Fic Winner - Apartmate (Yoonwoo)

ตอนที่ 46 : ♫ OS 비 (Rain) -2Seung-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 413
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    4 ต.ค. 58





os 비 (Rain)
-2Seung-


เพราะว่าฝนตกค่ะ :) 

https://instagram.com/p/8R9zU4xiy9/








“ชิท! ยังไม่ทันได้ไปไหนเลยฝนก็ตกเเล้วเหรอ?

 

 

เด็กหนุ่มสบถคำหยาบสาปแช่งฟ้าฝนเเละคนข้างบนออกมาอีกหลายต่อหลายคำ ในขณะที่เงยหน้ามองฟ้าครึ้ม เเละสองขารีบสาวไวๆเพื่อหลีกเลี่ยงเม็ดฝนเย็นที่พรมลงมา

 

 

คังซึงยุนไม่ชอบฝน ไม่ชอบที่สุดในโลก ตั้งเเต่จำความได้เขาไม่เคยพิศวาสเสียงฝนเปาะเเปะกระทบหน้าต่าง หยาดน้ำฝนเม็ดโตชุ่มฉ่ำ หรืออารมณ์เหงาๆที่มากับสายฝนเลยสักนิด

 

 

เอาใหม่... เกลียดเลยดีกว่าทั้งหมดนั่นหน่ะ

 

 

ซึงยุนเกลียดพื้นเฉอะเเฉะเจิ่งนอง เขาเป็นอันต้องสบถทุกครั้งเวลาเหยียบพื้นฟุตปาธเเล้วน้ำกระเด็นใส่ หรือเผลอเดินจมลงไปในเเอ่งน้ำฝนจนน้ำท่วมรองเท้าผ้าใบ เขาหงุดหงิดหัวตันจนเขียนเพลงไม่ออก ไหนจะเสียงเปาะเเปะน่ารำคาญนั่นอีก เเล้วยังจะผ้าที่ไม่เเห้ง ความชื้นที่เข้าเกาะกุมจนเปียกปอนหนาวสั่นนั่นอีกหล่ะ

 

 

โคตรเกลียด...

 

 

“จะตกมาทำไมวะเนี่ย!”

 

 

เเล้วคิดดูว่าวันนี้คังซึงยุนต้องเจอทั้งหมดนั่นเลย เเม่ส่งเขามาหาป้าที่นี่ เมืองที่มีระดับน้ำฝนเฉลี่ยต่อปีสูงสุดในเกาหลีเพื่ออะไร ส่งเขามาเฝ้าบ้านป้าที่ชื้น เปียก เเละเต็มไปด้วยฝนเพื่อ? ป้าแค่ไปเที่ยวปักกิ่งอาทิตย์เดียวเอง ทำไมต้องให้มาเฝ้าก็ไม่รู้

 

 

ซึงยุนเดินลากขาไปตามทาง เขากะว่าจะออกมาเดินเล่นแก้เบื่อ เพราะในไกด์บุ๊กบอกว่าที่นี่ก็มีสถานที่สวยๆเหมือนกัน อย่างเช่นร้านกาแฟปูนเปลือย ที่มีเรือนกระจกด้านหลังให้ชื่นชมความเขียวขจีของพันธุ์ไม้ หรือสวนดอกไม้ที่ออกดอกตลอดปี บลาๆๆ แต่เดินออกจากบ้านมาสิบนาทีรอบตัวก็ยังเป็นทุ่งโล่งๆ มองไกลเห็นบ้านบนเนินเขาลิบๆสุดลูกหูลูกตา มองใกล้หน่อยก็เห็นต้นไม้ใหญ่ นี่ฝนตกอีก ม่านสายฝนเริ่มหนาขึ้นจนกั้นทัศนียภาพ ดวงตาเขาจึงเริ่มสอดส่ายหาบ้านสักหลังที่จะสามารถขอหลบฝนได้ 

 

 

เด็กหนุ่มเลิกคิ้วกับเสียงเพลงฮิพฮอพที่ดังลอยมากับเสียงฝนกระทบพื้นถนน ซึงยุนสอดส่ายสายตาหาที่มาของต้นเสียง จนกระทั่งดวงตาเรียวรีกวาดไปพบกับเรือนกระจกหลังใหญ่ ที่ประตูเรือนบานใหญ่ทั้งสองบานถูกเปิดทิ้งเอาไว้ เสียงเพลงคงดังออกมาจากในนั้นกระมัง

 

 

เด็กหนุ่มสาวเท้าเข้าไปใกล้ ก้มตัวลงด้อมๆมองๆด้านข้างของเรือนกะจก ไอน้ำที่จับเกาะพราวโดยรอบทำให้เขามองไม่เห็นอะไรนอกจากฝ้าขาวๆ เขายื่นฝ่ามือออกไป หมุนๆเป็นวงในระดับสายตาเพื่อลบไอน้ำออกจากกระจกใส พอให้สามารถมองเห็นภายในได้

 

 

แล้วจู่ๆ ก็มีใบหน้าตี๋ๆโผล่มาตรงกระจกใสนั้นพร้อมกับรอยยิ้มที่อบอุ่นเเละสว่างสดใสราวกับพระอาทิตย์ 

 

 

เเละในตอนนั้นเอง...

