Fic Winner - Apartmate (Yoonwoo)

ตอนที่ 92 : แก้บนYG #3 : ยังไม่มีชื่อเรื่อง 1/X -Minyoon-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 357
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    9 ก.ย. 60

 

 


ยังไม่มีชื่อเรื่อง

-Minyoon-

 

____________________

 

กันยายน 2017

 

 

"ซึงยุน"

 

 

"อะไร?"

 

 

คนที่ง่วนกดโทรศัพท์อยู่บนเบาะข้างคนขับร้องถามในลำคอโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา คนที่นั่งอยู่บนเบาะคนขับจึงถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ก่อนจะยื่นมือไปจับที่ข้อมือขาวนั้นเพื่อดึงความสนใจ

 

 

เขากำลังจะพูดเรื่องที่ค่อนข้างจริงจัง

 

 

"มีไรก็พูดมาดิ"

 

 

อีกฝ่ายยังคงไม่พูดอะไร จนกระทั่งซึงยุนกดออกจากแอพ ปิดหน้าจอ แล้วเงยหน้าขึ้นมามองเขา เจ้าของผิวเข้มจึงสูดหายใจลึก

 

 

"ฉันชอบนายมากจริงๆ"

 

 

ซึงยุนพยักหน้าน้อยๆเป็นเชิงรับรู้ เขารู้ รู้ดี ว่าอีกฝ่ายชอบเขามากขนาดไหน มันไม่ใช่แค่ไม่กี่เดือนที่อีกฝ่ายพยายามในการจีบเขา แต่มันผ่านมาเป็นปีๆแล้ว ที่อีกฝ่ายแสดงให้เห็นถึงความสม่ำเสมอ ทั้งเรื่องมารับมาส่ง พาไปกินข้าว หรือแม้แต่คอยใส่ใจในเรื่องเล็กๆน้อยๆ

 

 

และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรก ที่อีกฝ่ายบอกชอบเขา 

 

 

และซึงยุนก็คิดว่าเขารู้ดี ว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรต่อไป

 

 

"แม้ครั้งนี้คำตอบอาจจะเหมือนเดิม แต่ฉันก็อยากจะถามนายอีกครั้ง"

 

 

"..."

 

 

"เราคบกันได้ไหม?"

 

 

"..."

 

 

"ไม่ต้องตอบตอนนี้ก็ได้ ค่อยๆคิด ฉันไม่รีบเอาคำตอบหรอก แค่เก็บความรู้สึกที่มันท่วมทะลักต่อไปไม่ไหวแล้ว ก็เลยต้องบอกมันออกไปน่ะ"

 

 

"ไม่รีบใช่ป้ะ งั้นค่อยมาเอาคำตอบอีกอาทิตย์นึงก็แล้วกัน"

 

 

จริงๆซึงยุนมีคำตอบเตรียมไว้อยู่ในใจนานแล้ว แต่ไหนๆอีกฝ่ายก็รอมานานแล้วและยังบอกเองว่าไม่รีบ งั้นรอไปอีกสักหน่อย ก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง

 

 

...............

 

 

กันยายน 2017

 

 

ซึงยุนตื่นขึ้นมาในตอนเช้า หลังจากปรับสายตาให้ชินกับแสงสว่างแล้ว ชายหนุ่มก็คว้าโทรศัพท์มาเช็คดู มีโนติฟิเคชั่นเตือนจากอินสตาแกรม และข้อความจากเพื่อนสนิทของเขา โฮรยูน

 

 

'ยุน'

 

 

'เย็นนี้ไปงานศพไหม?'

 

 

งานศพใครวะ?

 

 

ซึงยุนพิมพ์ตอบกลับไป เขาเปิดหน้าแชทค้างไว้เพื่อรอเพื่อนตอบกลับมา

 

 

'เอ้า นี่มึงยังไม่รู้ดิ'

 

 

'งานศพมินโฮไง'

 

 

ซึงยุนรู้สึกว่าหัวใจของเขาเต้นระรัว มือไม้สั่นไปหมด เขาพิมพ์ตอบกลับไปด้วยมือที่สั่นเทาอย่างยากลำบาก

 

 

มินโฮไหน?

