นับ เก้า รัก [YAOI]

  • 300% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 3,342,295 Views

  • 57,083 Comments

  • 57,799 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    150,414

    Overall
    3,342,295

ตอนที่ 32 : อ้อยคว่ำครั้งที่ 31

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 91
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12075 ครั้ง
    16 ต.ค. 61

บทที่ 31

 


  

                      "นี่เก้า"

                      "อะไร"              

               “อย่าลืมของฝากนะ”

                ตอนนี้ผมกำลังกระดกเอ็มร้อยห้าสิบอยู่ในระหว่างที่กำลังนั่งพักรอขึ้นเครื่อง น้องชายผู้ว่างงานก็กำลังนอนหนุนตักผมชวนพูดคุยอยู่เพื่อไม่ให้ผมหลับแล้วตกเครื่อง

                “จะเอาอะไร” ผมถามเสียงเนิบออกล้าหน่อยๆ

                “น้ำพริก” ไนน์เป็นคนชอบกินเผ็ด “คิวตำน้ำพริกไม่อร่อย”

                “มึงมันเรื่องมากต่างหาก” เขกหัวน้องชายจอมมากเรื่องไปหนึ่งทีแล้วเอนหลังปิดเปลือกตาพักผ่อน แต่พักได้ไม่นานไอ้ตัววุ่นวายก็เซ้าซี้ผมเรื่องนับสองต่อ

                “ใบ้มาหน่อยได้มั้ยว่าเจอกันเมื่อไร”

                น้องใครทำไมขี้เสือก

                “เป็นผู้ชายไม่ขี้เสือกสิ”

                “เค้าเป็นตุ๊ดอ่ะ บอกได้ปะ” 

                 ไนน์ดัดเสียงเล็กให้ดูแรดๆ แถมยังช้อนตามองอ่อยๆ อีก ผมเห็นใบหน้าที่ไม่ต่างจากตัวเองทำท่าทางแรดๆ แล้วหลังคอเย็นวาบเลย

                ผมนิ่งแล้วส่งสายตาเย็นชาให้ มันไม่เลิกครับ เลื้อยมือมาลูบหน้าท้องผมผ่านเนื้อผ้ายิ่งทำให้ผมต้องถลึงตาใส่ ไอ้เวรนี่ กูพี่มึงนะเว้ย!

                “นะเก้านะ บอกไนน์หน่อย” ยิ้มยั่วกันซึ่งๆ หน้าจนผมถอนหายใจหลับตาแล้ว

                เปรี๊ยะ!

                “โอ๊ยยย เหม่งกู!” ท่าทีเย้ายั่วสลายไปในพริบตาเมื่อมือของผมฟาดลงที่หน้าผากเนียนๆ เหม่งๆ ของมัน

                “เล่นอะไรไม่รู้เรื่อง” ตำหนิไปอีกหน่อย “กูพี่มึง ไม่ต้องมายั่ว!

                “พี่น้องก็สนุกดีนะ” ลูบหน้าขาผมไปอีก

                “ไอ้ไนน์!” สีหน้าของผมเริ่มดำมืดขึ้นอีกเป็นกอง เริ่มจะหนักใจกับนิสัยยั่วคนไม่เลือกของน้องชายฝาแฝดขึ้นมาแล้ว

                เจ้าของชื่อไหวไหล่แล้วเลิกเล่น “โอเค ไม่เล่นแล้วก็ได้” มันยู่ปากเบะปากแล้วถามอีก “ตกลงจะไม่บอกจริงๆ เหรอ” สายตาประกายสาระแนเต็มที่

                “ไม่บอก ไปสืบเอง”

                “สืบเองเหนื่อยตายห่า” ไนน์ทำหน้าจะร้องไห้แต่ความเสือกมีมากจึงไม่ลดละความพยายามที่จะหาเรื่องราวของผม

                เห็นคนเหนื่อยแล้วก็เบิกบานใจ

                อยากบอกว่า

                ไม่ใช่นับสองก็เหนื่อยหน่อยนะ

                เงียบไปได้สิบนาทีไม่ทันเต็มก็เปิดปากอีกครั้งเป็นคำถามเคลือบแคลงใจอย่างถึงที่สุด

                “เรื่องมึงเจอนับสองมันยังไม่น่าสนใจเท่า...” ลากเสียงยาว

                “เท่าอะไร”

                “เท่าเรื่องที่มึงรักหลงมันจนโงหัวไม่ขึ้น”

                ก็ไม่ได้หลงขนาดนั้น

                สีหน้าของไนน์จริงจังแกมห่วงใย “อะไรทำให้มึงชอบจนคลั่งขนาดนี้ มันแปลกเกินไป”

                ภาพในหัวย้อนรอยถึงช่วงเวลาหนึ่งที่ผ่านมา ท่าทางของผมเหม่อลอยไปชั่วครู่ก่อนจะปรับสีหน้าให้เคร่งขรึม

                “ก่อนจะยุ่งเรื่องกู เอาเรื่องตัวเองให้รอดเถอะ” 

                ตัดบทอย่างไร้เยื่อใยแล้วยัดขวดแก้วเปล่าๆ ใส่มือไนน์เพื่อไปขึ้นเครื่องลงเชียงใหม่ทำงานในช่วงเช้าต่อ เป็นมีตติ้งกับแฟนๆ พอเสร็จงานก็ไปรับของที่สั่งทำจากนั้นก็กลับกรุงเทพ

                หลังจากที่ทรุดตัวนั่งลงในที่นั่งของตัวเองริมหน้าต่างแล้วผมก็เข้าสู่ภวังค์ความคิด...

               

     ทำไมผมถึงรักและหลงนับสองมากงั้นเหรอ

 

                คงเพราะ...ถ้าไม่มีนับสองในวันนั้น

                ก็คงไม่มีผมในวันนี้...

 

                ผมในวันนี้ที่ยังมีลมหายใจ...


----

 

 

                “อ๋อง ไปปลุกนับสอง”

                “ทำไมต้องฉัน”

                “เออน่า ไปปลุกมัน”

                “ทำไมพวกแกต้องทำตัวมีลับลมคมในด้วย” ขมวดคิ้วมองน้องชายฝาแฝดคิวไนน์อย่างฉงนใจ ตอนนี้ตัวเขากำลังยืนอยู่หน้าห้องนอนของเก้า และกำลังเถียงกันว่าใครจะเป็นคนไปปลุกเด็กขี้เซาของไอ้เก้า

                “ไม่มี๊!/ไม่มี๊!” สองแฝดหนึ่งหัวดำหนึ่งหัวขาวต่างบอกเป็นเสียงเดียว

                พี่ใหญ่ย่นคิ้วมองท่าทีมีพิรุธของน้องๆ แล้วก็ถอนหายใจ “ตามจริงให้น้องนับนอนไปก่อนก็ดีนะ น้องน่าจะไปเรียนไม่ไหว” พูดอย่างมีเหตุผลเพราะเมื่อคืนตอนเจอหน้านับสองก็เรียกว่ายับเลย

                สองแฝดที่กำลังวางแผนร้ายแอบลอบมองส่งสายตาให้กันอย่างหงุดหงิด นึกว่าจะมีอะไรสนุกให้ดู ทำไมพี่ท่านไม่เล่นตามบทเลย!

                “พวกแกลงไปกินช้าวไป” เสียงทุ้มว่าไล่ตอนนี้ก็เพิ่งเจ็ดโมงกว่าๆ สามพี่น้องจึงพากันย้ายตัวเองลงไปที่ห้องครัวสุดหรูแล้วปล่อยให้นับสองนอนอืดต่อไป

                ไนน์ยังคงอยู่ในชุดนอนแววตาดูง่วงๆ เพราะเขายังไม่ได้นอนสักแอะ เพิ่งกลับมาจากสนามบินเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วเอง สงสัยวันนี้คงได้นอนอืดเป็นเพื่อนนับสอง

                คิวเปิดชีทเรียนอ่านไปพลางๆ “เมื่อคืนไอ้เก้าฟิวส์ขาดมั้ย”

                บรรยากาศยามเช้าสดชื่นพลันเย็นยะเยือกขึ้น คนที่กำลังผัดข้าวอยู่หน้าเตาอย่างอ๋องก็หันมาสนใจเช่นกัน

                “ก็หลุดไปหน่อย” คนที่ไปด้วยเอ่ยเสียงแผ่ว “เกือบเป่าขมับไปเหมือนกัน”

                อ๋องกับคิวมีสีหน้ามืดครึ้มไม่ต่างกัน “แล้วมันมีสติขึ้นมาได้ไง”

                “พูดชื่อนับสอง” พูดแล้วก็อยากจะอ้วก เหม็นความรัก!

                อ๋องยังคงรักษาท่าทีสุขุม “เหมือนนับสองจะมีอิทธิพลกับเก้าพอสมควร”

                “ไม่พอสมควร เยอะเลยต่างหาก!” แม้คิวจะไม่ชอบใจนับสองเท่าไรเพราะประสบการณ์เจอครั้งแรกไม่ดีนัก แต่ในเมื่อน้องชายเขาชอบก็จะยอมทนๆไปแล้วกัน

                “น่าหมั่นไส้สุดๆ” คนที่โดนความรักจู่โจมมาเต็มๆ แบบไนน์อดไม่ได้ที่จะบ่น

                “อิจฉามากก็ไปหาแฟนกันสิ” อ๋องเอ่ยแนะนำพลางยื่นมือไปหยิบจาน

                “ไม่เอา/ไม่เอา” เขาว่าฝาแฝดมักคิดอะไรเหมือนกันและจิตใจยังสื่อถึงกันอีก

                คนเป็นพี่ใหญ่หัวเราะในใจก่อนจะเริ่มทำสเต็กแซลม่อนต่อ ไนน์ลุกขึ้นมารับจานข้าวผัดง่ายๆ แล้วมองดูสเต็กแซลม่อนในกระทะอย่างสงสัย

                “ของใคร”

                “ของชายา” ตอบไปตามปกติ “น้องยังไม่ได้กินแซลม่อน”

                “ตามใจมากเดี๋ยวก็เอาแต่ใจหนักกว่าเดิม” คิวหยิบขนมปังขึ้นมากิน

                “พวกเราก็แค่ตามใจมากขึ้น” เสียงทุ้มกล่าวอย่างเฉยชา “ยังไงก็ต้องหาพันธมิตรเพิ่ม” เอ่ยอย่างจริงจังและเป็นงานเป็นการ

                คิวมองแผ่นหลังของพี่ชายเล็กน้อยแล้วก็ถอนหายใจ “เจ้าสัวไม่มีทางตกลง”

                “เราก็ให้ผลประโยชน์กับเขา” ตอบอย่างมั่นคง “ส่วนเราก็แค่ต้องการความมั่นคงในจีน”

                ถูกต้อง อำนาจในมือของเจ้าสัวชานินทร์หรือพ่อของชายาคืออิทธิพลในตลาดจีนที่ยิ่งใหญ่ แม้พวกเขาจะมีอำนาจแต่ก็ไม่อาจสู้เจ้าถิ่นที่อยู่มาก่อนได้

                การยืมอำนาจของเจ้าสัวมาหนุนหลังให้เก้ามันก็ถือว่าจำเป็นที่สุดในตอนนี้

                “เจ้าสัวเขาไม่ชอบยุ่งกับธุรกิจสีเทา” คิวว่าเบาๆ

                อ๋องหัวเราะขึ้นจมูก “เขาแค่ไม่ยุ่งกับของสามอย่างเท่านั้น” ใช้ตะหลิวไม้พลิกเนื้อปลา “ยา อาวุธ ผู้หญิง”

                สรุปก็คือนอกนั้นจากสามอย่างนี้ไม่ว่าอะไรเขาก็ทำมาหมดแล้ว ไนน์ฟังเงียบๆ เพราะตัวเองไม่ควรจะรู้เรื่องพวกนี้เท่าไหร่นักเลยเลือกจะปิดปากและเสือกต่ออย่างไร้เสียง

                “งั้นพวกบ่อน?”

                “เรียกมันว่าแหล่งเสี่ยงโชคหรือคาสิโนดีกว่านะ” รอยยิ้มเย็นๆ ของอ๋องทำให้น้องชายทั้งสองเสียวสันหลังวาบ “เอาเป็นว่าพวกเราสองบ้านก็ประมาณไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่”

                ความลับที่ต่างฝ่ายต่างมองเห็นกันอย่างชัดเจน

                ไนน์ว่าขึ้น “ถ้าเราทำให้เจ้าสัวตกลงไม่ได้?”

                “...เราก็ต้องพึ่งตัวเอง” อ๋องยังคงมีท่าทีอ่อนโยน แต่ยิ่งอ่อนโยนเท่าไรในใจก็ยิ่งร้อนแทบไหม้ “แต่ถ้าเราดึงชายามาได้ ก็คงง่ายขึ้น”

                เจ้าสัวรักลูกขนาดไหนทำไมจะไม่รู้ แล้วการที่พวกเขาต้องหลอกใช้เด็กพิเศษคนหนึ่งก็รู้สึกเหี้ยจนไม่รู้จะเหี้ยยังไงกันแล้ว

                อ๋องเอียงคอเล็กน้อยย่นคิ้วใช้ความคิด “ถ้านับสองใช้ประโยชน์สักนิดได้ก็คงดี”

                นึกถึงอำนาจฉากหลังของนับสองที่ขาวสะอาดจนไม่รู้จะสะอาดยังไงก็ได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ได้แต่ต่อว่าน้องชายในใจ

                เลือกคนรักที่เอื้อผลประโยชน์หน่อยไม่ได้รึไง

                แต่อย่างว่า...

