นับ เก้า รัก [YAOI]

  • 300% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 3,374,261 Views

  • 57,454 Comments

  • 58,153 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    182,380

    Overall
    3,374,261

ตอนที่ 10 : อ้อยคว่ำครั้งที่ 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 34
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8959 ครั้ง
    7 เม.ย. 61

บทที่ 9




 

                รู้สึกอาย

                อับอายยันวงศ์ตระกูล

                จนอยากจะมุดหน้าแทรก...

                เสื้อพี่เก้าหนี

                ยัง...ยังไม่เข็ดอีก!

 

                “ ขนมมันน่ามองกว่าหน้าพี่อีกเหรอ? ”

                ผมกำส้อมเล็กในมือแน่นฟังเสียงทุ้มต่ำหยอกล้อจงใจทำให้ผมเขินอับอายไม่เลิกไม่ราสักที ก็พอรู้ว่าอิพี่มันแกล้งหลับแถมเนียนมากอีกแล้วแม่งโคตรรู้สึกอยากกลับบ้านเลยจริงๆ ผมปิดปากเงียบตั้งแต่ขึ้นรถจนมาถึงร้านสวีทแคนดี้นี่แหละ ไม่ใช่ว่าอ่อนจนยอมแพ้แค่ถอนมาตั้งหลักเฉยๆ

                “ ถ้าให้เลือกระหว่างขนมกับพี่ ” ว่าเบาๆพลางละเลียดละไมใช้ส้อมตัดหั่นขนมปังโทสต์ “ ผมต้องเลือกขนมสิ ”


                ของหวานคือที่หนึ่งในใจ

                ของหวานมันกินได้ แต่พี่เก้ายังกินไม่ได้

                แต่ถ้าให้กินเมื่อไหร่จะยอมงดขนมหวานสักเดือนสองเดือน


                “ โห เสียใจเลยนะ ”

                คนพูดว่ายิ้มๆไม่ได้มีความรู้สึกเจ็บปวดไปอะไรกับคำพูดตัวเองนัก ผมคิดว่าสำหรับพี่เก้าแล้วมันก็ปกติสำหรับการวางตัวในจุดนี้ แม้จะอยู่กับผมแต่เขายังคงติดโทรศัพท์ไม่เลิกไม่ราเช็กอินไม่พอถ่ายรูปร้านถ่ายรูปขนมทั้งที่ตัวเองไม่กินอีกต่างหาก

                “ งั้นถ้าให้พี่เลือกระหว่างผมกับโทรศัพท์ ” ยัดขนมเข้าปาก “ จะเลือกอะไรครับ ”

                “ สองอย่าง ” ดูคำตอบมัน

                “ โลภว่ะ ”

                “ ถ้าไม่โลภก็ไม่ได้สิ่งที่ต้องการสิครับ ” เป็นตรรกะที่เห็นแก่ตัวแต่มันก็เป็นเรื่องธรรมดาปกติของมนุษย์อยู่แล้วส่วนคำตอบมันก็ไม่ได้เกินคาดนัก “ ทำไมถึงชอบขนมหวาน... เลี่ยนจะตาย ”

                “ ทำไมพี่ถึงชอบกาแฟ ขมจะตาย  ” ผมย้อนกลับไปแล้วยกถ้วยเหยือกน้ำผึ้งเล็กๆราดบนโทสต์เพิ่มความหวานฉ่ำเข้าไปอีก

                พี่เก้ายกแก้วคาปูชิโนขึ้นมาดื่มนิดๆ “ ไม่ได้ชอบแต่มันติดมากกว่า ”

                “ กินมากไม่ดีนะ ” เตือนเบาๆแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาสไลด์ดูแจ้งเตือนข้อความเห็น

                “ เป็นห่วงเหรอครับ ”

                ละสายตาจากโทรศัพท์แล้วมองคนกำลังนั่งกอดตุ๊กตาคิตตี้อยู่ก่อนจะตอบ “ คงงั้นมั้งครับ ” จะว่าไปแล้วคิตตี้มันดูไม่ค่อยจะเข้ากับหน้าพี่เก้าเลยจริงๆ

                “ เราเห็นแท็กคู่จิ้นยัง ” เปลี่ยนเรื่องเก่งจริงๆนะ พี่เก้าถามขณะที่สายยังจับจ้องอยู่กับทวิตเตอร์  

                “ ผมไม่ได้เล่นทวิตเตอร์ ”

 

                ไอ้ที่ใช้ส่องทุกวันนั้นแอคใครก็ไม่รู้วววว

 

                “ หว่า น่าเสียดายนะ ” พี่เก้าทำหน้าขัดใจหน่อยๆ “ ลองเล่นดูสิ สนุกดี ”

                “ เล่นไม่เป็นครับ ”

                อะไรคือทวิตเตอร์เหยอ นับสองไม่รู้เลย

                “ เดี๋ยวสอนเล่น ” ท่าทางพี่แกจะจริงจังเหลือเกิน ผมไม่ปล่อยให้กาสดีๆ หลุดลอยแน่ๆ เลยพยักหน้าให้อย่างว่าง่ายเป็นเด็กดี

                “ งั้นผมขอโหลดแอพก่อน ” จิ้มกล้วยเข้าปาก... อ้อ กล้วยที่เป้นผลไม้นะ ไม่ใช่กล้วยพี่เก้า อิอิ

                กดออกจากแชทไลน์ของเพื่อนมาร์คไปยังแอพทวิตเตอร์ของตัวเองจัดการล็อกเอาท์ออกแล้วบอกขอเวลาสมัครแปบหนึ่ง ต้องนึกหาอีเมลเก่าๆมาสักอันแล้วสมัคร

                “ เรียบร้อย ” ผมว่าขึ้นเบาๆพลางตักขนมเข้าปากต่อชูหน้าทวิตเตอร์โล่งๆไร้คนฟอลโล่ “ เล่นยังไง ”


                เล่นไม่เป็นเลย กดตรงไหนนนน

   มาสอนเร็วววววว


                พี่เก้าลุกขึ้นย้ายตัวเองมานั่งเบียดฝั่งผมซึ่งตัวเก้าอี้มันไม่ได้ทำมาเพื่อรองรับผู้ชายถึงสองคนเลยนะ เป็นผมต้องขยับจนแทบจะไปแนบสิงกระจกอยู่รอมร่อแต่ถ้าได้เนื้อแนบเนื้อกับพี่เก้ามันก็โอเครรรร

