Fic Winner - Apartmate (Yoonwoo)

ตอนที่ 90 : แก้บนYG #1 : Hot cocao and a piece of bread - Hoonnam-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 219
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    30 ส.ค. 60

 

 

 

ยังไม่มีชื่อเรื่อง

-Hoonnam-

 

____________________

 

 

เปิดเทอมใหม่...

 

 

หอพักใหม่...

 

 

และเพื่อนข้างห้องคนใหม่ๆ...

 

 

เขายืนอยู่หน้าห้องของตัวเอง กำลังพูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกับเพื่อนห้องตรงข้ามที่เรียนคณะเดียวกันตอนที่เห็นเด็กหนุ่มร่างสูงในกางเกงยีนส์สีเข้มขาดๆและเสื้อยืดสีแดงตุ่นๆ สะพายผ้าใบสำหรับวาดรูปพร้อมหิ้วถังสีเต็มสองมือเดินผ่านหน้าห้องเขาไป

 

 

และหยุดที่ประตูห้องข้างๆ...

 

 

สิ่งที่ทำให้เขาต้องมองตามไปไม่ใช่แค่เพียงผ้าใบ ถังสี หรือการแต่งตัวที่บอกให้รู้ว่าเป็นเด็กศิลป์ แต่เป็นผิวขาวจัด และใบหน้าที่โดดเด่นสะดุดตาแม้จะถูกบดบังด้วยแว่นทรงกลมสีชาและหมวกแก๊ปอีกใบ และที่โดดเด่นกระแทกตาที่สุด ก็คือรอยสักที่แต้มอยู่บนพื้นผิวขาวส่วนที่โผล่พ้นร่มผ้านั้นแทบทุกกระเบียดนิ้ว

 

 

เขาคงมองสำรวจอีกฝ่ายแบบโจ่งแจ้งและเสียมารยาทเกินไป คนที่กำลังไขกุญแจห้องจึงหันหน้ามามอง เขายิ้มเล็กน้อยพร้อมพยักหน้าทักทาย แต่ใบหน้าขาวใสที่หันฉับกลับไปนั้นยิ่งเรียบตึงขึ้นกว่าเก่า

 

 

"สนใจเหรอวะ?"

 

 

อาจจะเป็นเพราะเขามองไม่ละสายตาจนกระทั่งผ้าใบและถังสีนั้นหายลับเข้าไปหลังบานประตูที่ปิดสนิท คู่สนทนาจึงทักขึ้นมา

 

 

"ก็เขาสะดุดตาเสียขนาดนั้น"

 

 

"ไม่แปลกหรอก ใครๆก็หลงสเน่ห์นัมแทฮยอนกันทั้งนั้นแหละ"

 

 

"นัมแทฮยอน?"

 

 

เขาครางในลำคอ ทวนถามชื่อนั้นกับเพื่อนอีกครั้งหนึ่ง

 

 

"เออ นัมแทฮยอน คณะศิลปกรรมศาสตร์เอกนฤมิตศิลป์ปี 2 ปีที่แล้วน้องเป็นรองเดือนคณะด้วยนะเว่ย"

 

 

"เหรอ... ทำไมรู้สึกเหมือนไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลยวะ"

 

 

เขาย่นคิ้ว คณะนวัตกรรมก็ไม่ได้อยู่ไกลจากคณะศิลปกรรมศาสตร์สักเท่าไหร่ แล้วมหาลัยมันก็เล็กเท่านี้ จะไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันเลย เป็นไปได้อย่างไร

 

 

"น้องมันเป็นเด็กเก็บตัว ไม่สุงสิงกับใคร เหมือนเพื่อนในคณะจะคบอยู่แค่เด็กที่ชื่อซึงยุนคนเดียวเองมั้ง อะไรอีก...อ้อ ใครๆก็ว่าเขาหยิ่ง แล้วก็ถือตัวมาก"

 

 

ซึงฮุนไหวไหล่

 

 

"ทำไมวะ?"

 

 

"ไม่รู้ดิ ความรู้สึกมันบอกว่าเขาไม่ได้หยิ่งว่ะ"

 

 

เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่ดวงตาใสแจ๋วที่มองมาด้วยความสงสัยนั้นไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าเจ้าตัวถือตัวใดๆเลยสักนิดเดียว

 

 

"เหรอวะ?"

 

 

"อืม ความรู้สึกกูบอกแบบนั้นนะ แต่ก็ไม่รู้ว่ะ รอดูกันต่อไป

 

 

 

.....

 

 

หลังจากนั้น ภาพเด็กหนุ่มผิวขาวในชุดเสื้อผ้าเปื้อนสี ที่หอบผ้าใบ ขาตั้ง จานผสมสี หรือแปรงใหญ่ๆก็กลายมาเป็นภาพที่เขาเห็นจนชินตา บางทีเขาก็เห็นแทฮยอนจากตรงระเบียงห้อง เขามักจะเห็นนัมแทฮยอนเปิดประตูลงจากรถเบนซ์สีบรอนซ์คันงาม หอบข้าวของพะรุงพะรังเดินขึ้นหอพักมา บางทีก็สวนกันตรงบันได บางครั้งก็หน้าหอพัก

 

 

ยอมรับว่าเขาแอบลอบมองตามใบหน้าเรียบตึงแสนสะดุดตานั้นอยู่หลายต่อหลายหน เวลาที่เผลอสบตากันเข้าจังๆ ซึงฮุนก็จะฉีกยิ้มให้ แต่ก็ไม่เคยมีการตอบรับใดๆจากอีกฝ่าย ใบหน้านั้นคงเรียบตึงสนิทเสมอ

 

 

"หยิ่งฉิบหาย

 

 

"มึงหมายถึงใคร?"

