นับ เก้า รัก [YAOI]

  • 300% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 3,367,054 Views

  • 57,409 Comments

  • 58,062 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    175,173

    Overall
    3,367,054

ตอนที่ 31 : อ้อยคว่ำครั้งที่ 30

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 121467
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12523 ครั้ง
    5 ต.ค. 61

บทที่ 30



 

[ไวท์]



                “พี่ลม ไอ้นับไม่เป็นอะไรแน่ๆ นะพี่”

                “เออ ไม่ตายหรอก”

                “จริงนะพี่”

                “บ๊ะ! มันแค่สลบเดี๋ยวก็ฟื้น!” เสียงหงุดหงิดใจของพี่ลมทำให้ผมไม่ได้คลายกังวลลงเท่าไรนัก

                มองหน้าที่แม้จะปากแตกโหนกแก้มช้ำแต่ดูรวมๆ แล้วก็ไม่ได้แย่เสือกไปเพิ่มความหล่อเถื่อนให้ไอ้นับอีกแล้วก็ถอนหายใจ มันตื่นมาเห็นหน้าตัวเองแมนขนาดนี้คงได้นั่งชื่นชมไปสิบวันแน่

                “แต่มันสามชั่วโมงแล้วนะพี่” ผมหันไปมองรุ่นพี่คนเดิมอีกครั้ง

                “กูเคยสลบเป็นวันมาแล้ว” เอ่ยอย่างไม่ทุกข์ร้อนหยิบมันฝรั่งเข้าปาก ตาก็จ้องละครน้ำเน่าบนทีวีใหญ่อย่างรื่นรมย์ ผมเพิ่งรู้ว่าไอ้พี่ว๊ากโหดฉิบหายเดินกร่างทั่วคณะอย่างพี่ลมจะชอบดูละครน้ำเน่าหลังข่าว

                ช่าง...ขัดแย้งเหลือเกิน

                “แต่ว่า...”

                “ถ้ามึงยังไม่หุบปาก กูจะโยนมึงออกไปแล้วนะ!” เจ้าของห้องว่าอย่างหมดความอดทน ผมจึงต้องยอมหุบปากในที่สุด

                ใช่แล้ว ตอนนี้ผมอยู่ที่ห้องของพี่ลม ซึ่งมันโคตรหรูเลยให้ตายสิ      

“ไวท์ ลงไปซื้อขนมให้กูหน่อย”

ผมกำลังทายาให้นับสองอยู่ จู่ๆ พี่ลมก็เอ่ยขึ้น

“ทำไมไม่ลงไปซื้อเอง”

“กูขี้เกียจ” พี่ลมยักคิ้ว

“...” พูดไม่ออกชั่วขณะ “โอเค จะกินอะไร” ผมเหยียดตัวลุกขึ้น

“เอาเลย์มาสามห่อ รสบาร์บีคิว อ้อ เบียร์ด้วยก็ดี” ยื่นแบงค์พันมาให้ “ส่วนมึงจะกินอะไรก็ซื้อเอาเลย”

ป๋าแบบนี้ค่อยมีอารมณ์ลงไปซื้อหน่อย ผมพยักหน้างึกหงักแล้วหันไปหาชายาที่กำลังนั่งต่อโมเดลรถอยู่ “ชายา ไปซื้อขนมด้วยกันมั้ย”

                คนที่กำลังต่อโมเดลเล่นหยุดไปเล็กน้อยเงยหน้าขึ้นมา “ขนม? จะพาไปซื้อขนมเหรอ”

                “อื้อ” ผมยกยิ้มให้แล้วกวักมือเรียก

                ชายาทิ้งของเล่นในมือแล้วลุกวิ่งดุ๊กดิ๊กมาหาผม ฉีกยิ้มร่า “ไปกันๆ”

                ในส่วนของชายาที่ติดสอยห้อยตามมาด้วยเพราะหลังจากที่พี่ลมรู้ต้นสายปลายเหตุแล้วก็ไม่ให้ชายาลงเล่นลากกลับมาด้วย ผมก็ถึงได้รู้ว่าชายาอยู่คอนโดราคาแพงแบบนี้ด้วยเหมือนกัน

                “ชายารู้รึเปล่าว่ามีร้านขายขนมตรงไหนบ้าง” ผมเพิ่งเคยมาแถวนี้เลยไม่ค่อยรู้นัก

                คนตัวเท่าๆ ผมเอียงคอเล็กน้อยแล้วขมวดคิ้วมุ่น “เราจำได้ว่ามีเซเว่นอีเลเว่นตรงหน้าคอนโด แล้วก็มีร้านข้าวมันไก่ แล้วก็มี...”

                ผมฟังชายาพูดจ้อไม่หยุดเงียบๆ ไม่ได้รำคาญอะไร น่าทึ่งที่ชายาจำร้านค้าได้เยอะมากและเมื่อลงมาถึงข้างล่างก็พบว่าทุกร้านเป็นไปอย่างที่ชายาบอกไม่มีขาดไม่มีเกิน

                พากันเข้าเซเว่นเป็นอย่างแรก ผมเห็นชายาหยิบตะกร้าแล้วเดินดุ่มๆ ไปเอกขนมก็หัวเราะแห้งๆ แทนพี่ลม สงสัยพันนึงของพี่คงโดนชายากินไปสักห้าร้อยแน่ๆ

                ผมหยิบขนมตามที่พี่ลมสั่งแล้วก็เดินไปตู้แช่เพื่อหาเบียร์ ก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อหยิบเบียร์กระป๋องแต่ว่ามีมือหนึ่งมาฉวยหยิบตัดหน้าไปก่อน...

                บ้านไม่รู้จักสอนมารยาทรึไง

                ผมคิดอย่างหงุดหงิดแล้วตวัดตามองหน้าคนไร้มารยาทแต่ก็ต้องผงะ... ส่วนเขาก็มองเบียร์ในมือสลับกับหน้าผม

                ทำไมคนคนนี้ถึงมาอยู่ที่นี่ได้...ผมเบิกตามองอย่างตกใจและมึนงง

                “ยังเด็กอยู่ ห้ามกิน” คนตรงหน้าว่าเสียงเรียบเฉย

                “เด็ก?” ชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง

                พยักหน้า “อืม มออะไรแล้ว มอสี่ใช่มั้ย” ปรี๊ดเลยสิครับ ผมอยู่ปีหนึ่งอายุก็สิบเก้าแล้วด้วย!

                “มอสี่บ้าอะไรเล่า ผมปีหนึ่ง!” ผมว่ากลับแล้วก็ย่นคิ้วอย่างแปลกใจ “นี่พี่จำผมไม่ได้รึไง”

                คนที่แย่งเบียร์ไปทำหน้ามึนแล้วก็มองหน้าผมนิ่งๆ ประมาณว่าผมเป็นใคร แต่ผมเลือกมองข้ามแล้วถามเขากลับไป “ไหนนับสองบอกพี่ไปเชียงใหม่แล้วทำไมถึงมาอยู่ที่นี่”

                ความกลัวที่เพื่อนจะถูกหลอกทำให้ผมรีบโพล่งถามออกไปอย่างจับผิด

                “หือ?” คนผมสีขาวสว่างขมวดคิ้ว “นับสอง?”

                “ก็ใช่น่ะสิ” ผมไม่รู้ถึงความตกใจหรือความตื่นตระหนกที่ถูกจับได้สักนิด “แล้วนี่พี่ไม่คิดจะไปหานับสองรึไง” ผมคิดว่าพี่เก้าต้องยังไม่รู้แน่ๆ ว่าไอ้นับสลบเหมือดอยู่

                คิดแบบนั้นแล้วผมก็ยิ่งหัวร้อน

                “แล้วทำไมต้องไปหามันด้วย” พี่เก้าทำหน้างงๆ แถมยังมีแววตาที่แสดงออกถึงความไม่ชอบอยู่

                เดี๋ยวสิ ทำไมเป็นแบบนี้ พี่เก้าชอบไอ้นับไม่ใช่รึไง แล้วทำไมถึงมีแววตารังเกียจออกมาชัดเตะตาขนาดนี้

                “เฮ้ย นี่ตกลงพี่จะเอายังไงกับเพื่อนผมกันแน่!” ผมผลักพี่เขาออกไปอย่างแรง คนโดนตัวเซนิดๆ “ชอบหรือไม่ชอบ ตกลงเข้ามาหลอกมันใช่มั้ย!

                “ฟังก่อน” พี่เก้าอ้าปากจะอธิบาย

                “ไม่ฟัง!” เสียแรงที่ผมคิดว่าพี่เก้ามันอาจจะดีกับนับสองจริงๆ ก็ได้แต่อาจจะมีปัญหาเรื่องที่เป็นคนสาธารณะเลยยังยึกๆยักๆ เรื่องความสัมพันธ์ “พี่รู้มั้ยตอนนี้ไอ้นับมันยังสลบไม่ฟื้น พี่คิดจะดูมันบ้างมั้ย”

                “ฮะ นับสองสลบ? เป็นอะไร” เขาดูตกใจไม่น้อย สีหน้าเรียบเฉยมีอารมณ์ความรู้สึกขึ้นมาบ้าง

                ผมส่งเสียงเหอะในลำคออย่างโมโห “มันโดนต่อยจนสลบ แต่พี่กลับไม่รู้เรื่องเนี่ยนะ”

                “มันไปจูบใครเข้าล่ะ ถึงได้โดนต่อยมา” นอกจากไม่มีท่าทีเป็นห่วงเป็นใยแล้วยังหัวเราะสมน้ำหน้าอีก

                ยืนมองหน้าอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกโมโหจนอยากจะชกหน้าพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เอ่ยช้าๆ “ผมถามจริงๆ นะ ตอบผมมาตามตรง”

                “ว่ามา” เขากอดอกเอนตัวพิงกับตู้แช่เลิกคิ้วมองผมด้วยท่าทีสบายอารมณ์ ผมรู้สึกสับสนมาก พี่เก้าที่ผมเห็นเวลาอยู่กับนับสองเรียกว่าอบอุ่นจนไมโครเวฟแทบพัง

                ถ้าเขารู้ว่านับสองมันสลบอยู่ต้องรีบถามอาการแล้วรีบไปหามันไม่ใช่รึไง?

                “สรุป พี่ชอบไอ้นับจริงหรือเปล่าหรือแค่เข้ามาหลอกฟันมัน” ถ้าไม่ชอบและแค่หลอก ผมก็จะทำทุกอย่างให้ไอ้นับเลิกชอบพี่เก้า ผมจะโยนผู้ชายหล่อซิกแพคแน่นให้มันเลือกวันละสองคนเลย!

                หรือเพราะพี่เก้าได้แดกไอ้นับไปแล้วจึงคิดสลัดทิ้ง?

                ความคิดแง่ลบทำงานสารพัดจนผมเริ่มห่วงเพื่อนและออกหน้าปกป้องอย่างเต็มที่ เพื่อนผมใครก็ไม่มสิทธิ์ทำให้เสียใจ!

                “เหอะ” สงสัยเหยียดหยาม “ชอบไอ้นับเหรอ ไม่ได้ตาบอดขนาดนั้น เรื่องฟันมันยิ่งไม่มีวันคิด”

                “พี่เก้า!” ผมตะโกนใส่หน้าเขาอย่างโมโห “ถ้าพี่ไม่ชอบมัน แล้วพี่จะยุ่งกับมันทำไม!

                “นี่...” ท่าทางเขาไม่ได้สนใจอารมณ์โกรธผมเลยสักนิด “คือว่าฉัน...”

                “หุบปาก!” ผมไม่อยากฟังเขาอีกแล้ว เสียแรงที่แอบเชียร์อยู่ลึกๆ “พี่แม่งเหี้ยว่ะ”

                “...”