 

 

ที่คังซึงยุนไม่รู้ว่าหัวใจหรือสายฝนเม็ดโต ที่ส่งเสียงทำหน้าที่ของมันดังกว่ากัน

 

 

ไม้รู้ว่าฝนเปียกๆที่เริ่มทำให้ผมเเละเสื้อผ้าเขาเปียกชุ่ม หรือรอยยิ้มของอีกฝ่ายที่ทำให้ซึงยุนอึ้งไป พอเห็นดังนั้น อีกฝ่ายก็ใช้หลังกำปั้นเคาะลงบนบานกระจกดังก๊อกๆ

 

 

เสียงเพลงฮิพฮอพยังดังลอดออกมาเป็นระยะๆ เเต่ซึงยุนรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุนไปเเล้ว...

 

 

...

 

 

“เข้ามาในบ้านก่อนสิ”

 

 

ชายหนุ่มนำเขาเข้ามาในบ้านไม้หลังเล็กชั้นเดียว ซึงยุนกวาดตามองรอบๆ ส่วนของห้องนั่งเล่นมีขนาดเล็ก แต่ยังสามารถบรรจุครัวเล็กๆ โต๊ะกินข้าว โซฟาและทีวีเอาไว้ได้ ถัดไปทางขวามือมีประตูสองบาน คงจะเป็นห้องนอนหนึ่งห้อง กับห้องน้ำที่ติดกัน ส่วนซ้ายมือเป็นห้องนอนอีกห้อง ที่อีกฝ่ายเดินนำเขาเข้าไป

 

 

“เอ้า”

 

 

สิ่งที่อีกฝ่ายยื่นมาเป็นอันดับแรกหลังจากนำเขาเข้ามาแล้วปล่อยให้เขายืนคว้างอยู่พักใหญ่ไม่ใช่ผ้าขนหนูหรือเสื้อผ้าชุดใหม่...

 

 

โกโก้อุ่นหอมฉุยในเเก้วมัคสีเหลืองอ่อนถูกส่งผ่านมือมาให้ ก่อนที่ผ้าขนหนูสีเหลืองโทนเดียวกันจะถูกยื่นตามมา ซึงยุนประคองเเก้วเเล้วยกมันขึ้นจิบ เด็กหนุ่มยิ้มออกมาเล็กๆ เพราะโกโก้เเก้วนี้มันทั้งหอม หวาน เเล้วก็รู้สึกได้ถึงความเอาใจใส่ของคนชง

 

 

เเทบไม่อยากวางเเก้วลงเลย...

 

 

“อร่อยขนาดนั้นเลยเหรอ?

 

 

“ก็....”

 

 

ซึงยุนพยักหน้า เขายอมวางเเก้วลงเเล้วเริ่มเช็ดผม ในขณะที่ดวงตาเรียวรีมองสำรวจไปรอบๆ  มันเป็นห้องเเคบทรงสีเหลี่ยมผืนผ้าที่มีเตียงวางชิดด้านยาวอยู่ฝั่งหนึ่ง โต๊ะหนังสือตั้งอยู่ตรงข้ามติดหน้าต่าง มันเต็มไปด้วยกองหนังสือที่มองผ่านๆเหมือนจะเป็นนิตยสารเกี่ยวกับต้นไม้ทั้งหมด เเละยังมีต้นไม้อีกหลายต้นในกระถางกระเบื้องใบจิ๋วที่ตั้งไว้ชิดบานหน้าต่าง พวกมันคงกำลังอาบเเดด

 

 

เขาคงจะชอบต้นไม้มากเชียว ในเรือนกระจกคงไม่สะใจพอ ถึงได้ลามมาปลูกในห้องด้วย อุปกรณ์อย่างกระถางกระเบื้องเเละคีมคีบ รวมทั้งถุงดินเล็กๆก็วางอัดอยู่บนโต๊ะนั้นด้วย

 

 

“เอ้า เปลี่ยนเสื้อสักหน่อยเถอะ มันดู...เปียกอ่ะ”

 

 

