นับ เก้า รัก [YAOI]

  • 300% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 3,372,861 Views

  • 57,438 Comments

  • 58,135 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    180,980

    Overall
    3,372,861

ตอนที่ 28 : อ้อยคว่ำครั้งที่ 27

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 118082
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9418 ครั้ง
    1 ก.ย. 61







บทที่ 27




                “พี่ก็อยู่คอนโดทีสโตนครับ”

                แล้วสนใจให้ผมมาอยู่ด้วยเปล่า

                ห้องใหญ่ๆ เพิ่มผู้ชายตัวน้อยหน้าหล่อๆ แบบผมเข้าไปก็ไม่ได้แคบลงหรอก~

                เขาบอกผมหลังจากที่เข้ามายังในลานจอดรถของตัวเองภายในคอนโดทีสโตนที่คิดชื่อเรื่องแพงมหาแพง ตอนแรกผมก็งงที่พี่เก้าเลี้ยวเข้ามาจอดด้านในแต่พอได้ฟังแล้วก็เก็ททันที แต่ว่านะพี่มึงจะรวยไปแล้ว!

                ชายาที่นั่งอยู่ด้านหลังมองงงๆ “หือ พี่เก้าอยู่คอนโดนี่ด้วยเหรอ”

                มึงไม่ได้ฟังประโยคข้างบนรึไงชาย๊า “ใช่ครับ ชายาอยู่ชั้นไหนเหรอ” พี่เก้าเป็นคนที่ใจเย็นและมีความอดทนมากกว่าผม เขาถามชายาเสียงนุ่มกว่าเดิม ผมก็วุ่นอยู่กับการเอาของกล่องของหวานลงจากรถ

                ก่อนจะเข้าคอนโดพี่เก้าแวะร้านสวีทแคนดี้ให้ผมตามที่สัญญาได้ขนมมาชุดใหญ่ไฟกะพริบเลยครับ สายเปย์จริงๆ เลยว่าที่แฟนใครก็ไม่รู้ ก็แฟนนับสองไง คนบ้าอะไรเล่นเองตบมุกเอง

                “ผมอยู่ชั้น... ชั้นที่...” มันเอานิ้วจิ้มที่หัวอีกครั้งก่อนจะเบะปาก “นี่... รู้รึเปล่าว่าผมอยู่ชั้นไหน”

                คือพวกกูจะไปรู้กับมึงเหรอ!

                ผมกับพี่เก้าแทบจะสะดุดขาพากันหัวทิ่มเลยครับ สายตาที่ผมมองชายาเต็มไปด้วยความประหลาดใจและรู้สึกถึงความแปลกแยกของชายา นิสัยมันไม่ปกติไปแล้วนะ!

                “ชาย๊า” ผมร้องครวญคราง “นึกดีๆ อยู่ห้องไหน”

                มันโยกหัวไปมองจิ้มหัว “เราจำไม่ได้แล้ว”

“แล้วปกติเข้าห้องยังไง?” เออ ถ้ามันจำห้องไม่ได้แล้วมันจะนอนที่ไหน

                มันชี้ไปที่เคาน์เตอร์พนักงาน “เราจะถามพี่เขาทุกเย็นหลังจากกลับมา” จากนั้นมันก็เดินไปหาพนักงานสาวที่เหมือนจะคุ้นเคยกับชายาดี “พี่สาว ขอคีย์การ์ดด้วย”

                แม้แต่คีย์การ์ดห้องมันยังฝากเลยเหรอ นี่คือสิ่งมีชีวิตพันธุ์ไหนวะ

                “น้องชายา กินอะไรมารึยังคะ” พนักงานสาวถามเสียงนุ่มพลางหยิบคีย์การ์ดส่งให้

                ส่ายหัวดุ๊กดิ๊ก “ยังเลย” มันทำหน้านึก “เหมือนจะรู้สึกหิวขึ้นมาแล้วสิ”

                สีหน้าของพนักงานสาวเจื่อนเล็กน้อยแล้วถามต่อ “แล้วเมื่อกลางวันได้กินข้าวรึเปล่าคะ”

                ชายาทำหน้าตกใจ “อ๊า! ผมลืมไปเลย ใช่แล้ว ป๊าสอนว่ากลางวันต้องกินข้าวด้วย” ไอ้บ้า มึงลืมแม้แต่กินข้าวเนี่ยนะ! แล้วกินข้าวยังต้องสอนเหรอ! “ห้ามบอกป๊าล่ะเดี๋ยวผมโดนดุ”

                อ้อ คือเธอคนนี้เป็นสายรายงานของป๊าเจ้าสิ่งมีชีวิตนอกโลกนี่เอง ผมเหลือบมองชายาเล็กน้อยชักรู้สึกจะห่วงมันขึ้นมาแล้วสิ เห็นชายากับพนักงานคนนั้นคุยกันถึงเรื่องมื้อเย็น พี่เก้าก็โพล่งขึ้นหลังจากเงียบมานาน

                “ชายา อยากกินสเต็กมั้ย” น้ำเสียงอย่างโคตรอ่อนโยน

ทำไมไม่ถามผมอ่ะว่าผมอยากกินอะไร

แน่นอนว่านับสองอยากกินพี่เก้า

แบบ...พี่เก้าราดคาราเมล

พี่เก้าราดวิปครีม

พี่เก้าราดน้ำผึ้ง...

อ๊า ต้องหวานมากๆ แน่

“สเต็กเหรอ สเต็ก... อยากกินๆ” ชายาหันขวับมาเลยแล้วพยักหน้ารัวๆ “พี่มีสเต็กเหรอ”

“มีครับ เดี๋ยวไปกินมื้อเย็นที่ห้องพี่แล้วกัน” แบบนี้เรียกว่าการสานสัมพันธ์มิตรไมตรีที่ดีรึเปล่า ผมหันไปหาพนักงานคนนั้นแล้วถาม

“เขาอยู่ที่ชั้นไหนเหรอครับ” เดี๋ยวคงต้องพามันไปส่งห้องแน่ๆ เชื่อได้ว่าอีกแป๊บเดียวชายาก็ต้องลืมเลขห้องตัวเองแน่ๆ เธอได้ยินแบบนั้นก็จดเลขห้องของชายาให้ผมอย่างรวดเร็ว

ผมรับมาก่อนจะพยักหน้าให้พี่เก้าเพื่อให้เขาเดินนำไป ชายาเดินตามหลังมาต้อยๆ ผมเหล่มองนิดๆ แล้วกระซิบกับพี่เก้า “พี่ว่าชายานิสัยแปลกมั้ย”

“ก็ปกตินะ” พี่เก้าตอบพลางกดเลขชั้นที่เห็นว่าเป็นชั้นบนสุด “มองเขาให้เป็นคนปกติก็พอครับ”

ได้ยินแบบนั้นแล้วผมก็ยิ่งขมวดคิ้วสิ ส่วนชายาก็ยืนมองเลขที่ไล่ระดับอย่างสนอกสนใจ มันดูเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่น่าอยู่บนโลกเลยจริงๆ คล้ายๆ สัตว์ป่าหายากงี้ปะ

ครู่เดียวก็มาถึงชั้นบนสุดเมื่อประตูลิฟต์เปิดออกพบว่าตรงหน้ามีประตูอยู่บานใหญ่แค่บานเดียวแปลว่าทั้งชั้นนี้เป็นของพี่เก้าเลยสินะ ชักเริ่มอิจฉาความเพอร์เฟคไปหมดของพี่เก้าขึ้นมา

พี่เก้าไม่ได้ใช้คีย์การ์ดแต่เป็นการสแกนม่านตา... เดี๋ยว นี่ห้องพักหรือศูนย์วิจัยลับกันแน่ถึงต้องป้องกันขนาดนี้ ผมตกใจกับระบบความปลอดภัยที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นอยู่นานจนพี่เก้าขำ

“เข้าห้องเถอะ” เขาดันหลังผมให้เดินเข้าไปในห้องพร้อมเรียกชายาที่จับจ้องอยู่ที่เครื่องสแกนม่านตาอยู่ “เข้ามาสิชายา”

“นี่ อันนั้นอะไรเหรอ”

“อยากอาบน้ำก่อนมั้ยชายา เหนียวตัวไม่ใช่เหรอ” พี่เก้าไม่ได้ตอบแต่เปลี่ยนเรื่องแทน

ชายาเลิกสนใจเครื่องสแกนทันที “อาบได้เหรอ”

“ได้ครับ” ถ้าไม่ติดว่าก่อนหน้านี้พี่เก้าพูดว่าจะใช้ประโยชน์จากชายา ผมคงได้หลงคิดว่าพี่เก้ามันใจดีกับชายาจริงๆ ดีไม่ดีเลยเถิดไปจีบมันเลย ถ้าไปเป็นนักแสดงคงตีบทแตกกระจายชัวร์

ผมกวาดตามองดูการตกแต่งในห้องที่ดูหรูหราออกไปทางยุโรปก็พอจะเดาได้แล้วว่าใครมันเป็นคนตกแต่งห้อง ภายในห้องนี้มีสองชั้นด้วยกัน คอนโดทีสโตนก็แพงฉิบหายแล้วยังมีสองชั้นแบบนี้อีกไม่ถึงร้อยล้านรึไงวะ

รูปหล่อพ่อรวยน้องเก้าใหญ่

มีว่าที่แฟนหน้าตาดีมากฐานะดีมากฉลาดมากแบบนับสอง

พี่เก้านี่มันโชคดีจริงๆ

ผมไม่ค่อยตื่นเต้นกับข้าวของตกแต่งเท่าไหร่เพราะมันไม่ใช่สไตล์พี่เก้าแถมบวกกับความง่วงแล้วยิ่งไม่ค่อยตื่นตาตื่นใจเท่าไหร่ ถ้าจะสำรวจพี่เก้าก็ต้องเป็นห้องส่วนตัวเขา อ๊ะๆๆ ถูกต้อง! ห้องนอนของพี่เก้าไง

เป้าหมายของผมวันนี้ก็คือการขยับขาก้าวเข้าไปในเซฟโซนของพี่เก้า รู้มาว่าพี่เก้าไม่เคยพาใครเข้าห้องส่วนตัว ผมก็รู้สึกพิเศษมากกว่าเดิม เพิ่มความมั่นใจว่าในใจพี่เก้าต้องมีผมไม่มากก็น้อยแล้ว

“พี่เก้าไปอาบน้ำแป๊บนะ นับสองไปนั่งที่โซฟาก่อน” พี่เก้าว่าแล้วก็แยกไปอีกทาง

ชายามองซ้ายมองขวา “แล้วเราต้องไปนั่งที่โซฟารึเปล่า”

“ไปสิ!” กลัวว่าสิ่งมีชีวิตหนึ่งเดียวจะเดินสะเปะสะปะเลยจับข้อมือมันแล้วจูงเหมือเด็กให้เดินตาม ผมเดินจนมาถึงห้องโถงกว้างก็เจอหน้ากับพี่ไนน์

เขาอยู่ในชุดนอนลายดาวเหมือนเด็กดูเข้าชุดกันสุดๆ มีเพิ่มขึ้นมาคือหมวกน่ารักๆ ...ลักกลับไปบ้านได้มั้ย งื้อ พี่ไนน์จะน่ารักเกินไปแล้ว!

