นับ เก้า รัก [YAOI]

  • 300% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 3,375,954 Views

  • 57,467 Comments

  • 58,169 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    184,073

    Overall
    3,375,954

ตอนที่ 29 : อ้อยคว่ำครั้งที่ 28

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 126407
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10467 ครั้ง
    15 ก.ย. 61

บทที่ 28





“นับสอง นับสอง”


งื้อ... จานอน


“ตื่นได้แล้ว สายแล้ว”


อย่ามาปลุกเสือนับนะ เสือนับจะนอน!


“ขี้เซาจัง”


เสือนับขี้เอา เอ๊ย ขี้เซามาก ปล่อยเสือนับนอนเถอะ


“จะตื่นไม่ตื่น”


จุ๊บสองทีจะตื่นเลย อิอิ


“ไม่เกรงใจแล้วนะ”


ไม่เอานะเกรงใจ~ ไม่ดีหรอกเกรงใจ~


เสียงหนวกหูน่ารำคาญดังวนเวียนอยู่ข้างอยู่ไม่หยุดทำให้ผมพลิกตัวหนีทั้งที่ยังงัวเงียไม่ยอมตื่นด้วยความเหนื่อยล้าจากเมื่อวานความร้าวระทมพุ่งจู่โจมไปทุกอณูทั่วร่างจนรู้สึกบอบช้ำ

“ตื่น!” ปลุกนะไม่ใช่ฆ่า! โอ๊ยยย พี่เก้าเว้ยยย

ตัวผมถูกเขย่าหัวสั่นหัวคลอน ร่างกายที่ช้ำอยู่แล้วยิ่งถูกเขย่าขย่มแบบนี้ยิ่งจะทำให้ผมไม่อยากลืมตา

“จานอนนนนน” ผมครางออกมาอย่างไม่สบายตัวแกมมึนหัวก่อนจะกระชากแขนอีกฝ่ายลงมาล้มลงกับเตียงจากนั้นก็พลิกตัวขึ้นไปนอนทับอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วโดยที่สภาพยังมัวขี้ตาอยู่ เปลือกตาปรือขึ้นเล็กน้อยเห็นใบหน้าหล่อเหลาของพี่เก้าแล้วผลิยิ้มเบาบางออกมา “พี่เก้าาา”

พึมพำราวคนยังไม่ตื่นดีแล้วขยับเบียดกอดอีกฝ่ายแน่น ซุกหน้าลงกับซอกคอหอมๆ ผ่านการอาบน้ำมาอย่างดี สูดกลิ่นหอมเย้ายวนเข้าปอดพอให้สมองแจ่มใสขึ้นมา “นับสอง ตื่น!

ร่างกายรับรู้ถึงกับผลักดันของคนข้างใต้แต่ผมก็ทำเป็นไม่สนใจ ขยับริมฝีปากลงประทับบนลำคอขาวๆ หลับตาพริ้มแล้วเม้มขบลงไปอย่างแรงเพื่อทำรอยคิสมาร์ค 

“ไอ้เชี่ยนับ!! มึงลืมตาเดี๋ยวนี้!

พึ่บ!

 แทบจะทันทีที่ได้ยินเสียงกร้าวตวาดขึ้นเปลือกตาสะลึมสะลือของผมก็เปิดขึ้นแล้วหันไปมองเสี้ยวหน้าของคนที่ผมกำลังดูดคออยู่อย่างตกใจ ปกติแล้วพี่เก้าไม่เคยเรียกผมอย่างหยาบคายแบบนี้

สิ่งแรกที่เห็นเมื่อลืมตาคือใบหูที่มีเครื่องประดับอย่างต่างหูเงินใส่อยู่เต็มไปหมดแต่ที่สำคัญคือเส้นผมต่างหาก... มันเป็นเส้นผมสีดำสนิทที่ไม่ใช่สีผมของพี่เก้าแต่มันเป็น...


“พี่ไนน์!!



ตาย ตาย!

ทำไมเป็นพี่ไนน์ไปได้เนี่ย!

ร่างกายมีปฏิกิริยาไวกว่าสมองที่ขาวโพลนมากนัก ผมกระโดดลงไปยืนบนพื้นอย่างไม่มั่นคงนักรู้สึกปวดแปลบที่ขาทั้งสองข้างแต่ไม่ทันได้ให้คิดเจ็บปวดอะไรเพราะความสำคัญในตอนนี้คือคนที่กำลังนั่งขัดสมาธิบนเตียงทำหน้ายักษ์อยู่ต่างหาก

“พี่ทำบ้าอะไรเนี่ย!” ผมโวยวายทันทีรีบกอดตัวเองทันทีจ้องมองพี่ไนน์ราวกับเขาเป็นโจรปล้นสวาท “พี่จะปล้ำผมเหรอ!

ตายแล้วๆ จะลักหลับเสือนับเหรอ!

ใช่สิ เสือนับมันน่ากินมั่กๆ

ผิวขาว เนื้อแน่น รสอร่อยน่าเคี้ยวใครมันจะไปอดใจไหวกัน

“ปล้ำพ่อมึงสิ!” พี่ไนน์ชักสีหน้าใส่แล้วลูบลำคอตัวเองที่เป็นรอยช้ำแดงชัดเจน “มึงสิปล้ำกู! กระชากลงเตียงแล้วก็ดูดคอกูเนี่ย!

เปิดปกคอเสื้อกระชากให้เห็นรอยแดงจุดใหญ่ ผมกะพริบตามอง “คอขาวมาก...”

“ไอ้นับ!

“เอ๊ย เอ่อ” สะดุ้งสุดตัวเมื่อเผลอปากไปเลยยกมือตีปากตัวเองอย่างเสียมิได้ “ก็ ก็คิดว่าเป็นพี่เก้านี่”

“มึงว่ากูผิด?!

“เปล่าๆ” ผมยิ้มแห้งๆ ให้แล้วเกาแก้มอย่างอับอาย “แต่ขอโทษได้ปะล่ะ”

มองดูลำคอของพี่ไนน์ที่มีรอยดูดแล้วก็รู้สึกลั้ลล้าในใจเล็กๆ อา ได้งับคอผู้ชายหล่อแต่เช้าเลย คิดแบบนั้นแล้วก็เผลอเลียปากออกไปโดยไม่รู้ตัว

อืมๆๆ อาหารเช้าเป็นคอพี่ไนน์ก็ได้อยู่ อิอิ

“ไม่ยกโทษ!” ถลึงตาใส่ผมอย่างหงุดหงิด “กูเสียหายนะ!

งั้นมาเป็นเมียผมมา

ผมกลอกตาไปมาเล็กน้อย “ก็มันทำไปแล้วจะให้ทำไงเล่า” ยกมือสางหัวฟูๆ แล้วถามอย่างซื่อๆ “งั้นมาดูดคอผมคืนมั้ย จะได้เจ๊ากัน”

พี่ไนน์คว้าหมอนใส่หน้าผม “ถ้ากูเป็นไอ้เก้าจะจับตีก้นลายแน่!

โชคดีที่รับไว้ได้ทันไม่ฟาดเข้าหน้าหล่อๆ ของผม พอยกพ่อทูนหัวของผมขึ้นมาแบบนี้อารมณ์ทะเล้นก็ถูกตีแตกทันที “แล้ว...ทำไมพี่ถึงมาปลุกผมได้ล่ะ” มองซ้ายมองขวาอย่างระแวงก็เห็นว่ายังคงเป็นห้องของพี่เก้า “พี่เก้าไปไหน”

“ก็ไปทำงานแล้วน่ะสิ ใครมันจะนอนเป็นตายแบบมึง” ไม่วายจะฟาดงวงฟาดงาใส่เพราะดันไปลวนลามพี่แกตอนยังไม่ตื่นดี “ไปอาบน้ำซะ มีเรียนเช้าไม่ใช่รึไง”

คนเป็นพี่ว่าเตือนที่ทำให้ผมนึกได้ว่าตัวเองมีเรียนเช้าจริงๆ แต่พี่ไนน์รู้ได้ไง... แหนะ สนใจผมอยู่ก็บอกมาเถอะ เนียนมาปลุกหวังจะลวนลามผมแต่พอผมลวนลามกลับทำมาโมโหกลบเกลื่อน

อ๊อย คนหล่อลำบากใจจัง

พี่น้องจะตีกันแย่งผมมั้ยนะ

                “พี่เก้าไปเชียงใหม่แล้วเหรอ” ผมถามเพื่อความแน่ใจอีกที

                “เออ!” ดูจะเคืองผมไม่เลิกเลยไม่ยอมพูดดีๆ ด้วย

                ดี! เสือนับรอดไปได้อีกหน่อย!

                พี่ไนน์จัดปกเสื้อให้ดีแล้วเดินออกจากห้องไปราวติดปีกบินหนีสงสัยกลัวจะอดใจไม่ไหวกินเสือนับสินะ ผมมองตามหลังพี่ไนน์ไปแล้วก็ค่อยทิ้งตัวลงบนเตียงนอนอย่างหมดแรงเพราะตอนแรกก็ตกใจจนหัวใจจะวายกลัวพี่เก้าจะโผล่พรวดเข้ามาในห้อง

                “ยิ่งขี้หวงอยู่” ผมลองจินตนาการคิดว่าพี่เก้าเข้ามาเห็นผมกำลังดูดคอพี่ไนน์แล้วก็ขนลุกขึ้นมา คงอาละวาดใส่ผมเหมือนครั้งที่รู้ว่าผมไปกระโดดจูบพี่คิวแน่ๆ

                ดีไม่ดีถ้ารู้ว่าไปดูดคอพี่ไนน์คงเละยิ่งกว่าเดิม

                หัวเราะแก่นๆ ออกไปแล้วเดินหยิบผ้าขนหนูที่พี่เก้าเตรียมไว้เข้าไปในห้องน้ำ ระหว่างที่อาบน้ำก็คิดหนักหน่วงว่าจะบอกพี่เก้าดีมั้ยเรื่องที่เกิดขึ้น

                ชั่งน้ำหนักดูแล้วก็คิดว่าควรบอกดีกว่า การมีความลับมันทำให้เกิดรอยร้าวได้ง่ายๆ บวกลบคูณหารในใจเสร็จก็ตัดสินใจได้