                คนรักมันต้องรักที่ใจ

                หาใช่ผลประโยชน์

                คิวได้ทีก็แขวะ “เป็นตัวไร้ประโยชน์สิ้นดี!” เขาเองก็สืบเรื่องบ้านนับสองมาเหมือนกัน ทางธุรกิจบันเทิงของพี่ชายมันก็ไม่ความเชื่อมโยงกับงานพวกเขาได้

                ยิ่งทางพ่อแม่นับสองก็ใสสะอาดจัด ทำธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทอยู่ทางภาคเหนือ อ้อ มีไร่สตอเบอรี่ด้วย

                ถึงว่าทำไมลูกชายสตอได้ขนาดนี้

                “มีประโยชน์อย่างหนึ่ง” น้องคนเล็กแย้งด้วยสีหน้าเอือมๆ

“มันเป็นคนเดียวที่ทำให้เก้ายิ้มได้อย่างจริงใจอีกครั้ง”

                บรรยากาศในห้องคล้ายจะโศกเศร้าขึ้นมา “บางทีก็สงสัยนะว่านับสองมีอะไรดี” เพราะไม่ชอบนับสองทำให้คิวต้องหาอะไรมาขัดแย้งตลอด

                “คิดว่าคนที่ทำให้เก้าเปิดใจได้ต้องมีความสำคัญมากๆ” เขาเป็นคนที่สนิทกับเก้ามากที่สุดย่อมเดาความคิดรวมถึงความชอบของเก้าได้ “นับสองอาจจะเคยทำดีกับเก้ามากๆ โดยที่พวกเราไม่รู้ก็ได้”

พวกเขาเจอนับสองกันเพิ่งไม่กี่วันแต่ปฏิกิริยาของเก้ากลับทั้งรักทั้งหลงเกินไป

                “บางที...นับสองอาจจะอยู่ในคดีเรือยอร์ชสิบเอ็ดศพ” อ๋องหลับตาอย่างซ่อนแววตาความนึกคิด “ไม่ก็คดีแผ่นดินไหวที่เสฉวน... มันแค่อาจจะ” ลางสังหรณ์มันบอกเขาว่านับสองมีความสำคัญเเละมีอิทธิพลกับเก้ามากจริงๆ ไม่รู้ทำไมถึงได้คิดถึงเหตุการณ์เลวร้ายพวกนั้น

                ตอนนั้นมีคนช่วยเก้าออกมาได้ทำให้ยังมีลมหายใจอยู่ในวันนี้แต่พวกเขากลับไม่รู้ว่าเป็นใครที่ช่วยเหลือ

...มันเป็นเหตุการณ์ที่น่าหวาดหวั่นที่สุดแต่เก้าก็รอดมาได้แม้จะบาดเจ็บสาหัส... แต่ความเป็นไปได้ที่นับสองจะอยู่ในเหตุการณ์พวกนี้มันเท่ากับศูนย์ ไม่สิ ติดลบเลยเถอะ

                คิวส่ายหน้าไม่คิดจะสืบต่อด้วยซ้ำ “พี่คิดมากไป”

                คนธรรมดาสามัญอย่างไอ้นับเหรอจะไปอยู่ในสถานที่แบบนั้น ให้ตายสิบรอบเขาก็ไม่มีวันเชื่อ

                ก็อาจจะเป็นอย่างที่คิวว่า เป็นคนที่คาดหวังประเมินนับสองสูงเกินไป “หรือบางทีเก้าอาจจะชอบความน่ารักของนับสองก็ได้ แบบแรกพบสบตาเกิดรักเลย”  

                “มันตาบอด!

                ไนน์อดไม่ได้ที่จะแขวะ “มึงแค้นอะไรนักหนาแค่นับสองไปขโมยจูบมึงเนี่ย!

                “หุบปาก!” ปากแสนจะบริสุทธิ์ผดผ่องของเขากลับถูกไอ้เด็กเวรหื่นกามย่ำยีมันอัปยศเกินไป!

                “อ๋อง! คิวดุไนน์!” กระแซะไหล่พี่คนโตอย่างน่าสงสาร

                “พี่อ๋องสิ” ยกมือลูบหัวน้องชายคนเล็กอย่างเอ็นดู “คิวก็ต้องใจเย็นกับน้องให้มาก รวมถึงชายาด้วย เมื่อวานแกดุน้องแรงไป” จะใช้ประโยชน์จากน้องก็ต้องดูแลน้องเขาดีๆ ไม่ใช่ไปกระโชกโฮกฮากใส่ให้น้องขวัญกระเจิง

“ก็น้องมันกวนตีน” คิวเอ่ยอย่างปวดหัว ไม่ติดว่าเป็นเด็กพิเศษ เขาเตะไปนานแล้ว

                “เด็กพวกนี้เขาไม่มีพิษภัย เขาไม่ได้ตั้งใจหรอก” อ๋องพยายามอธิบาย “ก็คิดซะว่าเป็นน้องชายคนหนึ่ง แค่ชายาออกจะน่ารักไร้เดียงสาไปหน่อย”

                คิวรู้สึกเหมือนไมเกรนจะขึ้น “แค่ดูแลไอ้ไนน์ก็ปวดหัวตายแล้ว ยังจะให้มีเพิ่มอีกเหรอ”

                “ทำไม? ไนน์มีตรงไหนน่าปวดหัว” พูดจบก็ก้าวไปนั่งตักของพี่ชายฝาแฝดทันที “หืม? ไนน์น่าปวดหัวตรงไหน” วางจานข้าวลงแล้วโน้มใบหน้าเหมือนกันเด๊ะๆ ไปคลอเคลียตรงใบหู

                “น่าปวดหัวตรงนี้แหละ” คิวเหลือบตามองน้องดุๆ แต่ก็ปล่อยให้มันนั่งไป

                “ปวดหัวหรือปวด...” ไกล่ปลายนิ้วไปบริเวณหน้าอกอีกฝ่ายเบาๆ แล้วลากนิ้วกรีดลงต่ำ...

                “มึงแตะ กูถีบ” ถึงจะแค่เล่นก็ต้องเล่นอย่างมีขีดจำกัดแต่ถ้ามากไปก็ต้องเตือน แถมไนน์ยังเป็นประเภทที่เลิกไม่รู้จักพออีก

                “ดุเค้าอีกแหละ เบื่อ” ทำปากจู๋ใส่แล้วก็สะบัดหน้าหนีหันไปกินข้าวเช้าโดยที่ยังนั่งบนตักของคิวต่อไป คนโดนลวนลามแต่เช้าก็ส่ายหน้าทำอะไรไม่ได้นอกจากหยิบกาแฟหยิบขนมปังมารีบๆ กิน

                ไม่นานนักก็มีเสียงกริ่งหน้าประตูดังรัวๆ ไนน์ขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วลุกขึ้นออกไปดู...

                “ใครมาวะ” เอ่ยพึมพำกับตัวเองแล้วก็เปิดประตูออกยังไม่ทันถึงครึ่งประตูก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรง

                ผัวะ!!


                “ไอ้เด็กเปรตนับสองมันอยู่ไหน!!


                คนที่พุ่งเข้ามาหน้าตาเกรี้ยวกราดพอแรงอารมณ์ที่รุนแรงทำให้ไนน์ผงะถอยหลังแทบจะทันที “คุณเป็นใคร”

                ลมที่อยู่ในสภาวะใกล้จะกินหัวผู้คนได้ทุกเมื่อตวัดตามองคนที่หน้าตาเหมือนกับไอ้เก้าเปี๊ยบก็ตะคอกใส่ “ไอ้เด็กจังไรที่ชื่อนับสองมันอยู่ไหน!

                เหี้ย! ผัวตัวจริงไอ้นับเปล่าวะ!

                ไนน์เบิกตามองอีกฝ่ายอย่างพิจารณาถึงจะมีสภาพยุ่งเหยิงเหมือนเพิ่งลุกมาจากเตียง หัวฟูๆ กับหน้าตึงๆ มันช่างน่ามอง ไนน์เอียงคอมองแล้วแอบจดชื่อในใจ

                จุ๊ๆ หน้าตาดีเชียว

                “อา นับสองเหรอ นอนอยู่” ตอบไปตามความจริง

                คนฟังยิ่งทวีความโมโห “ไอ้เวร! มึงปล่อยให้กูวิ่งหาทั่วคอนโดแต่มากกอยู่ห้องไอ้เก้า! มึง มึง โว้ย!” รู้สึกเหมือนอยากจะกระทืบไอ้รุ่นน้องน่าตายคนนี้เหลือเกิน “ห้องไหน!

                ดูท่าว่าถ้าเขาไม่ตอบไป คนคนนี้ต้องกระทืบเขาตายแน่ “เอ่อ ชั้นสอง ประตูสีดำ” ตอบและหลีกทางให้อย่างว่องไว คนหน้าหล่อวิ่งพรวดพราดเข้าไปอย่างไม่มีเกรงใจสักหน่อย ไนน์ได้แต่สวดภาวนาให้นับสองมันรอดแล้วกัน

                กำลังจะปิดประตูก็เห็นว่ามีชายายืนอยู่หน้าประตูพร้อมกับใครอีกคนที่กำลังยืนเกาะหลังอยู่

                “สวัสดีชายา” เขาทักทายเด็กน้อยแต่สายตาเหลือบมองคนแปลกหน้า “วันนี้พาเพื่อนมาเหรอ”

                ชายาหันไปมองคนที่เกาะหลังตัวเองอยู่ “คนนี้ชื่อไวท์” หันกลับไปบอกชื่อ “เป็นเพื่อนกับนับสอง”

                “อ้อ” พยักหน้า “เข้ามาก่อนสิ”

                ชายาเดินเข้าไปอย่างว่าง่ายส่วนไวท์ที่ไม่รู้จะทำยังไงต่อก็ต้องรีบตามเข้าไปอย่างเสียมิได้เพราะใจก็ห่วงเพื่อนแต่มากกว่าห่วงคืออยากจะกระทืบมัน!

                ตื่นมาไม่เจอแล้วก็ติดต่อไม่ได้เพราะมันไม่ได้เอาโทรศัพท์ติดตัวมาด้วยก็ร้อนใจไปสิ เขากับพี่ลมก็วิ่งพล่านหาอยู่นาน พอดีกับไปตรวจจากกล้องวงจรปิดเห็นมีคนใส่ชุดมิดชิดมาพานับสองไปก็ยิ่งแตกตื่นสิ

                คิดไปมากมายว่าจะมีโจรลักพาตัวไปขายด้วยแต่คิดไปคิดมา อย่างมันขายไปคงไม่มีใครซื้อ

                คนซื้อก็คงมีแต่พี่เก้า

                พอนึกถึงชื่อพี่เก้าได้ก็รีบไปขอเบอร์ติดต่อจากพี่ซีนให้เขาถามพี่เก้าแล้วก็ได้ความว่าเมื่อคืนคนที่มาพาตัวนับสองไปจากห้องก็คือพี่เก้านั่นเอง

                ไม่รู้จะโล่งใจหรือโมโหตายดี

                ให้คนเขาห่วงแทบตายแต่มันดันหนีไปนอนกกผู้ชาย! มันน่ากระทืบมั้ยเล่า!

                ไวท์เดินตามชายาไปก็ชะงักเท้าเมื่อได้ยินเสียงโหยหวนของเพื่อนจากชั้นบน


                “ว๊ากกกก พี่ลมมมม ผมขอโทษ!

                “ไอ้น้องเหี้ย มึง! มึงจะให้กูอกแตกตายรึไง!

                “เปล่าๆ โอ๊ยยย อย่าตี!

                “กูจะตีมึงแทนแม่มึงเอง!


                ไวท์มองไปทางต้นเสียงแล้วก็ยิ้มเยาะสะใจยืนมองอยู่ครู่หนึ่งก็หมุนตัวเดินออกจากห้องท่ามกลางความงุนงงของไนน์ ได้สติอีกทีคนสวยก็เดินออกไปแล้ว

                น่าเสียดาย... ยังไม่ได้ขอเบอร์คนสวยเลย

                ใบหน้าหล่อร้ายฉายแววเซ็งออกมาก่อนจะเดินไปทางห้องครัวเพื่อกินข้าวต่อ...


                “ว๊ากกก พี่ลม อ๊ากกกก!

                “มึงอย่าอยู่เลยไอ้นับ!

                “แค่กๆ ช่วยด้วยยยย!


   ส่วนนับสองเหรอ...ช่างมันสิ!

                พอดีว่าเขาไม่ใช่เก้า

                นับสองก็จะเหนื่อยหน่อยๆ นะตอนนี้ อิอิ

                ไนน์กำลังจะเดินไปกินข้าวต่อก็นึกถึงคำพูดของอ๋องกับคิวที่เดาๆ ว่าที่นับสองมีความสำคัญกับเก้ามากอาจจะเพราะเคยช่วยเหลือมาก่อน ฟังดูเทพนิยายชะมัด

                แต่เหตุการณ์ที่อ๋องพูดมามันก็โหดไม่เบา... แล้วนับสอง...

               

               “แง๊! พี่ลม นับเจ็บ!

                “อย๊าาาต่อยหน้าหล่อๆ ของผม โอ๊ย!

               

   ปัญญาอ่อนขนาดนี้จะไปช่วยไอ้เก้าได้ไง

                พวกเขาคงจะคิดมากไปเอง...




--------

 

[นับสอง]

 

                “กูอยากจะตบมึงให้ตายจริงๆ”

                “พี่เป็นใครมาตีผมแบบนี้! ขนาดแม่ผมยังไม่ดีผมเลย!” ผมลูบแขนแดงๆ ที่เต็มไปด้วยฝ่ามือหนักหน่วงของพี่ลม คนที่ทำหน้ายักษ์อยู่ตรงหน้าผม

                อูยยยย แสบไปทั้งแขนเลยแถมแดงไปหมด

                “แม่มึงไม่ตีไงมึงถึงได้ทำตัวแบบนี้” ผลักหัวผมจนแทบทิ่มลงไปกับเตียง

“ผมทำตัวน่ารัก!” รีบลุกขึ้นมาถลึงตาใส่

“น่าลักไปทิ้งน่ะสิ!” ก่อนจะยกมือขึ้นยีหัวฟูๆ ไม่เป็นทรงอย่างหงุดหงิดใจแววตาสะท้อนความคุกรุ่นไม่จางหาย “มึงนี่มันน่าตบให้ตายจริงๆ ทำคนอื่นเขาเป็นห่วงไปทั่ว”

“ผมไม่ได้ตั้งใจ” ก้มหน้าอย่างระอา

“เจ็บขนาดนี้ยังจะแล่นมานอนห้องไอ้เก้ามันน่ากระทืบจริงๆ” มองอย่างกับผมเป็นลูกสาวพี่แกไปได้ “ยัง ยังจะเฉยอีก ไม่มีเรียนรึไง!

