นับ เก้า รัก [YAOI]

  • 300% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 3,364,970 Views

  • 57,388 Comments

  • 58,052 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    173,089

    Overall
    3,364,970

ตอนที่ 24 : อ้อยคว่ำครั้งที่ 23

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 77
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9324 ครั้ง
    7 ส.ค. 61





บทที่ 23

 



มุมปากผมกระตุกนิดๆ แล้วเงยหน้าไปหาพี่เก้าด้วยแววตาเคืองขุ่น

            เมีย? ผมไปเป็นเมียพี่ตอนไหนมิทราบ!

ถึงตอนนี้ขาจะก้าวไปอยู่ในไทป์เมียขาหนึ่งแล้วแต่ถูกเรียกต่อหน้าคนอื่นแบบนี้ผมก็ยังไม่พอใจอยู่ดี แถมเห็นใบหน้าอิ่มอกอิ่มใจของพี่เก้าที่แสนจะแย้งตาแทงใจแล้วผมก็ไม่กล้าพูดอะไรต่อ

...หรือผมควรฝึกที่จะฝึกไว้ให้ชิน

อนาคตข้างหน้าอาจะได้ยินมากกว่านี้

คิดแล้วก็รู้สึกต่อต้านในใจแต่สีหน้ายังคงทำเป็นมึนงงสนับสนุนคนรักไม่ห่าง เห็นท่าทางปั้นบึงของพี่คิวกับพี่ไนน์แล้วก็รู้สึกสะใจ

“นับ หิวรึยัง” พี่เก้าละสายตาจากพี่น้องแล้วหันมาถามผมเสียงอ่อน

“ก็นิดหน่อย” จริงๆ ก็ยังไม่ได้หิวอะไรมากนัก

“งั้นอยากกินอะไรครับ” เขาถามพลางลูบหัวผมไปด้วยเรียกได้ว่าโชว์สวีทหวานให้พี่น้องตัวเองกระอักเลือดตาย

เป็นผมคงแค้นพี่เก้าไม่น้อย ตัวเองเป้นเหตุให้พี่น้องออกหน้าออกตาเที่ยวผับควงหญิงไม่ได้แต่เสือกชิงมีเมียก่อน ก็พอเข้าใจแล้วว่าทำไมพวกเขาสองคนถึงทำหน้าจะฆ่าจะแกงพี่เก้าขนาดนี้

“อยากกินอาหารทะเล” ตอนเข้าโรงแรมมาดันคุยเรื่องกุ้งๆปูๆกับพี่ไนน์เสียเยอะทำให้อยากกินอาหารทะเลขึ้นมา

พี่เก้านิ่งคิดเล็กน้อย “จริงๆ อาหารทะเลที่โรงแรมนี้ก็ใช้ได้นะ แต่พี่ชอบของภัตตาคารหลิงอันมากกว่า นับสองเคยได้ยินมั้ยครับ”

ตาผมเป็นประกายทันทีเมื่อได้ยินชื่อนี้ พยักหน้าให้พี่เก้าเล็กน้อยเป็นการบอกรับรู้ ภัตตาคารหลิงอันเป็นภัตตาคารอาหารจีนแต่อาหารทะเลก็ขึ้นชื่อเหมือนกันแถมยังได้รับสามดาวมิชลินด้วย แต่ปัญหาคือร้านนี้คิดจะกินต้องจองโต๊ะล่วงหน้าถึงสามเดือน

“เหอะๆ อะไรจะเอาใจเมียขนาดนี้” เสียงค่อนแขวะของพี่คิวดังขึ้นจ้องไปยังน้องชายอย่างหงุดหงิดแล้วมองไปที่ไนน์ต่อ “น่าสงสารมึงเนอะ ขนาดมึงบ่นอยากกินอาหารของหลิงอัน ไอ้เก้ายังไม่เคยคิดจะพาไป”

ไนน์เบะปาก “น้องหรือจะสำคัญเท่าเมีย”

                พี่เก้าฟังคำประชดของพี่น้องแล้วก็ “ถูกต้อง เมียก็ต้องสำคัญกว่าพี่น้องอยู่แล้วสิ”

                คิวแทบกระอักเลือด “...”

                ไนน์ปาดน้ำตา “...”

                เกรงว่าปล่อยต่อไปคงได้ต่อยกันกลางห้องแน่ ชายงามมักเป็นเหตุของความวุ่นวายคงจะจริง เอื้อมมือไปกระตุกแขนเสื้อพี่เก้า “แต่หลิงอันต้องจองล่วงหน้า...”

                “ไม่เป็นไร นั่นร้านของบ้านเพื่อนพี่เอง” พี่เก้ายิ้มแล้วฉุดมือให้ผมลุกขึ้น “ไปกันเถอะ”

                เพราะเป็นร้านของบ้านเพื่อนนี่เองเลยยกมาถามผมได้โดยไม่คิดอะไร พอเห็นว่าผมสองคนกำลังจะไป พี่ไนน์ก็ดีดตัวขึ้นมาขวางทาง

                “อะไร” พี่เก้าเลิกคิ้วถาม

                “ไปด้วย” คนอ่อนกว่าไม่กี่วิพูดอ้อน “กูไปรับนับสองมาให้มึงเลยนะ!

                คนฟังทำหน้าดุ “ไว้วันหลัง พวกมึงควรให้เวลาส่วนตัวกูกับนับสองมั้ย”

                ทั้งคู่ต่างแสยะยิ้มชวนขนลุกดูท่าแล้วคงไม่ยอมกันง่ายๆ ผมถอนหายใจเฮือกพลางคิดว่าพี่เก้าไม่น่าไปแหย่กวนประสาทสองคนนี้ก่อนเลยจริงๆ

                “ไม่สน!” ไนน์โวยวายแล้วหันมาขอความช่วยเหลือจากผม “พี่สะใภ้จะให้พวกเราไปด้วยใช่มั้ย”

                สำลักน้ำลายสิครับท่าน แค่เมียก็จะตายห่าแล้วเจอคำว่าพี่สะใภเข้าไปอีกยิ่งอยากจะลอยหายไปจากตรงนี้

                คิวเห็นว่ามันยังวุ่นวายไม่พอเลยเข้ามาเสริม “จะว่าไปกูก็อยากกิน ขอไปด้วยคน” หันมาจ้องผมอย่างกดดัน “ไปได้ใช่มั้ย น้องสะใภ้”

                ผมหันไปหาพี่เก้าอย่างขอความช่วยเหลือแต่สองก้างขวางคอก็ไม่คิดจะปล่อยพวกเราไปง่ายๆ พอจะอ้าปากปฏิเสธ


                “ถ้าพี่สะใภ้ให้ไป จะเล่าเรื่องน่าอายของไอ้เก้าให้ฟังห้าเรื่อง”

                “ถ้าน้องสะใภ้ให้ไป จะบอกชื่อผู้หญิงผู้ชายที่กำลังตามตื๊อไอ้เก้าให้ฟัง”


                ตาผมเป็นประกายวิบวับ

                พี่เก้าหน้าซีดเผือด

                พี่คิวแสยะยิ้มร้าย

                พี่ไนน์ฉีกยิ้มกว้าง


               ผมคิดว่า...หัวเราะทีหลังมันดังกว่าจริงๆ 


                “งั้นก็ไปด้วยกันก็ได้ครับ” ผมทำน้ำเสียงเรียบรื่นไม่ได้กระหายอยากจะรู้เลยจริงๆ  “กินข้าวหลายๆคนสนุกจะตาย” ยิ่งมีผู้ชายหล่อๆมากินข้าวด้วยถึงสามแบบนี้ก็เจริญอาหารสิครับคุณ

                กินข้าวคำ มองหน้าพี่เก้า

                กินกับข้าวคำ มองหน้าพี่คิว

                ดื่มน้ำสักอึก มองหน้าพี่ไนน์

                แค่คิดก็เจริญอาหารแล้ว

                แต่ถ้าเป็นไปได้ขอกินพวกพี่เขาแทนข้าวเลยดีกว่า น่าจะอิ่มไปสิบชาติ

                เมื่อได้รับการตอบรับไปพวกเขาก็ยิ้มแย้มอารมณ์ดีหันเหสายตาเยาะเย้ยไปหาพี่เก้ากันอย่างสามัคคี ส่วนคนที่เป็นหัวข้อเรื่องก็คาดโทษผม

                “เดี๋ยวจะเจอดี”

                ผมยักไหล่แล้วยิ้มอ่อย “กลัวแต่จะไม่ได้เจอดีน่ะสิครับ”

