นับ เก้า รัก [YAOI]

  • 300% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 3,365,028 Views

  • 57,389 Comments

  • 58,053 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    173,147

    Overall
    3,365,028

ตอนที่ 30 : อ้อยคว่ำครั้งที่ 29

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 110938
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10403 ครั้ง
    25 ก.ย. 61





บทที่ 29

 



[นับสอง]

 

                ทำไมไม่รับสักที

                ทำไมไม่รับสักที

                ไม่ได้ร้องเพลงนะ

                แต่หมายถึงพี่เก้าอ่ะ เมื่อไหร่มึงจะรับสายสักที!

                มึงอยู่เชียงใหม่หรือป่าอะเมซอนมิทราบ!

                ฮือออ รับสายให้กูง้อเถอะพี่มึงงงง

 

                “พี่เก้าไม่รับล่ะสิ” หน่วยตอกย้ำทำงาน เชี่ยไวท์ไม่พูดก็ไม่มีใครหาว่าเป็นใบ้นะ

                “โฮ มึงงงง” ผมวางโทรศัพท์ลงแล้วเอาหน้าถูไถกับเสื้อเพื่อนยากถึงมันจะปากหมาก็เอาเถอะแต่นาทีนี้เสือนับต้องการคนปลอบหัวใจที่กำลังร้อนรน “พี่เก้าต้องโกรธกูมากแน่เลย...” เตรียมเข้าโหมดดราม่า

                คราวนี้ไม่ได้โกรธธรรมดาด้วยนะ โกรธจนไม่รับโทรศัพท์ไม่ตอบข้อความจนผมจะบ้าตายอยู่แล้ว จริงๆ ก็บ้าไปแล้วแหละ ฮือ เป็นคนบ้าที่หล่อมากด้วยนะ

                “เป็นกูก็โกรธ” สัด ทำไมมึงไม่ดราม่าตามกู

                แล้วเพื่อนที่ไม่เข้าข้างเรา

                สมควรตัดเพื่อน!

                ผมแย้ง “แต่กูไม่ได้ทำอะไรผิดนะ!

                “สาบานให้มึงเป็นหมัน” อุ๊ยแรงงงง

                คิดว่ากูไม่กล้าสาบานเหรอ!

                “สาบงสาบานไม่ดีนะเพื่อน”

                เป็นหมันไม่เป็นหมันยังไงพี่เก้ากับผมก็มีลูกไม่ได้ ถ้าถ้าขั้นตอนทำลูกเราสองคนน่าจะผ่านฉลุย อิอิ ไม่ใช่ว่าผมไม่กล้าสาบานแต่ความจริงก็อย่างที่บอกนั่นแหละ (สีข้างเลือดซิบเลย)

                “ก็ลองสาบานสิ มึงได้เป็นหมันชัวร์” ไวท์ยักคิ้วให้ “จากที่มึงพร่ำพรรณนาสาธยายความผิดของวันนี้มานะ ทั้งไปดูดคอน้องชายพี่เก้า ทั้งมีฮิมมีตันหย่งมาช่วยกินข้าวถึงคณะแล้วก็ยังพูดเต็มปากเต็มคำอีกว่าถ้าพี่เก้าหายก็จะหาคนใหม่... เนี่ย... ความผิดมึงแค่นี้เอ๊ง”

                เหมือนโดนตีนตบหน้าซ้ำๆ ยังไงก็ไม่รู้

                ผมพยายามมองข้ามความผิดที่ชวนกระอักเลือดเพราะไม่รู้ว่าจะต้องโดนพี่เก้าจัดหนักลงโทษขนาดไหน ก้มมองมือถือในมือที่ยังเงียบฉี่ก็ยิ่งใจแป่ว “พี่เก้าจะเลิกกับกูมั้ยวะ”

                สายตาของเพื่อนไวท์ส่งมามองอย่างกับมองควายโง่ เฮ้ย นี่นับสองเพื่อนรักเองนะไวท์

“ไม่ทราบว่า มึงคบกับพี่เก้าตอนไหน”

“...” ในฝัน!

“ได้ข่าวว่าแค่คนคุย และคนคุยไม่ใช่แฟน”

...จุกกว่านี้มีอีกมั้ยไอ้สัด

หลังจากได้ฟังแล้วอาการโวยวายของผมก็ลดระดับลงอย่างรวดเร็วจากที่ตื่นตระหนกตกใจก็ค่อยแปรเปลี่ยนเป็นความอึดอัดที่หาทางออกไม่เจอ...

“ข่าวมึงนี่ช้าจริง” แสร้งยกมือปิดปากหัวเราะ

“หือ?” ไวท์เงยหน้ามาสบตาผม แต่ผมกลับหลบตามัน... จู่ๆ ก็ไม่กล้าส็สายตาซะงั้น

“กูเป็นคนพิเศษของพี่เก้าแล้วต่างหาก” ผมยิ้มออกมาเต็มใบหน้าแต่ไวท์กลับเฉยชาเป็นที่สุด

มันก้มหน้ากินไข่หวานช้าๆ แล้วเอ่ยเสียงเรียบแต่คมกริบเหมือนมีด 


“คนพิเศษแบบไหน? คนคุยคนพิเศษ? คู่ขาคนพิเศษ? คู่นอนคนพิเศษ? มึงเป็นคนพิเศษแบบไหนล่ะ?”


แปลบ...

                คำพูดบาดใจขนาดนี้ไม่เอามีดมาเสียบกูเลยล่ะเพื่อน

                ไอ้เพื่อนเหี้ย มึงรู้ตัวมั้ยว่าทำลายความหมายดีๆ ของคำว่าคนพิเศษได้แหลกละเอียดขนาดที่ผมไม่กล้าจะใช้คำนี้ต่ออีกแล้ว

ผมอยากจะยกมือขึ้นกุมหน้าอกที่มันกระตุกวูบอย่างรุนแรงหลังได้ฟังคำพูดร้ายกาจที่ไม่ต่างจากพี่ซีนซ้ำมันยังแรงกว่าเยอะมากคงเพราะสนิทมากเลยไม่ต้องเกรงใจที่จะพูด แต่มึงก็ควรใส่ใจหัวใจอันแสนบอบบางนุ่มนิ่มดั่งปุยนุ่นแบบกูบ้างนะ เสือนับบอบบางนะเออ

เป็นคนตลกไงเวลาดราม่ายังรู้สึกดราม่าไม่สุดเลยครับ ง่ายๆ คือผมแค่กำลังพยายามหาอะไรมาป้องกันเบี่ยงเบนความเจ็บปวดออกไปก็เท่านั้น

                บรรยากาศกำลังมาคุเศร้าหม่นได้ที่จู่ๆ ไอ้คนข้างๆ ผมอีกด้านก็ถามขึ้น...

                “นี่ระหว่างปลาปลาหมึกกับกุ้ง อะไรอร่อยกว่ากัน”

                ไอ้ชาย๊าาา

                คล้ายๆ มีไม้เบสบอลมาฟาดทุบบรรยากาศหนีแหกกระเจิงหมด

                ผมยกมือขึ้นเสยผมอย่างทำอะไรไม่ถูกเพราะปรับอารมณ์ไม่ค่อยทัน หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ผมอาจจะเก็บอารมณ์เก่งแต่ผมไม่สามารถเปลี่ยนอารมณ์ได้ไว หันไปมองหน้าชายาที่เผ้าผมบังหน้าแล้วก็ถอนหายใจเฮือก มันเคยเดินตกท่อมั้ยวะ สงสัยจัง

                ไว้ผมไม่มีอะไรทำจัดๆ ว่างสัดๆ จะไปทำโครงงานวิจัยตามติดชีวิตสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าชายาแล้วกันนะ

                ชายาหันมองปลาหมึกทีกุ้งทีอย่างครุ่นคิด “แต่เราว่าอร่อยทั้งคู่นะ งั้นเราจะกินทั้งคุณปลาหมึกทั้งคุณกุ้งเลยแล้วกัน” เออ ถามเองตอบเองไปอีก... ผมควรปล่อยมันไปนะ

                แต่เพราะท่าทางไม่ทุกข์ร้อนไม่อินกับความเศร้าในบรรยากาศแบบนี้ทำให้ผมรู้สึกอิจฉาขึ้นมาในใจ...

                เป็นชายานี่ดีจังนะ

                ไม่มีอะไรต้องเครียด

                ไวท์เห็นท่าทีของผมที่ดูสุขุมขึ้นหลังจากโดนมันจี้จุดให้ไม่ลืมสถานะตัวเองก็ใช้ตะเกียบเคาะจานผมด้วยความที่ไม่มีคำพูดดีๆจะใช้ปลอบใจ “กินๆ หาเงินเองได้แล้วรึไง”

                “รู้แล้วน่า”

                มองจานปลาดิบสวยอยู่ตรงหน้าแต่ผมกลับไม่ได้แตะสักแอะ หมดความอยากอาหารไปเลยแต่ด้วยความเสียดายตังค์จำเป็นต้องคว้าตะเกียบมาคีบเนื้อปลาดิบเข้าปากอย่างหมาหงอยถูกเจ้าของไม่สนใจ

                กินไปคำหันไปกดโทรศัพท์ที โดนไอ้ไวท์พูดใส่แบบนั้นผมก็ควนหยุดโทรหาพี่มันนะ แต่ใจมันก็บอกให้โทรต่อ สมองกับใจขัดแย้งกันอีกรอบสุดท้ายใจมันก็ชนะเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรต่อ

ทุกครั้งที่ไร้การตอบรับจากหมายเลขปลายทาง ใจผมมันก็ดิ่งลงเหวไปเรื่อยๆ แต่แทนที่ผมจะหยุดโทรกลับโทรต่อไปรวมถึงโทรหาพี่ควินซ์ด้วยก็ยังไม่รับเลย

ส่วนไวท์ตลอดเวลาที่ผมเอาแต่โทรหาพี่เก้า มันก็เอาแต่แดกไม่เลิก! กองจานของมันตอนนี้ก็จะสิบห้าใบแล้ว ไอ้เพื่อนไม่รักเพื่อน!

