Fic Winner - Apartmate (Yoonwoo)

ตอนที่ 60 : ♫ OS Love Letter -Minhoon-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 182
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    1 พ.ค. 59

 
 

{OS} Love Letter

-Minhoon-

 

 

"มึงๆ มาเเล้วโว้ยมาเเล้ว"

 

 

จีฮุนใช้เเขนกระเเซะเพื่อนผิวเข้มหน้าคมที่นั่งสไลด์โทรศัพท์เล่นอยู่ด้านข้างเขา เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอทัชสกรีน ดวงตาคมมองผ่านกระจกบานใหญ่ออกไปด้านนอกห้อง ตรงนั้นมีกลุ่มนักศึกษาปีสองกลุ่มใหญ่กำลังเดินตรงมาที่ประตู

 

 

ชายหนุ่มใจเต้นตึกตักเมื่อเห็นคนที่เขาเฝ้ามองหา วันนี้รุ่นพี่คนนั้นอยู่ในชุดฮู้ดดี้สีเขียวเเปร๋นสะท้อนเเสงกับกางเกงยีนส์สีซีดสั้นเหนือเข่าเเละเขากำลังคุยอย่างออกรสกับเพื่อนชายตัวสูงที่จีฮุนตั้งชื่อให้ว่าพี่ลูกเจี๊ยบ

 

 

รุ่นพี่คนนั้นเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับกลุ่มเพื่อนๆในเอก วิชานี้เป็นวิชาที่ปีหนึ่งเอกดนตรีอย่างพวกเขาต้องเรียนรวมกับพี่ปีสองเอกแดนซ์ เขาเลยได้มีโอกาสลอบมองอีกฝ่ายเเละเริ่มปฏิบัติการ

 

 

พวกปีสองบางคนเดินมานั่งกับกลุ่มรุ่นน้องที่รู้จัก เเต่ส่วนมากจะจับกลุ่มนั่งกับพวกปีสองกันเองเสียมากกว่า ส่วนรุ่นพี่คนนั้นนั่งกับพี่ลูกเจี๊ยบเเล้วก็พวกฮยองหน้าตาหล่อๆอีกสองคนที่ฝั่งซ้ายมือของห้องใกล้กับประตู

 

 

"ไอเหี้ยมึง เเทมินเริ่มส่งของละ"

 

 

เขามองตามกล่องกระดาษที่ถูกส่งต่อจากเเทมินที่มุมขวาของห้องไปให้คนที่กำลังยืนเล่าเรื่องให้กลุ่มเพื่อนของตัวเองฟังอยู่อย่างสนุกสนาน

 

 

ใบหน้าตี๋ๆนั่นทำหน้าประหลาดใจนิดหน่อยเมื่อกล่องกระดาษจากร้านชูครีมชื่อดังถูกส่งไปถึงมือ

 

 

"สั๊ดดด ถึงมือพี่เค้าเเล้ว ชูครีมที่มึงถ่อขับรถไปซื้อ"

 

 

"มึงนิ่งดิ๊ กูชอบเค้า กูต้องตื่นเต้นกว่าปะวะ"

 

 

เขาว่า ทำเป็นสไลด์โทรศัพท์เล่นเเต่ตาก็คอยเหลือบมองปฏิกริยาของอีกฝ่าย

 

 

"ฮิ้ววววววววววววววว"

 

 

"มีจดหมายด้วยหว่ะ เปิดอ่านดิ๊ฮุน"

 

 

เสียงโห่เเซวจากพวกเพื่อนของซึงฮุนฮยองทำให้เขารู้สึกหน้าร้อนๆขึ้นมา นี่ขนาดไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นใคร เเละไม่ได้โดนเเซวต่อหน้านะเนี่ย 

 

 

เเม่งเขินชิบเป๋งเลยโว้ย...

 

 

"เฮ้ย ใครส่งอันนี้มาวะ?"

 

 

เป็นพี่ลูกเจี๊ยบที่หันหน้ามาทางพวกปีหนึ่งที่นั่งสุมกันอยู่เเล้วตะโกนถาม พวกเพื่อนเขาส่ายหน้ากันพรืดอย่างพร้อมเพรียง เเถมยังช่วยตะโกนตอบกันเสียงดังโหวกเหวก ว่ามันส่งต่อๆกันมาครับ/ค่ะ

 

 

ทำดีมากเพื่อนๆที่รัก....

 

 

เขาเหลือบตาไปก็เห็นซึงฮุนฮยองแกะจดหมายสีชมพูออกดู เสร็จเเล้วก็เงยหน้าขึ้นฉับเพื่อกวาดตามองไปรอบๆห้อง เขาเลยต้องรีบทำเป็นของานจีฮุนมาลอก

 

 

"ไอควายมินโฮ มึงสะดุ้งโหยงขนาดนี้ความเเตกพอดี ละมาว่ากู"

 

 

จีฮุนว่าเเล้วตบหัวเพื่อน มินโฮทำเป็นลอกการบ้าน เเต่หูยังเงี่ยฟังเสียงกลุ่มพี่ๆคุยกัน

 

 

"จดหมายเขียนว่าไรวะซึงฮุน?"

 

 

เขากำปากกาเเน่นเมื่ออีกฝ่ายเงียบไป ถึงเนื้อความมันจะไม่มีอะไรก็เถอะ แต่เขาก็อยากให้ซึงฮุนฮยองรู้คนเดียวนี่หว่า

 

 

"ไม่บอกโว้ย"

 

 

น่ารักที่สุดเลย....