บทจะเปลี่ยนอารมณ์ก็เร็วอีก มึงเป็นบ้าเปล่าเนี่ยพี่ลม “เหมือนจะมีสอบเช้า”

และ...ผมยังไม่ได้อ่านหนังสือสักตัว

เอฟมาบินว่อนเต็มหัวแล้ว

“ก็ลุก! กูก็มีเรียนเช้า ไปพร้อมกู” เอ่ยสั่งอย่างเอาแต่ใจ “เรื่องที่มึงทำไว้ยังต้องไปอธิบาย เพราะงั้นรีบไปอาบน้ำแล้วเจอที่ห้องกูภายในสิบห้านาที!

กูเป็นรุ่นน้องนะ ไม่ใช่ทหาร!

ยิ่งอยู่ด้วยกันยิ่งรู้สึกว่ามันไม่ใช่พี่

เหมือนเมียขี้บ่นเลยจริงๆ นะ

แต่ถ้าพูดออกไปคงได้ตายคาตีน เลยรีบทำตัวเชื่อฟังว่าง่ายแล้วรีบไปอาบน้ำตามที่สั่ง ส่วนพี่ลมก็สะบัดหน้าออกไปอย่างรวดเร็วราวกับพายุ มาถล่มเสร็จก็ชิ่งกลับ

ผมใช้เวลาในการอาบน้ำแต่งตัวเกือบสิบนาทีแล้วหันไปมองหาของอย่างแมสปิดหน้า เพราะแผลช้ำบนหน้าขนาดนี้สมควรที่จะปิดบังสายตาผู้คน

เดินรื้อหาตามเก๊ะต่างๆ จนมาถึงเก๊ะล่างสุดที่มีไดอารี่วางอยู่...

“พี่เก้าเขียนไดอารี่?” โอ้โห มุ้งมิ้งไปอีกพี่เก้าของผม

ว่าแต่... เขาจะเขียนอะไรไว้บ้างนะ

มองซ้าย... ว่าง

มองขวา... สะดวก

เพราะงั้นเสือกสิรออะไร!

แลบลิ้นเลียปากอย่างกระหายรู้ เหมือนสัตว์ตัวโตเจอเหยื่อโอชะไม่ปาน ยื่นมือสั่นๆ ออกไปหยิบไดอารี่สีดำ... แวบแรกนึกว่าเดดโน้ตไปแล้ว

“ขอดูหน่อยนะพี่เก้า” ผมมีมารยาทนะ ขออนุญาตก่อนแล้ว แต่แค่เจ้าของไม่อยู่รับรู้เท่านั้นเอง

ใจเต้นตุ้มๆต้อมๆ อย่างระทึกใจ เหงื่อผุดเต็มใบหน้ามือไม้ยังคงสั่นด้วยความตื่นเต้น ในนี้ต้องมีความลับของพี่เก้าอยู่แน่ๆ หรืออาจจะมีเรื่องน่าตกใจอยู่ก็เป็นได้

เมื่อเปิดดูหน้าแรกแล้วสีหน้าของผมก็เปลี่ยนเป็นนิ่งค้างมือแข็งทื่อ...

ก่อนจะเปิดไปหน้าที่สอง...สาม..สี่...

ยิ่งเปิดมากหน้ายิ่งมีความตึงเครียด

แววตายิ่งสะท้อนความรู้สึกยากจะคาดเดา

สุดท้ายแล้วผมก็ต้องปิดไดอารี่ลงหลังจากอ่านไปได้เพียงไม่กี่หน้าเท่านั้น... มองไดอารี่ในมือแล้วรู้สึกอย่างจะปาทิ้งไปให้ไกลเพราะว่า...

 

อยากเสือกแต่เสือกไม่ได้...

มันเป็นภาษาจีนทั้งเล่ม!

ผมอ่านไม่ออก! ฮือ!!



 

-----

 

               

                หลังจากช่วงเช้าเข้าเรียนเข้าสอบไปเสร็จ ผมก็ต้องไปเจอกับพวกพี่ปีสูงๆพร้อมพี่ลม แน่นอนว่าโดนติตำหนิมาพอสมควรแต่คนที่โดนหนักกว่าก็เป็นคลาวด์แต่ด่าไปมันก็ไม่ได้เจ็บหรอกเพราะวันนี้มันไม่มาเรียน อะไรจะสำออยขนาดนี้

                “เจ็บมากมั้ยวะมึง”

                “ลองมาโดนดูมั้ย” ผมจิกตาใส่คนถามอย่างโมโห ใบหน้าช้ำเลือดช้ำหนองถูกปิดบังด้วยแมสสีดำเผยให้เห็นเพียงดวงตา บริเวณคิ้วมีรอยแผลช้ำเพียงเล็กน้อย ที่หนักๆ คือแก้มและคาง

                จินส่ายหน้า “ไม่ดีกว่า”

                “กูจะหายทันวันประกวดมั้ย” เป็นเรื่องคอขาดบาดตายสุดๆ สำหรับผมเลยก็ว่าได้ ตอนมีเรื่องก็ไม่ทันคิดหรอกนะ แต่มาตอนนี้คือ...

                ฮือออ หน้าหล่อๆ ของผมช้ำหมดแล้ว โฮ!

                แบบนี้ตำแหน่งเดือนมหาลัยของผมก็ถึงวิกฤตแล้วสิ!

                นอกจากผมแล้วก็ไม่มีใครเหมาะจะเป็นเดือนมหาลัยแล้ว!

                “ไม่ทันก็แค่ถอนตัว” ยักคิ้วให้อย่างสุขใจ “มึงลงประกวดไปคิดว่าจะชนะไต้ฝุ่นรึไง”

                ผมย่นคิ้ว “กูก็หล่อนะ!

                “ไต้ฝุ่นหล่อกว่า” จินยื่นมือไปรับแก้วกาแฟมากินแล้วหยิบแก้วนมชมพูให้ผม  “ไอ้ดินก็หล่อกว่ามึง”

                “อย่างน้อยกูก็หล่อกว่ามึง!” ถลึงตาใส่เพื่อนสนิทอย่างฉุนเฉียว

                นี่เพื่อนมึงนะ มึงต้องเข้าข้างเพื่อนสิ!

เวลานี้พวกผมอยู่ในร้านกาแฟหน้าหอประชุมกลาง กำลังจะไปกองประกวดดาวเดือนรู้สึกเสียวสันหลังวูบวาบเล็กน้อยแถมประธานสโมสรยังเจาะจงเรียกผมเป็นพิเศษอีก

                จะโดนถอนชื่อออกจากการประกวดรึเปล่าก็แอบกังวลอยู่ไม่น้อย

                “แล้วนี่ทำไมแขนแดงขนาดนี้วะ” จินจิ้มนิ้วไปตามแขนผม

                “พี่ลมตี” ว่าแล้วก็หน้างอโดยพลัน

เมื่อเช้าผมเกือบถูกพี่ลมฆ่าตายจริงๆ ผมผิดเองที่หายออกมาจากห้องเขาในยามวิกาลแล้วตัวผมก็อยู่ในความดูแลพี่มันด้วยก็ยิ่งทำให้พี่มันกระวนกระวายหนัก

                แล้วมาเจอผมนอนสบายใจอยู่บนเตียงพี่เก้า โทสะบนหัวพี่มันก็พุ่งสูงสิ

                แต่พอมาคิดในอีกมุม... สภาพผมเหมือนถูกเมียหลวงจับได้เลยว่าแอบนอนบ้านเมียน้อย

                แต่โทษเถอะ พี่เก้าต่างหากที่เป็นเมียหลวง!

                เอ๊ะ หรือว่าที่ทำมาเกรี้ยวกราดเมื่อเช้าคือหึงผม

                ชอบผมก็บอกดีๆ สิพี่ลม คนหน้าตาดีอย่างผม มีคนชอบเยอะก็ธรรมดา

                ทุกคนไม่ต้องอิจฉาผมนะ คนมันหล่อช่วยไม่ได้

                “มึงว่ากูจะโดนอะไร” ดึงแมสปิดปากลง แล้วสูบนมเย็นชมพูหวานเย็นไปหลายอึกเพื่อให้มันช่วยลดความร้อนรุ่มในอก ยิ่งใกล้เดินถึงห้องประชุมก็ยิ่งจิตตก

                “ก็คงโดนด่าสักหน่อย” จินว่าอย่างสบายใจ ใช่สิ ก็คนที่มีเรื่องมันไม่ใช่มึงนี่! “เอาจริง เรื่องที่มึงมีเรื่องในสนามวอลเล่ย์ก็ถูกพี่ลมเก็บกวาดไปแล้ว ใครจะกล้าไปพูดต่อ แล้วยิ่งถ้าตัดสิทธิ์วิศวะไปนี่ประธานจะต้องถูกพี่ลมดักฆ่าแน่ๆ”

                มันส่ายหน้าอย่างหวาดๆ กับความเลวร้ายของพี่ลม ผมที่ค่อนข้างอยู่ใกล้ชิดกับพี่ลมมาสักพักก็ไม่รู้สึกถึงความโหดร้ายตามที่เขาใส่สีตีไข่นอกคณะนัก

                “เออ วันนี้เขาให้ลงรายละเอียดการแสดง” ผมนึกได้ว่าตัวเองยังไม่ได้เตรียมตัวหรือซ้อมการแสดงเลย หันหน้าไปหาเพื่อน “มึงจะโชว์อะไร”

                จินกระตุกยิ้ม “เรื่องอะไรจะบอก”

                รู้สึกหมั่นไส้หน้ามันขึ้นมาก่อนจะหันไปผลักประตูให้เปิดออกแล้วเดินเข้าไป ข้างในห้องก็มีแต่ดาวเดือนหน้าตาเดิมๆ คนที่สนิทหน่อยก็เดินมาถามไถ่อาการผมอย่างห่วงใย

                แต่คุยได้ไม่นานนักก็ต้องไปคุยส่วนตัวกับประธานสโมสรนักศึกษา... โดนด่าไปหนึ่งชั่วโมงเต็มๆ พอด่าเสร็จค่อยมาถามหาเหตุและผลของเรื่องที่เกิดขึ้น...

                เอิ่ม ด่าก่อนค่อยสอบสวนเรื่องราวเนี่ยนะ บ้านไหนเขาสอนให้ทำแบบนี้!

                “นับสอง ตัวแทนเดือนมันต้องมีพฤติกรรมดีเป็นตัวอย่าง แล้วนี่ทำอะไร ไปมีเรื่องชกต่อย!” ประธานหนุ่มร่างสูงขมวดคิ้วใส่ผมอย่างหงุดหงิด

                ลอบสังเกตใบหน้า... อืม หน้าเหมือนฮิบาริในรีบอร์นเลย ไม่รู้จักกันสินะ เอาเป็นว่า...หล่อแล้วกัน

                “เขาหาเรื่องผมก่อน” ว่าหน้าตายสนิทตาไม่กะพริบไม่หลบตา

                “แล้วจำเป็นต้องใช้กำลังมั้ย” มันต่อยมาแล้วจะให้ผมยังมือไหว้แล้วพูดว่า ขอบคุณที่ต่อยผมนะครับ แบบนี้เหรอ ประสาท! “แต่ก่อนอื่นเล่าเรื่องมาฟังก่อน ถามใครก็บอกพูดไม่ได้ไอ้ลมสั่งให้เงียบ”

                สีหน้าของประธานเขาก็ดูจะหงุดหงิดพอสมควร “รีบๆ เล่ามา เดี๋ยวพี่มีเรียนต่อ”

                ได้ยินแบบนั้นแล้วผมก็สวมวิญญาณนางเอกละครหลังข่าวผู้น่าสงสารถูกรังแกทันที “ฮึก คือแบบเรื่องนี้นับก็ไม่อยากพูดนะ แต่ว่าคลาวด์มันหาเรื่องก่อน กระซิก”

                สงสารใช่มั้ย สงสารก็เข้าข้างผม

                ปล่อยผมไปสักที!

                “นับ”

                “เรื่องที่ผมจะเล่ามันคือเรื่องจริงล้วนๆ ไม่เคยใส่สีตีไข่” ไม่เคยใส่แต่เทโครมลงไปเลยต่างหาก

                พี่แกก้มหน้าต่ำลงสงสัยจะทนเห็นการแสดงที่ร้าวรานบีบใจของผมไม่ไหว สงสารเห็นใจได้แต่อย่ามาตกหลุมรักผมนะ เพราะตอนนี้คนต่อคิวรอรับความรักจากผมมันยาวไปถึงเชียงรายแล้ว

ผมยังคงทำตัวสั่นๆ เรียกคะแนนสงสารต่อ “ฮึก แม้ว่าคนอื่นจะเห็นว่านับตัวพอๆ กับคลาวด์แต่จริงๆ แล้วนับแรงน้อยมาก แถมยังร่างกายอ่อนแออีกนะ นับบอบบาง...”

ยังไม่ทันเล่นตามสคริปต์ในหัวจบอิพี่ตรงหน้าก็ยกมือขึ้นหยุด...

“ถ้ามึงบอบบาง โลกนี้ก็ไม่มีใครอ่อนแอแล้ว!

ทำไมต้องใส่ร้าย!

นับสองออกจะน่าทะนุถนอม!

พี่เก้าคอนเฟิร์มมาแล้ว!

“กูให้มึงเล่าเรื่องไม่ใช่มาเล่นละคร!” ด่าไม่พอยังตบหัวลงมาอีก “แล้วก็ละครมึงเนี่ย อย่าไปเล่นให้ใครดูนะ”

“ทำไม? มันดีมาก!” แหมๆ ไม่ต้องชมหรอก พอดีออสก้าร์ที่บ้านมีถึงสอง

“ทุเรศลูกตา” ยกมือกุมขมับแล้วบ่นเบาๆ “เย็นนี้กูจะไปซื้อน้ำยามาล้างตา ฝันร้ายแน่ๆ!

ผมต่อยพี่ประธานคนนี้จะผิดมั้ย...

