คุณชายสาม??(รีไรท์)

ตอนที่ 4 : บทที่สาม:คุณชายเฉิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,022
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 165 ครั้ง
    19 ส.ค. 62

ตอนนี้ข้าอายุได้สิบห้าปีแล้ว และก็มีกำลังภายในแล้วด้วย คงเพราะข้าฝึกร่างกายมาตั้งแต่เด็กด้วยความเคยชินในฐานะทหาร ทำให้มีวรยุทธ์ก้าวหน้าเกินเด็กวัยเดียวกัน การเรียนข้าก็ค่อนข้างที่จะทำได้ดี(ก็แน่แหละอายุวิญญานรวมก็เกินสี่สิบแล้ว) ทุกๆวันข้าต้องออกไปเที่ยวเล่น แต่จริงๆแล้วข้าออกไปสำรวจเมืองนี้ต่างหากอย่างที่ว่า รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครา

"วันนี้เจ้าก็จะออกไปอีกแล้วหรือ"ฮูหยินเอกเอ่ยถาม

"ท่านแม่ใหญ่ ไม่ต้องห่วงนะขอรับ ข้าไม่ไปล่วงเกินสตรีใดให้เสียใจหรอก"ข้าเอ่ยทีเล่นทีจริง

"ข้ารู้"นางรู้ว่าลูกสาวของฮูหยินรองเป็นคนแบบไหนแต่นางก็อยากให้ลูกสาวนั้นแต่งกายเป็นสตรีมากกว่า

"เช่นนั้นข้าขอตัว"ข้าคารวะท่านแม่ใหญ่ก่อนเดินหายไปอย่างรวดเร็ว...ก็ข้าไม่อยากแต่งหญิงนี่นา

ข้าในชาติที่แล้วเป็นทหารที่ต้องอยู่ภายในกฏเกณฑ์มาทั้งชีวิตย่อมรู้ดีถึงกฏที่ควรจะเป็น แต่ว่าในเมื่อได้เกิดใหม่แล้วทั้งทีก็อยากที่จะทำอะไรตามใจตนเองบ้าง ข้าอยากที่จะแต่งชุดอะไรก็แต่งขอเพียงไม่น่าเกลียดเกินไปก็พอ ถึงแม้ว่าข้าจะเข้าหอโคมเขียว หอโคมแดงเป็นว่าเล่นแต่ข้าก็ไม่ได้ล่วงเกินใครความจริงก็คือข้าไปหาข่าวสารต่างๆในเมืองต่างหาก ในที่ๆมีคนมากหน้าหลากตาอยู่เยอะแบบนี้มักจะมีข่าวที่น่าสนใจไม่น้อย

"นั่น คุณชายสามนี่นา ได้ข่าวว่าเป็นหนุ่มน้อยเจ้าสำราญเชียวน้า"

"ข้าว่าจะเปลี่ยนมือให้ลูกสาวข้ามาขายแทนดีกว่า"

"ถึงแม้ว่าข้าจะอายุสามสิบแล้วแต่ข้าก็ไม่คิดที่จะยอมแพ้พวกสาวๆหรอกนะ"

ข้าเดินไปบนถนนตามปรกติ ตามทางที่ข้าเดินก็ยังคงมีเสียงซุบซิบอย่างเคย ที่จริงข้าก็ไม่ได้อยากที่จะดังรึว่าอะไรหรอกนะแต่ข้าจำเป็นต้องดังเข้าไว้เพื่อที่จะให้ดินแดนนี้ได้รู้ว่ายังมีคนที่ให้เกียรติสตรีอยู่ ข้าตั้งใจว่าต่อไปนี้จะทำตัวเป็นแบบอย่างบุรุษคนอื่นๆว่าการให้เกียรติสตรีนั้นต้องทำอย่างไร

"ขออภัย ท่านคือคุณชายสามใช่หรือไม่"

"แล้วเจ้าหล่ะเป็นใคร"ข้าหันไปหาคนที่เรียก เขาเป็นเด็กหนุ่มที่น่าจะมีอายุเท่าข้า ใบหน้ายิ้มอย่างสุภาพ หน้าตาหล่อเหลาคล้ายหนุ่มเจ้าสำอางแต่มีแววตาที่แข็งกระด้างทันคน ทวงท่ามีสง่าคาดว่าคงจะเป็นลูกขุนนางใหญ่แน่ๆ