“มึง.. พี่เก้ายังไม่รับสายเลย”

                “ก็เลิกโทร”

                “พูดดีไม่ได้ไม่ต้องพูดมึง” แต่ละคำของมึงไม่ต่างอะไรจากเอาตีนมากระทืบหน้ากูเลย

ยังมีหน้ามาเคี้ยวซูชิตุ้ยๆ อีก ไอ้คนไม่มีสามัญสำนึกว่าต้องปลอบใจเพื่อน!  “งั่มๆ แล้วกูควรพูดว่าอะไรดี”

                “ปลอบใจกูไง ปลอบใจน่ะเป็นมั้ย!” เออ น้องไวท์มาปลอบใจพี่นับเร็ว

                หอมแก้มก็ได้

                กอดก็ฟิน

                จูบก็ดี

                ยัง ยังไม่เข็ดอีก! คดีติดตัวยาวเป็นกำแพงเมืองจีนแล้วไอ้นับ!

                “ไม่อ่ะ” มันก็ช่างไม่แยแสไยดีกันเลย

                ผมถลึงตาใส่มันอย่างหงุดหงิดแล้วหันไปหาชายาที่ตั้งแต่เข้าร้านมาก็ไม่ทำอะไรเลยสักอย่างได้แต่กินจานนั้นอย่างละเล็กอย่างละน้อยเงียบๆ เหมือนตัดขาดจากโลกภายนอก

                ถ้าผมถูกคนทำร้ายดักกระทืบตรงนี้ ชายามันก็จะยังคงแดกต่อไม่ต่างจากไวท์ที่มันก็น่าจะเล่นเกมอย่างไม่สนใจโลก พวกมันเป็นพี่น้องคลานตามกันมาใช่มั้ย ตอบ!

                มองซ้ายมองขวาไปแล้วก็ไม่มีสักคนที่จะมาปลอบใจผม คือทั้งโต๊ะก็มีกันอยู่แค่นี้ ที่คุยได้ก็มีแค่ไอ้ไวท์ ส่วนอีกคนก็เป็นชายา... ให้มันมาปลอบผมเหรอ ผมขอปลอบตัวเองดีกว่า

กำลังจะกดโทรอีกรอบก็มีข้อความแจ้งเตือนในไลน์ ผมคิดว่าต้องเป็นพี่เก้าแน่ๆ เลยรีบพุ่งถลากดเข้าไลน์...

 

                พี่ชายคนดีที่รักนับสองที่สุดในโลก : คิดถึงป๋ารึเปล่า!

 

                …ไม่ต้องมองผมแบบนั้น ชื่อนี้ไอ้ป๋ามันตั้งเอง!

                คิดจะปิดข้อความไม่ตอบมันก็ส่งรูปภาพเข้ามา...

 

                พี่ชายคนดีที่รักนับสองที่สุดในโลก : *ส่งรูปภาพแล้ว*

พี่ชายคนดีที่รักนับสองที่สุดในโลก : มันนอกใจนับของป๋า!

 

วงคิ้วขยับเข้าชนกันอย่างห้ามไม่อยู่มองดูภาพที่ถูกส่งมาอย่างละเอียด เห็นว่าพี่เก้ากำลังทำงานอยู่บนเวทีและกำลังถูกสวมกอดโดยผู้ชายหน้าตาน่ารักคนหนึ่งที่ยังอยู่ในชุดนักเรียนหัวยังเกรียนกระเป๋านักเรียนยังสะพายอยู่เลย หน้าตามันบ่งบอกความฟินอย่างแรงกล้ามากที่ได้กอดพี่เก้า

อารมณ์ผีตายซากเมื่อครู่ปลิวกระเด็นไปสิบลี้ทันที... แทนที่ด้วยความหึงหวง

ไอ้เด็กหัวโปก!

โดดเรียนมาตามดาราแบบนี้ ไม่สงสาร...

เดี๋ยวๆ เอ่อ ผมก็เคยโดดเรียนไปตามพี่เก้า

อันนี้ด่าไม่ได้ ลบไปๆ

ด่าใหม่แป๊บ

ไอ้เด็กไม่รู้จักรักเรียน ไอ้เด็กบ้าผู้ชาย! ไอ้เด็กแรด!

ด่ามันแต่ทำไมผมเจ็บจี๊ดได้ล่ะ

“งาน ท่องไว้ว่างาน” ในใจกำลังขัดแย้งกับสมองอย่างหนักแม้ในใจจะอยากจะทะลุจอไปเชียงใหม่ ณ บัดนาว แต่สมองกลับดึงรั้งความบ้าคลั่งไว้ทำให้ผมไม่ทำอะไรโง่ๆไป

หลายคนบอกว่าเรื่องของหัวใจ

ควรฟังและทำตามเสียงของหัวใจ

ใช่ ทำตามแต่ก็ต้องใช้สมองคิดด้วย

ไม่ใช่หัวใจบอกว่าต่อยมัน! ก็ต่อยเลย

ใช้กำลังมันไม่ดีนะ

แต่ถ้าออกกำลังโยกเยกบนเตียงก็จะดีที่สุด ซี๊ดดดด

“ดูอะไรอยู่วะ” เสียงเล็กถามขึ้น แหม ทีเรื่องแบบนี้เสือจริง แต่ความห่วงเพื่อนนี่ไม่มี!

“ไม่มีอะไร” ผมตอบไวท์ไปแล้วมองหน้าจอโทรศัพท์แตกๆ นิ่งเงียบก่อนจะปิดแชทของป๋าผู้ไม่สร้างสรรค์ หยิบเล่มเมนูซูชิของร้านขึ้นมา “พี่ครับ สั่งเพิ่มครับ!

กองทัพต้องเดินด้วยท้อง

ท้องอิ่มแล้วเดี๋ยวสมองจะทำงานเอง

อยากท้องอิ่มก็ต้องกินอาหาร

แต่ถ้าอยากอิ่มใจให้กินคนหน้าตาดี

แหม่ โคตรคมโคตรได้จดไปใส่แคปชั่นไอจีแป๊บ ถ้าใครจะเอาไปใช้รบกวนติดเครดิตนับสองคนแมนคนหล่อด้วยนะ ผมสั่งซูชิไปอีกสามสี่อย่างตามประสาเด็กกำลังโตวัยกำลังกิน

ส่วนเรื่องพี่เก้าตอนนี้มันทำอะไรไม่ได้เพราะโทรให้ตายเขาก็ไม่รับเป็นเพราะขึ้นเวทีทำงานแล้วดังนั้นจึงหยุดโทรแล้วหันมาเติมพลัง

ไวท์ยกซุปขึ้นดื่ม “สงบสติได้แล้วเหรอ”

“อืม ร้อนใจไปก็ทำอะไรไม่ได้” พอมีสติแล้วจะดูดีดูหล่อขึ้นเลยครับแต่ปกติผมก็หล่ออยู่แล้วนะ “มาคิดดีกว่าว่ากูจะง้อพี่เก้ายังไง”

“จะง้อไปทำไม” ไวท์ยังคงไม่เข้าใจอยู่ดี

“ก็มึงว่ากูผิดไม่ใช่รึไง” ปลาดิบของร้านนี้มันสดจริงๆ นะ “กูก็สมควรง้อเขาเปล่า”

“คือที่กูพูดไปเตือนสติมึงนี่ไม่ได้เข้ากะโหลกหนาๆ เลยใช่มั้ย” เสียงเหนื่อยหน่ายของเพื่อนตัวเล็กกล่าวว่า “มึงอย่าทำอะไรเกินสถานะคนคุย”

ตะเกียบที่กำลังคีบเนื้อปลาสะดุดเผลอปล่อยให้มันตกลง ขยับปากเม้มเข้าหากัน “มึงหมายความว่ากูไม่ควรไปง้อพี่เขา?”

ไวท์พยักหน้า “พี่เก้าล้ำเส้นมากเกินไป”

“ยังไง” รู้สึกโง่อ่ะ

“ไอ้โง่” นั่นไง โดนด่าอีก “แต่ว่ามึงโง่ก็ไม่ได้เพราะคนนอกน่าจะสังเกตได้มากกว่า” มันค่อยๆ พูดอย่างช้าๆ ด้วยน้ำเสียงเกียจคร้าน

“แล้วในสายตาคนนอกมันเป็นยังไง”

“พี่เก้าโคตรเยอะ เยอะไม่ธรรมดา เยอะแบบเหี้ยๆ” มันเป็นคำชมหรือคำด่าวะ “เขาหวงมึงออกนอกหน้าไป”

“แล้วมันไม่ดีรึไง” ผมรู้สึกว่ามันดีมากๆ เลยนะ

“แล้วมึงเคยคิดบ้างมั้ย” มือเล็กกระแทกตะเกียบลง “สถานะคนคุยมันก็แค่คนคุยไม่มีอะไรมาผูกมัด เขาจะหายไปวันไหนก็ได้ ไปแบบที่ไม่ต้องบอกมึงก็ได้ เขาไม่ผิดอะไรเลย”

“...” ผมสะอึก

“เขาหวงมึงมาก มึงก็หวั่นไหวมาก” ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วมองไปทางอื่น “สุดท้าย... คนที่เจ็บที่สุดก็คือมึง”

“...” กัดปากแน่นจนเลือดไหลซึมออกมา...

“อย่าคิดว่าสถานะไม่สำคัญ”

“...”

“ที่ไม่สำคัญคือคนคุย” 

ระบายยิ้มเย้ยเยาะที่ไม่รู้ว่าให้ผมหรือตัวมันเอง

ดวงตาของผมแดงก่ำปวดร้อนไปหมดแต่ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น ความเงียบและคลื่นอารมณ์หนักหน่วงซัดเข้าหาโต๊ะของพวกเราอย่างกระหน่ำจนแทบลุกไม่ขึ้น

ผมวางตะเกียบในมือลงแล้วนั่งเงียบๆ เหมือนต้องการความสงบในการคิด ส่วนไวท์ก็กลับไปกินซูชิต่อด้วยสีหน้าที่เย็นชากว่าเดิม คนที่ไม่ได้รับคลื่นความรู้สึกเลยก็มีแต่ชายา... เขาน่าอิจฉาจริงๆ

เมื่อได้คิดแล้วผมก็รู้สึกว่าตัวเองปล่อยตัวปล่อยใจมากเกินไป พี่เก้าเป็นคนปากหวานและอบอุ่นที่มักทำให้คนลุ่มหลงได้ง่ายจนยากจะต้านทาน

รอยยิ้มของเขาที่อ่อนโยน

อ้อมกอดที่อบอุ่น

ความหึงหวงที่เกรี้ยวกราด

                ผมสัมผัสได้ว่ามันคือของจริง แต่ถ้าไม่ใช่... พี่เก้าควรเลิกเป็นนายแบบแล้วไปเอาดีทางด้านการแสดงเลย ออสก้าร์ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่ๆ

                คิดไปคิดมาสุดท้ายผมก็พยายามเข้าข้างตัวเองจนได้

                แค่เสี้ยวๆ เล็กๆ ของความหวัง ผมก็ต้องคว้าไว้...

