดหงิดเกรี้วกราด สภาพผมแค่หายใจยังสะท้านแล้วจะให้ขยับแบบนั้นเหรอ โอ้โห ใครจะไปทำได้ แต่ให้เวลาผมพักสามสี่วันก่อนเถอะ จะเสียบให้พี่มึงร้องไม่ออกเลย!

เราเป็นเสือ

เราจะยอมแพ้อุดมการณ์กดพี่เก้าลงง่ายๆ ไม่ได้!

ไม่เคยได้ยินเหรอ ไม่มีรุกแท้และรับถาวร!

ได้ยินเสียงหัวเราะต่ำๆ ในลำคอของอีกฝ่ายแล้วทำให้ผมอยากเอาเล็บยาวๆ ไปตะกรุยหน้าพี่มันเหลือเกิน นอกจากขาแข้งที่...เออห่างออกเล็กน้อย แค่เล็กน้อยเท่านั้น!

ผมจะไม่พูดว่าเดินขาถ่าง ไม่พูด!

แขนทั้งสองข้างของผมมันก็ล้าและปวดสุดๆ เพราะไอ้รอบในห้องน้ำมันเล่นท่าพิสดารน่ะสิ ไม่ทำก็ฟาดก้นผมจนตอนนี้มันก็ยังแดงๆ ช้ำๆ อยู่เลย

ผมเดินต๊อกแต๊กย่องๆ จนมาถึงเตียงในที่สุด พี่เก้าเอาเบาะรองนุ่มนิ่มใบโตสองใบวางที่พนักหัวเตียงแล้วก็บนพื้นเตียง แม้ว่าเขาจะทำอ่อนโยนแค่ไหนยังไงก็ต้องร้องซี๊ดซ้าดเจ็บอยู่ดี

“เดี๋ยวพี่ไปเอาข้าวต้มกับยามาให้นะ” พี่เก้ายกขาผมขึ้นไปบนเตียงแล้วเอาผ้าห่มมาคลุมขาให้

ผมย่นคิ้ว “ขอน้ำเปล่าก่อน” เห็นขวดน้ำแล้วแต่อยู่ในระยะที่หยิบไม่ถึง ตอนนี้เสียงจะไม่มีอยู่แล้วเพราะงั้นขอน้ำกินก่อน!

“ได้ครับ” เขาทำตามอย่างว่าง่ายจนผมอดจะมองและคิดไม่ได้

หรือว่านี่คือสิทธิพิเศษของฝ่ายรับกัน?

หรือว่าเป็นเมียก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดนะ

พี่เก้าเทน้ำใส่แก้วแล้วส่งให้ผมดื่มก่อนเขาจะเดินลงไปข้างล่าง ผมถึงได้รู้สึกหายใจได้คล่องคอมากขึ้นหน่อยตอนนี้ร่างกายกำลังรู้สึกล้าและเหนื่อยสุดๆ อยากจะนอนอีกรอบแล้ว

หลับตานอนรอข้าวต้มกับยาไม่นาน เจ้าของห้องก็เดินถือถาดเขามา ผมเปิดเปลือกตามองเขม็ง “ไข่นี่มันอะไร”

ผมมองไข่สิบฟองที่อยู่ในถ้วยข้างชามข้าวต้มอย่างสงสัย พี่เก้าวางถาดลงที่ตู้เตี้ยข้างเตียงส่วนตัวเองก็นั่งบนเตียงข้างๆ ผม

“บำรุงไง” ยกยิ้มกว้างแววตาเป็นประกายระยิบระยับที่พาให้ผมหน้าร้อน “จะให้บอกมั้ยว่าบำรุงอะไร”

“ไม่ต้อง!” สะบัดเสียงใส่ “บำรุงตัวเองไปเถอะ!

เขายกชามข้าวต้มมาคนๆ ให้หายร้อน “จะบำรุงอย่างดีเพื่อให้นับสองเต็มอิ่ม”

เห็นว่าการเถียงคราวนี้ไม่มีทางชนะเลยเพราะความหน้าด้านหน้าทนของพี่เก้าที่นับวันมันก็อัพสกิลขึ้นมาอย่างรวดเร็วและแซงหน้าผมไปไกล

“วันนี้ก็นอนพักก่อนแล้วกัน น่าจะไปเรียนไม่ไหว”

“ใครมันจะไป!” ผมรีบกลืนข้าวต้มลงคอ “เดินแบบนี้ รอยดูดเต็มคอ พี่ยังจะให้ผมไปเจอคนสภาพนี้อีกเหรอ!

“ก็ดีนะ คนจะได้รู้ว่านับสองมีเจ้าของแล้ว”

“มีผัวแล้วมันน่าอวดเหรอ!” ดูหน้าหล่อๆ ของผมด้วย ให้เขารู้ว่ามีผัวไม่ช็อกทั้งบางเหรอ

พี่เก้ายกช้อนข้าวต้มมาจ่อปากผมถามอย่างซื่อๆ “แล้วผัวแบบพี่มีตรงไหนไม่น่าอวดกัน”

“...” พี่จะหลงตัวเองขนาดนี้ไม่ได้อยากเถียงแต่เคี้ยวเนื้อปลาอยู่

“ใครๆ ก็อยากได้พี่นะ” ยังจะมาอวดอีก“ถึงจะมีคนอยากได้พี่เยอะแยะ

“...” อืม เนื้อปลาไม่คาวดีนะ

“แต่พี่เก้าอยากได้นับสองคนเดียว”

 ปลูกอ้อยอีกแหละ นี่กลัวผมยังไม่จุกสำลักความรักล้นปรี่ของพี่มันตายรึไง

ผมพยักหน้าไป “ถ้าพี่กล้าทิ้งผมนะ ผมจะฟ้องแม่!” ทำไมคำขู่ผมมันเด็กจังวะ

“ไม่ทิ้งหรอก” แล้วก็มองหน้าสบตาผม “นับสองต่างหาก อย่าทิ้งพี่เก้านะ”

ใครจะทิ้ง!

กว่าจะมีมาหลงผมหัวโงไม่ขึ้นได้

งมหาทั้งโลกก็คงมีแต่พี่เก้านี่แหละ

แต่มีพี่เก้าคนเดียวก็ชนะคนทั้งโลกแล้ว

ไม่มีอะไรมาก อยากอวดผัว

พอดีมีให้อวดแล้ว

ไม่มีให้อวดก็อิจฉากันต่อไปนะ!

“แกะไข่ต้มให้หน่อย” ผมทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วชี้นิ้วสั่ง

พี่เก้าวางชามข้าวต้มลงแล้วเริ่มต้นแกะเปลือกไข่อย่างว่าง่ายไม่ได้มีสีหน้าไม่พอใจเลย ออกจะมีความสุขชื่นชอบซะด้วยซ้ำ ผมลอบมองใบหน้าหล่อเหลาของพี่มันแล้วก็สะเทือนในใจ

ผมต้องกู้โลกมาแน่ๆ

ถึงได้พี่เก้ามาครองเนี่ย

เอาจักรวาลมาแลกก็ไม่ให้เว้ย!

เจ็บตัวแต่ผลลัพธ์ออกมาดีเกินคาดแบบนี้ก็นับว่าไม่เสียเปล่า ผมกินไข่ต้มได้แค่สองฟองก็จุกแล้ว

“พี่บอกไวท์ไปแล้วนะว่าสองสามวันนี้นับสองคงไม่ได้ไปมหาลัย” เออ ทำดีมาก

“อื้อ พี่หยิบโทรศัพท์ให้ผมหน่อย” ผมคิดจะส่งไลน์บอกไวท์เพิ่มอีกหน่อย แล้วก็จะเช็กด้วยว่ามีใครโทรมารึเปล่า

พี่เก้าหยิบโทรศัพท์ผมส่งมาให้ เขามองรอยแตกที่หน้าจอ “เดี๋ยวพี่เก้าซื้อเครื่องใหม่ให้ดีมั้ย”

“ไม่ต้องๆ” ผมส่ายหน้าพลางปลดล็อคหน้าจอ “เกรงใจพี่”

“เดี๋ยวเอารุ่นเดียวกับพี่สีดำแล้วกัน พี่ว่าสีดำดูเหมาะกับนับสองดี” รวบรัดเสร็จสรรพ

...แล้วมึงจะมาถามความเห็นเผื่อ?

หรือนี่คือสวัสดิการของฝ่ายรับ

เฮ้ย ผัวรักผัวหลงผัวเปย์ไปอีก!