 

 

"ไรวะ นี่เพื่อนนะเนี่ย"

 

 

"เพื่อน เเต่กูไม่บอก"

 

 

"จะบอกไม่บอก

 

 

"จะเเดกไม่เเดก"

 

 

เเล้วสงครามน้ำลายก็ยุติลงเมื่อเพื่อนทั้งสามของซึงฮุนได้รับชูครีมไปคนละลูก

 

 

เขามองคนหน้าตี๋หัวเราะก่อนจะหยิบชูครีมมากัดกินบ้าง มินโฮยิ้มพอใจเเล้วก้มหน้าลงเล่นโทรศัพท์มือถือต่อ

 

 

อย่างน้อยมันก็ผ่านไปด้วยดีหล่ะนะ

 

 

....

 

 

จดหมายฉบับที่ 1

 

 

'วิชานี้มันออกจะน่าง่วงไปหน่อย เอาชูครีมไปกินเเก้เบื่อนะ'

 

 

เขาอ่านเเล้วพับมันเก็บใส่กระเป๋า ไม่สนใจเสียงทักท้วงของเพื่อนที่บอกให้อ่านข้อความในจดหมาย

 

 

"เพื่อน เเต่ไม่บอกโว้ย"

 

 

เเล้วเขาก็จับชูครีมยัดปากเพื่อนเขาทั้งสามคน เเน่นอนว่าขนมอร่อยพอจะทำให้เพื่อนบ้าหยุดปากได้

 

 

ซึงฮุนหยิบชูครีมมากินหนึ่งลูกเเล้วนั่งลงที่โต๊ะเลคเชอร์ 

 

 

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะชูครีมหรือว่าเขาคิดไปเอง แต่คลาสวันนั้นผ่านไปด้วยความน่าเบื่อน้อยกว่าที่คิด 

 

 

....

 

 

จดหมายฉบับที่ 12

 

 

"อีกรอบไหวปะวะเจย์ มาร์คอ่ะ?"

 

 

ซึงฮุนถามเพื่อนที่นอนเเผ่อยู่บนพื้นทั้งสองคน เขาจับชายเสื้อกระพือคลายร้อน ส่วนเจย์กับมาร์คถอดเสื้อออกเเล้วไปนอนแผ่ตรงที่เเอร์ลงเเล้ว

 

 

"ไหวดิ"

 

 

"กูก็ไหว เเต่จบรอบนี้ขอไปหาน้ำกินก่อนนะ เหงื่อออกจนน้ำจะหมดตัวละเนี่ย"

 

 

ชายหนุ่มร่างสูงที่ถูกขนานนามว่าลูกเจี๊ยบว่า ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นมายืนประจำที่ ซึงฮุนเดินไปเปิดเครื่องเสียงที่มุมห้องซ้อม ก่อนจะเดินไปประจำที่เหมือนกัน

 

 

"ห้า หก เจ็ด แปด..."

 

 

เขากำลังขยับเท้านับจังหวะตอนที่ประตูห้องเปิดออกพรวด พร้อมกับเด็กหนุ่มหน้าตาเด๋อๆคนหนึ่งที่ปรากฎตัวขึ้น

 

 

"มีไรวะ?"

 

 

เขาถาม พลางเดินไปหาน้องที่ยืนดันเเว่นสายตาของเจ้าตัวที่ไหลลงมาที่ปลายจมูกอยู่หน้าประตู

 

 

"มีคนฝากไอ้นี่มาให้คนที่ชื่อซึงฮุนครับ"

 

 

เด็กหนุ่มยกถุงใสในมือขึ้น ในนั้นบรรจุขวดน้ำผึ้งมะนาวขวดใหญ่สี่ขวด ที่ทำเอาเจย์ร้องลั่น

 

 

"ร้องทำไม ชื่อซึงฮุนรึไงไอ้เจี๊ยบ?"

 

 

เขาหันไปกวนตีนใส่เพื่อนก่อนจะรับถุงขวดน้ำมะนาวนั้นมา

 

 

"นี่ด้วยครับฮยอง"

 

 

จดหมายสีชมพูถูกยื่นมาอีกฉบับ เขาพยักหน้าขอบใจก่อนจะโยนถุงเครื่องดื่มให้มาร์คต้วนกับเจย์ ส่วนตัวเองหลบมายืนมุมห้องเเล้วเปิดจดหมายออกอ่าน

 

 

'ถ้าได้อ่านจดหมายเเสดงว่ายังไม่เลิกซ้อมสินะ...'

 

 

"ช่ายย"

 

 

'พรุ่งนี้จะสอบก็จริง เเต่ก็อย่าหักโหม...'

 

 

"ครับๆ รู้แล้วครับ"

 

 

'พักผ่อนให้พอเเล้วก็กินเยอะๆหน่อยนะ ช่วงนี้ผอมเกินไปเเล้ว'

 

 

"ผอมตรงไหนวะ?"

 

 

ซึงฮุนเลิกคิ้วเเล้วก็ถกชายเสื้อขึ้นดูพุงตัวเอง  เขาหมุนตัวซ้ายขวาพลางส่องกระจกห้องซ้อม คนหน้าตี๋ขมวดคิ้ว เพราะรู้สึกว่าตัวเขาไม่ได้บางลงเเต่อย่างใด

 

 

"แม่งมโน"

 

 

"มึงยืนคุยกับจดหมายนี่อีคนส่งมามันจะรู้เรื่องกับมึงมะ?"