                โชคดีที่ผมตั้งรูปโปรไว้ก่อนแล้วขืนกดเข้าเลือกรูปอิพี่มันได้ตาถลนแน่ๆที่เจอรูปแคปหน้าจอมากมายในเครื่องผมนั้นเป็นรูปของตัวเอง ทำเป็นไม่เข้าใจนั้นนี่ให้พี่เก้าสอนเล่นไปเล่นๆแล้วบอกให้ผมกดฟอลโล่พี่มันด้วย

                “ ถ้าถูกใจทวิตไหนก็รีทวิต ”

                ผมพยักหน้าหงึกหงักแล้วลองกดรีทวิตของพี่เก้าเล่นดู แต่เจ้าตัวกลับเอื้อมมือมากดอันรีทวิตแล้วเปลี่ยนไปกดหัวใจแทนซะงั้น เงยหน้าสบตาด้วยความงงๆ เจอสายตาวาวพร้อมรอยยิ้มน่ามอง

                “ แต่สำหรับทวิตพี่ ”

                “ ... ”

                “ ห้ามรี ”

                “ ทำไม ”

                “ เพระพี่อยากอยู่ใน Favorite ของนับสองครับ ”

                “ อือหืออออ ” โยนอ้อยมาไม่ได้เกรงใจน้ำผึ้งที่ผมกำลังกินอยู่เลย “ มากไปแล้วๆ ” ใจกูจะหลุดออกมาแล้ว

                “ แล้วก็ตรงนี้กดค้นหาดู แท็กคู่เต็มไปหมด ” ไม่ว่าเปล่ายังจะกดให้ดูแท็ก #พี่เก้าน้องนับอีก

                กูไม่อยากจะบอกว่ากูส่องกูรีทุกวัน!

                “ หู้วว คนเล่นเยอะจัง ” ดึมาก เดี๋ยวจ่ายค่าหน้าม้าแอคละพัน

                “ อ้อ อันนี้เพิ่มให้ ห้ามรีเหมือนกัน ต้องกดเฟบไว้ ” สุดท้ายพี่มันก็ดึงโทรศัพท์ผมไปจิ้มๆ กดหัวใจให้กับทวิตแท็กคู่จิ้นของเราหลายสิบทวิต

                เมื่อโทรศัพท์ถูกยึดไปผมเลยสนใจการกินขนมหวานต่อแต่จู่ๆ คอก็ถูกพาดด้วยแขนพี่เก้าไม่พอเจ้าตัวยังทิ้งน้ำหนักมาหาผมอีก

“ ไม่ต้องหันๆ ” กำลังจะหันไปแล้วแต่เสียงแหบว่าห้ามก่อน ผมเลยจำต้องทำตามทั้งที่สงสัยว่ามีอะไรเหลือบหางตาเห็นว่าพี่เก้ากำลังเปิดกล้องหน้าโทรศัพท์ผมอยู่พอดี

ผมเลยทำเนียนๆ กินต่อไปให้พี่มันถ่ายไปเรื่อยๆ กล้องผมเสร็จก็เอากล้องตัวเองต่อ นานจนรู้สึกตะคริวเหน็บเริ่มจะถามหาแล้วสุดท้ายเลยบอกพอ อีกฝ่ายถึงได้หยุดแล้วย้ายตัวเองไปนั่งที่เดิม

“ เอาแคปชั่นอะไรดี ” เป็นเรื่องคอขาดบาดตายมากสินะถึงได้ขมวดคิ้วยุ่งขนาดนั้น

“ รูปไหนครับ ” ขอเช็กหน่อยได้มั้ยว่ามีรูปเราติดไปด้วยรึเปล่า

ชูโทรศัพท์ให้ดูเป็นรูปผมถูกโอบไหล่ไว้กำลังนั่งกินขนมส่วนพี่เก้าก็ส่งยิ้มหล่อแอคแทคกล้องจิกเลนส์แตกมองดูแล้วนี่มันคู่รักชัดๆ ทำไมกูเขิน!


   ลงเลยเพ่!

   แคปชั่นไม่ต้อง ให้ภาพมันอธิบายตัวมันเองเลย!!

                จะบอกรักก็ได้นะ แบบรักแฟนมากกกกกกกก


                “ ผมหล่อ ” ชมตัวเองไปเพราะมันหล่อจริงๆถึงจะแค่หันข้างก็เถอะ ยังไงก็ถือว่าหล่อ!

                “ แต่พี่หล่อกว่า ”

                เออ! กูยอม!

                เบ้ปากหมั่นไส้คนแก่กว่าตัดสินใจไม่ช่วยคิดมันแล้วแคปชั่นเนี่ย คิดเองไปเลย ปล่อยให้คนบ้าโซเซี่ยลคิดต่อไปแล้วตัวเองก็หยิบเมนูมาดูเล็กน้อยว่าจะกินอะไรต่อ

                หลังจากผมสั่งแพนเค้กไปเรียบร้อยแล้วพี่เก้าก็เงยหน้าจากโทรศัพท์จ้องผมตาเขม็ง

                “ เรายังไม่ได้รับแอดเฟซพี่เลย ”

                ผมเบิกตาโพล่ง เฮ้ยยยย แอดตอนไหนทำไมไม่รู้! รีบเปิดเข้าหน้าคนส่งคำร้องทันทีแต่มันเยอะเกินไปเลยต้องพิมพ์หาเข้าหาเฟซติดดาวพี่เก้าแทนแล้วก็เป็นจริงที่พี่มันส่งคำร้องขอเป็นเพื่อนกับผม

                 กดยืนยันนี่ไม่ขอเป็นเพื่อนได้ไป

                ขอเป็นเมียเลยแล้วกัน

                เอ๊ะ ไม่สิ ผมต้องเป็นผัวพี่เก้าสิ!

                “ อ่ะ กดแล้ว ” ผมว่าเบาๆ ไม่ได้รีบเลยยยยย

                “ โอเค ”

แล้วพี่มันก็ยิ้มกริ่มกดจิ้มๆจึกๆ อีกสองสามครั้งแล้วแจ้งเตือนหน้าฟีดมันก็เด้งโพสของพี่เก้าขึ้นมา

 

 

พี่เก้านะครับ ได้อยู่กับ - นับสองคนเดิมเพิ่มเติมคือความหล่อ

แด๊ดดี้ครับ อยากกิน... @Sweet Canddy

 


โอ้โห... โซเซี่ยลแตก

แฟนคลับถล่มไม่เสียซากชัวร์

 แต่แฟนคลับเยอะก็ดี

นับสองปลื้มใจมั่คๆๆ



“ เดี๋ยวๆ ผมไปอ้อนพี่แบบนั้นที่ไหน ” ท้วงหาความยุติธรรมทันที นี่ถ้าไม่มีรูปภาพประกอบติดมาคนมันคงคิดไปไกลแล้วว่าอยากกินอะไร...มาให้เต็มๆก็ไม่ได้นะ

แต่ไม่เป็นไรให้ชาวบ้านคิดไกลนั่นแหละดี!