 

 

มินโฮที่เขารู้จักมีเพียงมินโฮเดียว แต่ซึงยุนก็ยังภาวนา ขอให้คำตอบไม่เป็นไปอย่างที่เขาคิดไว้

 

 

'มินโฮที่เคยจีบมึงตอนอยู่ปี 4 อ่ะ'

 

 

ไม่ใช่แค่เคย ถึงตอนนี้พวกเขาเรียนจบมาสองปีแล้ว พวกเพื่อนๆก็ต่างคนต่างแยกย้ายไปทำงานและใช้ชีวิต แต่หมอนั่นก็ยังตามจีบเขาอยู่ จีบเขามาเรื่อยๆตลอด และเมื่อวานอีกฝ่ายก็พึ่งจะขอเขาคบอีกเป็นครั้งที่ 3 

 

 

แต่เรื่องนี้ซึงยุนไม่เคยบอกพวกเพื่อนๆของตัวเองให้รู้ว่าเขายังคงคุยกับมินโฮอยู่

 

 

และก็คง...จะไม่มีโอกาสได้บอกให้รู้อีกแล้ว

 

 

'มันตายเพราะอุบัติเหตุรถชน เมื่อคืนนี้เอง'

 

 

.........

 

 

หลังจากลงชื่อร่วมพิธีเรียบร้อยแล้ว ดันอา น้องสาวของมินโฮเป็นคนนำเขาเข้าไปด้านในเพื่อเคารพศพ

 

 

เด็กสาวที่มีหน้าตาและสีผิวเหมือนพี่ชายราวกับถอดแบบกันมาอยู่ในชุดฮันบกดั้งเดิมสีดำทั้งชุด ดวงตาของเธอเศร้าสร้อยและแดงก่ำ ใต้ตาบวมช้ำ สีหน้าก็เศร้าหมอง

 

 

ซึงยุนรับธูปมาไว้ในมือ ลำคอของเขาแห้งผากและแสบไปหมด น้ำเสียงที่เปล่งออกมาก็แหบพร่า

 

 

"มินโฮ"

 

 

"ฉันรู้ว่ามันคงสายไปแล้วที่จะพูดมันออกมาในตอนนี้"

 

 

"แต่เพราะว่าฉันไม่เคยพูดมันออกมา ก็เลยอยากจะบอกมันกับนายสักครั้ง"

 

 

"สำหรับความรู้สึกของฉัน"

 

 

"ที่นี่มันไม่เหมาะสมที่จะพูดเรื่องแบบนี้เลยสักนิด ฉันไม่ควรจะมาสารภาพความรู้สึกในสถานที่จัดงานศพที่ทุกคนต่างกำลังเสียใจกับการจากไปของนาย แต่ว่า..."

 

 

ซึงยุนปักธูปที่เริ่มเผาไหม้ไปบางส่วนลงในกระถาง แล้วถอยออกมาเพื่อเคารพศพ

 

 

ครั้งที่หนึ่ง ซึงยุนประสานมือ ย่อตัว คุกเข่าแล้วก้มตัวลงไปจนศีรษะที่ปกคลุมไปด้วยเส้นผมสีดำขลับแตะกับพื้นไม้ 

 

 

"ฉันก็ชอบนาย ชอบมากๆเหมือนกัน"

 

 

ซึงยุนยืดตัวขึ้น รีบปาดน้ำตาออกอย่างรวดเร็ว แล้วก้มลงคำนับศพครั้งที่สอง

 

 

"และถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ฉันจะรีบตอบตกลง"

 

 

ร่างผอมยืดตัวกลับขึ้นมาแล้วปาดน้ำตาออกจากแก้มอีกครั้ง 

 

 

"และฉันอยากบอกว่าฉันขอโทษ ฉันขอโทษจริงๆ"

 

 

เขาหันไปทางครอบครัวของมินโฮเพื่อทำความเคารพ ก่อนที่เขาจะเดินไปกล่าวสวัสดีและแสดงความเสียใจกับคุณแม่ของอีกฝ่าย

 

 

หล่อนประคองใบหน้าของเขาไว้ด้วยทั้งสองมือ ดึงให้โน้มลงไปหา แล้วจูบปลอบโยนที่ข้างแก้มอย่างนุ่มนวล มืออวบเลื่อนลงมาลูบปลอบกลางแผ่นหลังตอนที่น้ำตาของเขาทะลักล้นออกมาอีกครั้ง

 

 

"ไม่เป็นไรนะลูก ซึงยุน ไม่เป็นไรนะ"

 

 