 

 

เขาถามเจย์ เพื่อนสนิทของเขาที่โพล่งขึ้นมาเมื่อแทฮยอนที่พึ่งจะเดินสวนพวกเขาเข้าหอพักไปเดินพ้นบันไดชั้น 1 ไปเรียบร้อยแล้ว

 

 

"กูเห็นมึงยิ้มให้น้องเขาหลายครั้งแล้วนะ"

 

 

"ตาไว"

 

 

เขาชมพร้อมกับยกนิ้วโป้งให้ สมกับที่เป็นเพื่อนกันมานานตั้งแต่สมัยมัธยม เจย์รู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของเขาเสมอ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ ความรู้สึก หรือเรื่องเล็กน้อยอย่างสายตาและท่าทาง 

 

 

"มึงสนใจน้องเขาจริงๆใช่มะ?"

 

 

ลองได้ถามแบบนี้ นั่นหมายถึงว่าเจย์คงจะสังเกตและเก็บข้อมูลมาสักพักแล้ว ซึงฮุนจึงยกยิ้มมุมปากแทนคำตอบ

 

 

"มาเล่าเรื่องตอนจีบกันให้ฟังด้วยล่ะ กูล่ะอยากรู้ ว่าคนที่หน้าตึงขนาดนั้น โดนคนที่อบอุ่นยิ่งกว่าพระอาทิตย์ในฤดูหนาวอย่างมึงจีบจะเป็นยังไง"

 

 

...

 

 

เขากำลังก้าวเท้าออกจากประตูหอพักตอนที่เห็นนัมแทฮยอนกำลังพยายามรวบถังสีสองใบเข้ามาในอ้อมแขน โดยที่ในอ้อมแขนของเจ้าตัวมีทั้งขาตั้งและกระดานขนาดใหญ่อยู่แล้ว

 

 

อีกฝ่ายหน้ามุ่ย คิ้วบางๆลู่ลงก่อนจะขมวดมุ่นเมื่อพยายามยังไงก็ไม่สามารถหอบหิ้วถังสีสองถังนั้นขึ้นหอพักไปในครั้งเดียวได้

 

 

เป็นอีกครั้งที่เขาฉีกยิ้มให้ และเป็นอีกครั้งที่อีกฝ่ายเดินสวนเขาไปพร้อมกับของพะรุงพะรังและใบหน้าตึงเรียบ

 

 

ซึงฮุนตัดสินใจเดินไปหิ้วถังสีอีกสองใบที่วางอยู่ข้างตัวรถ ก่อนจะเดินตามอีกฝ่ายขึ้นไปด้านบน 

 

 

แทฮยอนเปิดประตูออกมาพอดีตอนที่เขาไปถึง ใบหน้านั้นยังคงเรียบเฉย แต่เเววตาแฝงความสงสัยและงงงวยไม่น้อย คงจะงงว่าทำไมเขาถึงมายืนเจ๋ออยู่หน้าห้องของเจ้าตัว

 

 

"เมื่อกี้เห็นตอนที่เธอพยายามจะเอาเจ้าสองถังนี้ขึ้นมาด้วย ก็เลยช่วยยกขึ้นมาให้"

 

 

"ขอบคุณ"

 

 

โดยไม่มองหน้า แทฮยอนยื่นมือมารับถังสีจากเขาไป ซึงฮุนยิ้มเพราะหลังจากผ่านไปเกือบเดือน ในที่สุดเขาก็ได้ยินเสียงของแทฮยอนเสียที

 

 

"ตอบแทนด้วยการยิ้มให้กันสักครั้งจะได้ไหม?"

 

 

เขาเห็นหัวคิ้วนั่นกระตุก ดวงตาเรียวนั่นเบิกโตขึ้น ก่อนที่ประตูจะปิดใส่หน้าเขาดังปัง 

 

 

ซึงฮุนยืนหัวเราะอยู่หน้าห้องอีกฝ่ายอยู่พักใหญ่ ไม่คิดเลยว่าแค่เพียงเห็นคนๆนึงมีสีหน้าเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อยจะทำให้รู้สึกสุขใจถึงเพียงนี้ 

 

 

ถ้าหากว่าในเวลานั้น มีเวทย์มนต์ที่ทำให้ชายหนุ่มสามารถมองทะลุประตูได้ เขาก็คงจะโชคดีได้เห็นใบหน้ากับแก้มแดงๆของคนที่ยืนทำหน้าตื่นๆอยู่หลังบานประตู...

 

 

.................

