นับ เก้า รัก [YAOI]

  • 300% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 3,351,296 Views

  • 57,130 Comments

  • 57,977 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    159,415

    Overall
    3,351,296

ตอนที่ 25 : อ้อยคว่ำครั้งที่ 24

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 120861
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9405 ครั้ง
    9 ส.ค. 61

 บทที่ 24



                ภายในห้องพักเหลือเพียงผมยืนโดดเด่นอยู่ตรงทางเข้าหลังจากที่จินออกไปผมก็ยังเอ๋ออยู่นิดหน่อยแล้วก้มเก็บโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาดูความเสียหายแล้วพบว่าตรงมุมเกิดรอยแตกซะแล้ว

                หน้าผมเจือลงทันทีเบะปากอย่างไม่ยอมแต่คิดจะไปเอาเรื่องไอ้สองคนเมื่อกี้ผู้ซึ่งเป็นต้นเหตุของความตกใจก็นึกถึงหน้าเย็นชาแล้วก็ใจห่อเหี่ยวเลย

                เห็นปากเก่งแบบนี้ เวลาจริงเหรอ... ก็หงอสิ ถามได้!

                สลัดความหงุดหงิดทิ้งไปแล้วส่งข้อความบอกพี่เก้าว่าถึงห้องแล้วขออาบน้ำก่อน แต่ก่อนจะอาบน้ำผมเอาเสื้อผ้าลงไปซักที่เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญด้านล่างหอแล้วค่อยกลับขึ้นมา

                ระหว่างที่ผมอาบน้ำก็ครุ่นคิดอย่างหนักถึงพี่ชายตัวเอง...

                ถ้าป๋ารู้จะเสียใจขนาดไหน

                แต่ช่างเถอะ นั่นมันก็เรื่องของพวกเขาไม่เกี่ยวกับผม ตัวเองยังเอาไม่รอดอย่าได้ไปเสือกเรื่องชาวบ้าน จำไว้ อย่าหาว่าพี่สอนนะ แต่มันเป็นเรื่องที่ต้องรู้

เกือบชั่วโมงที่ผมใช้เวลาในห้องน้ำ หยุด! อย่ามาคิดอกุศลนะ ผมไม่ได้ช่วยตัวเองทุกวี่ทุกวันคนบ้าอะไรจะกระหายอยากปานนั้น จริงๆแล้วผมเป็นคนที่ชอบอยู่ในห้องน้ำนานๆ มันเย็นดี ถ้ามีอ่างก็จะแช่แต่มันไม่มีไง

                “ฮัลโหล ว่าไงชิ” ตอนนี้ผมกำลังแต่งตัวอยู่แต่อชิเพื่อนรักก็โทรมาพอดี ผมใช้มือหนึ่งถือโทรศัพท์อีกมือก็เปิดหาเสื้อผ้าในตู้

                (กูจะโทรมาย้ำอีกรอบเรื่องแข่งบาส) เสียงหน่ายๆ เบื่อมันว่ามาตามสาย

                “แข่งกี่โมง” เอาจริงผมก็ไม่ได้ใส่ใจฟังไอ้ไวท์นัก ตอนนี้เลยไม่รู้อะไรทั้งสิ้น ให้แข่งก็แข่งแค่นั้น

                (เริ่มห้าโมง แข่งสนามใหญ่)

                “อือฮึ มีใครที่ต้องระวังเป็นพิเศษรึเปล่า” ผมถามอย่างกังวลหน่อยๆ คราวก่อนก็โดนศอกเข้าท้องยังเข็ดอยู่เลย

                (มี) เสียงของอชิดูเคร่งเครียดขึ้น (ได้ยินว่าตัวทำแต้มถึงจะสูงแค่ร้อยเจ็ดสิบเก้าแต่ฝีมือไม่ธรรมดา)

                ผมชะงักมือที่กำลังหยิบเสื้อ “มึงไปดูเขาซ้อม?”

(เออ ชื่อตันหย่ง มึงระวังไว้หน่อย)

แค่ชื่อบวกส่วนสูงก็รู้แล้วว่าไทป์ไหน! ยังไม่เจอหน้าบอกเลยว่ามันต้องเป็นรับชัวร์ป้าบ!

แล้วเพราะว่าฝีมือการเล่นบาสของผมพาทีมชนะในรายการแข่งของเดือนมาทำให้ชื่อเสียงในมหาลัยของผมมีเยอะมากขึ้น ผมกับตันหย่งมีตำแหน่งเดียวกันก็ต้องฟาดกันหนักแน่

ผมถามอชิอีกนิดหน่อยแล้วก็วางสายไปจากนั้นก็หยิบเชิ๊ตสีขาวผ้าบางออกมาสวมลวกๆ ติดกระดุมอย่างไม่ใส่ใจนัก จริงๆแล้วผมไม่ชอบใส่เสื้อผ้าตอนนอนเพราะมันอึดอัด

“ตันหย่ง... ชื่อนี้เห็นที่ไหนวะ” ผมขมวดคิ้วพลางบ่นงึมงำแล้วหยิบยางมารัดจุกเสยผมที่ปรกหน้าทิ่มตาขึ้นแล้วหยิบครีมทาหน้ามาบำรุง

เป็นผู้ชายก็ต้องรู้จักดูแลตัวเอง

อยากหล่อก็ต้องบำรุง

พี่เก้าจะได้รักๆหลงๆ

“เชี่ย! นึกออกแล้ว!” หลังจากตบครีมเรียบร้อยก็มีบางอย่างวาบขึ้นมาให้ผมเดินไปคว้ากระดาษสามแผ่นรายชื่อบรรดาคนตามตื๊อพี่เก้าขึ้นมาไล่อ่านอีกครั้งอย่างช้าๆ ไม่ให้ตัวอักษรหลุดจากสายตาแม้แต่ตัวเดียว

ผมกวาดตาจนมาถึงหน้าที่สาม...

 

ตันหย่ง

 

นัยน์ตาผมเบิกกว้างอย่างตกใจไม่คาดคิดว่าคู่แข่งในวันพรุ่งนี้แล้วไม่เพียงแต่แข่งเอาชนะกีฬา มันยังเป็นศัตรูหัวใจอีก พอคิดสภาพว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ชายตัวเล็กกว่าผมแล้วใจก็สั่นสะท้านขึ้นมาอย่างหวาดหวั่น

ถึงนับสองจะไม่น่ารัก

แต่นับสองก็เอ็กซ์มากนะพี่เก้า!

ไม่เคยเจอหน้าแต่เกลียดไปก่อนแล้วมันเป็นแบบนี้นี่เอง ผมโยนกระดาษพวกนั้นลงบนโต๊ะอย่างหงุดหงิด แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหาเฟซบุ๊คของไอ้คนที่ชื่อตันหย่งไรนั้นอย่างอดทนไม่ไหว

กำลังรอคำตอบจากเพื่อนในคณะอยู่ ข้อความพี่เก้าก็เด้งขึ้นมาหยุดทุกอารมณ์หึงหวงหน้ามืดของผม

 

พี่เก้าคนดีคนหล่อของนับสอง : อาบน้ำเสร็จรึยังครับ

พี่เก้าคนดีคนหล่อของนับสอง : ไปนานเลย

พี่เก้าคนดีคนหล่อของนับสอง : คิดถึงแล้วนะ

 

จะสำลักอ้อยตายแล้วพี่เอ๊ย

ความหงุดหงิดผมมลายหายไปอย่างรวดเร็วก่อนจะเปลี่ยนไปหยิบโน๊ตบุ๊คมาเปิดเฟซบุ๊คแทนแล้วเอาโทรศัพท์มานั่งตอบพี่เก้า

 

นับสองเองครัช : อาบน้ำเพลินไปหน่อย ขอโทษครับ

นับสองเองครัช : พี่จะไลฟ์ยัง

พี่เก้าคนดีคนหล่อของนับสอง : ก็รอเราอยู่นี่แหละ

 

ก็รอเราอยู่นี่แหละ...

ใจผมเหลวละลายไปกับน้ำแล้วครับแม่

                ผมก็พิมพ์ตอบกลับไปบอกให้พี่เก้ารีบไลฟ์เถอะเพราะดึกมากแล้ว ผมอยากให้พี่เขารีบพักผ่อน พรุ่งนี้ยังต้องเรียนอีกไหนจะมีกิจกรรมที่พี่เก้าเองก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองจะได้ไปทำอะไร

ระหว่างไล่พี่เก้าไปเตรียมตัวไลฟ์ ไอ้แพนเพื่อนผู้หญิงในคณะก็ส่งลิ้งค์เฟซของไอ้ตัวตันตันหย่งบ้าอะไรนั่นมาให้ ผมรีบคลิ๊กเข้าไปดูอย่างระวัง

ผมเกือบจะทุ่มโน๊ตบุ๊คลงพื้นเมื่อเห็นหน้าไอ้ศัตรูหัวใจ รูปโปรเรียกได้เลยว่าโคตรจะดูดีและโคตรน่ารัก ดูตาโตๆ นั้นดิ ผมเห็นแล้วยังชอบเลย แต่เพราะมันบังอาจมาชอบพี่เก้าดังนั้นผมจึงเกลียดทันที

รองจากพี่กิ่งคนสวยมาก็ต้องเป็นไอ้ตันหย่งนี่เหรอ ผมกดเลื่อนดูไทม์ไลน์มันอย่างสำรวจไม่รู้ดีหรือร้ายที่มันตั้งโพสต์เป็นสาธารณะทำให้ผมเห็นทุกอย่างที่มันลง

ผมกวาดตาอ่านดูโพสต์ของมันเงียบๆ แววตาไม่ได้สะท้านความคิดอะไรอาจจะมีเป็นประกายวาบขึ้นมาบ้างแต่ก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว

แต่ว่าดูได้ไม่เท่าไหร่ไอจีก็แจ้งเตือนการขึ้นไลฟ์ของพี่เก้า ความสนใจของผมถูกดึงไปอย่างรวดเร็วผมรีบกดเข้าไปดูไลฟ์ของพี่เก้าอย่างตื่นเต้น

เมื่อกดเข้าไปก็เห็นหน้าหล่อๆ หัวขาวๆ รอยยิ้มอ่อยๆเอกลักษณ์ประจำตัวของพี่มันทันที เพิ่งจะขึ้นไลฟ์แต่คนดูก็วิ่งพรวดขึ้นอย่างรวดเร็วจะแตะหมื่นแล้ว

คนบ้าอะไรช่างฮอตไม่มีตก

 

“วันนี้มาดึกไปหน่อย รอนานกันรึเปล่า” ทำหน้าทำตาอ้อน “อย่าโกรธกันเลยนะที่มาช้า”

 

พูดขนาดนี้ใครกล้าโกรธก็บ้าแล้ว

ต่อให้โกรธก็ใจอ่อนยวบไปเลย

แต่ว่านะทุกคน...ที่พี่เก้ามาช้าน่ะ

 

เขารอกูครับ เขารอกูววว

ผมยิ้มพอใจอยากประกาศให้โลกรู้แต่ก็ไม่ได้ผม มองดูคนขี้อ้อยกำลังกอดกีต้าร์โปร่งตัวสวยอยู่ด้วยความหลงใหลบวกสิบ

จากที่หล่อจนอยากเสียตัวอยู่แล้ว

ถือกีต้าร์แบบนี้มามีลูกกันเลยเถอะ!

ความคิดแปลกๆ วิ่งมาในหัวจนผมรู้สึกอับอายจนต้องตีหัวตัวเองไปทีจากนั้นก็ขยับตัวมานอนดูพี่เก้าไลฟ์ วันนี้พี่มันจะเล่นเพลงอะไรมาขโมยหัวใจบรรดาแฟนคลับน่ะ

“วันนี้เหรอ เล่นเพลงอะไรดีล่ะ” เขาทำหน้ามึนๆ ซื่อๆ กระชากใจแฟนๆ “เอาเพลงนี้ดีกว่า ช่วงนี้อารมณ์ของผมค่อนข้างตรงกับเพลงนี้เลยครับ”

“หือ? เพลงอะไรเหรอ”

“อยากรู้เหรอ งั้นมาฟังกันดีกว่า”

ไม่ว่าจะกี่ครั้งที่ผมเข้ามาดูไลฟ์พี่เก้า เขาก็มักเอนเตอร์เทนแฟนๆ ได้เป็นอย่างดีจนผมคิดว่าแค่อาชีพนายแบบไม่นานจะกดพี่เก้าอยู่หรอก อย่างที่เห็นตอนนี้ผลงานพี่แกก็ขยับเข้าไปในวงการบันเทิงมากขึ้น

ผมกำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิดได้ถูกทำนองของเสียงกีต้าร์เรียกให้กลับมาสนใจ...

“เพลงนี้มัน...”

            แค่ทำนองก็รู้แล้วว่ามันคือเพลงอะไร แต่ว่า...เพลงนี้เขา...กำลังรู้สึกแบบนั้นจริงๆเหรอ ผมตื่นตระหนกก่อนจะใจเต้นไปพร้อมๆกัน

มองจ้องริมฝีปากบางสวยกำลังคลี่ยิ้มละมุนแล้วเปล่งเสียงทุ้มแหบชวนหลง...