"พวกเราจะผ่านมันไปได้นะลูก เราต้องเข้มแข็งกันนะ ให้มินโฮเค้าไปสบายนะลูก อย่าทำให้เขาเป็นห่วงนะ"

 

 

ผละจากอ้อมกอดของหล่อนซึงยุนก็คว้าดันอามากอด ร่างเล็กของหญิงสาวผู้ติดพี่ชายคนนี้แทบจะจมหายไปกับอกของเขา 

 

 

"แล้วหนูจะอยู่ยังไง หนูจะอยู่ได้ยังไง"

 

 

ดันอาร้องไห้ ร่างเล็กในอ้อมแขนของเขาสั่นไหวราวกับจะแตกสลาย ซึงยุนประคองร่างผอมนั้นเอาไว้ ผ่อนเธอให้นั่งลงกับเก้าอี้ตัวหนึ่งแล้วนั่งลงตรงหน้า มือขาวคว้ากุมมือคู่ที่เล็กและบอบบางกว่า ลูบมันเบาๆอย่างปลอบประโลม

 

 

"ดันอาจะอยู่ได้ ดันอาจะไม่เป็นไรนะ ซึงยุนจะดูแลหนูเอง"

 

 

..........

 

 

18 กันยายน 2017

 

 

ขากลับจากไปส่งดันอาที่มหาวิทยาลัย ซึงยุนตัดสินใจเลี้ยวรถกลับ แม้ว่าอีกเพียงสองไฟแดงก็จะถึงอพาร์ทเมนท์ของเขาเเล้วก็ตาม

 

 

รถเก๋งสี่ประตูสีดำคันเล็กถูกบังคับเข้าจอดเทียบที่หน้าอพาร์ทเมนท์สีขาวสูง 7 ชั้น

 

 

แม้จะจอดอยู่ตรงนั้นแล้ว แต่ซึงยุนก็ใช้เวลาอีกนานโข ก่อนที่จะตัดสินใจได้ในที่สุดว่าเขาจะขึ้นไปที่ห้องของมินโฮ

 

 

ตัวเลขสีแดงเพิ่มจำนวนขึ้นจาก 1 ไปเป็น 7 อย่างเชื่องช้า ช่างสวนทางกับเสียงหัวใจของซึงยุนที่เต้นระรัว ร่างกายของเขาตอบสนองแบบนี้เสมอเวลาที่ได้มาเยียนเหยียบที่นี่

 

 

ซึงยุนกดรหัสเข้าห้องที่เขาจำได้ขึ้นใจเพราะมินโฮเป็นคนบอกให้ฟังเอง เขาอยู่ด้วยในวันที่เจ้าของผิวเข้มตัดสินใจจะซื้อห้องนี้ อยู่ด้วยในวันที่อีกฝ่ายย้ายเข้า อยู่ด้วยตอนที่อีกฝ่ายตั้งรหัสเข้าห้อง

 

 

'เอารหัสอะไรดี?'

 

 

'จะไปรู้เหรอ'

 

 

'ช่วยคิดหน่อยดิ น้า นะๆๆๆ'

 

 

'ไม่ ห้องใครก็คิดเองดิ'

 

 

'ใจร้าย งั้น...เอาวันเกิดนายละกัน รหัสหกตัวพอดี เก้า สี่ ศูนย์ หนึ่ง สอง หนึ่ง'

 

 

ซึงยุนจำได้ว่าเขาหุบยิ้มเกือบไม่ทันตอนที่อีกฝ่ายละมือออกมาหลังจากได้ยินเสียงติ๊ดๆ ซึ่งเป็นสัญญาณบอกว่ารหัสได้ถูกบันทึกเรียบร้อยแล้ว

 

 

'เมื่อไหร่จะยิ้มหวานๆให้ฉันล่ะ เมื่อไหร่จะเลิกฟอร์มเยอะกับฉันเสียที'

 

 

เขาแหวใส่อีกฝ่าย

 

 

'เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ'

 

 

"เก้า สี่ ศูนย์ หนึ่ง สอง หนึ่ง"

 

 

มีเสียงติ๊ดหนึ่งครั้งตามด้วยเสียงประตูถูกปลดล็อก ซึงยุนดึงประตูเปิดออก

 

 

น่าแปลก...