พิมพ์ข้อความตอบไอ้จินไปในไลน์ “ตามใจ เต็มที่” ของฟรีก็เอาครับ

“นับสอง กินยา” พยาบาลผมดีเหลือเกิน ผมรับยาแล้วก็น้ำมาดื่มสักพักพี่เก้าก็เอายาทาสำหรับรอยฟกช้ำมาทาบนหน้าของผมที่ค่อยๆ ดีขึ้นแล้ว

ผมปล่อยให้พี่มันวุ่นวายกับหน้าไปโดยที่ตัวเองก็ตอบโต้กับจินอยู่ในไลน์

มันก็ด่าผมว่าไม่กลับหอหนีตามผู้ชาย

กูเปล่าหนี

กูแค่เก็บผ้าเดินตามผู้ชายเฉยๆ

“วันนี้พี่ไม่มีเรียน?” ผมปิดแชทไลน์แล้วมองไปทางพี่เก้า

“วันนี้พี่ต้องดูแลนับสองไง” เขายิ้มแล้วหันไปยกถาดชามข้าวต้ม “นอนพักเยอะๆ เดี๋ยวพี่จะลงไปกินข้าวบ้างแล้วจะกลับขึ้นมานอนเป็นเพื่อน”

ผมพยักหน้าอย่างเด็กเชื่อฟังแล้วค่อยๆ ขยับตัวเตรียมล้มตัวนอนแต่จู่ๆ หน้าจอโทรศัพท์ก็สว่างวาบขึ้นมา นัยน์ตาปรือเพราะเริ่มง่วงหันไปมองก่อนความง่วงจะปลิวกระเด็นหายไปไกล

รีบกดรับสายด้วยใบหน้าที่บอกไม่ถูก...

“ฮัลโหล...” กลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่รุ้สึกใจหวิวๆ

(ไง เจ้าตัวแสบ!) เสียงกังวานพร้อมเสียงหัวเราะดังออกมาบ่งบอกว่าเป็นคนที่มีพื้นฐานอารมณ์ที่ดีมากๆ คนหนึ่ง (วันนี้แด๊ดลงมากรุงเทพ!)

“หา!!” ไม่ๆ หูกูฝาดไปใช่มั้ย

(โอ้ ดีใจที่แด๊ดมาหาอยู่สินะๆ) ปลายสายเออออห่อหมกคนเดียว (หกโมงร้านเดิมนะหนูน้อย ซียู)

มาไวไปไวแต่หย่อนระเบิดลูกโตทิ้งไว้ตรงหน้าผมแล้ว... สีหน้าผมยังคงซีดเซียวแล้วก้มมองดูสภาพตัวเอง... จะให้ไปหาแด๊ดสภาพนี้เหรอ...

 

แด๊ดที่มาจากแด๊ดดี้

แด๊ดดี้ที่แปลว่าพ่อ

และพ่อที่แปลว่าพ่อตรงตัว

สรุปก็คือพ่อบังเกิดเกล้าของผมนั่นเอง...

 

          ผมยกมือกุมหน้าแล้วอยากจะคร่ำครวญ

“ตาย ตายแน่ๆ”





----



“เอาไงดี”

ผมเม้มปากแน่นแล้วใช้สมองอันชาญฉลาดเร่งหาความคิด ถ้าไม่ไปเหรอ แด๊ดก็จะแล่นมาหาผมถึงที่แน่ๆ แล้วถ้าไปในสภาพนี้...

ต้องบอกแด๊ดว่าไง สารภาพตรงๆ

บอกว่า... แด๊ด ผมมีผัวแล้วนะ

ศพไม่สวยแน่นอน

แต่ที่ผมอยากรู้คือทำไมชีวิตผมมันบัดซบขนาดนี้วะ แด๊ดลงมาตอนไหนไม่มา ดันมาตอนที่ผมถูกกินจนไม่เหลือคราบสภาพ แข้งขาไม่เอื้ออำนวยแบบนี้ แค่เดินไปให้เห็นในระยะสิบเมตรก็รู้แล้วว่าเมื่อคืนโดนอะไรมา

“แด๊ดจะรับได้มั้ยวะ” ผมนวดหว่างคิ้วอย่างเคร่งเครียดแล้วก็เครียดมากขึ้นเมื่อดันนึกได้ว่ายังมีอีกคนที่ผมต้องเจอเย็นนี้ด้วย “เชี่ย กูลืมป๋าไปได้ไง!

นึกถึงหน้าป๋านับหนึ่งแล้วก็รู้สึกว่าหัวพี่เก้าจะอยู่ได้อีกไม่นานแน่ๆ แต่ก็ดีผมไม่ได้ตายคนเดียว มีคนตายด้วยเป็นเพื่อน!

ผมโยนโทรศัพท์ทิ้งลงบนเตียงแล้วถอนหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อย “ช่างเถอะ ไม่รู้วันนี้ พรุ่งนี้ก็ต้องรู้” และผมก็เหนื่อยเกินกว่าจะมานั่งคิดอะไรให้ปวดหัว

ทิ้งตัวนอนลงไปเพื่อเก็บกักและออกแรงเตรียมไปออกรบในตอนเย็น... หลังจากที่ผมหลับไปไม่นานพี่เก้าก็เข้ามานอนเป็นเพื่อนข้างๆ

ผมหลับยาวจนถึงสี่โมงเย็น จริงๆ ก็อาจจะหลับยาวได้กว่านี้แต่ก็ถูกพี่เก้าปลุกให้ตื่น...

“นับสองครับ ตื่นช้ากว่านี้จะปวดหัวนะ” พี่เก้าว่าเสียงอบอุ่นพร้อมบีบจมูกผมเบาๆ

เมื่อหายใจไม่สะดวกก็จำต้องตื่นขึ้นอย่างหงุดหงิดยิ่งเห็นใบหน้ายิ้มแย้มไม่หุบของพี่เก้าแล้วยิ่งหมั่นไส้ ผมเบือนหนีสายตาร้อนแรงแล้วหาวไปรอบหนึ่งก่อนจะเอ่ยพูด

“กี่โมงแล้ว”

“สี่โมงกว่าแล้ว” พี่เก้าวางมือบนหน้าผากของผมเพื่อเช็กอุณหภูมิ

ทำไมไม่เหมือนในซีรี่ส์เลยอ่ะ

หน้าผากแนบหน้าผากอ่ะ

จาเอาแบบนั้นจาอาววว

ตอนนี้รู้สึกร่างกายค่อยมีเรี่ยวแรงขึ้นมาหน่อยแถมประตูหลังก็ดูเหมือนจะไม่เจ็บแสบเท่าเมื่อเช้าแล้วด้วย แต่ก็ยังเสียดๆ จี๊ดๆ อยู่ไม่น้อย

พี่เก้าเห็นผมพยายามจะลุกขึ้นก็เข้ามาช่วยประคองให้นั่งพิงพนักหัวเตียงดีๆ “จะเอาน้ำรึเปล่า”

ส่ายหน้าก่อนจะมองหน้าพี่เก้านิ่งๆ อย่างใช้ความคิดจนคนถูกมองต้องเอียงคอมึนงงสงสัย

“พี่รู้ว่าพี่หล่อ ไม่ต้องมองเยอะก็ได้”

“...” หันหน้าหนีแทบไม่ทัน

พี่เก้าหัวเราะขำๆ แล้วถามอย่างจริงจังเลิกเล่น “มีอะไรไม่สบายใจรึเปล่า” มองสำรวจสภาพอารมณ์ผมเล็กน้อย “หรือเพราะพี่ควบคุมอารมณ์ไม่ได้”

“มันน่าโมโหมั้ยเล่า!” ขึงตาใส่อย่างเกรี้ยวกราดแทบพ่นไฟ “บอกว่าช้าๆ ก็แรงแทงไม่หยุด!