                พี่เก้าฟังแล้วก็หัวเราะเบาๆ จากนั้นก็ยอมให้พี่น้องท้องเดียวกันไปกินอาหารที่ภัตตาคารหลิงอันด้วย ก่อนออกจากห้องพี่เก้าใส่ฮู้ดแบบเดียวกับพี่ไนน์ส่วนพี่คิวใส่แค่หมวกเพราะด้านล่างยังมีนักข่าวอยู่เล็กน้อย ชีวิตดารานายแบบนี่มันยุ่งยากจริงๆ ตอนแรกพี่เก้าก็ยังไม่ได้ดังจนนักข่าวต้องตามแต่เพราะหลังๆมาออกงานออกอีเวนต์บ่อยแถมรายการทีวีละครแขกรับเชิญ พี่มันก็ไปมาเยอะจนคนเริ่มจำได้ แล้วหน้าตาแบบนี้ก็เป็นดาราพระเอกได้สบายคิดว่าบริษัทคงวางแพลนงานไว้แล้ว

                ผมเดินตามหลังพวกพี่เขาพลางมองดูรูปร่างแต่ละคนเทียบกันไปด้วยสายตาซุกซน สูงพอๆกันแต่เหมือนไนน์จะเตี้ยกว่าดูจากรองเท้าเสริมส้น พี่คิวตัวหนากว่านิดนึง ส่วนพี่เก้าของผมน่ะหุ่นดีที่สุด!

                สรุป...อวยคนของตัวเองครับ

                พอได้เดินด้วยแล้วรู้สึกเหมือนได้เดินกับไอดอลเกาหลีเลย

                เขาไอดอล ผมไอ้เหี้ย

                ความแตกต่างทางหน้าตานี่พาลจะร้องไห้ถึงผมจะหล่อและโคตรหล่อแต่พอมาอยู่ข้างๆ พวกพี่มันแล้วดับจริงๆ นะ เนื่องจากตอนขามาพี่เก้ามากับพี่คิวเลยโยนพี่คิวออกให้ไปนั่งกับพี่ไนน์แล้วเปลี่ยนให้ผมมานั่งแทน

                “ผมขับให้ดีกว่านะ” ผมพูดขึ้นตอนที่พี่เก้าปลดล็อกรถ “พี่เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”

                “ห่วงพี่เก้าเหรอ” เขายิ้มละมุนแล้วเผยท่าทางเกียจคร้านออกมา

                “ไม่ห่วงพี่เก้าแล้วจะให้นับไปห่วงใครล่ะครับ” วันนี้พักอ้อยมาเต็มกระเป๋าไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอก

                เขาเดินเข้ามาใกล้ผมแล้ววางกุญแจรถลงบนมือผมไม่วายจงใจไล้มือลูบมือผมอีก “ห่วงก็ดูแลให้ดีๆนะครับ”

                “รู้แล้ว” ผมดึงมือออกแต่พี่เก้ายังจับไม่ปล่อย

                “หมายถึงหัวใจ...ช่วยดูแลให้ดีหน่อย” เขายังคงยิ้มหวาน

                “...”

“เพราะตั้งแต่เจอนับสองมันก็อ่อนแอเรียกร้องให้มีคนดูแล”

ใจกูบางเหลือเกิน...

แม่ครับ ผมโดนอ่อยอีกแล้ว!

ใบหน้าของผมขึ้นสีแดงระเรื่อพร้อมกับจังหวะในอกที่เต้นระรัวขึ้นจนน่าหงุดหงิดหายใจแทบไม่ทัน คนขี้อ่อยมันโยนอ้อยใส่ผมเรียบร้อยแล้วก็เดินขึ้นไปนั่งบนรถปล่อยให้ผมยืนอยู่ท่ามกลางสวนอ้อย

ความหวานเกิดจากน้ำตาล

น้ำตาลมาจากอ้อย

แล้วเจ้าของไร่อ้อยมันจะไม่หวานจนน้ำตาลขึ้นได้ยังไง

                ผมยกมือขึ้นตบหน้าตบอกเบาๆ เรียกสติแล้วเดินขึ้นไปฝั่งคนขับ ผมอาสาขับรถให้ก็เพราะวันนี้พี่เก้ายังไม่ได้พักเลย เช้าก็นั่งรถกลับกรุงเทพแถมไอ้ป๋าก็ไม่ให้ขึ้นเครื่องด้วยนะครับ ลงจากรถก็ต้องมาทำงานเลย

                อะไรๆ ที่แบ่งเบาช่วยพี่มันได้ ผมก็อยากทำ เห็นผมดูไร้แก่นสารแบบนี้ก็มีหัวคิดนะ!

                “นับสองดูรูปพี่เก้าวันนี้ยัง” เสียงอ่อนโยนแฝงด้วยความล้าถามผมทำให้หลุดสมาธิจากการขับรถเล็กน้อย

                “เห็นรูปพรีวิวประมาณสามสี่รูป” บอกเลยว่าพี่เก้ามีกลุ่มแฟนคลับตัวแม่ก็เดินตามทุกงาน มีซัพพอร์ตน้ำขนมตามมาถามรูปแบบดาราเกาหลีเลยครับ

                ถามว่าผมรู้ได้ไง

                ผมก็อยู่ในกลุ่มบ้านของพี่เก้าไง!

                ไม่อยากจะบอกว่าในไลน์ผมนี่มีกรุ๊ปไลน์แฟนคลับพี่เก้าตั้งสี่ห้าบ้านแหนะ ตามติดชีวิตพี่เก้าแค่ไหนตามใจดู แต่นี่คือความลับนะ ห้ามไปบอกพี่เก้าล่ะว่าผมคลั่งไคล้เขาขนาดนี้

                คลั่งไคล้จนอยากจะซุกไซ้

                ซุกคอ ซุกอก และจบด้วยไซ้เป้าพี่เก้า... แค่ก—

                “แล้วคิดว่าวันนี้พี่เป็นยังไงครับ” พี่เก้าถามพลางเลื่อนโทรศัพท์ดูรูปตัวเองในไอจีที่แฟนคลับแท็ก เห็นแบบนั้นแล้วก็อยากจะลงรูปแท็กอวดบ้างแต่มันก็ยังไม่ถึงเวลา

                ฮึ แฟนคลับแค่แท็กหา

                แต่แฟนอย่างผม...มาฟีเจอริ่งกันเถอะ เบเบ้~

                ผมนึกถึงชุดที่พี่เก้าใส่แล้วน้ำลายจะหกเผลอปาก “เป้าตุงมาก”

                “ฮะ” พี่เก้าหันมาอย่างตกใจ “เมื่อกี้ว่าไงนะ”

                “ชุดสวยมาก!” รีบพลิกลิ้นอย่างว่องไวและไหลลื่น “เป็นชุดที่เข้ากับพี่มาก สรีระหุ่นพี่ดีมากอยู่แล้วใส่อะไรก็สวย”

                ใส่อะไรก็สวย

                แต่ไม่ใส่เลยดีที่สุด ฮ่า~

                พี่เก้าคลายคิ้วที่ผูกกันลงแล้วพยักหน้ายิ้มรับ “เป็นนายแบบก็ต้องรักษารูปร่างเป็นธรรมดา จริงๆ ไอ้ซีนหุ่นดีกว่าพี่อีกนะ”

                “สำหรับผมแล้ว” หมุนพวงมาลัยรถก่อนจะเอ่ยต่อ “พี่เก้าดีที่สุดครับ”

                คนฟังพอใจจนแสดงทุกอย่างออกมาทางสีหน้าเกือบหมดจนนั้นก็ฮัมเพลงในลำคอกลับไปดูเรตติ้งของตัวเองต่อ ส่วนผมก็ขับรถไปเรื่อยๆ เจอรถติดก็มีอารมณ์เสียเป็นพักๆ

                ในรถเงียบได้ไม่นานเสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ของผมก็ดังรัวๆ ยิ่งกว่าห่าฝน ผมเห็นว่ายังติดไฟแดงอีกเป็นร้อยวิก็เลยคลำหาโทรศัพท์ขึ้นมาดู เป็นแจ้งเตือนจากเฟซบุ๊ค

 

 พี่เก้านะครับ ได้อยู่กับ - นับสองคนเดิมเพิ่มเติมคือความหล่อ

                แฟนคลับรถ

                -แนบภาพผมกำลังโน้มกอดพวงมาลัยรถแล้วฟุบหน้าลง

 

                4,892 likes 1548 comment

                ซีนซีน : ตกภาษาไทยนะมึง ต้องเป็น แฟนขับรถ

                บีบีน้อยอยากเห็นผู้ชายได้กัน : แฟนคลับที่ขยับไปเป็นแฟนใช่มั้ย ตอบ!

