นับ เก้า รัก [YAOI]

  • 300% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 3,349,274 Views

  • 57,125 Comments

  • 57,921 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    157,393

    Overall
    3,349,274

ตอนที่ 26 : อ้อยคว่ำครั้งที่ 25

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 111165
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10650 ครั้ง
    15 ส.ค. 61

                

บทที่ 25





                  “คิดจะเอาชนะกู มันยังเร็วไปล้านปี”

 

                เดินต่อไปพลางคิดถึงคำพูดเเเละท่าทางมื่อกี้…

                

               แม่ง...ผมนี่มันหล่อเกินไปจริงๆ

                เฮ้อ หนักใจในความหล่อจัง



               ผมสาวเท้าเดินมายังม้านั่งด้วยอาการเหนื่อยหน่ายๆ ผมเลิกสนใจไอ้ตันหย่งแล้วหันมาจะหาน้ำมาดื่มดับกระหายแต่ว่า

                “เหี้ยยย มึงชู้ตได้ไงวะ!” พี่ลมเข้ามาถึงตัวผมเป็นคนแรกแล้วเขย่าอย่างแรงด้วยความตื่นเต้น “มึงแม่ง! เจ๋งว่ะ!

                ของมันแน่อยู่แล้ว นี่นับสอง พ่อทุกสถาบันนะครับ!

                “เชี่ย มึงเล่นดีไปแล้ว!” พี่ซีนยังชมผมเลย

                “มึงแม่งโคตรเท่!” เดี๋ยวนะไผ่ ถ้าจำไม่ผิดมึงอยู่คณะเกษตรซึ่งเป็นคณะเดียวกับไอ้ตันหย่ง

                “มึงไปเรียนมาจากไหนวะ โคตรเมพ” นาวาเองก็ถามอย่างสนอกสนใจ

                คือตอนนี้ผมอยู่ในวงล้อมของผู้ชายหน้าตาดีกว่าห้าคน แถมทุกคนก็มายื้อยุดจับแขนดึงเสื้อผมอย่างตื่นเต้นปนอยากรู้

                แม่ครับ ผู้ชายรุมล้อม

ผู้ชายรุมแย่ง

                ฟินอ่ะแม่ ฮืออ

                ผมกำลังฟินได้ที่จนลืมแม้แต่จะกินน้ำก็ลืมไปแล้ว ผมคลี่ยิ้มหน้าบานรู้สึกแพรวพราวเหลือเกินแต่สุขได้ไม่ถึงสิบห้าวินาทีดี

                “ทุกคนปล่อยนับก่อน” คนหัวขาวเดินหน้ายิ้มแย้มแต่แฝงด้วยความเย็นชาเต็มเปี่ยมทำเอาทุกคนหยุดการรุมแย่งผมทันที พี่เก้าเบียดตัวกระแทกพี่ลมออกไปแล้วส่งน้ำขวดเดิมมาให้ผม “น้ำครับ”

                “เขาหวงกันแหละมึง” นาวาป้องปากกระซิบกับไผ่

                “อยากให้กูหวงมึงบ้างปะ” ไผ่เกี่ยวแขนนาวา “นาวา เราก็หิวน้ำ”

                นาวาหยิบน้ำจากถังน้ำของคณะวิศวะมาจ่อปากไผ่ “นี่น้ำครับไผ่ กินดีๆล่ะ ระวังสำลัก”

                พี่เก้ามองดูรุ่นน้องพี่หนึ่งสองคนทำท่าทำทีล้อเลียนก็ไม่ได้ว่าอะไรเพียงแค่ขำออกมาเบาๆ ผมจิกตาใส่ไอ้สองตัวกวนประสาทก่อนจะดื่มน้ำแก้กระหายแต่ไม่ได้ดื่มเยอะเพราะมันจะจุก

                “แล้วนี่มึงไม่ไปดูเพื่อนคณะมึงหน่อยเหรอ” หลังจากดื่มน้ำ ผมก็ถามมัน

                ไผ่หยุดสะดีดสะดิ้งเล่นกับนาวาแล้วหันไปมองทางด้านคณะตัวเอง “ไม่อ่ะ กูไม่ชอบขี้หน้ากลุ่มนั้น”

                ผมพยักหน้าหงึกหงักเป็นการรับรู้

                “แต่ว่านะฝีมือไอ้ตันหย่งมันก็ไม่ได้มีแค่นี้” ไผ่กลอกตาไปมา “ระวังควอเตอร์สองกับสาม มันน่าจะบุกหนักตั้งแต่เริ่ม”

                “ถ้ามันคิดว่าทำได้น่ะนะ” ผมหัวเราะอย่างชั่วร้าย “โอ๊ย! เขกหัวผมทำไมพี่เก้า”

                หยุดคุยกับไผ่แล้วหันไปหาคนข้างๆ ที่ทำหน้านิวคิ้วขมวดแล้วพอผมหันมาก็ทำเงียบใส่

                “เป็นอะไรพี่”

                “นับสองไม่สนใจพี่เก้า”

                “ฮะ”

                “พี่เก้าน้อยใจ”

                ผมอ้าปากค้างแถมเหวอหนักมากที่พี่เก้าพูดแบบนี้แต่ก็มาครุ่นคิดว่าตั้งแต่ออกสนามมาก็ยังไม่ได้มองหรือคุยกับพี่มันเลยแต่ว่าก็ไม่คิดว่าเรื่องเล็กๆน้อยๆแค่นี้เขาก็ออกอาการน้อยใจชัดเจน

                คิดแล้วก็หลุดยิ้มออกมา ทำไมพี่เก้าน่ารักแบบนี้!

ทุบหัวใส่กระสอบ

แบกกลับบ้านได้มั้ย

นับสองจะไม่ทน!

“เร็ว ปลอบพี่เก้าสิ สนใจพี่เก้าหน่อย” พี่เก้าทำหน้านิ่งๆ แล้วส่งเสียงเรียกไม่พอยังกระตุกเสื้อบาสชุ่มเหงื่อผมไม่หยุด “พี่เก้าจะโกรธแล้วนะ”

เอาพี่เก้าไปเก็บทีได้มั้ยก่อนจะผมจะกระโจนไปจูบพี่มัน

โหมดไหนก็ละลายไม่อ่อนโยนต่อใจ!

“พอพี่ พอ!” ผมผลักพี่เก้าไปทีหนึ่ง “เลิกแกล้งอ่อยด้วยหน้าตาลูกแมวได้แล้ว!” คำรามเสียงสั่นแล้วจ้องหน้าพี่เก้าอย่างโมโหแก้มหน้าแดงๆ

คนถูกแฉเพียงเปลี่ยนสีหน้าแบบเด็กๆ มายิ้มบางแล้วเลิกคิ้ว “เลิกก็ได้ นึกว่าชอบอะไรน่ารักซะอีก”

“ผมชอบสิ่งของน่ารักเล็กๆ แต่คนน่ะ ผมชอบหล่อๆ!” เหี้ย! หลุดปากดังไปหน่อยทำเอาทั้งสนามหันมองจ้องผมอย่างตกใจ ผมรีบก้มหน้างุดหลบตาจากทุกคนเลยไม่ทันเห็นว่าพี่เก้ากำลังพอใจมากๆ ก่อนที่จะกวาดมองไปรอบๆ สนาม

“ถ้าชอบคนหล่อแล้วในสนามนี้”

“...” จะทำอะไรอีก!  ผมขายหน้าจนไม่รู้จะขายยังไงแล้วนะ!

“ใครหล่อสุดเหรอครับ ใช่พี่เก้าของนับสองรึเปล่า”

ตู้ม!!

                เหมือนได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นจนทำเอาหัวและหูวิ้งไปหมด เมื่อแปลความหมายของประโยคเมื่อกี้ได้ก็คือถ้าชอบคนหล่อ พี่เก้าโคตรหล่อแทบจะที่สุดในสนามก็คือผมชอบพี่เก้า

                นี่มันไม่ได้แจกอ้อยแล้ว มันปาใส่เลยครับ! ปาแบบฟาดกระแทกหัวล้มน็อคเห็นฟ้าเหลือง เอ๊ย เห็นดาวเลยครับ

                “ไม่” ผมพยายามจิกเนื้อดึงสติ “ผมหล่อที่สุด!

                ใช่แล้ว วันนี้ผมคือดาวเด่นของงาน

                ผมก็ต้องหล่อสุด!

                คนฟังเอียงคอแล้วจ้องหน้าผม “พี่ว่านับสองเหมาะกับคำว่าน่ารักมากกว่า”

                มันเก็บทุกเม็ดไม่มีตกไม่มีเหลือจนผมจะเป็นเบาหวานตายแล้ว น้ำตาลในเลือดสูงจนไม่รู้จะสูงยังไง ผมพยายามผ่อนลมหายใจบังคับให้จังหวะของหัวใจเต้นช้าลงหน่อยเพราะมันเต้นเร็วจนเหนื่อยฉิบหายแล้ว ในสนามยังไม่เหนื่อยเท่านี้เลยครับคุณ

                แต่พอเจอหน้าพี่เก้าแม่งเหมือนไปวิ่งมาสักร้อยกิโลเมตร

                พี่เก้านี่มันภัยอันตรายต่อหัวใจจริงๆ

                “ไม่เขินหรอก” ผมเบะปากใส่คนขี้อ่อยแล้วดื่มน้ำอีกอึกสั้นๆ “วันนี้ผมเล่นดีมากใช่มั้ยพี่เก้า”

                “แล้วทำไมว่ายน้ำไม่เก่งแบบนี้บ้างล่ะ หือ?” ย้อนมาซะภาพความอนาถลูกหมาหล่อๆ ตกน้ำจมน้ำเมื่อคร่าวก่อนทันที

                “คนเรามันก็ต้องมีเรื่องที่ไม่เก่งบ้างสิ!” ยังไม่ทันได้ต่อล้อต่อเถียงต่อก็มีเสียงดังเฮจากฝั่งเกษตรทำให้ผมกับพี่มันรีบหันไปมอง

                “ไอ้ฮิมมาแล้ว!

                “ชนะแน่ๆ มึง!

                “วิศวะจบเห่แน่!

                ผมรีบหันไปมองเลยครับ ใครวะ มาสายยิ่งกว่าผม จะเด่นกว่าเหรอ! ไม่ยอม!

                แต่พอเห็นเท่านั้นแหละนัยน์ตาผมวิบวับราวกับดวงดาวในท้องฟ้าตอนกลางคืนทันที เมื่อมีผู้ชายคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น เขาใส่ชุดทีมบาสของเกษตร ดูท่าคงมาสายล่ะมั้งแต่นั้นไม่น่าสนใจเท่าใบหน้าหรอก

                ใช่แล้วครับ มันหล่อ หล่อเหี้ยๆ หล่อแบดสุดๆ ด้วยจนเสียงหนึ่งดังขึ้นเป็นคำถามที่ทุกคนอยากถามที่สุด ณ เวลานี้

                “ไผ่ มึงมาเป็นเดือนได้ไงวะ”

                เออ อันนี้เห็นด้วย ไม่ใช่ว่าไผ่ไม่หล่อนะแต่มันจัดในกลุ่มน่ารักไง เทียบกับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกผมนี่แล้วคือหล่อจริงจังเทียบชั้นกับพวกผมได้เลยนะ ที่ดูเป็นเอกลักษณ์สุดคือมันทาเล็บสั้นๆของตัวเองเป็นสีดำ มันไม่ได้ดูสาวดูแต๋วเลยแต่ยิ่งทำให้มันดูดาร์กๆ แถมยังสักตัวอักษรบนข้อนิ้วทุกนิ้วอีก บอกเลยว่าผมเพ่งมองหนักมาก

                โอ๊ย เจอผู้ชายหล่อแล้วอยากตรงเข้าไปลวนลาม

                ไม่รู้ว่าผมจ้องมากไปหรือมันปฏิกิรยาไวก็หันมาสบตาผมได้อย่างรวดเร็ว รู้สึกหน้าร้อนทันทีที่ถูกจับได้ที่แอบมอง ส่วนมันก็แค่กระตุกยิ้มให้ผมทีหนึ่งก่อนจะถูกเพื่อนเรียกไป

                “นั่นใครวะ” ผมถามขึ้นอย่างสนใจ

                สนใจและรู้สึกว่าหน้ามันคุ้นๆ

                แต่นึกไม่ออกว่ามันเป็นใคร

                พี่เก้าขมวดคิ้วแล้วหยิกแก้ม “ทำไมครับ ชอบเหรอ”

                “ไม่ใช่!” ผมรีบส่ายหน้าแล้วหาเหตุผล “ท่าทางมันดูน่ากลัว ฝีมือบาสน่าจะไม่ใช่เล่น ผมเลยอยากรู้ไงพี่” ไม่ได้สนใจมันเลยจริงๆนะ แต่เข้าสนามเมื่อไหร่พ่อจะสไลด์ๆทัชๆกล้ามอย่างเนียนๆ ให้ดู แย่งลูกบาสมันก็ต้องมีถูกตัวเป็นธรรมดา!

ไม่รู้ว่าพี่ซีนเดินมากลางวงตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาเป็นคนพูดต่อด้วยสีหน้าขรึม “มึงจำมันได้ใช่มั้ย ไอ้เก้า”

                พี่เก้าชะงักหยุดที่จะหยอกล้อผมแล้วถอนหายใจสีหน้าพี่มันเครียดขึ้นหน่อยๆ แล้วมองผม จนผมรู้สึกอึดอัดส่วนเพื่อนในทีมเห็นพวกพี่สองคนนี้รู้จักก็เข้ามาถาม

อชิ “พี่รู้จักเขาเหรอ เขาเป็นใคร”

“รุ่นน้องที่โรงเรียนชื่อ ฮิม” พี่เก้าเป็นคนตอบ “ดูท่าควอเตอร์สองจะไม่ง่ายแล้ว”

“ทำไมล่ะพี่” ม่อนถามต่อ “คนนั้นเก่งมากเลยเหรอ”

“บาสชาติไทย คิดว่าเก่งมั้ยล่ะ” พี่ซีนว่าเบาๆ แต่กลับทำให้ทุกคนอึ้งไปเลยหันไปมองคนมาใหม่ที่ยืนวอร์มร่างกายด้วยสายตาวูบไหวปนหวั่น

ส่วนผมก็วูบไหวเช่นกัน อืม เห็นไปจังหวะเสื้อมันเลิกขึ้นพอดีเลยเห็นผิวใต้ร่มผ้าที่ขาวน่าแทะเลยรู้สึกวูบไหวตามเพื่อน อ้าว ไม่ใช่วูบไหวเดียวกันเหรอ ขอโทษครับๆ

                “ก็แค่ทีมชาติ” ผมไหวไหล่ไม่ได้สนใจ

                ต่อให้มันจะเป็นทีมโลกทีมจักรวาลหรือเอ็นบีเอ

                ผมก็แพ้ไม่ได้!

ผมมองข้ามความกังวลของเพื่อนในทีมไปเพราะคิดว่าเดี๋ยวลงสนามไปสมาธิทุกคนก็จะมุ่งอยู่ที่การเอาชนะนั้นแหละ ผมขยับคอเอียงซ้ายขวาเล็กน้อยทำให้กระดูกต้นคอลั่นดังออกมาบวกกับกระดูกข้อของนิ้วมือที่ผมบีบหัก

พี่เก้าเห็นผมใจสู้ขนาดนี้ก็ไม่ได้ว่าอะไรก่อนจะลงสนามก็เตือน “ฮิมเล่นตำแหน่งเดียวกับนับ ระวังหน่อยแล้วกัน”

“ครับ” ผงกหัวรับคำ

ไม่นานก็หมดเวลาพัก เข้าสู่การแข่งควอเตอร์ที่สอง หางตาเห็นไอ้ตันหย่งยิ้มมั่นใจมากกว่าเดิม ส่วนไอ้คนที่ชื่อฮิมอะไรนั่นก็ทำหน้าเรียบเฉยแต่พอมันเห็นสายตาของผมที่กำลังจ้องสำรวจพลันมุมปากมันยกขึ้นแล้วส่งยิ้มให้ผม

ผมชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นมันยิ้มให้เพราะไม่รู้ทำไมผมถึงรู้สึกแปลกๆ หนาวหลังคอขึ้นมา

ฮิมเดินเข้าสนามมาเดินขนานกับผม จู่ๆ มันก็พูดขึ้น...