ปกติไม่ค่อยเห็นพี่มันแท็กใครนอกจากเพื่อนในกลุ่มเลยนะ นี่เขาเป้นคนแรกเลยใช่มั้ยที่พี่เก้าให้ความสำคัญรองลงมาจากเพื่อนสนิทในกลุ่ม ฮอลลลลล เขิล

“ เราให้พี่คิดแคปชั่นเองนะ ” ลอยหน้าลอยตาสุดๆ “ อ้อ พี่เอาลงไอจีด้วยดีกว่า เอาไอจีเรามา ”

มึงกะไม่ให้พื้นที่กูหายใจตามกรี๊ดเลยเหรอพี่ พอให้ไปพี่มันไม่พลาดที่จะแซวครับก็ติดตามพี่เก้าอยู่จริงๆนั่นแหละเลยแถไปว่านึกว่าร้านเสื้อผ้าเห็นอวดทุกวัน

พี่เก้าเป็นพวกแฟชั่นตัวพ่อทุกรูปคืออวดเสื้อผ้าการแต่งตัวแต่พูดไปพี่มันก็คงไม่เชื่อผมหรอก อะไรวะทั้งที่หน้าตาผมออกจะใสซื่อเป็นผ้าขาวขนาดนี้

รับขนมชุดใหม่จากพนักงานมาวางตรงหน้าทั้งที่โทสต์ของเก่ายังไม่หมดดี

“ ทำไมต้องตามติดผมทุกอันเลยเนี่ย ” บ่นไปงั้นทั้งที่ในใจอยากจะกัดผ้าเช็ดหน้าแล้วกรี๊ดจะตายชัก


“ คนอื่นจะได้รู้ไง ”

“ รู้ว่า? ”

“ คนนี้พี่จอง ”


ส่งยิ้มให้แล้วผิวปากอย่างอารมณ์ดีเมื่อเทอ้อยให้ผมได้อีกรถบรรทุก

ผมยักไหล่แล้วจิ้มโทสต์ชิ้นสุดท้ายเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ “ ทำไมต้องจองด้วยล่ะ ”

“ คิดเองสิครับ ” พูดกำกวมมีลับลมคมใน คนบ้า! เราเป็นแฟนกันนะ มีความลับแบบนี้นับไม่ยอม! อะแฮ่มๆ ขอซ้อมไว้ก่อนก็ไม่ได้เสียหายนี่

ในเมื่อให้ผมคิดเอง

ผมก็จะคิดเข้าข้างตัวเองว่าพี่มันเริ่มให้ความสนใจผมมากขึ้นและก็กำลังปักป้ายจองตัวผมไว้

ไม่ให้ใครมายุ่งมาแย่ง

แบบนี้เรียกว่ามีหวังได้มั้ย?

                “ ทำไมไม่กินไอติมครับ ” นัยน์ตาสีเข้มเลื่อนไปมองไอศกรีมที่ประดับอยู่บนจานขนมทั้งสองจานแต่ผมไม่ให้ความสนใจมันเท่าไหร่เลยละลายไปแล้ว

                ผมราดน้ำผึ้งเติมลงบนแพนเค้กช้าๆ “ มันเย็นไม่ชอบ ”

                “ ทำไมไม่ชอบ ”

                “ เสียวฟันไง ” จิ้มแพนเค้กนุ่มเข้าปากสัมผัสความละมุนของแป้ง... อา ฟินมาก


                “ งั้นลองไอติมร้อนๆมั้ยครับ ”

                !

                “ไม่เสียวฟัน”

                !!

                “ แต่ถูก ฟันจน เสียว







               “ คิดอะไรอยู่ครับ? ”

                “ เอ่อ... ”

                “ พี่หมายถึงไอติมทอดน่ะครับ... พี่ว่ามันอร่อยดีแต่ก็ยังเย็นจนเสียวฟันอยู่ดี  ” คนพูดกำกวมติดเรทคลี่ยิ้มเหมือนเมื่อครู่ไม่ได้ทำอะไรผิดส่วนผมเหรอ... ใบ้แดกสิ เจอหมัดฮุกศอกฟาดขนาดนี้ไปไม่เป็นเลยจริงๆ “ คิดไปถึงไหนครับ ”

               

                ถึงบนเตียงแล้วพี่

                แต่พี่แม่งเสือกถีบผมตกเตียงมานี่ไง

 

                “ เปล่าครับ ” เบือนหน้าไปอีกทางแล้วยัดแพนเค้กเข้าปากกลบความเขินในใจเอาไว้ ไม่รู้ว่าท่าทางของผมมันจะเด๋อๆด๋าๆแค่ไหนพี่เก้าถึงได้ยิ้มสนุกไม่เลิกไม่รา

                พอเห็นทำผมอับอายได้พี่มันก็ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ต่อ... มองแล้วรู้สึกอยากจะกระชากแล้วปาทิ้งให้รู้แล้วรู้รอด อะไรจะติดขนาดนั้นขนาดผมนั่งหัวโด่อยู่ตรงหน้าเลยนะ

                การมากินขนมหวานด้วยกันครั้งแรกก็เรื่อยๆเอื่อยๆ เหมือนรุ่นพี่พารุ่นน้องทั่วไปมากินขนมแค่นั้นเพราะนอกจากนี้ก็ไม่มีอะไรอีก.... ใจอยากถาม อ้าว ไม่พาไปโรงแรมหน่อยเหรอพี่

                หลังจากกินเสร็จแน่นอนว่าผมก็จ่ายเอง ไม่มงไม่มีหรอก พี่เก้าจ่ายให้นะคิดแล้วช้ำใจตรงที่เราไม่ได้สนิทกันมากหรือเป็นอะไรกันขนาดต้องเลี้ยงข้าวเลี้ยงน้ำ เหมือนว่าเขารับปากว่าจะพามาก็พามา

                น่าหงุดหงิดนะ...เพราะเท่าที่ผมรู้ว่าไม่ว่าใครก็มากับพี่เก้าได้ทั้งนั้น

                หึ... คิดว่าไอ้นับจะหยุดแค่นี้เหรอ

                มื้อหน้าพี่มันต้องชวนแล้วก็เลี้ยงผม!