“ มันคงเป็นความรัก

ที่ทำให้ตัวฉันยังยืนอยู่ตรงนี้

มันคงเป็นความรักที่ทำให้ใจฉัน

ไม่ยอมหยุดเสียที”

 

คล้ายเวลาเดินช้าลงจนแทบหยุดลง ผมมองสบตากับดวงตาคมที่กำลังสะท้อนความอ่อนโยนออกมาอย่างไม่ปิดบัง ผมคิดไปเองรึเปล่านะเหมือนว่าเราทั้งสองคนกำลังมองตากันอยู่

ส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ให้กับความเพ้อเจ้อมโนกินขาดของตัวเองแล้วตั้งอกตั้งใจฟังพี่เก้าร้องเพลงนี้ด้วยหัวใจที่อบอุ่น รอยยิ้มประดับหน้าขยับกว้างขึ้นจนผมเริ่มหมั่นไส้ตัวเอง


“แม้ว่าเหมือนไม่มีโอกาส

แม้ว่าฉันต้องพลาดไปอีกสักที

แต่ว่าความรักก็ยังขอให้ฉันทำแบบนี้

ที่จะให้เธอจนกว่าเธอจะรับ

บอกรักเธอจนกว่าเธอนั้นจะยอม

เธอคือความสุขของฉัน

ถ้าเธอไม่รับมัน

ให้ฉันเริ่มต้นอีกกี่ครั้งก็พร้อม

 

พี่เก้าร้องคลอไปกับจังหวะกีต้าร์อย่างเพอร์เฟคจนผมเริ่มที่จะกลั้นเสียงไม่ไหว อยากประกาศให้โลกรู้เว้ย ว่าที่แฟนใครทำไมหล่อแบบนี้!

เขาร้องเพลงนี้ให้ผม!

ใช่ไม่ใช่ไม่รู้

กูจะเข้าข้างตัวเอง ใครจะทำไม!

ฟังไปก็บิดหมอนไปจนมาถึงท่อนสุดท้าย... น้ำเสียงหนักแน่นและความจริงจังถูกถ่ายทอดลงมาตามเนื้อเพลงที่ร้อง

 

        หากสุดท้ายเธอไม่เปลี่ยนใจ

ไม่เป็นไร ใจฉันก็ไม่ยอม

ต่อให้ฉันหยุดหัวใจ

เธอรอให้ฉันหันหลังเดินลับหายไป

ได้ยินไหม

คงต้องรอให้โลกหยุดหมุนไปก่อน

 

ผมยกมือขึ้นกุมใจตัวเองอย่างสั่นๆ “ใจพังเหี้ยๆ” แก้มของผมร้อนผ่าวรู้สึกถูกบอกรักผ่านเสียงเพลงนี้มันเขินจนตัวจะระเบิดอยู่แล้ว หลังจากเพลงจบคล้ายสติทุกคนกลับมา คอมเม้นกระหน่ำใส่พี่เก้าไม่ยังสิ

 

“หือ? พี่เก้ามีความรักเหรอ?” เขาก้มมาอ่านคอมเม้นด้วยอารมณ์ดีสุดขีด

“เขาบอกว่าคนมีความรักจะดูดีขึ้น”

“แล้วผมดูดีขึ้นรึเปล่าล่ะ”

 

อยากจะแหมไปให้ถึงดาวอังอาร ตอบตรงๆไม่ได้แต่วกเข้ามาชมตัวเองเนี่ยนะ แล้วทุกคนก็ชมพี่มันใหญ่สิ ผมเบะปากแรงๆ

“วันนี้ร้องเพลงเดียวพอนะครับ”

อ้อ ปกติพี่เก้าจะร้องสองเพลงต่อไลฟ์หนึ่งครั้ง สงสัยจะเหนื่อยล่ะมั้ง

 

“แต่ผมจะให้นับสองมาร้องอีกเพลงให้ทุกคนฟังแล้วกัน”

 

ผมที่กำลังจะเตรียมกดออกจากไอจีก็มือถือร่วงสิครับ นับสอง? นั่นใช่ชื่อผมรึเปล่า ผมอึ้งไปกับการกระทำของพี่เก้าที่ไม่ได้ปรึกษาผมล่วงหน้าแม้แต่น้อย

มองซ้ายมองขวาจะถามคนสักคนว่าตัวเองหูฝาดไปรึเปล่าก็ดันไม่มีเพื่อนอยู่ในห้องอีก

“อ้อ นับสองไม่ได้อยู่กับผมครับ” เสียงจากไลฟ์ดังขึ้นอีก “แต่ผมก็อยากให้น้องมาอยู่ด้วยนะ”


ไอ้เหี้ยยยยยย ไหนคือมึงบอกมีแฟนไม่ได้

เล่นเอาผมไปวางกลางสื่อขนาดนี้

ขอแต่งงานเลยมั้ยล่ะ!


“เดี๋ยวจะไลฟ์คู่แล้วกันนะครับ” เสียงอ่อนโยนว่าแล้วก็เรียกชื่อผม “นับสอง พี่เก้ารู้นะว่าเราฟังอยู่ หยุดเขินก่อน”

เหมือนได้ยินดาววิ้งๆในหัวเลยครับ เป็นครั้งแรกที่ผมลนลานจนไม่รู้จะทำอะไรก่อน หลังจบประโยคนั้นของพี่เก้า หน้าจอของผมก็ปรากฏการเชิญไลฟ์คู่ร่วมกัน

ร่างกายผมดีดตัวขึ้นจากเตียงแล้ววิ่งเอาโทรศัพท์ไปวางที่โต๊ะอ่านหนังสือ วางโทรศัพท์พิงกับหนังสือแล้วเม้มปากแน่น ยื่นนิ้วไปกดตอบรับคำเชิญ...

ไม่นานภาพการไลฟ์ของพี่เก้าก็ถูกแบ่งครึ่งให้มีภาพของผมไลฟ์ร่วมด้วย...

โซเซี่ยลแตกสิครับ แต่ว่าก็ดีนะ

บอกให้รู้ไปเลยว่า

นับสองน่ะ ตัวจริงแน่นอน!

เมื่อพี่เก้าเห็นว่าผมกดรับก็ฉีกยิ้มพอใจเป็นที่สุด ผมเขม่นตาใส่พี่แกเล็กน้อย พี่เก้าหัวเราะแล้วก็เริ่มูดคุยก่อน

“นับสองน่ารักใช่มั้ยครับทุกคน”

เขาถามแฟนๆ ด้วยท่าทีสบายๆ “แถมยังร้องเพลงเพราะมากเลยนะ” เออ ไม่ทราบว่าผมไปร้องให้พี่แกฟังเมื่อไหร่ ผมแสดงหน้างงๆ ออกไปแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ

“ห้องมืดไปครับ นับสองไปเปิดไฟก่อนครับ” ผมเพิ่งนึกได้ว่าเปิดแค่ไฟดวงเล็กจึงทำให้ภายในห้องนอนมีแค่แสงสลัวๆ สีส้ม ผมผงกหัวแล้วเดินไปเปิดไฟจนสว่างโร่

ผมเดินกลับมา “สว่างพอยัง” ผมถามพลางเลิกคิ้วใส่พี่เก้า

“พอแล้ว เห็นคนน่ารักเต็มสองตาเลยครับ”

อะ จีบผ่านไลฟ์ไปอีก

โลกนี้มีแค่เราสองคนครับ

คนที่ดูไลฟ์คืออากาศ!

ผมลืมไปว่าตัวเองมัดจุกอยู่เลยไม่รู้ว่าที่พี่เก้าบอกว่าน่ารักนั้นคือเรื่องจริง ผมขยับตัวไปอ่านคอมเม้นท์แฟนๆ อย่างสนใจ บางคนก็ไม่รู้ว่าผมเป็นใคร ใช่คนที่เป็นประเด็นกับพี่เก้าตอนนี้รึเปล่า

พอผมโน้มตัวทำให้อกเสื้อตกมองลอดไปก็จะเห็นเนื้อขาวๆ ของผม พี่เก้าดูชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะรีบยิ้ม “นับสองอยากร้องเพลงอะไรดีครับ”

“ผมขอเลือกก่อน” ว่าแล้วผมก็ลุกขึ้นเดินหันหลังไปหยิบโน๊ตบุ๊คที่มีเนื้อเพลงเก็บไว้เป็นคลัง

และเพราะว่าผมหันหลังทำให้ไม่เห็นสีหน้าตกตะลึงของพี่เก้า ผมเดินไปจะถึงเตียงที่ผมเอาโน๊ตบุ๊คไปวางไว้เสียงคำรามก็ผ่าลงกลางไลฟ์ท่ามกลางความตกใจของทุกคน


“ไม่ร้องแล้วครับ ดึกแล้วครับ! นอนกันดีกว่าครับ!


ฮะ...

ผมหันควับไปทางโทรศัพท์อย่างตกใจ เพราะว่าผมยืนห่างจากโทรศัพท์ทำให้มองไม่เห็นว่าพี่เก้ากำลังมีสีหน้าแบบไหน

"เดี๋ยวสิ..." ผมร้องท้วงออกไป

“แล้วจะชดเชยให้วันอื่นนะครับ ฝันดีครับ” พี่เก้ารีบตัดบททุกอย่างอย่างรวบรัดไม่สนใจว่าแฟนๆและผมจะมึนงงแค่ไหน เมื่อพี่เก้าไม่ไลฟ์แล้ว ผมก็ต้องปิดออกจากไอจีไปตามระเบียบ

เกิดอะไรขึ้นวะ งง

พี่เก้าเมนส์มารึไง

เดาไปต่างๆ นานาอยู่ไม่ถึงสองนาทีดีก็มีสายเรียกเข้าจากคนที่รีบลงไลฟ์อย่างรีบร้อนเมื่อไม่กี้นาทีที่ผ่านมา ผมกดรับกะว่าจะถามสักหน่อยว่ามีปัญหาอะไรรึเปล่าแต่ยังไม่ทันได้จะพูดแม้แต่คำว่าฮัลโหล

เสียงหงุดหงิดจากปลายสายก็ส่งมาอย่างรุนแรงจนผมยังตกใจกลัว


(ทำไมใส่กางเกงขาสั้นขนาดนั้นครับ นับสอง)


ผมก้มมองสภาพตัวเองแล้วยิ้มแหย ประท้วงอยู่ในใจเบาๆ ไม่กล้าจะส่งเสียง


กางเกงมันไม่ได้สั้นหรอกพี่

แต่กูไม่ได้ใส่กางเกงต่างหาก!

ผมสวมชั้นในแบบขาสั้น

ซึ่งมันสั้นเสมอไข่ด้วย


แน่นอนว่าผมจะไม่บอกพี่มันเด็ดขาด!

“ก็ ก็มันใส่สบาย” ผมยกข้อดีของมันขึ้นมา “แล้วผมก็กำลังจะนอน พี่จะให้ผมใส่ยีนส์นอนรึไง”

(พี่รู้แต่นับก็ไม่น่าใส่สั้นขนาดนั้น) เสียงปลายสายอ่อนลงเล็กน้อยแต่ยังแฝงด้วยความไม่พอใจอยู่ดี (ใส่ออกไลฟ์แบบนี้คนอื่นก็มองขานับหมด)

“ช่วยไม่ได้ ขาผมสวยมาก” ความปากดีของผมทำงานอีกแหละ “แต่พี่จะโทษผมไม่ได้นะ พี่ไม่ได้บอกผมเลยว่าจะไลฟ์” โยนความผิดตัวโตๆ ใส่พี่เก้าคืนไป

พี่มันเงียบ (โอเค พี่เก้าผิดเองครับ)

“ใช่”

(ก็พี่เก้าหวง...) เสียงออดอ้อนดังขึ้นตามมา (กลัวมีคนมาชอบนับของพี่เก้านี่ครับ)


บอกเลยนะพี่เก้า

นอกจากมึงแล้ว

ก็ไม่มีใครหลงผิดตาบอดมาชอบกูแล้วครับ!


ความจริงมักเจ็บเสมอครับ กระซิก

ผมทำหน้าไม่ถูกเลยทีนี้ “ยังไงก็ไม่มีหรอก สบายใจได้” แต่มึงนั่นแหละ มียาวเป็นขบวน คนที่ต้องกลัวคือผม! “แล้วเรื่องขาสั้น ผมก็ใส่เฉพาะอยู่ห้องเท่านั้นแหละ”

(ดีแล้วครับ ห้ามใส่ไปข้างนอกนะ) พี่เก้าดูจะอารมณ์ดีขึ้น (ถ้าใส่ไปข้างนอก พี่เก้าจะ...)

“จะอะไร?” จูบมั้ย? เดี๋ยวใส่ลงไปเดินข้างล่างเลยแล้วจะไลฟ์หน้าเฟซอวดด้วย อยากโดนลงโทษ!

(คิดเองครับ) เสียงแหบว่าอย่างเตือนๆ (แต่ทางที่ดีอย่าท้าทายพี่เก้า เดี๋ยวจะเจ็บตัวครับ)

ความร้อนวูบวาบแล่นเข้าท้องน้อยจนผมรู้สึกตื่นตัวเพราะเสียงแหบแสนจะเบาหวิวแต่กลับเย้ายวนในอารมณ์ ผมเม้มปากแน่นถลึงตากลอกมองบนอย่างนึกอับอาย แค่ได้ขึ้นเสียงทุ้มๆต่ำๆ ก็รู้สึกตื่นตัวขึ้นมา

วัยของผมมันก็กำลังเจริญพันธุ์ควบคุมไม่ค่อยได้ ไม่ใช่ว่าผมกามนะ!