 

 

วันนี้เขาเจอนัมแทฮยอนที่ห้องซักผ้าใต้หอ ไม่รู้ว่าเรื่องราวในโทรศัพท์นั่นมันชวนเครียดมากหรืออย่างไร คนที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนหลังเครื่องซักผ้าเครื่องนึงถึงได้จดจ่อเสียจนไม่รู้ว่ามีบุคคลแปลกหน้าเข้ามา 

 

 

"นี่"

 

 

ซึงฮุนวางตะกร้าหวายที่บรรจุผ้ากองใหญ่ของเขาลงบนหลังเครื่องซักผ้าตัวข้างๆ ก่อนจะขยับตัวมายืนตรงหน้าอีกฝ่ายที่ขมวดคิ้วหนักขึ้นเรื่อยๆ ปลายนิ้วขาวๆนั่นรัวเแป้นพิมพ์อย่างเร็วเสียงดังก๊อกแก๊ก

 

 

"เฮ้"

 

 

เขาดีดนิ้วตรงหน้าอีกฝ่ายทีหนึ่ง นัมแทฮยอนสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยตาขวางๆ 

 

 

"มันเครียดขนาดนั้นเลยเหรอคิ้วพันกันยุ่งแล้วเนี่ย ฮึ?"

 

 

เขาจิ้มปลายนิ้วลงระหว่างหัวคิ้วแล้วนวดเบาๆ อีกฝ่ายปัดมือเขาทิ้งอย่างแรงแล้วขยับตัวหนี

 

 

"ต้องการอะไร?"

 

 

"ก็...แค่จะบอกว่า..."

 

 

เขามองหน้าผากนั้นที่ย่นขึ้นด้วยความสงสัย หน้าตางงๆแบบนี้ก็น่าเอ็นดูดีเหมือนกันแฮะ

 

 

"ว่า?"

 

 

"ผ้าปั่นเสร็จแล้วนะ"

 

 

เขาพูดพร้อมกับจิ้มปุ่มปิดสวิทช์เครื่อง ข้อความบนตัวเครื่องบอกว่าหลังจากกดปุ่มนี้ ยังต้องรออีก 3 นาทีถึงจะเปิดฝาเครื่องซักผ้าได้

 

 

ซึงฮุนยิ้มให้แทฮยอนอีกครั้ง คว้าตะกร้าผ้าของตัวเองบนหลังตู้ แล้วทิ้งตัวหย่อนเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น ค่อยๆลำเลียงผ่อนผ้าเข้าไปในเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้า 

 

 

และในตอนที่ลุกขึ้นยืนเพื่อที่จะใส่ผงซักฟอกลงในช่องที่ด้านบน ซึงฮุนจึงได้เห็นว่าอีกฝ่ายมองเขาอยู่

 

 

"มีเรื่องอะไรเครียดๆก็ระบายให้ฟังได้นะ สัญญา ว่าจะไม่เอาไปบอกใคร

 

 

เป็นอีกครั้งที่ใบหน้านั้นเรียบเฉย

 

 

ผงซักฟอกกลิ่นสะอาดถูกเทลงในช่อง ตามด้วยน้ำยาปรับผ้านุ่มกลิ่นหอมละมุน เขาปัดไม้ปัดมือ เหลือบมองแทฮยอนที่รวบตะกร้าเข้าอ้อมแขนแล้วลุกขึ้นยืน

 

 

เพราะเสียงเครื่องซักผ้าเครื่องหนึ่งที่ปั่นผ้าเสียงดังกุกกักในโหมดปั่นแห้ง เขาก็เลยได้ยินสิ่งที่แทฮยอนพูดตอนที่ก้าวไปเกือบพ้นประตูแล้วได้ไม่ค่อยชัดสักเท่าไหร่

 

 

"ก็งานที่ส่งไปโดนอาจารย์ตีกลับมาให้แก้ตั้งหลายรอบเลยเครียดๆนิดหน่อย แต่ก็...ดีขึ้นแล้วล่ะ"

 

 

..................

 

 

ช่วงนี้เขาสังเกตเห็นไฟห้องข้างๆเปิดอยู่จนดึกดื่นเสียบ่อย ถ้าวันไหนเขานอนดึกมากๆ ก็จะได้เห็นอีกฝ่ายออกมาสูบบุหรี่ที่ระเบียงแบบถี่ๆ บางทีก็ออกมาพร้อมเบียร์กระป๋อง

 

 

'อ๋อ ช่วงนี้มันช่วงมิดเทอมของพวกสินกำไงมึง'

 

 

เพื่อนเขาว่าตอนที่เขาเล่าให้มันฟังว่าเมื่อคืนเขาปั่นโปรเจคจบจนตีสามกว่า แต่ไฟห้องของแทฮยอนก็ยังสว่างโร่เฉกเช่นเดียวกับตอนหัวค่ำ

 

 

'เนี่ย ถ้าอยากจีบเด็กคณะนี้ติดนะ ช่วงนี้ช่วงทำเวลาเลยนะมึง ถ้าคอยส่งน้ำส่งข้าว เทคแคร์ดีๆ คะแนนพุ่งพรวดเลยนะเว่ยย'

 

 

เหรอวะ...