                “ผมโคตรผิดหวังเลยจริงๆ”

                จะชี้หน้าด่าต่อชายาก็เดินอุ้มตะกร้ามาทางนี้พอดี ทำให้ผมต้องเก็บคำด่ากลับไปเพราะไม่อยากให้มันได้ยินอะไรที่ไม่ดี ชายาเดินมาช้าๆ หันมองผมก่อนจะเลื่อนสายตาไปทางพี่เก้า “”

                พี่เก้าเห็นชายาอุ้มตะกร้าที่เต็มไปด้วยขนมก็ขมวดคิ้ว “กินขนมเยอะไปมั้ย”

                “โอ้” ชายามองไปทางพี่เก้า “สวัสดีพี่คิว ผมกินนิดเดียวเอง” ก้มมองขนมในตะกร้าก็เห็นว่าไม่ได้มีเยอะขนาดนั้น

                “อืม” คนถูกเรียกว่าพี่คิวพยักหน้าแบบขอไปที

                ส่วนผมเหรอ... เหมือนจะหัวใจหยุดเต้นตั้งแต่ที่ชายาเรียกชื่อเขาออกมา “พะ พี่คิว ระ..เหรอ”

                คนผมสีขาวสว่างแยงตาใบหน้าหล่อเหลาพิมพ์เดียวกับพี่เก้าหันมาช้าๆ แล้วยกยิ้มร้ายกาจแฝงด้วยความสนุก

                “เมื่อกี้น้องถามว่าทำไมพี่ไม่ชอบนับสองเหรอ”

                “...”

                “เพราะพี่ไม่ใช่ไอ้เก้า โอเคนะ”

                “แล้ว แล้วทำไมไม่บอก!” หน้าร้อนวูบหัวเย็นวาบคล้ายจะเป็นลม

                “ก็น้องสั่งให้พี่หุบปากนี่ครับ”

                แล้วมึงก็เชื่อฟังเนอะไอ้เวร!

                เขาว่าจบก็เดินออกไปไม่คิดจะพูดอะไรต่อทิ้งให้ผมยืนเอ๋อหน้าซีด... เหี้ย กูด่าไปเยอะเลย ยกมือขึ้นกุมหน้าอย่างสับสนระคนมึนงง

                กูอยากจะมุดดินหนีเหี้ยๆ

                ไม่ๆ กูอยากหายไปจากโลกเลยต่างหาก ฮือ

                อยากเป็นลมหนีความอับอายเหลือเกิน โอ๊ย

                ชายาเดินเข้ามาใกล้มองผมอย่างงุนงง “เป็นอะไรเหรอ”

                ผมไม่ตอบแต่กลับถามชายาด้วยเสียงสั่นๆ “ชายา คนเมื่อกี้ใคร”

                “พี่คิวน่ะเหรอ” มันเอียงคอ

                “เขาเป็นอะไรกับพี่เก้า” กลืนน้ำลายอึกใหญ่

                มันกลอกตาขึ้นมองบนกลิ้งไปมาสองรอบ “อ้อ เขาเรียกว่าอะไรนะ ฝาแฝด... พี่ชายฝาแฝด!

                ได้ยินแบบนั้นแล้วเหมือนโลกจะถล่ม เสียงของตกแตกนับไม่ถ้วน...

                ...ยังจะมาถามอีกเหรอว่าอะไรแตก หน้าผมไง!

 

                ไอ้เหี้ยนับบบบบบบบ

                ทำไมมึงไม่บอกกูว่าพี่เก้ามีฝาแฝด ไอ้ส้นตีน!

                ฮือออ จบแล้วชีวิตไอ้ไวท์ หน้าแตกจนหมอไม่รับเย็บแล้ว โฮ!




 

[นับสอง]

 


                “พี่ลม! ใจเย็น! อย่าตีชายา!

                “มันทำแจกันกูแตก!

                “ก็แค่แจกัน”

                “มันเป็นแจกันราชวงศ์หมิงเว้ย! ไอ้ชาย๊าาา”

                “จะเล่นวิ่งไล่จับเหรอ ได้สิ เล่นกันๆ”

                เสียงโหวกเหวกปลุกผมให้ตื่นขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ หัวเบลอไปหมดตาลายอีก ภาพแรกที่เห็นตั้งแต่ลืมตาคือพี่ลมกำลังตีหน้าโหดจะพุ่งไปบีบคอชายาแต่มีไวท์ยืนกั้นกลางไว้กางปีกปกป้องชายาเต็มที่

                ...มันเล่นอะไรกันวะนั่น

                ผมกุมหัวตัวเองแล้วค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นอย่างช้าๆ มองดูความวุ่นวายที่ยิ่งทำให้ปวดหัวหนัก “ทำอะไรกัน”

                ทุกการเคลื่อนไหวหยุดไปโดยอัตโนมัติเลยครับ ทั้งสามคนหันมาทางผมอย่างตกใจ เป็นพี่ลมที่เดินเข้ามาก่อนแล้วชูนิ้วขึ้น “นี่กี่นิ้ว”

                “สาม” ตอบไปแล้วก็ขมวดคิ้วไม่เข้าใจ

                “เออ แล้วกูชื่ออะไร”

                “ชื่อลมไง พี่ถามอะไรแปลกๆ”

พยักหน้า “สมองปกติ” มึงเช็กแค่นี้เนี่ยนะ! ผมละเพลียกับพี่ลมจริงๆ

“ผมปกติดี แค่วูบไปแป๊บเดียว” ว่าแล้วก็นึกแค้นไอ้เชี่ยคลาวด์จริงๆ ชื่อคลาวด์ไม่พอปากยังคาวอีก ถ้าไม่ใช่เพราะมันซัดเข้าที่จุดสลบตรงคางแล้วมีเหรอผมจะสลบได้

แม่งแล้วดันร่วงตอนคนเยอะแยะอีก

ไม่แมนเลยสักนิด!

นับสองรับไม่ได้! ไอ้คลาวด์! ไอ้เวร! กูจะตามฆ่ามึ๊งงง!

“แป๊บเดียวพ่อมึงสิ” ไวท์ถลึงตาใส่อย่างเกรี้ยวกราดเบอร์แรงจนผมงง เอ๊ะ ทำไมต้องมองผมราวกับจะแดกหัวขนาดนั้นด้วยเล่า “มึงสลบไปตั้งแต่สี่โมง ตอนนี้สี่ทุ่มแล้ว!

ผมตกตะลึง “กูสลบไปนานขนาดนั้นเลยเหรอวะ” เชี่ย นั่นสลบหรือตายวะ

เป็นถึงเสือนับแต่ถูกต่อยจนน็อคแบบนี้มันเสื่อมเสียเกียรติมาก!กำลังจะอ้าปากด่าไอ้เชี่ยนั่นระบายอารมณ์ก็รู้สึกถึงความปวดแปลบตรงกรามจนน้ำตาเล็ด “ซี๊ดดดด อูย เจ็บ”

“หน้ามึงจะหายก่อนประกวดเดือนมั้ยวะ” พี่ลมมองซ้ายมองขวาดูแผลบนหน้าผม

ไอ้ระยำนั่นมันจงใจชกที่หน้าผม! มันอิจฉาหน้าหล่อๆ เทพบุตรจุติของผม!

“ต้องหายทัน!” ยังเหลืออีกตั้งเป็นเดือนยังไงก็หายทัน! ไม่ต้องมาคิดเอารองเดือนมาแทนเลยนะ!

พี่ลมไหวไหล่เหมือนแล้วแต่เลย “มึงหิวยัง”

“ก็นิดนึงนะ” ผมรู้สึกว่าเริ่มท้องกิ่วๆ บ้างแล้ว

คนเป็นรุ่นพี่ชี้ไปที่จานข้าวผัดเย็นชืดหน้าตาน่ากิน “มีแต่ข้าวผัด”

“นาทีนี้กินได้ทั้งนั้นแหละ” ผมไม่ใช่คนเรื่องมากก็เลยหยิบคว้าจานขึ้นมากินโดยลืมไปเลยว่ามีแผลอยู่ที่มุมปาก “โอ๊ยยยย เจ็บ!” ช้อนกระแทกเข้ากับปากเต็มๆ

“โง่” สายตานิ่งๆ ของพี่ลมกับคำด่าสั้นๆ มันจี๊ดจริงๆ

ขี้เกียจต่อปากต่อคำด้วยเลยก้มหน้าก้มตากินระหวังไม่ให้ถูกแผล “ทำไมรสชาติมันคุ้นๆ”
                “ข้าวผัด” ชายาชี้ที่จาน “พี่คิว”

ประมวลผลอย่างช้าๆ เก็บคำสั้นๆของชายามามัดรวมกันแล้วก็ร้องอ้อ คือหมายความว่าพี่คิวเป็นคนทำข้าวผัดสินะ อ้าว แล้วพี่คิวมันมาทำข้าวผัดให้ได้ยังไง

เห็นหน้าโง่ๆ ของผมพี่ลมมันก็ยอมเฉลย “ห้องกูอยู่ล่างห้องไอ้คิว”

“อ้าว พี่อยู่คอนโดเดียวกับพี่เก้าเหรอ” เป้นความรู้ใหม่เลยนะเนี่ย ผมมองรอบๆ ห้องดูแล้วก้ใหญ่แถมยังมีสัดส่วนคล้ายกับห้องพี่เก้ามากแต่ยังไงห้องพี่เก้าก็ใหญ่กว่าเยอะเลย

                เจ้าของห้องพยักหน้าอย่างรำคาญประมาณว่าไม่ต้องถามมาก “มึงรีบๆ กินแล้วรีบไปนอน” เพิ่งสังเกตว่าไวท์อยู่ในชุดตัวหลวมคงจะเป็นของพี่ลม

                ดูเหมือนว่าเขาจะให้นอนที่นี่สินะ ใจดีเหมือนกันนะ

                “ชายา กลับห้องไปได้แล้ว” พี่ลมเอ่ยไล่ “กูจะปิดห้องไปนอนแล้ว”

                ชายาขมวดคิ้วแล้วหันมองนาฬิกา “งื้อ แต่ผมยังไม่ง่วง”

                “มึงไม่ง่วงแต่กูง่วง ไปๆๆ” คนขี้หงุดหงิดผลักดันตัวของรุ่นน้องหัวยุ่งให้ออกไปจากห้อง “ห้อง XXXX อย่าไปผิดนะเว้ย!

                ตอนนี้เขาจะรู้ทั้งบางแล้วมั้งว่าชายามันอยู่ห้องไหน

                หลังจากพี่มันส่งชายาเสร็จก็เดินเข้าห้องนอนปิดประตูปึงทิ้งแขกสองคนไว้เบื้องหลัง ไวท์กะพริบตาปริบๆ แล้วถามผม “พี่ลมเขาไม่กลัวว่าเราจะยกเค้าห้องเขารึไง”

                ผมเคี้ยวข้าวช้าๆ “ของหาย เขาก็รู้ว่าใครขโมยแล้วมึงคิดว่าคนที่อยู่คอนโดพวกนี้ได้จะเป็นคนธรรมดาได้ยังไง” เอ่ยเบาๆ แล้วกลืนข้าวลงไป

                ไวท์พยักหน้าแล้วเดินมานั่งข้างๆ ผม “ก็จริงๆ อย่างที่มึงว่าแต่กูแปลกใจมากเลยนะที่ชายาก็...อยู่ที่นี่”

                “ลูกชายจ้าสัวชานินทร์ไง”

                “จริงดิ!” ไวท์จะตกใจก็ไม่แปลกเพราะเจ้าสัวชานินทร์เป็นใคร เป็นอภิมหาเศรษฐีใหญ่อำนาจคับฟ้าในตอนนี้ไง “แล้วเขาปล่อยให้ชายามาอยู่คนเดียวเนี่ยนะ”

                “เออ กูก็งงไม่ต่างจากมึง” ผมก็ไม่รู้ว่าเรื่องมันเป็นยังไง แต่ผมยังเอาตัวเองไม่รอดเลยอย่าเพิ่งไปเสือกกับคนอื่นจะดีกว่า

                เพื่อนไวท์นั่งเงียบไปนิดก่อนจะถามผม “มึงรู้จัพี่คิวมั้ย”

                หันไปมองหน้าอย่างแปลกใจ “พี่ชายฝาแฝดพี่เก้า มึงเจอแล้วเหรอ”

                ไวท์ทำหน้าบึ้งตึง “เจอแล้ว” แล้วทำไมต้องทำหน้าเข้มใส่ด้วย “แล้วทำไมมึงไม่บอกว่าพี่เก้ามีฝาแฝด”