(ดึกแล้ว ไปนอนเถอะ) หลังจากเงียบไปเสียงอ่อนโยนก็ว่ากล่อม (เดี๋ยวพี่เก้าก็จะนอนแล้วครับ)

“อืม ฝันดีครับ” ผมเกาแก้มอย่างกระดากเขิน

ผมว่าเขาต้องยิ้มอยู่แน่ๆ (ครับ ฝันดีนะครับ)

แล้วสายก็ถูกตัดไปแต่ความอบอุ่นยังคงอบอวลไปทั่วห้อง ผมทิ้งตัวลงบนเตียงแล้วกลิ้งไปมาด้วยหัวใจที่เต้นกระหน่ำไม่รู้จักเหนื่อย พอกลิ้งจนหายเขินแล้วก็ลุกไปปิดโน้ตบุ฿คเสียบสายชาร์ตเข้ากับโทรศัพท์แล้วก็ปิดไฟนอน

ความเหนื่อยของกล้ามเนื้อตามร่างกายบวกความสบายอกสบายใจก่อนนอนทำให้คืนนี้ผมหลับสนิทได้อย่างรวดเร็ว...

 

 


[เก้า]

 

ผมวางสายจากนับสองไปแล้วก็อมยิ้มเล็กน้อย ผมไม่เคยได้คุยโทรศัพท์กับใครก่อนนอนแบบนี้มาก่อนก็เลยรู้สึกตื้นๆตันๆกลัวจะทำอะไรผิดไปเหมือนกันแต่พอเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยดีก็ยิ่งฉีกยิ้มกว้างขึ้น

กำลังดีใจไปได้ไม่เท่าไหร่เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น สีหน้าผมแข็งทื่อไปเลย

“ไอ้เก้า มาคุยกันเดี๋ยวนี้!

เสียงหงุดหงิดของคิวดังทะลุเข้ามาจนผมได้แต่ถอนหายใจ ลุกขึ้นไปเดินประตูห้องนอนก็เห็นคนหน้าเหมือนกันเด๊ะกำลังโมโหแต่เหนือกว่านั้นคือความกังวล

ดวงตาผมหม่นแสงลงไปวูบหนึ่ง พอสติเข้าที่เข้าทางก็พอรู้แล้วว่าตัวเองทำเรื่องใหญ่ลงไป

“มึงเอานับสองขึ้นไลฟ์ทำเหี้ยอะไร!

ผมไม่ตอบทำยืนเฉยเมยแต่ในใจก็ร้อนรุ่มไม่ต่างจากไฟ

คิวแทบจะกระโดดกัดคอผม “มึงไม่รู้รึไงว่าทำแบบนี้มันอันตรายแค่ไหน”

“กูรู้” สีหน้าผมเย็นชาขึ้น

“รู้? มึงรู้แต่มึงก็ยังดึงนับสองมากลางดงลูกปืนเนี่ยนะ!

ได้ยินแบบนั้นแล้วหัวใจของผมพลันกระตุกอย่างรุนแรงหน้าซีดเซียวลงอย่างเห็นได้ชัด คิวเห็นผมเป็นแบบนี้แล้วก็อ่อนใจไม่ได้โมโหต่อ

ผมสบตากับคิวแล้วถาม “พ่อว่ายังไงบ้าง”

“ฝากความเป็นห่วงเป็นใยมาเหมือนเดิม เป็นเด็กดีนะลูกเก้า” หางคิวผมกระตุกนิดๆ  

“แล้วอาว่ายังไง” ผมนึกถึงพ่อของไต้ฝุ่นผู้เป็นอาอย่างคาดหวัง เขาเป็นคนที่เก่งมากๆ และผมเชื่อว่าเขาต้องช่วยผม

“อิทธิพลในจีนของเขายังน้อยแต่ได้ยินว่ากำลังทำการเจรจาลับๆ อยู่” ประกายตาของคิวเองก็มีความวาดหวัง “ถ้าสำเร็จ... มึงก็จะเป็นอิสระ จะทำห่าอะไรก็ทำไป”

แววตาผมเหม่อลอยทันทีที่ได้ยินคำว่าอิสระ ความวาดหวังที่จะได้ลงรูปลงไลฟ์กับนับสองอย่างเปิดเผยแล้วยังมีสถานะที่ชัดเจนอีก ผมก็จะให้น้องได้

“ตอนนี้ก็ทนเอาหน่อย”

“รู้แล้ว” ผมพยักหน้ารับด้วยสีหน้าจริงจังก่อนจะปิดประตูเป็นการไล่คิวอย่างซึ่งๆหน้า

ผมเดินไปที่หัวเตียงแล้วหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดเพื่อลดความเครียดในหัว... คืนนั้นผมอัดบุหรี่ไปห้ามวนเต็มๆ ก่อนจะหลับไปทั้งๆที่สีหน้ายังคงเต็มไปด้วยความเครียด...

               


                               

 

 

[นับสอง]

 

“หาว”

อ้าปากหาวอย่างไม่เกรงใจภาพลักษณ์แล้วยกมือขยี้ตาอย่างงัวเงียขณะเดินตามหลังมาร์คกับไวท์ออกจากห้องเรียนในคาบเช้า เพราะตารางเรียนของผมกับพี่เก้ามีพร้อมกันคือเจ็ดโมง แหกตาตื่นกันขนาดนี้เลยไม่ได้ไปกินมื้อเช้าด้วยกันหรือมารับมาส่งกันตามซีรี่ส์นิยายรักเลย ต่างคนต่างวิ่งหูตาตั้งไปเข้าเรียน

สามชั่วโมงที่ทำเอาสมองผมเบลอไปหมด ตอนนี้เราก็พากันลากสังขารมึนงงไปนั่งแถวลานเกียร์เพื่อพักผ่อน

“กูรู้สึกว่ากูไม่เหมาะที่จะเรียนวิศวะ” มาร์คว่าขึ้นด้วยสีหน้าซีดเซียว

“แล้วมึงคิดว่าตัวเองเหมาะกับอะไร” ไวท์ยกมือขึ้นหว่างคิ้วตึงๆ

“เหมาะที่จะไปไถนาแทนควายน่ะสิไอ้เหี้ย!” มาร์คโยนชีทเรียนลงบนโต๊ะ “สูตรห่าอะไรแม่งยากขนาดนี้ เอาไปพ่อมึงทำเถอะ!

ผมโงหัวขึ้น “พ่อกูเป็นนักนักธุรกิจ คำนวณสูตรไม่ได้หรอก”

“ไม่กวนตีนกูจะตายมั้ยเชี่ยนับ” มาร์คแว้ดใส่ผมแล้วนั่งมองงานของวันนี้แล้วก็บ่นไม่หยุด ไวท์ถือปากกาไว้มั่นขีดเขียนลงบนกระดาษเปล่าไม่พูดไม่จา

ส่วนผมเหรอ... นอนสิ เดี๋ยวค่อยกลับหอไปทำ กำลังฟุบหน้าเตรียมพักก็รู้สึกว่ามีคนเดินเข้ามา

“ไอ้เชี่ยนับ!” เสียงมะนาวไร้น้ำของพี่ลมดังมาพร้อมกับตัวเจ้าของร่างที่ถลามานั่งเบียดเก้าอี้เดียวกับผม “มึงเห็นนี่ยัง!

ท่าทีหัวร้อนเหมือนใครไปขโมยข้าวพี่แกมาเลยทำให้เขาอดแดกข้าว บนโต๊ะผมเกิดอาการเกร็งกันขึ้นมาเลยยกเว้นผมที่พอจะชินกับพี่ว๊ากคนนี้มาบ้างแล้ว

“ยังไม่เห็นครับ” เช้านี้จับโทรศัพท์ครั้งเดียวคือก่อนเข้าเรียน

ใช่แล้ว ไลน์บอกพี่เก้าว่าเค้าจะเรียนแล้วนะตะเอง ขอกำลังใจหน่อยสิ

“ไอ้ ไอ้หลังเขา ตอนนี้แม่งดังทั่วมอแล้ว!” ด่าน้องอีก น้องเรียนปะ!

จะชักสีหน้าใส่ก็กลัวโดนต่อยเลยต้องถามอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัว “แล้วมันมีเรื่องอะไรครับ”

“จะเรื่องอะไรล่ะ!” พี่ลมมีสีหน้าโมโหแทบแดกหัวคน “ก็เรื่องแข่งบาสวันนี้น่ะสิ!

“บาส? หมายถึงบาสวิศวะกับเกษตรรึเปล่า” ถ้าไม่ใช่เรื่องคณะตัวเอง พี่ลมคงไม่เดือดขนาดนี้หรอกมั้ง

ความโกรธยิ่งระบายในดวงตาของพี่มัน “เออสิ ไอ้พวกเด็กเหี้ย กล้ามากที่มาท้าน้องกู!

พวกผมสามคนงงเต้กสิ มันเกิดอะไรขึ้นวะ แค่เข้าเรียนสามชั่วโมงเหมือนไปอยู่หลังเขาอันไกลโพ้นซะแล้ว มาร์คที่อยากเสือกก็ทำใจกล้าถาม “ตกลงมันมีเรื่องอะไรกันครับพี่”

“ไอ้เด็กที่ชื่อตันตันตัวเหี้ยอะไรสักอย่างมันโพสต์เฟซท้ามึงน่ะสิ” เสียงเกรี้ยวกราดราวกับคนถูกท้าคือตัวพี่มันเอง “มึงไม่เห็นเหรอ? มันโพสต์หน้าวอลมึงเลยนะ ไอ้เหี้ยนับ!

พี่ลมเขย่าคอผมอย่างโมโหแทบจะลมใส่ “แค่กๆ พี่ปล่อย ผมหายใจไม่ออก!” หัวผมสั่นไปกำลังแรงเขย่าของพี่ลมกว่าจะหลุดมือมารมาได้แทบขาดใจตาย ผมไอหน้าดำหน้าแดงมีไวท์คอยตบหลังให้

คนกระทำอย่างอุกอาจจิ๊ปากใส่อารมณ์แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดๆ ส่งมาให้ผม

“งั้นมึงดู มึงดู๊! มันน่าโมโหมั้ยเล่า!” เขายัดโทรศัพท์ตัวเองมาให้ผม “แบบนี้มันหยามศักดิ์ศรีกันไปแล้ว!

“เดี๋ยวเอาโทรศัพท์ผมก็ได้” ผมไม่ค่อยชอบแตะของส่วนตัวใครนักจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดเน็ต แจ้งเตือนก็ขึ้นรัวสิครับรวมถึงข้อความจากพี่เก้าด้วย แต่ผมเลือกที่จะดูหน้าเฟซของตัวเองก่อน

ผมขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่ามีการเคลื่อนไหวคนโพสหน้าวอลผมมากมาย เป็นเพื่อนร่วมคลาสที่เพิ่งออกกันมาจากห้องเมื่อกี้ด้วย สงสัยเพิ่งจะรู้ข่าวกัน ตกลงมีอะไรวะ

ผมเลื่อนๆ ดูจนมาพบกับต้นเหตุของความหัวร้อนของพี่ลมและแน่นอนว่าตอนนี้คนที่หัวร้อนที่สุดมันก็ต้องเป็นผม

 

ตันตัน ตันหย่ง

ได้ข่าวว่าเจ๋งมาก แน่มาก

            แต่ดูแล้วก็งั้นๆ แหละ

            แพ้ตั้งแต่รอบแรกนี่มันโชคร้ายจริงๆ

 

                ความหัวร้อนเหมือนมีคนมาโยนกองไฟใส่หัวทำให้ผมฟาดมือลงบนโต๊ะไปอย่างไม่รู้ตัว มันหยามกันเกินไปแล้ว! เจ๋งมากเหรอมาโพสต์หน้าเฟซคนอื่นแบบนี้ ใบหน้าผมบิดเบี้ยวไปด้วยความโมโหและยิ่งทวีคูณความเดือดดาลมากขึ้นไปอีกเมื่อมีข้อความจากไอ้เหี้ยตันหย่ง

 

                ตันตัน ตันหย่ง : มึงกับกูมาดวลกัน

                ตันตัน ตันหย่ง : ถ้ามึงแพ้ มึงต้องเลิกยุ่งกับพี่เก้า!

 

                กล้าดียังไงถึงมาสั่งให้ผมเลิกยุ่งกับพี่เก้า!

                อยากตายนักใช่มั้ย ได้! ได้! เดี๋ยวมึงไม่ตายดีแน่

                มือผมกำแน่นเข้าหากันจนกระดูกลั่นเกิดเสียงน่ากลัวจนเพื่อนยังสะดุ้ง พี่ลมยังชะงักแล้วมองดูผมอย่างพออกพอใจแล้วถามอย่างบันเทิงใจ “มึงจะเอาไง?”

                สีหน้าของผมแสดงออกถึงความโมโหอย่างรุนแรงที่ต่อให้เอาช้างมาฉุดก็ไม่มีทางรั้งอยู่

 

                “ผมจะทำให้มันรู้ว่าคนที่โชคร้ายน่ะคือ...มัน!!

               

         

               กว่าจะมีคนมาหลงกูได้นี่หายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร

               ให้ตายก็ไม่ปล่อยให้หลุดมือเว้ย!