                พี่ไนน์ไงครับ : #เบื่อคนอวดเมีย

 

                บ้าจริง

                จำเป็นจะแจกอ้อยกลางสื่อมั้ย

                ไม่เขินหรอก แค่ศพขึ้นอืดเป็นสีแดงแล้ว

                เดี๋ยวก็เม้มปากเดี๋ยวก็ฉีกยิ้ม ผมไม่รู้ว่าจะบอกความรู้สึกตอนนี้ยังไงมันอบอุ่นวาบวามไปทั่วหัวใจขณะมองไปยังคนที่โพสข้อความที่ยิ้มบางให้ผม “อย่ามัวแต่เขิน ไฟเขียวแล้ว”

พี่เก้าบีบแก้มผมไปทีหนึ่งก่อนจะพูดเรียกสติผม ผมรีบเก็บโทรศัพท์แล้วเหยียบคันเร่งอย่างรวดเร็วก่อนที่รถข้างหลังจากด่าพ่อด่าแม่บีบแตรไล่

                ผมกำลังล่องลอยอยู่กับโพสเมื่อกี้อยู่ พี่เก้าก็ยิ่งเทอ้อยใส่


“แฟนขับรถดีๆ สิครับ”


ถ้ารถคว่ำอย่าแปลกใจ

เพราะอ้อยมันเกลื่อนถนนไปหมดแล้ว!

 

 



 

                กว่าจะมาถึงภัตตาคารหลิงอันก็เป็นเวลาเกือบห้าโมงครึ่ง ใช้เวลากินข้าวรวมเบ็ดเสร็จก็ปาไปสามทุ่มแน่นอนว่าพวกพี่คิวพี่ไนน์ก็ไม่ได้ลืมสัญญาที่ให้ไว้กับผม ได้ฟังทั้งเรื่องตลกและเรื่องชวนหงุดหงิด...

                “นับ คุยกับพี่เก้าหน่อยสิครับ”

                “ครับ” ขานรับไปสั้นๆ

                “โธ่ นับ”

                ผมเมินพี่เก้าขณะกำลังนั่งนับรายชื่อผู้หญิงผู้ชายที่กำลังตามตื๊อพี่เก้าอยู่ในตอนนี้ แน่นอนว่ารายชื่อก็ได้มาจากพี่ชายแสนดีของพี่เก้าอย่างพี่คิว คนที่ผมไปขโมยจูบมานั่นไง ปากนุ๊มนุ่ม เอ๊ะ เหมือนจะหลุดประเด็นไปไกล

                พี่คิวกับพี่ไนน์ยื่นข้อเสมอดีๆมาให้แบบนั้นแน่นอนว่าผมต้องรับอยู่แล้ว ตกลงคือไปกินมื้อเย็นที่ภัตตาคารหลิงอันพร้อมหน้าพร้อมตาสี่คนทำให้พี่เก้าไม่พอใจและหวาดระแวงขั้นสุด

                ระหว่างที่กินข้าวดื่มด่ำไปกับอาหารจานเด็ดลาภปากนั้นพี่ไนน์ก็เผาเรื่องพี่เก้ามาห้าเรื่องเป็นเรื่องตลกๆ ก๊ะๆ ในสมัยเด็กซะส่วนใหญ่เลยไม่ค่อยน่าสนใจเท่าเรื่องของพี่คิว

                ถามว่าทำไมผมถึงเมินพี่เก้า ก็ดูรายชื่อในมือผมนี่สิ!

                สามหน้าเอสี่!

                หน้าละสามสิบกว่าชื่อ!

                คนตามจีบพี่เก้าของผมเป็นร้อย คนบ้าอะไรมันจะออร่ากระจายดึงดูดคนขนาดนี้! นอกจากหึงหวงแล้วผมยังอิจฉา! ทำไมผมไม่มีคนมาจีบเป็นร้อยแบบนี้บ้าง! จีบผมนี่เดี๋ยวจะดูแลเอาใจให้ทั่วถึงเลยขอแค่หล่อซิกแพคแน่นก็พอ อุ๊ย หลุดนอกประเด็นอีกแล้ว

                “พวกเขาตามจีบพี่แต่พี่ก็ไม่ได้เล่นกลับนะ” พี่เก้าพยายามอธิบายให้ผมฟังขณะขับรถไปด้วย อ้อ ตอนนี้ผมกำลังกลับหอพักแล้ว รอบนี้พี่เก้าเป็นคนขับรถ

                “เหอะ” เชื่อตายแหละ ผมเบะปากแล้วพลิกหน้ากระดาษอ่านรายชื่อซ้ำๆซึ่งมีอยู่สองคนที่ผมสะดุดใจมากๆ “กิ่ง? พี่กิ่งตามจีบพี่อยู่?”

ผมค่อนข้างตกใจเลยทีเดียวเมื่อนึกถึงรุ่นพี่สาวที่คอยดูแลผมดูแลน้องๆดาวเดือนคนนั้นจะตามจีบพี่เก้าเช่นกัน ถึงว่าทำไมสองสามวันหลังๆมานี้พี่แกดูจะชักสีหน้าใส่ผมบ่อยๆ

“ครับ แต่พี่ไม่ได้สนใจเขานะ” พี่เก้าตอบรับและแก้ตัวในคราวเดียว

“อื้อ” ท่าทีที่พี่เก้ามีต่อพี่กิ่งก็ค่อนข้างเฉยชาทีเดียว แต่คนที่น่าสนใจที่สุด “พี่ซีน? พี่ซีนตามจีบพี่ด้วยเหรอ”

เอี๊ยด!!

                หัวทิ่มสิครับพี่! เบรกไม่บอกไม่กล่าวเกิดหน้าพุ่งใส่กระจกหมดหล่อขึ้นมาทำไง            ผมยกมือลูบอกอย่างผวาๆ แล้วมองพี่เก้าอย่างตำหนิ “ตกใจหมด!

                “ก็นับพูดให้พี่ตกใจนี่” พี่เก้าเองก็ลูบอกตัวเองอย่างหวั่นๆ “ซีนมันจะมาชอบพี่ได้ไง เพื่อนกันครับ คิวมั่วแล้ว”

                ผมก็ว่ามั่วนะดูจากชื่อเยอะแยะพวกนี้แล้วยังมีชื่อคนที่ไม่เกี่ยวอีกเยอะแยะ เขาน่าจะให้ผมกับพี่เก้าทะเลาะกันซะมากกว่า ลองคิดสิมีเป็นร้อยพี่เก้าจะสับรางทันเหรอ

ถ้าสับไม่ทัน แบ่งงหนุ่มๆให้ผมก็ได้นะ เดี๋ยวช่วยเก็บไว้กินเอง แค่ก---

มองใบรายชื่อที่พี่คิวเขียนให้แล้วก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งแต่คิดว่าคนที่ผมต้องระวังน่าจะเป็นพี่กิ่งล่ะมั้ง เขาแสดงออกชัดเลยว่าไม่ชอบหน้าผม

“จริงสิ จะเฟรชชี่เกมแล้ว พี่เป็นสตาฟกีฬามั้ย” ผมเพิ่งนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ อาทิตย์หน้าจะเริ่มเข้าสู่ช่วงกีฬาปีหนึ่งแล้ว

พี่เก้าทำหน้าครุ่นคิด “เหมือนว่าพี่จะยังไม่หน้าที่อะไรนะ”

“อยากมีหน้าที่ปะ” ฉีกยิ้มอ้อนแววตามีความหวัง

“ดูแลนับสองไม่ใช่หน้าที่”

“...”

“แต่เป็นความรู้สึกที่อยากดูแล”

ช่วงนี้บ้านใครขาดอ้อยบ้างครับ ถ้าขาดก็มาซื้อจากเจ้าสัวไร่อ้อยคนนี้ได้เลยนะครับ มีไว้ครอบครองกว่าเก้าพันล้านล้านตัน เยอะจนเอามาโปรยเล่นวันละสิบยี่สิบตันก็ยังไม่รู้สึกอะไร

คนแจกไม่เท่าไรแต่คนรับนี่สิจะไม่ไหวแล้ว!