พี่เก้าทำหน้าจ๋อยๆ ตอบเสียงค่อย “ก็นับสองยั่วพี่”

“ผมเปล่า!” ผมจะปฎิเสธซะอย่าง ใครจะทำไม ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ “พักเรื่องนี้ไปก่อน ผมมีเรื่องด่วนมากๆ จะบอกพี่”

พี่เก้าทำหน้าสงสัย “เรื่องอะไร”

“แด๊ด เอ่อ... พ่อผมลงมากรุงเทพวันนี้” ผมเปลี่ยนคำแทบไม่ทันหลังจากเห็นสีหน้าเกือบจะเกรี้ยวกราดของพี่เก้าก็ต้องรีบหาคำใหม่มาใช้แทน

คนฟังเหมือนจะตกใจไม่น้อย “พ่อของนับสองมาหาเหรอ...วันนี้”

“อืม” ผมทำหน้าลำบากใจจากใจจริง “แล้วหกโมงเย็น ผมต้องไปหาเขา”

พี่เก้ารีบมองสภาพผมที่เพิ่งตื่นนอนแล้วยังสวมชุดง่ายๆ สภาพยิ่งดูเห็นถึงการผ่านสมรภูมิรบมาหนักแค่ไหนพลันใบหน้าคมก็ซีดเผือด ไม่รู้ทำไมผมรู้สึกชอบใจกับท่าทีหวาดหวั่นของพี่เก้าขึ้นมา

นานๆ ทีจะเห็นคนไม่เกรงกลัวอะไรแบบพี่เก้าจะหน้าเปลี่ยนสีสักที หายากๆ น่าถ่ายรูปเก็บไว้จริงๆ เลยนะเนี่ย

แต่เวลานี้ไม่ใช่จะมัวแต่สะใจ เดี๋ยวผมก็ต้องหน้าซีดหน้าเซียวไม่ต่างจากพี่มัน ผมยกมือขึ้นลูบหัวอย่างคิดอะไรไม่ออกตอนนี้คือหน้าก็ช้ำปากก็แตกคอก็มีแต่รอยดูดท่าเดินก็ยิ่งแล้วใหญ่

“ต้องไปหาพ่อจริงๆ เหรอ” พี่เก้าเอ่ยถามออกมาด้วยเสียงแหบแห้ง “จะไปสภาพนี้จริงๆ เหรอ”

ตวัดตามองพี่มันอย่างดุๆ “ใครมันทำให้ผมมีสภาพแบบนี้เล่า!

เออ ถ้ารู้จักคำว่าอ่อนโยนสักนิด

คงไม่ต้องลำบากแบบนี้หรอก!

นี่ยังคิดเลยว่าโดนรุมโทรมมารึเปล่าวะ

อะไรจะดุขนาดเน้!

“พี่ขอโทษ” เขาว่าเสียงอ่อยแล้วมองหน้าผมไม่ต่างจากหมาถูกเจ้าของว่าหางลู่หูตกไปเลย แต่อย่าไปหลงเชื่อเชียวนะ พี่เก้ามันร้าย!

จิ๊ปากใส่ไป “ช่วยผมคิดดีกว่าทำยังไงไม่ให้ถูกพ่อกระทืบ”

ตามจริงแล้วแด๊ดเป็นคนที่อารมณ์ดีมากๆ

ไม่เคยเกรี้ยวกราดใส่ผม

ดุก็ไม่เคย

ตีก็ยิ่งไม่เคย!

ผมถึงได้แรดแบบนี้ไง 

อ้าว ไม่เกี่ยวเหรอ โทษๆ

อันที่จริงแด๊ดก็ไม่ใช่คนหัวโบราณออกจะเข้าใจวัยรุ่นด้วยซ้ำ แต่แบบจะว่ายังไงดีเล่า ผมก็ไม่รู้ว่าเขาจะคิดยังไงก็เรื่องความรักแบบนี้ ผมกลัวจะทำให้แด๊ดผิดหวังอยู่เหมือนกัน

พี่เก้านิ่งเงียบแล้วถอนหายใจ “ถ้าพ่อจะกระทืบก็ให้กระทืบพี่แล้วกัน”

เงยหน้ามองพี่เก้าอย่างตกตะลึง “พี่เก้า...”

“อืม” เขายิ้มให้อย่างอ่อนโยนและรอรับฟังคำชื่นชมจากผม

“โคตรดีเลยพี่! ผมกำลังหาตัวแทนโดนกระทืบอยู่!

“...” พี่เก้าหุบยิ้มแทบไม่ทัน

ผมยิ้มกริ่มแก้มปริ “เดี๋ยวถ้าพ่อผมกระทืบพี่เสร็จ ผมสัญญาว่าจะรีบพาไปโรงพยาบาลนะ”

                สีหน้าของพี่เก้าแทบจะเรียกว่าเหยเกถึงขั้นสุดเมื่อได้รับความรักจากใจจริงของผม พี่เขาอุตส่าห์เสียสละตนเพื่อผมแล้วก็ต้องเต็มที่สิผมไม่อยากเจ็บตัวนี่!

                “รักพี่มากเลยนะ” กัดฟันกรอด

                ยิ้มตาหยี “ที่สุด”

                แม่สอนว่าก่อนจะรักคนอื่นให้รักตัวเองก่อน

                ถ้าให้เลือก

                ระหว่างที่แด๊ดจะกระทืบผมหรือพี่เก้า

                แน่นอนว่า...ผมจะถีบส่งพี่เก้าไป!

                เรื่องอะไรที่ผมจะยอมเจ็บตัวกันเล่า

                รักพี่เก้านะ

                แต่รักตัวเองมากกว่า

                “เด็กร้าย” ได้รับมะเหงกหนึ่งที่อย่างอ่อนใจพร้อมถอนหายใจอย่างระอาและก็ยังคงยิ้มประดับหน้า “ว่าตามตรงแล้วรู้สึกว่ามันเร็วชะมัด”

                เออ เร็วมาก

                กินลูกเขาปุ๊บ

                พ่อเขาก็มาปั๊บ

                “พี่จะไม่ไปก็ได้” ผมพูดให้พี่เก้าสบายใจ “แค่ไปส่งผมที่ร้านอาหารก็พอ”

                “ไม่ได้ พี่ต้องไปแสดงความรับผิดชอบสิ” เสียงทุ้มเอ่ยดุพร้อมสีหน้าคร่ำเคร่งจริงจัง “กล้าทำก็ต้องกล้ารับ”

                “ผมไม่ได้ท้องเว้ย!” ฟาดมือใส่พี่เก้าไปทีหนึ่ง

                “อย่าตีสิ พี่เก้าตัวเป็นรอยหมดแล้ว” เขาหลบมือผมไม่ทันก็โดนฟาดเข้าที่ต้นแขน

                ผมค่อนเสียงหัวเราะหึไปที “ก็ไม่ตัวลายเท่าผมหรอก!

                ผมกับพี่เก้านั่งเถียงหยอกล้อกันอยู่พักหนึ่งก็ตกลงกันได้ว่าจะไปพบพ่อของผมด้วยกันทั้งคู่ หลังจากเถียงกันเสร็จพี่เก้าก็พอผมไปอาบน้ำ แน่นอนว่าผมต้องอาบเองอยู่แล้วเวลานี้ก็เดินขยับได้ดีขึ้นเยอะปวดสะโพกหน่อยๆ แต่ก็พอทนไหว

                “เอาเป็นเสื้อตัวนี้แล้วกัน” สไตลิสต์จำเป็นกำลังตั้งอกตั้งใจเลือกเสื้อผ้าในตู้ออกมาให้ผมใส่ โดยตัวที่หยิบออกมาก็เป็นเสื้อคอเต่าแขนยาวสีดำ

                ยื่นมือไปรับมาพลิกๆ ดูก่อนจะพอใจแล้วหมุนตัวเดินเข้าไปเปลี่ยนใส ผมมองดูเงาสะท้อนในกระจกเเล้วก็เห็นว่าเสื้อมันปกปิดรอยบนคอได้มิดชิดมาก แต่คิดว่ายังไงแด๊ดก็ต้องถามว่าเกิดเพี้ยนอะไรมาใส่เสื้อแบบนี้แน่ๆ

                อากาศจะเผาคนตายได้มาใส่คอเต่าแขนยาว บ้าไปแล้ว

                เริ่มชินกับความเจ็บขึ้นมาบ้างแล้วการเดินจึงค่อยๆ กลับมาเป็นปกติ กัดฟันเดินให้ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อเดินออกมาจากห้องน้ำ พี่เก้าก็อยู่ในชุดใหม่ที่สุภาพเรียบร้อยพร้อมที่จะไปพบพ่อผมสุดๆ ผมก็ปาดเจลรวบขึ้นเปิดหน้าผากหมดจด ต่างหูเท่ๆ ก็ถอดเก็บหมด

                ลุคนี้ของพี่มันก็...หล่อไปอีกแบบ

                ใส่สูทยังน่ากินไม่น้อย เอ๊ย คงดูดีไม่น้อยสิ!