---ต่อ


“สมแล้วที่เป็นน้องกู” เสียงกระหยิ่มกระหย่องใจของพี่ลมดึงให้สติผมกลับมาบ้างแล้วแต่ความหงุดหงิดกับข้อความในแชทยังคงทำให้ผมบึ้งตึงอยู่ “แต่ถ้าให้ดี มึงไปดักกระทืบมันกับกูดีกว่า”

เป็นคำแนะนำที่ดี ถุย!

ส่งสายตาระอาใส่คนคันไม้คันมืออยากมีเรื่อง “ไม่เอา ผมจะเอาบาสอัดหน้ามัน”

หน้าตาน่ารักจนน่าโมโห

บาสทำฟาวส์ได้ห้าครั้ง ครั้งที่ห้าออกจากสนาม

เพราะงั้นสี่ครั้ง ผมต้องใช้ให้คุ้ม!

วางแผนร้ายในใจเสร็จก็พอจะอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างเลยเลือกที่จะเข้าไลน์เพื่อดูข้อความเป็นห่วงเป็นใยจากพี่เก้า อ่านดูแล้วก็ถามไถ่ว่าผมโอเครึเปล่า อย่าไปโมโหกับคนไร้สาระ ปลอบผมอีกนิดหน่อย

ผมตอบข้อความไปว่าไม่เป็นไรให้พี่เก้าเรียนไปก่อน วันนี้พี่เก้าเลยยิงยาวเลยได้พักแค่ชั่วโมงเดียวคือเที่ยงตอนกินข้าว กลางวันนี้ผมก็ยังไม่แน่ใจว่าจะชวนพี่เก้ากินข้าวดีรึเปล่ากำลังจะตัดสินใจไปเดทมื้อกลางวัน...

“ไม่ได้แหละไอ้นับ มึงไปวอร์มร่างกายกับกู” พี่ลมที่กำลังนั่งงึมงำบ่นอยู่นานก็ฉุดต้นแขนผมให้ลุกตาม

เดี๋ยว เดี๋ยวนะ! “วอร์มร่างกายบ้าอะไรแต่เช้าพี่ มันแข่งเย็น!

ที่สำคัญคือผมจะไปหาพี่เก้า!

สายตาดุๆ ส่งมาอย่างจะฆ่า ทำไมช่วงนี้มีแต่คนมองผมด้วยสายตาจะฆ่าจะแกงกัน เมื่อวานพี่คนนั้นหรือผัวไอ้เชี่ยจินก็มองผมแบบนี้ ทำไมไม่มีใครมองผมด้วยสายตารักใคร่บ้าง

ไม่สิ พี่เก้าไง พี่เก้าคนดีของนับสองไง

นอกจากจะมองด้วยรักใคร่แล้วยังใคร่จะกินผมด้วย!

“มึงไม่รู้ใช่มั้ยว่าไอ้เด็กตันตันเวรนั่นเคยแข่งระดับประเทศมาแล้ว” พี่ลมมีความกังวลอยู่ไม่น้อย “อ่อนๆ อย่างมึงจะไหวรึไง”

ไม่อยากจะคุย แต่ก็ต้องคุย “พี่ก็น่าจะเห็นแล้วว่าผมไม่ได้อ่อนขนาดนั้น ผมชนะในรายการเดือนมาแล้วนะ!

ผมยังไม่บอกพี่แกหรอกว่าระดับประเทศผมก็ไปมาแล้ว กะจะทำเซอร์ไพร์สสักหน่อย แต่ดูเหมือนอิพี่มันจะไม่เชื่อใจผมเลย “แข่งกับเดือนกากๆ พวกนั้นกูชู้ตได้เป็นร้อยแต้มแล้ว!

“แต่เดือนกากๆนั้นมันก็ไอ้ดิน น้องพี่ไม่ใช่เหรอ” ผมถามอย่างซื่อๆ

พี่ลมชะงักกึกแล้วฟาดมือใส่หัวทุยๆของผมทันที

“มันเจ็บ!

“ลามปามน้องกู!” แยกเขี้ยวใส่แล้วสั่ง “ไม่ไปซ้อมก็ไม่ไปซ้อม แต่ถ้ามึงแพ้กลับมา กูจะซ้อมมึง!

ผมพยักหน้าอย่างไม่ได้สนใจนักเพราะว่ายังไงผมก็ต้องชนะ ส่วนเรื่องซ้อมก่อนแข่ง ยังไงช่วงบ่ายผมก็ว่างไปซ้อมได้อยู่แล้วแต่กลางวันนี้ต้องไปเดทข้าวเที่ยงกับหวานใจก่อนเพื่อจะได้มีกำลังใจฟาดกับไอ้ตัวตัน

รุ่นพี่ผู้หัวร้อนได้ง่ายมองผมอย่างขัดใจก่อนจะลุกสะบัดตูดออกไป ผมเหลือบตามองดูบั้นท้ายพี่ลมแล้วก็นึกในใจ อืม... งอนดีจัง น่าลวนลามจริงๆ

พอตัวระเบิดเวลาเดินจากไปพวกเราสามศรีเพื่อนรักก็หายใจกันได้โล่งคอบ้าง ไวท์รีบเปิดปากถามเลย

“มึงกับไอ้ตันหย่งอะไรนี่มีเรื่องกันมาก่อนเหรอวะ” เพื่อนตัวน้อยกำลังสนใจดูความเคลื่อนไหวในเฟซ “โคตรหาเรื่อง”

“มึงไปเหยียบหางมันเข้ารึไงวะ” มาร์คเสริมขึ้นบ้างขณะดูคลิปเล่นบาสของไอ้ตันหย่งไปด้วย “แล้วทำไมมึงไม่บอกพี่ลมไปเล่าว่ามึงก็ไประดับประเทศมาแล้วแถมยังอยู่กัยสโมสรมีโค้ชสอนบาสให้ตั้งแต่เด็ก”

ผมยิ้ม “กูคิดว่าโชว์ความเทพโดยที่ไม่ต้องพูดมากน่าจะตบหน้าไอ้ตันหย่งได้ดีกว่าว่ะ” ใช่แล้วครับ ผมเลือกที่จะเงียบบนเฟซไม่ตอบโต้ไม่ทำอะไรทั้งนั้น

คนมีฝีมือจริงๆ ไม่จำเป็นต้องประกาศหรอกเดี๋ยวถึงเวลาทุกคนก็จะรู้เรื่องว่าใครน่ะของจริง!

ส่วนตอนนี้เหรอ...

 

นับสองเองครัช : พี่เก้า กลางวันนี้ผมไปกินข้าวที่คณะพี่นะ

นับสองเองครัช : เพื่อนทิ้ง ไม่มีคนกินข้าวด้วย

 

มาร์คจอมเสือกเห็นพอดีก็โวยสิ “แล้วไอ้สองคนที่นั่งอยู่ตรงนี้เป็นสัมภเวสีเหรอ!

“มึงไม่ใช่สัมภเวสี” ส่ายหน้า “แต่มึงน่ะ...เปรต!

ด่าเพื่อนได้ก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นจมแล้วลุกหนีมือไม้ที่ตามมาจะฟาดใส่หน้าหล่อๆ วิ่งไปรวบตัวไวท์ติดมือมาด้วยเพราะรู้ว่ายังไงเที่ยงนี้ไอ้มาร์คต้องไปกับสาวแน่ๆ ผมคิดว่าไวท์น่าจะเหงาเลยหิ้วมาด้วย

อย่าคิดว่าระดับผมยังจะมาอายๆเขินๆ เลยต้องลากเพื่อนไปด้วย

หน้าด้านวิ่งไปกินข้าวกับเขาถึงคณะขนาดนี้จะมาอายทำซากอะไรล่ะ

ไวท์มองผมอย่างงงๆ “ให้กูไปด้วยจะดีเหรอ”

“เดี๋ยวมึงก็ไม่แดกข้าวอีก” ผมดักคอมันอย่างรู้ทันพลางเดินกอดคอมันไปตามทางเดินข้ามมาจนถึงโรงอาหารของคณะรัฐศาสตร์จนได้ ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเที่ยงเลยมีโต๊ะว่างเต็มไปหมด

ผมปล่อยให้ไวท์นั่งจองโต๊ะไปส่วนตัวเองเดินไปซื้อน้ำ ส่วนข้าวก็ต้องรอพี่เก้าก่อน

ระหว่างรอไม่มีอะไรทำก็เลยเอางานขึ้นมาทำ ขอสร้างภาพนิดนึงเดี๋ยวพี่เก้าลงมาจะได้เห็นว่าผมเป็นเด็กดีเด็กขยัน จริงๆ แล้วโจทย์มันก็ไม่ได้ยากขนาดที่ไอ้มาร์คบ่นนะแต่แค่มันเยอะมากจนชวนให้ขี้เกียจต่างหาก

สรุปว่าผมกับไวท์ต้องมาช่วยกันแบ่งว่าใครทำข้อไหนแล้วค่อยมาลอกอีกที ไม่งั้นเสร็จไม่ทันแน่ๆ

เวลาผ่านไปนานพอควรเพลินไปกับการแก้โจทย์จนไม่รู้ว่ามีคนเดินเข้ามาซ้อนด้านหลัง กลิ่นหอมประจำตัวที่ให้ความรู้สึกสบายและยังเป็นกลิ่นฟีโรโมนที่รุนแรงอีก คนเดียวที่ทำให้ผมรู้สึกแบบนี้ได้ก็มีแต่

“มารอนานรึยังครับ” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถามข้างหูพร้อมกับร่างสูงที่ขยับเข้ามานั่งข้างๆกับผม รอยยิ้มวันนี้ของพี่เก้าก็ยังคงกระชากใจแต่ใต้ตาดูจะหมองกว่าทุกวัน

“ไม่นานพี่” กะพริบตาถี่ๆ เรียกสติก่อนจะหันไปทางไวท์ที่จ้องพี่เก้าอย่างเกร็งๆ แล้วก็มองซ้ายไปทางซ้ายของตัวเองก็เห็นเพื่อนพี่เก้าจ้องหน้าไอ้ไวท์อยู่ “เอ่อ นี่เพื่อนผม ไวท์”

พี่เก้าหันหน้าไปทางไวท์แล้วยกยิ้มผงกหัวเล็กน้อย “สวัสดีครับน้องไวท์”

“สวัสดีครับ” แก้มขาวแดงระเรื่อทันทีรีบยกมือไหว้พี่เก้า

ผมตีแขนพี่เก้าไปป้าบหนึ่ง “อย่ามาโปรยสเน่ห์ใส่เพื่อนผม!

“เออ มีน้องนับอยู่แล้วก็เลิกบริหารสเน่ห์ได้แล้ว” เสียงกวนตีนของเพื่อนพี่เก้าหรือก็คือพี่ซีน “ส่วนน้องไวท์ เดี๋ยวพี่โปรยสเน่ห์เอง” จบคำปุ๊บก็ส่งสายตาขี้เล่นให้กับไวท์ไปที

ไวท์ที่โดนรุ่นพี่สองคนรุมแกล้งก็หน้าแดงเถือกจนต้องหลบหน้าหลบตาหนี พี่ซีนหัวเราะอย่างเปิดเผยก่อนจะหันมายักคิ้วให้ผม “ไง ได้ยินว่าโดนหยามหน้าวอลเหรอ”

นี่เรื่องของผมมันดังจนรู้กันทุกคนแล้วเหรอ ผมยักไหล่ไปทีแล้วทำหน้าเซ็งๆ “คนหล่อมักมีคนหาเรื่องเป็นธรรมดาพี่ ผมชินล่ะ” ตอบไปอย่างหล่อๆ ก็ได้รับสายตาสำรวจ

“อย่างงี้เรียกหล่อ? ถ้างั้นพี่คงโคตะระหล่อแล้วไอ้น้อง” พี่ซีนแม่งปากน่าต่อยจริงๆ

พี่เก้าเองก็หัวเราะชอบใจพยักหน้าให้กับพี่ซีน เออ ใช่สิ เทียบกับพวกพี่มันแล้วผมก็ยังหล่อน้อยกว่าไง แต่ถ้าในพวกปีหนึ่งด้วยกันแล้ว ผมก็อยู่ในหนึ่งในสิบของคนหล่อประจำทำเนียบรุ่นนะเออ!

 “พอๆ ไปซื้อข้าวไป เดี๋ยวมีเรียนต่อ” พี่เก้าเบรกศึกระหว่างผมกับพี่ซีนแล้วให้ไปซื้อข้าวกัน โดยให้พี่ซีนกับไวท์ไปก่อน พี่เก้ากับผมจะไปทีหลังเมื่อทั้งคู่กลับมาเพราะไม่มีใครเฝ้าโต๊ะ

                เมื่อก้างสองชิ้นเดินไป ผมหันไปงอแงกับพี่เก้าทันทีเปลี่ยนหน้าอย่างไว “พี่เก้า เย็นนี้ไปเชียร์ผมนะ!

                ผมไม่ได้วางแผนจะฉีกหน้าไอ้ตัวตันต่อหน้าพี่เก้าเลยนะจริงๆ ไม่ได้คิดเลย!