“ไม่คิดจะทักทายกันหน่อยเหรอนับสอง”

ผมหันไปขมวดคิ้วใส่แทบจะทันที เพื่อนในทีมเองก็ได้ยินจึงพากันมองผมสลับกับฮิม

เห็นสีหน้ามึนงงของผมผู้ชายตรงหน้าก็กระตุกยิ้ม “เสียใจนะเนี่ยที่จำกันไม่ได้” ทำหน้าเสียอกเสียใจได้เสแสร้ง

นี่มันจะมามุกแบบเราเคยเจอกันรึเปล่างี้เหรอ

เชยสะบัด

ผมเบือนหน้าแล้วเดินต่อเป็นการบ่งบอกว่าไม่อยากคุย ถึงหน้าจะหล่อโดนใจแต่รอยยิ้มมันน่าขนลุกเกินไป แต่มันก็ไม่ละความพยายามพูดต่อไปแถมยังเสียงดังขึ้นอีก

“เราฮิมไง”

ฮิมไหนวะ

 

“ฮิมที่เคยตามจีบนายตอนมอสี่ไง จำไม่ได้เหรอ”



----ต่อ


               เหมือนมีค้อนฟาดเปรี้ยงลงกลางหัวเลยครับ ผมเบิกตากว้างอย่างตกใจกวาดมองดูสภาพที่แทบจะไม่เหลือเค้าเดิมของฮิมแล้วรู้สึก...

                เสียดายสิ!!

                ใครมันจะไปคิดว่าไอ้เตี้ยอ้วนดำในตอนนั้น โตมาแม่งจะหล่อกระชากตับแบบนี้ เหมือนมีอะไรมาเสียบแทงใจสุดๆ ผมเผยสีหน้าระคนตกใจปนเสียดายออกมาอย่างชัดเจนจน...

                กร๊อบ

                เสียงขวดน้ำถูกกระทำอย่างโหดร้ายทำให้ผมได้สติขึ้นมา จะมาเสียดงเสียดายอะไรเล่า นี่! เรามีพรีเมี่ยมทองคำบริสุทธิ์แรร์ไอเทมมงกุฏเพชรอย่างพี่เก้าแล้วจะมานึกถึงคนเก่าไม่ได้! (สะกดจิตตัวเองหนักมากแต่ก็ยังคงเสียใจอยู่ดีที่พลาดทิ้งผู้ชายหล่อๆไปคนหนึ่ง ฮือ)

                ผมกลืนน้ำลายไปสองอึก “เรื่องมันนานแล้ว จำไม่ได้” สรุปคือ มึงอย่ารื้อฟื้นนะไอ้เหี้ย!

                “อยากทบทวน...” ฮิมอ้าปากได้ไม่เท่าไร

                “กรรมการ! เริ่มแข่งได้แล้ว!!

                เสียงพี่เก้าดังแหวกมาทันที

                ผมกับฮิมหันไปทางเสียงเข้มทันทีพบว่าเป็นพี่เก้าที่ตีหน้านิ่งแต่แผ่รังสีความไม่พอใจออกมาอย่างเด่นชัดในมือมีขวดน้ำหน้าตายับเยินที่ทำเอาผมหนาวสันหลังเลย

                รีบเดินไปประจำจุดของตัวเองแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นลูบหน้าเรียกสมาธิที่แตกกระเจิง อชิเหล่มองผมนิดนึง “ไหวมั้ยเนี่ย”

                “ไหวสิ” ผมตอบไปก่อนจะเป่าปากเป่าลมไปสองรอบพร้อมกับเสียงนกหวีดที่ดังขึ้น

ผมกระโดดขึ้นเตรียมจะคว้าลูกบาสอีกนิดเดียวก็จะได้ครองลูกแรกแต่ดันมีอีกมือมาคว้าบอลไปต่อหน้าต่อตา เมื่อเท้าลงแตะพื้นก็เห็นว่าเป็นไอ้ฮิม มันยักคิ้วท้าทายผมก่อนจะส่งลูกให้กับตันหย่ง

“ถ้าแพ้จะเลิกยุ่งกับรุ่นพี่คนนั้นใช่มั้ย” จู่ๆ มันก็ถามขึ้นแล้วลากสายตาไปยังพี่เก้า สงสัยจะรู้เรื่องที่ไอ้ตันหย่งท้าผมแล้วล่ะมั้ง มองมันอย่างระวังแต่เห็นแววตาสนุกของมันก็เลยรู้ว่าไม่มีอะไรต้องกังวล

ผมขมวดคิ้วขณะพยายามรับบาสจากการส่งของเวย์ที่เพิ่งแย่งจากเกษตรมาได้ แต่ไอ้ฮิมมันก็มีฝีมือ บาสอยู่ในมือผมได้ไม่ถึงสิบวินาทีมันก็แย่งไป

“ไม่ตอบ?”

แหกตาดูสิว่าทำอะไรอยู่! ผมทุ่มเทกับการแย่งบาสจึงไม่ได้ใส่ใจที่จะตอบมัน ฮิมเห็นแบบนั้นก็แสยะยิ้มแล้วหลบจากการป้องกันของผมตรงไปยังห่วงบาส


ตึง!

วิศวะ 37 : 38 เกษตร


“เฮ้!

ผมมองดูฮิมที่ใช้วิธีเลย์อัพในการโยนลูกให้ลงห่วงแล้วก็ถอนหายใจ เป็นทีมชาตินี่มันเก่งจริงๆ ฝีมือพัฒนาขึ้นเยอะ มันเดินเอื่อยๆมาหาผม “ว่าไงถ้ากูชนะ มึงจะเลิกยุ่งกับคนนั้นรึเปล่า” มันยังคงถามไม่เลิกไม่รา

“แล้วมึงคิดว่าตัวเองจะชนะรึไง” ผมถามกลับด้วยสีหน้าเย็นชา

“แน่นอนสิ” มันมั่นใจ “เมื่อก่อนมึงอาจจะเก่งกว่ากู” มันรับลูกจากเพื่อนมาแล้วยืนประจันหน้ากับผม “แต่ตอนนี้กูเก่งกว่า!

ฮิมขยับหลอกซ้ายขวาอยู่หลายครั้งหวังให้ผมตามไม่ทันแล้วจากนั้นมันก็กระโดดจะชู้ตสามแต้มแต่เพียงบาสปล่อยออกจากมือก็ถูกบล็อกอย่างรวดเร็วด้วยฝีมือของผม...

มันทำหน้าตกใจไม่คิดว่าจะถูกผมมองออก

บล็อกแล้วปัดลูกบาสไปทางอชิ


ตึง!

วิศวะ 39 : 38 เกษตร


ก่อนแล้วจึงค่อยหันมายิ้มหวานที่หนาวไปถึงกระดูกให้กับคนตรงหน้า

“แล้วมึงไม่คิดบ้างเหรอว่ากูก็เก่งขึ้นจากเมื่อสามสี่ปีก่อน”

ฮิมทำหน้าอึ้งเหมือนจะลืมไปสนิท ผมส่ายหน้ามองมันราวกับเป็นคนโง่ก่อนจะออกตัววิ่งอีกครั้งปล่อยให้มันยืนตัวแข็งทื่อไป

ไม่อยากจะบอกว่าทีมชาติน่ะ ผมก็เคยถูกเชิญมาแล้ว!

แต่ไม่เข้า หยิ่งปะละ

ส่วนเหตุผลเหรอ... ตอนนั้นยังไม่มีคนหล่อๆ ในทีมชาติเลยไม่ไป

ผมตรงไปแย่งบาสจากตันหย่งก็ได้รับสีหน้าโมโหจากคนตัวเล็กกว่า โทษที มึงมันไม่มีสกิล! ผมแย่งได้ก็วิ่งกลับสิ

“ไอ้ฮิม! ยืนเก๊กห่าอะไรอยู่ได้ เล่นบาสอยู่นะเว้ย!” ตันหย่งตะโกนลั่นก่อนเจ้าของชื่อจะได้สติแล้ววิ่งมาขวางผม

ผมถอยหลังไปเล็กน้อยมือเดาะลูกบาสกับพื้นเป็นจังหวะ “ฮึ กลัวขึ้นมาแล้วรึไง” ผมเอ่ยหยอกเพราะไอ้ฮิมมีประสบการณ์ไม่ดีกับเรื่องเล่นบาสกับผมมาก่อน

ฮิมตีหน้าเข้ม “วันนี้กูไม่แพ้แน่!

“มึงต้องแพ้!” กูจะตอกหน้าไอ้ตันหย่ง!

เพราะยืนเดาะบาสนานไปหน่อยไอ้ตัวเตี้ยก็วิ่งมาปาบาสไปเฉย ผมขบฟันแน่นแล้ววิ่งตามกลับไปแต่ช้าไปเพราะตันหย่งเล่นชู้ตสามแต้มจากวงนอกอย่างว่องไว


ตึง!

วิศวะ 39 : 41 เกษตร

ม่อนคุมใต้แป้นอยู่ก็หน้าขรึมลงไปอีกแล้วโยนบาสให้ยอร์ช ก่อนจะหลบหลีกจากไอ้ตัวสูงสองคนจากเกษตรที่เข้ามาประกบเป็นดับเบิ้ลทีม ผมหามุมบอดแล้ววิ่งเข้าไป “ส่งมา!

ยอร์ชเห็นผมเข้ามาได้ก็รีบส่องต่อให้แต่คนผมสีดำแซมฟ้าก็เข้ามาแย่งไป การเล่นยิ่งดุเดือดมากขึ้นเรื่อยๆ


ตึง!

วิศวะ 45 : 46 เกษตร

ตันหย่งชู้ตในจุดสามเเต้มอีกครั้ง เชี่ยอะไรจะเเม่นขนาดนี้!


ตึง!

วิศวะ 58 : 52 เกษตร

ผมทำเเต้มด้วยสกายฮุคเป็นอีกทักษะหนึ่งของบาสเก็ตบอล


“ห่างหกแต้ม!!!” เสียงดังขนาดนี้มีคนเดียวเท่านั้นคือไอ้พี่ลม มันร้องเฮ้นำเสียงเชียร์มาแต่ไกล กีฬาหลายๆอย่างถ้าขึ้นนำแล้วคะแนนทิ้งห่าง แต้มมันก็จะยิ่งไหล

“ฮิม มึงวิ่งสิ ตันหย่งชู้ตสิ!” ฝั่งเกษตรก็เดือดเต้นเร่าๆ

                ผมโยนลูกให้อชิทำแต้มเพราะมันอยู่ใกล้แป้นสุด ทำให้ได้มาอีกสองแต้มเป็นหกสิบยิ่งห่างเท่าไหร่ยิ่งดีเพราะควอเตอร์สี่จะยิ่งหนักหน่วงไล่บี้หนักกว่านี้

                ผมเหลือบมองไอ้ฮิมเล็กน้อยไม่ใช่ว่าอาลัยอาวรณ์นะ แต่เห็นหน้าแล้วสบายใจดี ก็มันหล่อต้องมองสิ ก่อนจะหันไปมองไอ้เตี้ยที่หอบหนักเป็นหมาหอบแดดทั้งที่เล่นมาได้แค่ครึ่งเกมเอง

                “หอบเป็นหมาเลยสิมึง” ผมเอ่ยถากถางแล้วออกวิ่ง

                “มึงก็ไม่ต่างกันหรอก!” ใช้ตาตุ่มมองเหรอ ผมก็แค่เหงื่อแตกเยอะไปหน่อยเองยังไม่ถึงขั้นหอบเลย “ขอเวลานอกดิ!!

                ผมชะงักเท้าที่กำลังวิ่งแล้วมองไปยังตันหย่งที่จู่ๆ มันก็หันไปตะโกนใส่ทางเก้าอี้นั่งฝั่งเกษตร ตัวสำรองฝั่งนั้นก็รีบทำตามทันที กรรมการจึงเป่าพักการแข่งตามคำขอเวลานอก

                ยอร์ชโยนบาสในมือให้กับกรรมการก่อนจะเดินหอบออกจากสนาม พวกเราห้าคนทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ทันที ผมพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ ก้มหน้าลงกับพื้นเล็กน้อยไม่นานก็มีคนมานั่งยองๆ ลงตรงหน้าผมทำให้หน้าเราอยู่เสมอกัน

                ผมเงยหน้าขึ้นก็เห็นภาพตัวเองสะท้อนในเงาตาของพี่เก้า เขากำลังอมยิ้มอยู่แล้วยื่นผ้าเย็นมาซับหน้าให้ผมอย่างเบามือ ความเย็นจัดของผ้าทำให้สั่นเล็กน้อยมากกว่านั้นคือร้อนหน้ายิ่งกว่าเดิม

                เสียงกรี๊ดระงมจากทั่วสนามไม่ได้เข้าหูผมนัก

                “เหนื่อยแล้ว?” พี่เก้าถามขณะเช็ดหน้าให้ผมไปด้วย “น้ำมั้ยครับ”

                ผมส่ายหน้า “ไม่เอาพี่ เดี๋ยวจุก” คิดว่าเดี๋ยวลงสนามต่ออีกสองนาทีน่าจะต้องวิ่งหนักเลยยังไม่กินน้ำดีกว่า

                พี่เก้าไม่ได้เซ้าซี้ต่อเพราะการขอเวลานอกมีเวลาไม่มากนัก พี่ลมรีบเรียกตัวทันที “ก่อนจบควอเตอร์สอง พวกมึงต้องเอาให้ห่างสิบห้าแต้ม!

                ยอร์ชโอดครวญ “แค่แต้มเดียวก็หอบแล้ว!

                “แค่นี้กระจอก! พวกมึงมันอ่อนไง!” คุณพี่ลงไปเล่นเองมั้ยละก่อนจะหันไปทางม่อน “ส่วนมึง ไปนั่งพักซะ”

                คนถูกสั่งให้ออกก็ตกใจ “เฮ้ย พี่ลม ผมยังเล่นต่อได้นะ”

                “กูสั่งให้ออกก็ออก” ไม่สนใจสีหน้าดื้อดึงแล้วเรียกตัวสำรองออกมา “มึงลงไปแทนมันที ไอ้ฟังก์” คนถูกเรียกชื่อว่าฟังก์ชั่นเป็นเพื่อนสาขาเดียวกับอชิ มันก็หน้าเดียวหน้านิ่งกับอชินั่นแหละครับแต่หน้าอินเตอร์ดีนะเหมือนจะเป็นลูกครึ่งแต่หน้าไทยชะมัดไม่ถึงกับหล่อแต่ก็หน้าตาดี

                เพื่อนม่อนไม่ยอมลุกไปขวางพี่ลม “พี่ พี่จะเอาผมออกไม่ได้...!” ไม่ทันได้พูดจบพี่ลมที่ทำหน้าที่ดูแลก็กระชากเสื้อไอ้ม่อนขึ้นอย่างแรง

                ผมรีบหันไปมองทันทีกะจะได้ลาภลอยได้เห็นซิกแพควาวๆ ชุ่มเหงื่อแต่ก็ตกใจกับรอยช้ำแดงที่กำลังจะเปลี่ยนเป็นสีม่วง คนที่อยู่ใกล้ๆก็ตกใจไม่แพ้กัน

                ส่วนเจ้าของรอยช้ำยิ่งพูดไม่ออก ยื่นมือมาดึงให้เสื้อปิดลง

                สีหน้าพี่ลมเย็นชายิ่งกว่าเดิม “สมควรออกไปนั่งได้รึยัง”

                “ครับ” ม่อนแม้จะไม่ยอมรับแต่ก็ถูกเปิดเผยออกมาว่าตัวเองได้รับบาดเจ็บจึงทำอะไรไม่ได้ คนที่มีสีหน้าหนักอึ้งยิ่งกว่าคืออีกสี่คนที่ลงเล่นพร้อมกับม่อนต่างคนต่างไม่มีใครรู้เลยว่าเพื่อนในทีมโดนเล่นเข้าแล้ว

                แต่พี่เล่นอยู่นอกสนามจึงเห็นได้ทั่วกว่า ผมหันไปมองพี่ลมใหม่ด้วยความเคารพนับถือจากใจจริง ถึงพี่มันจะโหดเถื่อนๆขี้โวยวายแต่ก็เป็นคนรักเพื่อนรักพวกพ้อง ทำตัวสมเป็นรุ่นพี่จริงๆ

                ปีหนึ่งเลยพากันมองพี่มันอย่างเลื่อมใส...