                “มานั่งตรงนี้ก่อน” พี่เก้าดึงผมให้มานั่งตรงหน้ากระจก ผมก็ทำตามอย่างว่าง่ายแต่ไม่ได้ให้ผมหันหาไปทางกระจก งุนงงอยู่ครู่ก่อนจะตกใจเมื่อพี่เก้านั่งลงกับพื้นห้องแล้วยกเท้าข้างขวาของผมไปวางที่ตัก

                “จะทำอะไร” ถามอย่างระวังภัย

                มือหนาหยิบชูผ้ายืดสำหรับพันข้อเท้าออกมา “ก็หาข้ออ้างไง” เขาตอบแล้วเริ่มพันข้อเท้าผม “เดินขาถ่างแบบนั้น คนอื่นก็รู้หมดสิว่าถูกตีประตูมา”

                “เงียบไปเลย!” ผมกระแทกส้นเท้าตีลงกับตักพี่เก้าไปทีก่อนจะให้เขาพันข้อเท้าผม

                “ใช้ข้ออ้างข้อเท้าพลิกข้อเท้าแพลงเดินไม่สะดวกก็คงน่าเชื่อหน่อย” หาตัวล็อกมากลัดผ้าไว้ ก่อนจะมองดูผลงานที่สวยงาม

                “พี่นี่ฉลาดจริงนะ” เอ่ยบอกอย่างจริงใจ

                “นับสองโง่ต่างหากที่คิดไม่ได้”

                “ใช่สิผมมันโง่” สะบัดหน้าอย่างงอนๆ สะบัดสะบิ้งอย่างน่าขัน

                คนขี้อ่อยได้จังหวะก็ลุกขึ้นมากระซิบข้างหูและก็เอาอ้อยมาฟาดดังผัวะ

“แต่พี่เก้าก็รักเด็กโง่นะครับ”

ไม่ๆ กูไม่ได้เขิน

บ้าๆ ไม่ได้ยิ้มสักหน่อย!       

                คนอายุมากกว่าเห็นผมก้มหน้าเขินก็ยิ้มแล้วจับผมให้นั่งหันหน้าเข้ากระจกดีๆจากนั้นคว้าหยิบขวดคอนซีลเลอร์ออกมาแล้วทาเนื้อครีมลงบนหลังหูของผม พริบตาผมก็เข้าใจว่าพี่มันกำลังทำอะไร จะอะไรถ้าไม่ใช่กลบรอยรักที่มันทำไว้!

                “พี่แม่งเกินไป!” ใช้สายตาดุดันมองพี่เก้าผ่านกระจก “ครั้งหน้าอ่อนโยนหน่อย!

                อ่อนโยนกับเมียหน่อยสิ!

                ถนอมน่ะรู้จักมั้ย!

                นับสองยิ่งบอบบางดุจแก้วใสอยู่!

                “เรื่องแบบนี้มันก็ควบคุมได้ยาก” เขาว่าอย่างไม่รู้สึกผิด ตั้งใจทาต่อเงียบๆ “พี่ไม่รับปาก ดีไม่ดีอาจจะรุนแรงกว่าเมื่อคืนอีก” ว่าจบเขาก็จงใจใช้นิ้วนวดคลึงติ่งหูผมเล่น

                มึงยังจะมีดุกว่านี้อีกเหรอ!

                สะดุ้งโหยงก่อนจะรู้สึกวูบวาบไปทั้งหน้า “ไม่เล่น!” ติ่งหูก็นับว่าเป็นจุดไวสัมผัสกระตุ้นนิดกระตุ้นหน่อยก็อารมณ์ขึ้นแล้ว พี่มันยั่วผมอยู่ชัดๆ

พี่เก้าไหวไหล่แล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นกลับไปทำหน้าที่ต่อ นี่มันฝากรอยรักไว้กี่รอยวะยังไม่เสร็จอีกเหรอ

                ดูเหมือนว่าตอนนี้ผมจะหงุดหงิดงุ่นง่านใส่พี่มันแค่ไหนก็จะไม่โกรธ หรือนี่ก็คือข้อดีของฝ่ายรับที่ฝ่ายรุกจะตามใจทำอะไรก็ไม่ผิด

                เป็นฝ่ายรับนี่สวัสดิการดีจังเนอะ

                หรือผมควรล้มเลิกความตั้งใจที่จะรุกพี่เก้าดี?

                ไม่ได้สิเสือนับต้องมาดแมน!

                ซังนัมจา!

(ผู้ชายแมน/คนแมน)

ตบตีกับความคิดตัวเองเสร็จแล้วมือหนาอุ่นก็ผละออกไป ผมมองดูใบหน้าของตัวเองแล้วก็คิดว่ารอยช้ำจางลงไปพอสมควรแล้วแถมเรื่องชกต่อยก็เป็นธรรมดาของผู้ชายไม่จำเป็นต้องปิดบังแด๊ดก็ได้

“ไปเลยมั้ย” เขาถาม “พี่ไม่อยากให้พ่อรอนาน”

“แหม เรียกซะเต็มปากเต็มคำเลยนะ” ผมอมยิ้มพลางแซว

เออ ตกลงว่าพ่อผม หรือพ่อพี่กันแน่

“หรือจะเรียกพ่อตา?”

ผมสำลักน้ำลายทีเดียว “เรียกพ่อเหมือนเดิมเถอะ”

“ไปๆ เดี๋ยวรถจะติด” พี่เก้าทั้งดันหลังผมพลางพลิกนาฬิกาข้อมือดูเวลาไปด้วย พอเห็นแล้วผมรู้สึกตาลุกวาวขึ้นมาทันที

นาฬิกาฝังเพชรเว้ยเฮ้ย

ผัวหล่อไม่พอ

ผัวยังรวยมากด้วยครับ

ไม่ได้ชื่อนับสองก็จะแย่หน่อยๆ นะ

“ก็ได้” พยักหน้าแล้วลุกตามแต่ก็หยุดชะงัก “มีขนมปังมั้ย ผมหิว”

เนื่องจากหลับไปยาวพอสมควรเลยทำให้ท้องว่างก็มื้อเที่ยงยังไม่ได้แตะเลยนี่น่า พี่เก้าบอกว่ามีขนมปังที่พี่คิวทำไว้อยู่ในครัว

แค่ได้ยินว่าพี่คิวผมก็หูตาตั้งแล้วครับ แม้ผมจะไม่ชอบที่เขาปากหมาใส่แต่เรื่องอาหารของหวานต้องยอมจริงๆ นะ เพราะมันอร่อยมาก!

เดินลงไปข้างล่างโดยมีพี่เก้าประคองไม่ห่าง... ตกลงนี่ผมเพิ่งโดนเอามา หรือท้องเก้าเดือนจวนจะคลอดกันแน่วะ ชักจะสับสน

พี่เก้าพาผมมานั่งพักที่โซฟาตรงโถงใหญ่ก่อนแล้วตัวเองก็จะเดินไปหยิบขนมปังมาให้ แต่ตอนที่มาถึงโซฟาก็เห็นคนคุ้นหน้าคุ้นตากำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่

หันไปมองพี่เก้าอย่างต้องการคำตอบแต่พี่มันก็ส่ายหน้าแล้วมองไปที่แขกของบ้าน

“มึงมาได้ไงวะ” คนข้างกายผมถามออกไปพร้อมกับส่งตัวให้ผมนั่งที่โซฟาดีๆ

คนที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ชะงักเล็กน้อยเงยหน้าขึ้นพร้อมด้วยแววตาเฉยชา “ขับรถมา”

“เออ ตามสบายเลย” คร้านจะคุยด้วยเลยโบกมือส่งๆ แล้วเดินไปในครัว

ทิ้งผมให้อยู่กับแขกหน้าตายในบรรยากาศแสนอึดอัด ผมยิ้มแห้งแล้วเอ่ยทำลายบรรยากาศ “พี่สีฝุ่น พี่มาทำอะไรเหรอครับ”

เจ้าของชื่อเลิกคิ้วแล้วมองผมตอบ “เก้าบอกมั้ย”

“บอกว่า?”

“คนขี้เสือกมักตายไว”

“...” โอเค... น้องจะไม่ถามอะไรแล้วก็ได้!

ผมแอบเบะปากใส่พี่มันแล้วมองไปทางห้องครัวอย่างร้อนใจ รีบๆ มาสักทีเถอะพี่เก้าอยู่แบบนี้มันอึดอัดนะแต่ก็สงสัยมากๆ ว่าพี่สีฝุ่นมาทำอะไร

เขาเป็นเพื่อนพี่เก้าแล้วไม่ได้มีธุระกับพี่เก้ารึไง... แต่ช่างเถอะเขาบอกขี้เสือกมักตายไวงั้นเราก็จะไม่เสือกแล้วกัน เรายังอยากมีชีวิตอยู่ต่ออีกนานๆ

แต่ไม่นานผมก็รู้คำตอบว่าพี่สีฝุ่นมาทำอะไร..