หมูชาบูที่ว่าบางจนโปร่งทะลุ

หรือจะสู้ใจนับสองที่ถูกพี่เก้าอ่อยแล้วอ่อยอีกได้

“แล้วสรุปพี่จะเอาไง” ผมดึงกลับเข้าประเด็นเดิมและนึกได้ “จะว่าไปผมต้องลงกีฬาเยอะมาก”

คนหัวสีขาวเอียงคอเล็กน้อย “ลงอะไรบ้างครับ”

ชูนิ้วขึ้นนับ “มีบาส แบดมินตัน ปิงปอง เทนนิส วิ่งกรีฑา วอลเล่ย์บอล ยิงธนู” จริงๆ ผมก็ไม่ได้เป้นคนลงเองหรอกแต่ไอ้ชิหรืออชิมันลากผมไปด้วยแถมยังลงชื่อเรียบร้อยแล้วจะปฏิเสธก็ถูกพี่ลมขู่บังคับอีกแถมยังเสนอตัวมาเป็นพี่เลี้ยงนักกีฬาให้ผมกับอชิโดยเฉพาะด้วย

“ลงเยอะแบบนี้ ตารางไม่ชนกันเหรอ”

“ไม่รู้ รุ่นพี่ให้ลงผมก็ลง”

ผมเป็นเด็กดีใช่เปล่า เป็นเด็กดีต้องให้รางวัลนะ

รางวัลไม่ขออะไรมาก

ถอดเสื้อ ถอดกางเกงแล้วไปนอนบนเตียงนะ

เกือบลืมไปอีกรายการ “จะว่าไปเหมือนผมโดนจับลงฟุตบอลด้วยแหละพี่เก้า” สีหน้าของผมตอนคิดถึงการลงฟุตบอลแล้วค่อนข้างย่ำแย่เพราะเคยมีประสบการณ์ขาแข้งแตกในสมัยตอนลงเล่นให้กีฬาสีช่วงมัธยมแถมยังเล่นไม่ค่อยเก่งไม่มีความมั่นใจด้วย

แต่ก็ยังอยากลงอยู่ดีเพราะว่า...จุ๊ๆ อย่าบอกพี่เก้าเดี๋ยวเขาไม่ให้ผมลงเล่น

“เล่นบอลไม่เก่งเหรอ” เห็นสีหน้าเป็นกังวลของผมเลยถามอย่างห่วงใย

“มันก็พอได้นะ เเต่ไม่มั่นใจเท่าบาส” เตะไม่เคยจะเข้าโกล์เลยสักครั้ง สงสัยผมกับฟุตบอลคงไม่ใช่แนว แต่ผมก็ชอบดูบอลนะ “ถ้าคิดค่าความเป็นไปได้คงห้าสิบห้าสิบ แต่บาสมันเก้าสิบ” เผื่อไว้สิบกันหน้าแตกเจอคู่แข่งเก่งกว่า

"ให้พี่สอนมั้ยครับ" ถามพลางเลี้ยวรถเข้าซอยหอพักของผม 

"พี่เก่งบอลด้วยเหรอ" ผมเปลกใจไม่น้อย “นึกว่าแค่บาสกับว่ายน้ำ”

ปกติแล้วผมมักจะเห็นรูปพี่เก้าเล่นบาสกับว่ายน้ำเป็นส่วนใหญ่ มีวิ่งจ๊อกกิ้งบ้าง ตีแบดอีกนิดหน่อยแต่เขาก็ต้องเล่นเพราะต้องฟิตหุ่นให้ดูดีตลอด ผมเคยแอบตามไปวิ่งที่สวนหลวงมาด้วยแหละตั้งสามสี่ครั้ง

"เก่งมากด้วยครับ"

"..."

"โดยเฉพาะเรื่องยิงประตู ของถนัดพี่เก้าเลยครับ" สบตาผมด้วยตาเป็นประกายวิบวับเหมือนดวงดาว “ลองให้พี่ยิงสักประตูดีมั้ยครับ”

ผมว่าไอ้ประตูที่พี่มันพูดถึง

ต้องไม่ใช่ประตูบอลแน่ๆ!

                นั่งเหยียดหลังตรงทันทีแล้วหัวเราะแห้งส่ายหน้าปฏิเสธอย่างนุ่มนวล “ไม่เป็นไรพี่ ผมน่าจะเล่นกองหลัง”

                “ไม่ลองหน่อยเหรอ” ทำหน้าเสียดายอย่างสุดซึ้ง

                “ยังไม่ใช่ตอนนี้”

                “แสดงว่าพรุ่งนี้ได้?”

                “อันนั้นก็เร็วไป!” ผมโวยวายหน้าดำหน้าแดงจนพี่เก้าหัวเราะลั่นรถแล้วยื่นมือมาลูบหัวผมเป็นเชิงปลอบโยน

“คิดอะไรมากมายครับ”

ก็คนมันคิดมาก

“เป็นรับนั้นแหละถูกต้องแล้ว”

ยังจะมาย้ำอีก! ผมถลึงตาใส่พี่เก้าอย่างหงุดหงิดแต่ก็ไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับไปเพราะตอนนี้ใจผมก็อยู่ในความยุ่งเหยิงว่าตัวเองต้องเป็นรับใช่มั้ย

ผมออกจะแมนขนาดนี้ต้องเป็นรับจริงดิ ผมลองหันไปสำรวจพี่เก้าบ้างว่าเขาดูเหนือกว่าผมตรงไหน

ก็แค่อ่อยกว่า

หล่อกว่า

แมนกว่า

ผู้ใหญ่กว่า

แถม...ยังใหญ่กว่ายาวกว่าอีก

ก็แค่เหนือกว่าผมแค่นี้เอง แค่นี้! แต่ก็ก็เป็นรุกได้แล้วเหรอ ไม่แฟร์! ผมยังทำใจไม่ได้ จบนะ จบมั้ย! ถึงแม้ว่าจะโดนเล่นข้างหลังโลกใหม่ด้วยนิ้วพี่เก้าจนเสร็จก็เถอะ

“เป็นเมียข้อดีเยอะนะ” เสียงแหบเอ่ยขึ้นเบาๆ คล้ายกับปีศาจร้ายที่กำลังล่อลวงเหยื่อ

“ดียังไง” เออ บอกมาสิ

 

“เป็นเมียพี่เก้าก่อนสิแล้วจะรู้ว่าดียังไง :) 

 

---ต่อ


ผมเม้มปากแน่นแล้วจ้องหน้าคนที่พูดออกมาอย่างหน้าตาเฉยด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ พี่เก้าแม่ง...


ล่อลวง!

พรากผู้เยาว์!

คุกนะ!

พี่เก้าจะรู้มั้ยว่าผมเพิ่งจะสิบเก้า


ส่วนพี่เก้าน่ะกำลังจะยี่สิบแล้ว! จะบรรลุนิติภาวะแล้วเป็นผู้ใหญ่แล้วแต่มาล่อลวงเด็กน่ารักแบบผมนี่ไม่กลัวเสี่ยงคุกเลยใช่มั้ย


ผู้ใหญ่ล่อลวงเด็กเป็นความผิด

แต่ถ้าเด็กล่อลวงผู้ใหญ่ก็อีกเรื่อง 


“เขาว่าคนที่พูดมากๆพูดบ่อยๆ เวลาจริงก็...” ผมลากเสียงเย้ยเหยียดใส่พี่เก้าแถมยังเล่นหูเล่นตาอย่างน่าหมั่นไส้

เขาเลิกคิ้ว “แล้วภาคปฏิบัติที่ผ่านมา พี่เก้ายังไม่เด็ดพอเหรอครับ”

ไอ้เหี้ย! อันนี้ก็ตรงไป!

ความบางบนหน้าผมที่นานๆทีจะออกมาให้เห็นจึงแดงเถือกกับคำพูดคำจาลามก บ้าจริง ผมเป็นคนใสซื่ออย่ามาทำให้แปดเปื้อนสิ! เขม่นตาค้อนใส่พี่เก้าแก้เขิน

“ช่างเถอะ!” ผมเบือนหน้าหนี “ผมขึ้นห้องก่อนนะ” แบบนี้เขาเรียกว่าเขินแล้วชิ่งหนีครับ

“เดินระวังๆ นะ” พี่เก้าเอ่ยเตือนขณะที่ผมเปิดประตูลง ระวังสะดุดรักพี่เก้า”

ผมฉีกยิ้มอ่อย “พี่ก็ขับรถระวังๆ เดี๋ยวจะตกหลุมรักผม”

เรามองหน้ากันอย่างไม่ยอมแต่สุดท้ายก็ยิ้มขบขำให้กัน ผมกำลังจะปิดประตูรถแต่เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นก่อน

“คืนนี้พี่เก้าจะไลฟ์เล่นกีต้าร์บนไอจี”

“อือฮึ” แน่นอนว่าผมต้องดู!