อ้อ ลืมบอก พี่แกชื่อว่า ประธาน สนิทหน่อยก็ธาน

“โอเคๆ ผมเล่าแล้วก็ได้” หมดอารมณ์เล่นสุดๆ จิ๊จ๊ะ งั้นรีบๆ เล่าแล้วรีบกลับไปนอนดีกว่า

เริ่มกระบวนการสร้างเรื่องทันที

“คือไอ้คลาวด์มันนินทาเพื่อนรักสุดใจขาดดิ้นของผม” หลบตาก้มหน้าลงเล็กน้อยเอ่ยด้วยเสียงมั่นคง “เพื่อนผมชื่อชายา มันเป็นคนน่ารักมากเลยนะแล้วก็น่าสงสารมากๆ แค่มันเป็นเด็กพิเศษก็แย่พอแล้ว ไอ้คลาวด์ยังไปด่าชายาอีก”

“จริงเหรอ” พี่เขาทำตาโต “น้องชายาที่ชอบคุยกับแมวหน้าตึกวิศวะน่ะเหรอ”

มุมปากผมกระตุกทันที... แมวหน้าคณะวิศวะที่มีคนตั้งชื่อไว้ว่าฟีโรน่า อไมด้า...

                ตอนนี้กูรู้แล้วว่าใครมันตั้งชื่อ... ก็ชายาไง!

                เห็นสีหน้าเข้าอกเข้าใจของประธาน ผมก็รีบใส่ไฟต่อ “แล้วผมผู้รักและเอ็นดูชายามีเหรอจะทนได้! เข้าไปด่า เอ๊ย ห้ามพวกไอ้คลาวด์” มองข้ามเรื่องที่ผมปาลุกวอลเล่ย์บอลใส่พวกมันไปซะ “ไปเตือนดีๆ นะพี่! แต่มันกลับด่าผมอีก!

                บีบตาน้ำแต่น้ำตาไม่ยอมเป็นใจ... รู้งี้ผมเอายาหม่องป้ายตาก่อนก็ดี

                “พี่รู้มั้ย มันด่าผมว่าอะไร!” ทำหน้าโกรธแค้น

                ประธาน “ไม่รู้”

                “...” ทำไมไม่รู้จักไหลไปตามบท! “มันด่าผมว่าวิปริตผิดเพศเป็นเกย์แล้วยังลามไปถึงพี่เก้าอีก มันด่าเหยียดเพศที่สาม”

                “อืม สมควรต่อยปากแตกจริงๆ” หลุดความคิดส่วนตัวออกมาก่อนจะรีบกระแอมไอ “แต่ว่ามันก็ประนีประนอมได้ไม่เห็นต้องมีเรื่องชกต่อย”

“ก็มันจะต่อยไวท์ เพื่อนผม ไวท์แค่เดินไปผลักอกมันเท่านั้นเองนะพี่”

กลับดำเป็นขาวคืออะไร

คือที่ผมกำลังทำอยู่นี่ไง

ทำสีหน้าน่าสงสารเหมือนไม่ได้รับความยุติธรรม “ผมคือคนรักเพื่อนมากนะพี่ ถึงได้เอาหน้าหล่อๆ แสนเพอร์เฟคไปรับหมัดแทน เพื่อนไวท์มันก็ตัวเล็กตัวน้อยตัวนิดโดนไอ้คลาวด์ต่อยคงได้สลบไปสามวันแน่”

ดึงแมสปิดปากลงให้พี่มันเห็นว่าคางผมช้ำม่วงขนาดไหนแต่มันก็จางไปเยอะแล้วนะ ยาที่พี่ลมให้มันได้ผลดีเลยครับ

เมื่อเห็นแผลแล้วก็ทำหน้าตกใจ “หนักอยู่นะ”

“มันต่อยผมหนักมากแต่ผมต่อยมันแค่สองสามหมัด” ตอแหลกว่าผมมันไม่มีอีกแล้ว “ก็อย่างที่พี่เห็นถ้าผมไม่เข้าไปมีเรื่องเอง ไวท์ก็คงมีสภาพแบบผมนี่แหละ”

พี่ประธานพยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะถอนหายใจเฮือก “จะถือว่าครั้งนี้เป็นความผิดครั้งแรกแล้วกัน ครั้งหน้าอย่ามีอีกเด็ดขาด ถ้าเรื่องถึงอธิบการบดีแล้วก็ไม่มีใครช่วยได้”

“ผมจะระวัง”

ผมจะระวังไม่ให้มีเรื่องในมอ

แต่นอกมอเมื่อไร ลูกพี่นับคนนี้ซัดกระจาย!

 “งั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว” โบกมือไล่

“งั้นผมกลับก่อนนะครับ” ยกมือขึ้นไหว้อย่างงามสง่าแล้วลกจากเก้าอี้หมุนตัวเตรียมเดินออกจากห้อง

“เดี๋ยว!

เสียงทุ้มเอ่ยรั้งไว้ก่อน... อุ๊ย เขาต้องสนใจผมอยู่แน่ๆ เลยแม่

“มีอะไรพี่”

“เอ่อ... ขอเบอร์หน่อย” แอบเห็นใบหูแดงๆ แต่หน้าหล่อๆ ยังคงตายสนิท

แหมๆ เห็นมั้ยครับทุกคน

นับสองคนนี้มีคนชอบเยอะจะตาย!

ยกยิ้มพิมพ์ใจให้แล้วก็แบมือขอมือถือ ประธานนักศึกษาก็รีบส่งให้อย่างตื่นเต้น ผมเตรียมกดเบอร์ตัวเองลงไปแต่พอกดไปได้สี่ห้าตัวก็มีเบอร์ที่เมมไว้อยู่แล้ว

“อ้าว พี่ก็มีเบอร์ผมอยู่แล้วนี่” ชูเบอร์ให้ดู เอ๊ะ หรือนี่คือวิธีเรียกความสนใจใหม่

รอยยิ้มสดใสของประธานหุบลงแล้วมองผมนิ่งๆ “กูไม่ได้ขอเบอร์มึง”

“อ้าว”

“กูขอเบอร์ไวท์!

...เพล้ง เพล้ง เพล้ง

เหมือนมีคนหน้าแตก

“แล้วใครเขาจะไปอยากได้เบอร์มึง ไอ้เด็กหลงตัวเอง!

ใช่สิ! ไม่ได้น่ารักตัวเล็กสเปกยอดนิยมของผู้ชายด้วยกันนี่!

ผมหุบยิ้มหน้าบึ้งแล้วยัดโทรศัพท์คืนไป เหอะ จะเอาเบอร์เพื่อนผมเหรอ ฝันไปเถอะ! รีบเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องโดยมีเรื่องโหวกเหวกของประธานดังไล่หลังมาติดๆ แต่ผมไม่สนใจ! หล่อโกรธ!

ตอนนี้รู้สึกโล่งใจสุดๆ ผมไม่ได้ถูกคัดชื่อออกพาให้หัวใจหนักอึ้งมาทั้งวันของผมผ่อนคลายความเครียดลงบ้างแล้ว

                ถามว่าทำไมผมถึงจริงจังกับการประกวดเดือนนัก

                ไม่มีอะไรมาก

                อวดความหล่อเซ็กซี่ไง

                มีดีให้อวดก็ต้องอวดให้โลกรู้ อยากดังอยากเด่น จบนะ

                ผมออกจากห้องเล็กมาอย่างหูอื้อตาลาย มองไปยังโต๊ะลงทะเบียนหยิบกระดาษกับปากกามาเขียนการแสดงในคืนเฟรชชี่ไนท์ของตัวเองลงไปอย่างรวดเร็ว

                “นับสองคือเครื่องดนตรี...” พี่ผู้หญิงมองอย่างตกใจ

                “เดี๋ยวผมเอามาเองครับ” ผมเลิกคิ้วนิดหน่อย

                เธอส่ายหน้า “ไม่ใช่ว่าไม่มี แต่นับสองเล่นเป็น?” แววตาสดใสดูเป็นประกายชื่นชม

                เพราะใส่แมสปิดอยู่เธอเลยมองไมเห็นสีหน้าของผมจึงได้แต่พยักหน้าตอบไป “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมกลับก่อนนะครับ”

                “กลับไปพักเถอะ” มองผมอย่างรู้ๆ กันแล้วโบกมือลา เนื่องจากว่าผมถูกเรียกไปตักเตือนก็กินเวลาไปชั่วโมงกว่า ออกมาก็พบว่าไม่มีเพื่อนอยู่รอแล้ว

                ตอนนี้มีก็เพิ่งบ่ายกว่าๆ ก็คงมีเรียนกันอยู่บ้าง ส่วนผมก็เรียนเช้าไปแล้ว บ่ายไม่มีเรียนตั้งใจจะกลับห้อง แต่เพราะหออยู่ไกลพอสมควรทำให้ผมต้องเดินขาลากไปหน้ามอแล้วค่อยโบกพี่วินอีกต่อหนึ่ง

                ระหว่างนั่งรถกลับหอ ผมก็ไลน์บอกพี่เก้าทิ้งไว้ว่ากลับไปนอนพักที่ห้อง ส่วนเขาตอนนี้น่าจะรอขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพ

                จะได้เจอพี่เก้าแล้ว... รู้สึกคิดถึงชะมัด

                เมื่อคืนเพิ่งเจอแท้ๆ

                มีความรักนี่มันน่ากลัวจริงๆ

                กลับมาถึงห้องก็โดดขึ้นเตียงนอนหลับพักไปอย่างรวดเร็วเพราะความเหนื่อยที่เกาะตามร่างกาย...

                ไม่รู้ว่าหลับไปนานแค่ไหน ตื่นมาอีกทีห้องก็เริ่มมืดแล้วแถมยังถูกปลุกด้วยเสียงเรียกเข้าอีก ขยับเอื่อยๆ คลำหาโทรศัพท์บนเตียงขึ้นมากดรับ

                “ฮะ ฮัลโหล หาว” เอ่ยไปพร้อมหาวตบท้าย

                ปลายสายกลั้วหัวเราะเบาๆ (พี่ทำให้ตื่นรึเปล่า)

                หลังจากได้ยินเสียงก็รู้ตัวคนปลายสายแทบจะทันทีโดยไม่ต้องดูชื่อ “พี่เก้า!” ตื่นเต็มตาเลยครับ ผุดตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วแต่เพราะร่างกายมันปวกเปียกบวกกับไม่ได้กินข้าวกลางวันก็เลยหน้ามืดนิดหน่อย

                (มาเปิดประตูให้หน่อยเร็ว)

                “พี่อยู่หน้าห้องเหรอ?” ผมถามไปเพื่อความมั่นใจ เกือบจะพุ่งไปหน้าประตูแล้วแต่ก็ต้องยั้งตัวไว้ก่อน แหม เดี๋ยวเขาหาว่าเรารอคอยเขาจนเนื้อตัวเต้น

                นับจะเล่นตัวบ้างอ่ะ

                ยังทันมั้ย

                (ไม่อยู่หน้าห้องนับสองแล้วจะอยู่หน้าห้องใคร) ทำเสียงอ้อน (พี่เก้ามีนับสองคนเดียวนะครับ)

                อ้อยเริ่มมาอีกแล้วครับท่าน

                คว่ำอยู่หน้าห้องผมนี่ไงครับ

                “ไม่เชื่อ” เบะปากอย่างหมั่นไส้ก่อนจะตัดสายทิ้งเดินเอื่อยๆ ไม่เร่งรีบไปเปิดประตู

                หลังจากเปิดประตูไปก็เห็นใบหน้าหล่อกระชากหัวใจที่ถูกแต่งหน้ามาอย่างจัดเต็มตามสไตล์ไอดอลเกาหลี ตาคมๆ ที่ทั้งกรีดอายไลเนอร์ทั้งสีเปลือกตาแบบสโมกกี้อาย คิ้ววาดอย่างเรียวสวยไร้ที่ติ ริมฝีปากเซ็กซี่ที่แดงระเรื่อทุกอย่างล้วนน่าตื่นตะลึง ยิ่งมีเส้นผมสีขาวสว่างเซตทรงมาอย่างเท่ระเบิดอีก...

                 หล่อจนมดลูกสั่นเลย อิแม่เอ๊ย

                ผมเข้าใจความรู้สึกของเพื่อนผู้หญิงแล้วครับว่าหล่อจนมดลูกสั่นมันคือแบบนี้เอง

แต่ผมไม่มีมดลูก

เอาถุงอัณฑะแทนได้มั้ย

ถุงสั่นไข่สั่นแล้วก็ปั่น...ซี๊ดดด

ยัง ยังไม่มีใครห้ามผมอีก! ห้ามผมหน่อย!

ไม่รู้ว่าเหม่อมองพร้อมประสานจินตนาการลึกล้ำไปถึงไหนต่อไหนแล้ว อ้อ สวรรค์ชั้นหกแล้วครับ อีกนิดก็จะชั้นเจ็ด

ย่ำยีในความจริงไม่ได้

เราก็จะย่ำยีในความคิด!

“มองแบบนี้กินพี่เข้าไปเลยมั้ย เด็กลามก” เอ่ยอย่างเหนื่อยใจปนระอาก่อนจะดีดหน้าผากผมเบาๆ เรียกสติ

“อ๊ะ” ผมร้องอย่างตกใจได้สติกลับมาก็รู้สึกเจ็บน้อยๆ ที่หน้าผาก “ใครเด็กลามก ผมยังไม่ได้คิดอะไรสักหน่อย”

“คิดอะไรก็ออกทางสีหน้าหมดแล้ว”

ผมว่าผมไม่เคยหื่นออกหน้านะ พี่เก้าโกหก! แต่ในเมื่อผมไม่ยอมรับซะอย่าง พี่มันจะทำอะไรได้ ไม่คิดที่จะเถียงพี่เก้าต่อเลือกจะขยับเปิดทางให้พี่เก้าเดินเข้ามาในห้อง

“เพิ่งลงเครื่องเหรอ” ผมถามแล้วก็หาน้ำให้พี่เก้า เห็นดูเห็นๆ เลยหยิบน้ำส้มออกมาขวดหนึ่งแล้วก็น้ำเย็นขวด

นายแบบคนดังนั่งอยู่ที่โซฟาเลือกรับน้ำส้มไปกินให้สดชื่นรสเปรี้ยวอมหวานจะทำให้รู้สึกตื่นตัวขึ้นมา หมายถึงร่างกายตื่นตัวนะ ไม่ใช่น้องเก้าแปดนิ้วตื่นตัว

แต่ถ้าน้องเก้าแปดนิ้วตื่นตัว

น้องนับก็พร้อมสู้นะเออ แค่กๆ วนเข้าหื่นได้ทุกรอบเลยกู

“กลับมาถึงเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนได้” หยิบน้ำเปล่ามาดื่มบ้าง “พี่ให้ไนน์มารับก่อนคอนโดก่อนเพราะพี่จะได้มีรถใช้ไง”

พยักหน้าอย่างเข้าใจก็คือกลับคอนโดไปเก็บของแล้วก็เอารถหลังจากนั้นก็มาหาผมต่อ รู้สึกดี มีความอธิบายด้วย น่ารักไปอีก

“พี่น่าจะพักก่อน พรุ่งนี้ค่อยเจอก็ได้” ดูจากวิ่งไปวิ่งมาหาผมจนแทบแยกร่างแล้วก็สงสาร

เขาดึงผมให้มานั่งตักแล้วโอบเอวไว้ “ก็พี่เก้าอยากเจอนับสอง ...อยากเจอก็ต้องมาหาสิ”

แจกอ้อยไม่ว่า พี่จะเอาอ้อยมาฟาดหน้าผมแบบนี้ไม่ได้!