 

“รอนานมั้ย ที่รัก”

 

เสียงทุ้มน้ำเสียงแทบไม่ผิดเพี้ยนไปจากพี่เก้าแต่แผ่วเบาไม่หนักแน่นเท่า ผมหันไปมองก็เห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มเจ้าเล่ห์เรือนร่างสวมใส่ชุดเปิดเผยเนื้อตัวสัดส่วนที่...

เปรี้ยวปากอยากกินเลยอ่ะ แม่จ๋า...

แซ่บอะไรเบอร์นี้

เขามองมาที่ผมเล็กน้อยแล้วยักคิ้วให้จากนั้นก็หันไปสนใจพี่สีฝุ่นแล้วหย่อนสะโพกนั่งบนตักอย่างเป็นธรรมชาติราวกับว่าทำมาเป็นร้อยๆ ครั้งแล้ว

นัยน์ตาคมดั่งเหยี่ยวมองคนบนตักอย่างเอือมแล้วพูดสั่งเสียงเข้ม...

 

“ลงไป ไนน์”

 

คุณพระ...

นาทีนี้ ตายไวก็ยอม!

ขอเสือกเถอะ!


---------------------


ภาพตรงหน้าทำให้ความรู้สึกในใจผมบิดเบี้ยวและไม่พอใจขึ้นมาแปลก ไม่ใช่ว่าหึงพี่ไนน์หรือหึงพี่สีฝุ่นนะ แต่เพราะไอ้คนที่กำลังนั่งตักผู้ชายอย่างเป็นธรรมชาติมีท่าทีอ้อร้อ

มันเสือกหน้าตาเหมือนพี่เก้าเป๊ะเว่อร์น่ะสิ!

...แม่งรู้สึกเหมือนเห็นพี่เก้านอกใจไปอ่อยคนอื่นไม่มีผิด

“นี่พวกพี่สองคน...” ผมมองตาค้างแล้วชี้นิ้วขึ้นลงสั้นๆ อึกอัก

พี่ไนน์เอียงเล็กน้อยแล้วฉีกยิ้ม “ใช่แล้ว เมียพี่เองแหละ”


โครม!!


“เฮ้ย! / โอ๊ย!!” 

แทบจะทันทีที่พูดคำว่าเมียออกมาร่างของพี่ไนน์ก็ถูกโยนไปกองกับพื้นอย่างรวดเร็วด้วยเรี่ยวแรงมหาศาลของพี่สีฝุ่น

ผมอุทานร้องอย่างตกใจพร้อมกับพี่ไนน์ที่ร้องครวญอย่างเจ็บๆ เชี่ยอะไรจะรุนแรงขนาดนี้!

คู่รักมาโซคิสต์เหรอ!

ท่าจะตื่นเต้นเร้าใจ

พี่เก้า เรามาเล่นบทโหดกันเถอะ อ๊า!

แส้มาๆ โซ่ด้วยๆ เทียนๆ โอ้ววว

คนถูกโยนกระแทกพื้นถลึงตาใส่อย่างโมโห “เว้ยเล่นนิดเล่นหน่อยก็ไม่ได้!

“เล่นไม่รู้เรื่อง” เสียงเย็นค่อนเค้นหัวเราะเบาๆ สายตาเย็นชาทิ่มแทงสุดๆ

ส่วนผมก็กลัวจะโดนลูกหลงเลยพยายามกลั้นหายใจทำตัวราวกับล่องหนไปชั่วขณะ เมื่อฟังจากประโยคพูดคุยของทั้งคู่แล้วผมก็เชื่อมโยงได้ว่าทั้งหมดทั้งมวลนั้น...ไม่มีเชี่ยอะไรเลย

ความขี้เล่นของพี่ไนน์มันทำให้คนเข้าใจผิดได้ง่ายดายจริงๆ

 “ชิ ไม่มีอารมณ์ขันซะเลยไม่สนุกเลย!” คนขี้แกล้งเบะปากแล้วสูดปากเสียงดังมือก็ลูบคลำสะโพกอย่างเจ็บๆ “แล้วตกลงมาทำไม! มาหาเค้าก็บอกมาไม่ต้องเขิน!

คนโฉดมองหน้าสบตาเล็กน้อยก่อนจะเบือนหนีไปอีกทางไม่ยอมตอบ พี่ไนน์เห็นตัวเองถูกเมินก็ยิ่งหงุดหงิดจึงหันสะบัดหน้ามาหาผมแทนแล้วค่อยๆ คลี่ยิ้มช้าๆ... อึก เหมือนรู้สึกจะซวยแปลกๆ

...พี่เก้า กลับมาด้วย

ผมจะถูกรังแกแล้ว!

“จุ๊ๆ เสื้อคอเต่านี่มันอะไรเหรอ”นัยน์ตาคมที่กรีดอายไลเนอร์จัดเต็มเตรียมออกเที่ยวหรี่มองผมพลางยกนิ้วขึ้นจุปากยิ้มเผยเขี้ยวคม

มันจะดูหล่อนะแต่ในอารมณ์นี้.... กูกลัว!

“เป็นไข้พี่ เป็นไข้ไม่สบาย” ผมยิ้มแห้งๆ ตอบด้วยเสียงตะกุกตะกัก ยิ่งสะดุ้งเมื่อพี่ไนน์ก้าวเดินมาใกล้แล้วนั่งลงที่พนักวางแขนของโซฟา ฟีโรโมนเซ็กซี่ในแบบเย้ายวนถูกปล่อยออกมาแบบไม่มีกั๊ก ซึ่งน่ากลัวกว่าพี่เก้าเยอะมาก...

“เป็นไข้ จริงเหรอ?” ยิ้มคล้ายไม่คล้ายก่อนจะเชยคางผมขึ้น “ไหนๆ พี่ขอตรวจดูหน่อยซิ”

“เกรงใจพี่ๆ” ผมยกมือปฏิเสธแต่ถูกมือขาวผ่องรวบจับไว้แล้วโน้มใบหน้ามาแนบชิด

หน้าผากแตะหน้าผาก

นี่มัน...ฉากที่ผมรอคอยชัดๆ!

ยิ่งใบหน้าของคนที่แนบหน้าผากสัมผัสไม่ได้ต่างจากพี่เก้าก็ยิ่งทำให้ผมเคลิ้มจนใจเต้น...

“ไอ้ไนน์!!

กำลังฟินจนตัวจะแตกเสียงตวาดห้องแทบพังก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างโปร่งของพี่ไนน์ที่ถูกพี่เก้ากระชากคอเสื้อจากด้านหลังอย่างแรงจนน้องชายฝาแฝดหงายหลังหล่นจากโซฟาลงไปกระแทกพื้นอีกครั้ง

“โอ๊ย วันนี้มันวันอะไรกูเนี่ย!” คนน้องก็โวยวายลั่นอย่างโมโห “แล้วกูน้องมึงนะเว้ย!

ผมลูบอกตบอกเหล่มองพี่เก้าที่ทำหน้ายักษ์แล้วก็ทำหน้าซื่อๆ เค้าไม่รู้ไม่ชี้นะตัวเอง ผู้ชายเข้าหาเค้าเองนะ เค้าเปล่าเชิญชวน

พี่เก้าใช้เท้าเตะๆ เขี่ยพี่ไนน์ให้หลบทางแล้วเดินมาหาผมยื่นกล่องพลาสติกให้ผมและก็พูดกับผมไม่ได้สนใจพี่ไนน์ “พี่เห็นขนมปังมันค้างคืนมาหลายวันแล้วน่าจะไม่อร่อยเลยทำแซนวิชง่ายๆ ให้”

“ทำไมน่ารัก” ผมพูดไปก็ยิ้มไป

“ไม่น่ารักกับนับสองแล้วจะน่ารักกับใคร” เจ้าของไร่อ้อยนี่ฆ่าไม่ตายจริงๆ

“ฮัลโหล กูยังอยู่ตรงนี้นะ!