                “มึง” เงยหน้าขึ้นหลังจากจมอยู่กับตัวเองมากว่าสิบนาที พอเงยหน้าลืมตาเห็นจานซูชิเพิ่มเป็นยี่สิบสองจานแล้วก็อยากเอาจานฟาดหัวคนกินเหลือเกิน ทำให้ผมเบื่ออาหารแต่ตัวเองกลับเจริญอาหาร ไม่แฟร์สักนิด!

                “อะไรอีก หรืออยากฟังต่อ?”

                “พอเถอะ เก็บไว้เทศน์กูต่อวันอื่นนะ” ไม่ใช่ว่ากูไม่กล้าฟังนะเว้ยแต่ขืนฟังม้วนเดียวจบเดี๋ยวมึงไม่มีเรื่องให้เตือนสติกู “แค่มีเรื่องอยากถาม”

                “ว่ามา”

                “ในสายตามึง...มึงว่าพี่เก้ารู้สึกกับกูบ้างปะ” ผมกลั้นใจถามออกไปอย่างวาดหวังในคำตอบที่ดี

                ไวท์นิ่งไปเล็กน้อยคล้ายกับกำลังใช้ความคิด “อยากฟังจริงเหรอ”

                “เออ” อย่ามาทำเสียงแบบนี้สิ ใจบ่ดีเด้อ

                ลีลาไปอีกมียกแก้วน้ำขึ้นดื่ม “มึงเป็นคนที่รู้จักพี่เก้าดีกว่ากู ก็ต้องรู้สิว่าพี่เก้าน่ะ...” มันเงียบเล็กน้อย “เขาดีกับมึงที่สุดแล้ว... ไม่เห็นรึไงตอนแข่งบาส พี่เขาก็ลำเอียงหน้าด้านขนาดไหน” ไวท์เบะปากหมั่นไส้

                หัวใจที่ห่อเหี่ยวค่อยๆ พองโตขึ้นตามลำดับ... เขาดีกับผมมากจริงๆ นอกจากนี้ยังยืนยันได้ที่เขาพาผมไปคอนโดส่วนตัวและก็เจอพี่น้อง... ระดับความสำคัญที่ต่างกับคนคุยก่อนๆ อย่างทิ้งห่างไม่เห็นแม้แต่เงา

                กำลังดีใจก็ขมวดคิ้วมองทางไวท์อย่างไม่เข้าใจ “ตกลงมึงจะเอายังไงกันแน่วะ ตอนแรกก็พูดแบนพี่เก้า ตอนนี้พูดเชียร์”

                “กูไม่ได้ว่าพี่เก้าไม่ดี” มันอธิบายขณะรับจานชูซิทูน่าสลัดมาจากพนักงาน “แค่พี่เขาต้องชัดเจนกว่านี้และก็ควรให้สถานะมึงที่ดีกว่าคนคุย”

                “ความหมายของมึงก็คืออยากให้กูเคลียร์เรื่องสถานะกับพี่เก้า?” เริ่มจะเข้าใจบ้างแล้ว

                “อืม กว่าจะฉลาด” ส่งสายตาเบื่อปนเอือมมาให้ “ลึกๆ ในใจมึงก็รู้ดีว่าตัวเองต้องการอะไร ไม่เห็นต้องมาถามความเห็นจากกู”

                ถูกมองทะลุปรุโปร่งแบบนี้ก็อดที่จะอับอายไม่ได้... ถูกต้อง สิ่งที่กวนใจที่สุดเป็นติ่งเนื้อที่อยากตัดออกที่สุดก็คือสถานะ ผมไม่กล้าหึงหวงพี่เก้าออกนอกหน้าหรือทำตัวงี่เง่าเกินพอดีรวมถึงไม่กล้าแสดงนิสัยเสียๆ ออกไปด้วยเพราะติดตรงที่เป็นแค่คนคุย

                ส่วนเพิ่มเติมคำว่าคนพิเศษมันก็เหมือนยาพิษที่ถูกห่อหุ้มด้วยน้ำผึ้ง...

                “งั้นแบบนี้กูก็ต้องไปหาพี่เก้าแล้ว” ว่าแล้วก็ระบายยิ้มออกมา

                “ยังจะไปง้ออีกเหรอ” ไวท์ทำหน้าโง่ๆ ใส่อย่างไม่เข้าใจความคิดผม

                “อืม กูไม่อยากทะเลาะข้ามวัน” ผมกลัวว่าถ้าต้องรอพี่เก้ากลับมาจะไม่เหมือนเดิม ถึงแม้สถานะผมกับพี่มันตอนนี้จะไม่จำเป็นที่ต้องตามง้อตามอธิบายก็เถอะ

                ในเมื่อพี่เก้าล้ำเส้นสถานะมากไป

                ผมจะล้ำเส้นขอบเขตของมันบ้างจะเป็นอะไรไป

                ไวท์อยากจะพูดอะไรสักอย่างก็เงียบไปแล้วถาม “จะไปง้อที่ไหน”

                “เชียงใหม่” ตอบไปพลางยู่ปาก

                นี่ถ้าพี่มันอยู่แคนาดา

                แล้วเกิดเราทะเลาะกัน

                ผมไม่ต้องถ่อสังขารตามง้อข้ามทวีปเลยเหรอ

                “กับการเรียนทุ่มเทขนาดนี้มั้ย” อดไม่ได้ที่จะแขวะ ผมได้ยินแล้วก็หัวเราะแห้งๆ ตอบรับ ส่วนชายาที่ผมแทบจะลืมมันไปแล้วก็เงยหน้าขึ้นหลังจากได้ยินคำว่าเชียงใหม่

                “เรียนเมื่อไหร่ก็จบได้”

                “...”

                “แต่ผัวหาได้ต้องรีบคว้าเว้ย!

                เพื่อนตัวน้อยฟังแล้วก็กลอกตามองขึ้นบนทันทีแล้วก็ยกมือโบกขึ้นไล่ประมาณว่ามึงจะไสหัวไปไหนก็ไปเถอะ ผมหยิบกระเป๋าขึ้นเตรียมจะลุกจากโต๊ะแต่เสียงของไวท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง

                “มึงเคยบอกกูใช่มั้ย”

                “หือ?”

                “การชอบคนแบบพี่เก้า” สบตาผมอย่างค้นหา “ไม่ควรจะให้เต็มร้อย”

                ผมพยักหน้า “ใช่ กูเคยบอก”

                “แล้วตอนนี้มึงให้เขาเท่าไหร่”

                “ก็คงครึ่งๆ ล่ะมั้ง” ลูบแก้มอย่างเขินๆ

                แต่ไวท์กลับส่ายหน้าแล้วพิงหลังกับพนักเก้าอี้...

 

                “กูว่า...มึงชอบพี่เก้าเกินร้อยมาตั้งนานแล้วมากกว่า”

 

                ...ไม่จริงน่า

                ผมก็ไม่ได้แสดงออกว่าชอบมากมายทุกลมหายใจขนาดนั้นนี่

                เสือนับขี้อายจะตาย

 

---

 

                “สายตามึงเพี้ยนแล้ว”

                ผมมองเมินสายตาไปทางอื่นไม่ยอมสบตาเจ้าเพื่อนผู้สะสมมีดเป็นงานฆ่าเวลา ส่วนงานอดิเรกคือเอามีดมาจวงแทงผมนี่ไง

                เวลารักใครมันต้องอ่อนโยนไม่ใช่เหรอเพื่อนไวท์ ทำไมเพื่อนไวท์รักเพื่อนนับขนาดนี้ถึงได้เอามีดมีกระซวกจนตัวเพื่อนพรุนขนาดนี้เล่า ไม่เข้าใจเลยจริงๆ

                “สายตากูไม่ได้เพี้ยน สมองมึงอ่ะเพี้ยน” ได้อีกเล่มแหละ ไม่พูดแทงใจดำก็ด่าไม่ไว้หน้างามๆ ของผมเลย

                “กูไม่คุยกับมึงแล้ว!” สะบัดหน้างอนๆ แล้วลุกขึ้นยืน พอเห็นผมลุกขึ้นยืนปุ๊บ ชายาก็รีบลุกขึ้นตามแล้วลอบมองผมตาแป๋ว “มีอะไรชายา”

                “ไปสิ” พูดห้วนๆ แบบนี้กูจะตรัสรู้มั้ย! “ไปเชียงใหมเหรอ”

                “อืม” ผมพยักหน้าให้แล้วเดินออกจากโต๊ะปล่อยไอ้ไวท์นั่งกินต่อไป ส่วนชายาก็หยิบกระเป๋าเดินตามก้นผมต้อยๆ ผมจ่ายเงินไปแล้วมันก็มองนิ่งๆ แล้วยืนครุ่นคิดอยู่ครู่ก่อนจะหยิบกระเป๋าตังค์ออกมาบ้าง

                อิเหี้ยยยย! แบล็คการ์ด!

                เรียกได้ว่าตาผมแทบจะถลนออกมานอกเบ้าเมื่อดันบังเอิญเห็นการ์ดสีดำในกระเป๋าตังค์ของชายา ส่วนไอ้เจ้าของก็มัวแต่หยิบแบงค์นับเงินอยู่ไม่ได้สนใจเลยว่าผมช็อกไปแล้ว

                พ่อมึงเป็นมหาเศรษฐีรึไง! ถึงกล้าให้แบล็คการ์ดกับเด็กแค่สิบแปดสิบเก้าเนี่ย!