"นามของข้าคือ เฉิน ต่งฉี เป็นบุตรชายของเสนาบดีฝ่ายซ้าย"เด็หนุ่มคนนั้นคำนับข้าน้อยๆ

"ข้าคือลูกคนที่สามของแม่ทัพใหญ่พิทักษ์แดนใต้ จง เหลียงเฟย"ส่วนข้าเองก็คำนับเขาน้อยๆเช่นกัน

"คุณชายสาม ต้องขออภัยด้วยแต่ข้ามีเรื่องจะขอร้องท่าน"

"เรียกข้า เหลียงเฟย ก็พอ"

"ถ้าเช่นนั้นท่านก็เรียกข้าว่า ต่งฉี เถอะ"

"แล้วเจ้ามาหาข้าด้วยเรื่องใด"

"อีกสามวันข้างหน้าจะมีงานเลี้ยงต้อนรับคณะทูตจากแคว้นซินหลง ท่านพ่อข้าอยากให้แคว้นอื่นได้เห็นความยิ่งใหญ่ของแคว้นซางหลงจึงใคร่อยากเชิญท่านแม่ทัพใหญ่มาแสดงความสามารถแต่ท่านแม่ทัพใหญ่ปฏิเสธเพราะเห็นว่ามิว่าง"ต่งฉีมองข้าเหมือนกับต้องการหาอะไรบางอย่างก่อนเอ่ยต่อ"ข้าได้ยินเรื่องของท่านมานานแล้วจึงขอร้องท่านพ่อให้ข้าเป็นผู้จัดการพร้อมกับท่าน"

"ข้าไม่ปฏิเสธ เพียงแต่ข้าขอถามเจ้าสักคำถามจะได้หรือไม่"ข้าเคยทำงานมากับคนหลายแบบ คนแบบเจ้านี่ก็น่าสนใจไม่เลว

"เชิญท่าน"ชั่วแว๊บหนึ่งข้าเห็นแววตาตื่นตระหนกของอีกฝ่าย

"เจ้าคิดว่าอิตสตรีเป็นอย่างไร"

"...ข้าขอบอกแก่ท่านตามตรงข้าคิดว่าสตรีคือผู้ตั้งมั่นในความรัก พวกนางอดทนต่อทุกสิ่งเพื่อคนที่นางรักได้ เหมือนกับท่านแม่ของข้า"

"คิดได้ดีสหาย"ข้าพอใจในคำตอบของเขา

"...เป็นเกียรติอย่างยิ่ง"ต่งฉีมีสีหน้างงล็กน้อย

...

เมื่อพูดถึงหอนางโลมคนมากมายมักนึกว่าเป็นสถานที่ที่สตรีไร้ยางอายมาจ่ายเรือนร่าง แต่มันก็ไม่ถูกสักทีเดียว หอเสวี่ยง หอนางโลมอันดับหนึ่งแห่งแดนใต้ เป็นที่ที่สำหรับแสดงฝีมือของเหล่าสตรี และแน่นอนคนต้นคิดก็คือข้า ข้าได้ซื้อหอแห่งนี้ไว้ให้การศึกษาและมอบโอกาสอันดีให้กับเด็กกำพร้าที่ข้าเจอ ในเมืองเล็กๆแห่งนี้ซึ่งติดกับทะเล มีภัยธรรมชาติที่เกิดจากทะเลมากมายเท่านั้นยังไม่พอยังมีกลุ่มโจรสลัดออกปล้นอีกทำให้เมืองแห่งนี้มีเด็กกำพร้าเยอะเกินจะกล่าว

"ท่านพาข้ามาที่หอนางโลมทำไม"สหายคนแรกพูดกับข้าด้วยสีหน้าสงสัย

"ข้าจะมาหานักแสดงและอาจารย์ของเจ้า"ข้ายิ้มแป้นเดินเข้าไปในหอ

ภายในหอตกแต่งด้วยเปลือกหอยหลากสี ข้าเดินนำขึ้นไปที่ชั้นสามชั้นสูงสุดของหอ ระหว่างทางก็มีคนเข้ามาทักข้ามากมายจนข้าอดปลื้มไม่ได้ แต่ข้าจำได้ว่าไม่ได้บอกใครเรื่องที่ข้าเป็นเจ้าของหอนี่นา ข้านึกไปนึกมาก็ไปสะดุดที่หน้าหญิงสาวนางหนึ่ง นางงดงามราวเทพธิดาหากแต่แววตานั้นชั่งเด็ดเดี่ยวหยิ่งยะโสโอหังสิ้นดี นางไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นคณิกาอันดับหนึ่งในหอเสวี่ยงนาม ฟงหยิน นั่นเอง