                “ไม่หนักรึไง” ผมทำเมินการแจกอ้อยแล้วพูดถึงน้ำหนักตัวเอง ตอนนี้ผมนั่งตักพี่เก้าหันหน้าไปอีกด้านหนึ่ง มือโอบคล้องเอวผมไว้แล้วเอาคางมาวางเกยบนไหล่

                “นับสองตัวเบาจะตาย พี่เก้าไม่หนักหรอก” พี่เก้ายิ้มให้ตบหน้าขาผมเบาๆ เป็นเชิงว่าสบายๆ

                ผมชักสงสัยแล้วว่าตัวเองเอาน้ำมันพรายไปสาดพี่เก้าใช่มั้ย

                พี่มึงจะพี่จะรักจะหลงจนไม่มองความจริงขนาดนี้ไม่ได้!

                ผมหนักเจ็ดสิบกว่า บ้านพี่เรียกเบารึไง!

                “ปวดขาอย่ามาบ่น” ผมดักคอไว้ก่อนพยายามจะไม่ทิ้งน้ำหนักลงไปมาก “พี่เก้า ผมยังไม่ได้อาบน้ำ” เอียงคอหลบจมูกที่เริ่มซุกซน

                “งั้นก็รีบไปอาบน้ำเถอะ” ยอมหยุดแบบนี้แสดงว่ารังเกียจกันใช่มั้ย พอพี่มันเห็นสีหน้าผมก็รีบพูด “เดี๋ยวพี่เก้าจะพาไปกินข้าวที่ห้องพี่”

                ผมเลิกคิ้ว “กินแถวนี้ก็ได้” ก่อนจะแจงเหตุผล “คอนโดพี่ไกล เทียวไปเทียวมาเหนื่อยตาย” ถ้าไปห้องพี่มันเดี๋ยวก็ต้องมาส่งผมอีก

                “ก็ไปนอนห้องพี่” ว่าหน้าตาแล้วลูบขาอ่อนของผมไปมา “พี่เก้าอยากนอนกอดนับสอง”

                นอนกอดเฉยๆ

                หรือนอนกอดรัดฟัดเหวี่ยงบนเตียง

                ถ้าอย่างหลังจะรีบไป!

                โอ๊ย! ไม่เอาแขวนเสื้อสิแม่!

                “แค่นอนกอดเฉยๆ” เขาคิดว่าผมคงกังวลเรื่องนี้ กังวลห่าอะไรล่ะ กูอยากให้มึงแดกกูทั้งตัวแล้ว! จะแก้ผ้าถวายตัวแล้วด้วย “ไปนะ”

                “แต่ว่า...” แม่สอนว่าให้รู้จักเล่นตัว!

                “ไม่งั้นพี่เก้าต้องวนไปวนมานะ มันไกล” มันไกลก็หาข้าวแดกใกล้ๆ สิ! “วันนี้พี่เก้าเหนื่อยมาก นับสองอย่าดื้อสิ”

                ...มีรถอ้อยร้อยคันคว่ำอยู่หน้าผม ใกล้แล้ว ใกล้จะทับตัวผมแล้ว

                “ผมไม่ได้ดื้อ พี่ต่างหากที่ดื้อจะมาหาผม” อันที่จริง ผมก็บอกเขาให้พักแต่ก็ไม่ฟัง มาถึงห้องผมนี่ไง

                “พี่เก้าดื้อ”

                “...”

                “เป็นคนดื้อที่คิดถึงนับสอง มันผิดมากเหรอครับ”


                มึงผิด!

                ผิดที่ไม่ให้กูเตรียมใจ

                อ้อยทับตัวหายใจไม่ออกแล้วววว

     


---------

 

                ริมฝีปากเผยอยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้แต่จะยิ้มกว้างมากไม่ได้เพราะมุมปากผมมันแตกอยู่ แล้วก็เพราะไม่ได้หันหน้ามองกันทำให้พี่เก้าไม่เห็นว่าผมกำลังทำหน้าเขินขนาดไหน

                เราเป็นเสือ! เราจะเขินง่ายๆ ได้ไง!

                เสียศักดิ์ศรี!

                เห็นว่านั่งบนตักพี่มันมาพอสมควรแล้วถ้านั่งมากกว่านี้คงได้หักแน่ก็ไถตัวไปนั่งข้างๆ แทน แล้วเอียงคอมองสบตาพี่เก้ายิ้มลึกลับ

                “ผิดสิ” ผมตอบไป

                พี่เก้าชะงักค้างรอยยิ้มแล้วขมวดคิ้วทันที “พี่ผิดจริงๆ เหรอ” หุบยิ้มแล้วถามผมอย่างกังวล ท่าทางหางลู่หูตกทำให้ผมต้องกลั้นยิ้ม ทำไมพี่เก้าต้องน่ารักขนาดนี้!

                “ผิดที่ปล่อยให้ผมคิดถึงขนาดนี้ไง” ขยิบตาใส่ปิ๊งหนึ่ง ฮึ! คิดว่าผมจะยอมแพ้เรื่องแจกอ้อยเหรอ ไม่มีวัน!

                ได้ฟังแล้วก็หัวเราะร่าชอบใจ ยกมือขึ้นมาบีบจมูกผม “งั้นงานที่เกาหลี อยากไปกับพี่มั้ย”

                ผมตาโต “เกาหลี? พี่มีงานที่เกาหลีเหรอ!

                ไปเกาหลีเหรอ ไปสิ!

                แฟนผมอยู่ที่นั่นเยอะแยะเต็มไปหมด

                ใครบ้างเหรอ ไม่อยากจะเอ่ยเดี๋ยวเป็นข่าว

                พี่เก้าพยักหน้าแล้วถอนหายใจเล็กน้อย “ประธานเขาจะยกระดับให้พี่เป็นนายแบบระดับนานาชาติ” ฟังแล้วมันก็ดูดีนะ จากนายแบบระดับประเทศก้าวสู่เวทีนานาติ

                แต่ถ้าเป็นคนอื่นผมยังพอคิดว่าป๋ามันจะปั้นดาวขึ้นมาแต่สำหรับพี่เก้า ผมคิดว่าป๋าน่าจะเล่นสนุกยัดงานให้มากกว่า

ว่าให้กำลังใจไม่อยากให้พี่มันคิดโกรธป๋า “ป๋าเขาก็ปั้นดาราดังๆ ออกมาเยอะแยะ ฮอลลีวูดก็มี ถ้าเขาจะปั้นพี่ยังไงก็ดัง”

                ป๋าเป็นคนมีความสามารถไม่เก๋าจริง อายุแค่นี้คงตั้งบริษัทบันเทิงไม่ได้หรอก

                “เอาเถอะ แต่ถ้าเขาป้อนงานพี่เยอะไป ผมจะทุบให้ตายเลย!” ซัดหมัดเข้าฝ่ามือแล้วก็ลุกขึ้น “เดี๋ยวผมไปอาบน้ำก่อนแล้วกัน” ยิ่งช้าก็ยิ่งดึกเดี๋ยวพี่เก้าจะไม่ได้พักผ่อน

                แหม่! ผมนี่มันคนรักที่ดีจริงๆ เลย

                คิดเผื่อให้ตลอด

                ประเสริฐยิ่งกว่าผมไม่มีอีกแล้ว

                “ให้ช่วยอาบมั้ย” ยิ้มกรุ้มกริ่มแล้วมองร่างกายของผมเป็นสื่อนัยๆ

                “ไม่!” คิดจะดูเราเปลือยได้ง่ายๆ เหรอ ไม่มีทาง! ของดีให้ดูบ่อยๆ ก็ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นสิ!

                เห็นพี่เก้าทำหน้าเสียดายอย่างสุดซึ้งแล้วใจมันก็กระตุกอยากจะซํดหน้าหล่อๆ สักที บทพี่มันจะคิดหื่นคิดลามกทำไมมันถึงดูดี

                แต่ทำไมเวลาผมหื่นทำไมถึงดูเหมือนโจรโรคจิต

                สวรรค์ลำเอียง!

                ชักสีหน้าหงุดหงิดใส่ไปทีหนึ่งก่อนจะเดินเข้าห้องไปอาบน้ำให้สดชื่นใช้เวลาเกือบยี่สิบนาทีได้ และเมื่อออกมาก็เห็นพี่เก้ากำลังนั่งเล่นโทรศัพท์อีกเช่นเคย

                ผมชะโงกไปดูก็เห็นว่ากำลังตอบแชทไลน์ของพี่ควินซ์อยู่ “พี่ควินซ์มีอะไรเหรอ” อย่าหาว่าผมไร้มารยาทที่แอบดู แต่คนมันอยากเสือกอ่ะ!

                หรือพี่ควินซ์จะจีบพี่เก้า ไม่ได้นะ! คนนี้ของผม!

                ใกล้จะจินตนาการไปไกลแล้วแต่พี่เก้าก็พูดขึ้นก่อน “เรื่องงานน่ะ เขาส่งงานแคสนักแสดงซีรี่ส์มาให้”

                “พี่จะเดินสายนักแสดงด้วย?” แค่นายแบบมึงก็มีสาวมีหนุ่มตามกรี๊ดเป็นพรวนแล้ว เป็นนักแสดงอีกไม่มีศัตรูเป็นล้านเลยเหรอ!

                “พี่ควินซ์บอกว่าหน้าพี่เหมาะเป็นพระเอก” ยิ้มกว้าง “คนมันหล่อก็แบบนี้แหละนับสอง”

                “หมั่นไส้!” ก่อนจะหน้างอ “ไม่อยากให้เล่น”

                บอกความรู้สึกไปตามตรง

                พี่เก้ากดตอบพี่ควินซ์ไปก่อน “ทำไมถึงไม่อยากให้เล่น”

                “หวง”

                สั้นๆ ง่ายๆ ได้ใจความ ผมพูดออกไปหน้าตายสนิทแต่ในใจก็เต้นไม่เป็นสับแล้วครับ เมื่อก่อนผมมักไม่ค่อยพูดเรื่องความรู้สึกหึงๆหวงๆ นัก

                คนฟังก็อึ้งไปเลยก่อนจะก้มหน้าต่ำซึ่งเป็นอะไรที่ทำให้ผมร้อนรนขึ้นมา...

                หรือการเลือกที่จะล้ำเส้นของผมจะทำให้พี่เก้าไม่พอใจ?

                ไม่พอใจก็จะเลิกยุ่งกับผม?

                เหี้ย! กูไม่น่าตัดสินใจเร็วเลย!

                หัวสมองกำลังยุ่งเหยิงได้ที่แต่เพราะมันพูดไปแล้วเอากลับคืนไม่ได้เลยคิดจะอ้าปากขอโทษ “เอ่อ คือ”

                ไม่ทันได้ขอโทษ พี่เก้าก็เงยหน้าขึ้นยิ้มตาปิด “พี่เขินไปหน่อย” แม้ใบหน้าเขาจะยังปกติแต่ใบหูของพี่เก้าแดงมาก มันก็ทำให้ใจปั่นป่วนของผมวางลง

                “พี่หวงผมได้แล้วทำไมผมจะหวงพี่บ้างไม่ได้”

                “หวงมากแค่ไหน” เลิกคิ้วเชิงถาม

                “มากกว่าที่พี่หวงผม”

                “แล้วรู้มั้ยว่าพี่หวงนับสองขนาดไหน”

                “ไม่รู้” ส่ายหน้าแล้วก็พลิกมองเวลาในโทรศัพท์ “ไปกัน หิวข้าว”

ท้องผมมันร้องเรียกหาอาหารแล้ว

                ขืนหิวมากๆ จับพี่เก้ายัดลงท้องไปจะทำยังไง

                คนตัวสูงพอกันยอมลุกขึ้นแล้วหันไปหยิบกระเป๋าเป้ที่จำได้ว่าเป็นของผมขึ้นมา แล้วก็เดินนำผมออกจากห้อง ผมมองกระเป๋าใบนั้นอย่างงงๆ แต่ก็ก้าวเท้าเดินตามไป

                “ผมจำได้ว่านั่นมันกระเป๋าผม” พูดในขณะที่กำลังล็อกห้องให้ดี

                “กระเป๋านับสองนั่นแหละ” โจรที่ไหนมันยอมรับง่ายขนาดนี้วะ

                ปล้นทำไมกระเป๋า

                ปล้นสวาทนับสองดีกว่านะ อ๊า

                ส่ายหน้าให้กับความคิดกามๆ “แล้วเอากระเป๋าผมมาทำไม” แถมในนั้นก็ดูจะตุงๆ เหมือนใส่ของไว้อีก เหมือนว่าตอนพี่เก้ามาเขาจะไม่มีสัมภาระอะไรนะ

                “ก็ใส่เสื้อผ้านับสอง” กะพริบตามองผมอย่างซื่อๆ “นี่พี่ว่าจะเก็บครีมกับของใช้ส่วนตัวของนับสองมาด้วยแต่ว่ามันเยอะไป พี่เลยคิดว่าจะเอากระเป๋าใบใหญ่มาเก็บอีกที”

                “เดี๋ยวๆ พี่กำลังทำอะไรเนี่ย!

                “พี่ไปคิดมาแล้วนะ” ทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้ “พี่ทำงานเยอะเวลาก็ไม่ค่อยมีแล้วเราก็ยังอยู่แยกกันอีก”

                “แล้วมันยังไง” สมองผมมึนตึ้บ

                “พี่เลยคิดว่า” เปิดประตูรถให้ผมอย่างสุภาพบุรุษ

                “คิดว่า?”