                เอ๊ะ แต่พ่อมันเป็นเจ้าสัวนี่หว่า ก็เรียกเศรษฐีได้สินะ

                “โอ๊ะ ครบแล้ว” ชายาคลี่ยิ้มบางๆ แล้วยื่นเงินให้พนักงานร้านจากนั้นก็หันมามองผม “ไปสิ ไปกัน”

                กะพริบตาปริบๆ ละสายตาจากการ์ดทรงอำนาจทางการ์ดเงินด้วยใจที่เต้นตุบๆ อย่างอิจฉา ฮือ นี่มันบุคคลระดับไหนกันเนี่ย ถือแบล็คการ์ดเชียวนะแบล็คการ์ด!

                แบล็คการ์ดที่ต้องมีเงินนอนนิ่งๆ ในบัญชีอู่ห้าล้านดอลลาร์สหรัฐคิดว่ามันเยอะขนาดไหนเล่า! ความอิจฉามันขึ้นตา ขโมยชายากลับบ้านได้มั้ย พี่กงพี่เก้าอะไรไม่เอาแล้ว จะเอาชายา!

                อะแฮ่ม ได้แค่คิดเฉยๆ เท่านั้น ขำๆ นะ เปล่าจริงจัง

ต่อให้เอาเงินมากองตรงหน้าผมสักพันล้านดอลล่าร์สหรัฐผมก็... เอาสิ!

มีเงินเดี๋ยวผู้ชายก็เข้ามาเอง จัมวรั้ย!

ว๊าก! แม่อย่าหยิกนับเซ่ นับแค่คิดเล่นๆ ยังไงก็รักพี่เก้าคนเดียว อย่าฟาดแม่อย่าฟาด อ๊ากกก!

ผมเดินออกมานอกร้านแล้วก็หันไปขมวดคิ้วใส่ชายา “จะตามมาทำไม”

“ไปด้วย”

“กูจะไปเชียงใหม่นะ” ไม่ได้ไปเยาวราช

“อื้อ” แม้จะไม่ได้มองตาสบตากันแต่ผมเห็นแววตาตื่นเต้น

“กูจะไปง้อพี่เก้า” อย่างที่บอกว่าผมไม่อยากจะชวนทะเลาะข้ามวัน ถึงจะโดนไอ้ไวท์กรอกหูมาเยอะจนช้ำเลือดก็เถอะ แต่ก็อยากไปหาอยู่ดี เรื่องสถานะก็ถ้ามีเวลาดีๆ ก็อาจจะคุยเลย

“อื้อ” ชายาพยักหน้าหงึกๆ เหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจอยู่ดี “ก็ง้อไปสิ เราไม่ได้ห้าม”

สรุปคือมึงก็ไม่เข้าใจอยู่ดี ยอมใจร้ายนิดๆ “คือกูอยากไปคนเดียว” ให้ดูแลชายา ผมคงไปไม่ถึงเชียงใหม่แน่ๆ

“แต่เราอยากไปเชียงใหม่”

“มึงจะไปทำไม” เออ จะไปทำไม

เกิดผมทำมันหายขึ้นมาจะเอาที่ไหนไปชดใช้พ่อแม่มันเล่า

                งั้นผมจะเสียสละตัวเองไปเป็นลูกเจ้าสัวช่วยใช้เงินให้แทนเอง ลำบากใจจริงๆ

                ชายาเอียงหัวแล้วโยกไปมา “เราจะไปหาคุณหมีแพนด้า”

                อยากจะเอาหัวโขกพื้นตายนะตอนนี้จริงๆ “ไว้ให้พ่อมึงพาไปเถอะ” ผมพยายามประนีประนอม

                “แต่ปะป๊าไม่ว่าง” มันทำหน้าเสียอกเสียใจจนคนที่เดินผ่านไปมามองผมราวกับว่าเป็นคนผิดที่ทำเด็กจะร้องไห้ เดี๋ยวววว คือมันก็อายุเท่าผมมั้ยแค่ออร่ามันน้องมากมายเท่านั้นเอง “พาเราไปด้วย”

                แม่งไม่มีตัวช่วยด้วยสิ หันซ้ายหันขวาสายตาไปปะทะกับพี่ลมที่เดินออกมาจากร้านก๋วยเตี๋ยวพอดีก็นึกอะไรออกรีบคว้ามือชายาแล้วรีบดิ่งไปหาพี่ว๊ากหน้าหล่อแต่โหดฉิบหายอย่างพี่ลมทันที

                “พี่ลม!

                คนถูกเรียกยืนคาบไม้แคะฟันอยู่ก็หันมามอง “มีอะไรวะ”

                “วันนี้ชายามันมีแข่งวอลเล่ย์ใช่มั้ยพี่!” เออ มันมีแข่งกีฬาเฟรชชี่ไง นี่ไงเหตุผลที่ไม่ต้องพามันไปเชียงใหม่กับผมแล้ว

                “อ้อใช่” พี่มันพยักหน้า “ปีหนึ่งไม่ว่างสามคน ยังไงวันนี้ชายาก็ต้องลง”

                ชายาทำตาโต “เห ไม่ต้องเป็นตัวสำรองแล้วเหรอ”

                “เออ ต้องลงเล่นจริง”

                “แต่ผมจะไปเชียงใหม่” หันมามองผมอย่างขอความช่วยเหลือ “จะไปกับนับสอง”

                แล้วมึงจะไปบอกพี่ลมทำม้ายยยยยย!!

                กำลังตื่นตระหนกไม่ทันได้ฟาดก้นชายาสักเพี๊ยะก็ได้รับสายตาฆ่าคนของพี่ลม “อืม รับน้องไม่เข้าเพราะเห็นว่าต้องไปกับกองประกวดแต่มึงกล้าโดดไปเที่ยวอีกเหรอ!

                ปล่อยมือชายาแล้วส่ายหน้าพรืด “ไม่ได้จะไปสักหน่อย! ชายามันมั่ว!

                คนถูกกล่าวใส่ร้ายกะพริบตาสามทีแล้วหันไปมองพี่ลม “นับสองจะไปง้อพี่เก้า”

                ไอ้เหี้ยชาย๊าาา มึงจะฆ่ากูเหรอ!

                สีหน้าพี่ลมเย็นยะเยือกเปลี่ยนท่ายืนมากอดอกแล้วยิ้มแสยะ “เดือนปีหนึ่งคุณนี่ว่างจัดเลยเนอะ”

                “ก็ ก็ไม่ขนาดนั้น” ผมหัวเราะแห้งแล้วยิ้มประจบ

                “งานคณะตอนนี้ก็มีเยอะแยะเลย ผมกำลังขาดคนช่วยเลย” ช่วยอย่าพูดสุภาพได้มั้ย ผมไม่อยากฝันร้าย! “เดี๋ยวมึงไปลงวอลเล่ย์ซะ!

                “พี่ลม!” ผมถลึงตาใส่

                “ไม่พอใจ?” เลิกคิ้วขึ้น “งั้นพรุ่งนี้ไปลงปิงปองด้วย!

                “เฮ้ย!

                “เทนนิสก็ยังว่างไปลงด้วยเลยแล้วกัน”

                คราวนี้ผมปิดปากสนิทไม่กล้าจะส่งเสียงใดๆ อีกต่อไปได้แต่ส่งสายตาหงุดหงิดของมารผจญตัวใหญ่ พี่ลมมันไม่ชอบพี่เก้าอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็ยิ่งขัดขวางเพื่อความสนุกส่วนตัว ส่วนชายา...มึงไม่ได้ไปก็ไม่ต้องลากกูไม่ให้ได้ไปกับมึงด้วยทำไม!

                ถ้าไม่มีอุปสรรคคงไม่ใช่ความรัก

                พี่เก้า ดูสิ เรามีอุปสรรคแสดงว่าเราสองคนคือความรัก อั๊ยยะ!

                “คือผมปวดขามั้ยพี่” จริงๆ วันนี้ก็มีบาสกับหมออยู่ เหมือนไอ้ดินจะลงมั้ง ผมควรลงไปลวนลามมันดีมั้ยนะแต่ปวดขาไม่เอาดีกว่า

                “งั้นมึงไปลงฟุตบอล”

                “แค่วอลเล่ย์บอลเอ๊ง ปลื้มจิตก็ปลื้มจิตเถอะเจอนับสองก็จอด” ผมทำท่าตบวอลเล่ย์โชว์อย่างมีมาด

                ให้เลือกระหว่างวอลเล่ย์ที่เจ็บแขนแสบแขนกับฟุตบอลที่ปวดขาข้อพลิกข้อแพลงถูกเตะตัดขาแน่นอนว่าคนมีไอคิวสูงแบบผมก็ต้องเลือกวอลเล่ย์สิ

                พี่ลมมีสีหน้าพอใจขึ้นมาบ้างแล้ว “เออ วันนี้เข้ารับน้องด้วย โดดมากๆ ปีสูงจะเพ่งเล็ง”

                “ก็ได้” ผมพยักหน้าอย่างจำยอมทำอะไรไม่ได้ ส่วนชายาที่ยืนเป็นใบ้อยู่นานก็หันไปหาพี่ลม

                “นี่ จูปาจุ๊บสีแดงล่ะ” มันแบมือ

                ผมเลิกคิ้ว “พี่จีบมันเหรอ”

                ผัวะ!

                เห็นดาววิ้งเลย

                “เอาสมองตรงไหนคิดว่ากูจะชอบมัน” พูดอย่างเดียวก็ได้ไม่เห็นต้องตบเลย ลูบหัวอย่างน้อยใจ “มึงต้องแข่งวอลเล่ย์ก่อน”

                ชายาย้ำ “แข่งวอลเล่ย์เสร็จจะให้จูปาจุ๊บ”

                “เออ”

                เมื่อได้รับคำแล้วก็เผยยิ้มเล็กๆ ออกมาก่อนจะหมุนตัวเดินไปทางร้านขนม ผมมองตามไปเล็กน้อยแล้วหันไปมองพี่ลม “นี่พี่ติดสินบนมันให้ไปแข่งกีฬาด้วยอมยิ้ม?”