เสียงโหวกเหวกไม่ได้ทำให้พวกเราสนใจ พี่เก้าพาผมลุกขึ้น “รีบไปกันเถอะ”

“อื้อ!” ผมไม่เถียงจับแขนพี่เก้าเป็นที่ยึดเตรียมจะออกจากห้อง

“เออ มีเมียแล้วก็หลงเมีย น้องมันก็คนนอก!!” ตัดพ้ออย่างน่าสงสารจนพี่สีฝุ่นต้องเงยหน้ามอง

“รู้ตัวก็เลิกเรียกร้องความสนใจได้แล้ว” ไม่ปลอบแต่ซ้ำเติมเข้าไปอีก

“ไอ้ฝุ่น!” พี่ไนน์กระโจนตัวจะไปต่อยตีกับพี่สีฝุ่นแต่ก็ถูกพี่คิวที่โผล่มาจากไหนไม่รู้มารวบเอวดึงไว้ได้ทัน “คิวคิวต้องจัดการให้ไนน์นะทุกคนรังแกไนน์!

 พี่คิวก้มหน้ามองน้องชายฝาแฝดที่กำลังทำหน้าตาน่าสงสารเบะปากจะร้องไห้แล้วก็เบือนหน้าหนี มองหน้าตาคล้ายตัวเองกำลังสะดีดสะดิ้งบีบน้ำตาแล้วมันรู้สึกหงุดหงิดจนทนมองไม่ได้จริงๆ

ผมส่งสายตาให้พี่เก้าเล็กน้อยประมาณว่าอยากดูละครต่อ อยากรู้ว่าพี่ไนน์จะเป็นยังไง พี่เก้าก็ตามใจยอมหยุดยืนดู ผมเห็นพี่คิวที่กอดเอวพี่ไนน์อยู่แล้วรู้สึกเกิดความคิดอกุศลขึ้นมา

...ฝาแฝดกินกันเองนี่อร่อยมั้ยนะ

กำลังจินตนาการล้ำลึกก็ถูกพี่เก้าดีดหน้าผาก “อู๊ยยย เจ็บนะ”

“หื่นอีกแล้ว” พี่เก้าส่ายหน้าแล้วบีบจมูกผมแรงๆ ไปที ผมนิ่วหน้าใส่แล้วหันไปมองพี่คิวต่อ

พี่คิวยังคงหน้าตายสนิทจับพี่ไนน์หมุนตัวแล้วฟาดมือลงที่สะโพกสวย “ยั่วเพื่อนกู”


เพี๊ยะ!


“คิว!” คนถูกตีก้นหน้าแดงก่ำอย่างอับอาย “มึงตีกูเหรอ!

“เออ อยู่กับไอ้นับมากไปแล้วมึง” มองผมด้วยหางตาอย่างไม่ชอบใจ “ให้มันน้อยๆ หน่อยไนน์”  

ผมมองพี่เก้า “พี่คิวเขาชมผมอยู่ใช่เปล่า”

พี่เก้าไอค่อกแค่กสามสี่ทีแล้วยิ้มอ่อนๆ ไม่ตอบ พี่คิวปล่อยตัวพี่ไนน์ออกแล้วหันไปทางพี่สีฝุ่น “ไปเถอะ มึง”

“อืม” แล้วพี่สีฝุ่นก็ปิดหนังสือวางลงบนโต๊ะกระจกลุกเดินไปหาพี่คิวไม่ได้แลพี่ไนน์ที่ทำหน้าน้อยใจเลยสักนิด พี่ไนน์มองไปที่พี่สีฝุ่นด้วยเเววตาแปลกๆ ก่อนจะย่นจมูกฮึดฮัดเเล้วเบ้ปาก 

ผมเห็นว่าไม่มีละครน่าชมแล้วก็สะกิดเรียกพี่เก้า แต่ก็อดเหลือบมองพี่ไนน์เล็กน้อยไม่ได้ เป็นห่วงนิดหน่อยแล้วก็เห็นเจ้าตัวสะบัดหน้าไปกดโทรศัพท์โทรออก “ที่รักครับ วันนี้เจอที่ร้านเดิมนะ! มาปลอบใจเค้าหน่อย เค้าถูกพี่คิวตี!

...ผมไม่ควรไปห่วงพี่มันจริงๆ

เหมือนพี่เก้าจะเห็นสีหน้าผมเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาก็ขำยอมจะเปิดปากยื่นเผือกให้ผมกิน “อย่าไปห่วงไอ้ไนน์เลย มันก็เป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว”

พยักหน้าหงึกๆ “แล้วพี่สีฝุ่นรู้จักกับพี่คิวเหรอ” จำได้ว่าพี่คิวไม่ได้เรียนมหาลัยเดียวกับพวกผม แล้วไปรู้จักกับพี่สีฝุ่นได้ยังไง สงสัยเด้อ

“คิวเคยบอกว่าเจอในสนามแข่งรถ” พี่เก้ากดลิฟต์ชั้นล่างสุด “เหมือนวันนี้จะชวนกันไปแข่งรถล่ะมั้ง”

ตาผมลุกวาวเป็นประกาย “ผมอยากไปบ้าง”

สีหน้าพี่เก้าไม่ดีทันที “ไม่ได้”

“ผมอยากไป” กระตุกแขนเสื้อพี่เก้ายิกเลย ผมเคยได้ยินเพื่อนในวิศวะพูดคุยเกี่ยวกับสนามแข่งรถมาเยอะแยะว่ามีการพนันมีคนมีอิทธิพลสารพัดแล้วก็รู้สึกอยากไปลองของบ้าง

                อย่างผมไม่ไปลองของท้าแข่งรถหรอก

                ผมจะไปส่องผู้ชาย!

                อ่านจากนิยายมาเยอะแยะ

                ผู้ชายแข่งรถมักเท่ระเบิด!

                แบบนี้จะให้ผมพลาดได้ไงเล่า ต้องไปพิสูจน์สิ!

                “เลิกคิดเถอะ” พี่เก้าปัดเรื่องตกไปอย่างรวดเร็วแล้วดึงให้ผมรีบก้าวเดินไปยังลานจอดรถ ผมก็เห็นพี่คิวกับพี่สีฝุ่นกำลังขึ้นซูเปอร์ไบค์คันละล้านแต่งอย่างเท่สวมหมวกกันน็อคสวมถุงมือหนัง...

                ...จับพี่คิวกินลงท้องอีกคนได้มั้ย...

                หล่อเกิ๊นนนน

                แต่มองได้ไม่นานนักก็ต้องดึงสายตากลับเพราะพี่เก้ามันจะขย้ำแขนผมเป็นผุยผงแล้ว ผมยิ้มตาใส “ผมชอบรถพี่คิวจัง เท่มาก”

                เปล่ามองเจ้าของรถนะ เปล๊า!

พี่เก้ามองผมชวนขวัญผวาก่อนจะส่งเสียงหัวเราะหึมาที “รถพี่เก้าสวยกว่าเยอะ” แล้วชี้ไปที่ซูเปอร์คาร์สีดำเงาที่อยู่ถัดจากรถบีเอ็มที่พี่เก้าชอบใช้

หันไปมองแล้วได้แต่อุทานในใจ... เชี่ย รวย รวยเกินไปแล้ว!!

นี่ผมทำบุญด้วยอะไรเนี่ย!

ผมต้องเคยไปสร้างวิหารสร้างโบสถ์สร้างวังมาแน่ๆ

ชาตินี้ถึงได้ส่งแฟนรวยเว่อร์มาให้

ผมตื่นตระหนกกับราคารถพยายามแสดงสีหน้าปลื้มปริ่มออกไปแต่มีจุดหนึ่งในใจเริ่มตั้งคำถามขึ้นมา ผมสอดตัวเข้าไปนั่งในรถบีเอ็มแล้วในจังหวะที่พี่เก้าปิดประตูเดินอ้อมรถไปฝั่งคนขับ สีหน้าของผมก็หลุดความหวาดหวั่นขลาดกลัวขึ้นมา...

รวยเกินไป...