                ระหว่างทางกลับมหาลัยผมนั่งเท้าคางมองออกไปนอกหน้าต่างใช้สมองฉลาดๆของตัวเองคิดหนักๆว่าจะเอายังไงต่อไปดีให้อีกฝ่ายสนใจผมมากกว่านี้ แล้วเสียงโทรศัพท์เข้ามันก็ขัดจังหวะพอดีเลยเป็นรูมเมทเกรียนแตกของผมนั่นเอง

                “ ฮัลโหล ว่าไงมึง ” กรอกเสียงลงไปเอื่อยๆ บ่งบอกสภาพอารมณ์ขุ่นหน่อยๆ

                ( อยู่ไหนวะ )

                “ อยู่กับพี่เก้า ” เต็มปากเต็มคำมากกูเนี่ย

                ( หือ? ไวนะๆ ) ปลายสายแซวกลับมาแล้วหัวเราะร่วน ( แต่แม่ง... พี่เก้าของมึงนี่เล่นหนักจริงๆว่ะ ทุบกูกระจายมากกกกก )

                ผมคลี่ยิ้มแล้วหัวเราะนิดหน่อยทำให้คนขับรถหันมามองเล็กน้อยแล้วกลับไปสนใจถนนตรงหน้าต่อ

                “ แล้วโทรมามีอะไร ”

                ( กูจะแข่งแล้วแต่กูลืมสนับเข่า มึงเอามามั้ย ยืมก่อน )

                ผมเปิดกระเป๋าตัวเองดูเพราะว่าเอาเสื้อกับกางเกงมาเปลี่ยนสำหรับเล่นกีฬาด้วยจะได้ไม่ต้องเทียวไปเทียวมา รื้อๆดูก็เจอสนับเข่า “ เออๆ มีๆ ”

                ( สาวเพียบมากมึง กูตื่นเต้น )

                หัวเราะพรืดไปนิดนึงเพราะจินเห็นมันเกรียนๆ แบบนั้นมันไม่ชอบให้ใครจ้องเยอะๆ จำได้ว่าสมัยมัธยมมีสาวรุมกรี๊ดรุมเชียร์ตะโกนเรียกชื่อตอนแข่งบอลผลที่ได้คือเขินจนสะขาล้มกลิ้ง... อนาถเหลือเกิน

                “ โชว์ไปเลย ”

                ( กูไม่ใช่พวกอ่อยแบบมึง ) หัวเราะหึๆตอบกลับไป

                เอ้า... คนมันหล่อก็ต้องโชว์ให้สาวกรี๊ดเป็นธรรมดาสิว่ะ

                “ แค่นี้มึงๆ เดี๋ยวกูจะถึงแล้ว ” ผมตัดสายทิ้งเมื่อรถเคลื่อนเข้าไปในเขตมหาลัยแล้ว ผมก้มหน้าก้มมตาเช็กของเล็กน้อยแล้วคิด...

                กูเอาอะไรทิ้งไว้บนรถพี่เก้าดี

                แล้วจากนั้นค่อยให้พี่มันเอามาคืน

                เท่านี้เราก็จะได้มีเรื่องมาพบเจอกันอีก

                แหม่... เรื่องเรียนทำไมกูไม่ฉลาดเท่านี้ว่ะ!

                “ คุยกับใครเหรอครับ ” เริ่มต้นถามหลังจากผมวางสายไปได้สองนาที “ หัวเราะใหญ่เลย ”

                “ อ้อ ไอ้จินน่ะครับ ” ตอบไปตามตรงเพราะไม่เห็นว่ามีอะไรต้องปิดบังแล้วค่อยๆเนียนดึงกระเป๋าเงินตัวเองออกจากกระเป๋ากางเกง

                แวบเดียวสั้นๆ เห็นประกายเข้มจากดวงตานั้นแต่พี่เก้าก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาพยักหน้ารับแล้วจอดรถตรงหน้าลานกีฬาเต็มไปด้วยสาวๆห้อมล้อมสนาม เห็นทีมหนึ่งกับสามมาครบแล้วกำลังวอร์มร่างกายกันอยู่ ส่วนเดือนที่เหลือนั่งรวมๆกลุ่มกันอยู่ข้างสนามตามเก้าอี้ที่พี่ๆจัดไว้

                “ ถึงแล้วครับ ”

                ผมผงกหัวแล้วกล่าวขอบคุณได้รับรอยยิ้มหล่อมาเช่นเคยแล้วก้าวลงจากรถแบบอ้อยอิ่งเหลือเกินรอลุ้นว่าพี่มันจะพูดอะไรมั้ยจนกระทั่งปิดประตูรถพี่มันก็ยังไม่พูดอะไรมีโบกมือลาเล็กน้อยแล้วขับรถออกไป...

                ยืนเอ๋อหน้าค้างอยู่ริมถนนยกมือเกาหัวอึนๆ...

 

                กูนกเหรอวะ

                ไม่เป็นไร กูชินนนนน

                สายแอบชอบมันต้องแกร่งดุจหินผาเว้ย

 

                เดินเข้าสนามไปด้วยคำว่านกบินว่อนกระพือปีกจะกลายร่างเป็นนกอินทรีแล้วแต่พอมาเดินมาในสนามแล้วเสียงกรี๊ดกร๊าดเริ่มดังขึ้น ผมจุดยิ้มหล่อกระชากไตโปรยไปรอบๆ ซึ่งไอ้จินเบะปากหมั่นไส้ไม่พอโยนลูกบอลอัดใส่มาอีก ผมเลยยิ้มเจ้าเล่ห์ปล่อยกระเป๋าตกพื้นไปแล้วเลี้ยงลูกบอลไปกระโดดชู้ตแน่นอนว่าไม่พลาดมันลงห่วงไปอย่างสวยงาม

                สามแต้มเว้ย!

                การเปิดตัวของผมมันค่อนข้างน่าประทับใจสุดจน...