                เอาวะ! อย่างน้อยก็แค่ถูกพี่เก้าจูบปากแตก แต่ถ้าอย่างมากก็เป็น...เมีย

                ไม่มีทางเป็นผัวบ้างเลยเหรอ ฮือ

                เดินออกจากห้องน้ำมาในอารมณ์จะร้องไห้ก็ร้องไม่ออกได้แต่ก้มหน้าแต่งตัวไปด้วยชุดนักศึกษาของพี่เก้า เนื่องจากส่วนสูงที่พอๆกันเลยไม่เป็นปัญหาเท่าไหร่ต่างกันแค่ผมที่ผอมกว่าพี่เก้า

                เมื่อจัดการตัวเองเสร็จสรรพในเวลาสิบนาทีก็เดินไปหยิบกระเปาเตรียมลงไปข้างล่างก็เห็นโพสอิทวางอยู่บนกระเป๋า ยื่นมือไปดึงมาอ่านช้าๆ

 

                ‘               พี่เตรียมข้าวตมกุ้งไว้ให้แล้ว บอกให้คิวเอาไปอุ่นให้นะ

แล้วก็มียาคลายกล้ามเนื้อกับยาแก้ปวด อย่าลืมกินนะคนดี          

 

อ้อยแต่เช้าเลยครับ

กัดปากแรงมากกับความเอาใจใส่นี้

โชคดีจังที่มีพี่เก้าเป็นของตัวเอง

บนกระเป๋าก็มียาเม็ดอยู่สองซองพอดี ผมเก็บมาใส่กระเป๋าส่วนโพสอิทก็เก็บใส่ไว้ในสมุดโน้ตอย่างทะนุถนอมก่อนจะเดินลงไปยังชั้นล่าง

“อรุณสวัสดิ์ครับ” ก้าวมาถึงห้องครัวที่มีกลิ่นหอมๆ ก็เห็นพี่อ๋องกำลังยืนอยู่หน้าเตา ส่วนพี่คิวกับพี่ไนน์กำลังนั่งกินข้าวเช้าอยู่ที่โต๊ะ แปลกใจหน่อยที่เห็นใครอีกคน

“อ้าว มาแล้วเหรอนับสอง” คนที่ทักผมตอบคือพี่อ๋อง เพราะตอนนี้ผมทำให้พี่ไนน์โกรธอยู่เจ้าตัวเลยไม่หันมามองเลยสักนิด เฮ้อๆ บอกแล้วไงให้มาจุ๊บคอของผมคืน! แค่กๆ “เดี๋ยวพี่อุ่นข้าวต้มให้ รอแป๊บ พี่ทำข้าวให้ชายาก่อน”

พยักหน้าหงึกหงักไปแล้วมองดูในกระทะคงเป็นข้าวผัดอเมริกันล่ะมั้ง เดินเอื่อยๆ ไปนั่งที่เก้าอี้ข้างพี่ไนน์ที่ทำให้พี่มันสะดุ้งมองผมอย่างระแวง

“เลิกโกรธได้แล้วปะพี่” เล่นใหญ่เพื่อ?

“กูไม่ได้โกรธ! กูกลัวต่างหาก!” ส่งสายตาระแวงมาให้ก่อนจะหันไปถลึงตาใส่พี่คิวที่นั่งเคี้ยวขนมปังกินกาแฟอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว “มึงรู้อยู่แล้วใช่มั้ยเลยส่งกูไปปลุกมัน!

“เออ” พี่คิวยังคงสงบ

“มึงรู้มั้ย กูโดนมันดูดคอมาเนี่ย!” จำเป็นต้องประจานผมมั้ยเนี่ย

พี่คิวมองพี่ไนน์แวบหนึ่งแล้วส่งเสียงเหอะ “กูโดนมันดูดปากมา หรือมึงจะแลก”

“ไม่เอา!

ผมขมวดคิ้วมุ่นอย่างหงุดหงิดที่พวกเขาเอาแต่พูดเกี่ยงไปเกี่ยงมาราวกับรังเกียจผมงั้นแหละ พี่ไนน์เหมือนเห็นความหงุดหงิดผมก็เลยถอนหายใจเฮือก “จริงๆ กูก็ไม่ได้รังเกียจมึงนะ”

“จริงเหรอ”

“กูขยะแขยง”

“พี่ไนน์!” ผมทุบพี่มันอย่างแรง เจ้าตัวก็ปัดเป็นพัลวันแล้วก็หัวเราะฮ่าๆ ไม่หยุด

“โอ๊ยๆ ล้อเล่นเว้ย” ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงเพราะหัวเราะมากไปก่อนจะเอี้ยวตัวมาโอบไหล่ผมอย่างสนิทสนมแต่ผมก็ยังคงตีผัวะต่อไปอย่างเคืองๆ “เจ็บไอ้สัดนับ! พอ!

หยุดมืออย่างขัดใจแล้วถลึงตาใส่พี่มันก่อนจะถาม “สรุปไม่โกรธผมใช่มั้ย” จริงจังนะเนี่ย

ยักไหล่ส่ายหน้า “ไม่ว่ะ” ก่อนจะยื่นมือมาเชยคางผมขึ้นใช้ดวงตามากเล่ห์สบเข้ากับตาผม “มีหนุ่มน้อยน่ารักมากัดคอแบบนี้ ฉันชอบจะตาย”

เมื่อรู้ว่าแค่โดนแกล้งก็เบาใจขึ้นมาบ้างแต่ก็ต้องมาหงุดหงิดกับคำว่าน่ารักต่อ “ผมหล่อ!

“กูหล่อกว่า” พี่ไนน์หลิ่วตาใส่แล้วปล่อยมือหันกลับไปจัดการอาหารเช้าของตัวเอง “แต่ว่านะ กูขอเตือนหน่อยเถอะ”

“เตือนอะไร” ผมทำหน้าสงสัย

“ไอ้เก้าขี้หึงมากนะ” ไม่ต้องบอกก็รู้! “ก่อนจะทำห่าอะไรก็แหกตาดูก่อนว่าใช่ไอ้เก้ารึเปล่า” วนกลับมาเหน็บแหนมผมอีก

“ใครใช้ให้พวกพี่หน้าตาเหมือนกันขนาดนี้เล่า” โยนกลับไป

แต่หน้าตาเหมือนกันก็ดีนะ

จะได้ใช้ข้ออ้างนึกว่าเป็นพี่เก้าไปลวนลาม

ไม่สินับ ไม่สิ เราจะไม่เป็นพระยาเทครัวสิ ไม่ดีไม่งาม

พี่คิวเงยหน้าขึ้น “ความผิดที่พวกกูเป็นฝาแฝดซะงั้น”

“เออ!

“แล้วใครใช้ให้มึงมาชอบคนเป็นแฝดมิทราบ”

ผมแยกเขี้ยวใส่พี่คิวไปกำลังจะฟาดปากใส่ก็มีพี่อ๋องมาแยกมวยคู่นี้ออก เขาวางชามข้าวต้มหอมๆ ลงพร้อมกับจานข้าวของชายา

เหล่มองก็เห็นว่าจานข้าวถูกจัดแบบเด็กๆ เป็นรูปหน้าหมีน่ารักแต่ชายาเอาแต่นิ่งและจ้องไม่ยอมกินสักที ส่วนผมก็หยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูปชามข้าวต้ม

“ไม่กินล่ะชายา” ผมถามขณะเคี้ยวเนื้อกุ้งอวบๆ รสชาติของข้าวต้มก็เบาดีไม่หนักแต่ฝีมืออยู่ในระดับกลางๆ พอดีๆ

ไม่รู้เพราะอะไรนะแต่มันอร่อยมากคงเป็นเพราะคนทำล่ะมั้ง... พี่เก้านี่ต้องเป็นแม่บ้านที่ดีในอนาคตแน่ๆ!

“คุณหมีน่ารักเกินไป เรากินไม่ลง” มันว่าเสียงเรียบนิ่งแล้วกินเฉพาะเครื่องเคียงรอบนอกจานเท่านั้น

พี่คิวเห็นแล้วก็ถอนหายใจหยิบช้อนจากมือชายาไปแล้วเขี่ยข้าวรูปหมีน้อยจนไม่เป็นทรงแล้วก็คืนช้อนไป ชายานั่งนิ่งมองอย่างงงๆ

“คุณหมีไปไหนแล้ว...”

“ไม่มีหมีแล้ว กินได้แล้ว” พี่คิวถามเสียงห้วนยกกาแฟขึ้นจิบ

“คิว ทำตัวดีๆ” พี่อ๋องส่ายหน้ามองน้องชายอย่างตำหนิแล้วก็กล่อมชายา “กินข้าวได้แล้ว”

“แต่มันเละ” ชี้จาน

“เอ่อ” พี่อ๋องทำหน้าไม่ถูก “มันไม่ได้เละนะ ”

“ไม่กินแล้ว”

“ไม่ดื้อสิชายา กินข้าว”

“ไม่เอา”

                ยากยิ่งกว่าป้อนข้าวลูกก็ป้อนข้าวชายานี่แหละ

                ผมปล่อยให้สามพี่น้องดูแลชายาไปส่วนตัวเองก็นั่งกินข้าวต้มอย่างสบายใจราวกับนั่งอยู่ริมหาดทรายทั้งที่ความจริงคือนั่งอยู่กลางสนามรบชัดๆ

                เปิดอินเตอร์เน็ตแล้วเลือกเข้าไอจีเพื่อโพสต์รูปข้าวต้มชามนี้ แค่ลงรูปเฉยๆ ไม่มีแคปชั่นเพราะคิดไม่ออก

                เมื่อมีความเคลื่อนไหวปุ๊บ ก็มีเพื่อนทักมาปั๊บก็คือรูมเมทร่วมห้องอย่างไอ้จินที่มาโวยวายว่าหายไปไหนทั้งคืน จะว่าไปผมก็ไม่ได้บอกมันว่าจะไม่กลับก็ได้แต่ขอโทษไป

                หลังคุยกับจินเสร็จก็กดเข้าไลน์ทักหาพี่เก้าซึ่งน่าจะยังอยู่บนเครื่องล่ะมั้ง ปัดความเหงาในอกออกไปแล้วลงมือกินข้าวต้มเงียบๆ ฟังสงครามการป้อนข้าวชายาอย่างขบขัน

                “ทำไมเลี้ยงยากแบบนี้เนี่ย” พี่ไนน์ทำหน้าจะร้องไห้หลังจากมื้อเช้าแสนหรรษาผ่านไป ข้างตัวก็มีชายายืนอยู่ ตอนนี้เรากำลังจะไปมหาลัยกัน

                “เลี้ยงไม่ยากแต่พี่อ่ะเลี้ยงไม่เป็น” ผมว่าอย่างดูแคลนขณะกำลังใส่รองเท้า

                “งั้นมึงเลี้ยงมั้ย!