                “เดี๋ยวพอพวกมึงลงไปนะ...” รีบตั้งใจฟังเพื่อจะได้คำแนะนำดีๆ “หาคนบังกรรมการ แล้วอีกคนเตะใส่พวกเกษตรแม่ง!


                …เฮ้อ ไม่น่าไปเคารพเลยจริงๆ ผมส่ายหน้าอย่างเอือมๆ ลืมไปได้ไงว่าพี่มันก็เป็นคนหยาบๆ ใครต่อยมา เขาไม่ต่อยนะ เขาหาท่อนเหล็กฟาดหัวเลย อารมณ์ตีกูหนึ่งแปะ เอาคืนไปร้อยแปะ

                ทุกคนพากันถอนหายใจแล้วตบเท้าเดินเข้าสนามไม่สนจพี่ลมอีก ผมส่งผ้าเย็นคืนให้พี่เก้า เขารับไปแล้วส่งยิ้มให้ผมเหมือนเดิม ผมรู้สึกดีเป็นบ้าที่มีเขาเชียร์อยู่ข้างสนามถึงจะไม่ได้ตะโกนเป็นบ้าเป็นหลังอย่างพี่ลมก็เถอะ

                คนของใจ

                แค่ยืนเฉยๆ ตรงนี้ก็มีความสุขแล้ว

                กำลังมีความสุขอยู่ก็มีคนเดินชนจนผมต้องถอยหลังไป ผมจ้องหน้าคนชนอย่างเอาเรื่อง “ไม่มีตารึไงวะ”

                “ขวางทาง!” อ้าว ไอ้เหี้ยนี่ มึงชนกูรึเปล่าครับ “มึงชนกู!

                “ชนเพราะมึงเตี้ยไปจนมองไม่เห็น” ผมมองตันหย่งอยากหงุดหงิดไม่รู้ว่าจะหาเรื่องอะไรนักหนา เหมือนคนเรียกร้องความสนใจ บ้านขาดความอบอุ่นเหรอ

                “กูมาตรฐานชายไทย!” มันเถียงทำท่าพองขนเหมือนหมาไม่มีผิดก็เป็นท่าทางน่ารักอยู่หรอกแต่อย่างที่บอกว่าผมชอบคนหล่อมากกว่า ถ้ามันนิสัยดีกว่านี้ผมอาจจะเก็บมันเข้าคอลเลคชั่นอยู่บ้าง

                “อ้อ งั้นโทษทีที่กูมันเกินมาตรฐาน” ผมยียวนกลับแล้วรีบเดินหนีขี้เกียจจะคุย

                หลุดจากไอ้หมากระเป๋าได้ก็เจออีกหมาแถมยังเป็นบางแก้วอีก

                “จะโชว์หวานก็ช่วยเห็นใจแฟนเก่าแบบกูบ้าง” เสียงดูน้อยใจสุดๆ

                “แฟนเก่าบ้านมึงสิ!” ผมโพล่งขึ้นอย่างปรี๊ดแตก

“ได้ใหม่ก็ลืมเก่า เสียใจนะเนี่ย” ฮิมทำหน้าเสียอกเสียใจแต่ใบหน้ายังประดับรอยยิ้ม “แต่ช่างเถอะ กูก็ไม่ได้สนใจมึงแล้ว แค่อยากแกล้งนิดหน่อย”

ผมรู้ว่ามันต้องการแกล้ง แต่คนที่มันต้องการแกล้งไม่ใช่ผมหรือพี่เก้าแต่เป็น... ผมกับฮิมหันไปมองจุดเดียวกันแล้วก็เบือนหน้าทันที

เฮ้อ... เล่นเกมไม่สนใจชาวบ้านอีกตามเคย

ผมส่งสายตาสมเพชให้ฮิมทันที ไม่รู้ว่าป่านนี้มันจะรู้รึยังว่ามึงอยู่ที่นี่ด้วย

                เลิกสนใจมันแล้วรีบเข้าสมาธิเพื่อมุ่งมั่นกับการแข่งต่อ เมื่อจบเสียงนกหวีด ทุกคนก็เริ่มออกวิ่ง เสียงรองเท้าดังเสียดไปกับพื้นดังสนั่น

                สำหรับท้ายควอเตอร์สองทั้งฝั่งผมและไอ้ตันหย่งต่างเข้าใส่กันอย่างไม่ยอมแพ้ มันหวังจะทำคะแนนตีตื้นก่อนจะจบควอเตอร์ ส่วนทางผมก็พยายามจะป้องกันและบุกเช่นกัน

                ตัวหลักของครึ่งหลังควอเตอร์นี้เป็นอชิ ผมสลับไปจ่ายลูกแทนเพราะฝั่งเกษตรเปลี่ยนตัวพอยด์การ์ดใหม่ฝีมือไม่ใช่เล่น ตำแหน่งนี้เรียกได้เลยว่าต้องควบคุมสถานการณ์การจ่ายบอลซึ่งมันยากมาก

                ผมเล่นได้ทุกตำแหน่งไม่อยากอวดแต่ขออวด

                สองนาทีหลังตันหย่งกับเพื่อนมันยิ่งเล่นแรงกระแทกตัวสกรีนจนฝั่งผมถึงกับเซไปหลายรอบ ฮิมเห็นมันจะกวนตีนหน่อยๆ แต่มันก็เป็นคนเคารพกติกาแต่เพราะมันตัวคนเดียวเลยห้ามอะไรไม่ได้

                ผมมองพวกมันด้วยแววตาเกลียดชังหนักกว่าเดิม “เอาชนะกูด้วยวิธีสกปรก ภูมิใจมากปะ” ผมถามไอ้ตันหย่งตอนที่เรามาประจันหน้ากัน มือที่เลี้ยงลูกก็ยิ่งเพิ่มแรงขึ้นทำให้เสียงลูกกระทบพื้นยิ่งดัง

                “แค่ชนะก็พอ!” ไอ้คนเห็นแก่ตัว

                เลือดขึ้นหน้าสิครับจนผมให้ขาดสติชั่วขณะ

 

                ปึก! ตุ้บ!

 

                “ปี๊ดดดด”

                เสียงนกหวีดดังขึ้นหยุดทุกการเคลื่อนไหว “ฟาล์ว สีดำเบอร์สอง!

                ตัวผมแข็งทื่อทันทีเมื่อได้ยินเสียงและหลุบตาลงมองบนที่นั่งอยู่ที่พื้น ตันหย่งนั่งแสยะยิ้มอยู่ทำให้ผมเริ่มมีสติกลับมาแล้วรู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป

                ส่งลูกให้พวกมันไปด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองที่โหมกระหน่ำ อชิเดินมาตบบ่าผม “ไม่เป็นไรมึง ใจเย็น”

                “เชี่ยแม่ง” ผมกัดฟันกรอดแล้วหันไปถลึงตาใส่กรรมการ

                ทีแบบนี้ล่ะเห็นเชียวนะ

                ฝั่งผมแม่งโดนกระแทกจนตัวจะช้ำตายแล้วเสือกไม่เห็น

                อย่างว่าแหละฝั่งผมมันไม่มีใครใช้วิธีลงไปกลิ้งกับพื้นแบบมัน

                สรุปคือไอ้ตันหย่งนอกจากทำให้ผมฟาล์วแล้วมันก็ได้ลูกโทษอีกหนึ่ง ผมถูกกรรมการเตือนเล็กน้อยเพราะทำฟาล์วมาแล้วสามครั้ง ถ้าอีกสองจะออกจากสนาม

                ได้แต่กลืนความไม่พอใจลงไปแล้วก้มหน้าเรียกสติแล้วเล่นอย่างระวังไม่สติหลุดอีก จวบจนหมดเวลาในควอเตอร์ที่สอง

                และจบลงด้วยคะแนน


    วิศวะ 75 : 62 เกษตร


                ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ที่ยังคงดึงเกมให้เป็นของเราได้ คลายอาการเกร็งกล้ามเนื้อลง ยกมือขึ้นปากเหงื่อบนใบหน้าที่โชกยิ่งกว่าเดิมแค่สองนาทีท้ายควอเตอร์สองยังหอบ เดี๋ยวเจอควอเตอร์สามคงหนักกว่านี้แน่

                พักครึ่งรอบนี้เป็นสิบห้านาทีมีเวลาให้หายใจหน่อย ผมยืนพักอยู่กลางสนามอยู่ครู่จนทุกคนงงว่าทำไมผมยังไม่ออกสักที ผมเม้มปากแน่นแล้วหมุนตัวเดินออกไปพัก

                แต่ว่า...ขาของผมมัน...

 

                ตุ้บ!!

 

                “นับสอง!!


---ต่อ


                ความเจ็บแล่นปรี๊ดขึ้นมาเพียงแค่ขยับเล็กน้อยเท่านั้น ผมล้มลงไปนั่งกับพื้นสนามทันที ใบหน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวดอย่างรุนแรง

                ผมก้มมองดูขาข้างขวาตรงน่องมันขึ้นเป็นลูกแข็งเกร็งอย่างชัดเจนก็ถอนหายใจเฮือก ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อก็มีคนถลามาจับตัวผมอย่างรวดเร็ว

                แถมคนนั้นยัง...

                “เป็นอะไร!” คนที่กำลังทำหน้าตื่นๆ คว้าไหล่ผมคือตันหย่ง

                ผมขมวดคิ้วมองสบตากลมโตของมันซึ่งดูตื่นตกใจอย่างงงๆ ส่วนพี่เก้ากับพี่ซีนที่วิ่งมาก็ชะงักไปเลย ส่วนตันหย่งเองมันหันไปมองพี่เก้าแล้วเม้มปากจากนั้นก็ลุกเดินจากไปทำเหมือนไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น

                พี่เก้าดึงสติกลับมาได้ก็รีบเข้ามานั่งยองๆ ดูอาการผม

                “พี่เก้า” ทำเสียงอ่อนแอทันที เค้าเจ็บอ่ะ อุ้มเค้าหน่อย “เจ็บ”

                สีหน้าตื่นตระหนกของพี่เก้าทำเอาผมยิ้มออกมาเล็กน้อย “เป็นอะไร เจ็บตรงไหน!

                ผมกะพริบตาปริบๆ ประเมินสถานการณ์เล็กน้อยบวกลบคูณหารอย่างรวดเร็วก่อนจะรีบเปลี่ยนสีหน้าอย่างไวเป็นเจ็บปวดทรมานแสนสาหัสยิ่งกว่าเก่า

                “มันเจ็บ ผมเจ็บมากเลย” เสียงผมอ่อนระโหยยิ่งทำให้พี่เก้าหน้าซีด เขามองดูตามเนื้อตัวผมแล้วไล่มองขา

                เจ็บมากๆ เป่าให้หน่อยจะได้หาย

                เนี่ยๆ ตรงขาเลย

                จูบขาผมทีหนึ่งรับรองว่าหายสนิท

เขาย่นคิ้วเมื่อพบความผิดปกติ “เจ็บมากมั้ยครับ” เขาถามพร้อมกับแตะลงบนผิวหนังแสนจะนุ่มนิ่มลื่นมือของผมอย่างเบามือ

                “โอ๊ย!!

                ร้องดังกว่านี้ก็วัวถูกฆ่าแล้วครับ ร้องเจ็บประหนึ่งขาขาดไม่มีผิดทั้งที่ในความจริงแล้วมันก็แค่...


                ตะคริวกินขา

                ไม่เจ็บมากแต่อยากทำตัวอ่อนแอให้คนดูแล


                เบ้ปากแบบนี้แสดงว่าที่บ้านไม่มีคนของใจดูแลล่ะสิ น่าสงสารจัง

                พอพี่เก้าได้ยินเสียงร้องของผมก็ชักมือกลับแทบไม่ทัน แววตาเขาดูสับสนวุ่นวายนิดหน่อยก่อนจะหันไปหาไอ้พี่ซีนที่ทำหน้าตื่นๆ เช่นกัน “มึงช่วยกูหิ้วน้องขึ้นมา เร็ว”

                “ได้ๆ” แล้วพี่ทั้งสองก็ช่วยกันหิ้วปีกผมไปนั่งที่เก้าอี้พัก

“โอ๊ย พี่ ค่อยๆเดิน!” คราวนี้เปล่าสำออยนะ เข้าใจมั้ยว่าเป็นตะคริวขยับนิดขยับหน่อยก็ร้าวเข้าไปในกระดูกแล้วแขนที่พาดอยู่บนคอของพวกพี่มันก็ยิ่งลงน้ำหนักกดลงไปโดยไม่รู้ตัว

“ทิ้งน้ำหนักมาทางพี่มา จะได้ไม่เจ็บมาก” เสียงสุภาพของพี่ซีนว่าชวนใจสั่นมือเลื่อนมาวางที่เอวผม

พี่เก้าตีมือพี่ซีนดังเพี๊ยะเลยครับ “อย่าลวนลามน้อง”

“ลวนลามเชี่ยอะไรล่ะ กูดูแลน้องอยู่!” พี่ซีนเถียง แต่ทำไมต้องมาเถียงกันบนหัวผมด้วยเล่า!

“นับสอง เอนมาทางพี่ อย่าไปใกล้ไอ้ซีน!

“มึงขอให้กูมาช่วยพยุงน้องมั้ย ไอ้สัส” พี่ซีนต่อปากแล้วถลึงตาใส่เพื่อนข้ามหัวผมไม่หยุด

อยากจะด่าพวกพี่มันแต่ความเจ็บที่ขามันก็ทำเอาปากส่งเสียงอะไรไม่ออก  

ผมถูกพามานั่งอย่างเบามือ “โอ๊ย ปวดดดดด”

“ให้พี่เก้าดูหน่อยนะ” เขาว่าเสียงแผ่วพลางขยับตัวขึ้นมานั่งบนเก้าอี้แล้วยกขาผมขึ้นพาดตัก แน่นอนสิว่าผมก็ร้องไม่หยุดเพราะกล้ามเนื้อมันเจ็บจี๊ดถึงสมอง “เดี๋ยวพี่เก้านวดให้ เจ็บนิดนึงนะ”

เขาว่าแบบนั้นก่อนจะเริ่มบีบนวดเนื้อแข็งเกร็งตรงน่องให้ผม “ซี๊ดดด พี่เก้า เจ็บ!