                “ไม่ต้องบอกพี่ก็จะไปให้กำลังใจอยู่แล้วครับ” พี่เก้าว่าอย่างหนักแน่นก่อนจะกำชับ “แล้วก็ระวังอย่าให้บาดเจ็บล่ะ พี่ได้ยินมาว่าตันหย่งเล่นแรงอยู่นะ”

                หางคิ้วผมกระตุกทันที ทำไมพี่เก้าถึงรู้ว่าไอ้ตัวตันมันเล่นบาสเป็นยังไง หรือจะเคยกุ๊กกิ๊กกันมา แววตาผมสะท้อนความเคลือบแคลงใจปนหึงหวงออกมาอย่างรุนแรงจนพี่เก้าต้องรีบอธิบาย

                “พี่เคยไม่เคยคุยกับตันหย่งนะ” แม่งอย่างเทพ รู้ด้วยว่าผมกำลังคิดอะไร “พี่ก็เพิ่งรู้จักเขาพร้อมๆ กับนับสองวันนี้แหละ” มือของพี่เก้ายื่นมากุมมือผมแน่น

                แววตาจริงจังไร้ความเสแสร้ง “เก้าไม่รู้จักจริงๆ เชื่อพี่เก้านะ นะ”

                ผมมองอย่างอึ้งๆ รู้สึกว่า...ช็อตนี้กูตายว่ะ

                ยอมพยักหน้าหงึกหงัก “ไม่รู้จักก็ไม่รู้จักครับ”

                “พี่เก้าไม่นอกใจนับสองหรอก เด็กคนนั้นไม่น่ารักเท่านับสองเลยสักนิด” แจกอ้อยไปอี๊ก

                แต่ที่พี่เก้าพูดก็ถูกมันไม่น่ารักเท่าผมหรอก

                เพราะผมน่ะ น่าทำรักไปทั้งตัว ซี๊ดดด

                ขอให้ได้กามไม่งั้นคงนอนไม่หลับ

                “ก็มีแต่พี่นี่แหละที่เห็นผมน่ารัก” ผมพึมพำกับตัวเองก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ มองดูดวงตาของพี่เก้าแล้วคิดว่ามันต้องมีปัญหาแน่ๆ

                แต่ผมไม่คิดจะพาพี่แกไปหาหมอหรือเช็กสายตาประกอบแว่นหรอกนะ

                ขืนพี่มันตาดีตาสว่างขึ้นมา

                ผมไม่นกแห้วแดกเหรอ!

                “นับสอง” จู่ๆ เขาก็เรียกผมให้หลุดจากการทุ่มเถียงในใจ

                “หือ”

                สีหน้าเครียดหน่อยๆ “ช่วงนี้พี่เก้าอาจจะลงรูปคู่กับคนอื่นในไอจีบ่อยหน่อย ไม่หึงนะครับ”

                ฟังแล้วก็ขมวดคิ้วทันทีแต่พอคิดทบทวนแล้วก็ร้องอ้อ “ป๋าสั่งให้โปรโมทคู่จิ้นเหรอ”

                มันเป็นเรื่องปกติที่ดาราบางคนจะสร้างกระแสด้วยการเป็นข่าวแบบนี้ แทนที่ผมจะรู้สึกน้อยอกน้อยใจแต่กลับรู้สึกดีที่พี่เขาเลือกที่จะบอกผมก่อน

                “เปล่าหรอก” เขาถอนหายใจเล็กน้อย

“อ้าว” งงนะเนี่ย

“พี่มีเหตุผลที่ต้องทำ เพื่อความปลอดภัยของนับด้วย” เขาบีบมือผมแน่นขึ้นช้อนตามองผม “เชื่อใจพี่เก้าได้มั้ยครับ” สีหน้าและแววตาเขาเหมือนกันเว้าวอนผมอยู่ ผมมองด้วยความสับสนไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่แต่เพราะใจผมมันให้พี่เก้าไปเกินครึ่งแล้วย่อมเอนเอียง

แน่นอนว่าคำตอบของผมก็ต้องเป็น...

 

“ผมเชื่อใจพี่”

 

                ความอึดอัดม่านหมอกในดวงตาของพี่เก้ากระจายแตกออกเหลือแต่ความเจิดจ้าพราวระยับ เขาถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วยิ้มหล่อให้ผม

                “เชื่อใจพี่เก้าแล้วอย่าลืมให้ใจด้วยล่ะ”

                เอาใจแล้ว เอาตัวด้วยเปล่า

                ตัวเปล่าๆ เสื้อผ้าไม่ต้อง

                บรรยากาศจริงจังคลายลงทันทีเมื่อเจ้าสัวไร่อ้อยทำการแจกอ้อยอีกครั้ง ผมเบ้ปากใส่อย่างหมั่นไส้แล้วผลักพี่เก้าออกไปดึงมือกลับแต่พี่เก้ายื้อยุดไม่ปล่อยจนแล้วจนรอดก็ปล่อยให้จับไป

                เมื่อผมเห็นว่าอารมณ์พี่เก้ากลับมาลั้ลล้าเหมือนเดิมแล้วก็เบาใจ ไม่รู้นะแต่ความรู้สึกมันบอกว่าพี่แกมีเรื่องให้หนักอกหนักใจถึงขนาดปล่อยให้ใต้ตาคล้ำแล้วไม่ยอมกลบคอนซีลเลอร์มาคงจะเป็นเรื่องที่ใหญ่มากแน่ๆ

                แต่ส่วนมันจะเป็นเรื่องอะไร ผมก็คงไม่ถามคงได้แต่รอให้พี่มันบอกเอง

                บางเรื่องถ้ายังไม่ใช่เวลามันก็ยังเปิดเผยไม่ได้

                ผมก็ไม่ใช่คนไร้สมองงี่เง่าด้วยแค่พี่เก้าแคร์ความรู้สึกผมแล้วบอกสิ่งที่จะทำล่วงหน้าในเร็วๆ นี้ให้ผมฟังก็ดีมากแล้ว ผมปัดเรื่องหนักหัวออกไปแล้วกลับมาสนใจงานตัวเองต่อส่วนพี่เก้าก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นอีกเช่นเคย ประมาณสิบนาทีพี่ซีนก็เดินกลับมา ผมกับพี่เก้าเลยได้ไปซื้อข้าวกินบ้าง ผมเลือกร้านข้าวหมูกรอบเพราะว่ามันไวดี

                แต่ไวกว่าคือพี่เก้า ตอนนี้เขานั่งรอที่โต๊ะเรียบร้อยแล้วแถมยังมีขนมอีกจานด้วย ผมตาวาวเป็นประกายเลยเมื่อเห็นขนมหวาน พี่เก้าเห็นตาผมที่จ้องขนมอย่างชื่นชอบก็ดูจะดีใจ

                ผมรู้สึกไปเองรึเปล่าว่าพี่มันดูจะหลงและเอาใจผมเหลือเกิน

                “กินข้าวให้เสร็จก่อน” มือที่กำลังจะหยิบตัวปาท่องโก๋สเปนถูกพี่เก้าตีดังเพี๊ยะ “เด็กดี กินข้าวก่อนครับ”

                โอเค กินข้าวครับกินข้าว

                ผมปฏิบัติตามอย่างเชื่องๆ และเชื่อฟังเรียกสายตาเหม็นความรักจากพี่ซีนกับเพื่อนไวท์ได้มากมาย

                “น้องไวท์อยากกินขนมมั้ย พี่ซีนเลี้ยงเอง” พี่ซีนหันไปจีบเพื่อนผม

                มันก้มหน้ากินข้าวส่วนอีกมือก็เล่นเกม “ไม่เป็นไรครับ เกรงใจ”

                ว้าย นก!

                ประธานบริษัทเป็นผู้นำด้านนกๆ ไม่คิดว่าจะแผ่อำนาจมาถึงคนในบริษัทอย่างพี่ซีนด้วย เว้นพี่เก้าไว้นะ เพราะพี่เก้าไม่นกนะครับ

                เห็นหน้าพี่ซีนแข็งค้างไปก็หัวเราะสะใจสิครับ หัวเราะจบก็กินข้าวต่ออย่างรวดเร็วเพื่อจะกินขนมที่พี่เก้าซื้อมาให้

                “อร่อยใช่มั้ย” คนข้างๆ ถามขณะที่ผมกำลังจิ้มตัวปาท่องโก๋สเปนลงกับช็อกโกแลต บอกเลยถ้าช็อกโกแลตต้องนูเทลล่าเท่านั้นถึงจะฟิน

“พี่เก้าซื้อมาจะไม่อร่อยได้ไง” ผมว่าอย่างเอาใจก่อนจะยิ้มกรุ้มกริ่ม “แต่ผมว่าพี่เก้าอร่อยกว่าขนมเยอะ”

                “ชิมแล้วเหรอถึงรู้ว่าอร่อย”

                ผมแลบลิ้นเลียปากอย่างยั่วเย้า “ให้ผมชิมก่อนถึงจะบอกได้ว่าอร่อยไม่อร่อย”

                คนโดนอ่อยก็ไม่ได้สะเทือน “พี่เก้าอร่อยทั้งตัวครับ” ขยับตาใส่อีก “แต่ปากเล็กๆแบบนี้จะกินไหวเหรอ คำมันใหญ่มาก” ว่าแล้วก็ลูบริมฝีปากผมแผ่วเบาให้ความรู้สึกวูบไหว

                ผมทำท่าจะกัดนิ้วพี่เก้าแต่เสือกรู้ทันรีบดึงมือเก็บ ผมเขม็งตาใส่ด้วยความอิจฉา

                อวดอยู่นั้นแหละว่าใหญ่

                ก็แค่แปดนิ้ว

                ก็แค่แปดนิ้วที่ยังไม่แข็งตัว

                ละ แล้วถ้ามันแข็งล่ะ...

                ผมคิดถึงตรงนี้ก็สั่นสะท้านไปทั้งตัวสิ เหงื่อก็ไหลตามขยับทันที พี่เก้าเห็นแบบนั้นก็ชะโงกหน้ามาใกล้ “ร้อนเหรอครับ”

                กูจะร้อนเพราะมึงขยับเข้ามานี่แหละพี่!

                อยู่ใกล้คนฮอตมันก็ร้อนแบบนี้ล่ะ

                ผมส่ายหน้าแล้วดึงตัวเองกลับมาให้อยู่กับขนม พี่เก้าเห็นผมตั้งหน้าตั้งตากินขนมก็ไม่รบกวนอะไรนั่งกินข้าวต่อได้ไม่นานก็ใกล้เวลาเรียนอีกครั้ง

                “เดี๋ยวเจอกันที่สนามบาสเลยนะครับ” เขาวางมือบนหัวผมแล้วลูบเบาๆ

                “ตั้งใจเรียนนะ” จริงๆ คำนั้นน่าจะเป็นพี่เก้าบอกผมมากกว่านะ

ดังนั้นเขาเลยเขกหัวไปทีก่อนจะหิ้วคอเสื้อเพื่อนสนิทให้ขึ้นไปเรียน พี่ซีนทำหน้าขัดอกขัดใจแล้วรีบคว้าปากกาบนโต๊ะมาเขียนไอดีไลน์บนชีทของไวท์

“แอดไลน์พี่มาด้วยนะน้องไวท์”

“ถ้าไม่ลืมครับ” ไวท์มองไอดีไลน์บนกระดาษผ่านๆไม่ได้สนใจมากนัก พี่ซีนเห็นแบบนั้นก็เหมือนจะยิ่งฮึกเหิมสิ อารมณ์แบบยิ่งได้มายากๆ ยิ่งอยากเอาชนะ

ผมตัดบทพี่ซีน “รีบขึ้นเรียนเถอะพี่”

คิดจะจีบเพื่อนผมเหรอ ยากนะ

แต่ผมไม่ต้องจีบเลยพี่ สนใจเปล่าพี่ซีน

อุ๊ย ลืมตัว พี่เก้ายังยืนอยู่ตรงนี้

เมื่อรุ่นพี่ทั้งสองเดินไปตึกเรียน ผมก็บอกให้ไวท์ตามไปสนามบาส “มึงจะซ้อมตั้งแต่ตอนนี้?”

“เออ”

แววตาขี้เล่นของผมถูกเก็บไปเหลือเพียงความนิ่งเฉยเท่านั้น ไวท์มองเงียบๆ ไม่ได้ตอบอะไรเพียงพยักหน้าแล้วเก็บของเดินตามผมไปยังสนามบาสในศูนย์กีฬากลางมหาวิทยาลัย โชคดีที่ไม่มีคนเล่นทำให้ผมได้ครองสนามบาสคนเดียว

ผมเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วออกมาวอร์มร่างกายเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วจึงเริ่มต้นซ้อมบาสในแบบของตัวเอง...

ไวท์นั่งมองผมอยู่ข้างสนามพร้อมกับเล่นเกมฆ่าเวลาไป สมาธิของผมถูกดึงดูดโดยลูกกลมๆ สีส้ม ผมพยายามจำลองภาพในหัวว่ามีคนอื่นเล่นอยู่ด้วยและเลี้ยงลูกบาสหลบกระโดดขึ้นชู้ตอย่างต่อเนื่องสามสิบลูกติดไม่มีพลาด จากนั้นก็เลี้ยงลูกบาสไปรอบๆ สนามอย่างคึกจัด ร่างกายของผมตอนนี้โทรมไปด้วยเหงื่อเสื้อเปียกลู่ไปตามตัวแม้แต่เส้นผมยังเปียกโชกเหมือนเอาน้ำมาราดใส่ ผมยังคงหายใจปกติไม่มีหอบสักนิด

“จะห้าโมงแล้ว” เสียงดังจากข้างสนาม

ผมพยักหน้าไม่ได้พูดอะไรก่อนจะจับลูกบาสในมือแน่น ฝ่ามือผมมตอนนี้มันเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจนแทบจับลูกบาสไม่อยู่แล้ว และในครั้งสุดท้ายก่อนจะไปแข่งขาผมก้าวในจังหวะที่พอดีและ...