                “กูก็เพิ่งรู้ก่อนมึงไม่นานเอง” ผมตอบไปตามตรง “ทำตัวแปลกๆ มึงมีปัญหากับพี่คิวรึเปล่า”

                ไม่อยากจะบอกว่าเจอกันครั้งแรก ผมก็สร้างความประทับใจไม่รู้ลืมให้อิพี่คิวไปเต็มๆ ทุกวันนี้เป็นไงเหรอก็เมินผมแถมอยากจะประทับฝ่าตีนใส่ไง

                มันส่ายหน้าช้าๆ “เปล่า ไม่มีอะไร”

                ทำตัวแปลกแบบนี้มันน่าจะมีอะไรนะ แต่ถ้ามันไม่บอกให้ตายก็ง้างปากไม่ได้หรอก

                ผมกินๆ ไปก็นึกได้ “โทรศัพท์... โทรศัพท์กูอยู่ไหน”

                ผมสลบไปนี่มีใครบอกพี่เก้ายัง เอ่อ ผมสำคัญตัวผิดไปมั้ยวะ คือพี่มันจะรู้ไม่รู้ก็ ก็ เว้ย! สรุปคือตอนนี้ผมแค่อยากรู้ว่าพี่เก้ามันรู้อาการผมรึยัง

                ถ้ารู้แล้วเขาจะเป็นยังไง

                เพื่อนตัวเล็กหันไปหยิบกระเป๋ามาให้ ผมรีบคว้ามาเปิดหาโทรศัพท์แล้วหน้าจอโทรศัพท์ก็สว่างวาบ

 

                สายไม่ได้รับ 8 สาย : เหี้ยจิน

                สายไม่ได้รับ 5 สาย : เชี่ยมาร์ค

                สายไม่ได้รับ 2 สาย : พี่ซีน

                สายไม่ได้รับ 78 สาย : พี่เก้าคนดีของนับสอง

 

                ...แม่เจ้าโว้ย! โทรศัพท์แทบร่วงกับจำนวนสายไม่ได้รับของพี่เก้าที่แม่งเอาโล่เหลือเกิน ไม่รู้จะตกใจหรือดีใจดี

                โทรมาขนาดนี้แปลว่ารู้เรื่องผมโดนต่อยแล้วแน่ๆ แถมยังเป็นห่วงผมหนักมากอีก จะดีใจบนความห่วงใยบนความทุกข์ของพี่เก้าจะดูเลวมั้ยวะ

                “ไม่โทรกลับรึไง” ไวท์ชะเง้อคอมอง

                “อื้อ” รีบกดโทรกลับหาพี่เก้าทันที... แต่ว่า...

 

                (ขออภัยค่ะ ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้...)

 

                ปิดเครื่อง? อะไรเนี่ย หรือว่าโทรหาผมจนแบตหมดไปแล้ว?

                แต่ปกติพี่เก้าไม่เคยปล่อยให้โทรศัพท์แบตหมดเลยนะ คิ้วของผมค่อยๆ ขยับเข้าหากันเล็กน้อยตอนแรกจะกดโทรหาพี่ควินซ์เพื่อขอคุยกับพี่เก้าแต่ดูมันจะเยอะไปมั้งเลยตัดใจไม่โทรไปเปลี่ยนไปดูทวิตเตอร์ไอจีของพี่เก้าแทน

                “มึง กูไปนอนก่อนนะ” สีหน้าของไวท์แสดงความง่วงออกมา

                “อื้อ” พยักหน้าไปส่งๆ

                “มึงรีบกินข้าว กินยาแล้วไปนอน” ไวท์ชี้นิ้วสั่ง “มึงนอนห้องนู้น พี่ลมเอาหมอนผ้าห่มวางไว้ให้แล้ว เสื้อผ้าเปลี่ยนก็วางไว้แล้ว”

                ดูจะต้อนรับแขกดีเหลือเกินนะพี่ลม ผมทำมือโอเคไม่ได้พูดอะไร มือตักข้าวเข้าปากตาก็จ้องดูเนื้อหาในมือถือพบว่าในไอจีมีรูปกับกลุ่มแฟนคลับผู้โชคดีห้าหกภาพ แล้วยังมีรูปคู่กับนางแบบสาวอีก

                ผมจิ๊ปากไม่ชอบใจนักแล้วก็เข้าไปดูทวิตเตอร์

 

                นี่เก้าไง @Kaokao_Rat

                รับโทรศัพท์สิ

 

                นี่เก้าไง @Kaokao_Rat

                คนตรงนี้จะบ้าอยู่แล้วนะ

 

                นี่เก้าไง @Kaokao_Rat

                ไม่มีใครรู้อาการน้องบ้ารึไงวะ ไอ้คนที่รู้แม่งก็ไม่รับ เชี่ย!

 

 

                นี่เก้าไง @Kaokao_Rat

                ไอ้เชี่ยลม ไอ้เหี้ย!

 

                อ้าว... พี่ลมเกี่ยวอะไรวะ

                ผมทำหน้าเอ๋อๆ แล้วไล่อ่านอีกครั้งจากนั้นก็ใช้แกทเชื่อมโยงมาช่วยก่อนจะเก็ทว่าพี่ลมไม่ยอมรับสายพี่เก้านั่นเอง ไอ้พี่ลม มึงเอาคำชมที่กูให้ไปคืนมาเดี๋ยวนี้!

                ผมนั่งอ่านทวิตเตอร์ของแฟนคลับที่ดูวุ่นวายไม่น้อยจนถึงห้าทุ่ม ลองกดโทรหาพี่เก้าอีกครั้งก็ยังคงปิดเครื่องทำให้ใจฟูๆ ของผมเริ่มจะห่อเหี่ยวอีกครั้ง

                ปานนี้คงนอนแล้วมั้งเพราะพรุ่งนี้พี่เก้ามีงานแต่เช้าเลย จะได้เจอก็คงเย็นหรือดึกของพรุ่งนี้ ไม่สิ คงต้องอีกวันไปเลยมากกว่า

                คิดถึงชะมัดเลยแฮะ

                สะบัดหัวไล่ใบหน้าหล่อๆ ออกไปจากหัวก่อนจะลุกขึ้นก็รู้สึกเหมือนชิ้นส่วนในร่างกายแทบจะหลุดออกจากกัน สารร่างพังเหลือเกิน

                ผมว่าไอ้คลาวด์มันก็ต้องหนักพอๆ กันแหละ ก็มือเท้าผมไม่ใช่เบาๆ นะ

                พาร่างกายหนักอึ้งเอาจานไปล้างและเก็บก่อนจะเข้าไปในห้องนอนรับแขกที่พี่ลมจัดไว้ให้ ผมอาบน้ำทันทีเพราะว่าเพื่อจะช่วยคลายความเหนื่อยล้าปวดร้าวกล้ามเนื้อได้บ้าง พาแต่งตัวก็ต้องรีบมาทายาหน้าหล่อๆ ที่ช้ำเลือดช้ำหนอง แต่พอมองกระจกแล้วก็อยากจะจูบเงาสะท้อนเหลือเกิน

                ใบหน้าหล่อดิบๆ แบดๆ กับหัวยุ่งๆ ดูเข้ากันมากๆ สรุปโดยรวมว่ามีแผลบนหน้าแล้วยิ่งทำให้ความแมนลูกผู้ชายตัวจริงกระทิงแดงมาเองสุดๆ

                หล่อจังเลย แบดบอยเว่อร์ๆ หลงรักเลย

                ชื่นชมไปอีกหลายสิบนาทีก็ได้สติว่าต้องทายาไม่งั้นไม่หายแน่ๆ เสร็จจากหน้าก็มาที่กล้ามแขนกล้ามขาที่ปปวดหนึบๆ กว่าจะเสร็จก็เที่ยงคืนไปแล้ว

                ผมเห็นว่ามียาแก้ปวดกับแก้ไขวางอยู่ก็หยิบมาแต่พอมองหาน้ำก็ไม่มีเลยต้องเดินออกไปห้องครัว แม้ว่าตอนนี้ทุกคนจะเข้านอนแล้วแต่ไฟกลางห้องก็เปิดไว้บางดวง ไม่ต้องกังวลว่าจะเดินสะดุดหัวร้างข้างแตก

                เพิ่งจะกลืนยาลงคอไป...

 

                ปิ๊งป่องๆๆๆ!

 

                เสียงกริ่งหน้าห้องถูกกดรัวๆ จนแก้วน้ำในมือเกือบร่วง ดึกดื่นขนาดนี้แล้วยังจะมีคนมาอีกเหรอ ผมคิดว่าอาจจะเป็นเพื่อนพี่ลมเลยรีบเดินออกไปเปิดเผื่อว่าจะมีเรื่องใหญ่

                “มาแล้ว มาแล้ว”

                ผมส่งเสียงไปเพื่อให้คนข้างนอกหยุดพังกริ่งสักที ปลดล็อกกลอนประตูแล้วเปิดออก เงยหน้าจะมองคนมายามวิกาลก็รู้สึกว่ามีเงาดำโฉบเข้ามาทาบทับแล้วกอดหมับราวกับจะฝังตัวผมในอ้อมกอดของเขา

                “นี่!” ผมตกใจเตรียมผลักออก

                “นับสอง นับสอง นับสอง” 

               น้ำเสียงคุ้นเคยเรียกชื่อผมซ้ำไปซ้ำมาแล้วยังเสียงหอบหนักเหมือนวิ่งมาจากที่ไกลๆ มือของผมที่กำลังจะผลักเขาออกเปลี่ยนเป็นสวมกอดเนื้อตัวสั่นๆ ของอีกฝ่ายไว้แทน

                ใส่ฮู้ดใส่หมวกแล้วยังใส่ผ้าปิดปากมาอีกปิดใครจะไปจำได้เล่า...

                “ใจเย็นก่อนสิ” ยอมรับว่าผมตกใจมากเพราะไม่คาดคิดว่าเขาจะมาอยู่ที่นี่ตอนนี้และเวลานี้

                เขายังมีงานพรุ่งนี้นะ! เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!

                ฝ่ามือผมรู้สึกถึงความเปียกชื้นของเหงื่อที่ซึมตามร่างกายของอีกฝ่าย ไม่สิ นี่ไม่ใช่เหงื่อแต่เป็นน้ำต่างหาก จะว่าไปตอนนี้ฝนก็ตกอยู่ด้วย

                เขาวิ่งฝ่าฝนมาเหรอ?

                เสียงทุ้มยังคงหอบหายใจแรงเหมือนหายใจไม่ทัน “ขอโทษ ขอโทษที่มาช้า”

                “ไม่ ไม่เลย” ผมรู้สึกขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมา


                “พี่เก้ามาแล้วนะ”

                “...”

                “พี่เก้ามาหานับสองแล้ว”

 

                ผมรู้สึกอยากร้องไห้ขึ้นมา

                ความสำคัญของผมในใจพี่เก้า...มันสูงขนาดนี้เลยเหรอ

 

               


                 กะพริบตาสามสี่ครั้งให้น้ำในตามันคืนสู่ภายในไม่ยอมให้ไหลออกมา สูดลมหายใจเข้าเล็กน้อยรู้สึกว่าเสียงผมที่เปล่งออกไปต้องอู้อี้แน่ๆ เลย

                “พี่มาได้ยังไง” นั่นไง พูดออกไปก็รู้สึกว่าน้ำเสียงมันขึ้นจมูกเหมือนคนผ่านการร้องไห้มาแต่นี่ใคร

นี่เสือนับ เป็นเสือห้ามร้องไห้!