“ทนหน่อย” พี่เก้าใจแข็งมากต่อให้ผมร้องโหยหวนเป็นควายออกลูกแค่ไหนพี่มันก็ไม่หยุดบีบนวด ผมนี่น้ำตาเล็ดเลยครับ “ใครก็ได้เอาสเปรย์มาให้พี่หน่อยครับ”

ม่อนที่อยู่ใกล้กล่องปฐมพยาบาลสุดก็เปิดกล่องหาให้จากนั้นก็ส่งให้พี่เก้า ความเย็นจากสเปรย์ช่วลดความปวดให้ผมได้เยอะ กล้ามเนื้อแข็งเป็นก้อนเริ่มคลายตัวบ้างแล้ว

“ซะ ซี๊ด อา” ผมครางซี๊ดเมื่อความเย็นปะทะกับความเจ็บ

เสียงเรียกขรึมเคร่ง “นับสอง”

“อะ ฮะ โอ้ว ซี๊ดดด เย็นอ่า” ซู้ดปากเสียงแผ่วที่ทำให้พี่เก้ากำหมัดแน่น

“ปกติร้องเจ็บแบบนี้เหรอครับ” พี่เก้าถามขณะจ้องมองขาเป็นตะคริวของผมนิ่ง

ผมฉงน “ผมร้องแบบนี้มันผิดเหรอ”

นั่นดิ ผมก็ร้องแบบนี้ตลอด มันผิดเหรอ

“ถ้าพี่เก้าลากนับสองขึ้นเตียงเพราะเสียงร้องแบบนี้” เงยหน้าใช้แววตาเป็นประกายน่ากลัวมองผม “พี่เก้าก็ไม่ผิดใช่มั้ยครับ”

งั้นร้องต่อ

พี่เก้าจะได้ลากขึ้นเตียง

แต่อย่างผมไม่ต้องลากหรอก

แค่บอกก็เดินไปนอนแก้ผ้ารอบนเตียงแล้วครับ

ผมเลยยิ้มเจ้าเล่ห์เตรียมอ้าปากร้องแบบเดิมกะจะเอาเสียงยั่วด้วย! แต่พี่เก้าดันดักคอไว้ก่อน

“ถ้าร้องอีกครั้ง พี่เก้าจะฟัดกลางสนามเเล้วนะ” แววตาเขาเอาจริงไม่น้อยเลยทำให้เด็กปากดีแต่ความจริงคือไม่กล้าต้องเบรกพับโครงการทันที

แต่ไม่เป็นไร ไว้ร้องตอนอยู่สองคน

จะครางซี๊ดซ้าดให้ทะลุกำแพงเลย

วอร์มเสียงซิ อ๊า อ๊ะ อร๊าง

ไม่ได้การ ต้องไปเปิดจีวีดูก่อนว่าเขาร้องแบบไหนได้อีกจะได้ซ้อมมายั่วพี่เก้า อย่าถามหาเอวีเพราะผมไม่มี เอวีดูไปก็ไม่ได้สาระ ต้องจีวีสิมีอะไรให้ศึกษาเยอะเเยะ อย่างเช่น...อุ๊ย เด็กเยอะ ไม่พูดดีกว่าเเจกคลิปเลย

นับวันความจัญไรยิ่งเพิ่มขึ้น ฮือ

“พี่เก้านี่เห็นผมเป็นคนยังไง” ทำหน้าเหมือนปกติไม่ได้คิดอะไรเลย

“เป็นเด็กลามก” ตอบได้ไม่เกรงใจหน้าใสใสของผมเลย

โมโหสิ “พี่เก้า!” โกรธนะ ทำไมต้องเอาความจริงมาแฉด้วย เพื่อนผมอยู่เยอะแยะขืนพวกมันได้ยินแล้วหลีไม่ได้ลวนลามไม่ได้หรือไม่ยอมเป็นอาหารตาจะทำยังไง!

มันเป็นเรื่องใหญ่มากนะ

จำไว้ เรื่องผู้ชายเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก

ใหญ่กว่าเรื่องเรียนด้วย

แม่อย่าตี ว๊ากกก

“นั่งนิ่งๆ เงียบๆ พี่เก้าจะนวดขาแล้วอย่าส่งเสียงยั่วอีกล่ะ... ไม่งั้น...” ละไว้ในฐานที่เข้าใจ ได้ยินแบบนั้นแล้วใครจะกล้าร้องออกไปอีกล่ะ ผมเลยได้แต่เม้มปากตลอดเวลาที่พี่มันฉีดสเปรย์บีบนวดขา

เหมือนพวกอชิก็รอจังหวะให้ผมคุยกับพี่เก้าเสร็จถึงเข้ามา พากันชะโงกมาดูเมื่อเห็นว่าไม่เป็นอะไรมากแค่เป็นตะคริวก็กลับไปนั่งพักเหนื่อยตามเดิมแต่มิวายโบกหัวผมไปคนละทีโทษฐานทำคนอื่นตกใจโดยเฉพาะพี่ลมเกือบฟาดมือเข้าหน้าหล่อๆ ผมแล้วดีที่ไหวตัวทันเลยโดนหัว

จะมีก็แต่ไอ้คนเล่นเกมไม่เลิกไม่ราที่เพิ่งเงยหน้าขึ้น เหมือนว่าเพิ่งจะชนะเกมเลยได้ลืมตาอ้าปากมาคุยกับชาวบ้าน

ไวท์ทำหน้างงๆ มองผมสลับกับพี่เก้า “เป็นไรอะมึง”

“ตะคริวแดก” ผมบอกไปเสียงเอื่อย “ไม่ถามกูชาติหน้าเลยล่ะ!

นี่ถ้าผมถูกรถชนเข้าไอซียู มันจะรับรู้มั้ยเนี่ย เกรงว่าต่อให้ถูกรถชนตรงหน้ามันก็ยังคงเล่นเกมต่อไป คิดแล้วก็ละเหี่ยใจจริงๆ

“กูผิดอะไรเนี่ย” คนตัวเล็กทำหน้าเอ๋อแล้วมองคนอื่นประมาณว่าตัวมันผิดเหรอ แล้วดูพวกมันแต่ละคน เข้าข้างผมทั้งนั้น

“ไม่อ่ะ ไวท์ไม่ผิด” ยอร์ช

“ใช่แล้ว คนไม่รู้ไม่ผิด” เวย์

“นับสองนั่นแหละผิด” พี่ซีนว่าเอาใจ

สรุปกลายเป็นว่าคนที่โดนตะคริวแดกเจ็บตัวแบบผมนี่ผิด? เออ ใช่สิ! ไม่ได้ตัวเล็กน่าแดกแบบไอ้ไวท์มันนี่! ผมเบ้ปากแล้วหาไปทำตาเล็กตาน้อยใส่พี่เก้า

“พี่เก้า นับโดนแกล้งอ่ะ” ผมฟ้องแล้วเขย่าแขนเขา

พี่เก้าที่กำลังนวดขาให้ผมอยู่เงยหน้าขึ้นแล้วหันไปมองไอ้สามคนที่โยนความผิดให้ผมด้วยสายตาดุๆ “อย่าแกล้งนับสองสิครับ” แล้วหันไปหาพี่ซีน “ขอโทษนับสองเดี๋ยวนี้ไอ้ซีน”

พี่ซีนกับเพื่อนผมอ้าปากพะงาบๆ กับความเอาอกเอาใจสุดกู่ของพี่เก้า ผมเองก็ไม่คิดว่าพี่มันจะทำเป็นจริงเป็นจังเลยแอบเขินหนักไม่น้อย

“มีเมียแล้วเพื่อนก็หมาเลย” พี่ซีนเบะปากไม่ยอม

พี่เก้ายักไหล่ไม่แคร์ “แฝดกูยังหมาเลย มึงแค่เพื่อนไม่หมาก็แปลก”

พี่ซีนทำเป็นเซแท่ดๆ กุมหน้าอกประหนึ่งคนเจ็บหนักด้วยคำพูดทิ่มแทงใจจนบอบช้ำ “เออ พวกมีเมียก็หลงเมีย ลืมเพื่อน!” เล่นใหญ่ไปอีกจากนั้นก็ไปนั่งกระแซะข้างๆไวท์ที่เลิกเล่นเกมไปแล้ว “น้องไวท์ พี่โดนทำร้ายจิตใจ ปลอบพี่ที”

ตากลมโตกะพริบสองสามทีแล้วดึงไหล่ตัวเองหลบหัวพี่ซีน “แล้วทำไมผมต้องปลอบ”

เห็นหน้าเหวอๆ ของพี่ซีนแล้วก็ขำแต่ขำได้ไม่เท่าไหร่ “โอ๊ย เจ็บ เบาสิพี่เก้า” ฝ่ามือบีบลงตรงเนื้อแข็งๆ

“นับสอง ขาช้ำ” พูดจบก็พลิกขาด้านในให้เห็น

รอยแดงที่กำลังจะเขียวช้ำวงใหญ่ลงจากหัวเข่าเล็กน้อย ผมชะงักไปแล้วถอนหายใจอย่างหงุดหงิดไม่น้อยใช่ว่าจะไม่รู้ว่าได้รับการต้อนรับที่น่าประทับใจแต่ไม่คิดว่าจะขึ้นช้ำไวขนาดนี้ ลืมสนิทว่าผิวผมมันขาวจัด

ตอนแรกพี่เก้ามัวแต่สนใจตรงน่องที่ขึ้นแข็งเป็นลูกเป็นก้อนแต่พอควบคุมนวดให้มันนิ่มได้แล้วก็จึงเห็นว่าขาหลังใต้ข้อพับมีรอยกระแทกใหญ่อยู่

สีหน้าไม่ดีนักของพี่เก้าทำให้ผมหวั่นใจ “ใครทำ”

“ไม่รู้ชื่อ” ผมเบือนสายตาไปทางเกษตรที่เห็นไอ้ฮิมกับเถียงกับตันหย่งอยู่แล้วเลื่อนไปมองคนตัวสูงๆ “คนนั้น มันกระแทกขาใส่ตอนผมเข้าไปสกรีนมัน”

มันเป็นอะไรที่ไวมากๆ แล้วผมก็จดจ่อกับการแข่ง กว่าจะรู้ว่าตัวเองได้รับบาดเจ็บก็ผ่านไปแล้วหลายสิบวิ ความรู้สึกช้าเหลือเกิน

พี่เก้าได้ฟังแล้วก็ยิ่งมีสีหน้ามืดมนเห็นขาช้ำของผมแล้วก็ดูเจ็บปวดใจ เขาเอาน้ำเย็นมาซับๆ ประคบเย็นให้เพื่อไม่ให้ขาผมช้ำเลือดช้ำนองไปมากกว่านี้พลางลูบไล้ขาผมอย่างเสียดาย “ผิวดีๆ ช้ำหมดเลย”

“ผิวผมช้ำง่ายอยู่แล้ว” ผมพูดไปตามจริงเพราะคนที่ขาวมากๆ จะค่อนข้างมีผิวบางไปด้วยแถมผมก็ได้ผิวมาจากแม่เต็มๆ จริงๆผมอยากได้ผิวแบบป๋านะ ผิวไม่ขาวจัดออกน้ำผึ้งหน่อยๆ ดูสุขภาพดีแถมดูแมนด้วย!

“ถ้ามันจะช้ำ” เขายังคงลูบขาผมอยู่ “มันควรช้ำด้วยมือพี่เก้ามากกว่า”

“แค่กๆ” ผมสำลักน้ำที่กำลังยกขึ้นดื่มเลยครับ หน้าผมร้อนวูบวาบไปกับประโยคสองแง่สามง่ามของพี่มัน แน่นอนว่าคนหื่นกามแบบผมก็คิดลึกไปสิ

มองหน้าพี่มันแล้วเลื่อนไปที่ปากรูปสวยพลางจินตนาการ...

ถ้าปากนั้นขบกัดขาขาวๆของผม

มันน่าร้อนแรงแค่ไหนนะ

“นับสองคิดอะไรอยู่ครับ”

ผมกำลังจมอยู่ในจินตนาการสุดร้อนแรงเลยเผลอปาก “คิดว่าถ้าพี่เก้ากัดขาผมก็คงดี” ตาย เผลอคิดดังไปหน่อย

“ว่าไงนะ” อีกฝ่ายถามเสียงสูงราวกับคิดว่าตัวเองหูฝาด

“อ้อ! คิดว่าพี่เก้านวดขาผมอีกหน่อยก็ดีนะ” ฉีกยิ้มละมุนละไมทำตาซื่อกลบเกลื่อนความคิดมองโลกในแง่บวก แน่นอนว่ามันต้องเป็นสิบแปดบวกยี่สิบห้าบวก

พี่เก้าทำหน้าสงสัยไม่เชื่อแต่ก็ยอมปล่อยผ่านแล้วเอายามานวดให้ผมอีก โชคดีที่รอบนี้พักยาวสิบนาทีกว่า ผมเลยมีเวลาพักขานิดหน่อย ถ้าคิดว่าแค่เป็นตะคริวแล้วผมจะเลิกเล่นก็ฝันไปเถอะ

ยังไม่ได้อัดบาสใส่หน้าตันหย่งเลยครับ

“ไม่อยากให้แข่งต่อเลย” ผมเงยหน้ามองพี่เก้าทันที

“ทำไมล่ะ”

“เห็นนับสองเจ็บแล้วพี่เก้าปวดใจ” ว่าเสียงทรมานหัวใจแล้วทำหน้าร้าวระทมเหลือคณา

ผมจะสำลักอ้อยตายแล้วนะ “เว่อร์แล้ว เว่อร์”

“ไม่ได้เว่อร์สักหน่อย” เขาถอนหายใจเพราะรู้ว่ายังไงผมก็ต้องลงแข่งต่อแน่ๆ “แต่ก็ควอเตอร์สามระวังตัวหน่อย”

“รู้แล้ว” มันก็ห่วงผมเกิ๊นแต่มันก็รู้สึกฟูๆในใจ

ผมยิ้มให้พี่เก้าซึ่งเขาก็ไม่ได้มองผมหรอกสนใจอยู่กับการประคบขา เลยหันไปชวนไอ้ไวท์คุยเพราะมันกำลังทำหน้าเซ็งเป็ดแบตโทรศัพท์หมด

“มึงเห็นไอ้ฮิมยัง” ถามมัน

ไวท์ทำหน้างง “ฮิม? ฮิมไหน”

น่าสงสารจริงๆ เลยไอ้ฮิมเอ๊ย

“ฮิมที่เคยตามจีบกูตอนมอสี่แล้วก็ไปชอบมึงไง” จริงๆ ที่จงใจเล่าคืออยากอธิบายให้พี่เก้าฟังด้วยนั่นแหละ แม้พี่มันจะดูแลผมอยู่ไม่สนใจใครแต่เชื่อว่าหูต้องได้ยิน

ประโยคเดียวรายงานสรุปเรื่องทั้งหมดได้เลย ตอนนั้นไอ้ฮิมมาตามจีบผมจริงแต่เพราะตอนนั้นไม่หล่อไงเลยไม่แล แล้วไอ้ไวท์ผู้มีใจโอบอ้อมอารีก็เห็นใจใจดีกับฮิมหลายครั้งจนไอ้ฮิมเบนเข็มไปหาไวท์นั่นแหละ แต่มันตามจีบไวท์ได้ไม่นานก็ได้ข่าวว่าย้ายโรงเรียนไป มาเจออีกทีก็อย่างที่เห็น

หล่อจนน่าเสียดาย

เรื่องนี้เลยสอนให้รู้ว่า

อย่าดูถูกเด็กอ้วนดำเชียวไม่งั้นจะเสียใจเสียดายแบบผมนี่

แต่เพราะพลาดจากฮิมเลยทำให้ผมเจอพี่เก้านี่ไง โชคชะตาชัดๆ!

ความเชื่อมโยงอยู่ตรงไหนไม่รู้แต่ตอนสอบแกทแพท ผมได้แกทเชื่อมโยงเต็มเลยครับ ไวท์ทำหน้านึกเล็กน้อยก่อนจะผงกหัวรับว่าจำได้แล้วย่นคิ้ว “มันเรียนที่นี่เหรอ”

“มันแข่งบาสกับกูเลยไอ้ห่า!