“อย่าลืมมาฟังล่ะ”

           เป็นเสียงที่ทำให้รู้สึกร้อนจนวูบได้เลยจริงๆแต่มันก็อบอุ่นในใจ

ผมมองใบหน้าหล่อเหลาในเงามืดอย่างเผลอไผลไม่รู้ตัวว่าปิดประตูรถไปตอนไหน แม้แต่รถที่วิ่งออกไปก็ยังไม่รู้เลยกว่าจะรู้สึกตัวก็เห็นว่าตัวเองยืนโง่ๆ อยู่หน้าหอพักมาร่วมห้านาทีได้

สะบัดหัวตั้งสติเดินวิญญาณหลุดเข้าหอไปตอนกำลังขึ้นบันไดเจอกับไวท์เพื่อนรักพอดี มันกำลังเคี้ยวลูกชิ้นย่างอยู่ “กลับมาแล้วเหรอมึง เป็นไง ค่ายสนุกปะ” มันยื่นถุงลูกชิ้นแบ่งมาให้ 

ดีมากเพื่อนรัก รู้จักแบ่งปันขนม

ไว้กูจะแบ่งผู้ชายให้นะ

“อืม ซิกแพคแม่งดีทุกคน” ผมตอบมันไป เอ๊ะ แต่นั่นใช่คำตอบของคำถามรึเปล่านะ

ไวท์กลอกตามองผมอย่างระอา “กูไม่น่าถามเลยจริงๆ”

“แล้วนี่มึงกินข้าวเย็นยัง” ผมถามเพื่อนตัวเล้กที่ตอนนี้ดูจะน้ำหนักลดลงไปเยอะเลยเพราะช่วงนี้กิจกรรมมันเยอะ ไม่เจอแค่สองวันดูซูบลงไปเยอะ

“นี่ไง” ไวท์ชี้ถุงลูกชิ้นในมือผม “ข้าวเย็นกู”

“ก็ว่าทำไมมึงแห้งขนาดนี้” ผมเคี้ยวลูกชิ้นแล้วสำรวจเพื่อน “ไป ไปกินข้าวกับกู”

“ไม่เอา กูจะขึ้นไปเล่นเกม!” นี่ไง มึงเอาเงินไปเติมเกมใช่มั้ย

เติมเกมไปมันก็ไม่อิ่ม

เอาไปซื้อผู้ชายกินดีกว่า

อิ่มท้องและก็อิ่มใจ แค่กๆ---

ใครสั่งใครสอนให้มึงเป็นคนแรดแบบนี้ เฮ้ยๆ แม่อย่าตี อย่าตี๊!

ถึงเวลาส่วนใหญ่ผมจะเอาไปตามติดพี่เก้าแต่ผมก็รักเพื่อนนะเออ เห็นไอ้ตัวเล็กมันดูไม่ได้สัดส่วนแล้วใจมันเจ็บปวด ดูสิ ก้นแฟบลงไปเยอะเลย

ผมพาไวท์มากินข้าวตรงหน้าปากซื้อบังคับให้มันกินอย่างกับเลี้ยงลูกเลย ถึงผมจะอิ่มมาแล้วแต่พอเห็นมันยัดเอาๆ ก็ทำให้ท้องหิวขึ้นมาอีก เลยฟาดบะหมี่เกี๊ยวไปอีกสามชาม ถามถึงเพื่อนมาร์คก๊อตซิล่าก็ได้ความว่าไปอยู่กับสาว ส่วนจินที่กลับมาก่อนแล้วมันบอกว่ายังไม่เห็นหัว

เพื่อนตัวเล็กต้องเหงามากแน่ๆ เลยที่เพื่อนสนิทต่างไปมีสาวมีหนุ่มมาติดมาจีบ

ไม่ได้การล่ะ พรุ่งนี้ผมจะอัพเฟซประกาศหาแฟนให้มันแล้วกัน

“มึงๆๆๆ” มือเล็กๆ กระชากกระตุกแขนผมอย่างแรงจนเกี๊ยวในช้อนแทบจะหล่น “ดูนั่นสิ!

“อะไร” ผมชักสีหน้าเล็กน้อยทำเป็นแตกตื่นอย่างกับเห็นเซฮุนมาไทย ผมเห็นสีหน้าตื่นๆ ของไวท์แล้วก็สนใจหันไปตามทางที่มันชี้...


“นิล จะกินอะไร”

“กินเชี่ยอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่กับมึง!

“อ้าว มาด้วยกันก็ต้องกินด้วยกันสิ”

“กูจะไม่นั่งกับมึง!


ภาพของผู้ชายสองคนกำลังยืนถียงกันหน้าร้านข้าวที่พวกผมอยู่ช่างเป็นอะไรที่ชวนให้คนต้องมองด้วยความสนใจ ไม่ให้สนใจได้ไงก็พี่ชิวแกเล่นใส่ชุดนอนสีชมพูหวานแววสกรีนหน้าคิตตี้ไม่พอยังใส่หมวกคิกขุคิตตี้มาอีกส่วนพี่นิลคนดังประจำคณะผมก็มาอย่างสบายเลยขสั้นกับเสื้อยืด

“บอกกูทีว่าพี่ชิวเขาเป็นรุก” ไวทืบ่นงึมงำอยู่กับผม

ซึ่งผมก็พยักหน้าเห็นด้วยกับมัน ข่าวลือที่ได้มานี่มันผิดรึเปล่าวะ ผมคงจะตั้งอกตั้งใจมองจนเกินไป...

“มองอะไร!” เสียงห้าวตวาดใส่ผมอย่างไม่มีต้นไม่มีสายไม่ได้ระบุตัวคนแต่เขาจ้องหน้าผม

ช้อนในมือผมร่วงสิ ไวท์ก็ตกใจแทบหล่นเก้าอี้ คนในร้านต่างพากันกลั้นหายใจ

เห็นผมไม่ตอบ พี่นิลก็สาวเท้ามาอย่างเอาเรื่อง “กูถามว่ามึงมองอะไร”

“เอ่อ...”

ฮือ พี่เก้า ช่วยผมด้วย!

“หาเรื่องเหรอ?” ไม่เลยพี่ ไม่ใช่เลย “เอ๊ะ”

กำลังอยู่ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานเสียงน่ากลัวก็สะดุดแล้วยื่นมือมาบีบคางผมแน่น ผมตกใจจนตัวแข้งทื่อไม่กล้าขยับในใจก็สวดแผ่เมตตาให้ตัวเองไปเรียบร้อยแล้วครับ

แววตาคมกริบของพี่นิลจ้องหน้าผมอย่างสำรวจแล้วก็ครุ่นคิด “หน้าคุ้นๆ”

“ผม ผมเป็นรุ่นน้องคณะพี่ครับ” อย่างน้อยก็ขอให้ปราณีรุ่นน้องร่วมคณะหน่อยเถอะ

“มึงใช่เดือนคณะปีนี้รึเปล่า” เขาถามผมนิ่งๆ ไม่รอให้ผมตอบก็พยักหน้ารับรู้ “อย่างที่ไอ้ลมบอกเลย”

“บอก บอกอะไรครับ”

เขากระตุกยิ้มเล็กน้อยแล้วลูบริมฝีปากของผมเบาๆ มันไม่ได้ให้ความรู้สึกเคลิ้มเลยมีแต่สยอง!

“กาก”

สั้นๆ ง่ายๆ แต่เป็นคำที่จุกมาก พี่นิลดึงมือกลับไป “เฟรชชี่เกมกับเฟรชชี่ไนน์ก็ทำออกมาให้ดีด้วย กีฬาก็เล่นเอาสนุกพอไม่ต้องบ้าไปตามพวกปีสาม เห็นแล้วกูอยากไปกระทืบจริงๆ ชนะทุกรายการให้พวกมันลงไปแข่งเองเถอะไอ้เหี้ย”

ประหลาดใจนิดหน่อยที่ไม่คิดว่าพี่เขาจะมาพูดหรือแนะนำอะไรแบบนี้ เขาพูดห้วนๆ ออกไปทางดุดันเลยทำให้ดูน่ากลัวไม่น่าเข้าใกล้ แต่พอได้สัมผัสแล้วเขาก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร

“นิล ก๋วยเตี๋ยวจะอืดแล้วนะ” คิตตี้คนหนึ่งเดินมาหาพี่นิลอย่างเร่งรีบ

“ยุ่งจริงๆ!