 

 

ที่ทุกอย่างในห้องยังอยู่ในที่เดิมของมันทั้งๆที่เหตุการณ์น่าเศร้าผ่านไปกว่าสองอาทิตย์แล้ว 

 

 

ไม่มีทางที่ครอบครัวของมินโฮจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีอพาร์ทเมนท์ หรือถ้าจะบอกว่าไม่รู้รหัส เลยไม่ได้มาเก็บของของอีกฝ่าย ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะเขามั่นใจว่าคนรอบคอบอย่างมินโฮต้องบอกรหัสกับครอบครัวแน่ๆ อย่างน้อยๆก็ดันอา

 

 

แต่ทุกอย่างมันเหมือนเดิม แม้กระทั่งกลิ่นของอีกฝ่ายที่เขาเสพติด ผ้าม่านที่ถูกเปิดไว้ครึ่งหนึ่งเสมอเพื่อให้แสงส่องเข้ามาด้านใน หนังสือบนโต๊ะเตี้ยหน้าทีวี ที่เขาจำได้ว่ามินโฮบอกว่ากำลังอ่านค้างอยู่ 

 

 

ซึงยุนเปิดกระจกออกไปนอกระเบียง ก้นบุหรี่ในที่เขี่ยบุหรี่ยังดูเหมือนใหม่ ผ้าขนหนูและเสื้อที่ตากไว้ชื้นและกรุ่นกลิ่นของน้ำยาปรับผ้านุ่มกลิ่นโปรดของเขาราวกับพึ่งถูกจับสะบัดแล้วแขวนขึ้นราวเมื่อไม่กี่นาทีก่อน

 

 

หัวใจของซึงยุนเต้นตึกตัก เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นที่ใบหน้าและลำคอ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นผู้อยู่อาศัยใหม่ ในเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างเป็นสิ่งที่เขาเห็นจนชินตาเวลาที่มาหามินโฮตลอด

 

 

ซึงยุนก้าวเท้าเข้าไปในครัว ประตูตู้เย็นถูกดึงเปิดออก ด้านข้างตู้เย็นอัดแน่นไปด้วยขวดเบียร์และกระป๋องเบียร์ยี่ห้อโปรด แฮมและอาหารสำเร็จรูปในช่องใต้ฟรีซ กล่องกิมจิและเครื่องเคียงกล่องใหญ่จากคุณแม่ของมินโฮในตู้เย็นช่องก่อนช่องผัก

 

 

เป็นไปไม่ได้...

 

 

ซึงยุนล้วงเอาโทรศัพท์ของตัวเองออกมาดูวันที่เพื่อความแน่ใจ

 

 

กันยายน 2017 

 

 

นี่มัน...เป็นไปไม่ได้ 

 

 

ซึงยุนหันขวับตอนที่ได้ยินเสียงประตูเปิดออก 

 

 

"เป็นอะไร ทำไมทำหน้าเหมือนเห็นผีแบบนั้นล่ะ?"

 

 

คนที่พึ่งเข้ามาใหม่กลั้วหัวเราะ อีกฝ่ายเดินมายีผมเขา ก่อนจะวางถุงจากซูเปอร์มาร์เก็ตสองใบลงที่เคานท์เตอร์ แล้วเริ่มรื้อของออกมา

 

 

"นี่ รู้ไหมว่าที่เซเว่นมีอะไรออกใหม่?"

 

 

ซึงยุนพยายามบังคับให้ตัวเองหายใจช้าๆ เด็กหนุ่มผ่อนลมหายใจออกทางปาก รวบรวมสติแล้วถามตอบคนที่มีสีหน้าลุ้นอยู่หน่อยๆ

 

 

"อะไรล่ะ"

 

 

"วานิลลาลาเต้ยังไงล่ะ ของสตาร์บัคส์ แต่เป็นแบบสำเร็จรูปนะ ไม่รู้จะอร่อยสู้แบบชงใหม่ๆที่ร้านได้ไหม แต่ก็ซื้อมาให้ลองดู"

 

 

อีกฝ่ายจับขวดขึ้นมาเขย่าๆ แล้วยกขวดขึ้นสูง หรี่ตาส่องดูตะกอนที่ก้นขวด ก่อนจะใส่มันเข้าไปในตู้เย็น 

 

 

ซึงยุนมองแผ่นหลังกว้าง มองช่วงบ่าตั้งตรง มองช่วงแขนยาว ลำคอสวยที่เขาชอบแอบมอง ต้นขาแข็งแรงใต้กางเกงตัวหลวม มือหนาๆแบบผู้ชายที่มักจะสัมผัสเขาอย่างอ่อนโยน