มันทำหน้าตกใจหันไปมองทางเกษตรทันที “ไหนอ่ะ? ไม่เห็นมี”

“เห็นไอ้หล่อๆนั่นปะ” ชี้นิ้วไปที่ฮิมที่ยังคงยืนเถียงกับตันหย่งไม่เลิกไม่รา ผมไม่แน่ใจว่ามันทะเลาะอะไรกัน “นั่นแหละไอ้ฮิม จำไม่ได้เลยใช่ปะ”

“ไปดูดไขมัน โมหน้ามาใหม่ปะเนี่ย” ไม่อยากจะเชื่อก็ต้องเชื่อครับ แต่ถึงขั้นโมหน้าคงไม่ใช่ ตอนมันยังอ้วนๆ ถ้าได้มองดีๆ มันก็หน้าตาดีติดที่อ้วนเกินไปแล้วก็ผิวคล้ำแดดไปหน่อยเลยกลบความหน้าตาดีไปหมด

ขึ้นมหาลัยชีวิตต้องดีไง หน้าตาดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

“อยากรู้ก็ไปถามมันสิ” ผมบุ้ยปากไป อย่างน้อยไอ้ฮิมก็คงไม่กะล่อนเท่าพี่ซีนนะผมว่า แต่ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปแล้วใจมันจะยังเหมือนเดิมรึเปล่า

ผมกำลังพิจารณาจับคู่ให้เพื่อนตัวเล็กอยู่ก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายตรงโต๊ะกรรมการ ทุกคนชะงักการพักผ่อนแล้วหันไปยังจุดเกิดเหตุแล้วต้องตะลึงพึงพรืด

“เปลี่ยนกรรมการใหม่เดี๋ยวนี้!” รุ่นพี่จอมวอดวายกำลังเถียงหน้าดำหน้าแดง

“ลม มึงอย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่ได้มั้ย” ใครสักคนพยายามเข้ามาไกล่เกลี่ย

เสียงแหลมสูงปรี๊ด “กูทำให้เป็นเรื่องใหญ่? แล้วไอ้การที่น้องกูเจ็บตัวมันใช่เรื่องสมควรเหรอ!” ตะคอกใส่อย่างไม่ไว้หน้า “กูไม่สน! เปลี่ยนกรรมการ!

“ดูแลตัวเองไม่ได้ก็โทษคนอื่นไปทั่ว” รุ่นพี่ฝั่งเกษตรก็หาได้ยอม เหมือนว่าคนที่ต่อปากนั่นจะเป็นปีสามไม่ก็ปีสี่เลยเฉยๆ กับท่าทีของพี่ลม

“น้องพวกมึงเล่นสกปรก!” คิดจะเอาความอาวุโสมากดพี่ลมเหรอ เสียใจ มันไม่เคารพหรอก

คนถูกรุ่นน้องไม่เคารพก็กัดฟันกรอด “กูเป็นรุ่นพี่!

“กูไม่มีรุ่นพี่เหี้ยๆ แบบนี้!

ผมเห็นว่าเหตุการณ์ชักบานปลายก็กังวลแต่ในใจก็รู้สึกดีที่พี่ลมมันโคตรปกป้องเลย พี่เก้าที่มองดูสถานการณ์ตลอดก็ทนไม่ไหวรีบลุกไปห้ามก่อนจะเป็นเรื่อง

คนดีจริงๆ แฟนใครก็ไม่รู้

แฟนนับสองไง อิอิ

“เอางี้ ในฐานะที่ผมเป็นคนต่างคณะไม่ใช่ทั้งวิศวะและเกษตร” พี่มันยิ้มพิมพ์ใจ “ให้ผมเป็นกรรมการแล้วกันเพราะผมเป็นคนยุติธรรม”


ยุติธรรมกับผีน่ะสิ!

ใครไม่เห็นบ้างว่ามันโอ๋เด็กวิศวะขนาดนั้น แล้วกล้าบอกว่าตัวเองยุติธรรมอีกเหรอ


พูดแค่นั้นก็เงียบกริบทั้งสนามสิแล้วทุกคนก็หันมาทางผมทันที ใบหน้าผมฉายความงุนงงออกมา “มองกูทำไม”

                ทำหน้าตอแหลไม่รู้เรื่องแต่ในใจก็นร้องโวยวายไปหมดแล้วครับ ทำไมจะไม่รู้ล่ะว่าพี่เก้าไปแย่งตำแหน่งกรรมการก็เพื่อผมโดยเฉพาะ

                สงสัยชาติที่แล้วผมต้องไปกู้ชาติมาแน่ๆ

                ชาตินี้ผมเลยได้ผัวแห่งชาติมาครอง

                กำลังกระหยิ่มกระหย่องใจอยู่ที่มีพี่เก้าให้อวดแต่แล้วต้องชะงักกับความคิดเมื่อกี้ มะ เมื่อกี้ ผมเรียกพี่เก้าว่าอะไรนะ ผะ ผัวเหรอ ไม่ใช่สิ ไม่ใช่เว้ย!

                ทำหน้าอย่างกับเห็นผีทันทีแล้วรีบลบความคิดออกไป พี่เก้าต้องเป็นเมียแห่งชาติสิ!           

 ไม่รู้ว่าตกลงกันยังไงแต่สุดท้ายพี่เก้าก็ได้เป็นกรรมการสมใจอยาก พี่ลมก็ดูจะอารมณ์ดีขึ้นมาหน่อยส่วนเกษตรก็หัวร้อนกันไป แล้วเรื่องก็หนักหน่วงขึ้นคือไอ้ฮิมหิ้วกระเป๋าหนีกลับไปไม่สนใจใคร

“ไอ้ฮิม!” ตันหย่งตะโกนลั่น “กลับมาเดี๋ยวนี้!

“กูไม่เล่นแล้ว!” ตะโกนกลับเกรี้ยวกราดไม่ต่างกัน จริงๆ ไอ้ตันหย่งก็เหยียบหน้าไอ้ฮิมไปไม่น้อยเพราะเล่นนอกกติกา แล้วฮิมอยู่ทีมชาติที่ต้องซ้อมต้องฝึกเคารพกติกาเป็นนักกีฬาอย่างแท้จริงจะให้ยอมรับได้ยังไง

ผมเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่ดีตัดกำลังฝั่งนั้นไปได้เยอะเลย รุ่นพี่ผู้หญิงตามไปกล่อมมันแต่ดูท่ามันจะไม่สำเร็จ

ส่วนผมก็เห็นว่าใกล้หมดเวลาพักแล้วเลยลุกขึ้นมาขยับแข้งขยับขาสักหน่อย อาการตะคริวหายไปหมดแล้วแต่มันก็ทิ้งความเจ็บไว้ไม่ลืมเลือน ผมดื่มน้ำอีกนิดเพราะนอกจากการใช้ขามากๆจะทำให้เป็นตะคริวแล้วก็มีขาดน้ำนี่แหละครับ

“ไหวใช่มั้ยมึง” ยอร์ชถามผมแล้วมองขาของผม

อุ๊ย ลวนลามเราทางสายตาเหรอ ขาสวยใช่เปล่า

เก็บความคิดในใจไป “ไหวๆ” พี่เก้าอุตส่าห์ไปเป็นกรรมการเพื่อดูแลผม ผมก็ต้องลงไปเล่นให้เขาดูแลสิ! ยอร์ชพยักหน้า

ผมเรียกเพื่อนให้รวมก่อนจะวางแผนในควอเตอร์สาม ผมเล่นตำแหน่งพอยการ์ดจะคอยส่งลูกให้เพราะถ้าให้ปะทะตอนนี้ผมคงไม่เหลือแรงไว้ในควอเตอร์สี่ บวกกับเป็นตะคริวแล้วทำให้ขาผมอ่อนแรงลงไม่น้อยด้วย

                “เข้าสนามครับ”

                เสียงกรรมการช่างหล่อบรรลัยเรียกเสียงกรี๊ดได้ดีจริงๆ

                ติดแท็กด้วย #กรรมการหล่อบอกต่อด้วย

ในมือพี่เก้ากำลังหมุนลูกบาสด้วยนิ้วชี้อยู่ซึ่งมันเป็นอะไรที่เท่มาก ตอนนี้เขาพับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอกเลยดูชิวๆ เป็นภาพที่ทำให้สบายตาชะมัด

ตันหย่งเองก็มองพี่เก้าตาเขม็งไม่ละสายตาแม้แต่น้อยทำให้ผมยิ่งอยากเอาบาสทุ่มหน้ามัน


“ปี๊ด!


ลูกบาสถูกโยนขึ้นกลางอากาศพร้อมกับเวลาที่เริ่มเดิน พี่เก้าโยนขึ้นไปโคตรสูงเสร็จแล้วก็รีบถอยออกไป คนที่แตะลูกบาสได้ก่อนคืออชิ จากนั้นก็บุกทันที

ฝ่ายเกษตรก็ตกใจทันทีเมื่อรูปแบบเกมของฝั่งพวกผมเปลี่ยนไปเป็นรูปแบบของ Fast Break การเล่นเกมรุกอย่างรวดเร็วเนื่องจากสัดส่วนและกำลังของฝั่งผมค่อนข้างได้เปรียบในความพริ้วมากกว่า

คนที่ตั้งสติได้ก่อนคือตันหย่ง มันรีบสกรีนอชิไว้แต่ลูกกลับถูกส่งให้ฟังก์ชั่นที่วิ่งคู่ไปอย่างรวดเร็ว การบุกคู่ทำให้การทำแต้มได้ผลมากขึ้น ผมคุมเกมอยู่กลางสนามคอยดูการเคลื่อนไหวจับจุดและสนับสนุนทีม


ตึง!

วิศวะ 77 : 62 เกษตร


เมื่อเราเปิดเกมด้วยการเล่นเร็วก็ทำให้อีกฝ่ายต้องเล่นเร็วตามไปด้วย ลูกถูกโยนขึ้นไปแต่ไม่ลงห่วง

“รีบราวด์!” ใครสักคนตะโกนสั่ง ใต้แป้นมีคนของแต่ละทีมอย่างละคน ทั้งคู่ต่างกระโดดขึ้นคว้าลูกพร้อมกันแต่เกษตรแรงเยอะกว่าทำให้ดันลูกยัดลงห่วงไปได้


ตึง!

วิศวะ 77 : 64 เกษตร


   ปี๊ดดด

                ฝั่งเกษตรกำลังได้ใจก็ถูกเสียงนกหวีดของกรรมการดังขัด “เกษตรเบอร์เจ็ด ฟาล์ว” เสียงนิ่งแต่เฉียบขาดเอ่ยขึ้นไม่ดังไม่เบาแต่สายตากลับวาวโรจน์ “วิศวะได้ลูกโทษหนึ่งลูก”

                “ได้ยังไง!” เบอร์เจ็ดเถียงทันที “นี่มันลำเอียงชัดๆ! โกงกันเห็นๆ!

“ใช่ๆ!” ฝ่ายกองเชียร์คณะก็ส่งเสียงไม่ยอม

พี่เก้าไม่ได้มีสีหน้าตกอกตกใจนักแล้วชี้ไปที่เวย์ที่ยืนกุมสีข้างอยู่ด้วยสีหน้าเจ็บๆจุกๆ “แบบนั้นยังไม่ฟาล์วอีกเหรอ”

“ยังไม่ได้ทำอะไรเลย! นี่มันจงใจแกล้งเจ็บชัดๆ!

“ผมไม่ได้ตาบอดเหมือนกรรมการคนก่อนครับ” รอยยิ้มเย็นๆ ของพี่เก้าทำเอาเบอร์เจ็ดตอบกลับไม่ถูก สีหน้ายังคงไม่ยอม “เถียงกรรมการแบบนี้อยากได้ฟาล์วอีก?”

ไอ้เตี้ยรีบเข้าไปดึงเพื่อนทันที พอดีว่าเรียกชื่อแล้วกระดากปากเลยเรียกเตี้ยแล้วกัน ในสนามมันก็เตี้ยสุด

                “ขอโทษพี่ด้วยครับ” จำเป็นต้องเสียงอ่อนเสียงหวานใส่พี่เก้ามั้ย! 

                แต่พี่เก้าก็ไม่ได้สนใจเรียกให้เวย์ชู้ตลูกโทษ ซึ่งก็ไม่พลาดทำให้ได้มาอีกหนึ่งคะแนน ผมออกตัววิ่งอีกครั้งคราวนี้เจอกับเบอร์สิบเอ็ดทำให้ต้องออกแรงหลบไม่น้อยและเมื่อหลบได้ก็เจอกับเบอร์สอง

ผมถอยหลังก้าวหนึ่งเมื่อโดนดับเบิ้ลทีม ส่วนคนอื่นถูกประกบตัวต่อตัว เหลือเพียงฟังก์ชั่นที่ไร้คนประกบแต่ส่งให้ก็ไม่ได้เพราะต้องโดนตัดบอลแต่จะถือต่อไปก็ไม่ได้ บาสเป็นกีฬาที่ห้ามครองบอลนาน ผมจึงยอมที่จะโยนมั่วๆออกไป แล้วเดี๋ยวค่อยไปแย่งคืน

สำหรับควอเตอร์สามดูเหมือนเพราะมีกรรมการหน้าหล่อแสนยุติธรรมเลยทำให้พวกผมเล่นได้อย่างราบรื่นไม่มีบาดเจ็บอีก


ตึง!

วิศวะ 83 : 75 เกษตร

 

ตึง!

วิศวะ 85 : 80 เกษตร

 

ผมมองคะแนนแล้วก็ปาดเหงื่อทีเดียวไม่คิดว่าจะถูกตีตื้นขึ้นมาแบบนี้แม้ฝั่งมันจะทำฟาล์วไปเยอะแต่ก็มีตัวสำรองคอยเปลี่ยน ฝั่งผมเองก็ไม่ค่อยมีตัวสำรองเพราะวันนี้มีแข่งบอลรอบแรก ตอนแรกผมก็จะถูกเรียกไปบอลแต่เสือกมีสาส์นท้ารบหน้าเฟซเลยต้องมาลงบาสนี่แหละ

ตอนนี้เหลืออีกหนึ่งนาทีจะหมดควอเตอร์สามทางผมก็ต้องป้องกันวงในคุมใต้แป้นเปลี่ยนเป็นฝ่ายตั้งรับเพราะทางตันหย่งตั้งใจจะเอาคะแนนให้เท่ากับพวกผม

                เครียดเลยสิ ถ้าคะแนนเท่ากัน  ในควอเตอร์สุดท้ายได้มีการนองเลือดแน่ ผมยกมือปัดลูกอย่างแรงไม่ทันระวังทำให้ฟาดเข้าข้อมือตันหย่ง

“โอ๊ย!” 

อีกแล้ว ทำไมบทตัวร้ายมันเป็นของผมอีกแล้ว มองตันหย่งที่กุมมือเจ็บๆด้วยสายตาจะกินเลือดกินเนื้อแล้วก็ได้ยินเสียงนกหวีด

“ปี๊ด!

พี่เก้าเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว ตันหย่งเห็นก็ฟ้องเลย “พี่เก้า เขาตั้งใจทำร้าย...”


                “นับสอง มือเจ็บรึเปล่า” ว่าจบก็คว้ามือข้างที่ผมฟาดใส่ตันหย่งไปพลิกๆ ดู “เมื่อกี้ฟาดลงไปเต็มแรงเลย ไม่เจ็บมากใช่มั้ย”


                ผมเองก็เกือบสำลักความหลงไม่ลืมหูลืมตาของพี่มัน

                อยากให้คนรักคนหลง

                เอารูปผมไปเหลี่ยมทองแล้วใส่ห้อยคอนะ

                สีหน้านักกีฬาในสนามเหรอก็เหลือกตามองบนทันที “มีใครให้มากกว่าพี่เก้าอีกมั้ย”

                “กูว่าไม่น่ามี” แล้วพากันส่ายหน้ากันไปมองตันหย่งอย่างสงสารแกมสมเพช

                ตันหย่งที่เห็นว่าตัวเองได้รับความไม่ยุติธรรมก็โวยวาย “พี่เก้า! คนที่เจ็บมันผม! มันฟาดมือใส่ผม!