“ไฮ! นับสอง” คนอารมณ์ดีจัดยกมือขึ้นเซย์ฮาย ผมเลยตีมือเขากลับเป็นเชิงทักทายตอบ ผมกับพี่ไนน์เราค่อนข้างเข้ากันได้ดีเลย

“ดีครับ” ผมผงกหัวรับแล้วปล่อยมือออกจากพี่ไนน์

“ไอ้เก้าพามาเร็วกว่าที่คิดแฮะ” เขาจุ๊ปากทำเสียงล้อเลียนแล้วมองเลยผมไป “แล้วนั่นใคร”

“เพื่อนผมเอง ชื่อชายา” ผมแนะนำให้ส่วนชายาพอได้ยินแบบนั้นก็นิ่งไปเลยแล้วมองหน้าผม คือจริงๆ ผมไม่รู้ว่ามันมองหน้าผมรึเปล่าแต่เห็นว่ามันหันมาทางผม “ชายา นี่น้องชายฝาแฝดพี่เก้าชื่อไนน์”

“สวัสดีครับ” ชายาดึงข้อมือกลับแล้วยกมือไหว้พี่ไนน์ “เอ๋ ทำไมถึงหน้าเหมือนพี่เก้าล่ะ”

“ก็บอกอยู่ว่าฝาแฝดไง หน้าตาก็ต้องเหมือนกัน” ผมอยากจะร้องไห้

มันยังคงไม่เข้าใจ “อะไรคือฝาแฝด”

มึงโตมายังไงวะ!

คนข้างๆ กลัวว่าผมจะแดกหัวชายาเลยเขามาห้าม “ฝาแฝดคือพี่น้องที่เกิดพร้อมกันแล้วหน้าตาเหมือนกันครับ”

“อ้อ” มันกำมือข้างหนึ่งแล้วกระแทกลงเบาๆ บนฝ่ามือที่แบออก “เข้าใจแล้ว”

เออ เข้าใจพูดดี พี่ไนน์จ้องสำรวจชายา “นับสอง น้องเขามองเห็นทางเหรอวะ”

ผมกลอกตาใส่พี่ไนน์ทันที “แล้วไอ้คนที่ชอบใส่ฮู้ดคลุมบังไปครึ่งหน้าแบบพี่มองเห็นทางรึเปล่า”

“ก็เห็น” ตอบทันที

“เออ งั้นชายาก็เห็น” ฉีกยิ้มกวนตีนไปทีก็ได้รับการหยิกแก้มจากพี่ไนน์ ผมรู้สึกโอเคนะเหมือนมีพี่เก้าเวอร์ชั่นสดใสเว่อร์มาลวนลาม

ชายามองเราทั้งคู่ไปมาสลับกันอย่างไม่เข้าใจเท่าไหร่แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร กระตุกเสื้อผม “นี่ เราอยากอาบน้ำ”

ผมนึกได้ว่าพี่เก้าอนุญาตให้ชายาอาบน้ำได้แต่เจ้าคนที่ให้อาบน้ำดันลืมหนีไปอาบน้ำเองปล่อยให้ผมรับมือเองเลยต้องหันไปหาพี่ไนน์ พอดี ณ ตรงนี้มีเพียงพี่ไนน์ที่เป็นเจ้าของห้อง

“อ้อ จะอาบน้ำเหรอครับ” พี่เห็นเพิ่งเห็นว่าชายาใส่ชุดกีฬาอยู่ “อาบที่ห้องนี้แล้วกัน” ชี้ไปที่ห้องข้างๆ เหมือนว่าห้องนั้นจะเป็นห้องนอนรับแขก

“โอ๊ะ ขอบคุณครับ” ชายายิ้มให้แล้วเดินไปเลย

พอชายาเดินหายเข้าไปแล้ว ผมก็รู้สึกหายใจโล่งคอขึ้นมาบ้าง เอากล่องขนมไปวางที่โต๊ะกระจกแล้วนอนบนโซฟาอย่างหมดแรงทันที พี่ไนน์เดินตามมานั่งแล้วเปิดกล่องขนมดูอย่างถือวิสาสะ

“ไปทำอะไรมาถึงดูเหนื่อยขนาดนั้น” เขาหยิบชูครีมขึ้นมากิน “ขอกินหน่อย”

ช้าไปแล้ว! กินเต็มปากแล้วมั้ยล่ะ!

“แข่งบาสมา” ผมว่าพลางปิดปากหาวอีกรอบหยิบหมอนมากอด “โคตรล้าเลยพี่” ว่าแล้วก็มองดูคนหิวโหยที่กินขนมของผมแต่เงินพี่เก้าไม่หยุด “หิวขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ไอ้คิวยังไม่กลับ ไม่มีคนทำข้าว” ว่าอย่างเซ็งๆ แล้วกินขนมต่อเป็นชิ้นที่สี่ “เออ แล้วเพื่อนคนเมื่อกี้ไปเก็บมาจากที่ไหน ดูเอ๋อๆ”

“เก็บได้จากห้องน้ำ” ผมตอบตามความจริงๆ เพราะเก็บมันมาจากห้องน้ำศูนย์กีฬา “แล้วพี่เก้าก็พามาส่ง”

“อยู่คอนโดนี้? แล้วจะให้อาบน้ำห้องกูทำไม” ขมวดคิ้วงุนงง

“พี่เก้าชวนชายากินข้าวเย็นด้วย”ผมขยับลุกไปหยิบขนมบ้างก่อนที่พี่ไนน์จะเขมือบหมด แล้วนี่พี่เก้ามันอาบน้ำช้าอะไรขนาดนี้เนี่ย

เอ๊ะเอ๋ หรือแอบเจ๊าะแจ๊ะอยู่

ขนาดใช้ปากไปแล้วนะ

พี่เก้านี่ฟิตจริงๆ

พี่ไนน์กำลังเล็งเค้กรูปหมีคุมะตาวาวแต่ปากก็พูด “ปกติแล้วถ้าไม่มีประโยชน์ต่อตัวเอง เก้าก็ไม่ค่อยใจดีด้วยสักเท่าไหร่” เขาพึมพำ “งั้นเด็กนั่นก็มีประโยชน์สินะ”

ถ้าใจดีเพราะผลประโยชน์เกี่ยวข้อง แล้วผมล่ะ...

“แล้วที่เขาใจดีกับผมนี่เพราะผมมีประโยชน์รึเปล่า” ผมหยิบส้อมพลาสติกขึ้นมาเพื่อใช้กินเค้ก

คนถูกถามเงยหน้าทันทีแล้วมองผมด้วยสายตาเหยียดหยาม “มึงน่ะตัวไร้ประโยชน์ที่สุดแล้ว”

...จี๊ดเลย มันเจ็บกระดองใจเหลือเกิน!

ตอนที่ได้ยินว่าชายามีประโยชน์ต่อเขาแล้วผมล่ะ ผมเป็นน้องป๋า ถ้าในวงการบันเทิงหรือมายามันก็เป็นธรรมดาที่จะมีการไต่เต้าปีนเตียงเพื่อดันตัวเอง

แต่อย่างพี่เก้าอ่ะเต้าไม่มีให้ไต่

งั้นเอาซิกแพคมาถูกับผมแล้วกัน ซี้ดดด

กัดส้อมอยู่กับจินตนาการแล้วเผยยิ้มหื่นๆ ก่อนจะหลุดจากห้วงความคิดเพราะชายา “นี่... เราลืมไป เราไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยน”

ผมเงยหน้าขึ้นก็เห็นชายาในชุดคลุมอาบน้ำตัวโคร่งสีน้ำเงินเข้ม ผมยุ่งๆเปียกลู่ไปตามโครงหน้าและนี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นหน้าตาแบบเต็มๆ ของชายา...

“เหี้ย หน้าสวยฉิบ”

เสียงทุ้มของพี่ไนน์อุทานแว่วมาแต่ผมยังอยู่ในอาการค้างไม่ต่างกันเลยอ้าปากพะงาบๆ ไม่รู้จะพูดอะไรเพราะถูกหน้าสวยๆ ของมันดึงดูดตรึงตาไว้

“เราไม่มีชุดเปลี่ยนอ่ะนับสอง” มันทำตาเศร้าจนผมใจกระตุก

พี่ไนน์ถึงกับวางของกินในมือแล้วลุกพรวดไปหาชายา “มาๆ เอาชุดพี่ไปใส่ก่อนก็ได้ครับ” สายตาวิบวับเหมือนเจอเหยื่อที่ถูกใจ

เด็กน้อยเห็นว่าตัวเองจะมีชุดใส่ก็พยักหน้ายิ้มให้ทำให้ห้องสลัวๆ สว่างวาบทุ่งดอกไม้มาเลย ผมมองดูพี่ไนน์ที่ระริกระรี้อารมณ์ดีแล้วก็เบะปาก พี่เขาลากชายาไปห้องตัวเองเพื่อหาชุด

ผมหันกลับมาสนใจขนมต่อแต่ถูกตีอย่างรวดเร็ว... “พี่เก้าบอกแล้วไงว่าห้ามกินของหวานก่อนกินข้าว”

แด๊ดดี้มาอีกแหละ ผมเลิกคิ้ว “เปล่ากิน พี่ไนน์กินต่างหาก” เปลี่ยนมือที่หยิบขนมมาเป็นการปิดกล่องขนม

พี่เก้าสวมชุดนอนแบบเสื้อคลุมแขนยาวชายเสื้อยาวและใส่กางเกงขายาวข้างใน... ใส่ทำไม! วู้!

“คิวอยู่ข้างล่างคอนโดแล้ว” ทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา “มันทำอาหารอร่อยนะ”

ผมพยักหน้าแล้วกอดหมอนอิง “มีชุดให้ผมมั้ย” ตอนนี้ผมยังใส่ชุดนักศึกษาอยู่มันก็ไม่สบายตัวเท่าไหร่

“มีครับ” พี่เก้าดึงผมให้เอนหัวพิงอก “เดี๋ยวกินข้าวเสร็จ อาบน้ำอีกรอบมั้ย”

“ก็ดีนะ” ซุกหน้าลงบนอกพี่เก้าอย่างเนียนๆ เพื่อดมกลิ่นตัวหอมๆ อาบน้ำเสร็จใหม่ๆ

อูยยย ครีมอาบน้ำกลิ่นกุหลาบ ฟืดฟาดดด

“นับสอง”

เดี๋ยวสิ ขอดมให้ชื่นใจหน่อย

“นับสอง มือ” เสียงทุ้มว่าอย่างเอ็นดูพร้อมกับจับมือผมที่ล้วงเข้าไปในเสื้อคลุมตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

อุ๊ย... ลืมตัว

โธ่ กำลังจะสะกิดหัวนมอยู่แล้ว

                หน้าแดงขึ้นมากะทันหันแล้วค่อยๆ ดึงมือที่ล้วงอยู่ในเสื้อออกมาอย่างอายๆ พี่เก้าเงยหน้าหัวเราะก่อนจะยื่นมือมาจิ้มแก้มแดงร้อนฉ่าของผม “เด็กลามก”

                “เลิกเรียกแบบนั้นเถอะ!

                คนอื่นเขาเรียกตัวเล็ก ตัวน้อย เด็กน้อยด้วยความเอ็นดู

                แล้วผม... เด็กลามก เด็กหื่นด้วยความดูเอ็น

                “ก็น่ารักดีออก” น่ารักกับผีมึงสิพี่

                “ดู ดู ชายาน่ารักเปล่า”

ผมส่ายหน้าแล้วเสียงสดใสของพี่ไนน์ก็ดังขึ้นพร้อมกับเดินหิ้วชายาในชุดนอนเสือน้อยแฟนซีตัวใหญ่ ตอนนี้เผ้าผมกลับมาปิดตาเหมือนเดิมแล้ว ดี เดี๋ยวพี่เก้าเห็นแล้วใจเต้น

                “อ่า เหมือนพี่จะลืมชายาไปเลย” เสียงแผ่วของพี่เก้าว่าเบาๆ คล้ายคุยกับตัวเองทำให้หัวใจผมบีบเล็กน้อยและวูบโหวงอีกนิดหน่อยแต่ก็หายไปอย่างรวดเร็ว “จริงสิ ชายาหิวมากมั้ย กินขนมรองท้องก่อนดีมั้ยครับ”

                ผมเหลือบตามองพี่เก้าเล็กน้อยแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่

ชายาที่ถูกจับแต่งตัวมาใหม่ก็ส่ายหน้า “ผมอยากกินสเต็ก”

“พ่อครัวใหญ่กำลังมาครับ” เสียงนุ่มว่าอย่างละมุนที่ทำให้เด็กมันเชื่อฟัง ชายาตอบรับเล็กน้อยก่อนจะขอตัวไปเอากระเป๋าในห้องน้ำ

พี่ไนน์มองตามไปก่อนจะหันมาเลิกคิ้วใส่พี่เก้า “เพราะ?”