                “ผมจะเลี้ยงพี่เก้าคนเดียว” ใช่แล้ว เสี่ยนับจะเลี้ยงน้องเก้าคนเดียว จัมวรั้ย!

                พี่ไนน์ส่ายหน้าไม่เชื่อแล้วเดินนำออกจากห้องโดยที่จูงตัวนุ่มนิ่มให้เดินตามไม่ห่าง ดูแลขนาดนี้ไม่ทราบว่าน้องหรือเมียครับ

                ตลอดการเดินทางไปมหาลัยไม่ว่าพี่ไนน์จะชวนชายาคุยอะไรก็ไม่ได้รับคำตอบเพราะชายากำลังสนใจกับคิวบิคในมือ เห็นว่าพี่อ๋องเป็นคนให้ด้วยแหละ ดูเหมือนชายาจะชอบมากด้วยถือไม่ยอมวางเลย

                ส่วนผมก็ไม่ค่อยมีกะจิตกะใจจะคุยเท่าไหร่เพราะกำลังรอพี่เก้าตอบไลน์อยู่

                “ถึงคณะแล้ว” เสียงทุ้มของพี่ไนน์ดังขึ้นเบาๆ เรียกสติผมที่กำลังใจลอยไปหาพี่เก้าให้กลับมา

                ผมหยิบกระเป๋ามาถือแล้วผงกหัวเล็กน้อย “ขอบคุณที่มาส่งนะพี่”

                ชายามองเล็กน้อยแล้วหันไปมองพี่ไนน์ “ขอบคุณครับ” พูดจบก็เปิดประตูเดินออกไปไกลอย่างรวดเร็ว ผมตามมันลงไปเดินจนถึงหน้าลานเกียร์ก็เห็นเพื่อนจอมขี้เกียจสองคนกำลังนั่งกินขนมอยู่

                กำลังจะเลือกชายาให้มานั่งด้วยกันแต่มันก็หายไปจากสายตาแล้ว ไวท์เห็นผมก่อนก็ทักขึ้น “แอบไปนอนไหนมาวะ”

                “หึงเหรอจ๊ะ” ผมเอ่ยเย้าแล้วยื่นมือไปลูบแก้มไวท์ คนตัวผอมปัดมือทิ้งไปแล้วทำหน้าขยะแขยง

                “หึงมึง กูไปหึงหมาดีกว่า” ปากเสีย! “สรุปไปไหนมาเมื่อคืน” อยากเลื่อนขั้นเป็นเมียเสือนับเหรอจ๊ะน้องไวท์  

                “ห้องพี่เก้า” ตอบไปแล้วยักคิ้วให้

                ไอ้มาร์คที่กำลังเล่นเกมถึงกับร้องลั่น “เชี่ยยยย มีความพัฒนาเว้ย!

                “แน่นอนสิ” อวดครับอวด เรื่องดีๆ ต้องอวด “แต่ก่อนอื่นนะ เอาการบ้านมาให้กูลอก!

                มัวแต่ทุ่มเทไปกับเรื่องผู้ชาย แค่ก เอ่อ ความรักกับกิจกรรมเลยปล่อยปะละเลยเรื่องเรียนไปหน่อย ดังนั้นจึงต้องรีบกลับมาใส่ใจอย่างด่วน ผมยืมชีทของไวท์มาลอกอย่างรวดเร็ว

                ใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่ก็เสร็จทันพอดีกับเวลาเข้าเรียนภาคเช้าที่แสนจะง่วงงุน วิชานี้เป็นวิชาหลักต่อให้ง่วงขนาดไหนก็ต้องทนฟังระหว่างฟังไปจดไปก็เปิดดูข้อความในไลน์ที่เงียบเป็นป่าช้า เปลี่ยนไปดูโซเซี่ยลอื่นก็มีแค่ลงบอกไว้ว่าจะไปทำงานที่เชียงใหม่กับการเช็กอินสนามบินเท่านั้นยังไม่มีเรื่องอื่นๆ

                ได้แต่ถอนหายใจเฮือก...

                ไม่มีพี่เก้านี่มันต้องเหงาขนาดนี้เลยเหรอ

                กำลังเลื่อนไทม์ไลน์อย่างเซ็งๆ ก็สะดุดเข้ากับโปรโมชั่นร้านซูชิบุฟเฟ่ต์หน้ามอที่จัดโปรครบรอบกี่ปีไม่รู้อย่างสนใจ ผมส่งให้มาร์คดูมันก็พยักหน้าบอกเสร็จสรรพว่า “เดี๋ยวกูชวนแฟนไปกินกันสองคน”

                ไอ้คนทิ้งเพื่อน!

                สะบัดหน้าใส่คนมีเมียแล้วก็ทิ้งเพื่อนไปหาน้องไวท์ที่กำลังตั้งใจเรียน ส่งโทรศัพท์ให้ดูมันก็ดูจริงๆ ดูเสี้ยววินาทีได้แล้วก็จดต่อ... ทำไมมีแต่คนใจร้าย!

                กดเข้าเฟซบุ๊คของตัวเองแล้วพิมพ์อย่างรวดเร็ว


                นับสองคนเดิม เพิ่มเติมคือความหล่อ : เพื่อนทิ้ง ไม่มีคนกินข้าวด้วย เสียใจ! TT^TT

 

                ไม่นานก็มีคนมาตอบคอมเม้นต์ผม ส่วนใหญ่ก็เพื่อนในห้องที่นั่งหน้าป่วงหน้าง่วงกันนี่แหละครับ นั่งตอบโต้คอมเม้นแก้ง่วงไปจนหมดคาบสองชั่วโมงไป ไลน์ผมก็ยังเงียบเหงาดังเดิม

                ตอนกำลังเดินลงจากตึกเรียนเสือกสวนทางกับพี่ลมพอดี ไอ้พี่มันเห็นปุ๊บก็พุ่งมาทันที “มึงเอาเบอร์มาเดี๋ยวนี้ ไอ้นับ”

                ผมงงเต้ก “นี่คือจีบผมเหรอ” อูย ไม่มีสกิลเลยพี่

                “จีบแม่มึงสิ! พี่ลมถลึงตาใส่อย่างดุดัน

                “แม่ผมสวยมากนะ” ยังไม่หยุดเล่นจนโดนตบหัวพุ่ง “โอ๊ย! หยอกเล่นนิดเดียว!

                “กูเพื่อนเล่นรึไง” มีวางมาด “เอาเบอร์มาเร็วๆ”

                ผมถอนหายใจพรืดแล้วรับโทรศัพท์พี่มันมาจิ้มกดเบอร์ตัวเอง “ว่าแต่เอาเบอร์ผมไปทำอะไร”

                “ไว้โทรตามจิกหัวใช้งานไง” ตอบหน้าตายสนิทแล้วเอาโทรศัพท์ไปเมมเบอร์ นัยน์ตาคมกริบมองผมเล็กน้อย “เย็นนี้ไปเป็นตัวสำรองวอลเล่ย์บอลด้วย”

                โอ๊ยยยย ทั้งคณะวิศวะมันมีแค่ไอ้นับรึไง! จงใจแกล้งผมอยู่ชัดๆ!

                “กูบอกแค่นี้ล่ะ ไปแหละ” แสยะยิ้มพรายแล้วก็เดินล้วงกระเป๋าผิวปากออกไปอย่างอารมณ์ดี มองตามหลังไปแล้วก็เลื่อนต่ำไปมองสะโพกอย่างอดไม่ได้ ...ก้นพี่ลมมันน่าบีบจริงๆนะ

                “มึงไปทำอะไรให้พี่ลมเกลียดหน้ารึเปล่า” มาร์คถามอย่างสงสัย “ทำไมดูจะใช้งานมึงบ่อยจัง” ช่วงนี้ได้ยินว่าปีสองกลับมารับน้องเหมือนเดิมแล้ว แน่นอนว่าผมก็ไม่เข้าตามเดิมอ้างสารพัดกองเดือนกองดาวนี่แหละ

                “คงเพราะไม่เข้ารับน้องล่ะมั้ง” ผมว่าเบาๆ แล้วเดินลงไปนั่งพักที่โต๊ะหินอ่อน “บ่ายไม่มีเรียนใช่มั้ย”

                “ไม่มี” ไวท์ว่าพลางลูบหน้าลูบตาตบๆ ให้หายง่วง “ว่าจะกลับห้องก่อนแล้วค่อยมาเข้าเชียร์”

                ส่วนไอ้มาร์คก็ขอปลีกตัวไปรับแฟนมัน ตอนนี้ก็เหลือสองหน่ออย่างผมกับไวท์อีกแล้ว “ไปกินข้าวกับกู”

                “ไม่เอา จะเล่นเกม” ส่ายหน้า “เกมออกใหม่ด้วย”

                ผมเลิกคิ้วขึ้น “เกม กับ เพื่อน?”

                ไวท์มองหน้าผมอย่างดูแคลน “เกมสิไอ้ควาย”

                ชีช้ำผักดองมากครับท่าน

                “ทำไมน้องไวท์ทำร้ายจิตใจพี่แบบนี้! แสร้งทำเป็นยกมือกุมอกราวกับมีหอกมาทิ่มแทงจนบาดเจ็บหนัก “ใช่สิ พี่มันเก่าแล้ว จะสู้เกมใหม่ได้ยังไง!