 

 

.....

 

 

"มีบุหรี่ไหม?"

 

 

แล้วคนที่เขาอยากจะทำคะแนนด้วยก็ดันมาโผล่หน้าห้องพร้อมกับคำถามที่อยากจะจับมาตีเสียให้ตาย

 

 

"พอดีมันหมดอ่ะ จะออกไปซื้อตอนนี้ก็ไม่ได้เพราะว่าทำงานค้างอยู่"

 

 

"..."

 

 

"มีป้ะถ้ามีขอยืมก่อนตัวนึงดิ"

 

 

แทฮยอนรัวมาเป็นชุดทั้งยังกัดเล็บด้วยท่าทางเครียดๆ เขาเดาว่าอีกฝ่ายคงเครียดเรื่องงาน ปนๆกับเครียดที่ต้องบากหน้ามาขอบุหรี่จากเขา

 

 

"มี

 

 

เขาเห็นดวงตาคู่สวยนั้นเป็นประกาย 

 

 

"เธอเข้ามาก่อนสิ"

 

 

เขาเบี่ยงตัวหลบให้อีกฝ่ายเดินเข้ามาด้านใน แทฮยอนดูลังเลในตอนแรก แต่สุดท้าย ก็ยอมก้าวเท้าเข้ามา 

 

 

"นั่งก่อน เดี๋ยวไปหาให้

 

 

"อืม"

 

 

แทฮยอนพยักหน้า มองสำรวจไปรอบห้องโทนสีน้ำตาลเหลือบเทา ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งลงบนโซฟากลางห้อง 

 

 

ห้องกวางโทนสีน้ำตาลดูไม่เป็นระเบียบตามประสาผู้ชาย ...

 

 

"เอ้า"

 

 

แทนที่จะเป็นบุหรี่มวนบางอย่างที่อยากได้ สิ่งที่ได้รับกลับเป็นแก้วมัคสีเปลือกไข่ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นเสียแทน

 

 

"ตลกมากป้ะเนี่ย?"

 

 

แทฮยอนรู้สึกเครียดขึ้นมาอีกครั้งหลังจากผ่อนคลายลงไปหน่อยเมื่อได้หย่อนตัวนั่งลงบนโซฟาตัวนุ่ม นี่เขาเครียดจริงๆ แล้วก็กำลังอยากบุหรี่มากๆด้วย 

 

 

"ก็บอกว่ามี แต่ไม่ได้บอกนี่ว่ามีบุหรี่"

 

 

"เหอะ"

 

 

แทฮยอนแค่นหัวเราะ ลุกขึ้นจะเดินออกไปจากห้อง แต่ก็ถูกอีกฝ่ายรั้งข้อมือเอาไว้

 

 

"นั่งลงก่อนเถอะ ไม่งั้น อย่างน้อยจิบโกโก้อุ่นๆสักอึกก่อนไปก็ได้ ช็อคโกแลตมันช่วยให้ผ่อนคลายได้น้า"

 

 

"ไม่ใช่เด็กสามขวบนะ"

 

 

ดวงตาเรียวมองชายหนุ่มห้องตรงข้ามที่ยื่นแก้วมาตรงหน้าพร้อมทำหน้าทำตาเหมือนคุณพ่อที่กำลังพยายามหลอกล่อให้ลูกน้อยกินผัก

 

 

"เหมือนแมวมากกว่าเหมือนเด็กนะ"

 

 

"ว่าอะไรนะ?"

 

 

"เปล่าครับ ไม่ได้พูดอะไรเลยสักนิด"

 

 

ซึงฮุนยกมือในอากาศคล้ายยอมแพ้พร้อมส่ายหน้า อีกฝ่ายหรี่ตามองเขาในขณะที่หย่อนตัวลงนั่งบนโซฟาอีกครั้ง

 

 

"ขนมปังปิ้งร้อนๆสักแผ่นไหม?"

 

 

ไม่ทันรอให้อีกฝ่ายตอบรับหรือปฏิเสธอะไร เจ้าของห้องก็หายลับเข้าไปในครัวอีกครั้ง แทฮยอนได้ยินเสียงนู่นกระทบนี่ในขณะที่เขายกโกโก้ขึ้นจิบ

 

 

ตอนที่กำลังรับรสหวานหอมของโกโก้ ขนมปังหอมฉุยทาหน้าด้วยช็อคโกแลตท็อปด้วยกล้วยหอมอีกทีก็ถูกเสิร์ฟตรงหน้า

 

 

"หมดนี่พลังงานน่าจะเยอะพอให้ทำงานอยู่ได้ทั้งคืน ถ้าเธอจะโต้รุ่งอะนะ"

 

 

แทฮยอนพยักหน้ารับพร้อมกับยกโกโก้ขึ้นจิบอีกอึก ท่าทางดูเงอะงะต่างจากตอนที่เขาแอบมองจากในห้องครัว ซึงฮุนก็เลยเดินหลบฉากออกมาเพื่อที่อีกฝ่ายจะได้ผ่อนคลายให้เต็มที่

 

 