                ถ้าเสือร้องไห้ก็จะถูกกิน... จิ้มกับน้ำจิ้มแซ่บๆก็จะเด็ดมาก

                เงียบกริบ แม่ง มุกไม่ฮาเสือกพาเครียดอีก

                คนตัวเปียกเป็นลูกหมาตกน้ำเหมือนพึ่งนึกได้ว่าตัวเองตัวเปียกแล้วมากอดผมก็รีบผละออก แต่มันไม่ทันแล้วครับพี่ ตอนนี้เสื้อผ้าผมเปียกไปหมดทั้งตัว

                “พี่นั่งเครื่องมา” ตอบเบาๆ “พี่รีบแล้วจริงๆ นะ แต่ก็มาช้า”

                พี่มาเร็วกว่านี้ก็ซุปเปอร์แมนแล้ว

                แค่นี้ผมก็ดีใจจะตายห่าแล้ว

                ผมตบหลังพี่เก้าเบาๆ ชักเริ่มหายใจไม่ออกแล้ว พี่เก้าเหมือนจะได้สติขึ้นมาบ้างแล้ว เขามองเสื้อเปียกๆ ของผมก็เกาหัวอย่างเขินๆ

“เอ่อ พี่ขอโทษ” เสียงทุ้มยังคงปนหอบเหนื่อยอยู่ พี่เขายกมือขึ้นลูบแก้มเบาๆ แล้วนึกได้ว่ายังไม่ได้ถอดผ้าปิดปากออกเลยดึงออก “ตัวเปียกตามพี่เลย”

ผมเห็นริมฝีปากซีดเซียวของพี่เก้าแล้วก็ตกใจ ไม่สิ ต้องบอกว่าหน้าพี่เก้าตอนนี้โคตรจะซีดเลย

“เจ็บมากรึเปล่า” แววตาและน้ำเสียงโคตรเจ็บปวด

เห็นมือที่กำๆ แบๆ ของพี่เก้าแล้วก็สะอึกในใจ เขาจะลูบหน้าผมก็ยังไม่กล้าเลย

พยายามยิ้มก็ต้องซี้ดเพราะเจ็บปาก “ไม่เจ็บมาก” กูโกหก เจ็บฉิบหาย!

ดูหน้าก็รู้ว่าพี่เก้าไม่เชื่อ “คงจะเจ็บมากสินะ”

“ไม่เท่าไรหรอก” ผมไม่อยากให้เขาเป็นห่วงมากไป

“ถ้าเจ็บแทนได้ พี่เก้าอยากเจ็บแทนนะ” พระเอกไปอี๊ก

จะอ้าปากพูดต่อแต่เห็นว่าเรายืนกันคาประตูห้อง “เข้ามาในห้องก่อนเถอะ” คว้าข้อมือพี่เก้าเตรียมจะดึงเขาเข้ามาในห้อง

ส่ายหน้าเบาๆ “ไปห้องพี่”

เออว่ะ ลืมไปว่าห้องพี่มันก็อยู่ชั้นบน

เด๋ออีกแล้วกู

ผมพยักหน้าอย่างว่าง่ายไม่อิดออดหรือเล่นตัวอะไร หันมาปิดล็อกประตูห้องพี่ลมดีๆ ก่อนจะเดินตามพี่เก้าขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นบน บรรยากาศในลิฟต์ก็เงียบสงบจนผมไม่กล้าแม้แต่หายใจเพราะสีหน้าดำทะมึนของเขาหลังจากที่เห็นแผลบนหน้าเต็มๆ ของผม

“มันเป็นใคร” เสียงเข้มเอ่ยอย่างเย็นยะเยือก

ผมมีสีหน้างงเล็กน้อยแต่ไม่นานก็รู้ว่าพี่เก้าถามอะไร “มันชื่อคลาวด์ อยู่คณะเดียวกับผมแต่ก็ไม่ได้สนิทกัน” เอ่ยตอบไปอย่างปกติ

“อยากให้พี่เก้าทำยังไง” คนหน้านิ่งถามต่อ

ทำยังไงคืออะไรวะ “พี่หมายถึง...?”

“อยากให้พี่เอาคืนให้มั้ย” ยกมือขึ้นมาลูบคางสันกรามที่ช้ำม่วงของผมเบาๆ “พี่เก้าจะเอาคืนเป็นห้าเท่า”

รู้สึกเหมือนว่าจะได้ไปงานศพไอ้คลาวด์ขึ้นมา “ไม่ต้องหรอก คือว่า...”

“โอเค เดี๋ยวพี่เก้าจัดการเอง” แล้วมึงจะมาถามความเห็นกูเพื่อ!

ในเมื่อตัดสินใจตั้งแต่แรกแล้วว่าจะแก้แค้นให้ผมก็ไม่ต้องมาถามก็ได้ แต่พอเห็นพี่เก้าเป็นเดือดเป็นร้อนแบบนี้แล้วมันรู้สึกวูบวาบใจเต้นเลย

ติ๊ง...

บานประตูลิฟต์เปิดออกก่อนที่พี่เก้าจะเดินนำเข้าห้อง ไฟในห้องของพี่เก้ายังคงเปิดสว่างไปทั่วบ่งบอกว่าเจ้าของห้องอีกสองสามคนก็คงยังมีใครไม่เข้านอนเป็นแน่

“หือ?” คนที่โผล่หน้าออกมาดูคือพี่อ๋อง “อ้าว งานเสร็จแล้วเหรอ” ถามอย่างแปลกใจที่เห็นพี่เก้าเดินเข้าห้องมา

“ยัง” พี่เก้าตอบห้วนๆ แล้วเดินผ่านพี่อ๋องไป

พี่อ๋องขมวดคิ้วอย่างงงๆ แต่พอเห็นหน้าตาช้ำๆ ของผมก็ตกใจ “ไปทำอะไรมาน้องนับ”

...น้องนับ ใจละลายแป๊บ

“ก็มีเรื่องนิดๆ หน่อยๆ แฮ่” หัวเราะแห้งแล้วผงกหัวให้พี่แกเป็นการลาก่อนจะรีบเดินตามพี่เก้าขึ้นห้องไป เนื่องจากตัวเปียกตั้งแต่หัวจรดเท้า พี่เก้าคงต้องรีบเข้าไปอาบน้ำใหม่แน่ๆ ไม่งั้นจะเป็นหวัดได้

หลังจากปิดประตูห้องแล้วก็พบกับห้องนอนกว้างมีเสียงน้ำกระทบพื้นกระเบื้องดังจากในห้องน้ำ ผมจะเดินขึ้นไปนอนบนเตียงก็เห็นว่าเสื้อตัวเองเปียก สมควรที่จะเปลี่ยน

กำลังคิดอยู่ว่าจะเปิดตู้เสื้อผ้าพี่เก้าเลยดีมั้ย หรือว่ารอพี่เก้าออกจากห้องน้ำดีก็มีเสียงดังลอดมาจากห้องน้ำ

“นับสอง เสื้อในตู้ หยิบไปใส่ได้เลย!

...พี่มันเลี้ยงกุมารทองหรือมีคาถาอ่านใคนวะ

รู้ไปซะหมด

แบบนี้ก็ต้องรู้สิว่านับสองชอบพี่เก้ามั่กๆ

หูยยย ได้ยินความคิดแบบนี้ เราก็เขินนะ พี่เก้าคนบร้า

ได้ยินคำอนุญาตแล้วผมก็เปิดตู้เสื้อผ้าดูแล้วเลือกหยิบตัวที่ใส่สบายออกมาสวมใส่แทนเสื้อของพี่ลม ผมเลือกเป็นเสื้อกล้ามสีดำ ส่วนกางเกงขาสั้นมันไม่ได้เปียกเลยไม่ต้องเปลี่ยน ผมเดินเอาเสื้อพี่ลมไปวางไว้บนพนักโซฟาแล้วค่อยก้าวขึ้นเตียงอย่างง่วงงุน

สภาพที่จะตาปิดอยู่แล้วแต่ก็อยากคุยกับพี่เก้าก่อนเลยยอมทนฝืนตารอจนเสียงในห้องน้ำหยุดลง... ประตูห้องน้ำถูกเปิดออกพร้อมกับร่างสมบูรณ์แบบ

เฮือกกกก!

กำเดาจะไหลแล้วอะแม่จ๋า

ซิกแพคหกก้อน อูยยย

ฝืนตารอคุยกับพี่เก้าก็เรื่องหนึ่งแต่ที่รอจริงๆ ก็คือรอซิกแพคนี้แหละ ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ ตาง่วงๆ ก็พลันจะสว่างขึ้นมาบ้างแถมยังรู้สึกชุ่มชื่นอีก

“นับสองได้ทายารึยัง” คนขี้อ่อยเดินนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวเข้ามาหาผมที่นั่งอยู่บนเตียง

“ทาแล้วๆ”

อืม... วันนี้น้องชายพี่เก้าสงบนิ่งจัง

“นับสอง” เสียงทุ้มเรียกอย่างอ่อนใจปนเอ็นดู “มองหน้าพี่เก้าก่อนครับ”

ว่าไม่พอยื่นมือมาเชยคางงัดคางผมให้เงยหน้าขึ้นมาสบตา ผมก็สะดุ้งโหยงเล็กๆ แล้วยิ้มซื่อให้พี่เก้า ประมาณว่าเราเปล่านะ ไม่ได้ทำอะไรเลย

“เอาแต่มองเป้าพี่อยู่ได้”

“ก็อยากให้ผมมองอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” สวนกลับไปซึ่งอีกฝ่ายก็เพียงยักไหล่แล้วยิ้มปล่อยมือออกจากคางของผม

“มองเยอะๆ มองจนพี่ตัวพรุนก็ได้”

“...”

“พี่เก้าอยากให้นับสองมองพี่เก้าคนเดียว”

อ้อยอีกแล้ว หล่นมาโครมเบ้อเร่อเลยครับ เหมือนไม่ได้แจกอ้อยนานกลัวว่าผมจะเลิกชอบพี่รึไงนะถึงได้มาหยอดแบบนี้

                ผมไม่ตอบกลับเพราะไม่รู้จะพูดยังไงดี ไม่ค่อยอยากรับปากตอนนี้เพราะผมยังติดที่จะมองคนนั้นคนนี้อยู่ ผมมองคนพวกนั้นก็แค่ชอบหุ่นเขา

                แต่พี่เก้า... ผมอยากได้ทุกอย่าง

                หัวใจก็เช่นกัน

                ผมอยากครอบครองหัวใจของเขา

                แววตาพี่เก้าอับแสงลงเล็กน้อยแล้วเดินไปหน้าตู้เสื้อผ้าหยิบมาสวมใส่อย่างง่ายๆ มองไปก็กลืนน้ำลายไป พี่มันแม่งไม่มีอายเลยครับ สะบัดผ้าเช็ดตัวออกแล้วใส่เสื้อผ้าอย่างอ่อยๆ

                อ่อยไม่อ่อย ผมตัดสินว่าอ่อย!

                ดูบั้นท้ายพี่เก้าสิ น่าบีบเหลือเกิน

                มาเป็นเมียให้ผมเถอะ!

                แววตาร้อนแรงของผมมองสะโพกมองก้นพี่เก้าอย่างหลงใหลจนเนื้อผ้าของกางเกงปิดบังสายตาของผมจำต้องยอมถอนสายตาออกมา

                พี่เก้าเดินขึ้นมาบนเตียงแล้วนั่งข้างๆ ผม เขามองจ้องอยู่กับแผลที่หน้า มองจนหนังบนหน้าผมจะลอกออกมาอยู่แล้วนะ “ผมไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น”

                “แต่พี่เก้าไม่อยากเห็นนับสองเจ็บ” เสียงเจ็บปวดยิ่งกว่าคนโดนต่อยอีก

                “ผู้ชายมันก็ต้องมีบ้างแหละพี่” ผมไม่รู้จะพูดยังไงดี

                ฝ่ามือเย็นๆ จากการอาบน้ำมาไล้แก้มในบริเวณที่ไม่มีรอยช้ำเบาๆ “โตแล้วควรใช้สมอง”

                พี่เขาด่าผมอยู่ใช่รึเปล่า?

                “แต่มันด่าพี่ ผมจะทนได้ไง” ผมรู้สึกแย่นิดๆ ที่ถูกพี่เก้าตำหนิแบบนี้ โอเค ผมเข้าใจว่าพี่เก้าไม่อยากให้ผมมีเรื่องเจ็บตัวแต่แบบ...

                เขาเรียกอะไร น้อยใจเหรอ

                แววตาลึกล้ำมีประกายแสงขึ้นมาบ้าง “เรามีเรื่องเพราะพี่?”