 

 

"นี่เพื่อน น้ำมะนาวที่ดูดอยู่อ่ะ ของกูนะ กวนตีนเพื่อ?"

 

 

"ของมึงเเต่กูจะเเดก เดี๋ยวกูกับมาร์คจะจัดอีกคนละขวดถ้ามึงยังไม่รีบมาเอาไป"

 

 

ซึงฮุนเบ้หน้าเเล้วเดินมารับขวดน้ำมะนาวจากมือมาร์คไปดื่ม น้ำมะนาวผสมน้ำผึ้งเย็นๆทำให้สดชื่นเเละดับกระหายได้ดี

 

 

"มาร์ค ดูหน้าเเม่งดิ คึกละ กูว่าสงสัยวันนี้เราได้ซ้อมกันถึงเที่ยงคืนชัวร์"

 

 

......

 

 

จดหมายฉบับที่ 18 

 

 

"หืม?"

 

 

เขาปรือตาขึ้นเมื่อหูเเว่วเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ที่ข้างหมอน มันดังอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดไป ซึงฮุนหาวทั้งหลับตา ไม่ได้สนใจเพราะตั้งเสียงเรียกเข้านี่ไว้สำหรับเบอร์เเปลก

 

 

หลังจากงัวเงียขยี้ตาอยู่ครูหนึ่ง เขาก็คว้าโทรศัพท์ที่ข้างหมอนขึ้นมาดู ตัวเลขดิจิตอลบนหน้าจอทัชสกรีนบอกเวลา 7.45 นาที

 

 

"ชิบหาย สายเเล้ว!"

 

 

เขาโยนโทรศัพท์ลงเตียง ดีดตัวผึงขึ้นไปหยิบผ้าเช็ดตัวเเล้วเข้าห้องน้ำไปจัดการธุระอย่างไว

 

 

เสื้อมิคกี้เมาส์สีขาวตัวใหญ่ถูกหยิบมาสวม ซึงฮุนคุ้ยยีนส์สีดำพอดีตัวมาสวมอย่างรีบร้อน ควักเจลแต่งผมมาถูมือเเล้วเสยผมทีเดียวลวกๆ 

 

 

ถึงจะสายเเต่เรายังต้องมีสไตล์...

 

 

เขากำลังจะกดล็อคลูกบิดประตูห้องตอนที่สายตาเหลือบไปเห็นถุงกระดาษที่เเขวนอยู่กับลูกบิด มันเป็นถุงจากร้านกาเเฟชื่อดังที่มีสัญลักษณ์เป็นนางเงือกสีเขียว

 

 

เเต่ของข้างในดูเหมือนจะไม่ใช่...

 

 

ซึงฮุนล้วงเอาเเซนด์วิชหน้าตาประหลาดๆสองคู่ที่ถูกหั่นเป็นสามเหลี่ยมประกบกันไว้ ห่อด้วยพลาสติกสำหรับซีนอาหารขึ้นมาดูใกล้ๆเเล้วหัวเราะ

 

 

"มันควรจะเป็นเเซนด์วิชอะไรวะ มั่วชิบเป๋งเลย"

 

 

 เขาเเกะพลาสติกออกดูเเล้วยกมันขึ้นมาสำรวจ คู่หนึ่งเหมือนจะเป็นไส้ชีสกับทูน่าที่ทาทูน่ามาเเบบล้นทะลัก ส่วนอีกคู่เป็นเเฮมเเผ่นหนา ชีส เเละไข่ต้มฝานเเบนๆ ที่เพียงเเค่เเกะพลาสติกซีนออกอีกนิดไข่เเดงก็หล่นเเหมะลงไปกองที่พื้นเเล้ว

 

 

เเล้วจะกินยังไง...

 

 

ซึงฮุนห่อพลาสติกกลับลวกๆเเล้วเปิดประตูห้องเข้าไปคุ้ยหากล่องพลาสติกเพื่อนำมาใส่เเซนด์วิช ระหว่างทางลงลิฟต์เขาสำรวจดูในถุงกระดาษ นอกจากเเซนด์วิชเเล้วก็มีนมจืดอีกหนึ่งขวด

 

 

"เห็นนี่เป็นเด็กสามขวบรึยังไงเนี่ย?"

 

 

ประเด็นจริงๆคือซึงฮุนไม่ชอบกินนม...

 

 

ซึงฮุนเก็บนมลงถุงเเล้วหยิบจดหมายที่ก้นถุงขึ้นมาอ่าน มันเปียกๆนิดหน่อยเพราะขวดนมเปียก เเต่ตัวอักษรก็ยังอ่านรู้เรื่องอยู่

 

 

'เหมือนจะไม่ชอบกินนมใช่ไหม...

 

 

"x เป็นสตอล์คเกอร์รึไงวะเนี่ย?"

 

 

ซึงฮุนบ่นพึมพำ เขาเป็นคนไม่ชอบกินนม เเต่ชอบพวกกาเเฟเเล้วก็ชา เขาดื่มเจ้าพวกนี้เป็นประจำเวลาต้องอยู่ซ้อมดึกๆที่ห้องซ้อมของคณะ

 

 

ซึงฮุนอ่านจดหมายต่อพร้อมกับเดินออกจากลิฟท์ไปที่รถ 

 

 

'นมร้านนี้อร่อยนะ หอมมันมาก กินเเล้วจะติดใจ...'