ตึง!!

การดังค์บาสที่รุนแรงที่ทำให้เสียงสะท้อนดังไปทั่วสนามอันเงียบงันราวกับจะประกาศศึก ผมกำห่วงบาสไว้อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะปล่อยอกแล้วลงสู่พื้นได้อย่างสวยงาม ผมยกชายเสื้อขึ้นมาเช็ดหน้ากลิ่นอายทั่วตัวเต็มไปด้วยความแข็งแกร่งฟีโรโมนดึงดูดถูกปล่อยออกมาเต็มที่

ผมสูดหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะเสยผมขึ้นแล้วยิ้มเหยียด


“กูพร้อมที่จะถล่มมันแล้ว”

 

--------

 

ผมกับไวท์มาถึงสนามบาสในเวลาสี่โมงสี่สิบห้าต้องผงะกับบริเวณรอบสนามที่เต็มแน่นไปด้วยผู้คนทั้งปีหนึ่งปีสองรุ่นพี่ปีสูงก็มา แต่ที่เยอะจริงๆเลยคือวิศวะเสื้อช้อปมาเป็นกำแพงล้อมสนามเลยครับ

“ไอ้นับมาแล้ว!!

ใครสักคนตะโกนขึ้นราวกับประกาศว่าฮ่องเต้เสด็จ ไอ้ผมที่กะจะเดินเข้าสนามเงียบๆ เพราะมาสายฉิบหายก็กลายเป็นดาวเด่นทันที ผมหาต้นตอคนพูดได้ก็ถลึงตาใส่ เป็นไอ้เหี้ยมาร์คไง!

“เชี่ย ทำไมกูรู้สึกว่าไอ้นับหล่อขึ้น”

“เออ กูก็รู้สึก แม่งออร่าโคตรจับ”

“ถ้ามันน่ารักสักหน่อย กูจีบไปล่ะ”

อ้าว แล้วทุกวันนี้นับสองไม่น่ารักเหรอ

ผมเบะปากใส่ไอ้พวกนิยมคนตัวเล็กตัวขาวแล้วหันไปหาเพื่อน “เด่นตลอดนะมึง” มาร์คแขวะ

“พระเอกของงานก็ต้องมาช้าหน่อยสิ” ผมว่าแล้วยกยิ้มหล่อไปที

ข้างๆ ไอ้มาร์คมีอชิที่ยืนทำหน้าตึงอยู่แต่พอเห็นผมก็คลายสีหน้าลงไป ผมเดินอาดๆ เข้าสนามไป ไหนๆ ก็เด่นแล้วก็เด่นให้สุด! เก๊กหล่อก่อนนะ

“มาช้าฉิบ กูเกือบจะโทรตามแล้ว” เจอหน้าก็บ่นคิดถึงเลยเหรออชิ “ไปไหนมา”

ซักไซ้กันขนาดนี้ สนใจเราเหรอ

ต้องไปต่อคิวพี่เก้านะเออ

ผมยักไหล่แล้วปลดสายกระเป๋าลงจากไหล่ “วอร์มเครื่องมานิดหน่อย” แต่จากสภาพผมไม่ได้เรียกว่านิดเลยครับ

“ตอนมึงยังไม่มา ฝั่งนู้นแม่งน่าถีบกันทั้งนั้น” คนอย่างอชิถ้าไม่เดือดจริงก็ไม่พูดหรอก แววตามันจ้องพวกเกษตรอย่างกับจะไปกระทืบให้รู้แล้วรู้รอด

ผมแย่งน้ำในมืออชิมากระดกดื่มไม่ได้ใส่ใจกับไอ้ตัวตันมากเพราะความสนใจผมกำลังอยู่ที่ขวดน้ำ เอ๋ อชิเพิ่งกินไปนี่เนอะ ขอจูบทางอ้อมเอากำลังใจก่อนนะ

กำลังจะทำการจูบทางอ้อมแบบเนียนๆไม่มีใครรู้ ก็มีมือมืดมาแย่งน้ำไป “เชี่ย!” วืดอีกแล้ว อีกแล้ว! ทำไมเวลาจะเข้าด้ายเข้าเข็มมันต้องมีมารเสมอ ผมกะจะหันไปด่าไอ้คนที่บังอาจขัดขวางการจูบทางอ้อมของผมกับอชิ...

“กินน้ำพี่เก้าดีกว่านะครับ”

กินน้ำพี่เก้าเหรอ

ตรงนี้คนเยอะนะ ไม่ดีๆ รอเราอยู่กันสองคนในห้องมืดๆก่อนนะ

อย่าหาว่าผมกามเพราะพี่เก้ามันพูดชวนให้คิดต่างหาก!

“แค่กๆ!” สำลักอากาศเลยครับทีนี้เมื่อเห็นคนที่มาแย่งขวดน้ำไปแล้วก็มีขวดใหม่ยังไม่ได้แกะส่งมาให้พร้อมหลอดอย่างดี ผมกลืนน้ำลายอย่างหวาดๆ หวังว่าพี่เก้าจะไม่รู้ความคิดของผมนะ

แต่พอสบตาแล้วเห็นความเคืองในลูกตาก็รู้แล้วว่าพี่เก้ารู้ว่าผมกำลังจะทำอะไร นี่ผมอุตส่าห์แอบทำอย่างแนบเนียนแล้วนะ! ยังจะจับได้อีกเหรอ ไม่ได้การแล้ว ผมต้องเก็บตัวไปฝึกสกิลใหม่

ไม่รู้ทำไมพออยู่ต่อหน้าพี่เก้าแล้วความแข็งแกร่งฟีโรโมนรุนแรงดึงดูดชาวบ้านถึงได้ตกจางหายไปได้อย่างรวดเร็ว รัศมีพี่เก้าแม่งกดทับทุกคนจริงๆ

น่าหมั่นไส้!

“ดื่มน้ำสิครับ หิวน้ำไม่ใช่เหรอ” เสียงของพี่มันเข้มขึ้นไปอีก

“หิวมากเลยพี่ น้ำแร่เอวังด้วย รู้ใจผมจริงๆ” ผมพูดน้ำไหลไฟดับเลยครับไม่ได้ดูด้วยซ้ำมาในมือพี่เก้าเป็นน้ำแร่เอวังจริงไม่จริงก็ฉวยมาดื่ม

                พี่เก้ายิ้มละมุน “เพราะพี่เก้าเอาใจใส่นับสองไงครับ”

                เกือบได้มีสำลักน้ำตายครับ โดนอ้อยฟาดปากกะทันหัน

                “ฮัลโหล คนยังอยู่ตรงนี้อีกเป็นสิบนะครับ” พี่ซีนจอมวุ่นวายแทรกหน้าเข้ามาแล้วทำหน้าเหม็นความรักใส่ จิ้มนิ้วลงบนอกพี่เก้า “มึงก็ให้มันน้อยๆ อย่ามาประเจิดประเจ้อ นี่คนละคณะเปล่า” ว่าเพื่อนเสร็จก็หันไปกระดิกหางใส่ไวท์ “น้องไวท์ครับ เย็นนี้ว่างรึเปล่า ไปกินข้าวกับพี่ซีนมั้ย พี่ซีนเลี้ยงเอง”

                “ไม่เป็นไรครับ” เพื่อนไวท์ยังคงกดมือเล่นเกม “ผมมีเงินซื้อข้าวกินครับ”

                เท่านั้นแหละบริเวณนั้นก็หัวเราะครืนเลย พี่ซีนได้แต่ยกมือขึ้นเกาแก้มเขินๆ ผมเลิกคิ้วอย่างแปลกใจไม่น้อยที่เห็นพี่ซ๊นมาสนใจเพื่อนผมแบบนี้เลยหันไปขอความเห็นจากพี่เก้า

                “ซีนบอกว่าไวท์เหมือนกระต่ายน่ารักดี อยากได้เป็นน้องชาย” คนข้างๆ ผมว่าแบบนั้นพลางช่วยผมใส่สายรัดข้อมือ “ซีนมันชอบอะไรที่น่ารักๆ แต่น้องชายแท้ๆมันไม่น่ารักไง”

                ผมร้องอ้อ ถ้าคิดแค่นั้นก็โอเค แต่ถ้าจะให้ดีมาคิดเกินเลยกับผมดีกว่า

                “นับสอง เล็บยาวไปนะ” พี่เก้าสังเกตเห็นนิ้วมือของผม “รู้มั้ยว่าเล็บก็มีผลต่อการจับลูกชู้ตลูก”

                ผมพยักหน้า “ผมลืมตัดน่ะ” เวลาสัมผัสลูกบาสถ้าโดนเล็บบางทีมันก็ทำให้องศามุมลูกพลาดได้เหมือนกัน “แต่แค่นิดหน่อยเองพี่ ผมชู้ตไม่พลาดหรอก”

                “ชู้ตพลาดไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเล็บฉีกจะเจ็บนะ” เสียงทุ้มว่าอย่างเป็นห่วง “เดี๋ยวพี่เก้าตัดเล็บให้ก่อน มานั่งนี่”

                ตาผมเบิกโตแทบถลนออกมาเมื่อได้ยินพี่เก้าพูดแบบนั้น สมองประมวลผลได้แล้วก็หน้าแดงทันที เมื่อกี้พี่เก้าบอกว่าจะตัดเล็บให้ผมงั้นเหรอ จริงดิ

                ผมตื่นตระหนกและก็รอให้พี่มันตัดเล็บให้ ยอมตามไปนั่งดีๆ รอให้พี่เก้าไปหาหยิบยืมกรรไกรตัดเล็บ ผมก็คิดอยู่ว่าใครมันจะพก แต่เชื่อมั้ย พี่เก้าสามารถหาได้ภายในห้าวินาทีเพียงแค่...


                “น้องผู้หญิงคนไหน พกกรรไกรตัดเล็บมาบ้างครับ” หันไปหาหญิงสาวที่นั่งรอดูการแข่งบาส “ให้พี่เก้ายืมหน่อยสิครับ”


                เท่านั้นแหละครับท่าน กรรไกรตัดเล็บก็ปรากฏให้เห็นเป็นสิบท่ามกลางความอึ้งของพวกผมที่ยืนมองพี่เก้ากันอย่างไม่รู้จะนับถือหรืออิจฉาดี แค่คำพูดเดียวก็สามารถได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว

                ฉายาผู้ชนะสิบทิศของพี่มันไม่ได้เล่นๆ จริงๆ

                แต่ว่านะ... ไอ้พี่มึงจะเลิกยิ้มอ่อยได้รึยัง!

                “ขอบคุณนะครับ พี่เก้ายืมแปปนึงนะ” ยัง ยังจะพูดคุยไม่เลิก!

                “ค่ะ ได้ค่ะ ยังไงก็ถ้าหาหนุงหนิงไม่เจอก็เอาไลน์ไปก็ได้นะคะ” แม่ครับ เดี่ยวนี้เขาอ่อยกันขนาดนี้แล้วเหรอครับ ผมอึ้งไปเลยสิกับความอ่อยแบบรุนแรงของเธอ

               ไม่ได้การ!

               ผมต้องไปเรียนรู้วิธีอ้อยจากเจ๊เเกบ้างเเล้ว!

               อ้าว ผิดประเด็นเหรอ ขอโทษๆ 

                งั้นผมรอดูเงียบๆ แล้วกันว่าพี่เก้าจะทำยังไง ใจเต้นโครมเลย

                “เอ่อ งั้นพี่เก้าซื้อต่อเลยได้รึเปล่าครับ” เป็นการปฏิเสธที่โคตรนุ่มนวลและไว้หน้าจริงๆ ผมได้ยินแบบนั้นก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

                เรื่องหนึ่งที่ทุกคนต้องรู้คือแม้พี่เก้าจะโคตรอ่อยไปทั่วแต่ก็เข้าถึงไม่ได้ง่ายเลยจริงๆ ผมหันหน้ากลับมาเพื่อดูเพื่อนอีกสามคนที่ลงแข่งด้วย ตอนนี้พวกมันกำลังลองชู้ตบาสอยู่แต่เปอร์เซ้นต์ลงห่วงมีประมาณหกในสิบ

                ผมกำลังประเมินกำลังฝ่ายตัวเองก็...