ชายหนุ่มหน้าตี๋ยื่นเสื้อผ้าให้เจ้าของใบหน้าอ่อนเยาว์ผู้มีผมสีดำหยักศก เสื้อยืดสีขาวนั่นเปียกจนแนบเนื้อ และยีนส์สีซีดนั้นก็เปียกฝนจนกลายเป็นสีเข้มทั้งยังแนบเนื้อขา ให้อยู่อย่างงี้ทั้งที่อากาศเย็นๆคงจะหนาวน่าดู แล้วก็เสี่ยงเป็นหวัดด้วย

 

 

“ขอบคุณครับ”

 

 

ถึงอีกฝ่ายจะเป็นผู้ชายเหมือนกันแต่มันก็เขินๆนิดหน่อยเพราะยังไงก็ไม่ใช่คนสนิทสนมมาก่อน ซึงยุนรูดเสื้อออกจากเเขนแล้วแอบเหลือบตามองอีกฝ่าย หนุ่มหน้าตี๋หัวเราะนิดหน่อยเหมือนเข้าใจ เลยทำทีเป็นหันไปง่วนจัดโต๊ะ เพื่อปล่อยให้ผู้มาเยี่ยมเยือนเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างสบายใจ

 

 

“หนาวป่ะ นั่งบนเตียงสิ ผ้าห่มพึ่งซักเอง อุ่นดีนะ ถ้านายไม่รังเกียจ”

 

 

“ผมซึงยุนนะ”

 

 

ซึงยุนเอ่ยแนะนำตัวแล้วถอยตัวเขยิบขึ้นไปบนเตียง เขาคว้าผ้าห่มอุ่นๆมาคลี่คลุมตัว จมูกกดสูดกลิ่นหอม ก่อนจะจิบโกโก้อุ่นที่เหลือติดเพียงก้นเเก้ว 

 

 

“อื้อ ฉันอีซึงฮุน เรียกซึงฮุนฮยองก็ได้”

 

 

 เขาแนะนำตัวพร้อมรอยยิ้มเป็นเอกลักษณ์ ซึงยุนยิ้มตอบ ถึงเขาจะเกลียดฝนข้างนอกที่กำลังตกกระหน่ำเหมือนฟ้ารั่วมากขนาดไหน แต่รอยยิ้มของซึงฮุนฮยองตอนนี้กลับทำให้รู้สึกว่าทุกอย่างอบอุ่นไปหมดเลย   

 

 

ซึงยุนมองฝนเม็ดหนาที่ตกเปาะเเปะกระทบกับหน้าต่างใส เเล้วมองชายหนุ่มที่กำลังใช้เเปรงขนนุ่มปัดฝุ่นตามลำต้นอวบ ก่อนจะบรรจงฉีดพรมฟอกกี้เบาๆให้ต้นไม้ที่ตั้งเรียงริมหน้าต่างทีละต้นๆอย่างใส่ใจ

 

 

“ฮยองไม่เอาพวกนั้นไปไว้ในเรือนกระจกหรอ?

 

 

“ลูกๆฉันไม่ชอบเเดดน่ะ อ่า หมายถึงพวกเเคคตัส”

 

 

อ่า...

 

 

เเคคตัสอะไรวะ?

 

 

ซึงฮุนหัวเราะเบาๆกับสีหน้าไม่เข้าใจของอีกฝ่าย ก่อนที่เขาจะเริ่มต้นอธิบายให้อีกคนฟังสั้นๆ

 

 

“เเคคตัสคือพวกกระบองเพชรน่ะ เขาไม่ชอบน้ำ รดน้ำอาทิตย์ละครั้งสองครั้งก็พอ แต่พวกเขาชอบแดด ก็เลยต้องเอามาวางไว้ริมหน้าต่างนี่ เเต่พวกที่ปลูกในเรือนกระจกนั่นน่ะ เป็นพวกเฟิร์น เขาชอบที่ชื้นๆ เลยเอาไปเลี้ยงในเรือนนั่น”

 

 

“อ๋อ ผมขอสารภาพว่าง่อยเรื่องพืชพรรณไม้มากอ่ะ”

 

 

“อ่าฮะ”

 

 

ซึงฮุนขยับขึ้นเตียงมานั่งพิงกำเเพงด้วยกัน ชายหนุ่มร่างสูงกดเพลย์ไอพอด หลังจากนั้นซึงยุนก็ได้ยินเสียงดนตรีดังออกจากลำโพงตัวกลมสีหลืองอ่อนที่ตั้งอยู่ใกล้หน้าต่าง

 

 

เขาปล่อยให้เสียงดนตรีขับกล่อมบรรเลงพร้อมกับโยกหัวตาม มันไม่ใช่เพลงร็อคหรือ R&B แบบที่เขาชอบ เเต่เป็นเพลงฮิพฮอพที่เต็มไปด้วยถ้อยคำหวือหวาเเละการสบถหยาบคาย

 

 

ซึ่งดูขัดกับรอยยิ้มเเละบุคลิกอบอุ่นของซึงฮุนมากทีเดียว

 

 

“ทำไม มันเเปลกเหรอที่ฉันฟังเพลงฮิพฮอพ?