                “ เดือนวิศวะขา โชว์เสร็จแล้วมานั่งที่ด้วยค่ะ มาก็สายยังจะมาเด่นอีก ”


                เป็นพี่แนตตี้นั่นเอง เธอแย่งไมค์จากพิธีกรหนุ่มมาแล้วพูดใส่ไมค์ด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดมองไปยังที่นั่งก็ทำเป็นตกใจแบบ อ้าว... กูมาคนสุดท้ายเหรอ ด้วยท่าทางตลกๆไม่หยิ่งอะไรทำให้ผมได้รับความชอบใจไม่มากก็น้อย

                รีบเดินไปเก็บเอากระเป่าสาวเท้าแทบวิ่งไปนั่งยังเก้าอี้วีไอพีก่อนจะได้รองตีนพี่ปีสองสักคน ผมได้นั่งข้างๆกับไต้ฝุ่น เขายังคงหล่อและสุภาพจนผมไม่อยากจะนั่งด้วย

                ดูดิ... กลบรัศมีกูฉิบหาย คิดว่าตัวเองหล่อมากแล้วยังแคนข้างๆ พี่เก้าที่ว่าหล่อจนเป็นตำนานผู้ชนะสิบทิศคือเป็นเดือนมหาลัยเพียงคนเดียวที่กอบโกยกุหลาบจากเด็กมหาลัยในคืนเฟรชชี่ไนท์ไปจนเกลี้ยง เกลี้ยงชนิดที่ไม่เหลือให้เดือนคนอื่นเลยครับ

                หรือจะบอกว่าปีของพี่เก้าคนหล่อน้อย... อันนี้ก็ไม่รู้เพราะผมเพิ่งจะมาตามติดพี่เก้าเมื่อไม่กี่เดือนมานี้เอง

แต่ปีนี้มันกินกันไม่ลงเลยแต่ละคน ถึงไต้ฝุ่นจะเด่นมากแต่ยังมีผมน่ะเว้ยยยย หล่อไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอก

พูดไปพูดมาสุดท้ายชมตัวเองนั่นแหละ

“ มาช้านะครับ ” ไต้ฝุ่นทักผมเบาๆแล้วส่งน้ำเย็นที่ยังไม่ได้แกะขวด “ อันนี้รุ่นพี่แจกไว้ ผมเก็บไว้ให้ ”

“ ขอบใจ ” ผมล่ะปลื้มปริ่มในความมีน้ำใจนี้เหลือเกิน


อยากจะเบนเป้าหมายจากพี่เก้ามาหาไต้ฝุ่น

แต่พอคิดว่าไต้ฝุ่นกำลังสนใจพี่ลมแล้ว

...กูอย่าหาเรื่องตายกว่าวัยเลย


“ เมื่อกี้กูเห็นนะเว้ย ” เสียงกวนตีนจากด้านหน้าทำให้ผมหันไปมอง เป็นจินเพื่อนยากเดินหน้ายิ้มล้อเลียนเข้ามา “ รถพี่เก้าไม่ใช่เหรอ ”

“ เออ ” ผมตอบกลับไปแล้วหยิบสนับเข่าส่งให้มัน

“ ไปไหนมาวะ ” เสือกจริง

“ สวีทแคนดี้ ” ตอบพลางเปิดน้ำขึ้นดับกระหาย

คนฟังย่นคิ้วนิดหน่อยแล้วทำหน้างอน “ นับถือใจพวกมึงกันจริงๆ หาทางไปกันสองคนจนได้นะ ” แหม ใครมันจะอยากได้ก้างขวางคอกันล่ะครับ “ แล้วเป็นไง ดีปะ ”

“ ก็ดีนะ ” ไม่นับเรื่องที่พี่มันติดโซเซี่ยลเกินไป ผมว่าโดยรวมก็ดี

“ ดีอยู่แล้วไม่มีกูไปเป็นก้างไงไอ้สัด ” ว่าจบแล้วสะบัดตูดเดินเข้าสนามไปเพราะเขาเรียกรวมตัวแล้ว ผมมองดูแล้วมันน่าจะเป็นเกมที่ร้อนแรงอยู่นะ

                ควอเตอร์แรกคนที่ทำแต้มได้ก่อนเป็นวินเพื่อนใหม่จากนิเทศ หลังจากนั้นดิน เดือนแพทย์ก็ทำแต้มมาติดๆ แต่ที่ผมต้องร้องว้าวในใจคือรอยสักบนต้นแขขนของมัน สาบานว่ามันเรียนหมอ ขนาดผมยังแค่รอยสักจิ๊บๆแต่ของมันเป็นแบบอาร์ตลวดลายเต็มต้นแขนเลย มองเลยไปหูมันก็เจาะแถมวันนี้ยังใส่มาครบอีก... กะมาเรียกคะแนนจริงๆ

                การทำแต้มเริ่มรุนแรงมากขึ้นเมื่อทั้งสองฝ่ายดูจะไม่ยอมกกันเลย...

                “ เขาไม่ถูกกันเหรอ ” ผมสะกิดถามไต้ฝุ่นอย่างเสือกๆ

                “ ใช่ ” เป็นคนดีมาก ไม่มีปิดบงปิดบังเลย “ ผมว่าวันนี้น่าจะได้แผลกันสักเล็กน้อย ”

                ผมว่าไม่เล็กน้อยนะเพราะทั้งคู่ต่างใส่แรงเต็มที่ ใครไม่ทันได้ตั้งตัวก็ปลิวกระแทกพื้นเลย จนมันเดือดปุๆจนพี่ปีสองต้องตักเตือนก่อนจะรุนแรงไปกว่านี้ เล่นจนจบทั้งสี่ควอเตอร์ผลออกมาเป็นฝ่ายหมอดินชนะเห็นสีหน้าเคียดแค้นของวินแล้วทำใจผมเต้นเลย


                พี่เก้าควรจะขอผมเป็นแฟนเร็วๆก่อนที่ผมจะไปตามจีบคนอื่น

                อยู่ท่ามกลางคนหล่อใจมันก็หวั่นไหวสิครับ

                ทำไมกูดูแรดจัง


                จินอยู่ทีมเดียวกับวินเลยพลอยเซ็งไปด้วยแต่ก็ไม่ได้มากมายปกติมันก็ไม่ค่อยจะสนใจเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว พอการแข่งจบพวกเดือนก็ได้รับขนมน้ำสารพัดจากแฟนคลับมีเซอร์วิสแฟนถ่ายรูปอีกเยอะแยะ เสียงพิธีกรว่าต่อด้วยเรื่องการแข่งพรุ่งนี้จากนั้นก็แยกย้าย

                “ ไปๆ เปลี่ยนเสื้อผ้า ” เสียงไอ้ไผ่ว่าขึ้นปลุกระดมทีมตัวเอง ผมพยักหน้าแล้วเดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากัน หลังจากผมเปลี่ยนเสื้อไอ้จินมันก็เดินสวนเข้ามาพอดีพร้อมถุงขนมเต็มไม้เต็มมือ

                “ ฮอตเหลือเกินนะมึง ” พรุ่งนี้กูจะเอาให้เยอะกว่ามึง

                “ ธรรมดาว่ะ ” มันว่ายิ้มๆแล้ววางขนมลงบนเก้าอี้ยาว “ เออ แล้วมึงจะกลับยังไง ”

                “ เดี๋ยวกูติดรถไอ้ไผ่กลับ ”