มากไปจนน่าสงสัย

บ้านพี่เก้ามันทำธุรกิจอะไรถึงรวยอลังการงานสร้างขนาดนี้

และเมื่อพี่เก้าเข้ามานั่งประจำที่แล้วสีหน้าของผมก็กลับมายิ้มแย้มตามเดิมแล้วก็เปิดกล่องพลาสติกหยิบแซนวิชสลัดทูน่ามากินทำเหมือนไม่ได้มีสีหน้าวิตกอะไรทั้งนั้นในก่อนหน้านี้

พี่เก้าขับรถออกมาพลางสอบถามข้อมูล “ปกติ คุณพ่อดุมั้ย”

“ก็ไม่ดุนะ” กัดแซนวิชคำ “ไม่เคยดุผม” แปลว่าพวกพี่ชายผมโดนดุนั่นเอง

“แล้วเขาไม่ชอบคนแบบไหน” สังเกตว่ามือที่จับพวงมาลัยอยู่ออกจะเกร็งๆ

ผมรู้สึกอบอุ่นในใจที่พี่เก้ากระตือรือร้นที่จะเจอครอบครัวผมแถมยังมีอาการหวาดๆ เกร็งๆ ดูสมจริงไม่เสแสร้ง เห็นเหงื่อที่หน้าผากแล้วอยากจะหัวเราะจริงๆ นะ

ก้มหน้าไม่ให้เขาสังเกตสีหน้าพลางเคี้ยวขนมปังช้าๆ “คง...ไม่ชอบคนโกหก”

รู้สึกเหมือนรถจะวิ่งเร็วขึ้น หันไปมองพี่เก้าเล็กน้อยก็พบว่าเขาก็เหลือบๆ มามองผมเช่นกัน “นับสองหรือคุณพ่อที่ไม่ชอบกันแน่”

ผมยิ้ม “ใครๆ ก็ไม่ชอบคนโกหกอยู่แล้ว ถูกมั้ย”

ผมไม่ได้หมายความว่าจะเตือนจะว่าพี่เก้าโกหกหรืออะไร แต่แค่บอกให้รู้ไว้ว่าไม่มีใครชอบคนโกหก ความสัมพันธ์ของผมกับพี่เก้าตอนนี้มันก็เลยจุดคนคุยมาแล้วมาไกลพอสมควรมันก็ต้องยกระดับสิทธิ์เข้ามา ถึงตาที่ผมจะเรียกร้องบ้างแล้วนะ

ส่วนตัวผมนั้นก็ไม่ค่อยมีเรื่องโกหกพี่มันเท่าไหร่ ส่วนมากก็โกหกทะเล้นทะลึ่งไปมากกว่าแล้วก็ถูกพี่เก้ารู้ทันตลอดแบบนี้จะเรียกโกหกก็ไม่ได้

“ขอเวลาพี่หน่อย”

“...”

“แล้วพี่จะบอกทุกอย่าง”

หลังจากเงียบไปนาน พี่เก้าก็บอกเสียงเรียบและจริงจังมั่นคงกล่าวสัญญา สายตาเขาทอดมองไปที่ถนนมองดูรถราที่กำลังติดไฟแดงอยู่

ผมกลืนแซนวิชลงไปแล้วยิ้มกับตัวเอง “ไม่รู้นะ... แต่ผมเชื่อ”

“เชื่อว่า?”

“เชื่อว่าพี่จะไม่มีวันทำร้ายผม”

พี่เก้าคลายมือที่กำพวงมาลัยรถลงแล้วหันมายิ้มขอบคุณผมทั้งปากและตา “ขอบคุณนะ นับสอง”

ยกมือลูบแก้มไปมาอย่างอายๆ มาพูดโรแมนติกแบบนี้ไม่ใช่แนวเลยจริงๆ พวกเราใช้เวลาไปพอสมควรกว่าจะมาถึงร้านอาหารประจำที่แด๊ดชอบก็เลทไปครึ่งชั่วโมงได้

ผมเห็นพี่เก้าร้อนใจที่มาสายก็ปลอบไปคำ “แด๊ดไม่ว่าหรอก เย็นๆ รถมันติด” ร้านอาหารที่แด๊ดชอบมันอยู่ในย่านมหาลัยดังอีกแห่งก็เป็นธรรมดาที่จะมีรถมากมาย

“ให้ผู้ใหญ่รอมันไม่ดี” คนอายุมากกว่าตอบแล้วรีบก้าวเดิน ส่วนไหวไหล่แล้วรีบก้าวตาม ตอนนี้ผมเดินได้ดีกว่าเก่าเยอะ รู้สึกร่างกายฟื้นตัวเร็วจริงๆ

เดินขึ้นมาชั้นสามตามพนักงานร้านก็เห็นห้องส่วนตัวอยู่สี่ห้าห้องล้วนถูกแขวนป้ายจองไว้หมดแล้ว จะมีห้องในสุดที่ไม่มีป้ายแขวน คิดว่าแด๊ดคงอยู่ข้างใน

สัมผัสได้ว่ามือของพี่เก้าชื้นชุ่มเปียกไปด้วยเหงื่อเย็นๆ อยากขำแต่ขำไม่ออกเพราะผมก็เริ่มคิดแล้วว่าถ้าเจอพ่อแม่พี่เก้าคงได้ขาสั่นหน้าซีดสภาพแย่กว่าพี่เก้าแน่ๆ

“ไม่ต้องตื่นเต้นพี่” ผมกลับคิดว่าตัวเองตื่นเต้นมากกว่าด้วยซ้ำ แม้พี่เก้าจะตื่นตระหนกแต่ก็ยังสุขุมกว่า

พนักงานร้านบริการอย่างดีเปิดประตูให้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ผมมองเข้าไปข้างในก็พบว่ากลางห้องมีโต๊ะอาหารใหญ่มีอาหารวางอยู่เต็มโต๊ะแล้วตำแหน่งเก้าอี้หัวโต๊ะก็ถูกจับจ้องไว้แล้ว

เป็นผู้ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงนั่งอย่างมีภูมิฐานกำลังเปิดอ่านงานในแฟ้มเงียบๆ ใบหน้าหล่อสมวัยผู้ใหญ่ที่ผสมระหว่างตะวันตกและตะวันออก... ใช่ แด๊ดของผมเขาเป็นลูกครึ่ง คุณย่าของผมเป็นคนอเมริกาซึ่งตอนนี้ก็ไม่อยู่แล้ว คุณปู่ก็เช่นกัน

ใบหน้าของแด๊ดดูหล่อตามฉบับลูกครึ่งสุดๆ ผมรู้สึกเสียดายไม่น้อยที่ไม่ได้ดีเอ็นเอหน้าฝรั่งมาจากแด๊ด

แต่ไม่เป็นไร

แค่หน้าไทย ผมก็หล่อเว่อร์วัง

สาวกรี๊ด หนุ่มตรึมแล้ว

เกิดได้หน้าตาลูกครึ่งมาแบบนี้คงไม่มีที่ยืนให้คนอื่นกันพอดี

นอกจากหล่อแล้วยังใจดีอีก

คนอะไรเนี่ย เทพบุตรจุติมากๆ

เสียงเปิดประตูทำให้คนที่กำลังจมกับงานเงยหน้าขึ้นมาอย่างสนใจและเมื่อเห็นใบหน้าของผมเขาก็ฉีกยิ้มกว้างเห็นฟันขาวเรียงสวยหมดภาพลักษณ์น่าเกรงขามไปทันที

“หนูน้อยของแด๊ด มาแล้วเหรอ” แด๊ดเอ่ยทักอย่างอารมณ์และดีใจไม่มีแววโกรธเคืองเลยสักนิดที่ผมมาช้า

“ยังไม่มามั้งแด๊ด” ผมเอ่ยหยอกแล้วเดินเข้าไปในห้องพยายามดึงพี่เก้าที่ขาแข็งให้เดินตาม

แด๊ดมองผมแล้วหันไปมองพี่เก้าจากนั้นก็ขมวดคิ้วยุ่ง “โอ้ หนุ่มหล่อคนนี้ใครกัน”

“สวัสดีครับ คุณอา” พี่เก้าปล่อยมือผมแล้วรีบยกมือไหว้แด๊ดทันทีด้วยท่าทางที่เกร็งไม่น้อย เกือบหลุดขำเหมือนกันอยู่กับผมนี่เรียกพ่อเต็มปาก พอจริงๆ กลับเรียกอาซะงั้น

“สวัสดีๆ” แด๊ดรับไหว้ก่อนจะยิ้มอบอุ่นให้แววตาคมกริบวาววับ “ว่าแต่เป็นเพื่อนกับนับสองเหรอ”

ผมที่เพิ่งจะนั่งลงบนเก้าอี้ก็สะดุ้งเล็กน้อย “ก็... ก็...”