สบถหยาบออกมาอีกนิดๆ หน่อยๆ แล้วก็ยอมเดินไปนั่งกับพี่ชิว ส่วนพี่ชิวก็อมยิ้มให้พวกผมสองคนเล็กน้อยแล้วก็รีบเดินตามไปนั่งเอาอกเอาใจเมีย

มองกี่ทีๆ ก็เชื่อไม่ลงกับสเตตัสไทป์คู่นี้จริงๆ

“กูนึกว่าจะตายแล้วซะอีก” เสียงถอนหายใจอย่างโล่งคอของไอ้ตัวเล็กข้างๆ นั้นไม่ได้ต่างจากผมเลย ตอนแรกคิดว่าเขาจะหมายหัวผมแล้วด้วยซ้ำ “แต่รอยสักบนหน้าพี่นิล โคตรสวยเลยจริงๆ”

ผมเหล่ๆเหลือบมองหน้าพี่นิลเล็กน้อยก็เห็นว่าบนหน้าเขามีรอยสักสีดำเป็นลวดลายอาร์ตๆ คล้ายเถาวัลย์เลื้อย ผมรู้วมาว่าเขาสักหน้าเพื่อปิดรอยแผลเป็นบากใหญ่หน้ากลัว ผมเคยเห็นรูปเก่าๆเขาก็รู้สึกว่ารอยแผลพวกนั่นไม่ได้ทำให้หน้าเขาดูแย่เลยสักนิด พอมาสักหน้าแบบนั้นแล้วเหมือนกับพวกตัวละครเกมแฟนซีๆ ที่โคตรดูดีเลยจริงๆ พี่นิลเหมือนหลุดมาจากโลกการ์ตูนเกมนิยายชัดๆ

“พูดถึงรอยสัก กูก็อยากสักเพิ่ม” ผมลูบแขนขาวเนียนของตัวเอง “แต่กูเสียดายผิว”

“ก็ไม่ต้องสัก” ไวท์ว่าแล้วหันไปทางเด็กเสิร์ฟในร้าน “น้องๆ เตี๋ยวต้มยำไข่พิเศษ!

“ยังจะกินอีกเหรอ” มองชามสี่ห้าชามที่ว่างเปล่าซ้อนๆกันอย่างตะลึงพลางมองหน้าท้องของไอ้ไวท์ที่ยังแบนเรียบอยู่จากนั้นก้มมองตัวเอง...

คนจะผอมมันก็ผอม

แต่คนอ้วนแค่ดมก็อ้วน

ไอ้สัส ไหนความยุติธรรม!

แค้นเคืองจนอยากร้องเรียนกับกระทรวงไขมันกรมแคลอรี่

แต่เห็นมันกินได้ก็ดีแล้ว ไวท์มันไม่ค่อยจะดูแลตัวเองเพราะติดเกมหนัก กินน้อยตัวก็เล็ก ผมกินไปแค่ชามเดียวที่เหลือก็นั่งรอมันกิน

แน่นอนว่านั่งเฉยๆมันก็เบื่อเลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูรูปพี่เก้าในกรุ๊ปไลน์บ้านที่ตอนนี้คงกำลังแชร์รูปแบบชัดแจ่มแจ๋วเป้าใหญ่แล้วแน่ๆ

กดดูอัลบั้มของวันนี้มีรูปพี่เก้าเกือบสองร้อยรูปทีเดียว พูดได้ว่ากดชัตเตอร์รัวเลย ท่าทางของแต่ละรูปไม่ได้ต่างกันนักแต่ผมก็เซฟเก็บเข้าไดร์ฟในออนไลน์ของตัวเองเพราะเมมเครื่องมีเป็นล้านกิ๊กก็เต็มได้!

เวลาผมเข้ามาในกรุ๊ปบ้านก็จะอยู่เงียบๆ เป็นประเภทอ่านไม่ตอบแต่เวลามีรวมเงินซัพพอร์ต ผมก็ให้ตลอดนะ เพราะว่าเป็นสายเปย์ แอดมินบ้านเลยไม่เตะตูดผมออกไปนานแล้ว

“เออ ไอ้ชิบอกว่าพรุ่งนี้มีแข่งบาสรอบแรกกับเกษตรนะ” จู่ๆ ไวท์มันก็โพล่งขึ้น

“โอเค” ตอบรับไปผ่านๆ เพราะกำลังซูมดูหน้าท้องวับๆแวมๆของพี่เก้าอยู่

“มึงๆ กูอยากกินขนมหวาน” วันนี้ทำไมมึงแดกจังจริง

ผมเลื่อนสายตาไปดูเวลาก็เห็นว่าเพิ่งจะสามทุ่มเอง “ไปร้านป้าแมวกัน กูอยากกินซาหริ่มพอดี” ร้านนั้นอยู่ถัดจากนี้แค่สองซอย ถือว่าเดินย่อยของคาวไปในตัว

ไวท์ทำมือโอเคก่อนจะลุกไปจ่ายเงิน ผมกับไวท์พากันเดินไปตามทางพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องกันนิดหน่อย มันเล่าปนบ่นเรื่องมาร์คที่ติดสาวจนลืมมัน ส่วนผมก็เล่ากิจกรรมที่ค่ายกับพวกเหตุการณ์ตลกๆ รั่วๆให้มันฟังเพื่อไม่ให้บรรยากาศมันวังเวงไป หลังจากเรามาถึงร้านป้าแมวขนมหวานไฮโซร้านติดแอร์แล้วก็สั่งจัดหนักสิ ผมมันขาของหวานอยู่แล้ว

ไม่ลืมที่จะอัพรูปลงไอจี อวดของหวานยามดึกนี่มันทำร้ายคนชัดๆ ไม่ถึงสิบวินาทีดีก็มีคนกดเลิฟให้กับภาพถ้วยซาหริ่มของผมแล้ว

 

KAO_RATKAO ถูกใจโพสต์ของคุณ

 

ไม่กี่วินาทีต่อมาก็

 

KAO_RATKAO แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปภาพของคุณ :: ซาหริ่มหวานแค่ไหนก็ไม่เท่าพี่เก้าหรอก อยากกินหวานมากินพี่เก้าสิ

 

คนอะไรอ่อยได้ทุกที่จริงๆ

ผมหลุดยิ้มออกมาเล็กน้อยเห็นไวท์เบะปากใส่แสดงว่ามันก็คงเล่นไอจีอยู่  และในจังหวะเดียวกันนั้นพี่เก้าก็ทักไลน์มาพอดีเลย ผมรีบกดอ่าน

อย่ามาทำเป็นเล่นตัวแบบ เฮ้ย ผู้ชายทักมา อย่าตอบทันทีนะ เล่นตัวสักสองสามนาทีสิบนาทีค่อยตอบ

บอกเลยว่า พวกเล่นตัวเยอะๆ น่ะ นก!!

          ดูผมนี่... ขนาดไม่เล่นตัวยังไม่ได้พี่เก้าเลย!

           ฮึก พูดไปก็ช้ำ ไหนดูสิว่าพี่เก้าทักมาว่าอะไร

 

 

พี่เก้าคนดีคนหล่อของนับสอง : แอบเที่ยวเหรอครับ หืม?

 

แอบเที่ยวบ้าอะไรล่ะ

 

นับสองเองครัช : เปล่า มากินขนมหน้าปากซอยหอนี่เอง

นับสองเองครัช : เดี๋ยวก็กลับแล้ว

พี่เก้าคนดีคนหล่อของนับสอง : มันดึกแล้วอันตราย รีบๆ กลับห้องครับ

 

ผมมองเวลากับรอบตัวแล้วยังหาความเป็นอันตรายต่อตัวผมไม่เจอสักนิด ผมว่าผมนี่แหละเป็นอันตรายต่อชาวบ้านมากกว่านะ

 

นับสองเองครัช : รู้แล้ววววว

พี่เก้าคนดีคนหล่อของนับสอง : ไปคนเดียวเหรอ

นับสองเองครัช : *ได้ส่งรูปภาพ*

นับสองเองครัช : มากับไวท์

 

ผมกดถ่ายภาพในมุมปว้างเอาแบบที่ไม่สามารถมาเคลือบแคลงใจได้ว่าจะมีคนอื่นมาอีก แน่อนนว่าเซลฟี่หน้าหล่อๆตัวเองไปด้วยเช่นกัน

 