                “เหอะๆ แบบนี้ก็คงไม่ต้องเปลืองแรงเท่าไหร่แล้วมั้ง”

                เสียงหวานแหบดังขึ้นจากอีกฝั่งทำให้เด็กวิศวะที่กำลังตบหัวเฮฮานิ่งไปแล้วสะบัดหน้าไปหาต้นตอของเสียงดูถูกนั้น ใบหน้าที่ดูดีกว่าในโปรไฟล์เฟซบุ๊คเล็กน้อยของตันหย่งกำลังยิ้มเยาะมองดูพวกเวย์ที่วอร์มร่างกายอยู่

                “ปากดีแบบนี้ระวังอายุจะไม่ยืนนะมึง” คนตอกกลับคือรุ่นพี่หัวร้อนประจำคณะนั่นเอง พี่ลมเหมือนเพิ่งจะมาถึงแล้วบังเอิญได้ยินเข้าแบบนี้ก็คงไม่แคล้วจะอาละวาด

                แล้วทำไมถึงมีไต้ฝุ่นเดินตามก้นมาด้วยล่ะ... เอ๊ะ เขามีซั่ม เอ๊ย ซัมติงกันเหรอ

                ตันหย่งมองหน้าพี่ลมเล็กน้อยไม่ได้มีความเคารพนัก “รุ่นพี่หาเรื่องรุ่นน้องแบบนี้จะดีเหรอครับ”

                “กูพอใจมีปัญหาปะ” เออ เอาสิ พี่ลมมันก็โนแคร์อยู่แล้วให้ไปตีกับเด็กอนุบาล ผมยังคิดเลยว่าพี่มันก็กล้า กล้าไปแหย่เด็กให้ร้องไห้นะไม่ใช่ไปตบเด็ก “จะกร่างก็ดูด้วยว่ากร่างกับใคร”

                โคตรอวดดีเลยพี่ผมเนี่ย พี่ลมกวาดตามองจ้องไปที่พวกรุ่นพี่เกษตรผู้ยืนสงบกันตั้งแต่พี่ลมเดินเข้าสนามมา ตอนแรกนะไม่อยากจะพูดวางท่าซะยิ่งใหญ่เลย

                ตันหย่งเห็นรุ่นพี่ตัวเองมีสีหน้าไม่ดีนักก็รู้แล้วว่าการมีเรื่องกับพี่ลมท่าจะไม่ดีนัก ชื่อเสียงพี่ลมมันก็ดังในคณะอยู่แล้ว ยิ่งพวกรุ่นเดียวกับพี่มันก็คงรู้นิสัยไม่น้อยแต่เด็กปีหนึ่งต่างคณะคงยังไม่รู้ลึก

                “ส่วนมึงนะ ไอ้เด็กเวร” ชี้หน้าคู่กรณีที่ทำเอาวิศวะหัวร้อนกันไม่น้อย “เตรียมตัวโดนน้องกูฆ่าได้เลย”

                “รุ่นน้องกากๆ พวกนี้เหรอ” สายตาเหยียดหยามมองมายังพวกผมก่อนจะเอ่ยอย่างขู่ขวัญ “อย่าให้พวกกูถึงร้อยแต้มแล้วกัน”

                “ไอ้เวรนี่!” เวย์ทำท่าจะกระโดดเข้าใส่แต่ผมกับอชิเข้าประกบทัน

                อชิมันคงไม่อยากให้มีเรื่องเลยต้องรั้ง

                ส่วนผม... อยากจะลูบไล้กล้ามมันสักครั้งเลยต้องมาเป็นคนรั้ง

                ข้อดีคือห้ามเพื่อนไม่ให้มีเรื่อง

                กำไรคือได้ลวนลามเพื่อน อูยยย กล้ามแขนแน่นฉิบหาย

                อชิตั้งสติได้ก่อนจึงเปรยมองตันหย่งด้วยหางตา “คนจริงเขาไม่พูดมากหรอกนะ”

                นิ่มๆ แต่รุนแรงได้รับเสียงโห่ถูกใจจากชาววิศวะทันที เอิ่ม แม้เสียงโห่จะดูเหมือนไล่ก็เถอะ ผมปล่อยแขนเวย์เมื่อจับจนพอใจล่ะ

                “ฮึ” เถียงอชิไม่ได้ก็หันมาหาเรื่องกับผม “มึงคงจำได้ใช่มั้ยว่าเราพนันอะไรกันไว้!

                เสียงของตันหย่งดังกว่าเดิมคล้ายกับต้องการให้คนทั้งสนามได้ยินและรับรู้เป็นพยาน คนดูต่างงุนงงแล้วเริ่มส่งเสียงใคร่รู้

                “นอกจากท้าแล้วยังมีพนันกันอีกเหรอ!

                “พนันอะไรกันวะ!

                “กูตกข่าวเหรอเนี่ย!

                เสียงคาดเดาดังไปทั่วแต่สายตาของผมยังคงจ้องที่ไอ้ตัวปัญหาที่น่ารำคาญ แววตาผมสะท้อนความเหี้ยมเกรียมขึ้นมาพอดีกับตันหย่งที่เม้มปากแน่นถลึงตาใส่ผมอย่างขุ่นเคือง

                “นับสอง” พี่เก้าเดินเข้ามาไกล่เกลี่ย “พนันอะไรไว้ครับ”

                “คือ...” ผมทำหน้าลำบากใจไม่อยากบอกพี่มัน เพราะว่า...


                “พนันไว้ว่า ถ้ามันแพ้ มันต้องเลิกยุ่งกับพี่เก้า!!


                ไอ้เวร! ผมชักสีหน้าเหลืออดอยากจะยกเท้าฟาดหน้าไอ้ตัวตันสักที สีหน้าพี่เก้าเคร่งขรึมลงไปหลายส่วน ประกายความน่ากลัววาดใส่ร่างตันหย่งพร้อมกับบรรยากาศรอบตัวพี่เก้าที่เปลี่ยนไป


               "เฮ้ย เก้าไหนวะ!"

               "พี่เก้าเดือนมหา'ลัยปีสองเปล่าเเก!"

               "ศึกชิงไอ้เก้ารัฐศาสตร์เหรอ!"


                ผมรู้สึกอกสั่นขวัญผงาเลยครับไม่เคยเห็นพี่เก้าทำหน้าโกรธแบบนี้มาก่อน ผมไม่รู้ว่าพี่มันพาลโกรธผมด้วยรึเปล่าเพราะการถูกนำไปเป็นของเดิมพันแบบนี้มันไม่ต่างอะไรกับเปรียบพี่เก้าเป็นสิ่งของ

                ที่ผมปิดเงียบเพราะไม่อยากทำให้พี่มันรู้สึกโกรธไง ผมกังวลไปต่างๆ นานาจนเสียงเฉียบขาดถามขึ้น


                “แล้วถ้าน้องแพ้ล่ะ?”


                ทั้งสนามเงียบอีกครั้งด้วยคำถามเดียวของพี่เก้าคล้ายเหมือนมีพลังลึกลับที่กดดันอยู่รอบๆ ทำให้ภายในสนามและรอบๆ ตกอยู่ในความเย็นยะเยือก

                ผมมองดูพี่เก้าด้วยแววตาหลงใหล ทำไมถึงหล่อแบบนี้ โอ๊ย ใจสั่นเหลือเกินครับแม่

                “ว่าไง? ถ้าน้องแพ้ น้องจะทำยังไง”

                พี่เก้าไม่ยอมปล่อยง่ายๆแถมยังดุดันมากขึ้นเรื่อยๆ คนถูกย้อนถามเหมือนจะอึ้งไปเลยเพราะไม่คิดว่าตัวเองต้องแพ้เลยไม่ได้เอาอะไรมาเดิมพันว่าถ้าตัวเองแพ้จะทำยังไง

                “ผมไม่มีทางแพ้!” มันจ้องพี่เก้าอย่างไม่ยอม

                มือผมกำแน่นขึ้นเมื่อเห็นว่ามันกล้าสบตาพี่เก้าไม่หลีก มั่นใจมากใช่มั้ยว่าจะชนะ ได้ ได้! มึงได้เจ็บหนักแน่

                “งั้นเรามาดูกันว่าใครมันจะแพ้!” ผมคำรามอย่างเหลืออดคิดแล้วว่าวันนี้ถ้าหน้ามันไม่ได้สักแผลสองแผลอย่าหวังว่าผมจะเลิกรา

                ตันหย่งเลิกคิ้วขึ้นแล้วยิ้มหวานใส่ผมซึ่งผมขึ้นว่านั่นมันคือการกวนประสาทดีๆ นั่นเอง

                ผมหันหลังไปนั่งบนเก้าอี้เพื่อรวบรวมสมาธิที่แตกกระเจิงให้เข้ารูปเข้ารอย พี่เก้าเดินตามมานั่งข้างๆ “อย่าใส่ใจ”

                “อืม” ผมอารมณ์ไม่ดีหนักมาก “พี่เชื่อมือผมใช่มั้ย”

                “แน่นอนสิ” รอยยิ้มพิมพ์ใจเหมือนสายน้ำเย็นๆ เข้ามาช่วยดับความรุ่มร้อนแทบไหม้ในอกของผมได้อย่างรวดเร็ว “เพราะนับสองไม่อยากเลิกยุ่งกับพี่เก้าหรอก” เอ่ยหยอกแล้วยิ้มอย่างรู้ทัน

                “ถ้าเกิดผมเลิกยุ่งล่ะ?” ผมถามก่อนจะสะดุ้งเมื่อพี่เก้าดึงมือผมไปตัดเล็บยาวๆ ให้

                “งั้นพี่เก้าก็จะเป็นคนไปวุ่นวายกับนับสองเอง” เขาพูดราวกับนั่นเป็นสิ่งที่เขาอยากทำ “จะไปกวนหัวใจนับสองให้ปั่นป่วนทุกวัน วันละสี่เวลาดีมั้ย”

                “ไม่ดี” ผมส่ายหน้า “ผมอยากได้ทุกนาทีของพี่เก้า” ผมมั่นใจว่าอ้อยของผมคราวนี้มาเหนือมาก!

                คนฟังอมยิ้มแล้วตัดเล็บต่อไป “ทุกลมหายใจของพี่เก้าเป็นของนับสองครับ”

                แต่เจ้าสัวไร่อ้อยมันเหนือกว่าครับ... พ่ายแพ้ยับเยินอีกแล้ว แถมคราวนี้ยังรุนแรงต่อใจหนักมากอีก ผมได้แต่ฮึดฮัดทำเสียงหงุดหงิดแก้เขินไป


                ทำไมพี่เก้าไม่อ่อนโยนต่อใจเลย!

                ไหนๆ ใจก็ไม่อ่อนโยนแหละ

                ร่างกายก็ต้องไม่อ่อนโยนด้วยล่ะ

                พอดีชอบความรุนแรง แส้ฟาด น้ำตาเทียน แค่ก!—


                “กูเพิ่งรู้ว่าเด็กวิศวะมีหน้าปลวกๆ แบบนี้ด้วย” เสียงหมั่นไส้จากด้านข้างดังขึ้น “นี่ไอ้เก้า เด็กรัฐศาสตร์อยู่อีกสนาม นี่เด็กคณะกู!

                พี่เก้าเงยหน้าขึ้นแล้วมองพี่ลม “คนนี้เด็กกู จบนะลม”

                จบครับจบ นับเป็นเด็กพี่เก้าที่อีกสักพักจะเลื่อนไปเป็นแฟนนนนน

                “ไม่จบ!” พี่ชื่อนับสองเหรอฮะ พี่ลม! “ส่วนมึง ไอ้นับ คณะเรามีให้เลือกเยอะแยะไปเลือกไอ้ปลวกนี้ทำไม!

                พี่เก้าปลวก

                พี่ลมก็กิ้งกือแล้วครับ

                เอ่อ อย่าบอกพี่ลมล่ะเดี๋ยวผมไม่ตายดี พี่เก้าไม่ได้สะทกสะท้านเดือดดาลเลยเพียงยิ้มๆ “ปลวกอย่างกูก็เดือนมหาลัยแล้วกัน”

                จุกสิครับท่าน พี่ลมเหวอไปเลยตั้งท่าเตรียมจะเข้ามากระทืบพี่เก้าแต่เสียงนกหวีดเรียกรวมจากกรรมการก็ดังขึ้นเป็นการหยุดทุกการเคลื่อนไหว


                “นักกีฬา เข้าสนาม”


                อชิเป็นคนแรกที่เดินเข้าสนามไป ตามด้วยเวย์ ม่อน ยอร์ช ส่วนผมก็ตบหลังมือพี่เก้าเล็กน้อยเป็นเชิงบอกว่าไปแล้วนะจากนั้นก็ลุกขึ้นเดินเข้าสนาม
                “นับสอง” เสียงทุ้มกังวานเรียกขานรั้ง

                ผมเอี้ยวคอหันกลับเห็นพี่เก้าชูมือขึ้นสองข้างระดับแก้ม “หือ ครับ?”

                “สู้ๆ นะครับ”

   กำมือกลมๆ แล้วเขย่าสองสามทีมันช่างเป็นท่าที่น่ารักเหี้ยๆ!


                “อิเหี้ยยย พี่เก้าน่ารักอ่ะมึงงงง”

                “โอ๊ย กูตายค่ะ ขอยาดม!

                “สิงร่างน้องนับสองด่วนค่า!


ผมผู้โดนแอคแทคจังๆ ก็เข่าอ่อนเลยสิครับใจก็โวยวายไม่ต่างจากพวกเจ๊ๆ เลย 

ฮือ ไม่สนมันแล้วเว้ยว่าตัวเองจะอยู่ตำแหน่งไหน 

จะรุกจะรับ

ขอแค่พี่เก้าเป็นของผมก็พอ!

ผมจะจะเอาคนนี้อ่ะเเม่!