                เพื่อนตัวน้อยนั่งเท้าคางมองดูผมด้วยสายตาเฉยชา “มีใครบอกมั้ย”

                “บอกว่า”

                “มึงทำแบบนี้แล้วทุเรศลูกตามาก”

                ...วันนี้กูก้าวขาออกจากห้องผิดข้างรึไงทำไมดูทำอะไรก็ผิดไปหมด

                คราวนี้เจ็บจึกจริงจังไม่ต้องใช้แสตนอิน

                กำลังจะงอแงใส่ไวท์ต่อมันก็ตัดบทขึ้น “คนชวนมึงกินข้าวมานู้นแล้ว”

                ทำหน้ามึนงงแล้วหันไปมองจุดเดียวกับที่ไวท์มอง ผมเห็นคนสองคนที่กำลังเดินตรงมาทางนี้พลันขมวดคิ้ว...


                “นับสอง/ นับสอง! 


               เสียงเรียกช่างหวานละมุนหูจริงๆ ทั้งคู่หยุดชะงักแล้วถลึงตาใส่กันเล็กน้อย เป็นฮิมที่ชิงพูดก่อน “เลิกเรียนแล้วใช่มั้ยนับสอง” ตบท้ายด้วยรอยยิ้มหล่อๆ

                “อ่าใช่” แม้จะงงๆ ที่มันมาอยู่ตรงนี้ก็เถอะ “แล้วมีอะไร” มองฮิมสลับกับตันหย่งที่วันนี้มันก็พกหน้าตาน่ารักของมันมาเต็มที่รอบตัวดูไม่มีออร่าแข็งกร้าวเหมือนเมื่อวานเลยดูน่ารักน่าคบหาขึ้นเยอะ

                ด้วยความที่ตอนนี้ผมอารมณ์ดีแล้วเลยมองตันหย่งได้อย่างสบายตาสบายใจไม่ขุ่นเคืองเท่าเมื่อวาน

                แต่คำถามคือ...พวกมันมาทำไมกัน?

                “ก็มาชวนกินข้าว/มาชวนไปกินข้าว” ทั้งคู่เอ่ยขึ้นพร้อมกันแล้วต่างคนต่างหันไปผลักไหล่กันอย่างแรง “กูชวนก่อน! / กูชวนก่อน!

                แม่... ผู้ชายแย่งเสือนับอีกแล้ว

                ช่วงนี้เสือนับช่างฮอตจริงๆ เลย

                ผมหันไปมองไวท์เพื่อขอคำปรึกษาแต่มันชิงลงมือเล่นROVซะแล้ว เลยได้แต่แยกเขี้ยวใส่ไปแต่นั้นก็ไม่ได้เรียกความสนใจจากมันเลย

                “ไอ้ฮิม! กูชวนนับก่อน มึงถอยไป!” ต้นหย่งตวาดใส่ฮิมแล้วผลักออกไป

                ฮิมเองก็ไม่ได้น้อยหน้า “แต่กูมาถึงก่อน กูต้องได้ก่อน!

                “มึงกับกูมาถึงพร้อมกัน!

                “ไม่พร้อม! กูถึงก่อน 0.02 วินาที!

                ผม “...”

                ตันหย่ง “...”

                ไวท์ไม่รู้ไม่ชี้กูเล่นเกมอยู่ “...”

                เอิ่ม จะแก้สถานการณ์ยังไงดีล่ะ “พวกมึงเล่นบ้าอะไรกัน” ถามขึ้นอย่างทนไม่ไหวและอยากรู้ จู่ๆ พวกมันก็โผล่มาแล้วก็ชวนกินข้าวพร้อมๆ กัน

                “ไม่ได้เล่น!” เสียงแหบทุ้มของตันหย่งว่าขึ้นก่อน สีหน้าจริงจัง “กูบอกแล้วไงจะจีบมึง”

                “แค่กๆ ” สำลักน้ำลายตัวเองเลยทีนี้ “ก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่า...”

                “รู้แล้วว่าชอบพี่เก้า” มันตัดบท “แต่ให้กูลองจีบหน่อยไม่ได้เหรอ ยังไงมึงกับพี่เขาก็ยังไม่ได้เป็นแฟนกัน คนอื่นก็มีสิทธิ์ชอบมีสิทธิ์จีบมึง” อะไรจะตรงขนาดนี้

                จากที่คลุกคลแต่ยังไม่ได้คลุกวงใน อะแฮ่ม ผมรู้สึกว่าตันหย่งก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร ออกจะเถรตรงและเอาแต่ใจเกินไปแค่ไหน ดูไม่ได้เลวร้ายอะไร แต่ที่เลวร้ายจริงๆ นะคืออีกคน...

                “แล้วมึงมาทำไม” หันไปถามฮิมอย่างระวังภัยแต่ก็แอบจ้องหน้าไปด้วย คือหล่ออ่ะ สันกรามน่าลูบมาก ฮือ

                “มาชวนมึงไปกินข้าวไง” เอ่ยเรียบๆ แต่ไม่ได้มองผมกลับมองไปที่ไวท์แทน

                นี่คือชวนกูเหรอ? บ้านมึงสอนงี้เหรอ?

                “ชวนกูหรือชวนไวท์” ถามออกไปตรงๆ

                ฮิมยิ้มตาหยี “โอเคเลย ถ้ามึงจะพาไวท์ไปกินข้าวเที่ยงด้วย กูไม่มีปัญหา ชิวๆเว้ย”

                อาจจะมึนงงและสับสนเล็กน้อยว่าตกลงแล้วมันชอบผมหรือชอบไวท์ ตอบตามตรงว่ามันเคยชอบผมแล้วก็เปลี่ยนไปชอบไวท์ และตอนนี้ก็ไม่รู้ว่ามันชอบไวท์อยู่หรือกลับมาชอบผมอีกรอบก็ไม่รู้เหมือนกัน

                ตันหย่งฟังแล้วก็ขมวดคิ้วงงไม่ต่างจากผมเท่าไหร่ “งั้นมึงพาไวท์ไปกินข้าว ส่วนนับสองไปกับกู”

                “ไม่ได้! นับสองกับไวท์ต้องไปกับกู!

                อุ๊ย จะสามพีเหรอฮิม

                ก็ได้นะ อยากกินแซนวิชพอดี

                ไวท์อยู่ล่าง มึงอยู่กลาง กูอยู่บน ดีลมั้ย?

                ก่อนจะดีลคงได้ตีนพี่เก้าก่อนสิไม่ว่า...

                เพื่อนตัวเล็กวางโทรศัพท์ลงเผยสีหน้าไม่พอใจสงสัยจะแพ้เกมเลยเปรยมองสองคนที่ตีกันอย่างไม่สบอารมณ์ “มึงก็เลือกสักคนไปแดกข้าวเถอะ รำคาญ!

                เอ่อ... เอาใครดีล่ะ

                เลือกไม่ถูกเลย

                แต่ขอฟินนิดนึง

                หล่อเลือกได้คำนี้สามารถใช้กับผมได้แล้วจริงๆ อร๊าย

                บ้าจริง ทำไมผมถึงหล่อเกินไปจนน่าหนักใจขนาดนี้เนี่ย

                ทั้งคู่เห็นว่าทำไวท์อารมณ์เสียจนบังคับให้ผมเลือกสักคนเลยหยุดเถียงกันแล้วจ้องหน้าผมพยายามสบตาเป็นนัยๆ ว่า โอม จงเลือกกู จงเลือกกู

                อะแฮ่ม แมวเก้าไม่อยู่ ขอหนูนับร่าเริงสักวันสองวันแล้วกันนะ

                มองสลับระหว่างตันหย่งกับฮิม คนหนึ่งก็น่ารักน่ากินท่าจะกระดูกอ่อนแทะง่ายกลืนลื่นคอ โอ๊ยๆ แค่ไปกินข้าวเว้ยนับสอง! ใจเย็นนะมึง

                ส่วนฮิมเหรอ ก็จัดอยู่ในทำเนียบหล่องานดีซิกแพคแน่นกล้ามน่าลูบสเปกนับสอง

                ใช้เวลาคิดอยู่หนึ่งนาทีได้จนไอ้ไวท์กระทืบลงที่เท้า “กูแค่ให้เลือกไปกินข้าว ไม่ได้ให้เลือกไปซั่มลากเข้าโรงแรม!

                “หยาบคาย!

                “กูรู้สันดานความคิดมึง!” เสียงเล็กเถียง

                “มันเป็นยังไง”

                “หื่นกาม!

                ผมหื่นกามตรงไหน!

                ก็แค่คิดตรงๆ

                คิดตรงตัวแบบเสื้อผ้าไม่ต้อง อาส์

                สะบัดหน้าหนีจากไวท์ส่งเสียงฮึอย่างหงุดหงิดใจแล้วจ้องหน้าคนเสนอพาไปกินข้าวเที่ยงอีกครั้ง 


               ติ้ง!

               

               ตอนผมกำลังจะตอบรับคำชวนของใครในสองคนนี้ก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนข้อความพร้อมหน้าต่างแชทที่เด้งขึ้นมา ก้มมองดูแล้วหน้าซีดลงทันตา... ตอบตอนไหนไม่ตอบเสือกมาตอบตอนนี้เนี่ยนะ!

 

                พี่เก้าคนดีคนหล่อของนับสอง : กำลังนอกใจพี่เก้าอยู่เหรอครับนับสอง :)

 

           

                ซีด...  บอกเลยว่าซีด!

                ผมมองตัวอักษรประโยคไม่กี่คำที่ดูเรียบง่ายออกแนวหยอกล้อแต่กลับมีพลังลึกลับมาบีบคอเขาแน่นจนจุกในอก แผ่นหลังชื้นด้วยเหงื่อขึ้นมาแทบจะทันที

                ไอ้พี่เก้า มึงเลี้ยงกุมารทองใช่มั้ย ตอบ!

                ส่วนไอ้สองคนที่กำลังเถียงแย่งกันจะไปเลี้ยงข้าวผมก็ยังคงเถียงกันไปแน่นอนว่าตอนนี้ความสนใจผมอยู่แค่ในโทรศัพท์เท่านั้น

                ปากขยับอ้าๆ หุบๆ ส่งเสียงไม่ออก นิ้วมือเองก็เหมือนชาไปครู่จนพิมพ์ข้อความไม่ออก... เอ่อ เดี๋ยว ขอเวลาคิดหาทางแก้ตัวก่อนนะ... แต่ก่อนอื่นต้องปฏิเสธก่อน!

                จะกดคำว่าไม่ส่งไปก็...