                เปรยมองอย่างเย็นชา “แล้วทำไมน้องไม่หลบล่ะ น้องต้องเป็นฝ่ายหลบนับสอง!”

                ...

                เงียบกริบสิ

                ตันหย่งเหวอไปเลยครับ กะพริบตาอย่างไม่อยากจะเชื่อกำหมัดแน่นแล้วเปลี่ยนเรื่อง “แต่มันทำฟาล์ว ผมต้องได้ลูกโทษ!

                คิ้วบนหน้าของคนที่กำลังนวดมือให้ผมอย่างไม่เกรงใจใครก็ขมวดแล้วยอมพยักหน้า “ลูกโทษหนึ่งลูก”

                ได้ยินแบบนั้น ตันหย่งก็ยิ้มออก ดูท่ามันหวังแค่คะแนนเอาชนะไม่ลืมหูลืมตาจนไม่สังเกตสีหน้าคนรอบข้างเลย เมื่อได้คะแนนจากลูกโทษไปทำให้คะแนนเราห่างกันแค่สี่เท่านั้น

                หนึ่งนาทีที่เหลือยิ่งทำให้เกมดุเดือด


ตึง!

วิศวะ 87 : 84 เกษตร


                ผมหอบหนักขึ้นเหงื่อแตกพลั่กเมื่อรู้สึกเจ็บขาแปลบขึ้นมาแต่ก็พยายามกระโดดขึ้นบล็อกไม่ให้อีกฝ่ายชู้ตแต่ก็ช้าไปมันปล่อยลูกออกจากมือแล้ว


                ตึง!

                วิศวะ 87 : 86 เกษตร


                “อีกลูกเดียว!

                “อีกแต้มเดียว!!

                ความฮึกเหิมและกำลังใจมาเต็ม ผมเหลือบมองดูเวลาก็เห็นว่าเหลืออีกสามสิบวินาที ภาวนาให้มันหมดไวๆ แต่ก็ไม่เป็นผลเลยเพราะไอ้ตันหย่งเสือกได้ลูกแล้วชู้ตจากวงนอกทำให้ได้เพิ่มเป็นสามแต้ม


                ตึง!

วิศวะ 87 : 89 เกษตร


“นำแล้วเว้ย!!

            “ตันหย่ง ตันหย่ง!

                ผมมองลูกบาสที่กระแทกลงสู่พื้นอย่างไม่ยอมแพ้รีบวิ่งเข้าใส่แล้วเหวี่ยงให้ฟังก์ชั่นที่ตกใจอยู่กับความรวดเร็วของผม ใครมันจะยอมปล่อยให้มันนำไปเล่า!

                แม้มันจะตกใจแต่ก็รีบตั้งสติวิ่งฝ่าเลี้ยงลูกไปเพื่อทำอีกแต้ม หัวใจของผมเต้นอย่างหนักหน่วงพยายามเอาตัวเองไปสกรีนบังพวกเกษตรไม่ให้ไล่ตาม

                ตอนที่ฟังก์ชั่นกำลังจะชู้ตก็ถูกปัดออกอย่างทันควัน ผมทิ้งไอ้คนที่ต้องบล็อกไว้แล้วตามไปเก็บลูกขึ้นมาจากนั้นก็กระโดดชู้ตโดยที่ไม่ได้ตั้งท่าตั้งสมาธิทำให้พลาดลูกกระแทกกับห่วงอย่างจัง

                แต่อชิยืนอยู่ใต้แป้นเลยกระโดดขึ้นไปแล้วยัดลูกลงห่วงไปได้ทัน...


                ตึง!

  วิศวะ 89 : 89 เกษตร


                จบควอเตอร์ที่สามกับคะแนนที่เสมอกันอีกครั้ง...


--- 


                จบควอเตอร์ที่สามกับคะแนนที่เสมอกันอีกครั้ง...

                พวกเราทั้งสองฝ่ายต่างยืนหอบแฮ่กกันอยู่ในสนามจ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใครแล้วเบือนหน้าออกเดินกลับไปยังม้านั่งของตัวเอง เมื่อได้นั่งแล้วเหมือนร่างกายมันปวกเปียกเหนื่อยล้าขึ้นมาทันที

                ผมแย่งน้ำมาเทราดใส่หัวเพราะความร้อนที่มากเกินไปของอากาศทำให้ผมรู้สึกเหนียวเหนอะและอึดอัดไปทั้งตัว เมื่อราดตัวน้ำเย็นไปแล้วก็ทำให้สดชื่นไม่ได้สนใจเลยว่าเสื้อจะเปียกลู่ไปตามลำตัว

                เพื่อนในทีมก็ไม่ได้ต่างกันนัก หัวเปียกกันไป ผมเงยหน้ามองดูท้องฟ้าที่ยังคงสว่างมีสีส้มจางๆ ยังไม่เข้าช่วงหน้าหนาวเลยมืดช้า

                “เสื้อเปียกหมดแล้ว” เสียงดุพูดขึ้นจากด้านข้าง ผมเลยละสายตาจากท้องฟ้าไปมองหน้าคุณกรรมการโคตรหล่อที่กำลังยืนถือลูกบาสอยู่

                ทำไมแค่เป็นนายแบบ ยืนเฉยๆ ก็รู้สึกเหมือนถ่ายแบบอยู่ล่ะ

                คือหล่อไง คืออิจฉา

                ผมก้มมองดูแล้วก็ไม่ได้เปียกขนาดนั้นนะ พี่เก้ามองลงไปที่ขาผม “ขาเป็นตะคริวอีกรึเปล่า”

                “ไม่นะ” ผมตอบไปแล้วเดินไปนั่งพักหายใจสักหน่อย “แต่มันก็ปวดหน่อยๆ” คลำไปที่น่องที่ตอนนี้ไม่ได้แข็งเกร็งแล้วแต่ยังปวดหนึบๆ จนน่าหงุดหงิด

                “ไว้คืนนี้พี่เก้านวดให้” เสียงอบอุ่นเขาว่าอย่างห่วงใย

                ผมร้องหือในลำคอ “ไม่ได้อ่ะ วันนี้เพื่อนอยู่ห้อง” ผมไม่ได้หน้าด้านวางใจแบบไอ้จินนะที่มานัวเนียกันกลางห้อง เกิดผมอดใจไม่ไหวปล้ำพี่เก้ากลางห้องขึ้นมาแล้วไอ้จินเห็น ผมไม่ต้องโดนมันด่าเหรอประมาณว่าด่าเขาอิเหนาเป็นเอง

                “งั้น...” เขายิ้มมุมปาก “คืนนี้ไปห้องพี่เก้ามั้ยครับ”

                แม่... ผู้ชายชวนขึ้นห้อง

                ทำไงดี ผมเป็นคนขี้อายด้วยปฏิเสธไปเป็นด้วยสิ

                เพราะปฏิเสธไม่เป็น คำตอบก็คือตกลงนั้นเอง

                แต่ว่าจะให้ตกลงทันทีทันควันก็ไม่งามสิ

ผมเอียงหน้าหลบตาแบบเขินอายมีจริตเล็กน้อยแต่ในใจคือพยักหน้ารับรัวๆไปแล้ว  “จะดีเหรอ” มันดีมากๆเลยล่ะครับ!

“คอนโดพี่มีแค่ไอ้ไนน์ไอ้คิวครับ” แปลว่าทางสะดวกเหมาะกับการพาผู้ชายตัวโตแบบผมเข้าบ้าน

ผมทำหน้าลังเล “แต่มันจะรบกวนพี่สองคนนั้นรึเปล่า”

“ยังไงอีกหน่อยนับสองก็ต้องไปอยู่กับพี่เก้าอยู่แล้ว” เขาลูบหัวผมเหมือนลูบหัวหมา “ไม่ไปวันนี้ วันหน้าก็ต้องไปอยู่ดีนะ”

ทำไมหลอกล่อเก่ง แสดงว่าล่อลวงเด็กมาเยอะสิท่า

แต่ยังไม่ได้แต่งงานเลยจะให้ไปอยู่กินด้วยกันนี่มันก็ออกจะน่าอาย

แต่ไม่เป็นไร ผมมีหัวคิดแบบฝรั่ง

ทดลองอยู่ก่อนแต่ง อิอิ

“ก็ได้ครับ” ทำเสียงแบบไม่ได้อยากจะไปเลย ไม่ได้ระริกระรี้เนื้อตัวสั่นเลยด้วย ผมเสริมขึ้นอีก “แต่ถ้าไปกลับระหว่างหอผมกับคอนโดพี่คงต้องขับรถวนไปวนมา เหนื่อยแย่”

พี่เก้าตั้งใจฟัง “ครับ”

“งั้นคืนนี้” ผมทำหน้าซื่อแล้วพูดง่ายๆ “ผมนอนห้องพี่เลยแล้วกัน พี่จะได้ไม่ต้องขับรถมาส่งผมให้เหนื่อย”

กลัวพี่เหนื่อยขับรถ

เลยนอนห้องพี่ให้สิ้นเรื่อง

เป็นคนดีใช่เปล่า

เจ้าของฟังก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรมีแต่แววตาที่แสดงออกว่านั้นแหละที่พี่เขารอฟังอยู่ “แบบนี้ก็ดีครับ พี่เก้าอยากให้เวลากับนับสองมากๆ”

“แค่นี้ก็มากแล้ว” ผมบ่นพึมพำเพราะที่จริงมันก็มากเกินไปด้วยซ้ำสำหรับคนแอบชอบแบบผมที่หน้าด้านไปตามหน้าด้านไปตื๊อ ไม่คิดว่าพี่มันจะเล่นกลับแล้วมาติดบ่วงแบบนี้เหมือนกัน

สงสัยว่าผมต้องทำบุญมาเยอะจริงๆ จากแฟนคลับขยับไปเป็นแฟนนี่มันก็เป็นเรื่องที่เป็นไปได้เหมือนกัน

“เดี๋ยวพี่ต้องไปทำงานต่างจังหวัด” เขาบอกผมก่อน “คงไม่ได้เจอหลายวันเลย”

ผมหน้าบึ้งทันทีเพราะต้นเหตุที่ทำให้พี่เก้ามีงานเข้าเยอะแยะมันก็พี่ชายตัวดีที่นกแดกหัวตัวโตๆ โยนให้นั่นเอง สมน้ำหน้า! “แต่ก็โทรคุยกันได้ไม่ใช่เหรอ”

ผมหลุดปากไปตามความคิดแต่ก็นึกได้ว่าพี่มันงานเยอะคงเหนื่อยน่าจะอยากพักผ่อน

“โทรคุยก็ไม่หายคิดถึงอยู่ดี” เขาพูดออกมาโต้งๆ “อยากลักพาตัวไปด้วยจัง”

ไม่ต้องลักพาตัวหรอก

ระดับผมแล้วจะจะเก็บเสื้อหอบผ้าหนีตามพี่เอง!

แน่นอนว่าได้แค่คิดเพราะช่วงนี้ผมติดกิจกรรมแล้วก็เรียน ขืนตามพี่เก้าไปต่างจังหวัดคงได้โดนแม่บังเกิดเกล้าตีตายแน่

ยิ้มอ่อย “ขอกับแม่ผมสิ”

“เอาเบอร์แม่มาสิ เดี๋ยวขอเลย” แบมือขอ

ผมเลยตีแปะไปทีอย่างหมั่นไส้ ผมกับพี่เก้าหยอกล้อกันอีกสองสามประโยคก็หมดเวลาพัก มือหนานุ่มยื่นมาดึงแขนให้ผมลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง

“ควอเตอร์สุดท้ายแล้ว” เขาว่าเสียงเรียบ

ผมพยักหน้า “ชนะอยู่แล้ว เตรียมรางวัลไว้ได้เลย”

รอยยิ้มบนหน้าของพี่เก้ายิ่งดูน่าหวั่นใจเขาพยักหน้ายิ้มมีเลศนัยพร้อมเอ่ย “แน่นอนครับ รางวัลคืนนี้รับรองว่า..”

“ว่า?”

“จะไม่มีวันลืม หึๆ”

ขนแขนสแตนอัพมาก ตัวผมสั่นเล็กน้อยกลืนน้ำลายอย่างหวาดๆ แล้วถามอย่างระวัง “เปลี่ยนใจไม่ไปห้องพี่ทันมั้ย”

“เสียใจครับ ไม่ทันแล้ว” คงเข้าทำนองเหยื่อส่งถึงปากแล้วใครมันจะยอมคายคืนเล่า

ไม่ให้ผมได้ต่อรองหรือค้าน พี่มันก็เดินหนีดุ่มๆ เข้าสนามไปแล้ว ผมถลึงตามองแผ่นหลังพี่เก้าไปอย่างไม่สบอารมณ์ ยังคุยกันไม่จบเลย!

ผมสะบัดหน้าไปอีกทางแล้วเข้าไปหาเพื่อนเพื่อบอกแผนของควอเตอร์สุดท้าย จะเป็นการเน้นบุกทำแต้มทั้งหมด ถ้าป้องกันอย่างเดียวก็ไม่รอด

“ฮึ เตรียมตัวทำตามที่ตกลงได้เลยมึง” เสียงหลอนๆ กวนประสาทของตันหย่งดังเข้ามาในโสตประสาทของผมตอนที่เดินเข้าสนาม

มองไปทางมันเล็กน้อยแล้วไม่พูดอะไรแต่มองไปทางเพื่อนในทีมมันที่เปลี่ยนเป็นตัวสำรองถึงสองคนก็คิดหนักเพราะทางผมไม่ได้เปลี่ยนตัว แรงและกำลังฝั่งนู้นต้องเต็มเปี่ยมมากกว่า

“ถ้ามึงแพ้ล่ะ”

ผมหยุดเท้าแล้วยืนในตำแหน่ง ส่วนมันก็ยืนถัดจากผม แต่ตามันก็จ้องพี่เก้าที่ถือครองลูกบาส ปากคาบนกหวีดไม่กะพริบเช่นเดียวกับผม

เสียงหัวเราะเยาะ “ถ้าแพ้เหรอ กูจะเลิกยุ่งกับพี่เก้า”

ผมย่นคิ้วเล็กน้อยแล้วก็รู้สึกพอใจในข้อเสนอนี้เลยพยักหน้าตอบ ก่อนจะหันไปส่งสายตากับยอร์ชเล็กน้อยเป็นสัญญาณนิดหน่อยก่อนจะเบือนหน้ากลับไปที่จุดกลางสนาม

“ปี๊ด!

ลูกบาสถูกโยนขึ้นไปอย่างแรงด้วยกำลังแขนของกรรมการหน้าหล่อ วันนี้ผมจะชมพี่มันครบร้อยแล้วมั้ง ชมครบร้อยแลกหนึ่งจูบก็โอเคนะ

หลุดคิดเล็กคิดน้อยไปหน่อยเลยทำให้รับลูกส่งจากยอร์ชไม่ทัน เสียสมาธิเล็กน้อยก็ถูกตัดบอลไปได้ง่าย

ยอร์ชถลึงตาใส่ผมอย่างโมโห “มีสมาธิหน่อย!