“ลูกชายเจ้าสัวชานินทร์” พี่เก้าตอบโดยไม่ได้มองหน้าพี่ไนน์

ทั้งผมทั้งพี่ไนน์ต่างตกใจ “...จะ เจ้าสัวคนนั้นน่ะเหรอ” เจ้าสัวที่โด่งดังในเรื่องอุตสาหกรรมอาหารขนาดใหญ่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ... นี่ชายาเป็นลูกชายบุคคลระดับนั้นจริงเหรอ

แน่นอนว่าด้านที่ผมเห็นและคิดย่อมไม่ใช่ด้านเดียวกับที่พี่เก้ารู้... ผมมันแต่ตกใจจนไม่เห็นสายตาที่แลกเปลี่ยนกันของพี่น้องคู่นี้

“ทำดีกับน้องเขาหน่อย” กำชับหนักๆ ไป

                บรรยากาศมันแปลกๆ จนผมรู้สึกได้แต่ไม่นานก็หายไปก่อนจะได้ยินเสียงประตูหน้าห้อง พี่ไนน์หันไปมองต้นเสียง “สงสัยคิวจะกลับมาแล้ว”

                ผมดึงตัวเองออกจากอกพี่เก้าแล้วหันไปก็เห็นพี่คิวในชุดนักศึกษาที่ลากกระเป๋าเดินทางใบโตเข้ามา... หือ? อะไรเนี่ย พี่คิวเห็นหน้าผมปุ๊บก็หน้าคล้ำลงเลยจำเป็นต้องแสดงออกแบบนี้ทุกครั้งเลยรึไง

                ก็แค่ไปจูบพี่ครั้งเดียวเอง พี่คิวนี่ทำตัวเป็นหนุ่มเวอร์จิ้นไปได้

                “มาทำไม” ดู ดูมันนนน

“อยากมาแล้วพี่จะทำไม” ผมลอยหน้าลอยตาใส่ยิ่งทำให้พี่คิวเหม็นขี้หน้า “แต่ว่านะ ผมหิวอ่ะพี่คิว ทำข้าวเร็วๆ!

“กูไม่ใช่ร้านอาหารตามสั่ง”

ผมกับพี่คิวกำลังเถียงกันอยู่ก็มีคนเดินตามหลังพี่คิวมาเรียกความสนใจจากผมให้หันไปมอง...

“เพิ่งเคยเห็นนายฟิวส์ขาดแบบนี้นะคิว”

เสียงนั้นทั้งทุ้มต่ำดูล่องลอยเบาสบายแต่ก็แฝงไปอำนาจ คนที่เข้ามาใหม่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับฝาแฝดเลขเก้าถึงเก้าส่วน ดวงตาหงส์เชิดขึ้นดูเหมือนผู้ที่อยู่เหนือคนอื่นตรงใต้ตาซ้ายมีขี้แมลงวันรูปทรงคล้ายหยดน้ำเล็กๆสองจุดมันยิ่งเสริมให้เจ้าตัวดูดีมีอำนาจขึ้นอีก เส้นผมบางยาวสลวยไม่หนาถูกมัดด้วยผ้าผูกผมสีทองเข้ม รอยยิ้มนั้นเหมือนพี่เก้ามาก

สรุปแล้ว... เขาหล่ออ่ะแม่!!

“กลับมาแล้วเหรอพี่” เสียงพี่เก้ากระชากผมกลับมา พี่? ฮะ ยังมีพี่อีกเหรอ แต่ว่าดีเอ็นเอบ้านนี้จะดีเกินไปแล้วนะ!

“อา” เขายิ้มและพยักหน้า “แล้วนั่น...นับสองรึเปล่า” เขาเลยมองมาที่ผมเพียงแค่มองมา ผมก็รู้สึกเหมือนถูกกดดันอย่างรุนแรง

ผมหันไปหาพี่เก้าทันที นี่เขาเอาเรื่องผมไปเม้าท์กับพี่น้องตัวเองมาขนาดไหนแล้วเนี่ย

“ใช่ครับ” ยิ้มตอบ

เขาขยับเดินเข้ามายิ่งใกล้ยิ่งหล่อโฮก “พี่ชื่ออ๋อง พี่ชายคนโตของบ้านนี้” ยื่นมือมา ผมรีบคว้าสิแล้วเขย่าเบาๆ เพื่อความแนบเนียน 

อุ๊ย ชื่อคล้องกันเลยครับ 

อ๋องกับสอง เนื้อคู่กันเเน่ๆ

แต่อ๊อยยย มือนุ่มเว่อร์

แต่จับได้ไม่เท่าไหร่พี่เก้าก็ยื่นมือมาแกะมือผมออก ท่าทางหวงเล็กๆ ของพี่เก้าทำให้พี่อ๋องเขาหัวเราะร่าอย่างเปิดเผย พี่เก้าบีบมือผมแน่นคล้ายหงุดหงิดจนผมได้แต่ยิ้มแหย

พี่อ๋องเขามองไปอีกด้านก็เห็นชายาในชุดเสือกอดกระเป๋าอยู่ เขาขมวดคิ้ว “แล้วนั่นใครอีกล่ะ”

พี่คิวเองก็เพิ่งสังเกตเห็นแล้วมองดูหน้าของชายาอย่างพิจารณา ส่วนคนถูกจ้องก็เพียงงุนงงแล้วยิ้มเล็กๆ “สวัสดีครับ” แล้วหันไปมองหน้าพี่คิว “เอ๋... พี่เก้าเปลี่ยนทรงผมแล้วเหรอ” ก่อนจะมองไปรอบๆ ห้อง “เอ๋ นั่นพี่เก้านิ อ้าวแล้วนี่ใคร พี่เก้ามีสองคนเหรอ”

ผมนวดขมับทันทีเมื่อได้ฟัง พี่ไนน์เลยรีบบอก “นี่ชายา ลูกชายเจ้าสัวชานินทร์”

ปฏิกิริยาของพี่คิวพี่อ๋องต่างอึ้งก่อนจะทำตัวเป็นปกติอย่างรวดเร็ว พี่อ๋องขมวดคิ้วแน่นก่อนจะเปิดปาก 

“ลูกชายเจ้าสัวชานินทร์...”

“...”

“เด็กออทิสติกคนนั้นน่ะเหรอ?”


 ฮะ จริงเหรอ


ผมทำหน้าตกใจแล้วมองไปที่ชายาก่อนจะหันมามองพี่เก้าซึ่งเจ้าตัวก็เพียงพยักหน้าลงเล็กน้อยเหมือนรู้อยู่แล้ว ผมจ้องพี่มันด้วยความขุ่นเคืองทั้งที่รู้ว่าชายาเป็นเด็กพิเศษยังจะหลอกใช้อีกงั้นเหรอ

สายตาที่ผมมองพี่เก้าวูบหนึ่งมีความผิดหวังก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว ผมเบือนหน้าหนีเพื่อต้องการปรับอารมณ์ตัวเองจึงไม่ทันได้เห็นสายตาเจ็บปวดจากอีกฝ่ายที่มองมายังผม

ชายาผู้ตกเป็นหัวข้อสนทนาเอียงคอเล็กน้อยเมื่อได้ฟังก่อนจะถาม “ออทิสติกคืออะไรเหรอ คล้ายๆยิมนาสติกรึเปล่า” มันคนละโยชน์เลยชาย๊า

“แต่ก็ดูไม่เหมือนออทิสติกอย่างที่วงในเขาว่ากันสักเท่าไร” คิวลูบคางตัวเองไปมาแล้วใช้ความคิด “ดูปกติมากเลยนะ พูดก็ดูปกติดีแค่แปลกๆ ไปหน่อย”

“ช่างเรื่องยิบย่อยไปเถอะ” พี่อ๋องขยับตัวเล็กน้อยแล้วเดินเข้าไปหาชายา “ชื่อชายาเหรอครับ บอกได้มั้ยว่าทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้”

“พี่เก้าพามา” มันชี้ไปที่พี่เก้า

ถามอย่างใจเย็น “แล้วมากับเก้าได้ยังไง”

“เขาบอกจะมาส่งที่บ้าน” ชายาตอบช้าลงทุกทีคล้ายกับกำลังย้อนความทรงจำ

พี่อ๋องพยักหน้าเล็กน้อย “อยู่ที่คอนโดนี้เหรอ” ชายาพยักหน้า “ถ้าว่างก็มาเล่นที่ห้องพวกพี่ได้ตลอดเลยนะครับ” เหมือนเขาจะพยายามเชื่อมไมตรีแต่ชายาไม่ได้สนใจเลยสักนิด

“อื้อ” เจ้าตัวพยักหน้าแล้วถามอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย  “หิวข้าวแล้ว มีข้าวมั้ย”

“คิว ไปทำข้าวให้น้องหน่อย” พี่อ๋องสั่งกับน้องต่ออีกทอดแล้วถามต่อ “ชายาอยากกินอะไรครับ”

“พี่เก้าบอกว่ามีสเต็ก” ทำไมมึงจำสเต็กได้ไม่ลืมเลยฮะ แล้วอีเลขห้องทำไมจำไม่ได้! “อยากกินสเต็กแซลม่อน”

“ไม่มี” คิวส่ายหน้า “แซลม่อนหมด เอาอย่างอื่นได้มั้ย”

“จะเอาแซลม่อน”

คิวเริ่มกัดฟัน “พี่บอกว่าไม่มี”

“จะกินแซลม่อน”

“มันหมด กินอย่างอื่นเถอะ” พยายามใช้เสียงอ่อน

“แซลม่อน”

“ไอ้!” พอจะอ้าปากแดกหัวชายาก็ถูกพี่อ๋องเอามือปิดปากไว้ก่อนที่เขาจะยิ้มให้ชายาแต่ดูเจ้าตัวจะไม่สะทกสะท้าน ลองให้เป็นผมสิจะลงไปนอนดิ้นกับพื้นเลย

พี่ไนน์ช่วยแก้สถานการณ์ “แซลม่อนไม่มีแต่เหมือนในตู้เย็นจะมีเนื้อแกะนะ เอาสเต็กเนื้อแกะให้น้องก็ได้”

พี่คนโตของบ้านฟังแล้วก็เหมือนเห็นทางออกจึงถามชายาต่อ “ชายา เอาเป็นสเต็กเนื้อแกะได้รึเปล่า เนื้อแกะนุ่มๆ รสหวานๆ”

“อร่อยกว่าแซลม่อนมั้ย” ถามอย่างลังเล

“อร่อยกว่ามาก เยอะมากๆ เลย” ถ้าบอกว่าพี่เก้าหลอกล่อคนเก่งแล้วนะ เจอท่านอ๋องคนนี้มั้ยครับ พี่เก้าแม่งแพ้ราบคาบแน่

ช่วยมาหลอกล่อผมบ้างสิท่านอ๋อง

ไม่ต้องหลอกนะ ล่อเลยครับ อิอิ

ชายาเอียงคออย่างที่ชอบทำประจำแล้วก็ยอมตกลงจนพี่คิวถึงกับเหวอ ผมไม่รีรอจะซ้ำเติม “คนอะไรลงไปตีกับเด็ก จุ๊ๆ”

“มึงไม่ต้องแดกไอ้นับ!” อ้าว ไหงงั้นล่ะ!

“จะกิน!

“เปลือง!