               

                พี่เก้าคนดีคนหล่อของนับสอง : จะปฏิเสธเหรอครับ

                พี่เก้าคนดีคนหล่อของนับสอง : *ส่งรูปภาพ*

 

                “ไอ้เหี้ยยยยย!!

                ฝูงชนที่กำลังเถียงกันแตกฮือสิ ส่วนไอ้ไวท์ก็ตกใจทำมือถือร่วงตกพื้น สามคนต่างหันมามองผมที่สติแตกตะโกนใส่โทรศัพท์ลั่น

                “เป็นอะไร!” ไวท์ถามเสียงขุ่น

                แต่ผมไม่ได้ตอบกลับไป บนหน้าผากมีเหงื่อผุดซึมเต็มไปหมดยิ่งได้เห็นภาพที่พี่เก้าส่งมา เป็นรูปไอ้สองตัวจากเกษตรกับยืนเขม่นเถียงกันแล้วคนที่ติดเฟรมภาพมาด้วยก็คือผม...

                ใคร ใครมันเป็นสายเป็นพรายกระซิบให้พี่เก้า!

                แววตาตื่นตระหนกของผมกวาดมองไปทั่วบริเวณด้วยใจหวาดผวาปากสั่น

                “เป็นอะไรนับสอง เหงื่อเต็มเลย” ตันหย่งขมวดคิ้วแล้วมองหน้าผมอย่างกังวล “อา กูมีทิชชู!” มันคลำหาซองทิชชูมาส่งให้ผม

                “ไม่ ไม่ต้อง!” ผมปัดมือตันหย่งออกราวกับว่ามันเป็นของร้อนจัด “กูปกติดี!

                ยกมือขึ้นปาดหน้าผากอย่างแรงท่ามกลางความงุนงงของทั้งสาม ผมกัดปากแน่นแล้วก้มมองโทรศัพท์อีกครั้งค่อยๆ กดพิมพ์ข้อความ


                ผม : อุ๊ย ทำไมผมหล่อจัง

                ผม : ถ่ายดีมากๆ เลยยยย


                แบบไหนที่เรียกว่าแถ ก็แบบที่ผมกำลังทำอยู่นี่ไง!

                ตอนนี้ก็ได้แต่แถกลบเกลื่อนไปก่อน พี่เก้าไม่ได้อ่านในทันทีก็พอทำให้ผมมีเวลาหายใจได้คล่องคอขึ้นมาเล็กน้อย

                “เอ่อ ไวท์ กู กูไปกินข้าวก่อนนะ” ผมหยิบเป้ขึ้นมาอย่างรีบร้อน “ไม่ๆ มึงไปแดกข้าวกับกูเถอะ”

                อย่างน้อยก็เอาไอ้ไวท์เป็นไม้กันหมาใช้เป็นคำแก้ตัวกับพี่เก้าได้!

“ไปด้วย!” ทำไมตอนกูยังไม่ติดพี่เก้าพวกมึงไม่โผล่หัวกันมา! ผมเปรยตามองไอ้สองคนที่ทำหน้าอ้อนเป็นหมาแล้วก็ถอนหายใจ

ฮิมเหล่มองไวท์เล็กน้อยก่อนจะหันมาหาผม “เดี๋ยวกูเลี้ยง”

                ไปกินฟรีสักมื้อ พี่เก้าคงไม่ว่ามั้ง...

                พอเริ่มลังเลอีกครั้งก็มือแจ้งเตือนดังเข้ามา

 

                 พี่เก้าคนดีคนหล่อของนับสอง : อยากกินฟรี ไว้พี่เก้าจะกลับไปเลี้ยงนะครับ J

 

                ฮือ ยอมแล้ววววว

                ตัวอยู่เชียงใหม่

                แต่แผ่ความหึงหวงมาถึงกรุงเทพ

กลัวแล้ว!

มาขนาดนี้แล้วผมยังคงกล้าไปกับฮิมหรือตันหย่งคงได้เละเป็นโจ๊กแน่ๆ ผมมองข้อความล่าสุดด้วยใจที่เต้นระรัว พอเงยหน้ามองไอ้สามตัวตรงหน้าก็ไม่มีใครจับโทรศัพท์ ยกเว้นไอ้ไวท์สักคนเพราะมันกำลังเล่นROVอย่างตั้งใจ

แล้วงั้นใครมันบอกพี่เก้า? พวกเราก็ไม่ได้คุยกันดังเลยสักนิด! …สรุปมันเลี้ยงกุมารทองจริงดิ

แค่คิดแบบนั้นเล็กน้อยขนแขนก็ลุกชันแล้ว

“ไม่เป็นไร กูมีเงิน!” ผมส่ายหน้าเป็นพัลวันแล้วกระชากแขนไอ้เพื่อนติดเกมให้ลุกขึ้น มันตกใจไม่น้อย

“เชี่ย ไอ้นับ! ทำอะไรของมึง!” ปากเล็กๆ อ้าออกโวยวายเพราะผมทำให้มันแพ้เกม มึงแค่แพ้เกมแต่กูเนี่ยโดนรังสีอาฆาตจากพี่เก้าแทบหายใจไม่ออกแล้ว

“ไปกินข้าวกับกู” เอ่ยซ้ำแล้วฉุดกระชากลากเพื่อนไปข่มขืน เอ๊ย ไปกินข้าว “ส่วนพวกมึงสองคน ไม่ต้องตามมา!

รีบตะโกนสั่งคนหล่อจากเกษตรสองคนอย่างรวดเร็ว พวกมันเผยสีหน้าไม่ยอมทำท่าจะตามมา แต่ผมไม่สนใจแล้วรีบสาวเท้าเดินประหนึ่งควายไล่ขวิด เพื่อนขาสั้นก็แทบจะล้มไปหลายรอบเพราะต้องก้าวตามให้ทันผม

“ช้าๆ! กูจะล้มแล้ว!” ไวท์เอามือฟาดต้นแขนผมไปทีเรียกสติสตังที่ปลิวหายของผมกลับคืนมา “เดินเร็วขนาดนี้ ผัวหายรึไง!

สะดุดแทบหน้าทิ่มกันเลยทีเดียว เพราะหยุดกะทันหันเลยทำให้จมูกโด่งๆ ของไวท์กระแทกกับหลังผมอย่างแรงได้ยินเสียงร้องเจ็บ

“ทำไม? ยังไม่ยอมรับพี่เก้าเป็นผัวอีกเหรอ” มันเลิกคิ้วถามขณะยกมือขึ้นกุมจมูกแดงๆ

ผมเหลือบหางตามองมัน 


“ถ้าผัวกูหายเหรอ”

“มึงก็จะตามหา?”

“เปล่า กูจะหาผัวใหม่”


                ผัวหายเหรอก็หาผัวใหม่สิ

                คนหล่อเยอะแยะ แค่กๆ

                “จัญไรกว่ามึงมีอีกมั้ย” เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของไวท์ทำให้ผมขำ เปลี่ยนมือที่จับต้นแขนมันมาเป็นจับข้อมือและพาเดินไปตามทางเท้า

                “กูหยอกเล่นน่า” กลอกตาครุ่นคิด “มันแค่เป็นวิธีหาคนหายได้เร็วที่สุดต่างหาก”

                พี่เก้ามันหลงผมขนาดนั้นถ้ารู้ว่าผมแอบซุกกิ๊กไว้

                ต่อให้อยู่กรีนแลนด์สุดขอบขั้วโลกใต้

                ก็เชื่อว่ามันจะรีบตรงดิ่งกลับมาหาผม

                ส่วนเรื่องกิ๊กใหม่ก็... กำไรของผมแล้วกัน อิอิ

 “ตอแหลไม่เนียนไปเรียนอีกสามชาติเถอะ” เพราะมันรู้จักผมดีเกินไป “เชื่อมึงก็ควายทั้งตระกูลแล้ว”

อูย แรงส์ “เถอะน่า ยังไงพี่เก้าก็ไม่รู้! ต่อให้พี่มันส่งคนมาตามผมจริงๆ แต่พูดเบาขนาดนี้เชื่อเถอะว่ายังไงก็ไม่มีทางได้ยิน

“เหอะ” อีกฝ่ายส่ายหัวอย่างเอือมๆ “แล้วตกลงจะกินอะไร”

มันเลิกสนใจเรื่องของผมแล้วมองไปทางร้านอาหารที่เรียงรายเต็มไปหมด ไวท์มีความสนใจอยู่แค่สองอย่างคือเกมกับกิน ผมย่นคิ้วเล็กน้อยไม่คิดว่าจะเดินเร็วมาถึงหน้ามอได้เร็วขนาดนี้

“ซูชิบุพเฟ่ต์” นึกถึงก่อนหน้านี้ที่มันกำลังจัดโปรโมชั่นก็หันไปบอกไวท์ “อยากกินปลาดิบ”

“ดี” ยกยิ้มพึงพอใจแล้วเดินตามผมไปยังร้านที่ว่า

ตอนที่ผมเดินมาถึงหน้าร้านก็เห็นใครบ้างคนกำลังยืนทำหน้ามึนๆ อยู่กับการอ่านเมนูหน้าซูชิอย่างตั้งอกตั้งใจ สีหน้าผมตอนนี้เรียกได้ว่าอยากจะตายขึ้นมา

ไวท์มองไปแล้วชี้ “นั่นมันชายาไม่ใช่เหรอ” แล้วมึงจะทักมันทำไม!

เจ้าของชื่อค่อยๆ หันมาทางพวกผมแล้วเอียงเล็กน้อยคล้ายกับว่ากำลังสงสัยว่าพวกผมเป็นใคร เดี๋ยวนะมึง คือกูกับมึงเพิ่งแยกกันเมื่อเช้า!