                “ก็ใช่น่ะสิ” ส่งเสียงเหอะไปแล้วค้อนใส่วงใหญ่

                “ปกป้องพี่เหรอ” สีหน้าขรึมๆ ขยับปากยิ้มแล้วดึงผมเข้าไปในอ้อมกอด สภาพเราคือกำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียงใหญ่ อือหือ ฉากโรแมนติกดีจริงๆ มีเสียงฝนฟ้ามาอีก

                ฉากเสียตัวชัดๆ มาม่ะ พี่เก้า

                เรามาทำตามคอนเซปนิยายเร็ว!

“ไม่ให้ผมปกป้องพี่จะให้ปกป้องใคร” ยกยิ้มมุมปากแล้วเอ่ยยั่ว “หรือจะให้ปกป้องคนอื่น”

                “ไม่อนุญาต!” พี่เก้ารัดวงแขนแน่นขึ้นบ่งบอกความไม่พอใจ “ปกป้องพี่เก้าคนเดียวพอ!

                “รู้แล้วๆ” เห็นท่าทีหึงหวงแล้วก็รู้สึกฟูๆ รู้สึกเป็นต่อขึ้นมา

                พี่เก้ากระชับอ้อมกอดแน่นอีกครั้ง แล้วกดจูบแผ่วลงบนหน้าผากผม “ขอบคุณนะที่ปกป้องพี่”

                “อื้อ” ไม่ได้ตอบอะไรเพียงเงยหน้ายิ้มตาปิดให้

                มือที่เริ่มอุ่นลูบเส้นผมของผมเบาๆ “แต่คราวหน้า ถ้าใครด่าให้มาบอกพี่เก้า พี่เก้าจะจัดการเอง” ว่าอย่างเด็ดขาดแล้วยกมือของผมขึ้นมาดู “ดูสิ มือนุ่มนิ่มของนับสองแตกหมดเลย”

                จะสำลักอากาศตายก็วันนี้แหละ

                มือนุ่มนิ่ม พี่มึงก็ช่างพูดมาได้!

                มือผมนี่มันนุ่มกว่ากระดาษทราบแค่เล็กน้อยเองนะ

                “ไม่ให้ใช้มือต่อยจะให้ใช้อะไร”

                พี่เก้าฉีกยิ้ม “ใช้ตีนกระทืบสิครับ”

                “...” สาบานว่าจะไม่ทำให้พี่เก้าโมโห

                เขาลูบมือผมเบาๆ ก่อนจะเอี้ยวตัวไปเปิดลิ้นชักหัวเรา หยิบอะไรอ่ะ ถุงยางเปล่า แฮ่ม ไม่สิๆ ต้องหยิบยามาใส่แผลที่มือผมต่างหาก วู้ เจ็บตัวยังจะมาคิดหื่นอีก

                ผมก็ทำตัวว่าง่ายส่งมือให้พี่เก้าใส่ยาแบบเด็กดีเด็กเชื่อฟัง ที่ผมตกใจคือหลังจากใส่ยาแล้วพี่เก้าก้มหน้าลงแล้วเป่าแผลบนมือเบาๆ ลมร้อนๆ กระทบกับผิวหนังทำเอาผมสั่นได้ไม่ยาก

                “เพี้ยงงง หายนะๆ ไม่เจ็บแล้วนะ ฟู” จากนั้นก็ช้อนตามองผมแล้วยิ้มอบอุ่น

                ...ใครก็ได้

                ตามไปเก็บวิญญาณผมที

                ลอยไปนู้นแล้ว!

                ความร้อนปะทุขึ้นหน้าแสดงออกมาชัดเจนว่าเขิน พี่เก้าก็ยิ้มพอใจแล้วหันเอายาไปเก็บตามเดิมในที่ของมัน ผมนึกได้ว่าพี่เก้ายังไม่ได้ตอบคำถามผมเลย

                “แล้วตกลงนี่พี่กลับมาได้ยังไง งานยังไม่เสร็จไม่ใช่เหรอ” อ็ป๋ามันไม่น่าจะปล่อยมาได้นะ

                “พี่หนีมา” ตอบหน้าตาเฉยสุด “แต่เดี๋ยวก็ต้องกลับไปทำงานต่อ”

                “ไหวเหรอพี่” ผมตกใจมาก

                “แค่นี้เอง” ยิ้มเบาสบายมาให้ผมวางใจแต่ผมยิ่งเป็นห่วง “ขึ้นเครื่องก็นั่งเฉยๆ นอนได้”

                ขมวดคิ้วไม่เห็นด้วย “แต่มันก็เหนื่อยอยู่ดี”

                “พี่ทนได้ครับ” พี่เก้ายิ้มแล้วส่ายหน้าเหมือนจะบอกว่าพี่ไม่เป็นอะไรจริงๆ “พี่ไม่เป็นอะไรง่ายๆ หรอก”

                “แต่ผมก็ห่วงอยู่ดี” บ่นอุบอิบแล้วก็คิดนะ

                ครุ่นคิดอย่างหนัก...

                พี่เก้าถึกขนาดนี้

                บนเตียงจะอึดไม่เหนอ งุ้ย

                “ให้ผมคุยกับป๋ามั้ย” เออ มันต้องโดนตบแล้วไอ้ป๋า! นี่คนนะไม่ใช่เครื่องจักร ฟ้องกรมแรงงานแม่ง!

                “ไม่ต้องหรอก”

                “ไม่รู้แหละ ผมจะคุยกับป๋า!” จะกีดกันผมกับพี่เก้าเหรอ เหอะ! นิสัยไม่ดี แบบนี้แหละไอ้จินถึงได้ทิ้ง แต่จะว่าไปผมไม่กลับห้องแบบนี้มันต้องพาคนของมันมาเล่นจ้ำจี้ที่ห้องแน่ๆ!

                “ห้ามไม่ได้สินะ”

                “ไม่ได้!

                พี่เก้าล้มตัวนอนบ้างแล้วดึงเข้าไปกอดอีก เอะอะเป็นกอดตลอด ผมรู้สึกไปเองรึเปล่าว่าตั้งแต่พี่เก้ากลับมาดูจะสัมผัสตัวผมมากกว่าทุกครั้ง

                เอะอะเป็นจุ๊บ เอะอะกอด

                ทำไมไม่เอะอะฟีเจอริ่งบ้าง แค่ก!

                “ทำไมนับสองถึงน่ารักแบบนี้” หรือพี่เขาจะป่วยวะ เสียงดูเพ้อๆ เนอะ

                “ผมหล่อ” เถียงตายครับ

                “แต่สำหรับพี่เก้า”

                “...”

                “นับสองคือคนที่น่ารักที่สุด”

                จำเป็นต้องแจกอ้อยตอนเที่ยงคืนมั้ย ฮัลโหล

                รู้รึเปล่าว่ากินของหวานตอนกลางคืนมันอ้วน

                เพราะงั้น...เอาของคาวดีกว่านะ

                ฮือออ จะซึ้งก็ไม่เคยซึ้งสุดเพราะความกามกูเนี้ย!

                “สำหรับผม”

                “...”

                “พี่เก้าดีที่สุด” ขยิบตาให้ตบท้ายอีก โดนอ้อยมาพอสมควรเพราะงั้นต้องแจกคืนบ้าง!

                คนถูกชมก็หัวเราะเบาๆ แล้วนอนตะแคงมองผม “นอนเถอะ เหนื่อยมาทั้งวัน” พูดเหมือนตัวเองไม่เหนื่อย

                “พี่ไม่นอนเหรอ” ผมถามอย่างห่วงใย

                “นอน แต่คงได้ไม่กี่ชั่วโมง” ว่าแล้วเขาก็ชูโทรศัพท์ให้ดู ซึ่งมันเป็นตีสาม “ไฟท์เช้าสุดเหมือนจะตีห้า”

                ผมกัดปากแน่นมองดูพี่เก้าที่ทำงานหนักแล้วยังมาหาผมอีกแล้วรู้สึกน้ำตาคลอหน่วย พี่เก้ายกมือขึ้นเกลี่ยบริเวณหางตาผมเบาๆ

“คนดีไม่ร้องสิ”

จะร้องหนักกว่าเดิมอีก

“ทำไมเป็นเด็กขี้แยไปแล้ว หือ?” พี่เก้าว่าอย่างเอ็นดู

“ผมเปล่านะ!” ฝุ่นมันเข้าตาเว้ย! “ไม่ได้ร้อง!” แต่ก็อดไม่ได้ที่จะพูด “พี่เก้า... พี่ไม่น่ามาหาผมตอนนี้เลยจริงๆ นะ”

คิดดูดีๆ แล้วแค่โดนต่อยไม่ได้ถูกรถชนไม่ได้สาหัสที่ขนาดต้องวิ่งแจ้นมาหาผมขนาดนี้ แบบมาพรุ่งนี้ก็ได้ จากรู้สึกดีกลายเป็นรู้สึกผิดแทนซะงั้น

เหมือนผมทำให้พี่เก้าเหนื่อยเพิ่มอ่ะ แทนที่เขาจะได้พักแต่กลับต้องมาดูผม

“แล้วนับสองคิดว่าพี่รู้สึกยังไงตอนที่รู้ว่านับสองถูกต่อยแล้วพี่ติดต่อไม่ได้” เขาถามผมกลับน้ำเสียงไม่รู้ว่าอยู่ในอารมณ์ไหนเพราะมันดูคลุ้มคลั่งเกินไปแต่พยายามที่จะเก็บไว้ “พี่เก้าทนไม่ไหวหรอก”

“แต่มันทำให้พี่เหนื่อย”

“ได้เห็นหน้าเรา พี่ก็หายเหนื่อยแล้ว” ระบายยิ้มหล่อ “อย่าคิดมาก” ลูบมือของผมให้คลายกังวล

“แต่...”

“รู้อะไรมั้ย”

“...” ไม่รู้อ่ะ

“สำหรับคนที่ชอบแล้ว”

“...”

“จะให้เหนื่อยแค่ไหแล้วได้เจอหน้า ถึงจะแค่วินาทีเดียว”

“...”

“มันก็คุ้ม”

รู้สึกถูกบอกรัก รู้สึกอบอุ่นไปทั้งใจ ผมอยากจูบพี่เก้าจังแต่ว่าปากมันแตกอยู่ เหมือนเขาจะรู้ความต้องการของผมเลยโน้มลงมาประทับจูบเบาๆ

ไม่มีการเคลื่อนไหวเพียงริมฝีปากแนบกันแต่มันก็ให้ความรู้สึกที่หนักแน่นและตราตรึง ไม่รู้ว่านานแค่ไหนกว่าพี่เก้าจะผละออก เขาขยับมาจูบหน้าผากของผมซึ่งเป็นที่แห่งเดียวที่ไม่มีบาดแผล

“โอเค คนดีนอนเถอะ” เสียงกล่อมเบาๆ “พี่เก้าอยู่ตรงนี้แล้ว ไม่มีใครทำร้ายนับสองได้”

เหลือบตามองพี่เก้าอย่างงงๆ จะอ้าปากพูดแต่ก็คิดว่าเก็บไว้ก่อนดีกว่าเพราะผมอยากให้พี่เก้าได้พักผ่อน เล็กน้อยก็ยังดี

“เรื่องอื่นไว้รอพี่กลับมาก่อนนะ”

ผมพยักหน้าตกลง “ฝันดีนะพี่เก้า”

“ฝันดีครับ คนดีของพี่เก้า”

ส่งยิ้มบางๆ ให้ก่อนจะค่อยหลับเปิดตาลงอย่างช้าๆ ด้วยความเหนื่อยล้าของร่างกายผมให้ผมหลับได้ง่ายและหลับลึกกว่าทุกครั้งจึงไม่ได้รับรู้เลยว่าพี่เก้าได้ทำอะไรหลังจากี่ผมหลับไป

 



เมื่อเห็นเด็กน้อยของเขาหลับสนิทแล้ว คนอบอุ่นและอ่อนโยนเปลี่ยนสีหน้าเป็นดำทะมึนยิ่งมองแผลบนหน้าของคนที่กำลังนอนขดตัวหลับลึกแล้วหัวใจมันกระตุกอย่างแรง

เรือนร่างสมบูรณ์แผ่กลิ่นอายเย็นยะเยือกออกมาก่อนจะลุกจากเตียงหลับโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาใครสักคน

 

“จับตัวมาได้แล้วใช่มั้ย”

(ครับ จะให้ทำยังไงกับมันดีครับ)

“ยังไม่ต้องทำอะไร ...กูก็ไม่ได้ระบายอารมณ์มาพักใหญ่แล้ว”

ปลายสายรู้สึกตัวสั่นขึ้นมาแอบปาดเหงื่อ คนที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่คนที่แสดงออกร้ายๆ แต่เป็นพยัคฆ์หน้ายิ้มอย่างท่านอ๋องกับคุณชายเก้าต่างหาก!