แทฮยอนจัดการขนมปังไปได้ครึ่งแผ่นแล้วตอนที่ผ้าห่มผืนนิ่มบางถูกคลุมลงมาบนไหล่จากทางด้านหลัง เด็กหนุ่มไม่ได้หันไปมอง แต่ยกขนมปังขึ้นกัดอีกคำ

 

 

"ถ้าเครียดๆเบื่อๆก็มานั่งเล่นห้องนี้ได้นะ อยู่ห้องเธอคงจะมีแต่งานกองเต็มไปหมด มานั่งเล่นที่นี่ให้สบายใจก่อน ค่อยกลับไปทำงานต่อ

 

 

แทฮยอนกระชับผ้าห่มผืนนุ่มให้แนบตัว ตอนที่เสียงฝีเท้าของอีกฝ่ายทิ้งห่างจนเงียบไปแล้ว ดวงตาเรียวมองแก้วโกโก้และขนมปังในมือ

 

 

ชักไม่อยากกลับห้องซะแล้วแฮะ...

 

 

...................

 

 

เขามองลงไปด้านล้าง เจ้าของรถเบนซ์สีบรอนซ์คันงามในชุดเสื้อยืดเปื้อนสี กางเกงเปรอะๆกับผ้าใบสีเหลืองแก่เหยียบส้นลงรถมาพร้อมกับบุหรี่ที่คาบอยู่ในปาก ในมือมีถุงจากร้านสะดวกซื้อที่อยู่ห่างออกไปจากตัวหอประมาณ10 นาที สามถึงสี่ถุง

 

 

เท่ห์ฉิบหาย...

 

 

ซึงฮุนคิดว่าถ้าตัวเองเป็นผู้หญิง เขาก็คงจะกรี๊ดกับความเท่ห์นี้ของแทฮยอนเหมือนกับคนรอบๆตัวอีกฝ่าย ดูสิ คนอะไรดูดีแม้เสื้อผ้าจะเปื้อนสีไปทั้งชุด แขนที่พ้นขอบแขนเสื้อออกมาเปรอะเลอะเทอะเป็นจุดๆ ทั้งยังรวบผมขึ้นไปมัดไว้แบบนั้น

 

 

แทฮยอนวางถุงของไว้บนหลังคารถแล้วก็เดินไปง่วนทำอะไรสักอย่างที่ท้ายรถ เขามองไม่เห็นอะไรนอกจากมือขาวๆอันเต็มไปด้วยรอยสักที่โผล่พ้นฝากระโปรงรถที่ถูกเปิดขึ้นมาเท่านั้น

 

 

ซึงฮุนยืนเท้าระเบียงรอ ไม่นานฝากระโปรงรถก็ถูกปิดลง อีกฝ่ายจับบุหรี่จุดไฟ ยัดใส่ริมฝีปากแล้วสูดเฮือกใหญ่ ก่อนจะเงยหน้าพ่นควันคลุ้งในอากาศ

 

 

ในจังหวะที่อีกฝ่ายลืมตาที่หลับพริ้มอย่างผ่อนคลายขึ้น ก็ได้สบตาเข้ากับเขาที่รอจังหวะอยู่แล้วแบบจังๆ ซึงฮุนไม่รู้ว่าเขาเผลอยิ้มแบบไหนไป

 

 

แต่ถ้ามองไม่ผิดจากชั้นสาม เหมือนเขาจะเห็นริ้วแดงพาดผ่านบนใบหน้านั้น ก่อนที่อีกฝ่ายจะรีบก้าวฉับๆเข้ามาในตัวตึกอย่างรวดเร็ว

 

 

ซึงฮุนยืนยิ้มอยู่ตรงระเบียงอีกพักใหญ่ ใบหน้าที่ดูเหมือนผ่อนคลายเสียมากมายนั่น เขาอยากจะเห็นมันอีกสักครั้ง...จริงๆนะ 

 

 

....................

 

 

ซึงฮุนเจอกับนัมแทฮยอนที่หน้าลิฟท์ในตอนดึกของคืนวันหนึ่งเข้าอย่างจังๆ เขาพึ่งกลับมาจากคณะเพราะมีคุยกับอาจารย์ถึงดึก ส่วนอีกฝ่ายในชุดเสื้อฮู้ดสีแดงเข้ม กางเกงยีนส์ตัวโคร่งตัวเดิมที่เปื้อนสี และผ้าใบที่เขรอะสีไปหมดพร้อมกุญแจเบนซ์ในมือ ไม่รู้ว่ากำลังจะไปไหน 

 

 

แต่แทฮยอนกำลังจะเข้าลิฟท์ ส่วนเขาจะออก 

 

 

"จะไปไหนเหรอ?"

 

 

ตอนเขาออกมาจากคณะก็ห้าทุ่มกว่าแล้ว มาถึงนี่คงซักเหยียบๆเที่ยงคืนได้

 

 

"หลบ"

 

 

"จะไปไหนอ่ะ ให้ไปเป็นเพื่อนไหม?"

 

 

เขาลองหยั่งเชิงถาม แม้ประเมินจากน้ำเสียงและหัวคิ้วที่ขมวดยุ่งนั้นแล้ว อีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่ดีสักเท่าไหร่ก็ตาม

 

 

"หลบ"

 

 

"เรื่องอะไรคราวนี้เครียดเรื่อง?"