                โอ้โห ไอ้พี่ไม่รู้จักลงทุน ไอ้พี่ยาจก

                “ก็มันขอแค่นั้น” คนเป็นรุ่นพี่เองก็เตรียมใจกระเป๋าแหกไว้แล้วแต่เด็กมันขอแค่นั้นจะให้ทำยังไง

                แต่ว่านะชายามึงมีแบล็คการ์ดที่สามารถเหมาโรงงานจูปาจุ๊บได้สิบที่จะไปขอไอ้พี่ขี้เหนียวนี่ทำไม

                ผมก้าวเดินตามพี่ลมเพื่อเข้าคณะเพราะเห็นว่าตัวเองต้องเข้ารับน้องอย่างเลี่ยงไม่ได้แล้ววันนี้ก็ขอไปนอนอืดตีพุงส่องรุ่นพี่ในคณะสักหน่อย

                ถ้าพี่เก้ามันได้ยินความคิดผมนี่จะโดนฟาดกี่ตลบวะ แต่ยังไงดีอ่ะ ติดเป็นสันดานไปแล้ว

ง่ายๆว่า...บ้าผู้ชายหล่อโดยสายเลือด

“จะรับรุ่นเมื่อไหร่เหรอพี่” ผมถามพี่ลมถึงเรื่องสำคัญ

“อีกสักพัก” ไม่ตอบอีกแต่ก็แน่ล่ะคณะที่รับน้องยาวนานก็มีแต่วิศวะแหละมั้ง รับรุ่นรับเกียร์แบ่งสาขาแบ่งภาคไปอีก “มึงล่าลายเซ็นต์ถึงไหนแล้ว”

เท้าชะงักกึกแล้วเบิกตาโพล่ง “เชี่ย!

“เหอะ” เห็นท่าทีของผมแล้วก็คงเดาได้ไม่ยากว่าเกิดอะไรขึ้น เออ ลืมไง ลืมจนหมดสิ้นไปแล้ว! “กูถามใหม่ดีกว่าว่าสมุดยังอยู่รึเปล่า”

“อยู่สิ!” นอนตายอยู่ในกระเป๋าเนี่ย

“มีเวลาแค่หนึ่งเทอมนะ” น้ำเสียงดูสนุกเหลือเกิน “ไม่ใช่ง่ายๆ”

ผมหยิบสมุดขึ้นมานับดูแล้วเห็นว่ามีไม่ถึงสิบคนก็อยากจะทึ้งหัวไป เพราะมัวแต่สนใจพี่เก้าจนลืมเรื่องอื่นๆ ไปเยอะเลย โอ๊ย ตายแน่

เปิดสมุดไปก็พูดไป “พี่เป็นพี่รหัสผมปะเนี่ย” เออ แลจะข้องแวะบ่อยจริง

“มีน้องรหัสแบบมึงกูไปผูกคอตายดีกว่า” ทำหน้าทำตาเดี๋ยวจับทำเมียซะเลย “เออแล้วคำใบ้มึงคืออะไรวะ”

                เขาจับสายรหัสกันในวันที่ผมไม่ได้เข้าและไอ้สลากใบสุดท้ายที่เหลืออยู่ก็เป็นของผม แน่นอว่าไม่ใช่ของเหลือ จำไว้ว่าชิ้นสุดท้ายคือดีที่สุด

                ขนาดคำใบ้...

                “ในวันที่ฝนโปรยปราย ตัวข้ายืนท่ามกลางสายฝนเฝ้ามองเจ้าในอ้อมกอดใต้ร่มกระดาษกับใครอีกคนด้วยหัวใจอันรวดร้าว” ไม่คิดเหมือนกันว่าผมจะจำได้

                ฉลาดความจำดีไง คนอะไรดีไปหมดทุกด้าน เฮ้อ เบื่อๆ

                “สาบานนั้นคำใบ้” พี่ลมหัวเราะก๊าก “เออๆ สมเป็นมันดี”

                “พี่รู้จัก?” ไม่ปล่อยผ่านเลย

                “ปีสองมันก็ต้องรู้จักกันหมดอยู่แล้ว” พี่มันว่าแบบนั้นแล้วส่งสายตาปราม “ไม่ต้องมาถาม เพราะกูไม่บอก”

                “ใจร้าย” พึมพำงุบงิบค้อนใส่อย่างน่ารัก...

                “มึงทำแล้วมันทุเรศไม่ได้น่ารักเลยไอ้นับ กูจะอ้วก!

                ไอ้คนมีตาแต่ไม่มีแววน่ะไอ้พี่! ผมออกจะน่ารักมุ้งมิ้งขนาดนี้ยังมองไม่เห็นอีก!

                สะบัดหน้าหนีแล้วเดินดุ่มๆ ไปอีกทางหวังจะไปหาโต๊ะนั่งๆ นอนๆ สักหน่อยแต่เจอกลุ่มเพื่อนพอดี มันกำลังจะไปหารุ่นพี่เพื่อล่าลายเซ็นต์ แน่นอนว่าผมก็รีบติดสอยห้อยตามไปสิ

                อารมณ์ของผมค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับเพราะได้ใช้เวลากับเพื่อนทำให้ลืมเรื่องหม่นๆ ม่านหมอกในใจไปได้พอสมควรแต่มันก็แค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น

                หลังจากจบการล่าลายเซ็นต์ที่โดนเต้นไก่ย่างบ้าง ไปคุยกับถังขยะบ้างตามแต่รุ่นพี่จะสั่งเสร็จก็ไปเข้าห้องเชียร์ที่ไม่ได้มีอะไรมากนัก อาจจะมึนๆ งงๆ บ้างเพราะมัวแต่ไปทำกิจกรรมอื่น

                “หิมะต้องตกแน่ๆ มึงเข้าห้องเชียร์” ไวท์เปิดปากทันทีหลังจากถูกปล่อยที่ปล่อยเร็วเพราะต้องไปแข่งกีฬาเฟรชชี่กันต่อ ผมให้ไวท์มันกลับหอไปเอาชุดมาแล้วตอนนี้เรากำลังเดินไปสนามแข่ง

                “เว่อร์ไป” ผมว่าเบาๆ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลาก็เห็นว่าสี่โมงเย็นซะแล้ว ในโทรศัพท์ไม่มีข้อความหรือการโทรกลับจากพี่เก้าเลยทำให้อารมณ์ที่ดีๆ ของผมพลันหดหู่

                ที่มีอยู่ก็คือข้อความจากกลุ่มบ้านไลน์และแจ้งเตือนสารพัดของพี่เก้าที่ผมติดดาวไว้...

                “แวะร้านกาแฟแป๊บ กูอยากกิน” ไวท์ลากผมเข้าร้านกาแฟ ส่วนผมก็มองหาที่นั่งเพื่อเช็กเรื่องราวในเน็ต

                เริ่มจากไอจีก่อนมันยังไม่มีความเคลื่อนไหวจากพี่เก้าก็เลยเปลี่ยนไปดูทวิตเตอร์เข้าแท็ก #คุณชายเก้าแห่งไร่อ้อยสามพันล้านเอเคอร์ เป็นแท็กประจำที่แฟนคลับชอบเล่นที่สุดก็เห็นรูปในงานมากมาย

                วันนี้พี่เก้าอยู่ในชุดสุภาพทำให้ดูเป็นคุณชายมากกว่าเป็นดารานายแบบซะอีก ผมดูรูปไปก็ยิ้มชื่นชม แต่ต้องลมหายใจสะดุดเมื่อได้อ่านข้อความของแฟนๆ

 

                กูอยากได้อัลบั้มมมมม @Kikimilk

                มีใครสังเกตเหมือนเราบ้าง วันนี้พี่เก้าตาแดงมาก

               

                สามีอันดับที่สามพันชื่อเก้า @Gemel_459

                ตอนเริ่มงานพี่เก้าก็สีหน้าไม่ค่อยดีอยู่แล้ว กลางๆ งานก็เริ่มตาแดงเหมือน

จะร้องไห้ เสียงพี่เก้าสั่นมาก เราไม่รู้ว่าพี่เก้าเป็นอะไร

แต่เขาก็พยายามทำงานจนจบด้วยดี ชื่นชมจริงๆ

 

                ความรู้สึกแรกคือผมเป็นห่วงพี่เก้า ความน้อยใจถูกลบหายไปรีบกดโทรศัพท์โทรออกอีกครั้งอย่างคาดหวังว่าพี่มันจะรับสาย ตอนนี้จบงานแล้วพี่มันก็น่าจะจับโทรศัพท์แล้วนะ

                (ตู๊ด...ตู๊ด...)

                “...รับสิ” ผมกัดปากแน่น

                (...นับสองเหรอ) เสียงของพี่เก้าเบามากจนผมนึกว่าหูฝาด เขาดูไม่เป็นตัวเองเลย (นับสอง?)

                “พี่เป็นอะไรรึเปล่า” ถามอย่างจริงจังกระแสของน้ำเสียงเต็มไปด้วยความเป็นห่วง “พี่...โอเคใช่มั้ย ป๋าทำอะไรพี่รึเปล่า”

                ปลายสายเงียบไปเล็กน้อย (เป็นห่วงพี่เหรอครับ) ปลายประโยคสั่นเล็กน้อยจนผมเลิกคิ้ว พี่เก้าเป็นอะไร

                “ก็...ห่วง”

                (...พี่ไม่เป็นอะไรมากหรอกแค่ปวดหัวเฉยๆ) เสียงนุ่มที่พยายามบอกให้ผมไม่มีอะไรต้องกังวล

                “กินยาด้วยนะพี่” ผมเตือนแต่ก็คิดว่าจะโทรหาพี่ควินซ์ให้ช่วยดูอีกที “เอ่อ แล้วก็เรื่อง”

                (กลับไปค่อยคุยกันเนอะ) ยังไม่ทันได้อธิบายก็เป็นพี่เก้าที่ตัดบทพูดฉับ (เดี๋ยวพี่ต้องพักก่อนนะนับสอง ตอนเย็นพี่ยังต้องทำงานอีก)

                “อ๊ะ อ้อ ครับๆ” สีหน้าผมเจือลงไปหลายส่วน พี่เก้าต้องโกรธมากแน่

                (เดี๋ยวเสร็จงานพี่จะโทรหาอีกที) เขารีบพูดต่อเมื่อสัมผัสได้ว่าน้ำเสียงผมมันแปร่งๆ

                “โอเค”

                ผมกำลังจะอ้าปากพูดต่อแต่มีเสียงพี่ควินซ์แทรกมา (เก้า เดี๋ยวอีกครึ่งชั่วโมงไปเจอกันที่รถนะ / ครับ เดี๋ยวรีบตามไปครับ)

                “ถ้างั้นผมวางแล้วนะพี่เก้า” เห็นสมควรว่าต้องกดวางแต่พี่เก้าเรียกรั้งไว้ก่อน

                (นับสอง)

                “หือ?” ผมเห็นไวท์ที่เดินถือแก้วกาแฟมาก็ยกมือขึ้นจุ๊ปาก “ว่าไงพี่เก้า”


                (พี่ชอบนับสองจริงๆนะ)


                ผมเบิกตากว้าง


              (พี่เก้าชอบนับสองจริงๆ)

              “...”