“โทษๆ” ครั้งนี้ผมผิดจริงเลยต้องขอโทษไปแล้วดึงสมาธิให้เข้าที่

จากนั้นก็รีบพุ่งตัวไปบล็อกเบอร์ห้าของเกษตรที่ถือครองบอลอยู่ ผมวิ่งไล่ตามไม่ลดละแต่อีกฝ่ายเป็นคนที่เพิ่งลงเล่นในควอเตอร์นี้แรงจึงเยอะกว่าทุกคน หลบหลีกมือผมได้อย่างว่องไวจนผมถึงกับหอบ

เวย์วิ่งมาช่วยบล็อกเป็นดับเบิ้ลทีมถึงจะแย่งลูกมาได้ เวย์โยนบอลให้กับฟังก์ชั่นแล้วพวกเราก็รีบวิ่งอีกครั้ง ฝั่งเกษตรก็วิ่งตามมา

เบอร์แปดปัดบอลออกไปนอกสนามทำให้การทำแต้มหยุดชะงักไป

พวกผมหยุดยืนหอบแฮ่ก ฟังก์ชั่นเดินออกไปเก็บลูกแล้วเริ่มส่งต่ออีกครั้ง การทำแต้มในควอเตอร์ที่สี่เรียกว่าต่างฝ่ายต่างซัดหมัดใส่กันนัวเนีย

เปรียบเป็นมวยไทยก็คลุกวงใน

จะว่าไปมันก็เป็นกีฬาที่ผมอยากลองเล่นนะ

อยากจะคลุกวงในกับนักมวยหล่อๆ~

“วิศวะ! วิศวะ!

“เกษตร! เกษตร!

เสียงเชียร์ดังกระหึ่มทั่วสนามอย่างไม่ยอมให้กัน ผมใช้แขนปาดเหงื่อแล้วใช้ตัวบังเบอร์แปดไว้ ส่วนลูกบาสตอนนี้อยู่ในมือของอชิ

อชิกำลังถูกล้อมด้วยทริปเปิ้ลทีมสามคนจึงไม่สามารถส่งต่อได้แม้ฟังก์ชั่นกับยอร์ชจะว่างอยู่ก็ตาม มันเลยตัดสินใจกระโดดขึ้นหมายชู้ตลูกแต่ทั้งสามคนก็กระโดดตาม

แต่ใครจะคิดว่านั้นเป็นการกระโดดหลอก อชิกระโดดขึ้นลงอย่างรวดเร็วแล้วกระแทกลูกบาสออกไปทางช่องว่างเล็กน้อยส่งมาทางผมที่ยืนอยู่ด้านหลัง

ผมฉีกตัวหลบเบอร์แปดรีบคว้าลูกแล้วมุ่งตรงไปยังแป้นทันที แต่ก็มีตันหย่งมาขวางหน้า “ไม่ให้ไปง่ายๆหรอก!

รอยยิ้มบนหน้าเผยออก “งั้นก็ให้ลูกบาสไปแล้วกัน”

ประโยคนี้จำมาจากการ์ตูนบาสเรื่องโปรด

เท่ห์ใช่เปล่า

ในตำแหน่งที่ผมยืนอยู่ไม่ได้ไกลจากแป้นมากหนักจึงโยนขึ้นไปอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลึ่ย แบบนั้นใครก็มองออกว่าไม่ลง ใช่แล้วมันไม่ลงแต่ผมต้องทำให้มันลง!

หลังจากโยนไปแล้วผมก็วิ่งหลบตันหย่งแล้วขึ้นกระโดดคว้าลูกกลางอากาศจากนั้นก็ยัดลูกบาสที่ไม่ลงห่วงให้มันลง!


ตึง!!

วิศวะ 91 : 89 เกษตร


“เฮ้!

คะแนนแรกของควอเตอร์ที่สี่ตกเป็นของผม การดังก์ลูกที่รุนแรงทำให้ทั้งสนามตื่นเต้นและโห่แซวกันใหญ่ มือข้างหนึ่งของผมกำห่วงบาสไว้แน่นก่อนจะคลายออกเพื่อลงสู่พื้นอย่างหล่อๆ เรียกคะแนนเช้กเรตติ้ง

“กรี๊ดดดดด หล่อ หล่อมาก!

“โอ๊ยยย นับสองหล่ออ่ะแกร!

“ผู้ชายเล่นบาสนี่มันหล่อจริงๆ!

มือยกขึ้นเสยผมอีกนิดให้สาวกรี๊ดหนุ่มหลงแต่พอหันไปทางพี่เก้าก็ได้รับสายตาร้อนแรงที่แทบจะตรงมาขย้ำผม เอ่อ... อันนี้ก็เปิดเผยไปครับพี่

เพราะสายตาพี่เก้ามันร้อนแรงเกินเบอร์ ผมเลยต้องหลบตาหน้าแดงหน่อยๆแล้ววิ่งต่อ

ตันหย่งกัดฟันกรอดแล้วสั่งให้พวกของมันรุกแบบ RUN&GUN ซึ่งเป้นรูปแบบที่คุ้นหูพอๆ กับ Fast Break ก็เป็นไปตามชื่อเลยวิ่งและยิง ไม่ต้องตั้งตัวหรือเซต ได้ลูกก็ส่ง ส่งก็ทำแต้ม ไม่ลงห่วงก็รีบราวด์

เบอร์แปดก็มีฝีมือไม่ใช่เล่นมันได้ลูกแล้วก็ชู้ตจากวงนอกเลยและมันเสือกลงอีก!


ตึง!

วิศวะ 91 : 92 เกษตร


“วู้! มันส์เหี้ยๆ!

เออ มึงมันเหี้ยๆ กูก็เครียดเหี้ยๆ!

ฝั่งเกษตรมีชู้ตเตอร์หลักคือตันหย่งที่มีความแม่นยำใหนการชู้ตระยะไกลไม่มีพลาดแถมการรับส่งก็ดีอีก คนอื่นๆ ไม่เด่นอะไรมากแต่ก็ถนัดเรื่องชู้ตมากกว่าพวกผมที่เน้นทำแต้มแบบดังก์หรือฮุคชู้ต

ผมทำสองแต้มมันเอาคืนสามจะไม่ให้เหนื่อยได้ไง!

“เบอร์แปดประกบยากฉิบ” ข้างๆ ผมคือเวย์ มันกำลังยืนหอบเหงื่อแตกอยู่

ผมยกคอเสื้อขึ้นมาเช็ดหน้าเล็กน้อยแล้วถามอย่างเป็นห่วง “ไหวปะมึง”

“ไหวอยู่” แต่หน้าซีดมากมึง ผมเลยหันไปทางนอกสนามก็เห็นพี่ลมยืนกอดอกเด่นสง่ามองดูการแข่งอยู่ ผมหันไปจ้องพี่มันก็หันมาแทบจะทันทีเลิกคิ้วนิดๆ ยกมือขึ้นชี้ไปที่เวย์เป็นเชิงว่ามันไม่ไหวแล้ว

พี่ลมพยักหน้าแล้วขอเปลี่ยนตัวนักกีฬา เวย์ทำหน้าขัดใจเล็กน้อยแต่ก็ยอมเดินออกไปพัก คนที่เข้ามาแทนเป็นคนที่ผมไม่รู้จักไว้เผ้าผมบังตาจนผมสงสัยว่ามันมองเห็นทางได้ยังไง

แต่ผมก็เป็นคนมนุษยสัมพันธ์ดีก็อ่อยไปทั่ว เอ๊ย ทำความรู้จักทันที “ฝากด้วยนะ”

มันชะงักเล็กน้อยแล้วชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง “พูดกับผมเหรอ”

...นี่ผมเจอตัวประหลาดเข้าอีกแล้วรึไง “เออ ก็ตรงนี้มีอยู่แค่มึงกับกู ก็ต้องพูดกับมึงสิ”

“อ้อ” มันพยักหน้ารับรู้แล้วเอียงคอเหมือนยังงงๆ กับสถานการณ์ “ผมจะเล่นให้เต็มที่” แล้วมันก็เดินผละไปประจำตำแหน่งปล่อยผมยืนเกาหัวแกรกๆ ด้วยความอึน

ทำไมวิศวะมันมีแต่คนประหลาดๆ วะ

อชิเดินเข้ามาแล้วมองไปทางเพื่อนร่วมทีมคนใหม่ “หมอนั่นชื่อชายา”

“ฮะ ชื่ออะไรนะ” ผมร้องเสียงหลง

“ชายา” ตอบเอื่อยๆ และเย็นชาตามสไตล์มัน “ได้ยินว่าเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยมีเพื่อน”

มันทำตัวมืดมนด้วยแหละ ผมก็ดูบังหน้าไปกว่าครึ่งด้วยนิสัยประหลาดอีกแต่ช่างเถอะ ตอนนี้ผมเอาเรื่องชนะไอ้ตันหย่งก่อนจะดีที่สุด

เมื่อชายาลงมาแล้วก็ช่วยเสริมวงในของทีมผมให้แน่นขึ้น มันปัดและตบลูกหนักไปหน่อยทำให้ฟาล์วอย่างรวดเร็ว

ตอนพี่เก้าเข้าไปอธิบายมันก็ถามอย่างงงๆ “ผมทำฟาล์วเหรอ”

“...” ทุกคนมองมันอย่างอึ้งๆ ส่วนชายาก็ยังงงๆ สงสัยว่าตัวเองทำผิดอะไร

“ผมก็เล่นตามกติกานะ” มันพูดงึมงำ

พี่เก้ายิ้มอย่างใจเย็น “น้องอาจจะปัดบอลแรงไปหน่อยเลยทำให้เพื่อนบาดเจ็บ ต่อไปต้องระวังนะครับ”  จริงๆ พี่เก้าเป็นคนยุติธรรมนะ

ยกเว้นผม

เขาพร้อมลำเอียงเสมอ

ทำไมรู้สึกถูกสปอยล์

ชายามองไปที่ข้อมือของเบอร์แปดที่ขึ้นแดงชัดเจน “นี่ผมทำเหรอ โห ผมนี่แรงเยอะจัง” มันส่งเสียงตกใจแกมชขื่นชมในทีจนคนในสนามแทบจะลมใส่

พี่เก้าทิ้งกับยกมือนวดขมับแล้วบอกให้ชายาเล่นระวังหน่อย เนื่องจากเป็นการทำฟาล์วช่วงแย่งบอลตัดบอลธรรมดาไม่ใช่ทำฟาล์วตอนชู้ตเลยไม่ได้ลูกโทษ

ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่กับชายาเลยเดินไปตบไหล่ให้กำลังใจ มันยังจะถามผมอีก “นายตบไหล่ผมทำไมเหรอ”

...กูควรอยู่ห่างๆ มึงก่อนที่ประสาทจะแดก

เดินเซแท่ดๆ ออกห่างจากชายาแล้วกลับไปตั้งใจเล่นต่อ เบอร์แปดเหมือนม้าคึกเลยครับแม่งได้ลูกเป็นชู้ต

 

ตึง!

วิศวะ 91 : 95 เกษตร

 

ตึง!

วิศวะ 94 : 95 เกษตร


ชายาทำแต้มได้เว้ย ไม่น่าเชื่อ! แต่ทำไม่กล้าเดินไปคุยกับมันเดี๋ยวจะพูดกันไม่รู้เรื่องเลยทำเป็นเมินไปแต่ชายาก็วิ่งไปถามอชิ “นี่ ทำไมตอนผมชู้ตลงไม่มีใครส่งเสียงเชียร์ผมล่ะ”

“...” อชิหันหลังเดินหนี

 

ตึง!

วิศวะ 96 : 95 เกษตร

ผมยัดลูกลงห่วงได้อีกครั้งในนาทีที่ห้า ตอนนี้แค่แต้มเดียวก็เลือดตาแทบกระเด็นแล้ว แต้มนิ่งหยุดเป็นนาทีกว่าจะมีการขยับ

 

“กลับมานำแล้ว!!

พี่ลมตีเข่าส่งเสียงเฮ้เหมือนตัวเองได้ลงแข่งเองไม่มีผิด ผมได้รับการตบไหล่ตบหลังจากเพื่อนร่วมทีม และตรงหน้าผมก็คือชายา(อีกแล้ว) มันทำหน้าเหมือนจะถามผมเลยยกมือห้ามไว้ “อย่าเพิ่งถาม ไปเล่นก่อน”

“อ้อ ได้ๆ” มันก็น่ารักดีนะ ว่าง่ายดี

ตบอกอย่างโล่งใจรู้สึกว่าคุยกับชายาเหมือนคุยกับเจ้าหนูจำไมไม่มีผิด พี่ลมมันไปหานักบาสมาจากหลุมไหนเนี่ย!

เวลาเริ่มถดถอยลงแต่กำลังของแต่ละฝ่ายต่างเพิ่มขึ้นไม่มีท่าทีหมดแรงเลยสักนิด ตันหย่งยิ่งเล่นแรงมากกว่าเดิมแต่มันไม่ถึงกับทำฟาล์ว พี่เก้าขมวดคิ้วมีบางครั้งเป่าเรียกตักเตือนเพราะบางครั้งตันหย่งเผลอกระชากเสื้อบาสของฟังก์ชั่นกับอชิ

ไม่บาดเจ็บก็จริงแต่ไม่ใช่การกระทำที่สมควรทำนัก สายตาผมยิ่งมองมันอย่างดูถูกมากขึ้น

 

ตึง!

วิศวะ 96 : 97 เกษตร

 

 มันน่าหงุดหงิดตรงที่มันมีฝีมือแต่ดันเล่นสกปรกไง ตันหย่งพอใจที่ขึ้นนำได้อีกครั้งหลังจากชู้ตจากวงในของมันเอง ผมคำรามในลำคออย่างโมโหแล้วมองดูเวลาที่เหลืออยู่

02.56

อีกสามนาทีเท่านั้นน่าจะพอทนไหว ตอนนี้กล้ามเนื้อขาที่เป็นตะคริวมาก่อนหน้านี้เริ่มปวดจนแทบล้มตัวไปนอนกลิ้งแล้ว แต่พอคิดถึงการท้าทายของไอ้เตี้ยแล้วผมก็ลืมความเจ็บปวดของร่างกายทันที

“ส่งมา!” พอคิดแล้วมันก็อารมณ์พุ่งพล่านตะโกนขอลูกจากชายา มันส่งให้อย่างรวดเร็วและดีมากแรงพอเหมาะเลย ผมเลี้ยงลูกบุกเข้าไป

“ขวางไว้! อย่าให้ได้แต้ม!” เสียงเล็กแหบของไอ้เตี้ยว่าสั่งการ

เบอร์แปดกับเบอร์ห้าและตันหย่งเข้ามาประกบผมล้อมให้ผมอยู่ตรงงกลาง ผมเดาะลูกบาสหลอกล่ออยู่หลายตลบกว่าจะฉีกหลบจากวงล้อมปราการที่แน่นหนาได้

“เชี่ยยย เจ๋งโคตร!

“กูนึกว่าอาโอมิเนะมาเองเลยสัส!

อย่างผมต้องคิเสะสิ! นายแบบหน้าหยกสูงยาวเข่าดีผิวขาวสาวกรี๊ดเยอะ!

เถียงอยู่ในใจไปแต่ร่างกายก็ขยับไปตามสัญชาตญาณบุกทะลวงฝ่าเข้าไปผ่านไปสี่คนก็ขึ้นชู้ตกระโดดถอยหลังแบบเฟดอะเวย์

 

ตึง!

วิศวะ 98 : 97 เกษตร

 

“อีกสองนาที นับสองชู้ตอีก!” รุ่นพี่จอมสั่งก็ตะโกนลงมาแต่พี่ครับแค่ลูกเดียว ผมก็ต้องฝ่ามาสี่คน จะชู้ตวงนอกเอาสามแต้มไอ้ตันหย่งแม่งก็ประกบชิดตัวจนทำให้พลาดไป

การประกบแบบประชิดตัวจะทำให้ถูกกดดันจนเล่นได้ลำบาก ชู้ตไปก็ไม่ลง ผมเลยต้องเลือกวิ่งเข้าวงในทำแต้มได้แค่สองลูก

บอลอยู่ในมือตันหย่งอีกครั้งมันเลี้ยงบอลและวิ่งไปอย่างไม่รู้จักเหนื่อยจนผมชักสงสัยแล้วว่ามันไปดื่มยาชูกำลังมารึเปล่า อชิกับยอร์ชเข้าสกรีนแต่ตันหย่งก็ส่งลูกให้เบอร์ห้าทำแต้มฉีกหลบชายาได้อย่างเฉียดฉิว

 

ตึง!