 

 

"สีที่มีมันใช้ไม่ได้ จะไปซื้อสี หลบ"

 

 

...

 

 

"รอบนี้ใช้สีทำอะไรอ่ะ?"

 

 

"ทำโต๊ะ"

 

 

"ทำโต๊ะ?"

 

 

"ใช่"

 

 

ซึงฮุนยกมือขึ้นเกาท้ายทอยตัวเองพร้อมมองคนที่ยืนเขย่าขาอยู่หน้าชาร์ตสีขนาดใหญ่ที่ด้านในร้านขายสีอย่างใช้ความคิด เขาไม่รู้ว่าจะช่วยแทฮยอนได้ไหม แต่พวกเพื่อนบอกว่าเขาเป็นคนมีเซนส์ทางด้านแฟชั่นที่ดี

 

 

กับสีก็คงคล้ายๆกัน...มั้ง

 

 

"แล้ว...ทำโต๊ะอะไรอ่ะ?"

 

 

อีกฝ่ายหันมามองเขา ดวงตาหรี่ลงคล้ายจะตำหนิว่าถามอะไรไม่เข้าท่า แต่ก็ยอมตอบ

 

 

"โต๊ะอเนกประสงค์"

 

 

"เฮ่ย ไม่ได้ดิ เอาไว้ใช้เฉพาะสักอย่าง"

 

 

"เฉพาะไงอ่ะ ก็โต๊ะเตี้ยเอาไว้วางเข้าชุดกับโซฟา จะวางของกิน วางหนังสือ วางคอม หรืออะไรก็ได้ทั้งนั้น"

 

 

ซึงฮุนเลิกคิ้ว มองสีเสื้อของแทฮยอนสลับกับมองหน้าเจ้าตัวอย่างใช้ความคิด ก่อนจะเดินไปจิ้มเอาสีที่สว่างกว่าและออกโทนชมพูนิดหน่อยบนชาร์ตสีใหญ่นั้น

 

 

"ไม่รู้หรอกว่าโต๊ะเป็นไง แต่สีนี้น่าจะแสดงความเป็นตัวเธอถ่ายทอดผ่านโต๊ะออกมาได้ดีนะ"

 

 

แทฮยอนมองใบหน้าตี๋ๆที่ส่งยิ้มมาให้

 

 

"เอาสีเบอร์นี้ 2 ถังครับ"

 

 

...

 

 

แทฮยอนสะบัดรองเท้าออกแล้วพุ่งไปที่โต๊ะไม้ที่เขาทำไว้ทันที่เมื่อถึงห้อง แปรงทาสีที่จุ่มอยู่ในถังน้ำถูกจับขึ้นมาสะบัดเคาะจนหมาด ก่อนที่เด็กหนุ่มจะจุ่มมันลงในถังสีที่ซึงฮุนพึ่งเปิดฝาให้ 

 

 

"เป็นไง?"

 

 

คนที่นั่งยองๆอยู่หลังถังสีถามเมื่อแทฮยอนป้ายสีลงไปบนตัวไม้เป็นครั้งที่สอง

 

 

"ก็ดี ต้องรอดูอีกทีตอนทาสีรอบสองเสร็จ ไม่ดิ ต้องรอดูตอนลงแลคเกอร์เสร็จ เพราะสีจะเพี้ยนอีกนิดหน่อย"

 

 

"โอเค งั้นก็ตั้งใจทำนะ ไม่กวนสมาธิเธอแล้ว"

 

 

ซึงฮุนฉีกยิ้มให้พร้อมกับยันตัวลุกขึ้นยืน

 

 

"เดี๋ยวก่อน"

 

 

แทฮยอนไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา และมือที่กำลังทาสีนั้นก็ไม่ยอมหยุดขยับ 

 

 

"หืม?"

 

 

"ช่วยนั่งอยู่เป็นเพื่อน... อีกแป๊บนึงดิ"

 

 

เขาเห็นใบหูนั่นแดงขึ้นมาหลังจากที่พูดจบ ซึงฮุนหัวเราะน้อยๆ ก่อนจะตกปากรับคำ

 

 

"โอเค เดี๋ยวจะไปทำอะไรให้กินละกัน"

 

 

เขาก้มตัวลงไปขยี้ผมอีกฝ่ายก่อนจะเดินทอดน่องเข้าไปในส่วนของห้องครัวที่โล่งตาสุดๆ ในตู้เย็นขนาดกลางมีเพียงกระป๋องเบียร์ กระปุกช็อคโกแลตเสปรด แล้วก็กล้วยหอมที่ผิวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำช้ำ

 

 

"เจ้าเด็กนี่... กินตามเหรอเนี่ย น่ารักจังแฮะ"

 

 

ซึงฮุนคว้าเอาถุงขนมปังที่วางอยู่เเถวนั้นมาเปิดออกดู ยังเหลือขนมปังอยู่อีกแผ่นพอดี 

 

 

เขาวางจานขนมปังลงบนพื้นใกล้ตัวแทฮยอน อีกฝ่ายมองจานขนมปัง มองหน้าเขาแล้วก็หันกลับไปมองที่โต๊ะอย่างรวดเร็ว มือที่ทาสีขยับเร็วขึ้น แก้มค่อยๆแดงขึ้นมาเป็นปื้น ซึงฮุนหัวเราะ ยีผมอีกฝ่ายอีกครั้ง

 

 

"เดี๋ยวมานะ ไปชงโกโก้ให้แป๊บนึง"

 

 

..................