             (พี่เก้าชอบนับสอง)

              “...”

          (ชอบมาตลอด...)


     พูดไม่ออก กูงง

                เกิดอะไรขึ้นวะ

                

 

                (คิดถึงนะครับ ...เดี๋ยวค่อยคุยนะ พี่เก้าวางก่อน)

                ดีใจไม่ออกเพราะสับสนมึนงง จู่ๆ ถูกบอกชอบแบบนี้มันก็ดีนะแต่ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับพี่เก้ากัน สีหน้าผมเปลี่ยนสีไปมาและเครื่องหมายคำถามก็แปะเต็มหน้าผากไม่ทันได้ถามอะไรต่อปลายสายก็ตัดไป

                ผมกะพริบตาปริบๆ แล้วดึงโทรศัพท์ออกจากใบหู...

                พี่เก้าชอบผม!

                เขาชอบผมจริงๆ!

                ฉีกยิ้มราวกับคนบ้าก่อนจะหุบยิ้มแล้วคิด

                แล้วทำไมจู่ๆ มาบอกชอบกะทันหัน

                ไม่มีเตรียมเซอร์ไพร์สโรแมนติกแบบในละครสักนิดเหรอ

                แต่นั่นแหละ! เขาชอบผม เขาชอบโผ้มมม

                ไม่ได้การแล้ว ปิดมหาลัยเลี้ยงแม่ง!

แม่จ๋า นับทำสำเร็จแล้ว!

ตอนนี้ผมไม่ต่างจากคนเป็นไบโพล่าร์นักเดี๋ยวยิ้มเดี๋ยวหัวเราะเดี๋ยวหุบยิ้ม แววตาผมมีความดีใจระคนมึนงงผสมอยู่แต่ความดีใจมันแทบทะลัก

                หวานในอกแบบมึนๆ เพราะมันเป็นการบอกชอบแบบงงๆ

                ท่าทางไม่เต็มบาทเหมือนคนบ้าทำให้ไวท์ที่กำลังนั่งกินกาแฟมองอย่างสงสัย มันยื่นขามาเตะผมใต้โต๊ะเรียกสติ “เฮ้ย!

                “ฮะ มึงว่าไง” หันไปมองไวท์ด้วยใบหน้ายังคงสุขใจ

                “เมายารึไงมึง” เห็นทำสีหน้าเหมือนคนเมากัญชาไม่มีผิด

                “เปล่า เปล่า” ผมส่ายหน้าแล้วรีบหุบยิ้มไม่กล้าเล่าให้มันฟังว่าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น “ไปสนามวอลเล่ย์เถอะ”

                ไวท์อ้าปากจะถามแต่ก็เงียบถอนหายใจเฮือก “จะทำอะไรก็เรื่องของมึงเถอะ กูได้แค่เตือน”

                เม้มปากเบาๆ แล้วไม่ได้ตอบอะไร ผมลากคอเพื่อนตัวเล็กให้ไปสนามวอลเล่ย์บอลด้วยอารมณ์ดีติดปีกบิน พอเข้าไปก็เห็นว่าตอนนี้ก็เริ่มมีซ้อมเสิร์ฟลูกวอร์มร่างกายแล้ว

เดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่แล้วเดินเอากระเป๋าไปฝากไว้กับเพื่อนติดเกมก่อนจะเดินเข้าสนามไปหากลุ่มนักกีฬา คนที่ลงวอลเล่ย์ล้วนเป็นผู้ชาย... มันก็เป็นวอลเล่ย์ชายมั้ยเล่า

                ไม่ใช่สิ ผมหมายถึงว่าไม่มีกะเทยลงเลยต่างหากทั้งที่ในวิศวะมันก็มีนะพวกนี้แต่ก็ไม่ได้เยอะมาก

                “โอ้ ลงด้วยเหรอ” เสียงทักเอ่ยดังขึ้นเป็นผู้ชายตัวสูงผอมหน้าตาจิ้มลิ้มชื่อต้นสน มันสูงประมาณคิ้วผมเอง "เเต่มึงก็เห็นลงชื่อตั้งหลายกีฬา" กูเปล่าลง มีคนยัดชื่อกูต่างหาก!

                “อื้อ พี่ลมหมั่นไส้” ตอบไปอย่างเสียมิได้

                เพื่อนได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะก๊าก ในกลุ่มนี้ผมไม่ค่อยสนิทกับใครนักเลยได้แต่ฟังเงียบๆ แล้วมองสำรวจหน้าตาแต่ละคน

                ต้นสน... ไม่ใช่สไตล์ พี่เก้าต่างหากที่โดนใจใช่เลย

                ขุน... เตี้ยไปแต่หล่ออยู่ แต่ก็หล่อไม่เท่าพี่เก้าอยู่ดี

                ภู... คนนี้หล่อใสสไตล์ชวนให้เกาเหลา แต่ยังไงผมก็อยากจะกินเกาเหลากับพี่เก้ามากกว่า

                คลาวด์... คนนี้เพอร์เฟคมากทั้งหน้าทั้งกล้ามแขนแต่กล้ามเยอะไปไม่สวยเท่าพี่เก้า

                ส่วนอีกคนยังไม่มาไม่ต้องถามนะว่าใครก็ชายาไง

                โว๊ะ! แล้วผมจะเอาไปเปรียบกับพี่เก้าคนดีทำไมเนี่ย!

               เทียบไป พี่เก็าก็ชนะขาดลอย

                “นี่ได้ยินมาว่าชายาจะลงด้วยเหรอ” ภูสะกิดไหล่ผมที่เอาแต่เหม่อ ตอนนี้แม้จะชมชาวบ้านมองชาวบ้านไปเรื่อยแต่มันก็งงๆ ที่ตัวเองเผลอเอาไปเปรียบกับพี่เก้าจนอารมณ์ที่อยากจะสไลด์ๆ ทัชๆ หมดไปเลย

                วาจาบอกชอบของพี่มันทำเอาผมเซเลยจริงๆ

                โอ๊ยยย มันมีผลต่อใจบางๆ เหลือเกิน

                ทำเอาลืมเรื่องสถานะชวนหงุดหงิดไปชั่วคราว เอาเถอะ เราควรอยู่กับสิ่งที่มีความสุขก่อน ความทุกข์เดี๋ยวมันจะมาก็มาเอง

                ผมหันไปมองภู “เมื่อกี้ถามว่าไงนะ”

                “เราถามว่าชายาจะลงด้วยเหรอ” มันว่าซ้ำ

                “อืม ใช่ ทำไมเหรอ” ผมว่ามันก็ไม่มีอะไรน่าแปลก เอาลูกวอลเล่ย์บอลไปลองซ้อมเสิร์ฟดู

                ตึง!

                เสิร์ฟแรงไปออกนอกสนามไปนู้น ป๋าเคยบอกผมถ้าเอาดีด้านกีฬาจริงๆ จังๆ สักหน่อยก็ดีแต่ผมว่ามันไม่ใช่แนว ผมชอบทางดนตรีมากกว่า เห็นแบบนี้ผมก็เล่นไวโอลินเป็นนะ!

                วันนี้คงกระโดดไม่ไหวแน่ขายังหนึบๆ อยู่เลย เออ แล้วมาเล่นวอลเล่ย์บอลคราวนี้เดี้ยงทั้งขาทั้งมือ ทำดี! ไอ้พี่ลมไอ้พี่เวร รังแกกันมากไปแล้วนะ!

                สงสัยจะหมั่นไส้ความหล่อของผมที่กลบรัศมีของพี่แกแน่ๆ

                แต่ใจจริงอยากบอกว่าถึงไม่มีผม

                สาวก็ไม่แลพี่หรอก ตาพี่ลมมันสวยกว่าผู้หญิงอีก แล้วหญิงที่ไหนจะชอบเล่า

                กำลังนินทาพี่ลมอย่างเมามันส์พร้อมกับเดาะลูกไปด้วยก็ได้ยินอะไรๆ เข้าหูมา...

สีหน้าของคนในทีมดูไม่ดีเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ผมแปลกใจ “ถ้าชายาลง แบบนี้เราก็แพ้สิ”

ผมหันไปมองอย่างงงๆ  

                “พี่ลมคิดอะไรอยู่ถึงเอาไอ้เอ๋อมาลงเล่น” คลาวด์ว่าอย่างไม่สบอารมณ์นัก

                คนกำลังอารมณ์ดีๆ ถูกสับเปลี่ยนเป็นความไม่พอใจอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ผมจะรำคาญชายาไปบ้างแต่ก็ไม่เคยนินทาหรือด่ามันถึงปมด้อย หรือว่าจะเป็นพี่เก้าทำดีกับชายาเพื่อหวังผลอะไรสักอย่างแต่เขาก็ไม่เคยดูถูกว่าร้ายเลยสักครั้ง

                แต่คนพวกนี้มัน...

                “นั้นสิ จะทำอะไรได้” ต้นสนเองก็ดูเซ็งๆ “คราวก่อนแม่งเถียงพี่ว๊าก ซวยกันหมด”

                “เออสิ แถมมันไม่โดนลงโทษซะงั้น” ภูเบะปาก “กูสงสัยจริงๆ นะว่ามันสอบเข้ามาได้ยังไง”

                “กูว่ายัด” ขุนว่าเงียบๆ แต่แรงสุดๆ

                “เออ กูก็ว่ายัด มันไม่มีทางสอบเข้าได้หรอก เด็กออทิสติกจะสอบได้เหรอ กูไม่เชื่อ”

 

                ตึง!