“เรียกเราเหรอ” เสียงเล็กๆ ถามขึ้น

“อื้อ” ไวท์ตอบรับ “มากินซูชิคนเดียวเหรอ มากินกับพวกเรามั้ย”

ผมเห็นชายาเอามือจิ้มๆ ที่หัวอย่างใช้ความคิดแล้วก็ถอนหายใจเฮือก ไม่รอให้มันตอบอะไรก็หิ้วเด็กน้อยทั้งสองคนเข้ามาในร้าน ชายาก็ไม่ได้ทวงอะไรปล่อยให้ผมลากเข้ามา

“มึงรู้จักชายาด้วยเหรอไวท์” ผมนั่งลงปุ๊บก็ถามเพื่อนปั๊บ

“มีใครในปีหนึ่งไม่รู้จักบ้างล่ะ” เสียงหัวเราะขบขันว่า “คนที่ทำให้พี่ลมหัวฟัดหัวเหวี่ยงได้ก็มีแต่ชายานี่แหละ”

ลืมบอกไปว่าตอนนี้พี่ลมกลับไปรับหน้าที่เป็นเฮดว๊ากรับน้องเหมือนเดิมแล้ว แต่ดูเหมือนว่าคนที่ถูกดึงเป็นหัวข้อสนทนาเหมือนจะฟังอย่างไม่ใส่ใจเท่าไหร่ มันกางเล่มเมนูแล้วจิ้มๆ ให้พนักงานจด

“ไปทำอะไรไว้ล่ะ” ถามขณะรินน้ำใส่แก้ว

“มึงเข้ารับน้องก็รู้เอง ตัวป่วนสุดๆ”

งั้นกูไม่เข้าแล้วกันนะ ผมพอจะเดานิสัยเจ้าหนูจำไมได้เลยนึกภาพออกว่ามันจะปวดหัวแค่ไหน ตอนนี้ผมสั่งปลาดิบไปแล้วก็นั่งรอ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกหาพี่เก้าแต่ว่าไม่มีคนรับสายสงสัยว่าจะทำงานอยู่

ผมเลยเปลี่ยนไปกดเข้าดูความเคลื่อนไหวที่หน้าแฟนเพจก็เห็นว่ามีรูปเบื้องหลังเล็กๆ น้อยจะพวกทีมงานที่แอบส่งให้แอดมิน

เขาใส่เสื้อคอกว้างที่ผมเลือกให้ด้วยแล้วยังสวมสร้อยเงินแบบเด็กฮิปก็เลยยิ่งดูหล่อไปอีก แน่นอนว่าพี่เก้าของผมทำอะไรก็หล่อ เซฟรูปภาพเก็บไปแล้วแวะไปดูทวิตเตอร์ก็มีบ่นสารพัดกว่าสิบทวิตแล้วที่สำคัญคือพี่มันแขวะผมทั้งนั้น!

อ้อ แล้วส่วนทวิตเตอร์ที่พี่เก้าสมัครให้ผมอันนั้น ผมลบทิ้งไปแล้วเพราะแบบอยากให้พี่มันทวิตตามใจชอบเหมือนเดิมไม่ต้องมาเกรงใจผม และให้ผมส่องอารมณ์พี่มันได้ด้วย พี่เก้าก็รับรู้แล้วด้วย แล้วก็ถูกต้อง ตอนนี้แอคเค้าท์เดียวในทวิตเตอร์ก็คือแอคที่ผมใช้ติ่งพี่เก้านั่นเอง

ไหนดูสิว่าอารมณ์ตอนนี้พี่มันเป็นยังไง

 

นี่เก้าไง @Kaokao_Rat

แมวไม่อยู่ หนูร่าเริงจริงๆ

 

นี่เก้าไง @Kaokao_Rat

อยู่ใกล้ๆ จะฟาดก้นสักสิบที

 

นี่เก้าไง @Kaokao_Rat

มาทำงานไม่ถึงวัน ถูกนอกใจซะแล้ว

 

นี่เก้าไง @Kaokao_Rat

เด็กนั่นมันหล่อกว่าพี่เก้าตรงไหน

 

นี่เก้าไง @Kaokao_Rat

แสนดีกว่าพี่เก้าไม่มีอีกแล้วนะ

 

...เกลียดความอวยตัวเองของพี่เก้าเหลือเกิน

ผมมองบนจนไม่รู้จะบนยังไงแล้วได้แต่เลื่อนอ่านเงียบๆ ระหว่างรอซูชิ

 

นี่เก้าไง @Kaokao_Rat

ผัวหายก็หาใหม่?

...ดี ดีมาก!

 

เพล้ง!!

คราวนี้หน้าจอโทรศัพท์ผมถึงกับแตกเลยทีเดียวเพราะเรี่ยวแรงที่จับโทรศัพท์อยู่ จู่ๆ มันก็อ่อนแรงจนทำให้โทรศัพท์ลูกรักตกไปชนกับขอบโต๊ะ

ตอนแรกแค่หน้าซีดแต่ตอนนี้มันแทบไม่เหลือสีเลือดแล้ว!

ความเหี้ยไม่ทันหาย ความบรรลัยเข้าแทรก

...สวดมนต์ให้ผมด้วยนะ...

 

 


 

อีกด้านหนึ่งที่เชียงใหม่

 

                “น้องเก้า แต่งหน้าได้แล้วค่ะ” เสียงดัดให้เล็กๆ แหลมของช่างแต่งหน้าสาวประเภทสองดังขึ้นเรียกความสนใจของผมออกจากโทรศัพท์มือถือที่กำลังเล่นอยู่

                หลังจากส่งข้อความอบอุ่นไปหานับสองแล้วตอนนี้ก็ผ่านมาห้านาทีแล้วที่น้องยังไม่ตอบกลับ คงยังช็อกอยู่แน่ๆ

                “วันนี้ดูอารมณ์ไม่ค่อยดีเลย เป็นอะไรรึเปล่า” เธอถามผมขณะใช้คลีนนิ่งเช็ดหน้าให้ก่อน

                “นอนไม่พอน่ะครับ” คลี่ยิ้มกลบเกลื่อนอารมณ์คุกรุ่นหลังจากได้เห็นภาพที่ถูกส่งมาไม่พร้อมยังได้ยินเสียงพูดคุยอีกมากมาย  ในระหว่างแต่งหน้า ผมยังคงใส่หูฟังบลูทูธอยู่ตลอด...

                “แล้วไม่รับโทรศัพท์หน่อยเหรอ” พี่แกถามขณะมองไปยังโทรศัพท์เครื่องประจำที่สั่นอยู่บนโต๊ะด้วยสายเรียกเข้าของคนคนหนึ่ง

 

                สายเรียกเข้า : My treasure 

               (สมบัติล้ำค่าของฉัน)

 

                ผมส่ายหน้าแล้วยิ้มอ่อน “ไม่ดีกว่าครับ”  แล้วก็หลับตาลงเงี่ยหูฟังเสียงร้อนรนที่ส่งผ่านมาทางบลูทูธ

 

                “นับสอง ใจเย็น เดี๋ยวพี่เก้าก็รับสาย

                “นี่มันจะสิบสายแล้วนะ!

                “พี่เขาอาจจะทำงานอยู่”

                “ไม่ เขายังไม่ได้ทำ กูถามพี่ควินซ์แล้ว!

 

                มุมปากผมยกยิ้มเล็กน้อย ถึงกับสืบจากพี่ควินซ์เลยเหรอ ผมเหล่มองไปทางผู้จัดการชั่วคราวที่ท่าประธานน่าตายส่งมา เขากำลังขมวดคิ้วมุนมองหูฟังบลูทูธบนหูของผมอยู่แล้วก็ส่ายหน้า “นายนี่มันร้ายจริงๆ”

                ผมฉีกยิ้มไม่ได้รู้สึกผิด


“ผมไม่ได้ผิดอะไรหรือทำอะไรไม่ดีสักหน่อย ก็แค่ติดเครื่องดักฟังเท่านั้นเอง”

               

                ผมร้ายกาจตรงไหนกัน หือ?


-----



                “แบบนี้ไม่แรงไปเหรอ” เสียงของพี่ควินซ์ฟังออกว่าไม่ค่อยสบายใจนัก “แบบนี้มันก้าวก่ายเกินไปนะเก้า”

                ผมพยักหน้า “ผมไม่ได้คิดที่จะติดไปตลอดหรอก” หลับตาลงเมื่อพี่ช่างแต่งหน้ากันคิ้วให้

                “แต่มันก็ก้าวก่ายอยู่ดีนะ ไม่ให้ความเป็นส่วนตัวกับนับสอง” พี่เขายังคงตำหนิผม

                ผมยิ้มอ่อนไม่ได้ตอบอะไรเพียงเลื่อนสายตาไปยังมือข้างซ้ายของตัวเองเงียบๆ หากพูดถึงการไม่เคารพสิทธิส่วนบุคคลแล้ว ผมก็ผิดจริงนั่นแหละ

                แต่เผอิญผมไม่ใช่คนดีขนาดยึดหลักสิทธิหรือศีลธรรมดีงาม

                สิทธิส่วนตัวผมก็ถูกทำลายมานานแล้วด้วย

                เพราะเกิดมาในสังคมที่อันตรายแบบนี้ความเป็นส่วนตัวก็หาได้ยากนัก แม้จะเห็นว่าพวกเราต่างถูกปล่อยให้ใช้ชีวิตอย่างอิสระแต่แท้จริงแล้วใต้ผิวหนังมือนั้น

                ถูกฝังด้วยชิปGPSติดตามตัว

                เรื่องนี้ทางองค์กรมากมายคัดค้านเพราะมันละเมิดสิทธิบุคคล แต่ผมถามหน่อยว่าสิทธิบุคคลพวกนั้นมันทำให้คนรอดพ้นจากความตายหรืออันตรายได้รึเปล่า

                ทั้งผมทั้งคิวไอ้ไนน์หรือแม้แต่อ๋องรวมไต้ฝุ่นอีกคนล้วนผ่านความเป็นความตายมาก็ไม่น้อย ถูกลักพาตัวก็เคย ถูกเรียกค่าไถ่ก็โดนมาแล้ว รสชาติวามเจ็บปวดของลูกกระสุนก็ลิ้มรสมาไม่น้อย

                พ่อบอกว่าแม้จะเสียบางอย่างไปแต่มันก็คุ้มกับการมีชีวิตรอด พกเครื่องประดับติดตั้งGPSแล้วยังไงสุดท้ายพวกนั้นก็ต้องโยนทิ้งอยู่ดี การฝังไว้กับตัวก็ถือว่าดีที่สุดและทำให้การติดตามหาตัวคนเป็นไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

                “เก้า ฟังพี่อยู่รึเปล่า” พี่ควินซ์เรียกผมเสียงดังขึ้นเมื่อเห็นว่าผมไม่ตอบรับเอาแต่เหม่อลอย