                “ถ้านับสองย้ายมาอยู่กับพี่ก็จะทำให้เรามีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น” ยกยิ้มหล่อร้ายกาจแถมยังส่งสายตาวิบวับมามองผมอีก “แล้วก็ยังทำอะไรๆได้สะดวกอีกด้วย”

                ...อะไรๆ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอะไร พี่มันคิดว่าผมจะยอมไปเหรอ เจตนาบ่งบอกสื่อขนาดนี้ขืนไปก็โดนกินสิ

                แต่เผอิญผมอยากโดนกิน

                “รอทำไมพรุ่งนี้ ไปเก็บให้หมดเดี๋ยวนี้เลย!!

                คว้าข้อมือพี่เก้าให้หยุดพร้อมทั้งดึงให้กลับไปที่ห้องเพื่อเก็บกระเป๋าเก็บของสารพัดในห้อง สีหน้าของผมเรียกได้ว่ากำลังตื่นเต้นดีใจจะต้องยิ้มหน้าบาน

                ไปอยู่ห้องแบบนี้

                สถานะมันก็ไม่ใช่คนคุยแล้ว

                คนคุยบ้าอะไรให้ไปอยู่กินฉันท์ผัวเมียแบบนี้บ้าง

แล้วจะไม่ให้ผมยินดีปรีดารีบเอาตัวไปยัดใส่ห้องพี่เก้าเหรอ เล่นตัวอย่าคิดว่าผมจะทำ ขืนเล่นไปแล้วพี่มันกลับคำไม่ให้ผมอยู่ห้องด้วยก็แย่สิ

                “ใจเย็นๆ” คนแก่กว่าแค่หนึ่งปีหัวเราะเบาๆ แล้วส่ายหน้า “ของมันเยอะ ขนวันนี้ไม่หมด”

                ผมนิ่งคิดเล็กน้อยก็จะพยักหน้า “ก็จริง” แล้วมองหน้าพี่เก้า “จะให้ผมไปอยู่ห้องด้วยจริงๆ ใช่มั้ย”

                “ไม่อยากไป?”

                “อยาก!” ปากกูก็ไวตามใจไม่รอให้สมองกลั่นกรองคำพูดให้เลย อยากจะเอาปี๊บคลุมหัวจริงๆ “แต่ก็เกรงใจ...”

                “ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องเกรงใจกันหรอก”

                พี่เก้าเอื้อมมือมาจับข้อมือผมแล้วจูงเดินต่อลงไปชั้นล่าง

                “ระหว่างเรา...”

“...”

“แค่ใจตรงกันก็พอแล้ว”

คนมันรวยไง จะแจกอ้อยจะเทอ้อยแค่ไหนก็ได้

ผมไม่ได้ตอบอะไรเพียงกระชับมือที่กำลังกุมไว้ให้แน่นขึ้น พี่เก้ามองมือของพวกเราแล้วก็เผยสีหน้าอบอุ่นออกมาเมื่อขึ้นรถมาแล้วพี่เก้าก็รีบบึ่งรถกลับคอนโด

“พี่ซื้อน้ำพริกแคปหมูมาเยอะเลย” ว่าในขณะที่กำลังติดไฟแดง “พี่ไม่รู้ว่านับสองจะชอบน้ำพริกอะไร”

“ผมกินได้หมด” นับสองเลี้ยงง่ายมั่กๆ เพราะงั้นพี่เก้าสบายใจได้ “แต่ถ้าชอบมากๆ คงน้ำพริกเผา” ผมติดกินหวานไงครับ แล้วน้ำพริกเผามันก็กินกับขนมได้ ทั้งเครปทั้งขนมปัง

“ดีนะที่พี่ซื้อมาด้วย” ยกยิ้มดีใจ “พี่ซื้ออาหารเหนือมาเยอะแยะเลย หวังว่าจะมีของโปรดเรานะ”

อ้อ แบบนี้ถึงได้อยากให้ไปกินข้าวที่ห้องสินะ   

                “มีอยู่แล้ว” ผมไม่ใช่คนกินยากอะไร แค่อะไรอร่อยก็กินหมดแล้ว “แล้วก็นะพี่เก้า เรื่องเมื่อวันก่อนน่ะ ผมไม่ได้หมายความแบบนั้นจริงๆ นะ”

                พี่เก้าขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อผมเอ่ยถึงเรื่องเก่า “พี่ไม่ได้คิดมากแล้ว”

                ด่ากราดเต็มทวิตเตอร์คือมึงไม่ได้คิดมากเลย!

                “ถ้าพี่เก้าหายไปจริงๆ” เขาถามผมด้วยน้ำเสียงไร้คลื่นอารมณ์ “นับสองจะตามหามั้ย”

                “ไม่ตาม” ผมตอบไปตามที่คิด บรรยากาศในรถพลันอึมครึมขึ้นทันตา ผมนั่งยืดหลังตรงขึ้นเล็กน้อยแล้วมองหน้าพี่เก้าที่เริ่มจะดูไม่ดี “พี่รู้มั้ยทำไมผมถึงไม่ตาม”

                “ไม่รู้”

                “ถ้าพี่หายไปก็แปลว่าพี่ไม่ได้ต้องการผมแล้ว” ผมตอบยิ้มๆ “คิดจะเอาคำหวานๆ แบบสุดขอบฟ้าหิมาลัยจะตามหาให้เจอ... ผมไม่มีให้หรอก” ผมรู้ว่าเวลาไหนควรเล่นอันไหนควรจริงจัง

                น้ำเสียงหนักแน่นกล่าว “พี่เก้าไม่มีทางหายไปหรอกครับ จะอยู่ตามติดนับสองแบบนี้อย่ารำคาญพี่แล้วกัน”

                “ฮึ จำคำพูดตัวเองไว้เถอะ” เบ้ปากใส่คนที่มีความมั่นใจล้นพ้น “แต่สรุปพี่หายโกรธผมแล้วใช่มั้ย”

                “ถ้าบอกไม่โกรธก็คงโกหก” พี่เก้ายอมรับอย่างตรงไปตรงมา “แต่พี่ก็รู้สึกนิสัยนับสองเลยหายโกรธแล้ว”

                “นิสัยผมเป็นไง” อุ๊ย อยากฟังจังเลย อยากรู้ว่าพี่เขามองผมเป็นยังไง

                “เก่งแต่ปาก”

                เหมือนเอาอะไรสักอย่างมาฟาดหัว ไม่มีปราณีถนอมใจบางๆแสนอ่อนแอของผมเลย ถลึงตาใส่พี่เก้ากลับไป “แล้วใครมันแตกคาปากผมมิทราบ!

                คนขับรถหันมามองเล็กน้อย “...อืม ใช้ลิ้นก็เก่งครับ” ทำตาโตๆ แล้วพยักหน้าหงึกๆ จ้องปากผมแล้วมุมปากก็ยิ่งยกสูงขึ้น

                ผมที่เพิ่งรู้สึกตัวว่าพูดเรื่องน่าอายออกมาได้หน้าตาเฉยก็อยากจะตบปากตัวเอง มันใช่เรื่องต้องอวดต้องประกาศมั้ย! ยิ่งเห็นรอยยิ้มเจิดจ้าเจ้าเล่ห์เจ้ากลแล้วอยากจะมุดช่องแอร์หนี ฮือ

                หลังจากนั้นพี่เก้าชวนคุยอะไรผมก็ถามคำตอบคำกลับไป ยังไม่สร่างอายกับคำพูดใจกล้าบ้าบิ่น เรื่องบ้างอันมึงก็เก็บไว้ในใจก็พอไอ้นับ แค่นี้ก็ถูกมองว่าหื่นกามจนไม่รู้จะกามยังไงแล้ว

                เมื่อมาถึงคอนโดสุดหรูตอนที่กำลังจะขึ้นลิฟต์ก็พอดีกับพี่อ๋องที่เดินออกมา เขามองผมแล้วก็ยิ้มละมุนให้...

                พี่อ๋องจะชอบผมออกนอกหน้าแบบนี้ไม่ได้

                ผมไม่อยากให้พี่น้องต้องตีกันนะ!

                แล้วผมก็ชอบพี่เก้ามากๆ!

                คนอื่นหมดสิทธิ์ตำแหน่งแฟนผมไปนานแล้ว

                แต่ถ้าตำแหน่งกิ๊ก...ยังว่างอีกเยอะนะครับ (ยิ้มเชิญชวน)

                “พี่จะออกไปไหน” เป็นน้องชายเขาถามขึ้นอย่างสงสัย “หรือมีเคสผ่าตัดด่วน”

                นี่พี่อ๋องเป็นหมอเหรอ

                อุ๊ย อยากโดนหมอฟันยังเลย

                เฮ้ยๆ แม่อย่าตี! ไม่เอาไม้กวาดเซ่!

                “เปล่า” ส่ายหน้าแล้วถอนหายใจอย่างหนักอกหนักใจ “จะไปรับชายา”

                ผมหันขวับรีบถาม “ชายาเป็นอะไร!

                “ไม่มีอะไรหรอก แค่หลงทางเฉยๆ” ยิ้มอย่างเครียดๆ “ดีหน่อยที่ยังรู้จักว่าตัวเองหลงทางแล้วก็โทรหาไนน์”

                ผมยกมือขึ้นกุมหน้าผากอย่างหมดคำจะพูด “แล้วชายาอยู่ไหนเหรอพี่”

                “ห้างโรบินสัน” ตอบแล้วก็ยิ้มหนักใจ “พี่บอกให้ชายานั่งรอที่ร้านสเวนเซ่น ต้องรีบไปเดี๋ยวเดินตามคนแปลกหน้าจะแย่”

                “งั้นรีบไปเถอะครับ” ผมไม่รั้งตัวพี่เขาไว้แล้วรีบปล่อยให้พี่อ๋องเดินออกไป ผมหันไปมองพี่เก้าเล็กน้อยแล้วก็ถาม “พี่ว่าชายาไปทำอะไรที่ห้าง”

                พี่เก้าย่นคิ้วใช้ความคิด “อาจจะไปซื้อขนมก็ได้”

                มีความเป็นไปได้แต่ว่านะ... ห้างแค่นี้มึงยังจะหลงทางอีกเหรอ! โอ๊ย กูกลุ้มใจแทนพ่อแม่เหลือเกินแล้วพ่อแม่มึงปล่อยออกมาได้ยังไง!

                คิดเรื่องมันแล้วปวดใจ ส่ายหน้าเดินเข้าลิฟต์ตามพี่เก้าไป... “พี่อ๋องนี่ดูจะเลี้ยงเด็กเก่ง”

                “เขาเคยเลี้ยงพวกพี่ตอนที่พ่อไม่อยู่น่ะ” เวลาพูดถึงพี่อ๋องก็มักมีแววตาอบอุ่นปนเคารพรักเต็มเปี่ยม

                ผมถามไปอย่างข้องใจ “แล้วแม่พี่ไปไหน” พ่อไม่อยู่ก็ต้องมีแม่อยู่สิ               

                ลมหายใจเหมือนจะสะดุดไปจังหวะหนึง “พี่ซื้อแหนมเนืองกลับมาด้วย นับสองเคยกินรึยัง”

                “ยัง” ผมส่ายหน้าแล้วก็ไม่ได้เร่งรัดถามต่อ บางเรื่องถ้าไม่อยากพูดก็อย่าไปเซ้าซี้จะดีกว่า เหมือนพี่เก้าจะเหม่อใจลอยไปแล้วด้วย ตอนประตูลิฟต์เปิดก็ยังนิ่งอยู่ต้องยื่นมือไปสะกิดไหล่

                มาห้องพี่เก้าทีไรก็ไม่ชินกับไอ้สแกนม่านตาปลดล็อกประตูจริงๆ นะ

                “เดี๋ยวพี่เอากระเป๋าไปเก็บที่ห้องก่อน” ชูกระเป๋าเป้ของผม

                ผมพยักหน้ารับแล้วมองไปรอบๆ ห้อง รู้สึกว่ามันเงียบพิกล ยืนเคว้งคว้างอยู่ไม่ถึงสองนาทีพี่เก้าก็เดินลงมาจึงหันไปถาม “คนอื่นยังไม่กลับเหรอ”

                เกือบหนึ่งทุ่มได้แล้วแต่เหมือนว่าพี่คิวกับพี่ไนน์จะยังไม่กลับมาเลย

                “คิวออกไปงานวันเกิดเพื่อน”

                “พี่คิวมีเพื่อนด้วยเหรอ” ยั้งปากไม่ทันซะแล้ว “พอดีปากตรงกับใจไปนิด” ยังไงพี่เขาก็พี่น้องกันไปด่าพี่คิวมากเดี๋ยวพี่เก้าไม่พอใจ

                พี่เก้าฟังแล้วก็ยิ้มจูงมือผมให้เดินไปห้องครัวก็เห็นว่าบนโต๊ะทานข้าวมีอาหารมื้อเย็นพื้นบ้านของภาคเหนือวางไว้อยู่แล้ว “ส่วนไนน์เหมือนจะไปค้างบ้านเพื่อนทำงาน”

                สรุปตอนนี้...ทั้งห้องมีแค่เราสองคน

                มีแค่สองคน... ทางสะดวก!

                หันไปมองพี่เก้าอย่างระมัดระวังก็เห็นสีหน้าปกติของพี่เก้าเลยไม่ได้ติดใจอะไร พี่มันคงไม่ได้วางแผนไว้ก่อนใช่มั้ย กำลังคิดไปสารพัดก็ถูกพี่เก้าเรียกให้กินข้าว

                ด้วยความหิวทำให้ผมละทิ้งความสงสัยไปได้อย่างรวดเร็ว หยิบข้าวเหนียวแคปหมูจิ้มน้ำพริกกินอย่างอร่อยแล้วก็มีแกงอ่อม แกงสะแล รวมถึงแหนมเนืองอาหารเวียดนามด้วย

                ระหว่างกินข้าวแม้จะไม่ได้พูดกันแต่พี่เก้าก็ตักนั้นป้อนนี่ให้อย่างเอาอกเอาใจ มันทำให้ผมรู้สึกดีสุดๆ

                “พี่ไปอาบน้ำก่อนดีมั้ย จะได้สบายตัว” ผมพูดขึ้นในระหว่างที่เก็บโต๊ะ

                พี่เก้าเอาจานมาวางในซิงค์ล้างแล้วมองจำนวนจาน “จานมันเยอะ”

                ไม่ถึงสิบใบมึงเรียกเยอะเหรอพี่

                “ไม่ต้องล้างก็ได้ เดี๋ยวน้ำยาล้างจานกัดมือ”

                กูไม่ได้บอบบางขนาดนั้นเว้ย!