 

 

"ถ้าไม่อร่อยนะ จะส่งคืน"

 

 

เขาว่าพลางปลดล็อครถ ซึงฮุนหย่อนตัวลงนั่งเเล้วสตาร์ทเครื่องยนต์ เขาเปิดฝาขวดนม กระดกดื่มเเล้วก็ต้องเบิกตาโต

 

 

"อร่อยจริงเว้ย"

 

 

รสชาติของมันหอมมันเหมือนครีมมากกว่านมจืดรสชาติเฝื่อนๆกลิ่นคาวๆที่เขาเคยดื่ม ซึงฮุนดื่มอีกอึกเเล้วหย่อนขวดนมลงในช่องที่คอนโซลหน้า หยิบกล่องใส่เเซนด์วิชมาวางบนตัก กัดคำหนึ่งก่อนจะออกรถ

 

 

ชายหนุ่มขับรถไปกัดเเซนด์วิชไป พร้อมดื่มนมไปจนถึงหน้าคณะ เขาดับเครื่องยนต์ ปิดฝากล่องกับฝาขวดนมทิ้งไว้ในรถ ก่อนจะอ่านจดหมายจนจบ

 

 

'แซนด์วิชมันหน้าตาประหลาดไปหน่อยเพราะพึ่งลองทำเป็นครั้งเเรก เเต่รสชาติมันก็ใช้ได้นะ ไว้จะทำอะไรที่อร่อยกว่านี้มาให้กิน'

 

 

ซึงฮุนพยักหน้ากับจดหมาย คิดในใจว่ามาเลย เขารออยู่

 

 

'วันนี้สอบเลคเชอร์ก็สู้ๆนะ ซึงฮุนเก่งอยู่เเล้ว ไฟท์ติ้ง!!'

  

 

เขาหัวเราะตัวการ์ตูนที่ท้ายจดหมาย มันเป็นการ์ตูนลายเส้นวาดด้วยดินสอ เป็นรูปผู้ชายใส่ฮู้ดดี้กับกางเกงขาสั้นที่มีขายาวเก้งก้างแถมโก่งนิดๆ ตาหยีๆเเล้วก็ใส่หมวกเเก๊ป

 

 

รู้เลยว่าวาดใคร...

 

 

"ไฟท์ติ้งๆ"

 

 

...

 

 

"คุณอีซึงฮุน อารมณ์ดีเหลือเกินนะ"

 

 

เขาโดนอาจารย์เเม่ประจำคณะเเขวะทันทีที่เดินขึ้นมาถึงห้องสอบ 

 

 

"เพื่อนคุณนั่งรอคุณกันหน้าสลอนเเล้วเห็นไหม?"

 

 

"พึ่งเเปดโมงยี่สิบเจ็ดครับอาจารย์ เวลาสอบตามตารางแปดโมงครึ่ง"

 

 

ซึ่งฮุนก้มหัวให้หล่อนเเล้วเดินไปเเปะมือกับเจย์เเละมาร์คที่เลขที่แรกๆเเละนั่งอยู่อยู่ติดกันตรงหน้าห้อง ก่อนจะเดินไปนั่งประจำที่หลังห้องเพราะตัวเขาเลขที่ท้ายๆ

 

 

ซึงฮุนฮัมเพลงเเล้วขยับตัวอย่างคึกคักไปมาในเก้าอี้เพราะอารมณ์ดี หลายครั้งที่อาจารย์แม่เดินมาตีเขาเเล้วเอ็ดให้เงียบเสียงลง เขาก้มหัวขอโทษ เเต่พอหล่อนเดินพ้นไปก็ฮัมเพลงต่อ

 

 

ขอโทษนะเพื่อนๆ ก็คนมันอารมณ์ดี...

 

 

.....

 

 

 

จดหมายฉบับที่ 25

 

 

 

ฝนตก...

 

 

"ตกอะไรนักหนาวะ ตกมาสามชั่วโมงละเนี่ย"

 

 

เขาบ่นพลางใช้ขอบรองเท้าเตะพื้นบันไดหน้าตึกเเก้เซ็ง ฝนไม่มีวี่เเววว่าจะซา ส่วนรถเขาก็จอดอยู่ตั้งโน่นนน คือจะไม่อะไรหรอกนะ ถ้าวันนี้ไม่ได้พกเเมคบุ๊คที่พึ่งถอยมาเมื่อต้นเดือนมาด้วย

 

 

ถ้าเด๋อด๋าออกไปตอนนี้ พรุ่งนี้แมคบุ๊คคงได้เข้าศูนย์แน่ๆ

 

 

จะโทรหาเพื่อนน่ะเหรอ วันนี้เจย์ก็กลับไปก่อนเพราะต้องไปรับน้องสาวที่สนามบิน  มาร์คไปหาแฟน ส่วนชานยอลเพื่อนในกลุ่มเขาอีกคนหายหัวไปไหนไม่รู้ตั้งแต่เลิกเรียน

 

 

เขาที่อยู่ทำเพลงกับคิดการเเสดงต่ออีกนิดหน่อยก็เลยนั่งทำงานในสตูดิโอเพลิน

 

 

รู้ตัวอีกทีฟ้าก็มืดแล้ว แถมฝนที่ตกตั้งเเต่เย็นก็ยังไม่หยุด

 

 

"เอาไงดีวะ?"