                คลี่ยิ้มสบายๆ “เดี๋ยวถ้าน้องเปลี่ยนชุดใหม่ก็ไม่มีอะไรแล้วครับ” ผมติดเครื่องดักฟังไว้กับเข็มคณะบนเสื้อถ้านับสองอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก็ไม่ถูกดักฟังแล้ว

                “ก็ดี” บางทีผมก็คิดว่าถ้าท่านประธานไม่ออกตัวแรงว่าจีบน้องจิน ผมคงคิดว่าเมียท่านประธานก็คือพี่ควินซ์ไปแล้ว

                ท่านประธานนี่โง่หรือโง่

                เนื้อชั้นดีอยู่ตรงหน้ากลับไม่กิน

                “ถามหน่อย ทำไมจู่ๆ ถึงไปแกล้งนับสองแบบนั้น”

                เอาจริงๆ แล้วผมกำลังพยายามคิดหาวิธีแก้นิสัยเสียๆ ของนับสองอยู่ แต่ก็ยังคิดไม่ออกเท่าไหร่นักเรื่องเครื่องดักฟังก็เห็นว่ามันอยู่บนโต๊ะพอดีตอนกำลังเตรียมเสื้อผ้าให้น้องก่อนออกมาทำงาน เรียกว่าจับพลัดจับพลูวางแผนปุ๊บปั๊บเลยทีเดียว

                อยู่กันมาหลายวันทำไมผมจะไม่รู้ว่าน้องปากดีปากกล้าแต่ใจนี่ป๊อดที่หนึ่งเลย เวลาถูกผมจับได้ว่าทำผิดทีก็มักจะทำหน้าตื่นๆ ซีดๆ ปากอ้าๆ หุบๆ พูดไม่ออก ท่าทางน่ารังแกดี

                ผมดูโรคจิตไปรึเปล่านะ?

“ผมแค่อยากขู่ให้น้องกลัวแล้วจะได้ไม่มีครั้งต่อไป” เขาก็คงรู้นิสัยนับสองแหละนะ “น้องขี้อ่อยไป”

                “พูดเหมือนตัวเองไม่ขี้อ่อยเลยเนอะ” เบะปากแรง

                “อย่างผมเรียกเป็นมิตร”

“ถุ้ย!” คนที่รู้จักนับสองมากกว่าอย่างพี่ควินซ์เอ่ยถามต่อ “แล้วคิดว่านับสองมันจะกลัวได้กี่วัน”

                รอยยิ้มได้ใจผมหุบลง “ก็คงสักหลายวันล่ะมั้ง” ก็ไม่กล้ารับประกันว่าน้องจะแก้นิสัยเสียๆ ชอบไปลวนลามคนอื่นได้หายขาดทันที แต่อย่างน้อยก็คงต้องผวาในใจบ้างแหละ

                “ก็อาจจะทำตัวเรียบร้อยให้ตายใจสักพัก” เลขาก็ไม่ได้ต่างจากประธานเลยจิกกัดกันไม่หยุด

                “ผมยังมีวิธีอีกเยอะ”

                แต่ผมกะว่าจะใช้วิธีจับตามองนับสองเรื่อยๆแบบค่อยๆ ไล่ล่า เอ๊ย ไล่ต้อนนับสองอย่างช้าๆ ค่อยๆ ยื่นความหวาดผวาให้น้อง เวลาผมไม่อยู่จะทำอะไรจะคิดอะไรก็ต้องระวังหน้าระวังหลังมากขึ้นแล้วสุดท้ายก็จะเลิกนิสัยชอบลวนลามชอบมองคนอื่นไปเอง

                แต่วิธีนี้ก็ดูจะร้ายไปหน่อย ผมกลัวว่าน้องจะจิตตกเป็นบ้าไปซะก่อน... ผมว่าผมควรไปมองหาวิธีอื่นดูสำรองไว้สักหน่อย

                หรือว่าเสน่ห์ในตัวผมยังไม่มากพอจะมัดใจน้อง...

                ผมทั้งหล่อทั้งเซ็กซี่

                เนื้อแน่นฟิตเปรี๊ยะขนาดนี้ยังไม่พอใจเหรอ

                หรือจะรวบหัวรวบหางกินกลางตลอดตัวแบบที่ไอ้ซีนแนะนำดี เอาลีลาบนเตียงไปทำให้น้องหลงระเริงในตัวผมดี? แบบนี้ก็ดีนะ ผมได้กำไรเยอะเลย

เผื่อว่ามีผัวแล้วจะเลิกแรด

ตายแล้ว เผลอหลุดความในใจลึกๆ ไปซะแล้ว

                กำลังคิดหาวิธีอย่างหนักหน่วงจนรู้สึกปวดหัวก็ได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของผู้หญิงใกล้เข้ามา ผมลืมตาขึ้นจ้องเขม็งไปที่ดารารุ่นน้องหน้าใสคนหนึ่งที่นิสัยไม่ได้ใสตามหน้านัก

                “ออกไป” ผมว่าเสียงเรียบขมวดคิ้วตึงบ่งบอกความไม่ชอบใจ

                “อะไรกันพี่เก้า ลิลลี่ยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ” เธอว่าเสียงยั่วยวนพลางกระเถิบกระแซะเข้ามานั่งใกล้ๆเบียดชนหัวไหล่เราชนกัน “ไม่คิดเลยเหมือนกันว่าจู่ๆ จะมีงานคู่กับพี่”

                ผมส่งเสียงเหอะในลำคออย่างหงุดหงิดและอารมณ์เสียสุดๆ งานนี้ใครมันวางแผนเหรอไอ้ประธานน่าตายน่าจับโยนลงบ่อจระเข้นั่นไง ยัดงานมาให้ก็ไม่ว่าอะไรนะแต่จับผู้หญิงมายัดใส่ให้นี่มันน่าหงุดหงิดชะมัด เป็นแผนการแยกผมกับนับสองที่เห่ยและเชยมากๆ

                แต่ต้องไม่ประมาทเพราะไอ้แผนเห่ยๆ พวกนี้ก็มักได้ผลเสมอ

                นับสองยิ่งโง่ๆ อยู่ อาจจะหลงเชื่อได้

เอ่อ สงสัยผมหงุดหงิดนับสองไปหน่อยเผลอด่าน้องไปเยอะเลย

“เสร็จงานแล้ว ไปดินเนอร์กันนะคะ” ขนาดผมไม่คุยด้วยก็ยังจะมีความพยายามคุยเนอะ

ผมกระตุกยิ้มเหยียด “มีดินเนอร์กับผู้โชคดี” เพราะในห้องมีคนเยอะเลยไม่สามารถแสดงกิริยาหยาบกระด้างที่อยากทำได้เลยได้แต่วางท่าเป็นรุ่นพี่ที่เอ็นดูรุ่นน้องไป

“งั้นหลังจากดินเนอร์กับผู้โชคดี เราไป...” ลิลลี่เว้นวรรคด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแล้วหันมาสบตาผมเพื่อสื่อความต้องการเด่นชัดในดวงตา

ผมมองตอบนิ่งๆ...

ถ้าเป็นเมื่อก่อนมีคนมาเสนอถึงที่ผมก็คงรับไว้

แต่ว่า...ตอนนี้ผมมีนับสองแล้ว

“สงสารแม่ลิลลี่จังนะครับ”

เธอทำหน้างง “ทำไมคะ?”

“มีลูกสาวแรดขนาดนี้”


ส่วนนับสองแรดตัวน้อยของผม

คุณแม่ยายของผมคงปลงตกแล้วล่ะมั้งครับ


หลังผมว่าจบก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ไม่สนใจเสียงกรี๊ดแหลมหูที่ดังตามหลังมา ผมเดินออกจากห้องแต่งตัวออกไปรับลมด้านนอกห้าง หามุมเงียบๆ นั่งพักหยิบโทรศัพท์เครื่องหนึ่งออกมาเปิดดูข้อความแสนกระตือรือร้นของนับสองแล้วยิ้มกริ่มสนุก

 

My treasure : พี่เก้าจ๋า รับโทรศัพท์เถอะนะ

My treasure : พี่เก้าฟังผมก่อน ผมไม่เคยพูดอะไรแบบนั้นนะ!

My treasure : ต้องมีคนใส่ร้ายผม!

My treasure : ใช่ๆ ใช่แน่ๆ มีคนอิจฉาผมที่ใกล้ชิดพี่เลยใส่ร้ายผมให้พี่ฟัง!

 

“ฮ่าๆ” ผมอ่านข้อความคิดเป็นตุเป็นตะของน้องแล้วก็ขำออกมา ช่างมีจินตนาการล้ำเลิศจริงๆ คิดถึงสภาพกระวีกระวาดที่น่าสงสารของนับสองแล้วผมก็อารมณ์ดีขึ้นจมกำลังคิดจะมึนตึงใส่ต่ออีกสักเท่าไหร่ดีจู่ๆ ก็ชะงักแล้วหุบยิ้มลงดื้อๆ

...ผมมีสิทธิ์อะไรไปโกรธน้องกัน

ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแล้วคิดถึงเรื่องยุ่งยากของตัวเองแล้วก็ต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างทำอะไรไม่ได้ เพราะมันได้แค่รออย่างเดียว

ใช่แล้ว ได้แค่รอเท่านั้น

เพิ่งรู้ว่าการรอคอยมันก็ทรมานแบบนี้นี่เอง

นั่งจมอยู่ในห้วงความคิดอยู่อีกเล็กน้อยก็เดินกลับเข้าห้องแต่งตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เห็นท่านประธานกำลังนอนอยู่บนโซฟาหนุนตักพี่ควินซ์หลับอยู่ก็เลิกคิ้ว...