                เหลือกตาใส่ไปทีหนึ่ง “แค่นี้ผมล้างได้ พี่ไปอาบน้ำ” แล้วหยิบน้ำยาล้างจานมาบีบใส่ฟองน้ำก่อนจะเริ่มล้างจาน

                “แต่”

                “ไม่งั้นผมกลับห้อง” เอ่ยขู่

                “ค่อยๆ ล้างนะ ระวังจานแตก พี่เก้าไปอาบน้ำก่อน” แล้วก็รีบเดินออกไปทันทีประหนึ่งว่าถ้าอยู่ต่อจะทำให้ผมตัดสินใจกลับห้อง

                นานๆ ทีพี่เก้าจะหลุดท่าทีแบบเด็กๆ ก็ทำให้ผมชื่นชอบไม่น้อย ผมใช้เวลากับการล้างจานไปไม่น้อยเพราะกลิ่นมันติดจานเลยต้องล้างขัดนานสักหน่อย

                เมื่อเรียบร้อยก็เดินขึ้นไปห้องของพี่เก้าซึ่งเจ้าของห้องก็สวมเพียงกางเกงขายาวตัวเดียวกำลังเปิดตู้หยิบแก้วไวน์ออกมาสองใบ

                “ดื่มมั้ย” ชูแก้วไวน์ส่ายไปมา

                อดไม่ได้ที่จะระแวงขึ้นมา... เขาจะมอมเหล้าผมใช่มั้ยแม่

                “ดื่มหน่อยจะได้หลับสบาย” เอ่ยเชิญชวนอย่างเป็นธรรมชาติที่ทำเอาผมไม่อยากปฏิเสธ

                ปฏิเสธให้โง่เหรอ

                ไวน์แพงมาก

                ของดีของฟรีอยู่ตรงหน้าไม่กินจะเสียชาติเกิด!

                “ของดี” ผมยกแก้วขึ้นมาดูสีของไวน์แล้วก็ดมกลิ่น ร่างกายค่อยๆ ผ่อนคลายแล้วทิ้งตัวทอดตัวนั่งบนโซฟาตัวใหญ่ ส่วนพี่เก้าก็รินใส่แก้วตัวเองก่อนจะเดินไปเปิดทีวีเพื่อไม่ให้ห้องเงียบเกินไป

                “ชอบมั้ย” ถามพลางยกแก้วไวน์ขึ้นจิบด้วยท่าทางเย้ายวนชวนให้น้ำลายสอจริงๆ

                แล้วไอ้การเดินไปเดินมาโดยไม่สวมเสื้อโดยมีเด็กหื่นแบบผมนั่งอยู่ด้วยนี่คิดอะไรอยู่กัน เมื่อเขาโชว์ให้มอง เราก็ต้องมองสิ

                กล้าถอด ก็กล้าดู

                ในเมื่อเราเป็นผู้ชายเหมือนกัน ซิกแพคก็มีเหมือนกันไม่อะไรต้องเขินอาย

                อืม วันนี้พี่เก้าใส่จิวสะดือรูปหัวกะโลกด้วย       

                แบดสุด!

                นั่งจิบไวน์กับดูซิกแพคผู้ชาย

                มีอะไรสุนทรีย์กว่านี้อีกมั้ย

                “เด็กลามก มองไม่กะพริบเลย” เริ่มจะชาชินกับคำเรียกแล้วเลยไม่สะทกสะท้าน

                เขาว่าหนังแรดมันหนามาก

                เพราะงั้นผมเลยไม่สะเทือน

                “หุ่นดีก็ต้องมอง” ไหวไหล่ไปก่อนจะยกไวน์ขึ้นจิบดื่มด่ำกับรสหวาน

พี่เก้านั่งลงชิดกับผมแล้ววาดมือมาวางบนพนักพิงของโซฟา “หุ่นพี่เก้าดีขนาดนี้ยังจะมองคนอื่นอีก” เขาว่าอย่างน้อยใจ

“คนอื่นก็ได้แค่มอง” หลุบตามองก้อนซิกแพคสวยขนาดนั่งยังไม่มีพุงป่องเลยแบนราบ “แต่ของพี่ ลูบได้คลำได้” จบคำก็วางมือบนหน้าท้องอย่างอุกอาจ

“ซนแล้ว” แต่ก็ไม่ได้ห้ามปรามปล่อยให้มือผมลูบไล้ไปกับหน้าท้องสวยอย่างตามใจ

“พี่รู้มั้ยทำไมผมถึงได้ต่อยไอ้คลาวด์” ยกแก้วไวน์ขึ้นมาโยกเล่น

“เพราะ?”

“มันว่าพี่เก้า” มือกำแก้วไวน์แน่นนึกถึงคำด่าหมาๆ ของมันแล้วก็อารมณ์ขึ้น “ด่าผมก็พอทน แต่มันลามไปถึงพี่ ผมเลยโกรธ”

มืออบอุ่นยกขึ้นมาลูบหัวผมอย่างเอ็นดูก่อนจะโน้มใบหน้ามาจูบที่ขมับของผมอย่างแผ่วเบา “ขอบคุณที่ปกป้องพี่นะ”

รู้สึกเขินและอบอุ่นในอก

“ไม่เป็นไร” ทำตัวไร้กระดูกเอนตัวพิงอกเปลือยของพี่เก้า

“แต่คราวหน้าอย่าทำแบบนี้อีกนะ”เขาจับมือข้างถนัดของผมขึ้นมาดูด้วยแววตาเจ็บปวด “ทำให้ตัวเองเจ็บแบบนี้ พี่เก้าไม่ยินดีหรอกนะ”

“ไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น” เงยหน้าสบตาเขา “ผมไม่ใช่ผู้หญิงนะ”

“ก็พี่เป็นห่วง” ใบหน้าหล่อเหลาแสดงออกถึงความห่วงใยชัดเจน “พี่เห็นนับสองเป็นตัวน้อยของพี่”

“บ้านพี่ทำไร่อ้อยกี่ไร่เนี่ย”

ตั้งแต่กลับมา พี่มึงก็แจกจนบ้านแทบล้มละลายแล้ว

“มีเยอะพอที่จะเลี้ยงนับสองได้ตลอดชีวิตแล้วกัน”

ผมหมดคำจะพูดเลยจริงๆ “หึ” ยกไวน์ขึ้นกระดกหมดแก้วก่อนจะเริ่มรู้สึกร้อนไปทั้งลำคอ รสชาติไม่หนักแต่ฤทธิ์ไม่ธรรมดาเลยจริง ใบหน้าของผมเริ่มขึ้นสีเล็กน้อย

ส่วนพี่เก้าเติมไปสามแก้วแล้วก็ยังปกติดี หน้าไม่เปลี่ยนสี ทำไมอะไรก็ชนะผมไปหมด อิจฉานะเนี่ย!

เพราะตอนนี้ต่างคนต่างอยู่ในสภาพเหนื่อยเหน็ดจึงเพียงอิงแอบพิงกายกันอย่างสงบและอบอุ่นไม่ได้อึดอัก ออกจะดีมากด้วยซ้ำ เพียงได้อยู่ด้วยกันความเหนื่อยล้าก็ค่อยๆ จางหาย

“นับสอง ยื่นมือมาหน่อย” คนกำลังจะเคลิ้มหลับก็ถูกเรียก

ผมส่งมือขวาให้พี่เก้าอย่างว่าง่ายไม่ได้ลืมตาขึ้น ก่อนจะรู้สึกว่าถูกมือใหญ่กุมไว้แล้วก็รู้สึกเย็นวาบรอบข้อมือจากนั้นก็ความร้อนชื้นประทับลงบนหลังมือ

ลืมตาขึ้นพลันก็เห็นว่าที่มือผมมีใบหน้าหล่อร้ายกาจของพี่เก้าจุมพิตบนหลังมืออยู่... ผมเบิกตามองค้างอย่างไม่เข้าใจแล้วยิ่งเห็นข้อมือที่เคยว่างเปล่ามีกำไลทองคำขาวเรียบง่ายไม่สะดุดตานัก

แต่ผมกลับเห็นชัด

 

…Kao…

 

เงยหน้ามองพี่เก้าอย่างต้องการคำอธิบายแต่พี่เก้าไม่ได้พูดอะไรนอกจากอมยิ้มแล้วยื่นมือของเขาให้ผมดูมันเป็นกำไลแบบเดียวกัน

ผมพยายามคุมมือไม่ให้สั่นในขณะจับข้อมือพี่เก้าแล้วหมุนกำไลอย่างช้าๆ หาคำสลัก...

 

...Nubsong...

 

                พี่เก้ายื่นมือมาจับมือของที่ผมใส่กำไลแล้วกุมไว้ “สถานะของเรามันน่าอึดอัด”

                “...พี่” ผมเงยหน้ามองเขาเห็นความคิดที่ยุ่งเหยิงในแววตาก่อนจะสลายไป

                “พี่ยังขอนับสองเป็นแฟนตอนนี้ไม่ได้จริงๆ” เป็นครั้งแรกที่เขาตัดสินใจจะพูดกับผมตรงๆ แบบนี้ หัวใจของผมมันเริ่มสั่นไหวแม้จังหวะของมันจะบีบรัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออกแต่ผมก็ยังคงรอฟัง

                “ผมรอได้” ลองคำนวณดูเวลาแล้วก็คงน้อยไปล่ะมั้ง คนเพิ่งจะคุยกันถึงจะชอบมากๆ ก็ยังต้องรอ

                “พี่ยังไม่มีกำลังพอที่จะปกป้องนับสองได้” เขาดึงผมเข้าไปในอ้อมกอด “ขอโทษที่พี่อ่อนแอ”

                ยิ่งฟังยิ่งขมวดคิ้วแน่นแล้วความคิดของผมก็เริ่มดำเนินไปอย่างช้าๆ ก่อนจะลอบกลืนน้ำลายไปด้วย

                “ตามจริงพี่ควรจะผลักนับสองไปให้ไกล” หัวใจผมตกลงเหวแทบจะทันที “นับสองไม่ควรเลยที่จะเดินเข้าหาพี่ก่อน... นับสองน่าจะรอให้พี่เป็นฝ่ายไปหา”

                เสียงของพี่เก้าเรียบง่ายแต่กลับสร้างความวุ่นวายให้ผมจนเรียบเรียงไม่ถูก คือพี่แกจะหาว่าผมผิดงั้นเหรอ

                “พอนับสองเข้ามาแล้ว พี่ก็อดใจไม่ไหว” แรงกอดรัดยังคงเพิ่มขึ้นจนผมเริ่มนิ่วหน้าเจ็บ “ผลักไปไกลไม่ได้ก็ต้องผูกไว้กับตัว อยู่ในสายตาของพี่ให้พี่ได้ปกป้อง”

                กูไม่เข้าใจมึงเว้ยพี่เก้า!

                “ขอโทษที่พี่เห็นแก่ตัว” ใช่ ตอนนี้มึงเห็นแก่ตัวมาก คือมึงเข้าใจอยู่คนเดียวไง!

                แม่ ส่งผมไปเรียนเพิ่มด้วย

                ตอนนี้ผมรู้สึกโง่มาก

                ไม่เข้าใจเชี่ยอะไรทั้งนั้นเว้ย!

                “พูดไปตอนนี้คงยังไม่เข้าใจ” เห็นหน้าโง่ๆ ของผมแล้วเขาก็ระบายยิ้มอ่อนยกนิ้วขึ้นเกลี่ยผมปรกหนาไปทัดหู “แค่จำไว้ว่า...พี่เก้าจะไม่มีวันทำร้ายนับสองก็พอ”

                ความรู้สึกในแววตาเป็นของจริงมันเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นคงหนักแน่นและที่มองกว่าคือความรักใคร่แสนบ้าคลั่ง ผมเผลอมองจ้องนานจนรู้สึกเหมือนถูกดูดลงไปในหลุมลึก

                หลุมที่พี่เก้าขุดจนมองไม่เห็นก้นบึ้งเมื่อตกลงไปแล้วก็ยากที่จะปีนกลับขึ้นมา...

                ผมกะพริบตาเรียกสติกระจัดกระจายของตัวเองให้กลับมาก่อนจะเงียบไปครู่หนึ่งลังเลที่จะถามแต่สุดท้ายก็ถามออกไป “พี่เก้า... พี่ไม่ใช่แค่นายแบบหรือคุณชายมีเงินธรรมดาๆ ใช่มั้ย”

                แม้ผมจะไม่ฉลาดเป็นกรดขนาดโคนันที่จะแค่ได้จิ๊กซอชิ้นเล็กจิ๊กน้อยมาก็สามารถตีความรู้ตัวคนร้ายได้ ถึงจะไม่ฉลาดแต่ก็ไม่ได้โง่

                เขาเงียบแล้วยิ้มฝืดๆ “กลัวพี่รึเปล่า”

                การที่เขาถามแบบนี้ก็คือการยอมรับแต่น่าแปลกที่ผมไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นวูบวาบอย่างที่คิด... ผมเพียงยิ้มให้พี่เก้าราวกับขบขันว่าเขาคิดมากเกินไป

                “จะฐานะไหน”

                “...”

                “พี่เก้าก็คือพี่เก้า”

ดึงมือของพี่เก้ามาหอมมือบ้าง “ผมก็แค่ชอบพี่”

ก็แค่ชอบพี่เก้า

ผมรู้แค่ว่าผมชอบแค่เขา

เพราะชอบถึงได้พยายามเข้าใกล้อย่างคนบ้าอยู่นี่ไง

“ส่วนสถานะยังเป็นแฟนไม่ได้ก็ไม่ได้” บีบมือพี่เก้าแรงขึ้นแล้วจ้องมองไปที่กำไลที่เห็นคำตอบที่ดีที่สุดในตอนนี้ที่พี่เก้าพยายามมอบให้ผม “ผมเข้าใจที่พี่กำลังบอก”

“เก้าอยู่ที่นับสอง” ชี้ไปที่กำไลบนมือผม “นับสองอยู่ที่เก้า”

“...”