“ก็อะไร” แด๊ดถามไล่จี้ ผมก็ไม่คิดว่าแด๊ดจะถามตรงๆ ไม่มีอารัมภบทใดๆ

พี่เก้าเป็นคนตอบแทนเองด้วยสีหน้าที่นิ่งเรียบแต่คิ้วก็ขมวดมุ่นอย่างกังวลใจ

“ผมเป็นคนรักของนับสองครับ”

ลมหายใจผมสะดุดแทบจะทันทีรีบมองหน้าพี่เก้าแล้วก็หันไปมองสีหน้าของแด๊ด เขาดูตกใจและตะลึงก่อนจะเลื่อนสายตามามองที่ผมด้วยสีหน้าเครียดและน้ำเสียงก็ดูจะหนักขึ้น

“เรียลลิ?”

ผมกัดปากแล้วตอบ “เยส”

แล้วทุกสรรพสิ่งในห้องก็เหมือนอยู่ในสภาวะเดดแอร์สัสๆ พี่เก้ายืนอยู่หลังเก้าอี้ของผมมือวางที่ไหล่ผมโดยไม่รู้ตัวเหมือนเขาจะเผลอบีบไหล่ผม

ตอนนี้ทั้งผมทั้งพี่เก้าต่างจินตนาการเลวร้ายขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งแด๊ดเงียบและนิ่งยิ่งทำให้ผมร้อนใจ เดาไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่ ถ้าเขาอาละวาดต่อยด่าผมก็ยังโอเคนะ แต่เงียบแบบนี้รู้สึกเครียดเกิน

นัยน์ตาสีเข้มมองทางพี่เก้า “ชื่ออะไร” ถามห้วนๆ

“ชื่อจริง รัดเกล้า คุณอาเรียกผมว่าเก้าก็ได้ครับ”

แด๊ดสงสัย “ทำไมชื่อเหมือนผู้หญิง”

“คุณแม่ของผมอยากมีลูกผู้หญิงแต่บังเอิญเป็นผู้ชาย เขาชื่นชอบอะไรที่สวยๆ งามๆ และอยากให้ผมอ่อนโยนไม่แข็งกร้าวเลยตั้งชื่อนี้ให้ครับ” พี่เก้าตอบอย่างฉะฉาน ผมฟังความรู้ใหม่แล้วก็นึกถึงชื่อของพี่คิวกับพี่ไนน์ด้วย

ผมเห็นชื่อจากโล่รางวัลประกาศนียบัตรในห้องโถงของคอนโด... มีเก้าดารา รัดเกล้า เก้ามงกุฎ ไม่รู้ว่าชื่อพี่อ๋องจะเป็นอะไร ไว้ต้องเสือก เอ๊ย สืบ

แด๊ดพยักหน้ารับรู้แล้วถามต่อ “เธอ...เป็นคนรักของลูกฉัน?”

“ครับ” ตอบอย่างหนักแน่นไม่เสื่อมถอย

“ดี ดี ดีมาก” เสียงหัวเราะที่ฟังไม่ออกว่ากำลังชอบใจหรือกำลังโกรธ

แต่ทั้งผมกับพี่เก้าตีว่าแด๊ดกำลังจะระเบิดอารมณ์แน่ๆ ตอนที่แด๊ดลุกขึ้นยกมือขึ้น ผมก็เตรียมกระชากพี่เก้าให้หลบหนีรัศมีมือของแด๊ดแต่ก็ช้าไป

ผมนั่งนิ่งตัวแข้งทื่อก่อนที่ทุกอย่างจะ...


แปะๆๆ


เห... เดี๋ยวสิ

ผมกะพริบตาปริบๆ มองมือของแด๊ดที่ไม่ได้ชกเข้าหน้าพี่เก้าแต่กลับตบเข้าที่ไหล่แทบ พี่เก้าเองก็หน้าซ๊ดเกร็งหน้เตรียมรับหมัดแล้วด้วยซ้ำ เขามองแด๊ดอย่างงุนงงไม่กล้าขยับ

แด๊ดฉีกยิ้มกว้างแล้วตบไหล่พี่เก้าอีกหลายทีก่อนจะพูดอย่างกระตือรือร้น

 

“สินสอดไม่เอานะ ฉันแถมข้าวสารให้สิบกระสอบเลย!!

“...หา”

“สิบกระสอบไม่พอเหรอ งั้นยี่สิบก็ได้!

“คือ คือ”

“ห้าสิบกระสอบเลย!

 

นอกจากไม่หวงลูกแล้ว

ยังแถมข้าวสารอีกเหรอ

มันใช่เหรอแด๊ด!!




---------------------------------


แด๊ดดดดดด

#นับเก้ารัก

---------------------------------------


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14.268K ครั้ง

1,361 ความคิดเห็น

  1. #57049 Kam_2002 (@Kam_2002) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 18:05
    อ้าวแด๊ดดดดด55555
    #57049
    0
  2. #56832 yaoi55 (@yaoi55) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 14:54
    อ้าวววเเด๊ดทำไมเป็นเเบบนี้ได้ละ55
    #56832
    0
  3. #56831 yaoi55 (@yaoi55) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 14:17
    หุ้ยยย คู่นี้ดุเดือดกันจิงๆ
    #56831
    0
  4. #56820 tiya_arta (@tiya_arta) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 09:58

    อ้าว... 555555555555555555555555555555

    #56820
    0
  5. #55170 kuchaporn (@kuchaporn) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 17:09
    dadคงรักนับสองน่าดูห๊วงหวงลูกชายจิงๆ
    #55170
    0
  6. #54957 May Ling Pcm (@maylingpcm) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 10:48
    รักแด๊ดดดดดดด
    #54957
    0
  7. #54839 BBasIsMe (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 22:17

    มีแถมข้าวด้วยอ่ะ แด๊ดน่ารักมั่กๆ????❤❤

    #54839
    0
  8. #54221 Noey No Ey (@1827-noey) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 21:59
    เเด๊ดดดดดดดดดน่ารัก
    #54221
    0
  9. #54047 Amporn-Melon (@Amporn-Melon) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 23:01
    รักแด๊ดดดดดดดดมากกกกก555
    #54047
    0
  10. วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 22:42
    แด๊ด ห่วงลูกบ้างก็ได้ดดดดดด
    #54045
    0
  11. #53847 puppywang (@2543660) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 23:48
    แด๊ดดดดด หวงยัยยนับก๊อนนน 555555555
    #53847
    0
  12. #53661 alien2019 (@alien2019) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 12:12
    เเด๊ดดดดดด ห่วงนับสองหน่อยก็ยังดี. #เเถมข้าว50 กระสอบ
    #53661
    0
  13. #52862 anthichabeem (@anthichabeem) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:00
    แด๊ดดดดดด555555
    #52862
    0
  14. วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:16
    โอ้ยแด๊ดดดดด 555555555555
    #52836
    0
  15. #52343 sharkwowll (@phuensongkram) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:37
    แด๊ดค่ะ
    #52343
    0
  16. #51942 AnTANDAN (@AnTANDAN) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:59
    แด๊ดดดด 55555555 ห่วงลูกนับหน่อย
    #51942
    0
  17. #50535 Apinya717101023CR7 (@Apinya71710102) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:08
    เกินคาด55555ยกให้ง่ายๆเลยเว้ยยย
    #50535
    0
  18. #50381 kan_kantong (@lovelykantong) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:57
    แด๊ดเกินคาดดดด
    #50381
    0
  19. #50225 Solalanp (@Solalanp) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:41
    สงสารน้องนับเลย 555555
    #50225
    0
  20. #50124 soul_hyukjae (@soul_hyukjae) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:33
    แด๊ดดดดดดดดด 55555555
    #50124
    0
  21. #49778 Aroonprapai (@polpipat2526) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 06:05
    555แด๊ด!!!!!
    #49778
    0
  22. #49590 jum_imm_aim (@jum_imm_aim) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 10:45

    แด๊ดตลกอ่ะ ยกลูกให้แถมข้าวสารอีก กลัวพี่เก้าส่งคืนล่ะสิ

    #49590
    0
  23. #49149 VMVM-9 (@VMVM-9) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 00:27
    นับเกี่ยวกับออสตินและไอศูรณ์ยังไงเนี้ยย อ่านไม่ถึงสีกที
    #49149
    0
  24. #48551 Kan_Tuan_ (@Kan_Tuan_) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 21:16
    คือนี่อ่านมาสักพักก็สงสัยบ้านนับก็ดูรวยนิ แล้วทำไมอ่านแล้วดูจนแปลกๆอ่เ
    #48551
    0
  25. #47629 PCY_BBH_PLOY (@Chutiporn_ploy) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 00:46
    5555555555โว๊ยยยยยยยยยยแด๊ดดดดดด บ้าบอทั้งลูกทั้งแด๊ดเลยวุ้ย
    #47629
    0