 

 

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาคิดถึงมันมาก

 

 

มากเสียจนไม่รู้ว่ามากขนาดไหน

 

 

"เป็นอะไรรึเปล่าทำหน้าตาแปลกๆตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ"

 

 

อีกฝ่ายก้าวเข้ามาใกล้ หลังมือใหญ่ๆทาบลงมาบนหน้าผาก ลำคอ แล้วอีกฝ่ายก็ขมวดคิ้วมุ่น 

 

 

"ตัวก็ไม่ร้อนนี่นา"

 

 

"กอดหน่อยสิ"

 

 

"ซึงยุน นี่เป็นอะไรจริงๆช..."

 

 

"ช่วยกอดฉันแน่นๆ ได้ไหม?"

 

 

เขารู้ว่ามินโฮไม่มีวันปฏิเสธ เพราะเจ้าของดวงตาคมๆไม่เคยแข็งได้เหมือนรูปลักษณ์สักครั้งเวลาเขาร้องขอ

 

 

ร่างสูงรวบเขาไปกอด ซึงยุนวาดเเขนโอบที่รอบบ่ากว้าง ซุกหน้าลงกับรอยต่อตรงต้นคอและลาดไหล่ สูดกลิ่นอีกฝ่ายเข้าไปเต็มปอด

 

 

กลิ่นของมินโฮ ร่างกายอุ่นๆที่โอบกอดเขา ซึงยุนสัมผัสได้ถึงเสียงหัวใจของอีกฝ่ายที่เต้นระรัวขึ้น อุณหภูมิของอีกฝ่ายร้อนขึ้นนิดหน่อยเมื่อเขาถูกกอดรัดแน่น

 

 

ไม่ว่าตอนนี้เทวดาบนฟ้าหรือพระเจ้าจะกำลังเล่นตลกอะไร

 

 

แต่ซึงยุนดีใจ 

 

 

ที่คนตรงหน้าที่กำลังโอบกอดเขาไว้คือมินโฮจริงๆ 

 

 

"คิดถึง คิดถึงมากๆเลย"

 

 

เขาได้ยินเสียงอีกฝ่ายหัวเราะ และสัมผัสได้ถึงมืออุ่นๆที่ตบเบาๆกลางแผ่นหลังก่อนจะเลื่อนขึ้นมาลูบศีรษะ

 

 

"เป็นอะไรหืม ไหน มีอะไรอยากจะเล่าให้ฉันฟังหรือเปล่า"

 

 

อีกคนดันตัวเขาออกจากอ้อมกอด เอียงหน้ามองตามเขาที่หันหนีเพื่อเช็ดน้ำตาออกจากแก้ม

 

 

"มินโฮ"

 

 

"ว่าไง?"

 

 

"ฉันชอบนาย"

 

 

"จริงๆคือฉันหวั่นไหวกับนายมาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ตอนที่นายเริ่มเข้ามาทำความรู้จักกับฉันแรกๆ"

 

 

ซึงยุนสูดหายใจเข้าลึก เลียริมฝีปากก่อนจะพูดต่อ

 

 

"แต่ตอนนั้นที่นายขอคบฉันครั้งแรก แล้วฉันปฏิเสธ ก็เพราะพวกเรากำลังจะจบปี 4 ฉันกลัว กลัวว่าถ้าเราจบจากมหาวิทยาลัยไปแล้ว เราต่างคนต่างจะต้องแยกย้ายกันไป แล้วเราก็จะต้องห่างกัน ถ้าเราคบกันแล้วต้องห่าง ฉันก็คงจะเหงาแล้วก็เจ็บปวด แต่ถ้าเราเป็นแค่เพื่อนกัน มันก็คงจะไม่รู้สึกมากเท่าไหร่"

 

 

"ฉันมันขี้ขลาด ที่ไม่กล้าเริ่มต้นความสัมพันธ์ ขี้ขลาด ที่แม้แต่ความรู้สึกตัวเองก็ไม่กล้าพูดออกไปด้วยซ้ำ เพราะกลัว กลัวจริงๆว่าถ้าฉันได้บอกความรู้สึกออกไป และเราต่างรับรู้ความรู้สึกของกันและกันแล้ว การจากลามันจะยิ่งเป็นเรื่องยาก"

 

 

บนใบหน้าคมหล่อนั้นปรากฎรอยยิ้มเอ็นดู ที่เขามักจะเห็นมันจากอีกฝ่ายอยู่บ่อยๆ

 

 

เป็นรอยยิ้มที่เขาคิดถึงเหลือเกิน คิดถึงมากเสียจนร้องไห้ออกมาอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว 

 

 

"ร้องไห้ทำไม?"