“พี่คิว!” ผมแยกเขี้ยวกลับแต่พี่เก้าก็ตัดบทก่อน

“ไปทำมื้อเย็นได้แล้วคิว” ก่อนจะทำหน้าครุ่นคิด “ของฉันเอาเป็นรีซอตโต้ ของนับสองเอาเป็นสปาเก็ตตี้ทะเลรสไม่ต้องจัดเดี๋ยวน้องปวดท้อง”

ดูแลดีกว่านี้มีอีกมั้ย

            ทุกคนอย่าอิจฉาสิ

แต่อย่างว่าแหละ ที่บ้านไม่มีพี่เก้าสินะ

“เอาข้าวผัดน้ำพริกเผา” พี่ไนน์

“ของพี่ ขอเป็นบะหมี่ผัดแล้วกัน” พี่อ๋อง

“สเต็กเนื้อแกะ” ชายา

เมนูสามัคคีชุมนุมเหลือเกิน

“พวกมึงช่วยกินอย่างเดียวกันได้มั้ย!

“ไม่” ทุกคน

พี่คิวที่ทำอะไรไม่ได้ก็ต้องเดินหงุดหงิดไปทางห้องครัวอย่างหัวเสียท่ามกลางเสียงหัวเราะของทุกคนยกเว้นชายาที่ดูไม่เข้าใจสถานการณ์เท่าไหร่ พี่อ๋องถอดเสื้อโค้ตออกแล้วส่งให้ไนน์ “เอากระเป๋าไปเก็บให้ด้วย”

“มาถึงก็สั่งเลย” คนถูกใช้บ่นอุบอิบแต่ก็ยอมทำตาม

ผมเห็นชายายืนนิ่งมานานก็คิดว่าน่าจะเมื่อยเลยตบโซฟาที่ว่างข้างๆ “ชายา มานั่งนี่”

มันก็ว่าง่ายตามเคยเดินดุ๊กดิ๊กมานั่งข้างๆ ผมก่อนจะจ้องไปที่กล่องขนมของผมนิ่งๆ “อยากกินเหรอ”

ส่ายหน้าแต่ก็จ้องอยู่

“สนใจโลโก้ของร้านเหรอครับ” เป็นพี่อ๋องอีกครั้งที่เข้ามา เขาไปนั่งข้างชายาแล้วถามขึ้น “หยิบออกมาดูใกล้ๆ สิ”

เหมือนชายาจะรออยู่นานแล้วพอได้ยินแบบนั้นก็หยิบกล่องออกมานั่งจ้องตราโลโก้แบรนด์ของสวีทแคนดี้เงียบๆ ผมไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่เลยปล่อยไป

เขาว่าเด็กพิเศษมักมีความสนใจแปลกๆ ไม่เหมือนใครเท่าไหร่แต่นั่นก็เป็นความชอบของชายา ผมไม่ได้คิดจะติอะไร ปล่อยให้ทำอย่างที่อยากทำแต่ขออย่างเดียว อย่าทำขนมด้านในกล่องเละก็พอ!

“เป็นอะไรไปนับสอง ทำไมเงียบ” พี่เก้าเหมือนรอจังหวะมานานก็ถามผมทันที

“หิวแล้วก็ง่วง” อันนี้คือจริงจัง “ปวดขาว่ะพี่” ผมงอแงใส่

“แล้วพรุ่งนี้มีลงแข่งอะไรอีกรึเปล่า”

“ไม่น่ามี ถึงมีก็ไม่ลง ปวดขา” เอนหัวพิงพี่เก้าอีกครั้ง ตอนนี้รู้สึกท้องเริ่มร้องแล้ว ขอกินพี่เก้าคำหนึ่งรองท้องก่อนได้มั้ย

“ปีหนึ่งวิศวะก็มีเยอะแยะ ทำไมถึงลากนับสองไปลงทุกกีฬา” พี่เก้าว่าเสียงไม่พอใจ เขาดึงมือผมไปดูแล้วเห็นแผลถลอกเต็มมือก็ลูบมันเบาๆ “เจ็บมือรึเปล่า”

ผมส่ายหน้า “เฉยๆ เจ็บขามากกว่า” ว่าแล้วก็พลิกขาทำให้เห็นรอยช้ำม่วงใหญ่ที่ขึ้นสีเข้มน่ากลัว “นี่ถ้าอีกสิบนาทีผมยังไม่ได้กินข้าว ผมจะนอนแล้วนะ” ว่าแล้วก็หาว

“ไม่กินข้าวเดี๋ยวก็ปวดท้อง” พี่เก้าลูบหัวผมเบาๆ

“กินนมไปแล้วก็ยังอิ่มอยู่นะ” ผมยิ้มเจ้าเล่ห์ให้พี่เก้า

“นม? กินไปตอนไหน”

“นมข้นหวานของพี่เก้าไง”

ว่าแล้วก็ลูบเอวพี่เก้าไปทีหนึ่ง ก็คนมันง่วงอ่ะ ไม่มีอะไรทำเลยมานั่งหื่นใส่พี่เก้านี่ไง เจ้าตัวตะลึงไปเล็กน้อยก่อนจะยิ้มหนาวๆร้อนๆ กระซิบข้างหูผม “งั้นก่อนนอนอยากกินนมอุ่นๆ อีกสักรอบมั้ยล่ะครับ ดีต่อสุขภาพนะ”

“พี่!” ผมเม้มปากถลึงตาโตๆ ใส่พี่เก้า

เขายิ้มขำ “นมวัวครับนมวันอุ่นๆ ก่อนนอนจะได้หลับสบาย” ยิ้มกว้างขึ้น “คิดไปถึงไหนน่ะเรา”

คิดไปถึงน้องเก้าแปดนิ้วไง

ปัดโธ่เว้ย!

นึกว่าก่อนนอนจะได้อีกสักรอบ เซ็งเลย

อุ๊ย หลุดพูดความในใจดังไปอีกแหละ คีพลุคตอนนี้ยังทันมั้ยครับ

ผมส่ายหน้าเล็กน้อยแล้วหลับตาลงด้วยความง่วงงุนกะจะพักสายตาสักหน่อยแต่ก็หลับไปจริงๆ... ผมถูกปลุกขึ้นในครึ่งชั่วโมงต่อมา

“นับสอง ไปกินข้าวครับ” ตัวถูกเขย่าอย่างแรงจนตื่นขึ้นมา ผมลืมตาขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือก่อนจะผงกหัวรับอย่างมึนๆ กะพริบตาหลายครั้งอยู่กว่าภาพจะชัดแจ๋วขึ้นมา “ล้างหน้าล้างตาก่อนเถอะ”

พี่เก้าพยุงผมให้ลุกขึ้นแล้วพาเดินไปล้างหน้าล้างตา ผมที่เพิ่งตื่นก็ยังไม่ตื่นเต็มตานักเลยถูกหิ้วไปได้อย่างง่ายดาย พี่เก้าจับผมยืนนิ่งๆ แล้วเขาก็เปิดก๊อกน้ำหยิบผ้าผืนเล็กไปชุบน้ำบิดหมาดก่อนจะเช็ดหน้าเช็ดตาให้ผมอย่างเบามือ ความเย็นของมันช่วยให้ผมเริ่มตื่นเต็มตาแล้วจ้องมองดูการกระทำอบอุ่นเอาใจของพี่เก้า

“เพราะว่าผมมีประโยชน์รึเปล่า” จู่ๆ ผมก็ถามออกไป

มือพี่เก้าชะงักเล็กน้อยก่อนจะเช็ดต่อ “ครับ นับสองมีประโยชน์”

ใจผมหายวาบเลย

“พี่เป็นคนที่ทำทุกอย่างหวังผลตอบแทนเสมอ” เขายังคงเช็ดหน้าให้ผม

ผมกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากแต่ก็ทนฟังต่อ

“แน่นอนว่าการทำดีกับนับสอง พี่เก้าก็ต้องหวังผลอยู่แล้ว”

“พี่...หวังผลอะไรจากผม”


“หวังว่านับสองจะรักพี่เก้าไวๆ” 


เขายิ้มบางๆ 


“รัก...ที่ไม่ใช่หลง”


แววตาของเขาสะท้อนความคาดหวังออกมาอย่างชัดเจนจนผมนิ่งคล้ายถูกสะกดไว้ ก่อนที่พี่เก้าจะวางผ้าลงแล้วเดินออกไปก่อน

ผมมองตามไปแล้วยกยิ้มบางที่เข้าไม่ถึงดวงตา

 

“ถ้าแค่หลง... กูจะพยายามขนาดนี้ไปทำไม”

 


-----


แผ่นหลังองอาจเหยียดตรงทุกครั้งไม่ว่าจะเวลาปกติหรือทำงานแต่ในเวลานี้กลับดูอ่อนแรงลงยิ่งต้องแสงสลัวๆ แล้วยิ่งให้บรรยากาศที่หม่นหมองจนรู้สึกเหมือนมีเข็มเล็กๆ มาทิ่มแทง...

“บ้าฉิบ” ความรู้สึกแย่ๆ ตีขึ้นมาในอกทำให้ผมรู้สึกหดหู่เลยอดไม่ได้ที่จะสบถออกมา ยกมือขึ้นตบๆ หน้าตัวเองเพื่อไล่ความย่ำแย่ออกไป

ถอนหายใจเล็กน้อยพร้อมกับกะพริบตาไล่ความขุ่นมัวในดวงตาออกไป วันนี้ผมคงจะเหนื่อยเกินไปด้วยล่ะมั้งเปิดก๊อกน้ำแล้วกวักน้ำขึ้นมาลูบหน้าแรงๆ ความเจ็บและความเย็นทำให้ผมตื่นเต็มตาสร่างง่วงไปเลย

“ใจเย็นสินับสอง ฟู่” จ้องมองตัวเองในกระจกพยายามที่จะปรับอารมณ์ตัวเองแต่พอเห็นสภาพตัวเองในกระจกแล้ว “เหี้ยยยยย ทำไมหน้ากูโทรมแบบนี้!

ความร้าวรานในอกหยุดสะดุดเบรกหัวทิ่มเลยครับ หน้าตาที่เพิ่งตื่นนอนของผมเรียกว่าทุเรศทุรังยังน้อยไป ไม่ต้องพูดถึงเส้นผมที่สระมาอย่างลวกๆ มันแห้งแล้วแต่โคตรฟูเป็นรังนกเลย แล้ววันนี้ก็ออกแรงเยอะเสียเหงื่อไปไม่น้อยหน้าเลยดูซีดกว่าปกติ

โอ๊ยยยย แล้วพี่เก้าก็เห็นผมในสภาพนี้เนี่ยนะ!

                อยากจะร้องไห้แต่ไร้น้ำตาจริงๆ

                ตอนนี้ในหัวผมมีแค่เรื่องจัดการสภาพผีๆ ให้กลับมาเป็นคนก่อน เริ่มจากการล้างหาใหม่อีกรอบ คราวนี้ขโมยโฟมล้างหน้ามาใช้ด้วยจากนั้นก็จัดการกับผมยุ่งๆ หายางรัดผมในกระเป๋ากางเกงมามัดจุกอย่างที่ชอบทำเวลาพักผ่อน

                เนี่ย เป็นคนหล่อไง จัดแต่งนิดเดียวก็กลับมาหล่อแล้ว

                ส่องกระจกเช็กความเรียบร้อย “เรานี่มันหล่อจริงๆ” จบด้วยการชมตัวเองหลังจากมัวแต่วุ่นวายกับตัวเองเลยลืมเรื่องก่อนหน้าไปอย่างรวดเร็วรวมถึงความรู้สึกที่จางหายไป

หมุนตัวเดินกลับไปตามทางเพื่อไปกินข้าวเย็น ออกมาก็เจอกับพี่อ๋องที่กำลังลากชายาอยู่ ผมย่นคิ้วแล้วเดินตามไปคิดว่าพวกเขาน่าจะเดินไปห้องอาหาร ผมที่เพิ่งมาครั้งแรกแน่นอนว่าต้องไม่รู้ว่าห้องไหนอยู่ตรงไหน

แต่เดี๋ยวพอผมมาอยู่ห้องพี่เก้าในฐานะแฟนเมื่อไรให้หลับตาเดินก็ยังได้!