พี่เก้าคนดีคนหล่อของนับสอง : ไปกับเพื่อนก็ดีแล้ว

พี่เก้าคนดีคนหล่อของนับสอง : แต่ดีที่สุดคือไปกับพี่เก้า

พี่เก้าคนดีคนหล่อของนับสอง : *ส่งสติ๊กเตอร์เสือขับรถ*

 

“ลอดช่องกูจืดไปเลยเจอคนมีความรักเนี่ย” เสียงแขวะลอยๆ ไม่ได้ทำให้ผมหุบยิ้มก็เพียงยักคิ้วตอบทำหน้ากวนตีนใส่

“อิจฉาก็บอก”

“ไม่สักนิด!” แล้วก็ก้มหน้าก้มตากินไปเงียบๆ

ผมก็นั่งคุยไลน์กับพี่เก้าไปเรื่อยๆ จนซาหริ่มหมดไปสองถ้วยก็อิ่ม “อิ่มยัง แดกเหมือนพรุ่งนี้โลกจะแตก พอได้แล้ว”

“คำสุดท้ายแล้ว” แม้แต่น้ำกะทิมันยังไม่ให้เหลือ ช่างเป็นคนที่รู้จักคุณค่าของอาหารจริงๆ

ผมฝากเงินให้มันจ่ายตามเดิมแล้วตัวเองเดินไปรอหน้าร้านพลางกดส่งข้อความ

 

นับสองเองครัช : กำลังจะกลับหอแล้วนะ

พี่เก้าคนดีคนหล่อของนับสอง : โอเค ถึงแล้วบอกด้วยนะ

พี่เก้าคนดีคนหล่อของนับสอง : *ได้ส่งรูปภาพ*

พี่เก้าคนดีคนหล่อของนับสอง : นอนรอ

 

                รูปที่ส่งมาเป็นรูปพี่เก้าในชุดนอนสีน้ำเงินเข้มแบบคุณชายกำลังทำเป็นฟุบหน้าลงกับหมอน มันเป้นภาพเซลฟี่ระยะเผาขนมากแต่ก็ไม่ได้ทำร้ายหน้าพี่มันสักนิด เห็นแต่ความเนียนใสกิ๊ง

                เหมือนมีอะไรพองโตในอก... ตึกตัก

ผมคิดว่ามีหลายคนที่เคยมีโมเม้นต์แบบนี้ จะไปไหนทำอะไร เรียนเสร็จยัง บอกด้วยนะ ถ่ายรูปส่งมาให้ดูแลกเปลี่ยนกัน มันเป็นอะไรที่เขินดี

ส่งสติ๊กเกอร์ไปตัวหนึ่งแล้วก็เก็บโทรศัพท์เดินนำไอ้ไวท์กลับหอ ตอนขามามันมีพวกเด็กเกเรอยู่ตรงหน้าซอยด้วย แซวไอ้ไวท์จนผมเกือบไปกระทืบ ขาวตัวเล็กนี่มันสเปกของทั่วราชจริงๆ!

ผมจูงมือไวท์จนมาถึงหอพักก็ปล่อย ไอ้ไวท์มันก็ชินแล้วก็ถูกปกป้องแบบนี้ เมื่อก่อนจะเป็นชาลีที่คอยดูแลมันแต่ว่าไอ้เพื่อนสนิทคนนี้ไปต่อมหาวิทยาลัยทางเหนือแล้วหน้าที่ดูแลเด็กชายไวท์จึงเป็น ผม เหี้ยมาร์คแล้วก็จิน

“มึงรีบไปพักเถอะ พรุ่งนี้ต้องลงกีฬาด้วย” ไวท์เอ่ยเตือน “อย่าเอาแต่คุยกับพี่เก้าดึกล่ะ”

“ครับเพื่อน” ยีหัวมันเล่นอีกหน่อยกแล้วเดินต่อไปยังห้องตัวเอง

ผมควักโทรศัพท์ขึ้นมาปลดล็อกเพื่อจะส่งไลน์หาพี่เก้าบอกว่าตัวเองมาถึงหอแล้ว มือหนึ่งกดพิมพ์อีกมือก็จะไขกุญแจห้องแต่พอจับลูกบิดก็ไม่ได้ล็อกแปลว่าจินคงอยู่ในห้องไม่ได้ออกไปไหนและเมื่อเปิดประตูไปก็…


“เชี่ย!!!


ตุ้บ! ตุ้บ!

ทั้งกระเป๋าเป้ทั้งโทรศัพท์ในมือผมร่วงหล่นพื้นทันที สีหน้าฉายแววตื่นตระหนกปนตกใจจนแทบจะสิ้นสติ ณ ตรงนี้ นัยน์ตาผมเบิกกว้างมองภาพเร่าร้อนตรงหน้าอย่างเก็บข้อมูลไว้ศึกษา เอ๊ย มองอย่างตั้งใจสิ!

แต่ๆ ซิกแพคพี่เขาเด่นมากเลย

คนสองคนที่กำลังนัวเนียกันอย่างร้อนแรงเผ็ดมันส์อยู่กลางโซฟาหยุดชะงักแล้วหันมามองผมอย่างพร้อมเพรียง ไหงกลายเป็นผมที่หน้าแดงและรู้สึกอายขึ้นมาแทน

ผมไม่รู้จะเอาตาไปวางไว้ส่วนไหนของห้องดี แต่เห็นว่าหน้าท้องเขาสวยดีเลยเผลอมองนานไปหน่อย

“ไอ้เหี้ยนับ! ไม่เลิกจ้องกูจะฟ้องพี่เก้า!” เสียงของรูมเมทแชร์ห้องดังเรียกความสนใจจากผมให้ละสายตาจากหน้าท้องลอนสวย จินตวาดจบก็โยนใส่ให้ผู้ชายคนนั้นรีบใส่

อ่า... พี่ครับอย่าเพิ่งรีบใส่เสื้อสิ

ผมยังดูไม่เต็มอิ่มเลย

          ฮือ มันไม่ใช่เวลาที่จะมาชื่นชมซิกแพคคนอื่นที่ไหนเล่า! ผมรีบตวัดตาไปทางเพื่อนของตัวเองอย่างต้องการคำอธิบาย ไอ้จินตอนแรกที่เสื้อหลุดลุ่ยไปกว่าครึ่งแล้วก็กลับมาเรียบร้อยอย่างรวดเร็วสีหน้ามันยังคงนิ่งเฉยแต่แววตามันดูตกใจไม่น้อย

                “ไม่เห็นบอกว่าจะกลับห้อง” มันเป็นฝ่ายเปิดปากก่อน

                ผมย่นคิ้วผูกโบว์ “คือนี่ก็ห้องกูเปล่า ก็ต้องกลับมั้ย”

                “ทำไมไม่รู้จักเคาะประตู!

                “แล้วทำไมมึงไม่ล็อกล่ะไอ้สัส!” ผมเองก็ปรี๊ดสิ ผมจะไปตรัสรู้เหรอว่ามันกำลังทำเรื่องพวกนี้อยู่ จินเห็นว่าผมอารมณ์ขึ้นแล้วก็ชะงักเหมือนว่าเพิ่งรู้ว่าตัวเองนั่นแหละที่เป็นฝ่ายผิด

                พยายามทำเป็นมองไม่เห็นอะไรตุงๆในกางเกงมัน เหอะ อารมณ์ค้างแล้วมาหงุดหงิดใส่ สภาพพวกเราสามคนตอนนี้มันดูกระอักกระอ่วนเหมือนผัวจับได้เลยว่าเมียมีชู้

                ถอนหายใจเล็กน้อยหลังจากดึงสติกลับมาได้แล้ว...

                “จิน หมายความว่าไงวะ” หันไปหาผู้ชายอีกคนอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา

                “อย่างที่มึงคิดนั่นแหละ” มันถอนหายใจเฮือกใหญ่ไม่ยอมสบตาผมแล้วหันไปคุยกับผู้ชายของมัน “เดี๋ยวตามไปที่ห้อง”

                มีต่อด้วยเว้ย!