                “ ดี เพราะกูหิวข้าว ” อย่าคิดว่ามันจะรอผม ฝันเฟื่องมากๆ ถีบไอ้จินไปทีแล้วเดินออกมาสบทบกับคนอื่น ซึ่งเห็นดิวกำลังคุยกับใครก็ไม่รู้อีกห้าคน แต่ละคนแม่งตัวอย่างเปรต

                ผมนี่ร้อยแปดสิบห้าแล้วนะ พวกมาใหม่น่าจะร้อยเก้าสิบได้... เมื่อมากันครบจินแนะนำว่าเป็นเพื่อนในกลุ่มจะมาช่วยซ้อมบาสให้ โห... โคตรจริงจัง พอมาคิดอีกทีการแข่งกีฬาของปีหนึ่งที่ใกล้เข้ามาต้องมาเจอกับพวกวิทย์กีแล้วมันท้อแท้ไม่เห็นแววจะชนะเลยแฮะ

                เราเล่นกันไปเรื่อยๆจนติดลมไปยันสองทุ่มถึงได้โบกมือลากลับ ผมกับไผ่กลับด้วยกันเพราะเพิ่งมารู้ว่าไผ่ก็อยู่หอเดียวกับผมแต่คนละชั้น

                “ มึงๆ เข้าร้านนั้นกัน ”

                “ ร้านไหนก็มาเถอะ กูแดกได้หมด ” ผมแทบจะตาปิดอยู่แล้ว ตอนเล่นมันก็ไม่เหนื่อยหรอกแต่พอหยุดเล่นแล้วแม่งหมดพลังงานสัดๆ

                ตอนนี้ผมกับไผ่เข้ามาอยู่ที่ร้านอาหารตามสั่งซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้องมาก การเติมพลังด้วยข้าวนี่แหละถูกต้องที่สุด

                ผมสั่งจัดเต็มแล้วเพิ่งมานึกขึ้นได้ว่ากระเป๋าตังค์ตัวเองอยู่บนรถพี่เก้า... ทำไมผมไม่หยิบเงินออกมาก่อนจะทิ้งกระเป๋าไว้บนรถวะ!

                ใครจะเอามุกผมไปใช้กรุณาเอาเงินติดตัวไว้ก่อนนะ

                ยิ้มแหยให้ไอ้ไผ่ไปทีขอยืมเงินก่อนเดี๋ยวไปกลับหอจะคืนให้ มันก็พยักหน้าโอเคไม่ได้เรื่องเยอะอะไร ส่วนผมรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทันทีเพื่อจะไลน์บอกพี่เก้าเรื่องกระเป๋าตังค์

                แต่พอเปิดแล้วกลับมีสายเรียกเข้าจากพี่เก้าแล้วก็ไลน์จากพี่มันเยอะแยะเลย... หลุดยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้ กดเข้าอ่านไลน์ก่อนเลยทิ้งแจ้งเตือนจากเฟซไว้ข้างหลังก่อน

 

เก้าไงเก้า 04.48 PM

                นับสองลืมกระเป๋าตังค์ไว้บนรถพี่นะครับ

                แต่พี่ออกจากมหาลัยแล้วคืนพรุ่งนี้แทนนะ

 

                เก้าไงเก้า 05.20 PM

                ซ้อมบาสเหรอครับ

                เลิกกี่โมง

 

                เก้าไงเก้า 06.40 PM

                ยังไม่เลิกซ้อมเหรอครับ

 

เก้าไงเก้า  07.35 PM

                ดึกแล้วนะครับ เลิกซ้อมได้แล้ว

                เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ไม่ไหว

 

                ผมตกใจหน่อยๆกับจำนวนไลน์แล้วก็เวลาพอไม่เห็นผมตอบพี่มันก็ไลน์มาเรื่อยๆ แล้วไหนจะสายที่ไม่ได้รับอีกประมาณสามสาย ผมรีบโทรกลับไปทันทีแต่ไม่มีคนรับเลย

จึงไลน์ไปบอกว่าเลิกซ้อมแล้วกำลังกินข้าว... จากนั้นจึงเข้าหน้าไอจีเมื่อเห็นว่ามีแจ้งเตือนใหม่ เป็นรูปพี่เก้าในงานเปิดตัวเสื้อผ้าคอลเลคชั่นใหม่ จะว่าไปพี่เก้าเขารับงานนายแบบนี่เนอะ งานยุ่งเป็นเรื่องปกติ

                แน่นอนว่าไม่พลาดจะกดเลิฟให้รูปภาพเหล่านั้นแล้วคก็แวบไปส่องทวิตเตอร์ต่อ ผมล็อกอินเพิ่มบัญชีเก่าตัวเองเข้าไป ยังไงการส่องพี่เก้าด้วยทวิตเตอร์ที่ไม่มีใครรู้ว่ามันคือผมแล้วมันสบายใจกว่ากันเยอะเลยนะ หน้าไทม์ไลน์ผมมีแต่ทวิตพี่เก้าเป็นคำตอบที่เชื่อมกับอาร์ค

               

                วันนี้พี่เก้าหล่อมากกกก ชุดผ่าอก ซิกแพคชวนน้ำลายไหลมากกก –

                ทิชชูหน่อยนะครับ


               วันนี้กูก็เห็นเหมือนกันค่ะ!

               ไม่อิจฉาหรอก

               ใกล้จนกระเเทกเรตินาสุดๆด้วยเว้ย

 

                บอกรักหนูหน่อยยยย –

                รักนะครับ <3

 

                อันนี้ยังไม่ได้ ขออิจฉาก่อน


                ถ่ายรูปกับพี่เก้ามาด้วย ตัวพี่เก้าหอมมากกกกก –

                แอบดมตัวพี่เหรอ เขินจัง

 

                สัด... หวงตัวหน่อยสิว่ะ!

                ใครจะดมก็ได้รึไง!