 

 

พลันหางตาเหลือบไปเห็นไฟที่ห้องทางซ้ายมือสุดของตึกยังสว่าง เขาก้าวเดินไปที่ห้องนั้นทันที เพราะคิดว่าคนที่ใช้ห้องคงจะเป็นรุ่นน้องไม่ก็รุ่นพี่ที่รู้จักกันบ้างหล่ะ เพราะคนที่ชอบอยู่คณะจนเย็นย่ำค่ำมืดก็มีอยู่ไม่กี่คน

 

 

เเต่กลับไม่มีคนอยู่ในห้องนั้นสักคนเดียว

 

 

ไม่นานซึงฮุนก็เข้าใจว่าเหตุใดห้องนี้ถึงเปิดไฟเมื่อเห็นข้อความบนกระดานไวท์บอร์ด

 

 

"นี่เป็นสตอล์คเกอร์จริงๆใช่ไหมวะ?"

 

 

เขาว่าพร้อมเดินไปกลางห้องเพื่ออ่านข้อความบนกระดาน

 

 

'เอาร่มไปใช้นะ เอาผ้าขนหนูคลุมหัวไปด้วยเดี๋ยวจะเป็นหวัด ถ้าโดนฝนกลับถึงห้องอย่าลืมรีบอาบน้ำสระผมนะ'

 

 

ซึงฮุนเหลือบมองร่มสีชมพูพาสเทลที่ว่างอยู่บนโต๊ะอาจารย์ ข้างๆกันมีผ้าขนหนูสีเขียวอ่อนโทนพาสเทลเหมือนกันพับไว้เรียบร้อย

 

 

"ตกลงเป็นผู้หญิงเหรอเนี่ย?"

 

 

เขาว่า เดินไปที่กระดานแล้วหยิบปากกาไวท์บอร์ดขึ้นมาเขียนตอบ เสร็จแล้วจึงหยิบผ้าขนหนูมาพันเเมคบุ๊ค ก่อนจะคว้าร่มแล้วเดินออกจากห้องไป

 

 

คนที่รออยู่ข้างตึกรีบวิ่งเข้ามาในห้องเมื่อมั่นใจว่าซึงฮุนขึ้นรถไปเรียบร้อยเเล้ว มินโฮมีสภาพตัวเปียกโชกเพราะตรงที่เขาเเอบอยู่นั้นฝนสาด เเต่ก็ยิ้มออกมาได้เมื่อเห็นข้อความบนกระดาน

 

 

'ขอบคุณสำหรับร่มกับผ้าขนหนูนะ ถ้าเปียกฝนก็รีบสระผมนะ อย่าป่วยหล่ะ! J '

 

 

....

 

 

จดหมายฉบับที่ 32

 

 

"ฮัดชิ่ว!"

 

 

"ไหวป้ะหล่ะเนี่ย?"

 

 

ชานยอลที่นั่งอยู่ทางซ้ายมือเขาบนโซฟาถามพลางยื่นทิชชู่ให้เขาที่น้ำมูกเริ่มย้อย ซึงฮุนรับทิชชู่มายัดเข้าไปในรูจมูกเเล้วเอนตัวพิงโซฟาเพราะหวังว่ามันจะไหลกลับเข้าไปเหมือนเดิม

 

 

"มึงคิดว่ามันจะไหลกลับเข้าไปงี้เหรอ ปัญญาอ่อน"

 

 

"เจย์มึงหุบปาก"

 

 

เขาปาทิชชู่ใส่เพื่อนที่เต้นอยู่กลางห้อง แล้วก็วาดกำปั้นลุ่นๆใส่อกมาร์คเพราะได้ยินเพื่อนหัวเราะเยาะ

 

 

"กลับก่อนป่ะไปนอนเหอะ ก่อนที่น้ำมูกจะท่วมสตูดิโอ"

 

 

ชานยอลว่าเเล้วดึงเเขนเขาให้ลุกขึ้น 

 

 

"ป่ะ เดี๋ยวไปส่ง สภาพดูจะไม่ไหว"

 

 

มาร์คว่าเเล้วลุกขึ้นบ้าง เเต่ซึงฮุนส่ายหน้า เขาทิ้งตัวนั่งลงเหมือนเดิมแล้วจามออกมาอีกที

 

 

"ฮัดชิ่ว!"

 

 

"กูไหว"

 

 

"ไม่ไหว!!!"

 

 

เพื่อนเขาประสานเสียงกันลั่น แล้วพร้อมใจกันฉุดให้เขาลุกขึ้น

 

 

"พวกมึงจะซ้อมกันแล้วให้กูกลับห้องไปนอนเหรอ ก็เหี้ยเเล้ว"

 

 

"ท่ามึงก็คิดไว้หมดเเล้ว มึงเต้นได้อยู่เเล้ว เดี๋ยวพวกกูก็ช่วยกันซ้อม ไอ้มาร์คได้ท่าเเล้ว ให้มันไปส่งมึง ไปๆ"

 

 

คือธรรมดาเขาก็สู้เเรงไอพวกเพื่อนเวรนี่ไหวหรอกนะ เเต่คงจะเป็นเพราะป่วยด้วย เเถมเเรงผู้ชายควายๆอีกสามเเรง ซึงฮุนก็เลยถูกลากถูลู่ถูกังไปตามทาง

 

 

"เอ่อ ฮยองครับ..."