“อ้อ จองโรงพยาบาลไว้ก็ดีนะ”

 

เขาไม่แน่ใจว่าจะยั้งมือได้แค่ไหน

ตัดสายทิ้งไปแล้วเดินกลับมาหาเด็กหนุ่มบนเตียง ใบหน้าเย็นชาคลายลงไปเยอะแววตาที่ทอดมองเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกที่บ้าคลั่ง


“คนดี... ถึงพี่เก้าจะร้าย”

“...”

“แต่พี่เก้าจะไม่มีวันทำร้ายคนดีนะ”

“...”

“เพราะงั้น...อย่าเกลียดพี่เก้านะ”

 

 

 โน้มหน้าลงพรมจูบบนหน้าผากเนียนหนักๆ ก่อนจะผละออก ความรู้สึกที่ท่วมทะลักทำให้ยากที่จะควบคุม มองดูคนที่นอนอยู่บนเตียงแล้วมันก็เกิดร้อนรุ่มขึ้นมาได้ง่ายๆ

เมื่อวานหลังจากนับสองหลับไป ผมก็ต้องทำใจหนักหน่วงมากที่จะไม่ลวนลามน้องหรือลักหลับน้องแล้วสุดท้ายตื่นมาเช้ามืดก็ตุงสิ ตั้งแต่เจอน้องมันผมก็ต้องอาศัยมือตัวเองบ่อยขึ้นไม่ได้ออกไปหาข้างนอกแบบเมื่อก่อน

เวลาเราเจอคนที่รักจริงๆ

ความเหี้ยก็จะหยุดไปเอง

ผมหยิบชุดนักศึกษาของตัวเองไปวางไว้บนโซฟาเพื่อให้พรุ่งนี้เช้าน้องได้มีเสื้อผ้าใส่ เตรียมอะไรให้เรียบร้อยแล้วก็เขียนโน้ตทิ้งไว้สักหน่อย

ทำไมผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นพ่อบ้านจัง

อมยิ้มนิดๆ แล้วมองไปทางนับสองที่นอนหลับสบายใจอย่างอดทนไม่ให้กระโจนใส่ “เลื่อนสถานะมาเป็นเมียเลยได้มั้ย” ผมบ่นออกมาเบาๆ แฟนเฟินไม่ต้องแล้วมาเป็นเมียเลยเถอะ 

เอ่ยจบก็เดินหมุนตัวไปหาตู้เสื้อผ้าแล้วเปลี่ยนชุดใหม่ด้วยสีดำทั้งตัว

ระหว่างที่เปลี่ยนเสื้อผ้าก็วางแผนในหัวไปเรื่อยๆ หลังจากติดกระดุมเสื้อเรียบร้อยก็พลิกนาฬิกาข้อมือดูก็เห็นว่าจะช้ากว่านี้ไม่ได้แล้วจึงสืบเท้าออกจากห้องทันที ผมเดินลงจากชั้นสองมาก็ยังคงเห็นพี่ชายคนโตของบ้านกำลังนั่งตรวจเอกสารด้วยท่าทางเป็นธรรมชาติแต่แฝงกลิ่นอายที่น่าเกรงขาม

“จะไปแล้วเหรอ” พี่อ๋องถามเบาๆ ตายังคงอ่านเอกสารอยู่

“อืม” ผมพยักหน้าแล้วควงกุญแจรถในมือเล่น “ไปด้วยกันมั้ย”

ทำสีหน้าเรียบเฉย “ไม่ดีกว่า”

“เพราะ?”

“ฉันไม่ชอบความรุนแรง”

กลอกตามองบนแทบจะทะลุเพดาน ผมส่ายหน้าหน่อยๆ แล้วจะเดินต่อแต่ก็รู้สึกว่ามีตัวอะไรสักอย่างมาโอบกอดรอบคอ กลิ่นแอลกอฮอล์ตีเข้าจมูกจนผมต้องย่นคิ้วแม้จะอ่อนๆ ก็เถอะ

“ไนน์” ผมเรียกคนที่กำลังโอบคอผมอยู่ “ปล่อย”

“ไปด้วย” น้องชายฝาแฝดฉีกยิ้มตาเป็นประกายอย่างนึกสนุก

“ไม่ได้ไปเล่น” แกะตัวปลิงออกแต่มันไม่ยอมปล่อย

“ก็ไปดูเฉยๆ” ไนน์ไม่ยอมปล่อยมือออกจากรอบคอผม “พาเค้าไปหน่อย” เห็นใบหน้าที่เหมือนตัวเองอย่างกับแกะกำลังทำตาอ้อนตาหวานแล้วขนลุกชะมัดยาด

ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วยอมพยักหน้า “ขับรถให้ที”

“ไม่มีปัญหา” รับกุญแจรถไปแล้วก็เดินออกจากห้องนำผมไปเลย

ส่ายหน้าอย่างเอือมๆ คิวชอบว่าผมตามใจไนน์มากเกินไป ดูท่าจะจริง... ถึงมันจะเกิดหลังจากผมไม่กี่วิก็เถอะแต่มันดูเหมือนน้องชายที่อายุน้อยกว่าผมสักสี่ห้าปี

ผมเดินตามหลังไนน์ไปที่ลานจอดรถ มีรถหรูมากมายเรียงรายติดๆ กันเป็นสิบคันกินบริเวณของลานจอดรถชั้นนี้ไปหนึ่งส่วนสามก็เป็นรถของบ้านผมทั้งหมด ผมมีเป็นของตัวเองสี่คัน ไอ้ไนน์สอง ไอ้คิวชอบสะสมบิ๊กไบค์ห้าหกคัน ส่วนท่านอ๋องของเราเหรอมีทั้งรถยนต์ทั้งบิ๊กไบค์รวมๆ ก็เป็นสิบ

บางทีผมก็อิจฉาพี่คนนี้นะ อยากเหนือกว่าแต่ก็ไม่ไหวจริงๆ เป็นธรรมดาของผู้ชายที่อยากเอาชนะ

“ไอ้คิวบอกว่านับสองไปจูบคนอื่นเข้าเลยโดนต่อย?” ออกรถมาได้ครู่ ไนน์ก็ชวนคุยแต่ว่านะ...ไอ้คิวมันไปเล่าอะไรให้ไนน์ฟังเนี่ย!

“มึงก็เชื่อมัน” เอ่ยเอื่อยๆ ขณะที่กำลังเอนหลังหลับตา

ถึงนับสองจะแรดหน่อยๆ

แต่มันก็เลือกนะ

ไอ้คลาวด์อะไรนั่น

หน้าตาพื้นๆ เบๆ ไม่ได้ครึ่งของผมเลยด้วยซ้ำ

เพราะงั้นนับสองคนดีของผมไม่แลหรอก

ไนน์ทำสีหน้าแปลกๆ พิลึกแล้วยังยกมือขึ้นลูบลำคอตัวเองที่ถูกปิดอย่างมิดชิด “ใครจะรู้เล่า มันก็เคยไปจูบไอ้คิวมาแล้ว”

คิ้วของผมกระตุกนิดหน่อยเปิดเปลือกตาขึ้นเหล่มองทางคนพูดด้วยสายตาหงุดหงิด “แค่เข้าใจผิด” เพราะคิวเปลี่ยนมาทำสีผมเดียวกับผมเลยยิ่งมีความคล้ายกันจนแยกไม่ออกมากกว่าเดิม “แล้วคอเป็นอะไร”

เห็นลูบจังเลยคอเนี่ย

ไนน์สะดุ้งเล็กน้อยแล้วลดมือลงไปจับที่พวงมาลัยรถ “ไม่มีอะไร แค่คันๆ” เห็นสีหน้าพิลึกๆ เหมือนถูกบังคับให้กินยาขม “แล้วเดี๋ยวจะกลับไปเชียงใหม่ใช่มั้ย”

เห็นไนน์จงใจเปลี่ยนเรื่องก็ยิ่งสร้างความสงสัยขึ้นไปอีก หรือว่าที่คอ... อืม โอเค เข้าใจแล้ว เมื่อเข้าใจแล้วก็ไม่ได้ถามต่อ ผมพยักหน้าไปแล้วนึกได้ว่ามันคงไม่เห็น

“อืม จัดการตรงนี้เสร็จก็ไปสนามบินต่อ”หลับตาลงอีกครั้ง

“ทำไมตอนกูตีกับเพื่อนที่คณะ มึงไม่เห็นรีบร้อนมาแบบนี้บ้างวะ” เสียงงอแงน้อยใจดังเข้ามาตัดพ้อ

“มึงไม่ใช่เมีย”

เออ แต่สถานะก็ต่างแล้ว

“แต่กูก็ยังเป็นน้องนะ!” ไนน์ชักสีหน้าโมโหแล้วยิ่งเหยียบคันเร่งมิดเท้า ถนนในเวลาเที่ยงคืนและฝนตกถนนลื่นแบบนี้ก็ยังจะขับรถเร็ว มันอยากพาผมไปตายรึไง

ยังตายไม่ได้นะ

ผมยังไม่ได้กินนับสองเลย!

“ตอนนั้นกูอยู่ต่างจังหวัด” ผมหาข้ออ้างไปเรื่อย

“วันนี้มึงก็ทำงานอยู่เชียงใหม่!” ไนน์แทบจะพ่นไฟใส่หน้าผมอยู่แล้ว “ใช่สิ น้องมันไม่สำคัญเท่าเมียนี่!

“ก็รู้ตัว”

“เหอะ ยังไม่ได้เขาเป็นเมียยังหลงขนาดนี้” พูดขึ้นเบาๆ แล้วส่ายหน้า “ถ้าได้เป็นเมียแล้วจะขนาดไหน”

เสียงของไนน์ก็บ่นล่องลอยไปเรื่อยๆ ส่วนผมก็กำลังพักสมองพักร่างกายพยายามควบคุมอารมณ์ที่เดือดปะทุให้ไม่ระเบิดก่อนเวลาอันควร

ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง เฟอร์รารี่สีแดงร้อนแรงเคลื่อนเข้าเข้ามาในเขตโรงงานแห่งหนึ่ง ยามที่คอยเฝ้าชะโงกหน้ามาดูเล็กน้อยก็พยักหน้าให้แล้วรีบยกไม้กั้นออก

รถขับผ่านเขตอาคารด้านหน้ามาหลายตึกจนไปหยุดที่โกดังสุดท้ายที่ห่างไกล... ผมลืมตาขึ้นแล้วหยิบเสื้อคลุมมาใส่ดีๆ ก่อนจะเดินลงจากรถด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ส่วนไนน์ก็เดินเอ้อระเหยตามผมมา... ภายในโกดังยังคงเปิดไฟสว่างโร่ กล่องไม้มากมายถูกวางเป็นระเบียบและน้องชายจอมซนก็เดินไปเปิดดู

ผมหยุดเดินแล้วหมุนตัวไปหิ้วคอเสื้อไนน์ให้ตามมา “อย่าไปจับมั่วซั่ว” ของพวกนี้มันจับมั่วได้ที่ไหน

“บ่นจริง” น้องชายฝาแฝดเบะปากอย่างเซ็งๆ แล้วดึงตัวเองออกจากมือผม “คิดยังไงถึงจับมาที่นี่”

“พูดมาก”

ตัดบทไปไม่ตอบอะไรเพราะอารมณ์ของผมเริ่มจะคุกรุ่นขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเดินเข้าไปข้างในมากเท่าไหร่ยิ่งได้ยินเสียงตะโกนด่าทอ รอยยิ้มและแววตาของผมค่อยๆ เผยความกระหายเลือดมากขึ้น

เดินจนมาถึงห้องห้องหนึ่งก็เจอกับลูกน้องหน้านิ่งสองคนยืนเฝ้าอยู่... เมื่อเห็นพวกผมเดินมาก็รีบเคารพแล้วเปิดประตูให้

“มึงจับกูมาทำไม!!