ไม่เชื่อใช่ปะ งั้นทดลองให้ผมมาอยู่สักสามเดือนสิ

แต่อยู่แล้วอยู่เลยนะ ไม่ย้ายออกหรอก

ก็เหมือนกับใจอ่ะ ชอบแล้วชอบเลยไม่เลิกชอบง่ายๆหรอก ฮิ้วววว

“เก้า หยิบจานมาให้หน่อย” ได้ยินเสียงของพี่คิวที่กำลังสั่งพี่เก้าอยู่

ผมเร่งเท้าเดินตามไปอย่างอยากรู้อยากเห็นก็เห็นพี่เก้ากำลังจัดจานอยู่ ส่วนพี่คิวก็กำลังยืนผัดข้าวผัดน้ำพริกเผาของพี่ไนน์อยู่ กลิ่นของน้ำพริกหอมฟุ้งไปทั่วห้องครัว ผมกวาดมองดูห้องครัวขนาดใหญ่อย่างตกตะลึง...

ไอ้เหี้ย ห้องครัวบ้านหรือห้องครัวเชฟระดับโลกกันเนี่ย

ห้องครัวของพี่คิวมีขนาดที่ใหญ่มากๆ แล้วยังมีตู้แช่ขนาดใหญ่ที่พวกร้านอาหารใหญ่ๆ หรือโรงแรมมีด้วย ผมไม่แปลกใจเลยถ้าจะบอกว่าในนั้นมีกุ้งมังกรตัวละแสน เนื้อวากิว ปูอลาสก้า ผมก็เชื่อ!

ผมเดินมองเครื่องครัวเงางามราคาแพงยี่ห้องดังอย่างสนอกสนใจ มีเครื่องมือครบครันทั้งสำหรับทำพวกของคาวและของหวาน ...อา แบบนี้เขาก็ต้องทำขนมอร่อยมากแน่ๆ

พี่ไนน์ที่นั่งเท้าคางมองดูพี่ชายกำลังวุ่นวายอยู่ด้วยท่าทางสบายอกสบายใจพอเห็นผมเดินเข้ามาก็ถามขึ้น “เจ๋งใช่เปล่า”

ผมพยักหน้า “โคตรเจ๋งอ่ะ” ลูบๆ คลำ ดูมีดเล่มสวยที่ลับคมอย่างดี

“นับสอง อย่าเล่นของมีคมสิครับ” คนที่ชอบดุผมเหมือนเด็กก็มีอยู่คนเดียวนั้นแหละ ผมยู่ปากแล้วหันไปมองพี่เก้า เขามองมาที่ผมแต่มือยังคงคีบเส้นสปาเก็ตตี้ออกมาจัดลงบนจาน “ถ้ามีดบาดมือจะเจ็บนะ”

“มีดที่ไหนบาดแล้วมันไม่เจ็บบ้างล่ะ” ผมส่ายหน้ากับการหลอกล่อของเขา เดี๋ยวเถอะ ผมสิบเก้าไม่ใช่เก้าขวบ!

“วางลงแล้วมาช่วยพี่เก้าจัดจานเร็ว”

ท่าทีเขาดูสบายๆ ราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมยอมวางมีดลงแล้วเดินกระแซะๆ ไปหาพี่เก้าวางคางลงไหล่เขาเอาตัวไปเบียดๆ ไม่ได้ช่วยเขาจัดจาน

ก็แบบว่าตัวพี่เก้าหอมมาก

ขอดมต่ออีกนิดนะ

คนที่กำลังจัดจานอมยิ้ม “อะไรเนี่ย อ้อนอะไรเนี่ยเรา” พี่เก้าเหลือบมองผมเล็กน้อยแล้วกลับไปม้วนเส้นสปาเก็ตตี้เป็นคำเล็กๆ “จะเสร็จแล้ว”

“หือ อะไรเสร็จ?” ผมถามซื่อๆ แต่หน้าตาแสดงออกมาหื่น

“สปาเก็ตตี้ครับ” ว้า ไม่เล่นด้วยอ่ะ สงสัยคนเยอะแยะเลยอายล่ะมั้ง

ผมวางมือลงบนเอวของพี่เก้ายังคงเอาคางเกยบนไหล่ของเขา ท่าทางเหมือนสามีกำลังโอบภรรยาเลย

ตำแหน่งรุกของผมกลับมาอีกครั้ง!

บอกแล้วว่าผมมันรุก!

“มัดจุกแล้วน่ารักดีนะ” แจกอ้อยอีกแหละ “แต่นั่นแหละ นับสองทำอะไรก็น่ารัก”

“ไม่ดีใจหรอกนะ” ผมเบะปาก “ผมหล่อจะตาย”

“แต่พี่เก้าหล่อกว่า” ...เออ มึงชนะครับพี่ เห็นผมเถียงไม่ได้ก็ยิ้มพราย “จริงสิ นับสองถ่ายรูปให้พี่หน่อย”

นอกจากโซเซี่ยลตัวพ่อแล้วมันก็บ้ากล้องสุดๆ “ไหนโทรศัพท์พี่ล่ะ”

“ในกระเป๋าข้างขวาครับ” พี่แกบอก ผมก็ใช้มือคลำหาโทรศัพท์ทันที

อืมๆ ต้นขาพี่เก้าแน่นมากเลย

“นับสอง”

เอ๋ กระเป๋าอยู่ไหนเนี่ย

เลื่อนมือลูบๆ ไปทั่วก็ยังไม่เจอกระเป๋าสักที “พี่เก้า ไหนกระเป๋าล่ะ ไม่เห็นเจอ” ว่าไปเล้วก็ยังคงไล้มือหาโทรศัพท์เพราะผมกอดพี่เก้าจากด้านหลังอยู่เลยไม่มีตาดูว่ากระเป๋าอยู่ไหนเลยได้แต่คลำมือลูบๆ ไป

แน่นอนว่ามันคือการลวนลามดีๆ นั่นเอง

จับตรงไหนก็แน่นตึงมือน่าขย้ำจริงเล้ยยย

ผมเลียปากแห้งๆ ของตัวเอง “ไม่เจอโทรศัพท์อ่ะ” ผมว่าด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ

“ก็คงเจอเนอะเด็กหื่น” พี่เก้าว่าด้วยเสียงเอือม แล้วก้มมองลงดูมือผม “นี่มันเป้าพี่”

อุ๊ยตายแล้ว

ก็ว่าอยู่อะไรร้อนๆ เป็นลำๆ ที่แท้ก็น้องเก้านี่เอง

มือลั่นไปหน่อย แต่ว่านะ...พี่เก้ามึงไม่ได้ใส่ชั้นใน!

“เดี๋ยวตื่นจะเมื่อยปากเอานะ” เขาว่าพลางหัวเราะร้ายๆ ผมได้ฟังก็ปล่อยมือทันทีแล้วรีบหยิบโทรศัพท์ในกระเปาเสื้อคลุมออกมา

“เอ้า! จะเอาท่าไหนว่ามา”

“ท่าหกเก้าก็ดีนะ”

“พี่เก้า!

“ไม่ชอบเหรอ เอาท่าหมาเบสิกก็ได้นะ” เขายังคงพูดเรื่องน่าอายได้อย่างหน้าตาเฉยแต่แววตาร้อนแรงที่ทำเอาผมหน้าแดงแจ๋ “เงียบเลย โอ๋ๆ ไม่แกล้งแล้ว”

ผมส่งเสียงฮึออกทางจมูกแล้วสะบัดหน้าหนีพูดแอ้มๆ “ไม่เอาอ่ะ อยากได้สะพานโค้ง”

เรื่องกามๆ อย่ามาพูดให้อาย หน้าอย่างนับสองหรืออาย

เพราะพูดออกมาตามใจคิดเลยถูกพี่เก้าดีดหน้าผากไปที “อ่อยจริงๆ”

ยิ้มอ่อนใส่ไปแล้วยื่นโทรศัพท์ให้พี่เก้ากดปลดล็อก ผมกดเข้าไปที่กล้องถ่ายรูปแล้วถอยออกห่างพี่เก้าเล็กน้อยยกโทรศัพท์ขึ้นมา พี่เก้าเปลี่ยนรอยยิ้มอบอุ่นเป็นสีหน้าอ่อยๆหล่อๆ ที่ทำให้ผมรู้สึกถึงความแตกต่าง

ความอบอุ่นไม่เหลืออยู่มีเพียงความหล่อเหลาที่ชวนให้กรีดร้อง

เขาไม่ได้เก๊กท่าเพียงจัดจานอย่างเป็นธรรมชาติโดยที่ผมต้องเลือกหาจังหวะถ่ายรูปเอง ผมกดถ่ายไปราวๆ สิบยี่สิบรูปก็คิดว่าน่าจะพอแล้ว

“พี่ไปเลือกเอาเองนะ” อืมมม ฝีมือผมนี่แม่งดีเว่อร์น่าจะไปเป็นตากล้องช่างถ่ายภาพนะเนี่ย

“ขอบคุณครับ” เปลี่ยนสีหน้าเป็นอบอุ่นอีกครั้ง แล้วชี้ที่กระเป๋าให้ผมเอาโทรศัพท์หย่อนคืน

กลับมาสนใจสปาเก็ตตี้ในจานใหญ่อย่างสนใจ “ทำไมต้องทำคำเล็กๆ ล่ะ” ผมคว้าส้อมที่วางอยู่ใกล้มาถือ

“นับสองจะได้กินได้ง่ายๆ ไง” เขาว่าพร้อมใช้ส้อมในมือตักกองสปาเก็ตตี้ในจานขึ้นมาจ่อที่ปากผม “อ้ามมม เร็วๆ อ้ามครับคนดี”

ไม่อยากกินสปาเก็ตตี้อ่ะ

อยากกินคนป้อน –แค่ก!

แต่มีป้อนด้วยแหละ ไม่ต้องอิจฉานะ

กลั้นยิ้มไม่อยู่แล้วก็อ้าปากงับ รสชาติกลมกล่อมหอมเครื่องเทศอย่างลงตัวมัน... “อร่อยอ่า”

“แน่นอนว่าต้องอร่อย” พี่เก้าพยักหน้าแล้วยกนิ้วเช็ดมุมปากให้ผม “เพราะพี่เก้าป้อนเองเลยนะ ไม่อร่อยได้ไง”

“เกี่ยวอะ...”

คนที่กำลังอยู่หน้าเตาโพล่งขึ้นเหมือนรอจังหวะมานาน “ฮัลโหล ได้ข่าวว่ากูทำนะ ฮัลโหล!

บรรยากาศสีชมพูแตกกระจายเมื่อเสียงหมั่นไส้ของพี่คิวดังขึ้น ผมถลึงตาใส่พี่คิวอย่างหงุดหงิดจะขัดอะไรนักหนาเนี่ย “คือในห้องไม่ได้มีพวกมึงสองคนนะ”

“พูดง่ายๆ ก็ได้นะพี่คิว” ผมเชิดคางใส่

“ว่า?”

“อิจฉา”

จบคำของผมทั้งพี่เก้าพี่ไนน์แล้วก็พี่อ๋องต่างระเบิดหัวเราะลั่นเว้นแต่ชายาที่เงียบแล้วจิ้มเนื้อแกะที่ถูกหั่นอย่างพอดีคำกินไม่สนใจใคร

“อย่างกูเหรอจะอิจฉา ชาติหน้าเถอะ” พี่แกส่ายหน้าอย่างขยาดแล้วเอาจานข้าวผัดไปให้พี่ไนน์ที่นั่งรออยู่

โต๊ะอาหารอยู่ตรงมุมด้านนอกในพื้นที่ของระเบียงแน่นอนว่าพื้นที่ระเบียงก็โคตรเยอะจนจัดเป็นสวนเล็กๆ ได้เลยช่างเป็นห้องอาหารที่หรูจริงๆ

“คิว ไหนบะหมี่ผัดของพี่ล่ะ” เสียงของพี่อ๋องดังขึ้นเมื่อไม่เห็นจานของตัวเอง

“ไปผัดเอง พี่มันเรื่องเยอะ” พ่อครัวของวันบ่นแล้วนั่งลงข้างๆ กับพี่ไนน์แล้วเริ่มกินข้าวของตัวเองบ้าง

“เฮ้อ ใจร้ายจริงๆ” เสียงบ่นน้อยใจแล้วก็ลุกขึ้น “ชายา อันนี้น้ำ ค่อยๆ กินเดี๋ยวจะติดคอ” แม้พี่แกจะเตือนแต่ชายาก็ไม่ได้ฟังเลยก้มหน้าก้มตากิน

ผมที่เงี่ยหูฟังบทสนทนาอยู่ก็ตื่นใจหันไปหาพี่เก้าที่ยังคงบรรจงกับการแบ่งคำสปาเก็ตตี้ให้ผม

ถ้าผมเป็นง่อยอย่าแปลกใจนะ

เพราะพี่เก้าดูแลผมเกิ๊นนน

พูดเหมือนหนักใจแต่จริงๆ คือ อวด!