 

 

เป็นน้องแว่นสุดเด๋อคนเดิม ที่ตอนนี้เขารู้เเล้วว่าน้องเด๋อนี่เป็นเด็กปีหนึ่งเอกภาพยนตร์ เพราะน้องมันเอาของมาให้เขาบ่อยจนได้หลอกถามทำความรู้จักไปหลายทีเเล้ว

 

 

"ของฮยองครับ"

 

 

เด็กนั่น ที่ชื่อคยองอะไรซักอย่างยื่นถุงกระดาษสีน้ำตาลพับปากไว้มาให้เขา ซึงฮุนบอกขอบใจ ก่อนจะคลี่ปากถุงออกดู

 

 

"พวกกูไม่ได้เสือกนะ แต่อยากรู้ว่าอะไรหว่ะ"

 

 

ซึงฮุนหัวเราะ สูดน้ำมูกเเล้วคลี่ปากถุงเปิดออก ในนั้นมีซองยาหลายชนิดปะปนอยู่

 

 

เขาหยิบแผงยาแผงหนึ่งขึ้นมาดู

 

 

'อันนี้ยาเเก้ไข้ ลดอาการเเพ้ ไอ จาม ลดน้ำมูก กิน 1-2 เม็ด ทุก 4-6 ชั่วโมง ก่อน พร้อม หรือหลังอาหารก็ได้ อันนี้เป็นแบบมียาเเก้เเพ้ กินเเล้วจะง่วง ถ้ากินแล้วต้องนอนพักผ่อน ห้ามขับรถเด็ดขาด'

 

 

"เหยดดดดดดดดด"

 

 

ลายมือหวัดเล็กเขียนขยุกขยิกอัดมาในเเผ่นโพสอิทสีเขียวเเปร๋น เขายิ้มออกมาบางๆพลางเก็บมันลงใส่ถุง

 

 

"เเม่งคิดว่าเพื่อนกูอ่านฉลากยาไม่ออกรึไงวะ เลยต้องเขียนเเปะมาให้ขนาดนี้ มีความเว่อร์โคตร"

 

 

เจย์บ่น

 

 

"ไหนเอาถุงยามาดูหน่อยดิฮุน"

 

 

มาร์คคว้าถุงยาไปจากมือ ส่วนชานยอลล็อคแขนเขา ทีอย่างงี้ทำงานกันเป็นทีม

 

 

"พวกเลว"

 

 

เพื่อนชาวอเมริกันของเขาเทยาใส่มือก่อนจะหยิบซองยาที่มีโพสอิทแปะไว้ขึ้นมาอ่านทีละใบ

 

 

'อันนี้ยาเเก้ปวดลดไข้แบบไม่ง่วง กินครั้งละ 2 เม็ดทุกๆ 8 ชั่วโมง กินหลังอาหาร เเล้วดื่มน้ำตามมากๆ'

 

 

'ยาพ่นเเก้คออักเสบ ถ้ารู้สึกคันคอ ไอ ให้พ่นในช่องปากครั้งละ 2 กด วันละ 3 เวลา รสชาติสมุนไพรหน่อย เย็นสบาย ชุ่มคอดี'

 

 

"นี่เขาไปเหมาตู้ยามาเหรอวะ โว้วววว ยังมีจดหมาย"

 

 

มาร์คหยิบซองจดหมายสีชมพูขึ้นมาโบกไปโบกมาตรงหน้าซึงฮุนที่ถูกชานยอลล็อคเเขนไว้แน่นขึ้น

 

 

"ยอล ถ้ามึงไม่ปล่อยกู กูจะไม่ช่วยมึงจีบน้องเด๋อ มาร์ค ถ้ามึงเเกะกูจะไปบอกเเฟนมึงว่ามึงหนีเที่ยวกับพวกกูคืนนั้น"

 

 

ชานยอลปล่อยเขาทันที ส่วนมาร์คเก็บยากับซองจดหมายใส่ถุง เเล้วพับปากถุงให้เรียบร้อยเหมือนเดิม

 

 

"เชี่ยจริงๆ พึ่งไม่ได้เลยพวกมึงสองคน"

 

 

ซึงฮุนรับถุงยาคืนมา เขาชี้หน้าเพื่อนก่อนจะโบกมือลาเเล้วเดินไปที่รถ ซึงฮุนสตาร์ทรถเพื่อวอร์มเครื่องยนต์ก่อนจะเปิดจดหมายออกอ่าน

 

 

'ดูเเลตัวเองหน่อยสิ ปล่อยให้ไม่สบายได้ยังไงกัน'

 

 

ข้อความสั้นๆเเต่ซึงฮุนก็ยิ้มออกมา เขารู้สึกได้ถึงความร้อนรนเเละความเป็นห่วงเป็นใยผ่านข้อความนี้ นึกสงสัยว่าถ้าเจ้าตัวกำลังพูดอยู่จะเป็นยังไงกันนะ

 

 

ต้องพูดด้วยน้ำเสียงดุๆเเน่ๆเลย...