“ปล่อยกู! ปล่อยกู!

ยามก้าวเท้าเข้าไปในห้องก็เห็นผู้ชายหน้าตาปูดโปนถูกมัดขังไว้กับผนัง รอบข้างมีลูกน้องคนสนิทของผมนั่งเล่นไพ่กันอยู่ แต่ละคนดูไม่สนใจแขกคนนี้เท่าไหร่

“ไอ้เหี้ยเอ๊ย! กูไม่เคยสร้างความแค้นกับพวกมึง!

ฟังแล้วก็เลิกคิ้วขึ้นนิดนึงจากนั้นก็ค่อยๆ ย่างก้าวออกจากความมืด ท่าทางที่เหมือนมัจจุราชที่ผุดออกมาจากเงามืดทำให้แขกรับเชิญพิเศษของวันนี้ตกตะลึงไม่น้อยก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นความโกรธแค้น  

“ไม่เคยสร้างความแค้น?” อยากจะหัวเราะให้ตาย “แน่ใจเหรอ...”

น้ำเสียงเย็นยะเยือกบวกเสียงหัวเราะจิตๆ ทำให้ผมยิ่งดูน่าหวาดหวั่น ก้าวไปหยุดยืนตรงหน้าของรุ่นน้องปากหมาผู้มีใบหน้ายับเยิน

“มึง... มึงจะจับกูมาเพื่อแก้แค้นให้คู่ขา...อุ๊ก!

ผัวะ!

ฝ่าเท้ายกขึ้นแล้วตวัดเตะเข้าท้องอย่างรุนแรงเมื่อคำพูดดูถูกหลุดออกจากปากมันมา ภายในห้องเต็มไปด้วยบรรยากาศมาคุและเงียบสนิท

“แน่จริง ก็ปล่อยสิวะ! อั๊ก!

ผัวะ!

ไม่ได้สนใจเลยว่าอีกฝ่ายจะพูดยั่วยุอะไร เพียงกระหน่ำมือเท้าลงบนร่างที่ถูกตรึงแน่น

ไม่มีใครกล้าที่จะถอนหายใจแรงเลยด้วยซ้ำ... เมื่อออกแรงจนพอใจได้บ้างแล้วก็หยดมือ สีหน้าของผมคลายความโหดร้ายลงบ้างแล้วเงยหน้าจ้องมองคนที่กำลังจุกอยู่จากแรงเตะต่อยที่ท้องอย่างพิจารณาและสำรวจใบหน้า

จะว่าไป ผมก็ยังไม่ได้ต่อยหน้ามันเลย...

“อืม นับสองช่าง...มีศิลปะจริงๆ” เห็นแผลบนหน้ามันแล้วก็รู้สึกเอ็นดูอีกคน

                ใบหน้าที่ปูดบวมนี้เกิดจากมือเล็กๆ ของนับสอง

                มือเล็กๆ ขาวๆ ที่เสกสรรปั้นประติมากรรมชิ้นนี้

                มันสวยงามเพราะเกิดจากมือของนับสอง

อา... นับสองของผมเก่งชะมัด

                ดูสิ ชกจนอีกฝ่ายคิ้วแตกเลย                

                ยิ่งมองยิ่งรู้สึกอารมณ์ดีจนเผลอยกยิ้มอ่อนหวานออกมา เห็นผลงานของคนดีแล้วอยากจะเก็บไว้ชื่นชม ชื่นชมชนิดที่...

                ตัดหัวมันแล้วเก็บไว้ดูเล่น

                “ไอ้โรคจิต!

                ผมหลุดจากห้วงความคิดแสนหวานแล้วหรี่ตามองไอ้เด็กเวรตรงหน้าที่กัดฟันกรอด สีหน้ายังคงซีดขาวแต่แววตาดื้อรั้นไม่ยอมลงทั้งเย่อหยิ่งและโง่เขลา

                “โรคจิต?” กะพริบตาปริบๆ

                “กูไม่ใช่เกย์! อย่ามองด้วยสายตาแบบนี้ ขยะแขยง!

                ...ผมกำลังคิดถึงนับสอง

                แล้วมันเป็นตัวอะไร

                มีสิทธิ์ได้รับสายตาอ่อนโยนของผมเหรอ... สำคัญตัวเองมากไปรึเปล่า

                กระตุกยิ้มมุมปาก “เป็นเกย์แล้วมันไปหนักส่วนไหนของมึง” เอ่ยเบาๆ พร้อมกับมือที่ซัดหมัดเข้าไปที่ดั้งจมูกของมัน เสียงร้องโอดโอยพร้อมกับเลือดกำเดาไหลทะลัก...

“แฮ่ก แค่ก! หนัก! มลพิษทางสายตา!” ช่างเป็นเด็กที่โง่เง่า “ยิ่งเป็นมึง กูยิ่งขยะแขยง! ใช้ผู้หญิงมาบังหน้าปกปิดความผิดเพศ! กูกลับไปได้ กูจะแฉมึง! มึงต้องไม่มีที่ยืน!

 “กูไม่ใช่เกย์” ผมตอบเสียงเรียบ

มันถมน้ำลายลงพื้น “อึก ชอบผู้ชายแล้วมันจะไม่ใช่เกย์ได้ยังไง!

ลูกน้องหลายคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ก็ได้แต่ส่ายหน้าถอนหายใจให้กับความบ้าจนโง่ นาทีนี้คือต้องรักษาชีวิตแล้วสงบปากสงบคำไม่ใช่ต่อปากต่อคำ

“กูไม่ใช่เกย์ และกูไม่ได้ชอบผู้ชายทุกคน”

“ไอ้ตอแหล!

“กูชอบแค่นับสองคนเดียว”

ผมไม่ได้อยากจะสีซอให้ควายฟังและดูท่าควายตัวนี้คงเกินเยียวยา “ชอบ? สำหรับพวกมึงก็แค่เซ็กส์เท่านั้น อ่อ ไอ้นับมันเด็ดมากใช่ปะ”

คลาวด์หัวเราะอย่างดูถูกเหยียดหยาม “หึ แล้วคิดว่าไอ้นับจะชอบมึงเหรอ”

“หุบปาก!!” ผมตวาดลั่นฟาดหลังมือใส่หน้ามัน

เด็กเหี้ยหน้าสะบัดไปอีกทางแต่ก็ยังหัวเราะอยู่ “มึงไม่รู้อะไรตอนอยู่ในคณะ มันอ่อยหญิงอ่อยชายไปทั่ว มันไม่ได้จริงใจกับมึง!

“ไม่...”

คลาวด์เห็นสีหน้าบิดเบี้ยวของผมก็ยิ่งกระตุ้นความบ้าคลั่ง “เอาเวลาซัดกูไปเฝ้าคู่ขามึงดีกว่ามั้ย ไม่รู้ปานนี้เอากับไอ้เหี้ยลมไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ไอ้พี่ลมก็หน้าตาดี อา... ปานนี้ก็คงเอากันไปห้าหกยกแล้วมั้ง หึหึ”

“หุบปาก! หุบปาก!!

เรี่ยวแรงทั้งหมดถูกดึงมาใช้ไม่มีออแรง ใบหน้าของผมแดงก่ำด้วยความเดือดดาล ชกมันไปอีกสองหมัดติดๆ เข้าที่จมูกจนเลือดออกจมูกมากขึ้น

กร๊อบ!

“อ๊ากกกก!” เสียงของกระดูกหักคงไม่พ้นจมูกโด่งๆ นั้น “เจ็บ เจ็บ! จมูกกู!” แม้มันจะจมูกหักไปแล้วก็ยังไม่สามารถลดทอนความเกรี้ยวกราดของผมลงได้

ยิ่งเลือดมันไหลเท่าไร รอยยิ้มของผมยิ่งขยับกว้างขึ้น

ไม่มีคำพูดหมาๆ อีกต่อไปเหลือเพียงเสียงโอดครวญ

“พูดอีกสิ พูดมาสิ” ยื่นมือไปบีบคางช้ำๆ แล้วบีบอย่างแรงเรียกเสียงร้องเจ็บปวด

ดี ดี ร้องเยอะ ร้องออกมา!

“กูบอกให้พูด!

                “โอ๊ยยยย พอ พอ กูเจ็บ!” ได้แต่ถูกตรึงรับความโหดร้ายไม่สามารถตอบโต้ได้ จนเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ความเจ็บปวดที่แสนสาหัสก็ทำให้มันเกรงกลัว

                ผัวะ! ตุ้บ! พลั่ก!

                “ขอโทษ ขอโทษ พอแล้ว โอ๊ย!

                ผมมองฟันซี่หนึ่งที่กระเด็นออกมาด้วยแววตาเรียบเฉย...

                ความบ้าคลั่งที่วาดผ่านในดวงตาของผมก็มากพอให้ไอ้เด็กโง่นี่หวาดกลัว “...กู กูจะแจ้งตำรวจ!!” มันเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นระริก

                “ถ้ามึงตาย... ตำรวจก็ไม่รู้” ผมฉีกยิ้มสยดสยอง

                “มึงกล้าเหรอ!

                “กูกล้าจับตัวมึงมา”

“อึก!” ผมกระชากผมมันไปด้านหลังอย่างแรงจนมันหน้าหงายพร้อมกับใช้ด้ามปืนฟาดเข้าที่สันกรามจุดเดียวกับที่คางของนับสองแต่ไม่แรงเท่าเพราะไม่อยากให้มันสลบไปก่อน

“แล้วทำไมกูจะไม่กล้าฆ่า!!

ความตื่นตระหนกและหวาดกลัวเข้ามาแทนที่ความหยิ่งยโส “แค่ก อย่าฆ่าผม อย่า”

“กลัวเหรอ มึงกลัวเหรอ!” ยิ่งทำให้มันหวาดกลัวเท่าไหร่ ผมยิ่งหัวเราะ “หึ แล้วทำไมตอนทำมึงไม่รู้จักกลัว! มึงทำร้ายคนดีของกู มึงทำให้คนดีเจ็บตัว!

มันด่านับสอง

มันต่อยนับสองจนน็อก

มันทำให้หัวใจของผมเจ็บ!

และมันยังทำให้มือขาวสะอาดของนับสองต้องเปื้อนเลือดสกปรก!

“ผมจะไม่ปากหมาอีกแล้ว ขอโทษ ฮือ อย่าฆ่าผม”

เพราะวันนี้มีเรื่องราวมากมายจนยากที่จะควบคุมพายุอารมณ์ วูบหนึ่งผมคิดจะฆ่ามันระบายอารมณ์ในอก สติที่ขาดผึงผมของทำให้ผมจ่อปืนไปที่ขมับของมันเตรียมปลดเซฟออกแต่ยังไม่ทันได้ลงมือก็ถูกจับไว้ก่อน

“ควบคุมอารมณ์หน่อย” เสียงเอื่อยๆ ไม่มีความขี้เล่นพูดเอ่ย “ยังไงมันก็แค่เด็กธรรมดาปากกล้า แค่สั่งสอนก็พอ”

ผมผ่อนลมหายใจออกไปพยายามสงบสติอารมณ์ที่กระจัดกระจาย เหงื่อที่โชกไปทั้งหน้ากับแววตามืดหม่นของผมทำให้ไนน์รู้สึกกระวนกระวาย

“นึกถึงนับสอง”

แค่ได้ยินชื่อก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาท่ามกลางความหนาวเหน็บนี้ แววตาของผมเริ่มกลับมามีเงาสะท้อนบ้างแล้วพอจะทำให้ไนน์สบายใจขึ้นมาบ้าง

สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วเปรยมองไอ้เด็กที่ชื่อคลาวด์ในตอนนี้หมดสิ้นทั้งความยโสและปากดีแล้ว วินาทีที่ความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อมมันคงทำให้มีสมองขึ้นมาบ้าง

“...มึงลาออกไปซะ” เอ่ยสั่งเสียงเด็ดขาด “แล้วอย่าโผล่หน้ามาให้พวกกูเห็นอีก”

                “ได้ ได้ โอ๊ย”