“พี่อ๋องทำอาหารได้ด้วยเหรอ” เห็นพี่แกเปิดตู้หยิบแป้งออกมา อย่าบอกนะว่าจะรีดเส้นเอง คือพี่มึงงงง มึงจะได้กินตอนไหน

“ได้” ตอบเสียงเรียบ “พี่เก้าก็ทำเป็นนะ ถึงจะไม่อร่อยมากเท่าสองคนนั้นก็เถอะ แต่ก็ระดับเชฟห้าดาว”

                ถามจริงนะนอกจากแม่เอาอ้อยให้กินแล้ว

ตอนเด็กแม่ยังเอาขิงให้กินอีกเหรอ

                โตมาเลยขิงเก่งเหลือเกิน!

“เอาล่ะ เสร็จแล้ว” จัดอยู่นานก็เสร็จสักที พี่เก้ายกจานของผมแล้วก็จานรีชอตโต้ไปยังโต๊ะกินข้าว ผมหันไปหยิบช้อนส้อมมาอีกคู่สำหรับพี่เก้าแล้วก็เดินตามไป

“จำเป็นต้องเอาใจขนาดนี้มั้ย” พี่ไนน์มองดูจานสปากเก็ตตี้ของผมอย่างเหม็นความรัก “กับน้องกับนุ่งเคยทำขนาดนี้มั้ย!

“มึงเป็นน้องไง” พี่เก้าทำหน้าซื่อ “นี่เมีย”

ยังไม่ได้เป็นเว้ย!

ผมเอาส้อมตีพี่เก้าไปแปะหนึ่งแล้วก้มหน้าก้มตากินพลางมองชายาไปด้วย เหมือนมันจะกินเสร็จแล้ว จานนี่เกลี้ยงเลยครับ มันกินเสร็จก็กินน้ำจากนั้น 

“กลับห้อง”

“ฮะ อ้อ จะกลับแล้วเหรอ” ผมถามพลางหยิบเลขห้องที่ได้จากพนักงานขึ้นมาส่งให้ชายา “นี่เลขห้อง”

“โอ๊ะ ทำไมรู้เลขห้องเราได้ล่ะ” มาอีกแล้ว โอ๊ยยย ไปถามกูเกิ้ลไป!

“สเต็กอร่อยมั้ยครับชายา” คนที่เบี่ยงความสนใจของชายาคือพี่คิว เขาถามเสียงเรียบซึ่งชายาก็หันไปมองจานที่ว่างเปล่า

“เค็มไป” มันพูดตรงผ่าซากมาเลย “เครื่องเทศเยอะไม่ชอบ เนื้อแกะไม่นุ่ม”

วิจารณ์ขนาดนี้เอาตีนไปเหยียบหน้าพี่คิวเถอะชายา

พี่คิวพูดทำอาหารจานนั้นก็ถลึงตาใส่ชายา แต่ชายาหาได้ใส่ใจยกนิ้วขึ้นจิ้มที่หัวเคาะๆ คล้ายกำลังใช้ความคิด “อา... มีโมเดลยังต่อไม่เสร็จ” พึมพำเบาๆ แล้วก็ลุกขึ้น

“จะกลับแล้วเหรอ เดี๋ยวพี่ไปส่ง” พี่ไนน์รีบคว้าแก้วน้ำไปดื่มอึกๆ แล้วก็เดินไปหาชายาเพื่อพาไปส่งห้อง ก็ดี ผมจะได้ไม่ต้องห่วงว่ามันจะหลงทาง

“อ้าว ชายาจะกลับแล้วเหรอ” คนที่กำลังนวดแป้งอยู่ก็เงยหน้ามาถาม “เอาขนมไปกินมั้ย” เป็นประโยคคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบพี่แกหันไปล้างมือก่อนแล้วไปเปิดตู้เย็นหยิบกล่องฟาเรโร่ รอชเชอร์ขนาดกลางออกมา

อะไรจะเอาใจขนาดเน้!

เขาส่งกล่องขนมให้กับชายาที่ยืนเอ๋อๆ มึนๆ อยู่แต่มันไม่รับ “ป๊าบอกว่าไม่ให้รับขนมจากคนแปลกหน้า”

คือมึงแดกข้าวบ้านคนแปลกหน้าไปแล้วชาย๊าาา!

รู้สึกอยากจะส้อมแทงตัวเองจริงๆ

“พี่ไม่ใช่คนแปลกหน้านะครับ” เอ่ยด้วยเสียงนุ่มนวล “พี่เป็นพี่ชายของเก้า แล้วเก้าก็เป็นรุ่นพี่ของชายาก็นับว่าพี่เป็นรุ่นพี่กับชายาได้เหมือนกันเพราะงั้นเราไม่ใช่คนแปลกหน้ากันนะ” พี่อ๋องขมวดคิ้วเล็กน้อย “อ้อ อีกอย่างเราก็เป็นเพื่อนบ้านกันด้วย ไม่ใช่คนแปลกหน้าเลยนะ”

โอ้โห... สกิลแม่งอย่างเทพ

“จริงเหรอ ไม่ใช่คนแปลกหน้าเหรอ” ชายาทวนถามอย่างไม่แน่ใจ

“ครับ ไม่ใช่คนแปลกหน้า” ว่าจบแล้วก็เอากล่องฟาเรโร่ยัดใส่มือชายาก่อนจะหันไปหาพี่ไนน์ “ไปส่งน้องดีๆล่ะ”

“อุ้มไปส่งเลยดีมั้ย” หยอกไปหน่อยแล้วพาชายาเดินออกไป ส่วนพี่อ๋องก็กลับไปทำบะหมี่ของเขาต่อ

ทำไมมีแต่คนรุมดูแลเนี่ย อิจฉานะ!

นับสองก็อยากมีผู้ชายหล่อๆ ล้อมหน้าล้อมหลังบ้างอ่ะ!

“ถ้ายังมองอ๋องไม่เลิก พี่เก้าจะตีแล้วนะ” เสียงเขียวๆ ดังมาข้างหูพร้อมกับฟันที่ขบลงบนติ่งหูของผม

“โอ๊ย เจ็บๆ ไม่มองแล้วก็ได้!” คนอะไรขี้หึงจริงๆ

แต่ในระหว่างที่กินอยู่ผมก็มองดูพี่อ๋องเป็นพักๆ เขาเป็นอาหารตาแหละหนึ่งอีกหนึ่งคือผมค่อนข้างจะสงสัยเลยครับ เขากำลังนวดแป้งทำบะหมี่อย่างตั้งใจ “นี่เขาจะได้กินกี่โมงอ่ะ” อดไม่ได้ที่จะหันไปกระซิบกับพี่เก้าซึ่งเจ้าตัวก็กำลังไถหน้าจอดูทวิตเตอร์อยู่

“อีกสักชั่วโมงล่ะมั้ง” พี่เก้าว่าอย่างคาดเดา “จริงสิ เดี๋ยวพี่ต้องไปทำงานที่เชียงใหม่สองวันนะครับ”

“เหรอ” สีหน้าผมหม่นลงเล็กน้อย “คิดถึงแย่”

“อย่าพูดแบบนั้นสิเดี๋ยวพี่อดใจไม่ไหวจับเราหิ้วไปเชียงใหม่ด้วยจะทำยังไง” พี่เก้าละสายตาจากโทรศัพท์มาคุยกับผม “เราก็ยิ่งน่าลักพาตัวอยู่นะ”

“ก็ลักสิ ใครห้าม” หาเรื่องโดดเรียนที่หนึ่งคือผมเอง

แต่พี่เก้าส่ายหน้า “เห็นว่าประธานก็ไปด้วย ขืนพี่เอานับสองติดไปด้วยคงได้ถูกประธานฉีกอกแน่” เออ ก็จริงนะ

“กลัวเหรอ”

“ไม่ได้กลัวแต่รำคาญ” นั่นพี่กูนะเว้ย!

ผมส่ายหน้าขำๆ กับความตรงไม่มีเลี้ยวของพี่เก้าแล้วรีบๆ กินให้เสร็จจะได้ไปนอนพักสักที ตอนนี้ก็สามทุ่มกว่าแล้วด้วย ปกติก็ไม่ใช่เด็กอนามัยแต่มันเหนื่อยๆ ก็เลยอยากรีบนอน

“ไปเชียงใหม่ให้กูไปด้วยมั้ย” พี่คิวถามขึ้น

“ไม่ต้องหรอก” นายแบบส่ายหน้าพลางกดโทรศัพท์ไปด้วย “ท่านประธานกับพี่ควินซ์ไปด้วย เห็นว่าให้พี่ควินซ์มาเป็นผู้จัดการชั่วคราว”

“ไปเหยียบหางท่านประธานเข้ารึไงเนี่ยถึงโดนตามคุมขนาดนี้” พี่อ๋องถามข้ามห้องมาด้วยความอย่างรู้ พอดีหน้าตาพี่แกดีเกินไปกับคำว่าเสือก

แต่ถ้าหน้ากากๆ อย่างเพื่อนมาร์คของผมใช้คำว่าเสือกก็ดีสาระแนก็ได้

อะไรเอ่ย สองมาตรฐานเหลือเกิน

พี่เก้าเอนหลังพิงเก้าอี้เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะยิ้มแล้วมองมาที่ผม “พอดีไปแย่งน้องสุดรักสุดหวงของเขามาก็เลยถูกจับตา”

พี่อ๋องที่ได้ฟังก็พยักหน้าแล้วยิ้มล้อเลียนให้ผมหน้าแดงหน่อยๆ

ผมก้มหน้างุดแล้วสนใจกินอย่างเดียวจึงใช้เวลาเพียงห้านาทีก็ฟาดเรียบแต่พี่เก้ายังคงเหลืออีกครึ่งจานเพราะมัวแต่เล่นโทรศัพท์ พี่คิวก็เพิ่งกินเสร็จเขาโยนจานมาให้ผม “เอาไปล้าง” มันสั่ง!

“ทำไมผมต้องทำ!

“กูทำให้กินแล้ว! ก็ช่วยล้างหน่อยไม่ได้รึไง”

“ฮึ่ย” เตรียมส่ายหน้า

“ในตู้มีไอศกรีม...” คิดว่าจะได้ผลเหรอ..