                หึงนะ

 

                ขบเขี้ยวกัดฟันกรอดอิจฉาหลายคนที่ไปงานพี่เก้าวันนี้ ฮือ กูอยากไปบ้างงงงงง โอดครวญอยู่นานจานข้าวพูนๆผัดกะเพราโง่ๆเพราะมันไม่รู้จะกินอะไร อ่านอาร์คไปเรื่อยๆด้วยความหมั่นไส้... ไม่ได้สนใจใส่ใจเพื่อนร่วมโต๊ะนักเพราะมันก็เล่นเกมอยู่


                Rrrrrr

 

                ส่องเพลินๆ เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดังขึ้นเบาๆ พร้อมโชว์เบอร์ของพี่เก้าขึ้นมา... นับสามสี่ห้าในใจเพื่อเล่นตัวหน่อยๆแล้วจึงกดรับ

                “ ฮัล...  ”

                ( กว่าจะรับสายได้นะครับ ) ยังไม่ทันได้อ้าปากพูดปลายสายก็สวนควับมาเลย น้ำเสียงดูแข็งหน่อยๆแต่ไม่ถึงกับอารมณ์เสียมาก ( พี่โทรไปกี่สายครับ )

                “ สี่ครับ ” รวมที่กำลังคุยด้วยก็สี่

                ( รู้มั้ยครับว่าพอไม่ตอบ พี่หงุดหงิด ) จะไปรู้เหรอ แต่หงุดหงิดเพราะห่วงผมใช่ม้า

                “ หงุดหงิดทำไมครับ ” หยอกหยอดกลับไปนิดๆด้วยเสียงสดใส

 

                หนูไม่รู้วววว

                บอกหน่อยยยย

 

                ( เวลาติดต่อไม่ได้มันหงุดหงิดนะครับ )

                “ ... ”

                (ก็...ห่วงนั้นแหละครับ )

               

                แบบนี้กูต้องไม่รับสายบ่อยๆ

                ห่วงมากๆ บึ่งรถมาหากูเลยครับพี่!

 

                “ ผมไม่ค่อยได้เปิดเสียงโทรศัพท์ครับ  ” ตอแหลอีก “ แต่จะพยายามเปิดเสียงไว้แล้วกันครับ ”

                ( ดีมากครับ ) น้ำเสียงพี่เก้าดูจะดีขึ้นมาเล็กน้อย ( ทานข้าวรึยัง )

                “ กำลังกินครับ พี่ยังไม่ได้อ่านไลน์เหรอครับ ” ถามกลับพลางตักข้าวเข้าปากไปด้วย

                ( ยังครับ พี่เพิ่งเสร็จงาน ) เงียบไปเล็กน้อยแล้วพูดขึ้นเบาๆ ( พี่กำลังกลับห้อง )

                “ อ้อครับ... เอ่อ เหนื่อยมั้ยครับ ” ผมไม่รู้จะพูดอะไรเลยถามแบบโง่ๆไป

 

                ทำงานมันก็ต้องเหนื่อยสิว่ะ!

                โว้ยยย อย่าถามอะไรโง่ๆสิ

 

                ( เหนื่อย ) ปลายสายตอบอย่างไม่ปิดบัง

                “ พี่กินอะไรยัง ”

( ว่าจะกลับไปทำอาหารง่ายๆที่ห้อง  )

 

กินผมมั้ย กินง่าย เคี้ยวง่าย

เนื้อแน่นนุ่มกรุบกรับๆ

เดี่ยวบริการเดลิเวอร์รี่ถึงห้องเลย

 

“ ครับ ” รู้สึกบทสนทนามันตันๆยังไงไม่รู้ ผมหันซ้ายขวาจะหาตัวช่วยพยายามนึกถึงเวลาคนคุยกันมักจะถามเรื่องอะไรบ้างวะ “ เอ่อ ...พี่ขับรถอยู่รึเปล่า ”

( ขับอยู่ครับ )

“ วางก่อนมั้ยครับ ”

( หือ? ไม่อยากคุยกับพี่เหรอครับ )

“ ไม่ใช่เว้ย! ” อุ๊ยตาย หลุดหยาบเลย

( พี่ใส่บลูทูธครับ ...แต่พูดไม่เพราะเลยนะ ) พี่เก้าว่าเสียงติดดุ ( อยู่ใกล้ๆจะลงโทษ )


เอาเลยพี่

โซ่ แส้ กุญแจมือ เทียนไข

น้องรับได้หมด!

ได้โปรดลงโทษมาเลย!

พร้อมมากครับ นายท่าย ซี๊ด

 

                “ คิดว่ากลัวเหรอครับ ” นับสองเป็นเด็กอวดดี นิสัยไม่ดี พี่เก้ามาลงโทษทีครับ “ จะตีผมเหรอ ”

                ( ตีด้วยอะไรดี )

                “ ตีด้วยปากก็ได้นะ ผมไม่ว่า ”

                ( ... )

                “ แต่พี่กล้ารึเปล่า ”

                ปลายเงียบไปนิดนึงแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ จากนั้นค่อยว่าขึ้น ( ยั่วพี่เหรอครับ )

                “ บ้าเหรอ พี่คิดไปเองเถอะ ”

 

                ใครยั่ว ไม่มี๊!

 

                ( แต่ก็ยั่วมาเถอะครับ )

                “ ... ”

                ( แต่ยั่วแค่พี่คนเดียวพอนะ )

                “ ... ”

                ( พี่หวง )

 

                อือหืออออออ ใจเต้นระรัวเป็นกลองสะบัดชัยมากครับ เนี่ย... เพราะแจกอ้อยแบบนี้ไงแล้วกูจะเดินไปไหนได้ฮะ เทกระจาดอ้อยแจกขนาดนี้เนี่ย ผมว่าพี่มันต้องเอากัญชาใส่ในอ้อยแน่ๆ เพราะผมมกำลังเสพติดความอ้อยของพี่มันหนักจนจะขาดไม่ได้อยู่แล้ว

                “ ขี้หวงจังนะครับ ” ผมว่าเบาๆแล้วตักน้ำปลาพริกราดลงบนข้าวคำสุดท้าย เติมเค็มนิดนึงก่อนเบาหวานจะกิน

                ( พี่เป็นคนนิสัยไม่ดี )

                ถ้าพี่เรียกไม่ดี

                ผมคงเรียกไอ้ชาติชั่วแล้วล่ะ

                ( ขี้หวง )

                “ ... ”

                ( ขี้หึง )

                “ บอกผมทำไมครับ ” ไม่ๆ กูไม่ได้ยิ้มอยู่ กูไม่ได้ยิ้มมมม ผมว่าไอ้ไผ่มันต้องกลัวผมแต่ๆ คนบ้าอะไรนั่งเขินนั่งบิดจนทำช้อนงอ ช้อนมันไม่ได้มาตรฐานสากลเฟ้ย!

                ( อ้าว นึกว่าอยากรู้ )

                “ เปล่าสักหน่อย ” เฉไฉไปเรื่อย “ ไม่ได้อยากรู้เลย ”

                ( หว่า... พี่แบบนี้พี่เสียใจนะครับ ) ปลายสายว่าเสียงเศร้าอย่างเสแสร้งแล้วพี่เขาก็เงียบไปอีกพักใหญ่จนผมเริ่มใจแป่วจนกดวางก็ไม่กล้าได้ยินลมหายใจอีกฝ่ายใกล้ๆแบบนี้แล้วมัน...รู้สึกตื้นในอก

                “ พี่เก้า ”

                ( นับสอง )

 

                แม่ง... บทจะพูดก็ดันแทรกมาพร้อมกันอีก

                งั้นแปลว่าเราใจตรงกันอ่ะดี้!