               

                ผมตบลูกวอลเล่ย์บอลลงพื้นด้วยความคุกรุ่นในอกเพราะทนฟังไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ห่างจากเท้าพวกมันเล็กน้อยแล้วบอลก็เด้งเสยขึ้นเกือบชนหน้าภูแต่มันคว้าไว้ได้ทัน

                “ทำเชี่ยอะไรของมึงไอ้นับ!

เงยหน้ามองพวกมันเรียงตัวด้วยแววตาเหยียดหยาม “มือลื่น”

ถ้ายังไม่หุบปากเดี๋ยวมันจะลื่นไปต่อยปากมึงแทน

                คลาวด์จ้องหน้าผมอย่างเอาเรื่อง “มึงจงใจ”

                “ก็รู้นี่” ก็ไม่ได้โง่นี่

                “ทำแบบนี้ทำไมนับ” ต้นสนเข้ามาไกล่เกลี่ย

“พอใจ” ผมยิ้มให้แล้วหันกลับไปหยิบลูกวอลเล่ย์บอลมาซ้อมต่อ

“ไม่พอใจที่พวกกูด่าชายารึไง” เป็นขุนที่โพล่งถามขึ้นเพราะว่าจู่ๆ ผมก็อารมณ์ขึ้นแบบไม่มีสาเหตุ “มึงจะโมโหไปทำไมวะ พวกกูแค่พูดสนุกๆ”

“แต่คนที่ถูกด่ามันไม่ได้สนุกด้วย” ผมตอกกลับแบบไม่ไว้หน้า

“ด่าไปมันก็ไม่รู้สึกอะไร แถมยิ้มอีกต่างหาก” ภูหัวเราะร่า “มันยังไม่เดือดร้อนแล้วมึงจะเดือดร้อนไปทำไม”

เส้นเลือดบนขยับผมปูดขึ้นมา “พวกมึงนี่บ้านขาดความอบอุ่นรึไง” หมดความอดทนแล้วเหมือนกัน ขว้างลูกบอลลงพื้นดังตึง

ถึงปกติผมจะดูกะล่อนแต่ที่ผมไม่ชอบที่สุดคือการรังแกคน แล้วชายาก็อย่างที่เห็นถึงเพิ่งจะเจอกันแต่มันก็ไม่ใช่คนมีพิษภัยมีแต่คนอื่นจะเป็นภัยกับมัน

“อ้าวไอ้นี่!” คลาวด์ถลามากระชากคอเสื้อผมแต่ภูกับขุนรีบเข้ามาดึงไว้

ผมถลึงตาใส่มันอย่างเอาเรื่อง “กูแค่พูดเล่นๆ จะโกรธทำไม”

“ไอ้นับ พอแล้ว” ไม่รู้ว่าไวท์มาตอนไหนแต่ตอนนี้มันกำลังรั้งอารมณ์ร้อนๆ ของผมแต่ไม่ค่อยจะเข้าหูนัก

ในสนามเริ่มเงียบเสียงลงแล้วเฝ้ามองอย่างห่างๆ

“โกรธทำไม?” ย้ำซ้ำจากที่หน้าก็กวนส้นตีนอยู่แล้วยิ่งอัพเลเวลเพิ่มไปอีก นี่มันตัวโกงในละครชัดๆ แต่ก็เป็นตัวโกงที่หล่อมากอยู่ดี

พอถูกผมย้อนด้วยคำพูดของตัวมันเองก็หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ ผมยกยิ้มแล้วแล้วเอ่ยเสียงเย็นสั่งสอน “ใครๆ ก็ไม่อยากโดนด่า ต่อให้ชายาจะเป็นแบบนั้นมึงก็ไม่มีสิทธิ์ด่า”

“กูจะด่ามันหนักหัวมึงรึไงไอ้เกย์วิปริต!

เปรี๊ยะ!

เหมือนจะได้ยินเส้นเลือดในหัวแตกดังเปรี๊ยะเลย สีหน้าของผมเปลี่ยนเป็นดำมืดสะบัดแขนออกจากไวท์แล้วคว้าคอเสื้อไอ้เชี่ยคลาวด์มา แต่มันฟาดมือผมกลับทำให้เกิดรอยแดงปื้นใหญ่บนมือผมทันที

“อย่ามาจับ สกปรก!” มันปัดคอเสื้อตัวเองราวกับผมเป็นตัวเชื้อโรค

ผมพยายามสูดลมหาใจเก็บความโกรธ “มึงว่าไงนะ พูดอีกที!”

“ไอ้เกย์ วิปริต ผิดเพศ!” มันแสยะยิ้มกว้างแล้วจ้องหน้าผมอย่างท้าทาย “อ้อ หรือที่มึงปกป้องชายานี่คือชอบมัน ชอบของแปลกนะมึง”

เนื้อตัวผมสั่นเทิ้มด้วยความโกรธและรู้สึกหน้ามืดกะทันหันขบกรามแน่นกัดฟันกรอด “แล้วเป็นเกย์มันหนักหัวมึงรึไง!

เกย์ไม่เกย์ไม่รู้

ผมรู้แค่การจะรักจะชอบใครสักคน

เพศมันไม่ได้สำคัญเลย

“ไม่หนักแต่ขยะแขยง” มันทำหน้ารังเกียจและขนลุกออกมา “พ่อแม่มึงไม่เสียใจแย่เหรอ”

“แล้วพ่อแม่มึงไม่เสียใจแย่เหรอที่มีลูกเหี้ยๆ แบบมึง” ผมตะคอกกลับไป

“กูเหี้ยแต่กูก็ไม่ผิดเพศแล้วกัน!” คลาวด์ยังคงแสดงความรังเกียจออกมา “แล้วไหนจะคู่เกย์มึงอีก ถุย ทำมาสร้างภาพนายแบบเสือผู้หญิงแต่จริงๆก็เกย์ เอาผู้หญิงมาบังหน้า ทุเรศ!

                “หุบปาก...”

                ดวงตาของผมแดงก่ำเส้นเลือดในตาเริ่มเผยให้เห็นเส้น ขมับปูดโปนไปหมด มือไม้สั่นจนแทบจะควบคุมไม่อยู่แล้ว

                “ปากกู กูจะพูด” ทำหน้ากวนตีน “คู่ขามึงได้ทั้งผู้หญิงผู้ชาย เวลานอนด้วยไม่ขยะแขยงบ้างรึไง? อ้อ แต่อย่างว่าแหละ เกย์อย่างพวกมึงจะเอากับใครก็ไม่สนนี่ ขอแค่เป็นผู้ชายก็พอ”

                “กูบอกให้หุบปาก!!


                ผัวะ!!


                กำปั้นผมที่กำลังจะฟาดลงบนปากหมาๆ ของไอ้คลาวด์กลับค้างกลางอากาศ ผมกะพริบตาปริบๆ มองคนที่ฟาดมือใส่อย่างไม่เชื่อสายตา

                “ไวท์...” ผมตะลึงไม่คาดคิดว่าคนรักสงบไม่ชอบมีเรื่องอย่างมันจะกล้าต่อยหน้าคน

                ใบหน้าเล็กเย็นชาอย่างถึงที่สุด “คนที่น่าขยะแขยงที่สุดคือมึงต่างหาก เพศไหนแล้วยังไงไม่ได้ไปฆ่าพ่อแม่มึงสักหน่อย”

                ท่านเทพ! ข้าน้อยขอคารวะ!

                ประโยคเดียวแทงทะลุหัวใจสัสๆ!

                คลาวด์สะบัดหน้าเล็กน้อยแล้วยกมือขึ้นแตะปากที่มีเลือดไหลซึมออกมาเงยหน้าจ้องไวท์อย่างเอาเรื่อง ผมเห็นท่าทีของมันแล้วก็รีบคว้าตัวเพื่อนออกไปอีกทาง


                ผัวะ!


                ความขมปร่าในปากทำให้ผมร้องซี้ดในใจ รู้สึกหน้าสั่นกรามสั่นเลยครับ ริจะเป็นพระเอกช่วยคนก็ต้องเจ็บตัวเป็นธรรมดาแต่ในเมื่อถูกต่อยแล้วจะไม่ให้เอาคืนก็ไม่ได้!

                ผมหันกลับมาแล้วพุ่งตัวกระโจนใส่มัน กำหมัดซัดออกไปอย่างไม่มีออมแรง เราทั้งคู่ตะลุมบอนกันจนแทบจะฆ่าให้ตาย 

               หมัดเเรกเพราะมันคิดจะต่อยเพื่อนผม

               หมัดที่สองเพราะมันด่าพี่เก้า!

                   ความเครียดเเละโมโหสะสมตั้งเเต่ถูกไอ้ไวท์เทศน์ไปก็ถูกนำมาระบายไปกับความโกรธในรอบนี้ด้วย ผมจะเป็นยังไงเเล้วหนักหัวใครจะด่าก็เอ่ยชื่อผมนี่มา ต้องไปด่าพาดพิงถึงคนอื่นทำไม 

                    ผมต่อยมัน มันก็สวนกลับ เเลกหมัดต่อหมัด เรื่องต่อยตีใช่ว่าผมจะไม่เคยผ่านมา 

                    รู้ไว้ซะ นับสอง พ่อทุกสถาบันเว้ย!

                ผัวะ! ผัวะ!  โครม!


                “ไอ้คลาวด์ หยุด!

                “นับสอง พอแล้ว!

                “กรี๊ดดด ใครก็ได้ห้ามที!


                เสียงห้ามสารพัดแต่ไม่เข้าหูนัก ใครที่เข้ามาห้ามก็ถูกผลักกระเด็นออกไป

               

                “ไอ้เชี่ยนับ ไอ้หมาบ้า มึงหยุดกันเดี๋ยวนี้นะเว้ย!! ไม่หยุดกูกระทืบซ้ำ!

 

                คงไม่ต้องบอกก็รู้มั้งว่าใครห้าม...

                แต่ผมยังไม่หายขุ่นเคือง

                มันจะว่าผมยังไงก็ได้

                แต่มันห้ามมาว่าพี่เก้า!

 

                ผัวะ!

 

                “ไอ้นับ! หน้ามึงยังต้องใช้แข่งเดือนนะเว้ย!

 

                ตายแล้วววว หน้าหล่อๆ ของผม!

                ไม่ได้ๆ ตำแหน่งเดือนมหาลัยต้องเป็นของผม!