"เจ้าป่าวประกาศรี?"ข้าเอ่ยถามสตรีตรงหน้า

"ก็ไม่เชิง ข้าแค่บอกว่า นายใหญ่ของหอเสวี่ยงเป็นเด็ก ก็เท่านั้น"นางแสร้งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ใส่

"เอาเถอะ ข้าไม่โกรธสตรีเพียงเพราะเรื่องเท่านี้หรอก"ข้าเชื้อเชิญสหายเข้าไปในห้องว่างของชั้นสาม

"เป็นพระคุณเจ้าค่ะ นายใหญ่"ฟงหยินยิ้มกว้างราวผู้ชนะก่อนล้มลงนั่งรินชาใส่ถ้วยให้บุรุษหนุ่มทั้งสอง?

"แต่ข้าก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่ลงโทษเจ้า"ข้ายกน้ำชาขึ้นจิบแล้วเหล่มองหญิงสาว นางชะงักเล็กน้อยแต่ก็หันกลับมาหาข้าด้วยสีหน้าและรอยยิ้มอย่างถือดี

"จะทำอะไรเจ้าค่ะ จะให้ข้าไปล้างจานชามรึ?"

"ไม่ ข้าจะให้เจ้าไปเมืองหลวงกับข้า ไปเป็นนักแสดงร่วมงานเลี้ยงกับข้าและข้าจะให้เจ้าเป็นอาจารย์สอนสหายข้าร่ายรำด้วย"

อึก แค่กๆๆ ต่งฉี สำลักน้ำชาแทบจะทันที ก็จะไม่ให้สำลักได้อย่างไร จากประโยคเมื้อกี้เขาไม่คัดค้านเรื่องที่จะนำนางคณิกาไปแสดงแต่ทำไมต้องให้นางมาสอนเขาร่ายรำด้วยที่สำคัญเวลาก็มีเพียงแค่สามวัน เขาไม่เคยร่ายรำมาก่อนเห็นทีจะยาก

"ฮ่าๆๆ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิสหาย เดิมทีเป็นความผิดของเจ้าที่อยากจะทดสอบข้าว่า ข้าจะทำอย่างไรเมื่อเวลาเตรียมตัวมีแค่สามวัน ใช่หรือไม่"

"...ท่านรู้"ต่งฉีขมวดคิ้วอย่างระแวง เรื่องนี้ข้าก็แค่เดาเอาเท่านั้น การที่ลูกชายเพียงคนเดียวของเสนาบดีฝ่ายซ้ายให้เกียรติมาเชิญด้วยตนเองนั่นก็เพราะอยากเห็นข้าทำหน้าตกใจ มีออกบ่อยไปที่ทหารยศใหญ่หน้าเด็กลงมือทดสอบเด็กเข้าใหม่ ซึ่ง พันโท ชาติชาย ก็เป็นหนึ่งในนั้น แหม่ เรามันพวกเจ้าเล่ห์เหมือนกันนี่นา

ข้าหัวเราะเล็กน้อยก่อนเอ่ย"ในฐานะสหาย ข้าขอเตือนเจ้า อย่าได้ทำร้ายสตรีเด็ดขาดไม่ว่าจะทางกายหรือทางใจ หากข้ารู้ ข้าไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่"นี่ไม่ใช่คำขู่หรือคำเตือนใดๆทั้งสิ้น นี่คือคำสาบาน ของนายใหญ่แห่งหอเสวี่ยง

&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 165 ครั้ง

50 ความคิดเห็น

  1. #42 thedarksun1986 (@thedarksun1986) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 21:47
    แมนมากคะพี่
    #42
    0
  2. #12 Boomsakalaka999 (@Boomsakalaka999) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 13:20

    สงสัยทำไมชาติก่อนพี่ไม่มีเมีย ถ้าจะแมนซะขาดนี้!!!

    #12
    0