 

 

เขาพับจดหมายเก็บก่อนจะออกรถ 

 

 

ไม่สบายคราวนี้จะต้องหายไวเเน่นอน...

 

 

....

 

 

จดหมายฉบับที่ 39 

 

 

"มึง เเม่กูโทรมาตามกลับไปกินข้าวอ่ะ มึงจะกลับพร้อมกูเลยป่ะ ไม่ได้เอารถมาไม่ใช่เหรอ?"

 

 

เจย์ถามเพราะเมื่อเช้าเขาเเวะไปหาซึงฮุนที่หอพัก เพื่อนเลยขอติดรถเขามาเพราะเกิดจะขี้เกียจขับรถ

 

 

"ไม่อ่ะมึง กลับเลย เดี๋ยวตัดเพลงปิดกับคิดท่าต่ออีกนิดหน่อย กลับก่อนเลย เดี๋ยวเสด็จเเม่จะทรงกริ้ว"

 

 

"เออ ยังไงโทรมาละกันนะ"

 

 

"บาย"

 

 

ซึงฮุนโบกมือบ๊ายบายเพื่อนก่อนจะดึงฮู้ดสีเเดงขึ้นมาคลุมศีรษะเพราะรู้สึกว่าเเอร์จะลงหัวหนัก เขาลากเมาส์ไปมาตัดต่อเพลงจนเสร็จเเล้วก็ลุกขึ้นบิดขี้เกียจ

 

 

ก๊อกๆ

 

 

"หืม?"

 

 

เพราะไม่เเน่ใจว่าหูเเว่วไปเองหรือเปล่าเนื่องจากเขาเปิดเพลงที่ตัดต่อไว้ดังลั่น ซึงฮุนก็เลยเดินไปที่ประตูเเล้วเปิดออกไปดู

 

 

เเก้วกระดาษร้อนทรงสูงมีฝาปิดอย่างดีวางอยู่คู่กับถุงหูหิ้วพลาสติกสีดำ ซึ่งเขาเดาว่าน่าจะเป็นต็อกโปกกี ไม่ก็คิมบับ

 

 

ซึงฮุนคว้าเเก้วนั้นกับถุงขึ้นมาเเล้วคุ้ยหาจดหมายในถุงเป็นอันดับเเรกขณะที่เดินกลับเข้าไปในห้อง

 

 

'ไม่อยากให้กินกาเเฟ เอาเป็นช็อคโกเเลตร้อนกับคิมบับละกัน ทานให้อร่อย อยู่ดึกก็ระวังตัวเองด้วยนะ'

 

 

ซึงฮุนใช้เวลาไม่นานในการจัดการกับช็อคโกเเลตร้อนเเละคิมบับเเสนอร่อย เขานั่งคิดท่า ซ้อมอยู่อีกไม่นานก็พอใจ

 

 

ชายหนุ่มเก็บของใส่กระเป๋าเป้เเล้วเเบกมันขึ้นหลังก่อนจะเดินออกไปด้านนอก 

 

 

หืม...

 

 

พอซึงฮุนหยุดเดินเสียงนั้นก็หยุดลง พอเขาเดินต่อ เสียงนั้นก็ดังอีก คือมันก็เป็นเสียงคนเดินเนี่ยเเหล่ะ เเต่นี่มันสองทุ่มกว่าเเล้ว มันจะมีใครอีกอยู่ที่ตึกอีก ถ้าไม่ใช่ผี

 

 

หรือว่า...

 

 

ซึงฮุนกลับมาเดินเหมือนเดิมเเล้วตรงไปที่บันได เขาเดินลงไปครึ่งชั้นจนมั่นใจว่าจะไม่มีใครมองเห็นเเล้ว 

 

 

กุกกัก กุก ตุบ!

 

 

"โอ๊ยย เจ็บบบบบ!"

 

 

ซึงฮุนร้องลั่นพลางเอามือกุมที่ข้อเท้าเพื่อความสมจริง ครู่เดียวเขาได้ยินเสียงซอยฝีเท้าลงบันไดมา

 

 

"เจ็บโว้ยยย"

 

 

เขาร้องดังขึ้นอีก เเล้วไม่ถึงอึดใจเจ้าของฝีเท้าก็โผล่มายืนตรงหน้า

 

 

พวกเขาจ้องหน้ากันอยู่พักหนึ่ง ซึงฮุนมองสำรวจใบหน้าคมคาย คิ้วเข้ม และจมูกโด่งเป็นสันของอีกฝ่าย ถ้าจำไม่ผิดเด็กนี่น่าจะอยู่เอกดนตรี

 

 

ชื่ออะไรน้า...

 

 

"มาช่วยหน่อยดิวะ ยืนบื้อทำไม เหมือนข้อเท้าจะเเพลงเลย"

 

 

เขาว่า เด็กหนุ่มหน้าเข้มเกาเเก้ม กระเเอมเบาๆก่อนจะเดินมาถึงตัวเขา คนเป็นน้องคว้าเป้เขาขึ้นสะพายก่อนจะย่อตัวลงมาเเล้วสอดเเขนเข้ามาจับรอบเอว ช่วยดึงเขาขึ้นจากพื้น

 

 

"เจ็บๆ เบาๆ"

 

 

เขาว่า วงเเขนข้างหนึ่งกระชับรอบคอรุ่นน้องเพื่อพยุงตัวเอาไว้

 

 

"ฮยองตกบันไดเหรอครับ?"