 

 

"ฮุน!"

 

 

"ว่า?"

 

 

เขากดหยุดเพลงในเพลย์ลิสต์ เเล้วเงยหน้ามองกลุ่มเพื่อนที่เดินมาล้อมโต๊ะ

 

 

"เรื่องมึงกับน้องนัมแทฮยอน มันยังไงไหนพูด!"

 

 

เจย์ถามพร้อมขยับก้นขึ้นมานั่งบนโต๊ะเรียนของเขา ส่วนจีอุคและซอกจินลากเก้าอี้มานั่งขนาบข้าง

 

 

"ก็ได้ยินมาว่ายังไงล่ะ?"

 

 

"คนเลว เดี๋ยวนี้ปิดบังเพื่อนเหรอวะ?"

 

 

"กูไม่ได้ปิดบังอะไรเลย"

 

 

เขาไม่เคยปิดบังอะไรพวกมันอยู่แล้ว แค่เวลาที่เขาได้อยู่กับแทฮยอนเป็นเวลาดึกดื่นค่ำมืดในห้องเขาหรือห้องของอีกฝ่ายในหอที่ไกลออกมาจากกระจุกหอพักที่คนพลุกพล่าน ไม่ก็ร้านสี หรือร้านสะดวกซื้อที่ไกลออกมาจากตัวมหาลัยก็เท่านั้น พวกมันก็เลยไม่ได้มีโอกาสเห็นเวลาที่เขาอยู่กับน้อง

 

 

"แต่มึงก็ไม่พาน้องเค้ามาให้พวกกูรู้จัก"

 

 

"เออ นี่ได้ข่าวมาว่ามึงไปเทียวรับเทียวส่งน้องที่คณะมาจะเป็นเดือนละ ไอพวกกูรึจะตามไปดูงานก็เข้าอยู่นั่น"

 

 

"นี่เมื่อเช้าก็ได้ยินมาอีกว่า เมื่อคืนพวกมึงสองคนไปเดินจู๋จี๋กันที่สวนน้ำพุนอกมแม่งงง"

 

 

"ใจคอทำด้วยอะไรวะ นี่ต้องให้พวกกูรู้จากคนอื่นตลอดถูกมะ คือบอกพวกกูหน่อยไหม ใจคอจะบอกหลังจากที่ได้กันแล้วรึยังไง?"

 

 

ซึงฮุนหัวเราะความดราม่าของพวกเพื่อน นี่คงเตี๊ยมกันมาดิบดีเลยสินะ

 

 

"ก็แล้วถ้ากูพามาตอนนี้ พวกมึงสัญญาได้ป้ะล่ะว่าจะไม่ปากหมาแซวน้องเค้าอ่ะ?"

 

 

"อย่าขออะไรที่พวกกูทำไม่ได้สิเพื่อน"

 

 

จีอุคส่ายหน้าพร้อมจุ๊ปาก 

 

 

"งั้นก็รอไป ไว้ความสัมพันธ์ของกูกับแทฮยอนชัดเจนเมื่อไหร่ เดี๋ยวพวกมึงได้เจอน้องบ่อยจนเบื่อหน้าแน่"

 

 

...............

 

 

จริงๆเขาชอบมองนัมแทฮยอนทุกตอนนะ แต่ตอนที่ชอบเป็นพิเศษ ก็คงจะเป็นตอนที่หัวเราะ

 

 

เพราะว่ารอยยิ้มกว้าง เสียงหัวเราะดังกังวานและดวงตาที่ปิดหยีนั่นทำให้โลกของเขาสดใสขึ้นมาอีกระดับแบบทันตาเห็น

 

 

"ฮ่าๆๆๆๆๆ

 

 

คนที่นั่งดูหนังอยู่ข้างเขาหัวเราะจนตัวโยน มือขาวๆฟาดลงมาบนตักเขารัวชนิดที่ว่าต้นขาอาจจะขึ้นรอยแดงเป็นรูปนิ้วมือ พอจบฉากนั้นอีกฝ่ายก็หายใจหอบ ปาดน้ำตาที่ซึมออกมาจากตรงหางตา

 

 

เขายิ้ม เพราะทันทีที่แทฮยอนรู้ตัวว่าเอนตัวซบเขาอยู่ อีกฝ่ายก็ดีดตัวผึงขึ้นมานั่งหลังตรง เอามือลูบผมที่ไม่ได้ยุ่งซักนิดเดียวให้เข้าที่เข้าทาง กระเเอมเบาๆ

 

 

"หนังตลกดีนะ"

 

 

"ฮยองไม่รู้หรอก"

 

 

เขาส่ายหน้า สารภาพตามตรงว่าเขาแทบไม่ได้ดูหนังเลย

 

 

"เพราะมัวแต่มองเราอ่ะ"

 

 

เพื่อนเขาพูดถูกเรื่องระวังหลงสเน่ห์เจ้าเด็กคนนี้ อีซึงฮุนขอคอนเฟิร์มว่าหลงแล้วถอนตัวยากสุดๆไปเลย คนอะไรมันจะน่ารักน่ามองไปทุกการกระทำขนาดนี้วะ

 

 

ไอ้รอยสักนี่มันแค่ตัวหลอกความนุ่มนิ่มน่ารักที่นัมแทฮยอนมีใช่ไหม?