 

                ความเงียบเข้ามาอีกครั้งไม่มีใครพูดอะไรอีกจนผมต้องยกมือเกาหลังคอเบาๆ “ พี่เก้าพูดก่อนก็ได้ครับ ”

                ( อ่าครับ ) แล้วเขาก็เงียบคล้ายลังเลที่จะพูด ( พี่ถามอะไรหน่อยได้มั้ยครับ )

                “ ถามมาเลยพี่ ” ดื่มน้ำเล็กน้อยเมื่อกินข้าวจนเกลี้ยงแต่ไอ้ไผ่ยังเหลืออีกครึ่งจานเพราะมัวแต่เล่นเกมอยู่

               

                ( นับสองมีแฟนยังครับ )

 

                พรืด!!

                ผมสำลักน้ำพ่นกระจายดีที่ไอ้ไผ่เหลือบเห็นเลยยกจานข้าวหนีได้ทันสีหน้ามันขยะแขยงแล้วด่าผมเลย ขอโทษขอโพยมันไปยกใหญ่แล้วถามย้ำกับพี่เก้าเพื่อเช็กว่าตัวเองไม่ได้มโนล้ำเกินไปจนได้ยินเป็นเสียง

                “ พี่เก้าถามว่าอะไรน่ะ ขออีกรอบ ”

                ( นับสองมีแฟนยังครับ )

                “ ยังพี่ ยังไม่มี โสดสนิท โสดตัวเท่าบ้าน ” ทำไมกูต้องประกาศความโสดขนดนี้ พอบอกแบบนี้แล้วเหมือนบอกเป็นนัยๆว่า ไม่มีใครเอากูไงครับ

                ( นับสองโสด )

                “ อ่าฮะ ”

                ( พี่ก็โสด )

                มันเป็นเรื่องที่ดีมั่กๆ

 

                ( เรา... )

                “ ... ”

                ( ลองคุยกันดูมั้ยครับ )





------------------------

บัดซบ... ฉันหยุดยิ้มไม่ได้เลย


ขอบคุณทุกคนที่ชื่นชอบนับเก้ารักนะคะ

เเจกอ้อยวันละตัน 55555


#นับเก้ารัก


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8.959K ครั้ง

1,200 ความคิดเห็น

  1. #57442 olpn (@olpn) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 23:00
    ละมุนมากแม่เอ๋ยแต่เราคงต้องจบแค่นี้นอนค่ะดึกแล้วพรุ่งนี้ค่อยต่อ55555
    #57442
    0
  2. #57436 Yyyying (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 19:54

    ทำไมน่ารัก

    #57436
    0
  3. #57105 DEADAIRG728 (@TODSAGUNMAYA) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 14:40
    บ้าเอ้ยยยย
    #57105
    0
  4. #56976 krskpnw (@tanzaja) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 02:39
    บ้าตริง ชั้นหุบยิ้มไม่ได้เลย
    #56976
    0
  5. #56274 aonny_taeny (@aonny_taeny) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 00:49
    เขินตัวเท่าบ้านไปเลยจ้า
    #56274
    0
  6. #56094 Fon_prisana (@Fon_prisana) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 08:54
    อิจฉาได้ไหมมมม
    #56094
    0
  7. #55393 loveseriesY (@loveseriesY) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 12:28
    อ๊ากกก อิจฉาาาาาน้องอิฉาาา
    #55393
    0
  8. #55376 NonniePanicha (@NonniePanicha) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 22:32
    เขิน























    กูเขินนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
    #55376
    0
  9. #55218 p__jany (@Otaku_sei) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 22:09
    โอ้ยยยยยนับสองงงงงง เขิน
    #55218
    0
  10. #54930 CoolBom (@CoolBom) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 14:32
    โอ้ยยยยยนนน พี่เก้าาาาาาาาาา
    #54930
    0
  11. #54921 Mint🍃 (@parkwa) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 03:37

    ร้ายทั้งคู่
    #54921
    0
  12. #54916 Akkkk (@Akkkk) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 20:50
    อร๊ายยยยอิพี่อ๋อยคือเขีนเวี้ย!!!
    #54916
    0
  13. วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 23:41
    อินับ อิแรด อิอ่อย อีสิบจะตายแล้วเนี่ย// กระอักเลือดขั้นรุนแรง
    #54846
    0
  14. #54645 real_apin (@real_apin) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 19:54
    หลังจากที่อ้อยกันไปกันมาหลายอีพี
    #54645
    0
  15. #54630 May Ling Pcm (@maylingpcm) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 15:02
    แก้มแตกกกกกกกก
    #54630
    0
  16. #54349 beeya1 (@beeya1) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 15:12
    ปวดแก้มมาก
    #54349
    0
  17. #54302 Fokkop (@Fokkop) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 01:16
    เห้......ทำไมแก่แดดแบบเน้!!!ทำไมกูแก่แดดแบบนี้!!สมองมันคิดไปไกล.~
    #54302
    0
  18. #54254 numwanboo (@numwanboo) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 14:33
    อ่านแล้วเขิน. อยากเป็นนับสอง
    #54254
    0
  19. #54242 varatcha4 (@varatcha4) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 23:13
    ยิ้มแก้มแตก
    #54242
    0
  20. #54239 similak (@similak) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 22:50
    ตาย ฉันตายตรงนี้แหละ ตายอย่างสงบศพสีชมพูค่ะ
    #54239
    0
  21. #54228 nutpani51 (@nutpani51) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 10:05

    เวรี่กู๊ดดดดด!!!!นี่เราเขินอย่างบ้าคลั่งทุกตอนน

    ฮอลลลลล??????????????https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-05.png

    #54228
    0
  22. #54214 tonkhaojaa (@tonkhaojaa) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 19:06
    รักเลย lovelayy
    #54214
    0
  23. #54133 ภรมน (@mmmiuic) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 23:47
    ชอบเวลาอิน้องนับคิดอะไรในใจอะ 5555555
    #54133
    0
  24. #54104 Moss_mtk (@Moss_mtk) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 15:29

    หน้าร้อนแทนนับสอง
    #54104
    0
  25. #53517 Santhanakiawkern (@Santhanakiawkern) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 17:47
    ชอบมากอ่านไปยิ้มไปฟินสุดๆ
    #53517
    0