 

 

"ฉัน...ฉันคิดว่านายคงรู้คำตอบอยู่แล้ว แต่คงอยากได้ยินจากปากฉันชัดๆ ใช่ไหม?"

 

 

"ซึงยุน"

 

 

"อืม"

 

 

"คบกับฉันได้ไหม?"

 

 

"ฉันตกลง"

 

 

"ไม่ร้องนะ ซึงยุนไม่ขี้ขลาดแล้ว ไม่ต้องกลัวแล้วนะ ฉันอยู่ตรงนี้แล้ว"

 

 

"อื้อ"

 

 

"ต่อจากนี้ไป ฉันจะดูแลนายอย่างดีเลย"

 

 

.....

 

 

ซึงอยู่ไม่รู้ว่าเวลาที่เขามีมินโฮอยู่ข้างกายแบบในตอนนี้จะหมดลงเมื่อไหร่ เวทย์มนต์แห่งความสุขนี้จะหมดลงเวลาเที่ยงคืนเหมือนในการ์ตูนเรื่องซินเดอเรลล่าหรือเปล่า 

 

 

ตอนที่นาฬิกาตีบอกเวลาของวันใหม่ คนที่นั่งจับมือเขาพร้อมขับรถไปด้วยสีหน้าสุดจะมีความสุขในตอนนี้จะหายไปไหม กลิ่นของอีกฝ่าย ขวดเบียร์ในตู้เย็น ผ้าที่หอมน้ำยาปรับผ้านุ่มบนราว หนังสือ เสื้อผ้า รวมทั้งความทรงจำระหว่างเขากับมินโฮในตอนนี้ มันจะหายไปไหม

 

 

"คิดอะไรอยู่?"

 

 

"ถ้านายรู้ว่าวันนี้คือวันสุดท้าย..."

 

 

"วันสุดท้าย?"

 

 

มินโฮเลิกคิ้วแล้วหัวเราะน้อยๆเมื่อหันไปหาแล้วเห็นแฟนของตัวเองทำหน้าประหลาด เขายื่นมือไปลูบหลังคอเด็กหนุ่ม บีบนิดหน่อยแล้วปล่อย นั่นทำให้ซึงยุนดูผ่อนคลายลงนิดหนึ่ง

 

 

"วันสุดท้ายอะไรครับ?"

 

 

"วันสุดท้าย... ที่จะได้มีชีวิตอยู่"

 

 

"อืม..."

 

 

อีกฝ่ายร้องอืมในลำคอพร้อมทำสีหน้าครุ่นคิด

 

 

"สิ่งที่ฉันอยากทำมาตลอดเลยก็คือพานายไปแนะนำอย่างเป็นทางการกับครอบครัวในฐานะแฟนของฉัน"

 

 

"ตลกเถอะ"

 

 

"จริงๆนะ คิดแบบนี้มานานแล้ว ไม่ได้ตอบเพราะว่าอยากจะเอาใจเลย"

 

 

ซึงยุนเม้มปากแน่น น้ำตาของเขาพาลจะไหลออกมาอีกแล้ว

 

 

"ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายจริงๆ หลังจากที่ฉันพานายไปกินข้าวเสร็จแล้ว"

 

 

ดวงตาคมเลื่อนไปมองที่คอนโซลรถ ตัวเลขสีแดงบอกเวลา 11 นาฬิกา 50 นาที 

 

 

"นี่ฉันมีเวลาถึงเที่ยงคืนเหมือนซินเดอเรลล่ารึเปล่า?"

 

 

ทำไมคนๆนี้ถึงคิดได้เหมือนเขาเสียขนาดนี้นะ...