 

 

เขามองแก้มแดงๆกับริมฝีปากที่กระตุกเหมือนเจ้าตัวกำลังตัดสินใจว่าจะยิ้มดีหรือไม่

 

 

"อยากยิ้มก็ยิ้มออกมาสิครับ"

 

 

แล้วอีกฝ่ายก็ยิ้มออกมาง่ายๆแบบนั้นเเหละ

 

 

รอยยิ้มกว้างตาปิดหยี แบบที่เขาโคตรชอบ

 

 

"นัมแทฮยอน"

 

 

"หืม?"

 

 

"อยากเป็นแฟนกับฮยองไหม?"

 

 

.................

 

 

"เฮ้ยๆ นั่นนัมแทฮยอนกับอีซึงฮุนปะวะ?"

 

 

"เฮ้ยมึงๆๆ ตกลงสองคนนี้เค้าคบกันจริงใช่มะ?"

 

 

"เฮ้ยๆ คู่นี้เค้าเปิดตัวแล้วเหรอวะ!"

 

 

"นั่นรองเดือนสินกำปีที่แล้วกับซึงฮุนนวัตใช่ปะวะ เฮ้ย นี่กูพลาดอะไรไป!"

 

 

"แต่กูว่าพักหลังมานี้แทฮยอนน่ารักขึ้นนะ ดูยิ้มเก่งขึ้นด้วย"

 

 

"เขาชมว่าน่ารักขึ้นแน่ะ"

 

 

ซึงฮุนหัวเราะเเล้วเอนตัวเอาไหล่ดันไหล่คนที่เดินอยู่ข้างๆหลังได้ยินคำชมลอยเข้าหู อีกฝ่ายมองค้อนเขาตาขวาง

 

 

"ทำหน้าดุยิ่งน่ารักรู้รึเปล่า ยังกับแมวขู่แน่ะ"

 

 

เขาลูบผมอีกฝ่ายเบาๆ ก่อนจะคว้ามือขาวๆของอีกคนมากุมไว้

 

 

อย่าแซวดิ๊

 

 

"ทำไมล่ะ เขินเหรอ?"

 

 

เขาก้มหน้าลงไปถามแทฮยอนที่ดึงเอาฮู้ดที่ทิ้งตัวอยู่บนไหล่ขึ้นมาสวมหัวทั้งยังดึงให้ปิดหน้าไปเสียกว่าครึ่ง

 

 

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังได้เห็นปลายจมูกแดงๆ กับริมฝีปากที่เหมือนจะแต้มยิ้มจางๆอยู่ดี

 

 

"อือ"

 

 

ซึงฮุนหัวเราะ อดไม่ได้ที่จะยื่นหน้าเข้าไปใกล้แล้วกดจูบลงตรงขมับเร็วๆทีหนึ่ง

 

 

เรื่องแทฮยอนหยิ่งและถือตัวนี่ทุกคนเข้าใจผิดนะ แฟนเขาไม่ได้หยิ่งเสียหน่อย ก็แค่แสดงอารมณ์ไม่ค่อยจะเก่งเท่านั้นเอง

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,071 ความคิดเห็น

  1. #982 Gamairu (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 00:39
    แกกกก ฮุนนัม มันดีย์เว่อร์ แบบดีจริงๆชั้นชอบเขา ทั้งคู่ ชอบนัมรักนัมแบบลูก รักฮุนแบบผัวแต่ต้องไม่แย่งผัวลูก ไม่ได้นะ ท่องไว้ๆๆ
    #982
    0
  2. #960 Nikhotohoto (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 04:13
    😭😭😭😭😭 ชอบจังเลย

    ฮุนเปนมนุษย์พระอาทิตย์ อบอุ่นจนร้อนไปหมด

    นัมก้อน่ารัก ตลกแก๊งเพื่อนฮุนด้วย555

    #960
    0
  3. #929 konun==top (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 23:23
    โอ้ย คิดถึงฮุนนัม มันน่ารักอะ
    #929
    0
  4. #928 namcat (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 01:35
    แงงงงงงงงงงงงง น่ารักมากเลยย หวานหอมม ฮืออออออออออ คิดถึงฮุนนัมมมากกกกกกกกกกกก
    #928
    0
  5. #927 NICASIO♥ (จากตอนที่ 90)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2560 / 08:36
    ฮือออออ ดีใจที่ยังมีคนแต่งฮุนนัมอยู่ ขอบคุณนะคะ;____;
    #927
    0