“ไม่ว่าอยู่ที่ไหนห่างไกลเท่าไร”

“...”

“เราจะอยู่ด้วยกันเสมอ”

                จูบประทับบนหน้าเปลือกตาของผมอย่างเบาแผ่วดุจแมลงปอแตะผิวน้ำ ก่อนที่ผิวน้ำจะกระจายออกให้เกิดคลื่นถาโถมปั่นป่วนใจ

“เลี่ยน” ผมลืมตาขึ้นแล้วส่ายหน้า “แต่ก็ขอบคุณนะ”

เหมือนหัวใจที่ถูกไอ้เชี่ยไว้เอามีดแทงได้รับการเยียวยา... แต่ก็สงสัย ทำไมจู่ๆ พี่เก้ามันลุกฮือขึ้นมาเอาของเอาคำมั่นเอาสถานะมาประเคนให้ผมเหมือนคนร้อนตัวอะไรสักอย่าง

“รู้สึกดีขึ้นมั้ย” พี่เก้าลูบกำไลบนมือผมเบาๆ

“มาก” ใช่ มันดีมาก

มันชัดเจนกว่าคำว่าคนพิเศษเยอะ

“ถ้ายังไม่ชัด พี่ก็จะให้อีกอย่างที่ชัดกว่า” น้ำเสียงแหบพร่าพร้อมกับลมหายใจร้อนที่มีกลิ่นของไวน์ฟุ้ง สัญญาณระวังภัยส่งเสียงเตือนในหัวทันที

“มะ ไม่เป็นไร” ฉีกยิ้มเหงื่อตก จะลุกออกจากตัวพี่เก้าก็ถูกกอดแน่น

เหมือนงูเหลือมกำลังรัดเหยื่อ

แล้วอีกสักพักมันก็จะกลืนเหยื่อ

“ช้าเร็ว” กระซิบข้างใบหูแล้วปลิวลมหายใจร้อนใส่จนผมรู้สึกร้อนตาม “เราก็ต้องเป็นของกันและกัน”

                “คะ คือ”

                “เรามาเริ่มตั้งแต่วันนี้เลยดีกว่า” รวบรัดตัดจบไม่เหลือพื้นที่ให้ผมแย้ง

ไม่ทันได้อ้าปาก ริมฝีปากผมก็ถูกปิดด้วยปากของพี่เก้าด้วยแรงที่กระแทกเข้ามากะทันหันทำให้ผมไม่ทันได้ตั้งตัว ปะทะเข้าจังๆ ทำให้เจ็บปากไปหมดแล้วก็แผลที่มุมปากก็ปริแตกอีก

“ไอ้พี่! อุ๊บ!” กูเจ็บบบบ

จะอ้าปากด่าแต่พี่เก้าก็เอียงคอให้ได้องศาแล้วประกบปากลงมาอีกไม่ยอมให้ผมได้พูดอะไร

ความร้อนแทบไหม้บดขยี้ลงบนปากของผมอย่างไม่ปราณี ผมเบิกตามองคนที่กำลังมอบจูบแสนร้อนแรงให้อย่างลุ่มหลงก่อนจะปิดเปลือกตารับสัมผัสจูบให้ลึกซึ้งมากกว่าเดิม

ริมฝีปากบางขยับเคลื่อนอย่างหนักหน่วงชวนให้ใจสั่นสะท้าน แรงเสียดสีเบาสลับแรงบนปากทำให้ผมต้องนิ่วหน้าเจ็บ ปลายลิ้นเข้าลากไล้ไปบนริมฝีปากล่างของผมอย่างหยอกเอินก่อนฟันคมจะเริ่มขบกัดปากล่างผมจนมันบวมเจ๋อแดงก่ำ มุมปากมีเลือดไหลออกมาเล็กน้อยก็ถูกพี่เก้าทำตัวเป็นแวมไพร์เลียชิมรสไป

“อืม”

ครางฮือเมื่อเขากัดปากผมอีกครั้งแล้วสอดลิ้นเข้ามาหาความหวานในโพรงปาก ลิ้นร้ายลากไปตามแนวฟันก่อนจะเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นผมที่ไม่ได้นิ่งนอนให้เขารุกอยู่ฝ่ายเดียว

จุ๊บ จุ๊บ

รสชาติของไวน์คลุ้งอบอวลไปทั่วปากยิ่งทำให้ผมมัวเมาในรสจูบ

จูบตอบไปอย่างลึกซึ้งมอบความรู้สึกที่เดือดพล่านแทบระเบิดมาหลายวันส่งผ่านจูบนี้ไป ไม่นานจากจูบแสนเร่าร้อนแทบไหม้เผาลมหายใจก็แปรเปลี่ยนเป็นความหวานที่ลึกล้ำขึ้น

“อา” ปล่อยปากผมเป็นอิสระได้ก็ต้องรีบโกยอากาศเข้าปอด พี่มึงหายใจทางผิวหนังรึไงวะ เล่นซะเกือบขาดใจตาย หายใจได้ไม่ถึงสามวินาทีดีพี่เก้ากับจูบลงมาอีกครั้ง

คราวนี้แรงดูดรั้งดูดดึงสู้ฟัดของลิ้นทั้งสองยิ่งทวีคูณความร้อนแรง อุณหภูมิของร่างกายเริ่มสูงขึ้นยิ่งบวกกับแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปแล้วยิ่งทำให้สติสตังปลิวหายปล่อยตัวปล่อยใจมากกว่าเดิม

แฮ่ก แฮ่ก

แค่จูบก็เหมือนถูกสูบวิญญาณไปครึ่งแล้ว ตัวผมออ่อนปวกเปียกไปหมด...

ร่างกายของผมถูกดันนอนราบไปกับโซฟาโดยมีพี่เก้าขึ้นมาคร่อมตาม ฝ่ามือเขาวางอยู่ที่เเก้มผมลูบไล้อย่างทะนุถนอมเพราะใบหน้าผมยังช้ำอยู่

ก่อนปลายนิ้วจะกรีดลงบนอกผมผ่านเสื้อผ้าเบาๆ สร้างความตื่นตระหนกให้กับร่างกายผมแทบจะทันใด พี่เก้าชักนำผมด้วยจูบร้อนแรงสลับอ่อนโยนความหวานล้ำและดุเดือดทำให้ผมยิ่งไร้สติ

รู้ตัวแจ่มชัดขึ้นมาก็ตอนที่กางเกงผมถูกถอดออกไปจนเหลือเพียงชั้นในสีเข้ม ลมแอร์เย็นกระทบจะผิวหนังเกิดความรู้สึกสะท้านทรวงขึ้นมา

ผมเตรียมผลักพี่เก้าออกอย่างตื่นกลัว..

ไม่กลัวได้ไง

แปดนิ้วนะแปดนิ้ว!

ตายแน่ๆ

ไม่ๆ ผมไม่พร้อม!

เหมือนพี่เก้าจะรู้ทันรีบรวบจับมือของผมไว้แล้วจูบแก้มผมอย่างปลอบโยน “ไม่ต้องกลัวนะ”

ให้กูเสียบมึงมั้ย!

 

 “พี่เก้าขอนะ” ก่อนจะสบตาผมแล้วถามความเห็น “ได้มั้ย”            

“...” ส่ายหน้าพรืด

พยักหน้าแล้วยิ้ม “ทูนหัว พี่เก้าสัญญาว่าจะอ่อนโยนนะ”

 

แล้วมึงจะถามความเห็นกูทำไม!

เเม่จ๋า ช่วยนับด้วย! 

 

 




------------------------

เเม่จะช่วยหนูเอง!

/ยื่นเจลหล่อลื่นเเละถุงยางห้ากล่อง

#พอมั้ย เเค่กแค่ก

ปล.ไม่เอาไม่ปามีดใส่กันสิ ไม่เห็นจะค้างเลย!

#นับเก้ารัก

----



สวัสดีค่ะ เเจ้งข่าวเล็กน้อยน่า

คือวันที่ 18 ตุลา เดือนพรายมีเเจกลายเซ็นต์นะคะ 

ใครว่างก็มาน้า

มารับโปสการ์ดน่ารักๆ

อยากดูหน้าเเม่นับสองคนหื่นก็มาค่ะ 555555

มาไม่ได้ ฝากคนหิ้วหนังสือเอานะ เเนะนำๆ  

คือเเบบ เดือนพรายยังไม่มีหนังสือนับเก้ารักออก ขอเเจกโปสการ์ดก่อนเเล้วกัน 555555

--------

ในส่วนของหนังสือคือตอนนี้ก็ปกยังไม่เสร็จนะคะ ฮือ รอต่อไป

ต้องภายในปีนี้ ปีนี้เเน่ๆ!





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12.075K ครั้ง

957 ความคิดเห็น

  1. #57075 Molly_nat (@Molly_nat) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 15:34
    งื้ออ อ่าน NC ไม่ทันอ่าา
    #57075
    0
  2. #57074 Molly_nat (@Molly_nat) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 15:33
    อ๊ากกก เขิลเว๊ย
    #57074
    0
  3. #56842 NonniePanicha (@NonniePanicha) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 21:57
    เดี๋ยว พี่-งง!! ถุงยางจะเอาอยู่หรอวะ แปดนิ้วนะเว้ย แปดนิ้ววว!!!!
    #56842
    0
  4. #56828 yaoi55 (@yaoi55) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 13:33

    ตูจะตายเเล้วอ้ากกกก
    #56828
    0
  5. #55669 panisakleangjun (@panisakleangjun) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 05:12
    หนูรู้จักฮิบารินะแต่ชอบสึนนะมากกว่า(ผิดประเด็น555)
    #55669
    0
  6. #54955 May Ling Pcm (@maylingpcm) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 10:13
    ทูลหัวของพี่เก้าาาาาาาา
    #54955
    0
  7. #54910 NuiKKS (@NuiKKS) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 19:05
    แม่จ๋าช่วยนับสองด้วย
    #54910
    0
  8. #54345 similak (@similak) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 14:08
    พี่เก้าา ฮืออ่าน nc ไม่ทัน แต่แค่นี้ก็เขินแล้วแล้วอะ
    #54345
    0
  9. #53709 puppywang (@2543660) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 00:23
    พี่เก้าเป็นอะไรหรือเปล่า มีอะไรฝังใจไหม
    #53709
    0
  10. #52867 mingyu_wonwoo (@mingyu_wonwoo) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:57
    ผมอ่านไม่ทันนนนนน ค้างโครตตตต ชอบเดือนพรายมากคับ แต่งดีทุกเรื่องเลยกำลังตามอ่านเรื่องอื่นของเดือนพรายอยู่ ชอบมากคับ
    #52867
    0
  11. #48568 ChaladKleesuwan (@ChaladKleesuwan) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 10:44
    NC ร้ายมาก พี่เก้าาาาา
    #48568
    0
  12. วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 01:42
    พี่เก้านี่ป่วยอะไรปะเนี่ย เห็นพี่น้องพูดกันนี่ว่าแปลกๆละ เจออะไรร้ายแรงมาคงกระทบจิตใจรึเปล่า ตอนแก้แค้นให้นับสองก็คลั่งอีก เอ้า พี่เก้า เรื่องนี้ไม่ธรรมดาซะแล้วววว
    #43898
    0
  13. #43569 715207 (@715207) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 13:31
    ncคือแบบ ดีมากกกกกกกกแบบก.ไก่ล้านตัวเลยงื้อออออเขิลตัวแตกแล้วววววพี่เก้าดุมากกกก
    #43569
    0
  14. #42219 น่องขาหมู (@bellzatail) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 23:59
    คือบับบ... กะจะไปเรียนพิเศษพร้อมนับสองอยู่555
    #42219
    0
  15. #41166 Zer_Cya (@Zer_Cya) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 22:44
    ทำไมค้างงงงงง อ้ากกกกกก
    #41166
    0
  16. #40582 VKK42 (@VARANTHITA) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 13:17
    เฮือกกกกก!!!!! เก้า!! ใจเย็นๆน่ะ
    #40582
    0
  17. #37483 chanawanbb (@chanawanbb) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 15:30
    อี่พี่จะหื่นเกินไปแล้ว ncแซ่บมากล
    #37483
    1
    • #37483-1 NatchaPuntu (@NatchaPuntu) (จากตอนที่ 32)
      30 พฤศจิกายน 2561 / 14:16
      รบกวนถามค่ะ nc ดูยังงัยค่ะ
      #37483-1
  18. #37405 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 23:35
    ครบรสจริงตอนนี้ เลี่ยน ขม และหื่น5555555
    #37405
    0
  19. วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 21:50
    พอบอกว่าประธานเหมือนฮิบารินี่ทิ้งพี่เก้าเลยจองทั่นฮิเราจะไม่นอกจั่ยทั่นฮิเด็จขาดดดด -.,-
    #37341
    0
  20. #33865 SUNOBA (@OTAKUYaoi) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 17:43
    สุดๆจริงๆ ดีนะเรามาตอนนี้ 555
    #33865
    0
  21. #33424 rattanalak44 (@rattanalak44) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 14:28
    คืออะไรอ่ะ. ค้างเติ่งเนี่ย5555
    #33424
    0
  22. #33233 Mook sawon (@sawon) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 22:49

    ถ้าประธานหล่อเหมือนฮิบาริ งั้นจองประธานนนน

    #33233
    0
  23. #31076 PuayPuayPloy (@PuayPuayPloy) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 23:29
    เอาจริงๆป่ะ คือไวท์แม่งโครตฮอต นับสองคืออะไรชิดซ้ายไป555555
    #31076
    0
  24. #30976 vicha9001 (@vicha9001) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 21:43
    ประทับใจกะncมาก อึดเกิ๊นนน
    #30976
    0
  25. #30716 Soaen (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 03:59

    เหมือนฮิบาริในเรื่องรีบอร์น //ยิ้ม// สามีของข้ามาทำอะรั๊ยย อยู่ๆก้รักประธานขึ้นมาทั้งๆที่เพิ่งเจอกันนี่มัน....รักแรกพบ กรี้ดกราดจนนั่งไม่ติดกันเลยทีเดียว

    #30716
    0