                โธ่ ไอ้ห่า ถ้ามีห้องอยู่แล้วจะเสือกมาทำห้องนี้ที่มันมีเพื่อนแชร์ห้องอีกทำไม

                ถูกขัดจังหวะก็ไม่ได้แปลกเลย

                “อืม” เสียงเย็นยะเยือกเค้นออกมาจากลำคอพร้อมกับแววตาเคืองๆ ที่ส่งมาให้ผมสะดุ้งเล่น

                คือกูจะรู้มั้ยว่าพวกมึงจะมาจ้ำจี้มะเขือเปราะแปะในห้องเนี่ย แล้วที่สำคัญมันก็ห้องผมครึ่งหนึ่งมั้ยล่ะ กลืนน้ำลายลงคออย่างพูดไม่ออกมองดูผู้ชายคนนั้นเดินออกจากห้องไปแถมยังแผ่รังสีหงุดหงิดออกมาไม่หยุดทำให้ผมต้องทำตัวลีบอยากจะระเหยกลายเป็นไอออกไป

                เมื่อประตูปิดลงเหลือแค่ผมกับไอ้เชี่ยจินสองคน ภายในห้องมีแต่ความเงียบที่เงียบจนไม่รู้จะเงียบยังไงแล้ว ผมขมวดคิ้วมากขึ้นแล้วมองมันอย่างลังเลที่จะถาม

                มันเป็นเรื่องคอขาดบาดตายมากนะ

                ยังไงผมก็ต้องถาม!

                “มึง...” ลังเลแกมเป็นห่วงความรู้สึกเพื่อนแต่ความเสือกก็เยอะกว่า “มึงเป็นรับเหรอ เจ็บปะ แล้วๆ ของคนนั้นใหญ่ปะ กี่นิ้ว ครั้งแรกเป็นไง เจ็บมากมั้ย...”

                “ไอ้จัญไร!!” หมอนอิงบนโซฟาถูกปาใส่หน้าผมเพื่อกลบเกลื่อนความอับอายบนหน้า ผมเห็นริ้วแดงบนผิวหน้ามันแล้วก็ขำก๊าก “แม่งเอ๊ย กูนึกอยู่แล้วว่าคำถามมึงไม่เคยจะสร้างสรรค์”

                โคลงหัวเล็กน้อย “จะให้กูถามว่าอะไรล่ะ มึงกับเขาเป็นอะไรกันงี้ หรือถามว่าทำไมมีอะไรไม่บอกเพื่อน ทำไมต้องปิดบังงี้เหรอ”

                “ก็ต้องถามหน่อยปะ” มันบ่นอุบอิบ “อย่างน้อยมันก็ดีกว่าคำถามเมื่อกี้ของมึงแล้วกัน”

“กูว่าแล้วเชียว ก็สงสัยอยู่ว่ามึงมีเจลหล่อลื่นได้ยังไงเพราะแบบนี้นี่เอง” ผมพยักหน้าสรุปความให้กับตัวเองแล้วมองเพื่อนอย่างเป็นห่วง “แล้วตกลงเป็นรับมันเจ็บเปล่าวะ”

                “อยากรู้มึงก็ให้พี่เก้าเสียบสิ!

                …สวนซะกูไปต่อไม่ถูกเลย

                หลังจากมันกระแทกเสียงใส่ก็เดินกระทืบเท้าออกจากห้องไปอย่างกับลมพายุพัดทำให้ผมไม่ทันได้ถามอะไรสักอย่าง อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นเกาหัว

                ตอนนี้ผมยังคงอยู่ในสภาพมึนงงและสับสนเหตุการณ์มันแบบ มาไวไปไวมากจนคิดว่าเมื่อกี้คือภาพลวงตาหรือฝันด้วยซ้ำแต่พอลองหยิกตัวเองแล้ว เออ ก็เจ็บนะ แสดงว่าเมื่อกี้คือเรื่องจริง

                แต่...ผู้ชายคนนั้นมัน...

 

                อืมๆ สมกับเป็นเพื่อนผมจริงๆ

                ไม่ธรรมดา~




-------


ใคร! ใคร! ผู้ชายคนนั้นใคร!
เป็นตอนที่หลากอารมณ์จริงๆ
#นับเก้ารัก 

สอบถามจ้า ปกติเเล้วถ้ามีนิยาย ปกอ่อน กับ ปกแข็ง
ส่วนมากจะซื้อปกไหนกันคะ หรือซื้อทั้งสองปก 
สำรวจ สำรวจ เราอยากทำทั้งสองเเบบ ฮ่าาา
('  ')?




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9.324K ครั้ง

750 ความคิดเห็น

  1. #57365 Fktay (@Fktay) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 12:49
    อ้าว!!! จิน? แล้วนับหนึ่งล่ะ? นึกว่านับหนึ่งจะเป็นพระเอกของจินนะเนี่ย !?!
    #57365
    0
  2. #54907 Ki56195619192520 (@Ki56195619192520) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 15:57
    ก้อต้องชอบปกแข็งอยู่แล้วค่ะ
    #54907
    0
  3. วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 14:59
    ปกอ่อนคั้บ
    #54874
    0
  4. #54817 kanyallapo (@kanyallapo) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 16:38
    ป๋าละจิน จินเอาป๋าหนึ่งไปไว้ไหนนน
    #54817
    0
  5. #54584 beeya1 (@beeya1) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 18:54
    ป๋าอกหักเลย

    ชอบปกแข็ง
    #54584
    0
  6. #54581 G._.arn (@Little_G) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 18:17

    อ่าว...อุตส่าเชียพี่นับ1กะนังจิน
    ไหงกลายเป็นงี้อะ แต่อิผช.มะกี้ไม่น่าจะมีบทบาท เพราะถ้าคบกะอีจิน อีจินต้องแนะนำให้รู้จักสิ อาจจะแค่คู่นอน ;^; ไม่น่ะชั้นลงเรือนับ1&จินนะ
    #54581
    0
  7. #54580 G._.arn (@Little_G) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 18:04
    ไปๆมาๆเริ่มจะเกลียดอีนับละนะ5555 เมื่อไหร่จะเลิกแรดอะ
    ชั้นรับไม่ดั๊ยยยยยยย
    #54580
    0
  8. วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 13:55
    ผช คนนั้นไม่ใช่ป๋าใช่ไหม
    #53993
    0
  9. #53645 puppywang (@2543660) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 21:06
    ป๋าของหนู จินอย่าทิ้งป๋าสิ โอ้ยยย
    #53645
    0
  10. #52860 may love shinee&SJ&FT&BB (@may0904) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:05
    อ้าว นับหนึ่งนกจ้า
    #52860
    0
  11. #52854 Bee Pee Wee (@soohot) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:58
    แล้วป๋าล่ะ หนูเอาป๋าไปไว้ที่ไหนน อย่าทำเรือเราแตกเลย
    #52854
    0
  12. #52314 bongkot25022018 (@bongkot25022018) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:07
    เอาป๋าหนึ่งไปไว้ไหนนน ทำไมไม่เลือกป๋า
    #52314
    0
  13. #51619 kaonawa (@kaonawa) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:50

    ป๋าป้ะเธอออ
    #51619
    0
  14. #51073 joenls444 (@joenls444) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:13
    ป๋าล่ะจินนน
    #51073
    0
  15. #50674 NaPretty (@NaPretty) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:11

    ทำไมไม่เลือกป๋านับหนึ่ง

    #50674
    0
  16. #49510 tengmo_19 (@tengmo_19) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 02:16

    ส่วนตัวชอบปกแข็งค่ะ
    #49510
    0
  17. #49340 dghjk (@dghjk) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 08:43
    ซื้อปกแข็งค่ะ
    #49340
    0
  18. #49293 birumu (@beam_bts) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 22:58
    มีเรื่องของพี่ชิวกับพี่นิลมั้ยอ่ะ แล้วจินคู่ใคร จะเป็นคนนั้นหรือป๋าที่ตื้ออยู่อ่ะ ฮิ้ววววว
    #49293
    0
  19. #48564 Noey No Ey (@1827-noey) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 09:21
    ใครอ่ะผูชายคนนั้น แล้วกับป๋านี้จะยังไงนะ
    #48564
    0
  20. #47597 PCY_BBH_PLOY (@Chutiporn_ploy) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 17:40
    แล้วป๋าล่ะะนู้จินนนนนน/กอดปลอบป๋า
    #47597
    0
  21. #43129 Tempo_Musician (@Tempo_Musician) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 23:32
    ได้ทั้ง2ปกค่ะ
    #43129
    0
  22. #42527 ทาสของเหมียว (@iiizo) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 03:05
    ป๋าอกหักกกก
    #42527
    0
  23. #41348 imyminemyself (@Pgray) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 10:00
    ใครคือผู้ชายที่จินพามา แล้วป๋าล่ะ ป๋า~~
    #41348
    0
  24. #40936 AP669 (@AP669) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 21:56
    แล้วป๋าล้ะ😂
    #40936
    0
  25. #37782 Grace4567 (@Grace4567) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 22:27
    นับสองสักหรอคะ?
    #37782
    0