วิศวะ 98 : 99 เกษตร

 

คะแนนไล่บี้กันอย่างไม่มีใครยอมอ่อนข้อให้ใครกับเวลาที่น้อยลงไปเรื่อยๆ ความกดดันในสนามยิ่งทวีคูณ ผมกับตันหย่งต่างมีสีหน้าเรียบนิ่งแต่ดุดันพอๆกัน ความแข็งแกร่งของแต่ละคนถูกดึงออกมาฟาดฟันกัน

ผมรับลูกบาสจากยอร์ชแล้วส่งยาวให้ฟังก์ชั่นที่วิ่งออกตัวนำหน้าไปก่อน ส่วนตัวเองก็ระวังตันหย่งไว้ คนหัวสีน้ำตาลเบอร์อะไรไม่ทันมองก็แย่งลูกไปได้แต่ไม่สามารถส่งต่อให้ใครได้เพราะฝ่ายมันถูกประกบวันออนวัน

เพราะลังเลไม่กล้าบุกเองทำให้อชิตัดลูกมาได้ง่ายๆ ลูกบาสจึงกระดอนออกนอกสนามไป

พอให้หายใจได้โล่งคอสักสามวิได้ก็กลับไปหนักหน่วงกล้ามเนื้อแทบจะขาดออกจากกัน

ผมไม่ป้องกันแล้วเพราะเหลืออีกแค่หนึ่งนาทีกว่าเท่านั้นจึงตัดสินใจตัดลูกมาจากเบอร์ห้าแล้วทิ้งไอ้ตันหย่งไว้เลิกประกบมัน กีฬาบาสเกตบอลมันก็แบบนี้แหละครับจนกว่าจะจบเกมก็ไม่มีใครรู้ว่าใครจะเป็นผู้ชนะ

ทุกวินาทีมันสามารถพลิกผันผู้นำได้ตลอด!


ตึง!

วิศวะ 101 : 99 เกษตร

            

               ถึงจะขึ้นนำได้แล้วสองแต้มแต่นั้นก็ยังไม่ปลอดภัยพอ จึงต้องเอาสามแต้มอีกลูกและนั่นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ฝ่ายเกษตรเปลี่ยนมาตั้งรับสามบุกสองแถมไอ้สามคนก็เอาแต่ประกบผมด้วย

                ดังนั้นอชิกับยอร์ชจึงต้องเข้ามาช่วยกันฝ่ายรับออกไป ผมถึงหลุดออกมาได้เมื่อได้บอลจากฟังก์ชั่นผมก็ชู้ตทันที


ตึง!

วิศวะ 104 : 99 เกษตร


ใบหน้าของตันหย่งบูดเบี้ยวหนักกัดฟันแทบจะหัก ผมเห็นว่านั่นยังไม่สะใจพอจึงเติมน้ำมันลงไปให้อีก “มึงจะไม่มีทางได้แต้มอีก!

“ไอ้!” มันสบถลั่นจะเข้ามากระชากคอเสื้อผมที่ยืนกวนส้นตีนรออยู่ เอาสิ ต่อยเลยยังไงกรรมการของยุติธรรมอยู่แล้ว! แต่เพื่อนในทีมมันก็ปรี่เข้ามาดึงไว้ทัน

                เลิกสนใจมันแล้วหันกลับไปเล่นต่อห่างห้าแต้มใช่ว่าจะวางใจได้ยังเหลือเวลาอีกนาทีกว่า ผมต้องทำแต้มให้เยอะที่สุด!

            

              ตึง!

วิศวะ 106 : 99 เกษตร

         

            ตึง!

วิศวะ 109 : 99 เกษตร


ไม่มีคำว่าเมตตา ผมจงใจที่จะทำให้แต้มของเกษตรมันหยุดนิ่งที่ตรงนั้นคล้ายกำลังเย้ยหยันอีกแค่แต้มเดียวมันก็จะขึ้นสามหลักแต่ผมไม่ปล่อยให้มันทำได้ เหมือนชัยชนะที่อยู่ตรงหน้าแต่มันคว้าไม่ได้

ทำไมผมเป็นร้ายๆ แบบนี้นะ

ช่วยไม่ได้มันดันมาทำให้ผมโกรธเอง


ตึง!

วิศวะ 111 : 99 เกษตร


“บุกเข้าไป!!” ไอ้เตี้ยคลั่งแล้วสิ

สีหน้าของพวกผมก็ดูจะสะใจเหลือเกินยิ่งเห็นว่าเวลาเหลือเพียงสามสิบวินาทีแล้วก็เห้นว่าชัยชนะมันลอยมาอยู่ตรงหน้าแล้วแต่ก็ไม่ประมาทให้พวกมันได้ลูก

พอมันได้ไปก็แย่งคืน พอมันจะขึ้นชู้ตก็ตบลูกกระจาย

ผมมองเห็นว่าเวลาเหลือแค่สิบวินาทีเท่านั้นก็กำชับลูกบาสที่อยู่ในมือแน่นขึ้นแล้วคิดจะทำแต้มอีกลูก ตันหย่งที่ถูกผมกระทืบตบหน้าด้วยการเล่นก็ตัวสั่นเทิ้มด้วยความเสียหน้าปนโมโหตามไล่กัดผมไม่ปล่อย

ชายาเป็นคนเอาตัวเข้ามาสกรีนไว้เลยหยุดตันหย่งไว้ได้

“เอาเลย!

รุ่นพี่และพวกเพื่อนปีหนึ่งของผมตะโกนส่งมาให้ผมจัดการซัดหน้าตบพวกเกษตรด้วยลูกสุดท้ายเลย และผมก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาผิดหวังการก้าวเท้าและวิ่งกระโดดล้วนพอดีจังหวะ

สองมือจับลูกบาสแน่นก่อนจะจับมันกระแทกใส่ห่วงอย่างรุนแรงดังสนั่นสะเทือนไปทั่วสนามเพื่อประกอบชัยชนะในครั้งนี้


ตึง!

วิศวะ 113 : 99 เกษตร


“ปี๊ดดดดด”

วินาทีที่ลูกเข้าไปในห่วงก็ได้ยินเสียงนกหวีดเป่าให้สัญญาณหมดเวลา... บริเวณทั่วสนามเงียบไปอึดใหญ่หนึ่งเมื่อถูกดึงดูดด้วยความเปล่งประกายของผม

เมื่อได้สติแล้วคราวนี้ก็สนามแทบแตกสิผิดกับฝั่งเกษตรที่เงียบเป็นเป่าสากไร้สุ่มเสียงยิ่งบนสนาม ไอ้ตันหย่งยิ่งเงียบและแสดงออกว่าไม่ยอมลง

“กูชนะแล้ว”

เป็นคนชนะจะกร่างแค่ไหนก็ได้

“แข่งใหม่!!” คนตัวเล็กกว่าตวาดลั่น “มาแข่งกับกู! วันออนวัน!

ผมเหลือเชื่อเลยกับความหน้าด้านหน้าทนของมัน เรียกจอแจเริ่มเปลี่ยนไปซุบซิบนินทา ผมเดินเข้าไปหามันประจันหน้า “เป็นลูกผู้ชายปะ แพ้ก็ต้องยอมรับว่าแพ้สิวะ!

ตันหย่งกัดฟันกรอดเบิกตากว้างอย่างไม่ยอม แต่ก็ต้องจนด้วยคำพูดเพราะถ้ามันยังกล้าท้าแข่งต่อก็หมาแล้ว

สักขีพยานเต็มสนามแถมยังมีหน้าเฟซบุ๊คอีก ถ้าอยากโดนคนมองด้วยสายตาดูถูกหรือตกเป็นขี้ปากคนก็ท้าต่อสิ

ผมเห็นว่ามันยอมแพ้แล้วก็เดินหันหลังให้มองหน้าพี่เก้าก็เห็นว่าเขายืนรออยู่นอกสนามไม่ใกล้ไม่ไกล ผมยิ้มออกมาเล็กๆ ชัยชนะที่ปกป้องคนของใจไว้ได้นี่มันหวานล้ำจริงๆ

“กูจะเลิกยุ่งกับพี่เก้าตามสัญญา”

เสียงหัวเราะเบาๆ ของคนด้านหลังทำให้ผมหันไปมองอีกครั้ง พบว่าใบหน้ามันไร้ความเดือดดาลแววตาลึกล้ำและเปิดเผยรอยยิ้มที่ไม่ใช่เย้ยหยันทำให้มันดูน่ามองมากขึ้น


“ช่างเถอะ” มันโบกไม้โบกมือ “ทำตามสัญญาได้อยู่แล้วเพราะกูไม่ได้สนใจพี่เก้าสักนิด”


ฮะ หมายความว่าไง

มันยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วสบตากับพี่เก้าที่กำลังทำหน้าตึงแทบจะทันทีเมื่อได้ยินแบบนั้น “คนที่กูอยากยุ่งด้วยตั้งแต่แรกน่ะ”

ใครวะ ไม่ใช่พี่เก้าของผมเหรอแล้วมาท้าแข่งเพื่อ?

มันเห็นผมทำหน้างงก็ถอนหายใจระอา “ก็มึงไง นับสอง”

“…!

“กูชอบมึงว่ะ”

เป็นอะไรที่ช็อกโลกที่สุดแล้ว เพื่อนในสนามต่างมองหน้ากันแล้วมองผมที พี่เก้าที ตันหย่งทีแล้วพูดออกมาพร้อมกัน

 

“เชี่ย... คดีพลิก!



------

เหมือนจะมีหลายคนทายถูก 555555

วันนี้ติดเเพคหนังสือหมอดินยาวไปหน่อยเลยมาช้า

#นับเก้ารัก

ติดตามเดือนพรายกันได้เพจเเละทวิตเตอร์

https://www.facebook.com/DuanPhrai/

เเละ

https://twitter.com/PhraiPimmy_

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10.65K ครั้ง

1,275 ความคิดเห็น

  1. #56970 Molly_nat (@Molly_nat) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 01:21
    คิดไว้ไม่มีผิด เพราะตอนที่นับสองล้ม ตันหยงดูเป็นห่วงนับสองมากก
    #56970
    0
  2. #56343 NonniePanicha (@NonniePanicha) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 22:44
    เชี่ย กูทายถูกกกกก
    #56343
    0
  3. #55189 MAGAND (มาร์กันต์) (@Markgot7iloveyou) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 20:22
    กูช็อคไปเลยจ้า
    #55189
    0
  4. #54953 Yooika (@Yooika) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 08:09
    ระวังตีนพี่เก้านะตันหยง
    #54953
    0
  5. #54934 May Ling Pcm (@maylingpcm) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 21:41
    ชายาน่าสนใจ
    #54934
    0
  6. #54879 fah123chayutra (@fah123chayutra) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 18:57
    พีคมากกก ตอนบอกว่าตันหยงชอบนับสอง
    #54879
    0
  7. #54829 kanyallapo (@kanyallapo) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 20:07
    เราว่าแล้วๆตันหยงน่าร๊ากกก(หลบตีนพี่เก้าแพร่บ)

    :)
    #54829
    0
  8. #54601 G._.arn (@Little_G) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 22:36
    อยากรู้จักชายามากกว่านี้งะ
    มีแพลนจะทำคู่ของชายาไหมคะ? ดูท่านางจะเป็นรับ><

    ไม่ใช่ไรหรอกนโมเอง นิสัยนางเอ๋อๆอยากให้มีสำมมีมาคอยดูแล>.,<
    #54601
    0
  9. #54599 beeya1 (@beeya1) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 22:12
    นับสอง ออร่าผัวรุนแรงมาก

    สลับวันคู่วันคี่ก็ได้นะพี่เก้า คริคริคริ
    #54599
    0
  10. #54564 Kamuki (@na--) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 13:22
    เอ้า นับสองลูกแม่หล่อเฉยเลย55555555
    #54564
    1
    • #54564-1 kanyallapo (@kanyallapo) (จากตอนที่ 26)
      26 มีนาคม 2562 / 20:06
      เราว่าแล้วๆตันหยงน่าร๊ากกก(หลบตีนพี่เก้าแพร่บ)&#128514;
      #54564-1
  11. #54252 mr.t_darkside (@Mymeyttuey) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 14:04
    คดีพลิกดิ/ชายาน่ารักอ่า
    #54252
    0
  12. #54251 mr.t_darkside (@Mymeyttuey) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 14:03
    คดีเผ็ช!
    คดีผลิก!
    //นับสองคือตอนนี้ดูหล่ออ่ะ-///-
    #54251
    0
  13. วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 19:43
    เอ้า

    พีคคคค

    คถ ชายา
    #54024
    0
  14. #53667 chanidaphatoiem (@chanidaphatoiem) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 16:43

    พี่เก้าคือดีงามมมมมมมมมมม
    #53667
    0
  15. #53657 puppywang (@2543660) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 09:03
    ว่าแล้ววว ตอนนับสองเจ็บจาแล้วตันหยงวิ่งมาดู ก็คือตะหงิดใจแล้ว
    #53657
    0
  16. #53656 puppywang (@2543660) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 09:02
    ว่าแล้วววว ตอนที่ตันหยงวิ่งมาดูนับตอนล้มก็คือตะหงิดใจแล้ว
    #53656
    0
  17. #53238 NoTTo5549porgtbs (@NoTTo5549porgtbs) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 16:11
    นับสองเปลี่ยนร่าง!
    #53238
    0
  18. #53211 Mareemintty (@Mareemintty) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 16:47
    ว่าแล้ววววว ตลิดๆแต่แรกแล้ววววว
    #53211
    0
  19. #52874 มิคาเสะจัง (@Mikhasea) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:01
    ฮือออ ชายา ชายาของแม่ ตอนนี้หนูโตขึ้นแล้วหล่อมากๆเลยลูกกก
    #52874
    0
  20. #52559 bongkot25022018 (@bongkot25022018) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:36
    ชอบนับสองเวอร์ชั่นนี้มากหลัวสุดไรสุด
    #52559
    0
  21. #51890 AnTANDAN (@AnTANDAN) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:30
    ก็ว่าอยู่ทำไมมันทะแม่งๆ ตอนแรกคิดในใจว่าตันหย่ง ไม่น่าจะสนใจพี่เก้าอ่ะ
    #51890
    0
  22. #51556 Thunx2 (@thunthan) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:40
    กรี๊ดดดด คดีพลิก!!

    เห็นมั้ยๆ นับสองลูกที่ร่างชุ่มเหมือนและกลิ่นอายฟีโรโมนเพศชายคละคลุ้งนั้น ฮื่ออออ /กัดผ้าห่มม ละทำไมพึ่งมีคนมาปิ้งนับสองตอนนี้วะ หรือว่าจริงๆคนก็ปิ้งเยอะ แต่นังสองไม่เห็นเอง?
    #51556
    0
  23. #51143 Love_ya_km (@Kitrita) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:43

    เกลียดนับสองได้มั้ย555 แต่ละคำที่พูด โอ้ยยยย สุดมากกกก

    #51143
    0
  24. #51119 joenls444 (@joenls444) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:26
    อมก.ช็อคไปแร้ว
    #51119
    0
  25. #50695 porsrisamran29 (@porsrisamran29) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:34
    แต่ตอนวิ่งมาดูนับสองกลางสนามอะ นี่แบบเอ๊ะ ชิปได้ไหม555555555555 #หยงนับ รึป่ะต้นแบบมาจาก #ชิวนิล เลยนะ
    #50695
    0