“โอ๊ยยย มีจานอีกมั้ยพี่ เดี๋ยวผมล้างให้เอง!”  เออ ได้ผลดีเลยด้วย ผมรับงานไปอย่างจริงใจไม่ได้หวังผลเลย ไม่ได้สนใจไอศกรีมมะนาวเลยสักนิด ไม่เล๊ย ผมหอบจานไปล้างอย่างว่องไว

รวมถึงล้างกระทะตะหลิวเขียงให้เสร็จสรรพด้วย แหม เรานี่มันก็ทำงานบ้านได้ดีจริงๆ เห็นมั้ยพี่เก้ามีผมเป็นแฟนรับรองว่าห้องพี่จะสะอาดวิ้งๆแน่

จนผมล้างครัวให้เสร็จนั้นแหละพี่เก้าถึงกินเสร็จสักที พี่คิวที่เอาไอศกรีมมะนาวใส่ถ้วยรออยู่แล้วก็ส่งให้พี่เก้าส่วนตัวเองก็หนีไปพักและ ณ ตอนนี้พี่อ๋องก็ยังทำบะหมี่อยู่... รอบตัวผมมีใครปกติดีบ้างเนี่ย

ผมเดินตามพี่เก้าไป เขาพาผมแวะไปเอากระเป๋าที่ห้องนั่งเล่นก่อนจะขึ้นไปชั้นสอง สงสัยจะเป็นห้องนอนล่ะมั้ง ผมรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมานิดหน่อยและกระตือรือร้นขึ้นมาอีก

“นอนกับพี่ ไม่มีปัญหาเนอะ”

หน้ามืดปล้ำพี่เก้าเรียกว่าเป็นปัญหาได้มั้ย

“เราก็นอนด้วยกันมาแล้วนี่” ผมพูดไปตามความจริงตอนที่อยู่ที่ค่าย ผมชิงหลับไปก่อนและเป็นคนหลับลึกเลยไม่รู้สึกว่าแปลกเมื่อมีพี่เก้านอนด้วย

“เฮ้อ ไม่ระวังตัวเลยจริงๆ” เขาบ่นอะไรสักอย่างแล้วผลักประตูเปิดออก

นัยน์ตากวาดมองรอบห้องอย่างเก็บรายละเอียด เป็นห้องกว้างโทนสีน้ำเงินเข้มและขาวถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ก็แฝงด้วยความโอ้อวด ดูเนื้อไม้ที่ใช้ทำโต๊ะทำตู้แล้วก็ไม่ใช่เบาๆ

ผมเดินไปนั่งที่โซฟาหน้าเตียงนอนอย่างเด็กดีไม่เดินสะเปะสะปะ พี่เก้าปิดประตูห้องก่อนจะเดินไปที่หน้าตู้เลื่อนบานไม้เพื่อหยิบกระเป๋าเดินทางขนาดกลาง “พรุ่งนี้ไปกี่โมงเหรอพี่เก้า”

ถามพลางตักไอศกรีมรสมะนาวไปด้วย อืม อร่อยกว่าตามห้างเยอะเลยสงสัยพี่คิวจะทำเองล่ะมั้ง นี่ถ้าผมอยู่กับพี่คิวมากๆ คงอ้วนตายห่าแน่ คนอะไรหน้าตาก็ดี ทำอาหารก็อร่อย เสียอย่างเดียวปากหมาฉิบหาย กัดได้กัดดีสงสารแฟนในอนาคตจริงๆ

“ขึ้นเครื่องเจ็ดโมงครับ” ตอบแล้วก็เลือกเสื้อในตู้ออกมาวางบนเตียง “พรุ่งนี้เช้าใส่เสื้อของพี่ก่อนแล้วกันนะ แล้วเดี๋ยวไนน์ไปส่ง”

“พรุ่งนี้ผมนั่งแท็กซี่กลับก็ได้”

“ไม่เถียงพี่เก้าสิ” ดุเล็กน้อยแล้วหยิบเสื้อขึ้นมาสองตัว “ตัวไหนดีนับสอง”

ใช้ช้อนตักไอศกรีมชี้ไปที่ตัวสีดำ “คอกว้างดี ผมชอบ” เวลาก้มๆ ก็จะเห็นแผงอกวับๆแวมๆ เซ็กซี่เบอร์แรง อ๊อย

พี่เก้าพยักหน้าไม่ได้รับรู้ความในใจของผมเท่าไหร่ หันไปเลือกอีกสองสามตัว ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดูกลุ่มไลน์บ้านพี่เก้าที่มีข้อความกว่าสองร้อยแล้ว เหลือบตาขึ้นมองเล็กน้อยก็เห็นพี่เก้ากำลังวุ่นกับเตรียมกระเป๋าเลยสบายใจแต่ก็ระวังไว้

ขยับไปนั่งพิงที่วางแขนของโซฟาหันหน้าไปทางพี่เก้าเพื่อที่จะได้รู้ทุกการเคลื่อนไหว เปิดดูข้อความในกลุ่มก็เห็นกำลังพูดคุยถึงงานในวันพรุ่งนี้ที่จัดที่เชียงใหม่ เป็นการเปิดตัวสินค้าในห้างดังมีสิทธิพิเศษของการซื้ออีกแล้ว

ผมมองดูรายละเอียดแล้วก็ถลึงตาใส่อย่างโมโห ใครมันจัดโปรแบบนี้เนี่ย! สิบผู้โชคดีจะได้ดินเนอร์สุดโรแมนติกที่ร้านอาหารริมน้ำกับพี่เก้าโดยจะเป็นการจับฉลากโดยนับเป็นทุกการซื้อสินค้าห้าพันบาทจะได้หนึ่งสิทธิ์

โอ๊ยยย ถ้าผมว่างไปสาบานเลยว่าจะซื้อสักพันสิทธิ์!

มีเงินอย่างเดียวไม่พอ ผมต้องโง่ด้วยนะ

จะไปซื้อทำไมเล่า ในเมื่อมีพี่เก้าอยู่ด้วยตลอดจะกินข้าวมื้อไหนเมื่อไหร่ก็ได้!

มีพี่เก้าเป็นของตัวเองนี่มันดีจริงๆ

ลืมตัวไปหน่อยว่าตอนนี้ผมไม่ได้อยู่ในฐานะแฟนคลับบ้าดาราเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่เห็นว่ามีตารางงานเพิ่มมาอีกเป็นการจัดมีตติ้งกับแฟนๆ มันเป็นการจัดแบบกะทันหันซะด้วย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าป๋าจงใจยัดงานพี่เก้าเหนื่อยตาย

แม้พี่เก้าจะเป็นนายแบบแต่เขาก็เรียกว่าไอดอลได้เหมือนกัน ฐานแฟนคลับก็ไม่ธรรมดาแถมกำลังจะก้าวไปยังวงการละครซีรี่ส์อีก ไม่แปลกที่เขาจะมีงานสารพัดรวมถึงจัดมีตติ้งด้วย บางครั้งที่นักร้องในสังกัดของป๋าจัดคอนเสิร์ตพี่เก้าก็ได้เป็นแขกรับเชิญตลอด

สรุปคือ...พี่เก้าคือตัวเรียกเงินตัวขายของบริษัทเลยก็ว่าได้

บางทีผมอาจจะไม่ได้มีประโยชน์กับพี่เก้าจริงๆ นั่นแหละ แต่เป็นพี่เก้าต่างหากที่มีประโยชน์ต่อธุรกิจของบ้านผม...

จ้องมองตัวอักษรข้อความด้วยความสับสนวูบหนึ่งแล้วก็เห็นโปรเจคที่แฟนๆ เชียงใหม่จะเซอร์ไพร์สพี่เก้ารวมถึง มีโดเนทเงินเพื่อทำบุญในชื่อพี่เก้าและแฟนคลับให้โรงเรียนบนเขาด้วย ผมเลื่อนแอพพลิเคชั่นไปที่ไปแอพของธนาคารกสิกรเพื่อกดโอนเงินร่วมโดเนท

กรอกเลขไปสี่หลักไม่ได้มากหรือเยอะเกินไปจากนั้นก็แจ้งให้แอดมินกลุ่มในแชทส่วนตัว ผมกับเธอพูดคุยกันเล็กน้อยก่อนจะตัดบทสนทนาเมื่อพี่เก้าเงยหน้าขึ้นมา

“นับสองง่วงก็นอนก่อนได้เลยนะ เหนื่อยมาทั้งวัน” เอ่ยพร้อมกับวางผ้าห่มผืนใหม่บนเตียง “พี่เก้าขอจัดกระเป๋าอีกแป๊บ”

“อ่าฮะ” ตอบรับไปเบาๆ แล้วก็คุยแชทกับแฟนคลับในกลุ่มที่อยู่เชียงใหม่เล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปทำธุระส่วนตัวแล้วคลานขึ้นไปนั่งบนเตียงมองดูพี่เก้าที่กำลังจัดกระเป๋าอยู่อย่างเพลินตา

บางครั้งการได้นั่งจ้องนั่งมองแบบนี้มันก็รู้สึกดีชะมัด

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่จนกระทั่งพี่เก้าจัดกระเป๋าเสร็จ เขาเห็นผมยังไม่นอนก็แปลกใจ “นอนได้แล้วนับสอง หรือพี่เก้าไม่นอนด้วยแล้วนอนไม่หลับ หือ?”

“คงงั้นมั้ง” ไม่รู้ไม่ชี้แล้วล้มตัวนอนดึงผ้าห่มขึ้นมา เห็นผมไม่เล่นด้วยก็เดินไปทางห้องน้ำแทน

ผมเห็นว่ามันห้าทุ่มแล้วก็สมควรที่พี่เก้าจะเร่งรีบเข้านอนเพราะเขาต้องไปทำงานแต่เช้า พอออกจากห้องน้ำก็ไปที่หน้าโต๊ะกระจกหยิบไนท์ครีมขึ้นมาบำรุงหน้าสารพัด

“อะไรจะดูแลขนาดนั้น” ผมว่าขึ้น “หล่อจนไม่รู้จะหล่อยังไงแล้ว”

“งานของพี่มันต้องขายหน้าตานะครับ” เขาว่าแบบนั้นก่อนจะปิดกระปุกครีม “แล้วอีกอย่างถ้าไม่หล่อเดี๋ยวนับสองไม่สนใจ”

ผมเงียบแล้วกระตุกยิ้ม “พี่เก้าคิดว่าผมชอบคนที่หน้าตาขนาดนั้นเลยเหรอ”

เขาไม่ตอบแปลว่ายอมรับ ผมเบือนหน้าไปอีกทาง...

“เอาล่ะ เรานอนกันดีกว่านะ” เขายิ้มอบอุ่นเหมือนเดิมแล้วเดินมาเปิดไฟที่หัวเตียงก่อนจะเดินไปปิดไฟดวงใหญ่กลางห้อง ผมเห็นพี่เก้าถอดเสื้อคลุมออกแล้วโยนไปที่โซฟา

นี่เขาคิดจะนอนเปลือยท่อนบนกับคนหื่นกามแบบผมเหรอ!

ช่างล่อเสือนับเหลือเกิน!