 

 

"ถ้ามีเวลาถึงเที่ยงคืน หลังจากกินข้าวเสร็จก็คงพานายไปเดินเล่น หาร้านขนมที่คนไม่พลุกพล่านนั่งคุยกันถึงเรื่องของเรา เรื่องของฉัน เรื่องของนาย เก็บเกี่ยวความทรงจำระหว่างกันและกัน"

 

 

มือที่จับกันหลวมๆเปลี่ยนเป็นสอดประสาน ซึงยุนกระชับมือกับปลายนิ้วอุ่นนั้น

 

 

"หลังจากนั้นก็จะพานายไปกินข้าวที่บ้าน แนะนำนายกับครอบครัวฉัน พอตกค่ำก็นัดเพื่อนๆออกมาดื่มที่ผับ แนะนำนายกับเพื่อนๆของฉัน"

 

 

พูดจบอีกฝ่ายก็หัวเราะกับสภาพเห่อแฟนของตนเอง

 

 

"พอเราเริ่มเมาฉันจะขอตัวพานายกลับ เราจะกลับมาที่บ้าน อาบน้ำ นอนกอดกัน คุยกันบนเตียงของฉัน จูบกันอย่างอ่อนหวาน แล้วหลังจากนั้นฉันก็จะกล่อมนายให้หลับในอ้อมกอดของฉัน ฉันจะมองนายหลับ จูบนายเบาๆอีกครั้ง แล้วก็จะหลับตามไปอย่างมีความสุข"

 

 

"..."

 

 

"เป็นไง แพลนของฉันดีไหม?"

 

 

มินโฮดึงมือของเขาขึ้นไปจูบ หัวเราะอย่างมีความสุข

 

 

"มินโฮ"

 

 

"หืม?"

 

 

"เราทำทั้งหมดที่นายพูดมา วันนี้เลยได้ไหม?"

 

 

ซึงยุนมองลึกเข้าไปในดวงตาคมที่สะท้อนภาพของเขา กระชับมือที่สอดประสานให้แน่นขึ้นอีก 

 

 

"ฉันไม่เคยปฏิเสธคำขอของนายได้อยู่แล้วนี่นา"

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,071 ความคิดเห็น

  1. #954 koot_onim (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 19:40
    หมายความว่ายังไงอ่าาาาา ????????????
    #954
    0
  2. #943 Cat'eye (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 12 กันยายน 2560 / 21:14
    แงงงงงงงงงงงงงงงงง
    พี่มิของน้องงงงงง อย่าเพิ่งไปไหนนะ
    อยู่ด้วยกันนานๆTT
    รู้เลยว่าซึงยูนจะต้องรู้สึกผิดต่อมินโฮมากแค่ไหนนนน
    แงงงง ทำไงดี สงสารรรร
    มันจะหายไปไหม หรือซึงยูนจะได้อยู่กับพี่มิไปตลอด แงงงง
    #943
    0
  3. #942 Minyoon lovely (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 12:00
    อันไหนคือความจริงกัน-_-สุดท้ายถ้ามันจะเป็นแค่ฝันก็ไม่อยากปลุกให้ตื่นเลย
    #942
    0
  4. #941 123sharkuptoland (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 10:45
    รู้สึกเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูกเลย
    คิดว่าตอนแรกน้องยุนที่ไปงานศพ ต้องรุสึดเสียดาย รุ้สึกผิด รุสึกโกด เสียใจอะไรหลายๆแน่ๆกับการแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว

    แต่พอมาอยู่กับมินโฮ ต้องรุสึกกังวล รีบๆ ระแวง ไม่มั่นใจว่าจะมินโฮจะหายไปเมื่อไหร่อีก โคดทรมานเลย สงสารน้องอ่ะะะ

    ถ้าจบเศร้ามันโอเคนะคะ
    คือแฮปปี้เอนดิ้งมันก็ดี แต่เราว่าบางอย่างมันจบเศร้า แต่สวยงามมากกว่า
    #941
    0
  5. #940 yksxx (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 00:58
    โอ้ยยย จอให้เวทมนต์นี้ไม่มีวันจบลง จะไม่เศร้าใช่ไหมคะไรท์
    #940
    0
  6. #939 Tiki (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 00:15
    ต้องไปบนที่ไหนที่จะให้เรื่องที่เกิดไม่ใช่ฝันหรือยูนเพ้อไปเอง ทำใจไม่ได้จริงๆถ้ามินโฮหายไปอีกสงสารยูนไรท์โปรดเมตตาเราด้วย T T
    #939
    0
  7. #938 SaiKhiM (จากตอนที่ 92)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 23:59
    มันจะไม่เศร้าใช่ไหม ??
    น่าติดตามมากๆ ค่ะ มาต่อไวๆ นะ
    #938
    0