 

 

"ไม่ตกมั้ง ลงมานอนกองอยู่อย่างงั้นอ่ะ"

 

 

"ทำไมเดินไม่ดู เล่นโทรศัพท์เหรอ ตกบันไดไปได้ยังไง?"

 

 

"เปล่า รู้สึกเหมือนมีคนเดินตาม กลัว เลยรีบเดินไปหน่อยอ่ะ"

 

 

คนเป็นน้องมุ่นคิ้วพลางช่วยพยุงรุ่นพี่ลงบันไดไปที่ชั้นล่าง เเล้วประคองเดินไปที่หน้าตึก

 

 

"เดี๋ยวผมพาไปหาหมอ"

 

 

"พาไปส่งหอก็พอ เดี๋ยวก็หาย"

 

 

"อย่าดื้อสิครับ ถ้ามันเป็นเยอะกว่าที่คิดจะทำยังไงหล่ะ"

 

 

นั่น...ดุซะด้วย

 

 

"ฮยองรอผมตรงนี้นะ เดี๋ยวผมไปเอารถมารับ"

 

 

คนเป็นน้องพยุงเขามานั่งที่ม้าหินหน้าคณะเเล้วก็ผละออกไป ซึงฮุนพยักหน้ากับตัวเอง เซนส์บางอย่างบอกเขาว่าคนๆนี้เเหล่ะใช่

 

 

ไม่นานรถสีดำก็ขับมาจอดเทียบตรงหน้าก่อนคนขับจะวิ่งมาพยุงเขาขึ้นรถ

 

 

"เฮ้ยย ลืมเเมคบุ๊คไว้บนสตูหว่ะ ชิบหาย!"

 

 

ซึงฮุนโวยวายเสียงดัง เขาปลดเบล์ทเเล้วเตรียมจะเปิดประตูลงจากรถ เเต่อีกฝ่ายก็ดึงเเขนเขาไว้ 

 

 

"เดี๋ยวผมไปเอาให้ นั่งอยู่เฉยๆอย่าซน"

 

 

เขาว่าเเล้วลงจากรถไป ซึงฮุนยกยิ้ม เด็กนี่คงจะมีตาทิพย์สินะ ถึงได้รู้ว่าเมื่อกี้เขาใช้สตูไหนชั้นไหนบนตึก วิ่งขึ้นตึกไปฉิวไม่ถามเขาสักคำ

 

 

ซึงฮุนมองไปรอบๆก่อนจะเปิดคอนโซลรถดู เเต่ก็ไม่มีอะไรที่จะเข้าตาเลย

 

 

ดวงตาเรียวมองผ่านกระจกไปที่เบาะหลังก็เห็นกระเป๋าเป้ของเขาวางอยู่ ข้างกระเป๋าของน้องนั่นเเหล่ะ

 

 

"เสร็จเเน่"

 

 

ซึงฮุนเอี้ยวตัวไปหยิบมันมาวางที่ตัก ก่อนจะเปิดซิปหน้าค้นเป็นอันดับเเรก

 

 

ประตูฝั่งตรงข้ามถูกเปิดออกพร้อมกับอีกฝ่ายที่หย่อนตัวลงบนเบาะ 

 

 

"ไม่เห็นจะมีเลยแมคบุ๊คอ่ะ ... นั่นฮยองทำอะไร!"

 

 

ซึงฮุนเงยหน้าขึ้นจากกระเป๋าพร้อมกับชูปึ๊งจนหมายสีชมพูหลายสิบฉบับในกระเป๋าเป้ขึ้นตรงหน้าอีกฝ่าย

 

 

"จับตัวได้เเล้วซงมินโฮ"

 


____________________



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,071 ความคิดเห็น

  1. #677 Cath (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 07:30
    มันจะจบแค่นี้จริงๆหรอคะ T^T เขียนต่อได้มั้ยคะ เพื่อหล่อเลี้ยงใจเหี่ยวๆของชิปเปอร์มินฮุน ;-; ชอบมากเลยจริงๆนะ....
    #677
    0
  2. #623 taooooooooo (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 11:13
    ชอบอ่าาาาาาาาาาาาา

    มิโนนนนนนนนนนนนนนนนน
    #623
    0
  3. #622 fhanatic (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 08:45
    มีความน่ารัก พี่ฮุนคะแหมๆๆๆๆ แผนสูงสุด
    #622
    0
  4. #620 คุณหมี (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 / 15:09
    โอ้ยยยยยยย น่ารักกกกกก มิมิโดนพรี่ฮุนจับได้แล้ว มีความฟินพุ่งชนกับความเขินกลายมาเป็นมินฮุนนนนน แอร้ยยยยย ขอภาคต่อเถอะ โปรดเขียนภาคต่อ ได้โปรดดดด งอแงๆๆๆ
    #620
    0
  5. #619 YimPaew (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 / 06:21
    กรี๊ดดดดดดดดด มิโดนพี่ฮุนจับตัวได้แล้ว กรี๊ดดดดดดด
    น่ารักมากอ่ะ งื้ออออออออออ ละมุนฝุดๆ น่ารักง่าาาาา เขินจัง
    #619
    0
  6. #618 กิตต์หล่อ เเฟนเพลนี (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 23:59
    โอ้ยย น่ารักมากเลย โห่ยยพี่มิโดนจับได้สะแล้ว 55
    #618
    0