ระวังจะถูกกินไม่เหลือคราบนะ เดี๋ยวจะหาว่าเสือนับไม่เตือน

ก่อนจะล้มตัวนอนเขาก้มหน้าลงมีจูบหน้าผากผมเบาๆ ซึ่งทำให้ผมอึ้งไม่น้อยราวกับว่านั้นคือสิ่งที่เขาทำเป็นประจำ ทุกอย่างล้วนเป็นธรรมชาติจนผมเผลอคิดว่าตัวเองกับพี่เก้าเราเป็นคู่รักที่อยู่ด้วยกันมานาน

ผมสับสนจนนอนไม่หลับแต่ไอ้คนที่ทำให้ผมวุ่นวายใจกลับนอนสบายใจเฉิบ ผมพลิกตัวไปมาอยู่นานจนทนไม่ไหว “พี่เก้า”

ยังคงปิดเปลือกตา “หือ ว่าไงครับ”

“ผมไม่ง่วงแล้วอ่ะ” เออ เพราะมึงเลยพี่ มึงต้องรับผิดชอบ ผมพลิกตัวขึ้นแล้วเท้าคางนอนมองพี่เก้าเพราะยังเปิดไฟที่หัวเตียงอยู่เลยเห็นเสี้ยวหน้าคมสันใต้เงาไฟ

“แล้ว?” ลืมตาขึ้นช้าๆ

“เรามาหาอะไรทำกันดีมั้ย” ยิ้มให้แล้วถามความเห็น

เสียงทุ้มถามกลับ “แล้วทำอะไรดีล่ะครับ”

“ผมถามพี่อยู่นะ ไม่ใช่ให้พี่มาถามกลับ” วางมือลงบนอกของพี่เก้าแล้วเกลี่ยนิ้วเป็นวงกลม ดวงตาคมดุเลื่อนลงมามองแล้วยิ้มเอ็นดู

“ดูหนังมั้ยเด็กยั่ว”

เอาเข้าไป เด็กลามกเอย เด็กหื่นเอย ล่าสุดเด็กยั่ว ต่อไปจะเป็นอะไรเนี่ย

“หนังโป๊เหรอพี่” แค่กๆ หลุดปากไปซะแล้ว

คนที่นอนอยู่หัวเราะออกมาเบาๆ แล้วส่ายหน้ายกมือขึ้นมาดีดหน้าผากผมอีกแล้ว “เป็นเด็กเป็นเล็กมาดูหนังโป๊”

“พี่ก็ดูปะ” ผมสวนกลับ โธ่ เป็นผู้ชายเหมือนกันทำไมจะไม่รู้สันดาน

“พี่ดูเอวี”

“แล้วมันต่างกับหนังโป๊ตรงไหน!” เส้นเลือดในสมองกระตุกเลย ผมถอนหายใจทิ้งไปเล็กน้อยแล้วพูดจริงจัง “ทำให้ผมง่วงหน่อย”

พี่เก้าทำหน้าครุ่นคิดแล้วถามอย่างลังเล “แน่ใจนะว่าจะให้พี่ช่วย”

“ใช่”

“โอเคๆ” พี่เก้าพยักหน้าแล้วขยับตัวลุกขึ้นหนัก “แต่ถ้าทำแล้วต้องนอนนะ”

ฉีกยิ้มรับคำแล้วรอคอย ผมรออยู่นานพี่เก้าก็ไม่ขยับสักที เขาลุกจากเตียง... เฮ้ย ไปไหน! ผมมึนงงตามไม่ทันแต่เห็นเขาไปหยุดที่ชั้นหนังสือแล้วหยิบหนังสือมาหนึ่งเล่ม

จากนั้นก็กลับมาที่เตียงโดยเปิดไฟที่หัวเตียงอีกข้างเพิ่มความสว่างอีก มองดูอย่างลุ้นระทึกว่าจะทำอะไรก็เห็นพี่มันขยับเข้ามานั่งพิงหัวเตียงแล้วจับผมนอนลงที่ตักนุ่ม

พี่เก้าเปิดหนังสือออก

“ตกลงจะทำอะไรเนี่ย” ผมถามออกไป

รอยยิ้มละมุนปั่นป่วนใจถูกส่งมา เขย่าหนังสือในมือเล็กน้อย “ก็อ่านนิทานก่อนนอนให้ฟังไงครับ”

อะไรนะ!

ผมโตขนาดนี้แล้วจะไปหลับกับการเล่านิทานแบบเด็กได้ไง!

ตอนแรกก็คิดว่าแค่ล้อเล่นแต่ “กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในดินแดนอันห่างไกลมีเด็กสาวคนหนึ่งผิวขาวราวหิมะชื่อว่าสโนว์ไวท์...” เรื่องสโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ดไปอีก!

“พี่เก้า... ” ผมจะบอกว่าไม่ต้องเล่าแล้ว

ยกนิ้วแตะที่ปากตัวเอง “ชู่วว พี่กำลังเล่านิทานอยู่ ตั้งใจฟังสิ”

“ฮือ...” ผมผิดไปแล้ว

“ต่อนะ สโนว์ไวท์ถูกเลี้ยงดูโดยราชินีใจร้าย...” น้ำเสียงเบาสบายเอ่ยเล่าเรื่องอย่างตั้งใจเนิบช้า แววตาดูมีประกายของความสุขที่ได้กลั่นแกล้งผม

เขาอ่านต่อไปเรื่อยๆ ด้วยน้ำเสียงสูงๆ ต่ำๆ จนให้ผมเคลิบเคลิ้มและเพลิดเพลิน ความง่วงงุนจู่โจมอีกครั้งพาให้จมลงสู่ห้วงลึกอย่างช้าๆ และหลับไปในที่สุด

 

เมื่อเห็นว่าเด็กช่างยั่วหลับไปแล้ว คนเล่านิทานก็ค่อยๆ หยุดเสียงลงแล้วยิ้มกว้างอย่างขบขันและเหลือเชื่อไม่คิดไม่ฝันว่าจะหลับไปเพราะการเล่านิทานจริงๆ

อดไม่ได้ที่จะยกมือจับหน้าอกด้านซ้ายภายในนั้นกำลังเต้นระรัวเหมือนทุกครั้งที่ได้ใกล้ชิดกับเด็กช่างอ่อยคนนี้

“อย่าน่ารักให้มากจะได้มั้ย”

“...”

“แค่นี้พี่เก้าก็รักจนแทบบ้าแล้ว”

 

 


                


----

บัดซบ... ฉันหยุดยิ้มไม่ได้เลย
อ๊ากกกกกกก จะสิงนับสองงงงงงง
เป็นตอนที่หลากอารมณ์หน่อยๆ

#นับเก้ารัก

ติดตามเดือนพรายกันได้เพจเเละทวิตเตอร์

https://www.facebook.com/DuanPhrai/

เเละ

https://twitter.com/PhraiPimmy_






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9.418K ครั้ง

759 ความคิดเห็น

  1. #56039 คุโระ ฮานะ (@063267) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 21:38

    ฮืออมันเป็นความฟินที่ทำไมชั้นรู้สึกหน่วงๆล่ะ
    #56039
    0
  2. #55670 loveseriesY (@loveseriesY) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 07:05
    หนูอิจฉาเขาจังเลยค่ะ อยากอยู่ตรงนั้นบ้างจังเลย อิอิ
    #55670
    0
  3. #54937 May Ling Pcm (@maylingpcm) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 22:52
    พีคตรงเล่านิทานก่อนนอนนี่แหลพ
    #54937
    0
  4. #54636 beeya1 (@beeya1) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 17:37
    ครอบครัว4หนุ่มหล่อนี้ ลึกลับมาก มีเบื้องหลังอะไรน้ะ

    แล้วชายา มีผลประโยชน์ยังไง

    อยากรู้อ่ะ
    #54636
    0
  5. #54290 similak (@similak) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 00:46
    อยากสิงนับบ พี่เก้าคือดีงาม
    #54290
    0
  6. วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 21:02
    ทำไมพี่อ๋องจำชายาไม่ได้อะ บ้านพี่เก้าดูมีเบื้องลึกแหะ
    #54033
    0
  7. #53683 puppywang (@2543660) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 23:40
    น่ารักแบบโคตรของโคตรน่ารักเลยแม่มม อยากมีพี่เก้าเป็นของตัวเอง
    #53683
    0
  8. #53404 Mareemintty (@Mareemintty) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 08:49
    เกิดอะไรขึ้น ทำไมชายาจำอ๋องไม่ได้ อ๋องจำชายาไม่ได้นี่พอเข้าใจว่าอาจจะจงใจเพราะมีแผนอะไรบางอย่าง แต่ชายานี่ไม่น่าทำแบบนั้นได้ เอาเป็นว่าจะไปรอติดตามในเรื่องของชาขานะคะ รอค่าาาา
    #53404
    2
    • #53404-1 Lotsarin (@Lotsarin) (จากตอนที่ 28)
      14 มีนาคม 2562 / 03:13
      พวกเขามีซัมติ่งไรกันหรอคะ? แนะนำเรื่องให้หน่อยค่ะ ตามไม่ทัน:^
      #53404-1
  9. #51943 พริกไทยไทย (@kvangt) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:09
    ชีวิตจริงมีใหมแบบนี้
    #51943
    0
  10. #50383 Hummai (@15975347) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:54
    นับสองนี่มีพี่สองคนใช่ป่ะ หรือจำผิด?? เเล้วถ้ามีนี่พี่อีกคนจะออกตอนไหนอ่ะ? ต้องพีคมากเเน่ๆ
    #50383
    0
  11. #50375 ☪пʏx (@yohime-sama) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:58

    พอย้อนมาอ่านละแบบ เนี่ย พี่เก้า รู้สึกดีก็บอกน้องมันไปสิ น้องมันก็เข้าใจผิดอีก ผชในเรื่องรอบๆตัวนับสองนี่คือแบบ ชอบเงียบอ่ะ มีอะไรไม่พูด ไม่บอก

    #50375
    0
  12. #49569 jum_imm_aim (@jum_imm_aim) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 07:44
    4 หนุ่มบ้านนี้น่ารักอ่ะ
    #49569
    0
  13. #49354 Peemai4 (@Peemai4) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 01:09
    น่ารักมากค่ะ
    #49354
    0
  14. #46184 แป้งเกียว (@siripachara) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 15:14
    โง้ยยยยยยย พี่
    #46184
    0
  15. #45556 Miko_Chan2002 (@Miko_Chan2002) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 04:43
    อ่านของชายาก่อนแล้วมาอ่านอันนี้ คิดว่าหลังจากนี้ต้องมีมาม่าแน่ๆ ถ้าเอาตรงๆสงสารสุดก็ชายา ฮืออออ ชายาลูก ไม่เป็นไรนะ ใครไม่รักยังมีเรา--แค่ก--//โดนพี่อ๋องตรบ
    #45556
    0
  16. #45526 Payawa (@butterfly-white) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 19:37
    ไม่ใช่ว่าพี่เก้าชอบนับอยู่ก่อนแล้วนะ แต่ไม่รู้จะเข้าหายังไง จนนับเข้ามาหาเองงงง / มโนไปอี๊กกกก
    #45526
    0
  17. #45014 11507416p (@11507416p) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 18:43
    หยุดยิ้มไม่ได้เลยยยย
    #45014
    0
  18. #44609 Just Right (@kae-7-) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 03:37
    สนุกมากกกก...
    แต่แอบงงนิดนึงเราอ่านชายา...พี่อ๋องเจอน้องตั้งแต่มัธยมแล้วนี่นา แต่เรื่องเก้านับชายาอยู่ปี1แล้วพี่อ๋องยังไม่รู้จักน้อง

    แต่สนุกมากค่ะไรท์ จะติดตามทุกเรื่องเลยนะคะ^^
    #44609
    0
  19. #42172 น่องขาหมู (@bellzatail) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 20:42
    งงในความอ๋องกับชาย๊าาาา!! #ชายาต้องมา #ไนน์ต้องมี 55555
    #42172
    0
  20. #41006 Zer_Cya (@Zer_Cya) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 18:03
    ต้องทำบุญด้วยอะไรถึงจะได้เกิดเป็นนับสองอ่ะ
    #41006
    0
  21. #37036 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 18:07
    พี่เก้าแม่งไม่ขยายความให้อีน้องฟังอ่ะ
    #37036
    0
  22. #35448 -PeMiGa- (@-PeMiGa-) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 12:30
    ทำไมพี่อ๋องจำน้องไม่ได้อะะะะ ชายาคือน่ารักมากๆ แล้วพี่อ๋องก็หลอกล่อน้องได้โคตรเก่ง พี่เก้าก็ละมุน แต่สงสารนับสองตรงที่พี่เก้าคิดว่าน้องชอบที่หน้าตาอะ ฮืออออ ลูกกกกก
    #35448
    0
  23. #33862 SUNOBA (@OTAKUYaoi) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 15:41
    ชายาคู่ใครนะ เดี๋ยวต้องไปดู
    #33862
    0
  24. #33796 momyimwiv (@momyimwiv) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 / 00:36
    ทำไมอ๋องถึงจำชายาไม่ได้อ่ะ แล้วทำไมชายาถึงไม่เรียกอ๋องว่าคนฮีโร่อ่ะะ เรางงงงง ทำไมมมมง่าาาา
    #33796
    0
  25. #33403 rattanalak44 (@rattanalak44) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 18:56
    นับสองมีคุ่แล้ว ชายาจะมีคู่มั้ยอ่ะ ลุ้นๆ
    #33403
    0