“แข่งได้แล้วไอ้ห่า!” ยอร์ชเดินเข้ามาตบหัวผมป้าบหนึ่งก่อนจะเกี่ยวคอให้ผมเข้าไปในสนามที่ตอนนี้ชาวบ้านก็รอแค่ผมคนเดียว อุ๊ย เขินจังแต่ทำไงได้ล่ะ แฟนเขาให้กำลังใจก็ต้องหยุดรอฟังก่อนสิ

แต่พอเห็นหน้าบึงตึ้งของตันหย่งแล้วอารมณ์เขินๆ ก็ปลิวสะบัด ความเคร่งขรึมจริงจังเข้ามาแทนที่กลิ่นอายของความแข็งแกร่งถูกหยิบขึ้นมาสวมทันที ตันหย่งมองผมอยู่ตลอดเวลาและผมก็มองมันอยู่เช่นกันทำให้เหมือนว่าไอ้ตัวตันมีสีหน้าแปลกๆ ใส่ผมตลอดเวลา

ผมกับมันจ้องตากันอย่างไม่มีใครหลบจนกระทั่งเสียงนกหวีดดังขึ้นเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นต่อสู้ ตอนนั้นแหละสายตาจึงถูกเปลี่ยนไปที่ลูกบาสอย่างรวดเร็ว

คนที่คว้าได้ก่อนคือฝั่งเกษตร ไอ้นี่สูงเกือบสองเมตรเลยครับพอมันได้ลูกแล้วก็ส่งต่อให้เพื่อนอย่างรวดเร็ว ผมเข้าไปตัดลูกแล้วเลี้ยงหลบแต่ก็ต้องมาชะงักกับการสกรีนของตันหย่ง ผมรู้สึกถึงว่ามันไม่ธรรมดาแต่ว่า... มันก็ยังไม่ใช่คู่มือของผมอยู่ดี

“เชี่ยยย! เลี้ยงหลบได้สองคนเลยเว้ย!

เสียงจอแจตื่นเต้นรอบสนามมีเข้าหัวบ้างไม่เข้าบ้างเพราะความสนใจผมอยู่ที่การทำแต้มเท่านั้น ผมหลบไอ้ตันหย่งได้แต่มันก็ไม่ยอมง่ายๆ วิ่งกลับมาหยุดผมอีกครั้ง เพราะสรีระที่บางและเพรียวของมันทำให้เคลื่อนไหวได้เร็วที่สุดในสนาม คราวนี้มันแย่งบอลได้ก็วิ่งไปอีกแดนทันที

แต่แล้วลูกบาสก็ตกไปอยู่ในมือของเวย์ได้อย่างรวดเร็ว เวย์ส่งยาวมาให้ผมทำแต้มแน่นอนว่าผมก็ไม่ได้ทำให้เพื่อนต้องผิดหวัง แต้มแรกต้องเป็นของพวกผม!


ตึง!

วิศวะ 2 : 0 เกษตร


“เฮ้!!” เสียงฝั่งของวิศวะกู่ร้องราวกับว่ามันคือชัยชนะจบการแข่งขันแล้ว แต่ยังไงแต้มแรกมาเป็นของพวกเราได้ก็ถือว่าสร้างกำลังใจแก่ทีม

เวย์ชกหมัดกับผมเล็กน้อยแต่ว่า...บาสน่ะเป็นกีฬาที่กระแสเกมสามารถเปลี่ยนได้ตลอด


ตึง!

วิศวะ 2 : 3 เกษตร


ลูกชู้ตสามแต้มของตันหย่งทำงานอย่างว่องไวและเอาคืนอย่างรวดเร็วจนผมเองก็ต้องยอมรับว่ามันก็มีฝีมือ รอยยิ้มของไอ้ตัวตันทำเอาคิ้วผมกระตุกยิกสิ

“ฮึ มีดีแค่นี้เหรอ” เย้ยหยันกันเข้าไป มึงก็ทำได้แค่ตอนนี้เท่านั้นแหละ

“ถึงร้อยแต้มอย่ามาร้องแล้วกัน”

ผมว่าอย่างเย็นชาก่อนจะเดินผ่านหน้ามันไป การแข่งขันยิ่งดุดันมากขึ้น ผมร้องให้ส่งลูกมาให้เพื่อที่จะทำแต้มเอง จากการประเมินทีมแล้วเวย์กับยอร์ชทำหน้าที่สกรีนและส่งลูกได้ดีแต่ชู้ตยังไม่ได้ ม่อนคุมใต้แป้นจึงวิ่งอยู่แค่ในแดนหลัง ส่วนอชิทักษะดีมากเกินกว่าที่ผมคิดไว้เยอะ

ด้านคู่แข่งสี่คนอยู่ในระดับสูงแถมยังสูงทั้งนั้นและเพราะมีตันหย่งคอยทำแต้มทำให้คะแนนไม่ทิ้งห่างมาก แต่ว่านะนี่มันเพิ่งควอเตอร์แรก ยังเหลืออีกสาม ฝ่ายที่หมดแรงก่อนก็แพ้ แม้ว่าผมจะซ้อมาหลายชั่วโมงแต่นั่นมันก็แค่วอร์มเครื่องเท่านั้น สี่สิบนาทีกับพวกนี้เหรอ ไม่ทำให้ผมเหนื่อยหรอก!


ตึง!

วิศวะ 17 : 14 เกษตร


ตึง!


วิศวะ 26 : 26 เกษตร


ตึง!

วิศวะ 34 : 36 เกษตร


                แววตาผมมีรอยหงุดหงิดวาดผ่านบีบลูกบาสใส่มือแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีเล็กน้อย มองเวลาที่เหลือแค่ห้าวินาทีก็เผยยิ้มเหยียดออกมา ตอนนี้ผมยืนอยู่กลางสนามมีตันหย่งกับไอ้เหี้ยภาพตามประกบ ผมขึ้นชู้ตตรงนั้นเลยท่ามกลางความตะลึงของพวกมันและคิดว่ายังไงก็ไม่ลงทั้งระยะห่างและแรงส่งจึงไม่ได้กระโดดตามขึ้นมาหยุด

                ตามหลักแล้วมันก็ไม่ควรจะลงแต่ว่าสำหรับผม...แค่นี้เด็กๆ


                ตึง!

   วิศวะ 37 : 36 เกษตร

  

                ปี๊ดดดดด

               “พักสองนาที”

                จังหวะของลูกสุดท้ายมันลงในวินาทีสุดท้ายจริงๆ ทั้งสนามตกอยู่ในความเงียบและมองผมอย่างไม่เชื่อสายตา ผมแค่ยิ้มแล้วเดินไปยังฝั่งของตัวเองและไม่ลืมที่จะ...

 

                “คิดจะเอาชนะกู มันยังเร็วไปล้านปี”

 

                เดินต่อไปพลางคิดถึงคำพูดเเเละท่าทางมื่อกี้

                

               แม่ง...ผมนี่มันหล่อเกินไปจริงๆ

                เฮ้อ หนักใจในความหล่อจัง

               



---------------

ลูกหนูเกือบจะหล่อเเล้วถ้าตัดประโยคท้ายออกค่ะ

เเต่กร๊าวใจเหลือเกินนนนน


#นับเก้ารัก

-------------------------


สำหรับเรื่องหนังสือนะคะ กระซิบล่วงหน้าไว้ก่อน

เดือนพรายตั้งใจทำเป็น 1 เล่มจบหนาหน่อยๆ (ภาวนาให้เดือนพรายทำได้)

(ราคาเป็นมิตรกับสิ่งเเวดล้อมเพื่อให้ทุกคนได้ครอบครองน้องนับ!)

มีทั้ง ปกอ่อน เเละ ปกแข็ง

E-book ก็มีจ้า

รอติดตามเเต่ยังไม่น่าใช่เร็วๆนี้ เดือนพรายยังติดส่งหมอดินอยู่เลยจ้า T_T

ติดตามเดือนพรายกันได้เพจเเละทวิตเตอร์

https://www.facebook.com/DuanPhrai/

เเละ

https://twitter.com/PhraiPimmy_





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9.405K ครั้ง

1,173 ความคิดเห็น

  1. #54593 G._.arn (@Little_G) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 21:00
    โอ้ยยยยกูขรรม อย่าว่าตัวเองแบบนั้นสินับ2 พี่9เขาชอบนับ2จริงๆหน่าาาาเขาไม่ได้หลงผิดๆ5555
    #54593
    0
  2. #54588 beeya1 (@beeya1) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 20:14
    ลูกนับ

    หล่อมากเลยลูก

    เอาชนะหั้ยได้นะ
    #54588
    0
  3. #54250 Pound9874 (@Pound9874) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 14:02
    ตันหย่งหรอจะสู้นับสอง หล่อนปลาซิวปลาส้อย อินจัด
    #54250
    0
  4. วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 18:13
    ก็คือพี่เก้ามีปัญหาไรกับ ที่จีนป่ะ นับสองเกือบหล่อล่ะ แต่คือนับสองดเก่งกีฬาเกือบหมดเลย เทอเป็นคนแน่หรอ พี่ลมคะ พี่จะว่าพี่เก้าปลวกไม่ได้นะคะ 55655
    #54017
    0
  5. #53648 puppywang (@2543660) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 21:52
    นับสองเท่มากเลยอะ แต่พอมาอยู่กับพี่เก้าก็คือน้องงง น้องนับของพี่เก้า
    #53648
    0
  6. #53210 Mareemintty (@Mareemintty) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 15:49
    เกลียดความหื่นได้ทุกเวลาของนับจริงๆ 55
    #53210
    0
  7. #52857 Nattanoey49 (@noey1201) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:46
    นับสองเท่มาก มาเป็นผัวเราก็ได้นะ เท่ที่สุดดดดด
    #52857
    0
  8. #51603 Thitiporn Sodawat (@beem1740) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:29
    นับมั่นหน้ามากลูก
    #51603
    0
  9. #51552 Thunx2 (@thunthan) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:25
    นับสองลูกที่กินไอของฟีโรโมนพลุ่งพล่านนี่โครตหล่อเลยค่ะ ฮื่ออออ
    #51552
    0
  10. #51142 Love_ya_km (@Kitrita) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:41

    โอ้ยยยยยยยย..ฟาดเปี๊ยะไปเล้ยนับสองงงงง..หล่อมากลูกก..ทีมพี่เก้าน้องนับ เขินสุดมากคู่นี้ แก้มจะแตก

    #51142
    0
  11. #51115 joenls444 (@joenls444) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:21
    เกือบแล้วๆ
    #51115
    0
  12. #48538 ChaladKleesuwan (@ChaladKleesuwan) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 13:38
    พักครึ่งแรก ก็ไปตบหน้าตันหยงอีกสักที อย่าริแย่ง ผ.ชั้น
    #48538
    0
  13. #47611 PCY_BBH_PLOY (@Chutiporn_ploy) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 20:38
    บางทีอี่ลูกก้อน่าหมั่นไส้นะคะ
    #47611
    0
  14. #46032 แป้งเกียว (@siripachara) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 21:49
    หนูลูกกกกกกกกกกกก มีความหล่อขึ้นมาอีกยี่สิบระดับ
    #46032
    0
  15. #45948 MINERVA09 (@morakot3014) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 01:12
    อยากให้มีความถอยหลังออกมาเล็กน้อยละชู๊ตไกลลงอย่างสวยงาม=^=
    #45948
    0
  16. #45483 papillxns (@papillxns) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 22:55
    ขอน้องนับได้มั้ยคะ ถึงน้องนับจะไม่เอาชะนีก็ตาม
    #45483
    0
  17. #45322 golf8 (@golf8) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 01:25
    กำลังจะดีแล้วลู๊กกกนับบบบ ขอจบตอนแบบเท่ๆๆๆซักทีนะลูก ตล๊อดดดแวะเข้าข้างทางตล๊อดดดด
    #45322
    0
  18. #45060 ลิลิล (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 13:33

    กำลังจะหล่อนับ เฮ้ออออ 555

    #45060
    0
  19. #44574 Just Right (@kae-7-) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 01:01
    กรี๊ดดด~นับสองโคตรผัว!!
    #44574
    0
  20. #42156 น่องขาหมู (@bellzatail) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 19:48

    ช๊อตนี้ นับสองผัวมาก กริ๊ดดดดดดด ถ้าไม่ติดว่าพี่เก้าผัวกว่า ไปเป็นผัวเถอะลูก55555
    #42156
    0
  21. #40999 Zer_Cya (@Zer_Cya) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 15:49
    รักจริงๆ อย่าลืมเอาบาสกระแทกหน้ามันนะลูก
    #40999
    0
  22. #40193 ciavaai (@ciavaai) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 02:21
    นับส๊องงงหล่อมากลูก
    #40193
    0
  23. #38122 TaeTanVT (@chanisara118) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 / 20:15
    ไรท์คะ เราอ่านตอนนี้แล้วลุ้นมากเลย เหมือนว่าตัวเองอยู่ในสนาม555555 สู้ๆค่ะ
    #38122
    0
  24. #36950 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 15:53
    คืออีน้องนับมันก็หล่อและเท่มากตอนนี้ แต่แค่ละอย่างที่คิดทำเอาความเท่หายหมด ขำน้อง
    #36950
    0
  25. วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 12:05
    ทำไมอ่านแล้วมองภาพอิตันหย่งเป็นฟูริฮาตะ มองนับสองเป็นคุโรโกะ(ถึงน้องจะชู๊ตไม่เป็นก็ตาม)แล้วมองพี่เก้าเป็นอาคาชิ อืมมมม ถ้ามองอย่างงี้แล้วพี่เก้านับสองบันไซ อาคาคุโระบันไซโว้ยยยยย อย่าสนใจอินี่มันบ้า
    #36792
    0