                ผมชะงักไปแล้วก็ได้สติขึ้นมาจึงเผลอผ่อนแรงที่กดตัวไอ้คลาวด์ไว้ยอมปล่อยมือออก พี่ลมเห็นว่าหยุดได้แล้วก็โล่งอก แต่คลาวด์ไม่จบมันได้โอกาสเล่นทีเผลอจึงรีบซัดอีกหมัดเข้าที่คางแล้วถีบเข้าที่ท้องผมซ้ำอีก

               ร่วงสิครับท่าน

                เรี่ยวแรงหืดหายก่อนจะล้มตึงไปกับพื้นแล้วภาพทั้งหมดก็ดับวูบไป...

 

 




 

[เก้า]      

 


                “เอาอันนี้” 

                “ได้ค่ะ แล้วจะ...”

                หลังจากชี้นิ้วไปยังของที่ต้องการแล้วก็ยื่นกระดาษให้กับพนักงานร้านไป “เอาตามนี้” ผมยิ้มละมุนออกไปโดยไม่รู้ตัวขณะมองตัวอักษรหวัดๆ ในกระดาษ

                เธอรับไปดูก่อนพยักหน้า “ตามนี้นะคะ”

                “แล้วจะได้เมื่อไหร่” ผมย่นคิ้วเล็กน้อย “พรุ่งนี้มารับได้มั้ย”

                “พรุ่งนี้ตอนบ่ายน่าจะเรียบร้อยค่ะ”

   “อ้อ” หลังเสร็จงานพรุ่งนี้แล้วผมก็ว่าจะรีบกลับกรุงเทพ

                คิดถึงหน้าตาทะเล้นๆ ของนับสอง

                คิดถึงเสียงอ่อยๆ ของนับสอง

                แล้วก็ยังมีเรื่องที่ผมต้องคุยกับน้องอีก

                คิดถึงคำพูดของไวท์ที่ได้ยินผ่านบลูทูธมาก็สงสัยนะว่าน้องมันพูดกับนับสองหรือจงใจพูดกับผมกันแน่ แต่ผมก็...คิดตื้นเกินไปจริงๆ นั่นแหละ

                ผมเห็นแก่ตัวและล้ำเส้นนับสองมากเกินไปจริงๆ...

                “คุณคิดว่าเขาจะชอบมั้ย” ผมถามพนักงานขณะเลื่อนสายตาไปมองของที่ใช้เวลาเลือกเป็นชั่วโมงอย่างกังวล

                เธออมยิ้มเล็กๆ “มันก็อยู่ที่เหตุผลว่า… คุณลูกค้าให้เพราะอะไร”

อืม เป็นการแนะนำได้ดีจริงๆ หลังจากจัดการเรียบร้อยแล้วผมก็ยื่นบัตรให้เขาไป... ระหว่างรออยู่โทรศัพท์ในมือก็สั่นขึ้นมา


[สายเรียกเข้า : อันซีน]


แอบงงนิดหน่อยที่เพื่อนตัวดีโทรมา อาจจะมีเรื่องก็ได้มั้ง ผมกดรับไปยังไม่ทันได้พูดอะไรมันก็รีบพูดขึ้นก่อน


(ไอ้เก้า! นับสองมีเรื่องต่อยกับเพื่อนในคณะ!)


อะไรนะ!

 

               

 


---- 
เอาไงต่อดีพี่เก้า
นุ้งนับเราก็เลือดร้อนเหลือเกิน เเต่นางรักเพื่อน น่ารัก
อย่าเป็นอะไรนะลูก
#นับเก้ารัก

ติดตามเดือนพรายกันได้เพจเเละทวิตเตอร์

https://www.facebook.com/DuanPhrai/

เเละ

https://twitter.com/PhraiPimmy_


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10.403K ครั้ง

788 ความคิดเห็น

  1. #56826 yaoi55 (@yaoi55) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 12:16
    กลุบมาอ่านหลายรอบเดล้ว
    #56826
    0
  2. #54897 NuiKKS (@NuiKKS) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 10:49
    นับสองสู้ๆเพื่อพี่เก้า
    #54897
    0
  3. #54646 beeya1 (@beeya1) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 20:14
    โกรธ-ลม

    -ทำหั้ยนับสองเผลอจนโดนต่อยแล้วก็ถีบสลบไป -ลม!!!!
    #54646
    0
  4. #54639 G._.arn (@Little_G) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 18:52
    สัตว์มันดีกว่าคนนะ ถ้ามันโกรธมันก็จู่โจม ถ้ามันกลัวมันก็ขู่ก็หนีตามสัญชาติญาณสัตว์ เป็นสิ่งมีชีวิตซื่อตรงใช้ชีวิตตามสัญชาติญาณ ไม่เหมือนคน มีปากมีสมองดีกว่าสัตว์ แต่ก็ใช้คิดแต่เรื่องชั่วๆ พูดแต่เรื่องชั่วๆ ทำตัวเป็นคนดีดูสูงส่ง แต่จิตสำนึกต่ำตม
    เราห้ามเขาไม่ได้หรอก เขาว่าเรา- แล้วพอเขาไม่ชอบเรา เขาก็จะเอาเราไปเม้ากันสนุกปาก ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับการโดนอบรมสั่งสอนด้วย พ่อแม่ปู่ย่าตายายผู้ปกครองไม่ได้สอนให้รู้จักกับการพูด คำพูดมันฆ่าคนได้ มีคนฆ่าตัวตายเยอะแยะเพราะคำพูดของคน อยากพูดอะไรก็พูดกันสนุกปาก ไม่แคร์ความคิดคนอื่น แคร์แต่ตัวเอง รักแต่ตัวเอง สุดท้ายเเล้ว ก็จะไม่มีใครรักไม่มีใครแคร์เพราะคุณไม่เคยให้ใคร
    #54639
    1
  5. #54226 After_TeaTime (@Miko_Chan2002) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 03:12
    กลับมาอ่านอีกรอบ จนตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าใครเป็นพี่รหัสนับสอง555
    #54226
    0
  6. วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 21:38
    ก็คือไวท์มาแต่ละทีนี่จึกแทน นับซังนัมจาเว่อ
    #54037
    0
  7. #53688 puppywang (@2543660) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 09:51
    โอโหโมโหมากอะ นับพ่อทุกสถาบันของจริง สุดๆไปเลยลูก แต่คิดว่าถ้าพี่เก้ารู้เรื่อง คลาวด์คงศพไม่สวย
    #53688
    0
  8. #53529 Mareemintty (@Mareemintty) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 19:02
    รักชายาาาา นางน่ารักกกก 5555 มาโผล่เรื่องนี้ก็ยังน่ารัก
    #53529
    0
  9. #51616 Thunx2 (@thunthan) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:17
    นับสองพ่อทุกสถาบันค่ะ จำไว้!!
    #51616
    0
  10. #50391 Mookda77 (@Mookda77) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:17

    ลูกกกกพอ พอ เด๋วหมดหล่อค่ะลูกกกก ให้ลูกน้องผัวจัดการค่ะ

    #50391
    0
  11. #50198 mwct (@koishi0714) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:33
    เอาให้จมสนามมมม
    #50198
    0
  12. #48591 Noey No Ey (@1827-noey) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 12:26
    กระทืมันเลยนับ
    #48591
    0
  13. #47621 PCY_BBH_PLOY (@Chutiporn_ploy) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 23:00
    ต้องโดนยำตีน ไอ่-นนนนนน
    #47621
    0
  14. #41023 Zer_Cya (@Zer_Cya) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 21:50
    ต่อยไม่พอนะนับ กระทืบมันเลย
    #41023
    0
  15. #40574 VKK42 (@VARANTHITA) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 09:36
    ปากกมาดีนัก กระทืบแม่งงงงงงง
    #40574
    0
  16. #37074 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 19:09
    นับสองโคตรเท่ คือเดือดมากอีเวรนั้น
    #37074
    0
  17. #33177 Phutthamali (@Phutthamali) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 22:49
    กระทืบให้เละเลยนับ
    #33177
    0
  18. #30950 vicha9001 (@vicha9001) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 17:49
    โอ้ยยยยย กุอินมากกกตื่นเต้นสุดๆอะตอนนี้พอๆกะตอนเเข่งบาสเลย
    #30950
    0
  19. #30605 Jezzy Jimmy (@jm_monkey) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 21:08
    นับเก่งมากลูก ปกป้องชายาด้วย หนูเก่งจริงๆ พ่อคนหล่อ^_*
    #30605
    0
  20. #30015 Jinjoo.K (@yeye_mylove2) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 23:56
    เป็นเกย์แล้วไง ไม่ได้สันดานต่ำเหมือน-ป่ะวะ นี่โมโหจริงๆนะเวลาอ่านฟิคแล้วเจอพวกชอบเหยียดเกย์อ่ะ
    #30015
    0
  21. #29773 Yongyie HH520 (@7794909497) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 21:59
    ไม่รู้ทำไม ร้องไห้กับประโยคที่พี่เก้าบอกชอบนับสอง...
    #29773
    0
  22. #29529 P_shiro_suneko (@P_shiro_suneko) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 15:29
    โห..ด่าขนาดนี้....มาตบกับเราก็ได้นะอีคาวปลา(คลาวด์)เกลียดพวกที่ชอบด่าเพศอื่นที่ไม่ใช่ ช-ญ เขาเกิดมาเป็นอย่างนี้แล้วทำไมอ่ะ หนักหัวมากก็ไปตัดหัวตัวเองทิ้งดิ เฮ้อ//ไม่สุภาพก็ขออภัย เราเกลียดพวกแบบนี้มากกกกกจนเลือดขึ้นหน้าไปหน่อย(ไม่หน่อยแล้วมั้ง) ****
    #29529
    0
  23. #29291 Tanz Giroro (@narakstory) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 06:38
    เพื่อนกลุ่มนี้ไม่ต้องไปคบ ต่อให้มาขอโทษที่-แต่ก็รู้เลยว่าในใจมันคิดยังไง ใจสกปรก
    #29291
    0
  24. #29158 นักโทษหมายเลข0 (@Prison0) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 21:28
    อย่าทำน้องงงงงงง
    #29158
    0
  25. #27883 ananarnaaa (@ananarnaaa) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 13:43
    อ่า ตอนนี้คืออินมากกก
    #27883
    0