                “ถ้าเกิดกูเห็นหน้ามึงอีก...” ไล้ปืนไปตามรูปหน้าของมัน “จะไม่ได้มีแค่มึงศพเดียว” เนื้อตัวของแขกพิเศษยามค่ำคืนสั่นกลัวเป็นเจ้า

                เอ่ยจบก็โยนปืนทิ้งไปแล้วหมุนตัวเดินออกมาอย่างรวดเร็ว ที่เหลือก็ให้ลูกน้องจัดการเพราะพวกเขารู้ดีว่าต้องทำยังไงต่อ ไนน์เดินตามผมมาติดๆ ไม่ได้พูดอะไร

                จะว่าไปก็คงต้องขอบคุณน้องชายที่เข้ามาห้ามในตอนที่ผมขาดสติ... ผมสอดตัวเข้าไปในรถแล้วเปิดหาบุหรี่ขึ้นมาจุดเพื่ออัดควันเข้าปอดเล็กน้อย

                ปิดตาลงแล้วดื่มด่ำไปกับการรมควันตัวเองไปสามมวนติดๆ กว่าครึ่งชั่วโมง ความสงบที่ค่อยๆ ชำระล้างความโมโหเกรี้ยวกราดให้ลดลง ตั้งแต่ขึ้นมาบนรถไอ้ไนน์ก็ปล่อยให้ผมสงบจิตสงบใจไม่ได้ชวนคุย

                “มึงว่ากูโหดร้ายไปรึเปล่า” ผมถามขึ้นเบาๆ

                “ก็ไม่รู้สิ” ไนน์ไหวไหล่แล้วเคลื่อนรถออก “มึงก็แค่กระทืบมัน ขู่มันก็เบาอยู่นะ”

                ใช่ ถึงผมจะให้ลูกน้องจับตัวมันมาแต่ก็ไม่ได้ให้ใครทำอะไร นับว่าผมยังคงมีความปราณีในใจ หากเป็นเปลี่ยนจากผมเป็นพี่อ๋อง คนแบบไอ้คลาวด์คงกลายเป็นศพไปแล้ว

หรือถ้าเป็นพวกหลงเมียมากๆ อาจจะยกพวกไปกระทืบหนักกว่านี้

ผมเป็นพระเอกนี่เนอะ

ก็ต้องแสนดีสักหน่อย รู้จักให้อภัยคน

จะชั่วสุดตีนไม่ได้

เดี๋ยวนับสองไม่รัก

เป็นอีกครั้งที่ผมหลุดยิ้มออกมาเหมือนเด็กหัดมีความรัก นัยน์ตาเฉี่ยวเหลือบมองผมแล้วเบะปากเอ่ยขึ้นอย่างหมั่นไส้ “นี่พี่จะชอบอะไรไอ้นับขนาดนั้น”

ในสายตาของพี่น้องเขาก็คงเห็นว่านับสองทั้งขี้อ่อยทั้งน่ากระทืบ แต่สำหรับผมไม่ว่านับสองจะทำอะไรก็น่ารักและน่าเอ็นดู

ก็เขาเป็นแรดน้อยของผมนี่

“มึงก็ลองไปชอบใครสักคนสิ” ผมรู้สึกว่าตอนนี้หัวของผมเริ่มที่จะเย็นขึ้นแล้ว มองดูมือของตัวเองก็เห็นว่าเปื้อนไปด้วยเลือด กลิ่นคาวชวนคลื่นไส้

ตอนนี้ก็ได้แค่เช็ดออกไปก่อน เดี๋ยวถึงสนามบินก็ไปล้างมืออีกที

“ชอบแล้วหลงหัวปักหัวปำแบบมึง กูขอโสดต่อดีกว่า” ไนน์ทำท่าทางขนลุกและหวาดหวั่น

ฟังแล้วก็ขมวดคิ้ว

นี่ผมดูหลงนับสองขนาดนั้นเลยเหรอ

ผมก็แสดงออกธรรมดานะ

ด้วยความที่ใช้เรี่ยวแรงไปกับเด็กเหี้ยคนหนึ่งเยอะพอสมควรพาให้ร่างกายล้าและต้องการพักผ่อน ตอนนี้ก็ตีสองใกล้ตีสามแล้ว คำนวณเวลาดูก็คงพอดีกับขึ้นเครื่องไปเชียงใหม่รวมถึงไปทันงานของเช้านี้ด้วย

“กูถามหน่อยสิเก้า”

ผมกำลังมองความมืดมิดด้านนอกอย่างสบายใจ “ถามอะไร”

“มึงเจอนับสองตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ไม่บอก” ปฏิเสธไปทันที

“อะไรวะ! เล่าให้ฟังหน่อย!” มันคงอยากรู้ล่ะมั้งว่าอะไรที่ทำให้ผมชอบนับสองมากขนาดนี้ “โอ๊ยยย เรื่องนี้ต้องสืบ กูจะให้คนสืบ!

“ตามสบาย ถ้ามึงสามารถนะ”

เห็นท่าทางหัวร้อนของน้องชายแล้วก็ยิ้มขำ เลิกสนใจความหัวฟัดหัวเหวี่ยงฟาดงาของมันแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูความเคลื่อนไหวต่างๆ อย่างเคยชิน...

แม้จะเล่นโทรศัพท์แต่ในหัวยังคงวนเวียนกับคำถามของไอ้ไนน์...

 

ผมเจอนับสองตั้งแต่เมื่อไหร่...

 

ก็เจอตั้งแต่... ความลับ

เป็นความลับที่ผมจะบอกกับแค่นับสอง

โทษตัวเองแล้วกันที่ไม่ใช่นับสอง

 

 

 

------

ศีลเขาเสมอกันมากนะคะ คู่นี้ 55555555

#นับเก้ารัก

 อ๊อย เรื่องของหนังสือนับเก้ารัก ก็...ใกล้มาเเหละ ใกล้เเล้ว 5555555

คงจะหลังงานหนังสือเเน่ๆ เลย

 

            ติดตามเดือนพรายกันได้เพจเเละทวิตเตอร์

   

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12.523K ครั้ง

1,278 ความคิดเห็น

  1. #56767 tiya_arta (@tiya_arta) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 11:21
    ป้าดดดด!!! จี้ใจดำกันได้ลงคอ ฮืออออ
    #56767
    0
  2. #56063 SYBNAN (@milada_2307) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 22:56
    ฮื่อออโทษตัวเองแล้วกันที่ไม่ใช่นับสอง อิพี่!
    #56063
    0
  3. #55985 loveseriesY (@loveseriesY) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 18:32
    พี่เก้าา กร๊าววใจน้องมากเลยค่ะ น้องชอบบบบบ
    #55985
    0
  4. #55618 nataaptr (@nataaptr) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 12:59
    เอ้ะ ไม่ใช่ตั้งแต่ตอนทวิตตี้หรอ
    #55618
    0
  5. #55528 ochin456 (@ochin456) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 23:07
    จ้าาาา พี่เก้า เรามันไม่ใช่นับสองหนิ

    ครบรสมากเวอร์
    #55528
    0
  6. #55183 deeganna (@znell) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 15:08
    เอ๊ะ อิเก้าาาาาา ชั้นผิดเหรอที่ไม่ใช่นับสองงง อยากรู้เว่ออ
    #55183
    0
  7. #54950 May Ling Pcm (@maylingpcm) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 00:47
    พี่เก้าน่ากลัวอะ
    #54950
    0
  8. #54906 NuiKKS (@NuiKKS) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 15:17
    พี่เก้าโหดอะ แต่ก็ทำไงได้ก็รักนับสองอะนะ
    #54906
    0
  9. วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 22:25
    มีความแรดน้อยของพี่เก้า
    #54884
    0
  10. #54687 Darkness and Lighting (@guinnapoon) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 00:07
    อห..พี่เก้าโหดโคตร มีความโรคจิตเบาๆ...เทพบุตรได้หายไปแล้ว...นี่ถ้านับสองนอกใจนี่ น่าจะเละ...
    #54687
    0
  11. #54655 beeya1 (@beeya1) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 23:17
    พี่เก้าโหด. แต่กับเมียโคตรใจดี

    อาจกลัวเมียด้วยซ้ำ. พี่ป๋าคงรู้อะไรมาเยอะแน่เลยเรื่องของพี่เก้า ถึงได้กีดกัน.

    -งำเยอะจริง

    อิจลูกนับสอง 5555
    #54655
    0
  12. #54595 Kamuki (@na--) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 21:31
    อาลัยวะพี่เก้าาาา อยากรู้ด้วยยย
    #54595
    0
  13. #54334 similak (@similak) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 10:38
    เดี๋ยวจะไปเปลี่ยนชื่อ!!!
    #54334
    0
  14. วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 21:58
    พี่เก้าโหดมากแม่

    ดีพี่,ไนน์มาด้วยนะแต่พี่เก้าหลอกด่านับสองเยอะนะ แรดน้อย 😑พี่ไนน์กับออสตินยังไม่เจอกันหรอ?
    #54040
    0
  15. #53689 puppywang (@2543660) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 11:29
    พี่เก้าก็คือโหดมากแม่ หนูอยากจะร้องไห้
    #53689
    0
  16. #53542 Mareemintty (@Mareemintty) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 20:02
    ไนน์กับออสตินตอนนี้ยังไม่ได้คบกันหรอ เพราะตอนนี้ไนน์ก็ปี2แล้ว ตอนเจอกับออสตินคือปี 1 แค่สงสัยเฉยๆ ยังไงรอติดตามนะคะ อิอิ
    #53542
    0
  17. #52820 Demon006 (@Demon006) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:22

    พี่เก้าาาาาาาาาาา ชอบลุคนี้มากมายย ดูมีอะไรเยอะอะะะะ

    #52820
    0
  18. #51931 AnTANDAN (@AnTANDAN) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:59
    โอ๊ยยยย พี่เก้าแบดมากอ่ะ คือบับ พ่อทูนหัวของน้องนับสองสุดดดดด คือแบบภายใต้ร้อยยิ้มของพี่เก้านั้น มีความร้ายซ่อนอยู่ น่ากลัวววมากกก //แต่น้องไวท์ลูก ตัวเล็กแต่ใจใหญ่มาก แรงต่อยใช่เล่นเลยยย
    #51931
    0
  19. #51878 Wanmeideren (@byunsoo) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:58
    โอ้ยยยยยอมพ่อ กลัวแล้วจ้าาา
    #51878
    0
  20. #51620 Thunx2 (@thunthan) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:07
    พี่เก้าน่ากลัวเว้อ

    ไหว้พ่อเร็ว แด๊ดดี้ขาาาา ขาซ้าย ขาขวาคะ 55555555555 นอกจากพี่เก้าจะน่ากลัวแล้ว ไวท์ก็น่ากลัวนะคะ เหมือนหมาพันธุ์เล็กดุๆอะ เอ๊ะ 5555 ก็ตอนเล่นเหมดูสงบเสงียมเหลือเกิน พอนับสองลูกว้าวุ่นเรื่องพี่เก้าเท่านั้นแหละ สวกง่าว 😂 555555
    #51620
    0
  21. #51573 WangEn_Tuan (@WangEn_Tuan) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:27
    -งงงงงงงพี่เก้า ค่ดเถื่อนเลยค่ะพี่ขา กร้าวใจเหลือเกินนนน!!!!!
    #51573
    0
  22. #49976 soul_hyukjae (@soul_hyukjae) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 22:59
    โว้ยยยยยย อิพี่เก้า อย่ามากั๊กงี้ดิ
    #49976
    0
  23. #48561 ChaladKleesuwan (@ChaladKleesuwan) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 05:53
    อยากได้แบบนี้ อยากได้ หึงเราใครทำร้ายเรา ก็จับไปทำร้าย แด่ดดี้ของผมมมม #ชั้นไม่ใช่นับสองลืมไป
    #48561
    0
  24. #47626 PCY_BBH_PLOY (@Chutiporn_ploy) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 23:23
    เกียดดดดดดดดดดดดดดด ใช่สิ!!!!! ไม่ใช่นับสองนิ ใช่สิ!!!! / ความโหดขอวพี่เก้าทำกุกลัวว แต่กร้าวใจจจ
    #47626
    0
  25. #47423 diizzpop2107 (@diizzpop2107) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 01:33
    อยากเปนนับสองทันที
    #47423
    0