ช่างเถอะ ไม่ใช่เรื่องของผม

หันกลับมารับเสื้อผ้าจากสไตลิสต์แล้วเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำเดินผ่านหน้าลิลลี่ที่กำลังตีหน้าบึ้งทำเหมือนรอให้ผมขอโทษอยู่ เธอคิดว่าตัวเองมีค่ามากพอที่จะทำให้ผมสนใจรึไงกัน

ส่ายหน้าอย่างเอือมๆ แล้วรีบเปลี่ยนชุดให้เรียบร้อย ในตอนเช้าก็ซ้อมท่องสคริปต์ไปแล้ว เป็นคนความจำดีแป๊บเดียวก็จำได้หมดแล้ว

คนอะไรทั้งหล่อทั้งฉลาด

ผมนี่มันตำแหน่งสามีแห่งชาติชัดๆ

                หลังจากเปลี่ยนชุดเสร็จก็เอากระเป๋าไปฝากพี่ควินซ์ไว้ พี่ควินซ์มองมือถือในกระเป๋าผมแล้วถาม “ไม่รับสายนับสองสักหน่อยเหรอ”

                ส่ายหน้าไม่ใช่เพราะยังเคืองโกรธ “เดี๋ยวคุยยาวไม่ได้ทำงานครับ รอหลังงานเสร็จดีกว่า”

                “ไสหัวไปทำงานไป๊” คนที่คิดว่านอนอยู่ลืมตาขึ้นจ้องผมราวกับเป็นศัตรูกันมาสามชาติ จะว่าไปครั้งก่อนผมก็แกล้งเขาซะเจ็บแสบเลยนี่ ไม่แปลกที่จะโกรธขนาดนี้

                “ไม่เหมือนบางคนหรอกครับ อู้งาน” ยิ้มแล้วมองคนที่กำลังนอนอยู่นิ่งๆ

                “ฉันทำงานเสร็จแล้วต่างหาก!”สีหน้าเหนื่อยล้าของเขาบ่งบอกได้ดีว่าเจองานหนักมาเอาเรื่อง แต่เรื่องอะไรที่ผมจะต้องเห็นใจถึงเขาจะมีอนาคตเป็นพี่เมียก็เถอะ

                “เหรอครับ” ไม่ได้สนใจนัก “งั้นก็เชิญท่านประธานไปนอนพักจิบไวน์เถอะ ผมจะไปทำงานหาเงินให้เอง”

                “ไอ้เก้า ไอ้เด็กเวร!

                “ขอบคุณที่ชมครับ”

                ส่งยิ้มท้าทายไปให้แล้วเดินออกจากห้องก่อนท่านประธานจะแดกหัว ผมก้าวเดินออกจากห้องได้ไม่ไกลก็แว่วได้ยินเสียงพูดคุยของท่านประธานกับพี่ควินซ์

                “จะกีดกันเก้าเขาทำไมครับ”

                “ก็ไม่ชอบ มันนิสัยไม่ดี!

                “ผมว่าเขาก็นิสัยดีนะ”

                “ดีกับผีอะไรเล่า!” เสียงของท่านประธานบ่งบอกความไม่พอใจหนักหน่วงขึ้นแต่ก็กดเสียงให้เบาลง “มันไม่โอเคจริงๆ นะควินซ์”

                น้ำเสียงของเขาฟังดูเหมือนรู้อะไรสักอย่าง... ผมหันกลับไปแล้วเดินไปใกล้ประตู

“สืบเรื่องเก้ามาแล้วเหรอแล้วรู้อะไรมาครับ” เลขาหนุ่มดูไม่ตกใจนัก “บอกมาสิว่าเก้ามันไม่ดีตรงไหน”

ท่าประธานขยับตัวลุกขึ้นนั่งก่อนจะโน้มกระซิบเสียงเบาเพราะในห้องยังมีคนเดินมากมาย 

“ไอ้เก้าน่ะมัน... เออ! แล้วแบบนั้นมันเรียกว่าดีตรงไหน!

คำสำคัญที่เขากระซิบเล่าต่อนั้นแม้ไม่ได้ยินแต่ก็สามารถอ่านปากออกได้ว่ามันคืออะไร...

 

 

เนื้อตัวของผมชาวาบหนังศีรษะรู้สึกเย็นยะเยือก

นิ้วมือสั่นระริกพร้อมจังหวะหนักๆ ในอก...

ความหวาดกลัวจู่โจมเข้ามาทุกทิศทาง

 


เขารู้ความลับของผมได้ยังไง!

                



-------------

อุ๊ย ความลับอัลไลลลล

ใครรู้ไม่รู้ พี่เมียรู้ 55555 น่าสงสาร


ก็ ก็ช่วงนี้ติดสอบจ้า เลยไม่ค่อยว่าง แหะๆ

#นับเก้ารัก

ระหว่างที่ปกนับเก้ารักยังไม่มา ขอเอาหนึ่งในรูปปฏิทินสำหรับรอบ 9 Days มาอวดก่อน

ส่วนวันเปิดพรียังไม่เเน่ใจเท่าไหร่



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10.467K ครั้ง

1,160 ความคิดเห็น

  1. #57385 Fktay (@Fktay) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 18:54
    กำลังคิดอยู่ว่าถ้ามันแดกผู้กันหมดแล้วใครจะผลิตผู้สืบทอดกิจการ 5555555 มีการแพทย์ที่ทำให้ช.ท้องได้ป้ะ
    #57385
    0
  2. #57024 Molly_nat (@Molly_nat) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 10:58
    พี่เก้า แรงส์
    #57024
    0
  3. #54949 May Ling Pcm (@maylingpcm) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 23:42
    แอบสงสารพี่เก้า
    #54949
    0
  4. #54891 NuiKKS (@NuiKKS) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 08:17
    พี่เก้าเป็นใครน้า
    #54891
    1
    • #54891-1 yaoi55 (@yaoi55) (จากตอนที่ 29)
      16 เมษายน 2562 / 11:26

      พี่เก้าเป็นผัวนับ
      #54891-1
  5. วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 20:03
    พี่เก้ามี-งำอะไรหว่าาาาา งี้น้องนับจะเป็นอันตรายอะไรไหม
    #54882
    0
  6. #54642 beeya1 (@beeya1) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 19:05
    มี-งำ

    เอ้ยเงื่อนงำ
    #54642
    0
  7. วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 21:22
    ความลับไรอะ แต่บ้านพี่เก้า ดูลึกลับทั้งบ้านอะ ขนาดฝังชิปในตัวเนี่ย ธุรกิจสีเทาป่ะ

    แต่สงสารนับสอง5555 จะอ่อยทั้งทียังโดนพี่เก้าดักไว้ พอมาอ่านในมุมพี่เก้า พี่แกก็อวยตัวเองเก่งนะ
    #54035
    0
  8. #53687 puppywang (@2543660) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 00:54
    ปมเยอะมากจริงๆ เดือนพรายเก่งมากๆเลย สามารถโยงทุกคู่เชื่อมกันได้ แล้วแต่ละครอบครัว แต่ละตัวละครคือมีปมทุกคน มีความลับทุกคน รอลุ้นต่อไปว่าใครมีความลับอะไรกันบ้าง
    #53687
    0
  9. #53149 smkhaphic (@smkhaphic) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 19:27
    อยากให้ฮิมกับตันหย่งได้กันอ่ะ​ แค่กๆ!
    #53149
    0
  10. #52876 Somza-Friky (@Somza-Friky) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:53
    อยากอ่านคู่ป๋ากับควินซ์จังเลยยยย
    #52876
    0
  11. #47617 PCY_BBH_PLOY (@Chutiporn_ploy) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 22:43
    ความลับอาร๊ายยยยยยยยยยยยย ฮื่ออออออ
    #47617
    0
  12. #46691 Machimooroo (@Machimooroo) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 23:41
    น้ำตาท่วมรอ😭😭😭สงสารลูกกกกนับสองกอดนร้าาาา..แอดรอนะคะ
    #46691
    0
  13. #45557 Miko_Chan2002 (@Miko_Chan2002) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 05:37
    พี่เก๊าาาาาาา โอ้ย จะสงสารก็สงสาร จะขำก็ขำ555 หนูนับสองเขาแรดเกินไป ไม่เลิกง่ายๆหรอกนะเก้า555
    #45557
    0
  14. วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 00:54
    แท้จริงแล้ว พี่เก้าเป็นคนแบบนี้!!!! โอ้ยยยย เห็นแต่ภาพพี่เก้าคนอบอุ่นมาตลอด แล้วนี่5555555 พี่เก้าโว้ยยย นี่คนที่พี่รักโว้ยย ใจเย็นโว้ยยยย
    #43895
    0
  15. #41017 Zer_Cya (@Zer_Cya) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 21:30
    นับสองน่าสงสารอ่ะ
    #41017
    0
  16. #40993 แสนดี ว๊าวว๊าวว (@1queenpelz1) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 11:47
    โอ๊ยยย นับสองลู๊กกกก 55555'
    #40993
    0
  17. #38412 someonelol (@someonelol) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 05:43
    มาเฟียแน่ๆ
    #38412
    0
  18. #35370 Sea_baek (@seasiriguine) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 11:40
    พี่เก้าาาาพี่เป็นใครรร
    #35370
    0
  19. #33608 ku_ro (@ku_ro) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 / 18:58
    เป็นมาเฟียใช่ปะ? พี่เก้า~
    #33608
    0
  20. #33408 rattanalak44 (@rattanalak44) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 20:59
    พี่เก้ามีความลับอะไร..
    #33408
    0
  21. #32627 n_iidn (@n_iidn) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 17:14
    ป๋าคู่กับควินซ์หรอฮืออออ อยากให้ป๋าคู่กับจินอ่าาาา
    #32627
    0
  22. #32508 Puzzler_P (@Puzzler_P) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 21:18
    ฮือออ ทำไมพึ่งมาเจอวะ ฮือออ
    #32508
    0
  23. #31737 jiyg (@pannos) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 07:20
    ก็ป๋าเขาห่วงน้องรักเขาไง พี่เก้าที่ยังรออยู่ก็เพราะความลับไม่ใช่หรอ ความอันตรายรอบตัวต่างๆน่ะ แต่ไม่ค่อยเจอพาร์ทพี่เก้าเท่าไหร่ ขำความคิดนาง ด่าน้องไปเยอะสงสัยจะโกรธจริง55555555 พี่เก้าอย่าร้ายกับนว้องงงงงง
    #31737
    0
  24. #30596 Jezzy Jimmy (@jm_monkey) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 18:55
    แรดตัวน้อยยยน
    #30596
    0
  25. #29760 P_Phor (@P_Phor) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 18:39
    เราว่าความลับต้องพีคๆอ่ะ
    #29760
    0