 

 

ซึงยุนยิ้มเเล้วพยักหน้า เเต่ไม่ได้พูดออกไปว่าเขาคิดว่ามันขัดกับบุคลิกเจ้าตัว ซึงฮุนกดเปลี่ยนเพลงเเล้วชี้ออกไปนอกหน้าต่าง ซึงยุนมองตามปลายนิ้วยาว ผ่านกระจกเปื้อนฝนออกไปยังเรือนกระจกหลังโต

 

 

“ตอนที่เริ่มเปิดเพลงฮิพฮอพให้ลูกๆฟังใหม่ๆ...”

 

 

“ห้ะ?”

 

 

“ก็เปิดเพลงให้ต้นไม้ฟังไง เหมือนตอนที่นายมาน่ะ พ่อฉันเดินมาถามว่าทำอะไร ฉันบอกเขาว่าเปิดเพลงให้ต้นไม้ฟัง ละเขาว่าไงรู้ไหม?

 

 

...

 

 

“เขาบอกว่านี่เพลงเหรอ นึกว่าฟังข่าวเช้า ฉันเเบบเฮ้ย พ่อ นี่มันเเรพนะ ข่าวเช้าอะไรกัน”

 

 

เล่าจบเเล้วเขาก็หัวเราะสดใส ดวงตาเล็กปิดหยี ทำเอาซึงยุนต้องอมยิ้มตามไปกับรอยยิ้มที่ทำให้ความอบอุ่นเเผ่ซ่านลามมาถึงเนื้อตัวเขาด้วย ผ้าห่มกับฌกโก้ว่าอุ่นแล้วนะ แต่รอยยิ้มของซึงฮุนอบอุ่นยิ่งกว่าผ้าห่มและโกโก้เสียอีก

 

 

“ว่าเเต่...โกโก้อีกซักเเก้วไหม?

 

 

ซึงยุนมองคราบผงโกโก้สีเข้มที่นอนอยู่บริเวณก้นเเก้ว เด็กหนุ่มหัวเราะก่อนจะพยักหน้ารับ

 

 

เขาชักจะติดใจวันฝนตก เตียงอุ่นๆ เเล้วก็โกโก้ร้อนหอมๆซักเเก้วเสียเเล้วสิ

 

 

ซึงฮุนกลับมาพร้อมกับเเก้วมัคสองใบ เเก้วใบเดิมบรรจุของเหลวสีน้ำตาลเข้มหอมกรุ่นถูกยื่นมาให้เขา ก่อนที่อีกฝ่ายจะปีนขึ้นเตียงมาซุกผ้าห่มด้วยกัน เเล้วเริ่มต้นจิบโกโก้ในเเก้วของตัวเองบ้าง ต่างคนต่างนั่งเงียบๆ มองฝนกระทบหน้าต่าง ปล่อยให้เพลงไหลผ่านหูโดยไม่มีบทสนทนาระหว่างกัน เเต่แปลกดีที่ไม่รู้สึกว่าอึดอัดเลย

 

 

ซึงยุนรู้สึกเหมือนไฟช๊อตเบาๆตอนที่ผิวต้นเเขนของพวกเขาเเตะกันโดยบังเอิญ

 

 

ความรู้สึกเเบบนี้มัน...เรียกว่าอะไรนะ?

 

 

...

 

 

หนึ่งปีผ่านไปไวยิ่งกว่าโกหก เพราะการทำธีสิสจบเป็นอะไรที่ทำให้ลืมวันลืมคืน ลืมไปเลยว่าวันนี้เป็นวันอะไร เดือนไหน รู้ตัวอีกทีก็เรียนจบแล้ว ผ่านไปหนึ่งปีแล้วตั้งแต่เขาไปเฝ้าบ้านป้า หรือจะเรียกว่า ไปเจอกับอีซึงฮุนก็ได้

 

 

ไม่รู้เพราะโชคเข้าข้างหรืออะไร แต่จู่ๆป้าก็โทรมาบอกแม่ว่าจะบินไปชอปปิ้งที่ฮ่องกงแบบกระทันหัน เพราะฉะนั้น ส่งหลานรักมาเฝ้าบ้านให้ฉันที ดังนั้น ซึงยุนเลยได้มีโอกาสกลับมาเยือนเมืองที่ค่าเฉลี่ยน้ำฝนต่อปีสูงสุดอีกครั้ง

 

 

แน่นอนว่าหลังจากเอาของไปเก็บที่บ้าน จัดการเตรียมที่ทางจนเรียบร้อย ซึงยุนก็ล็อคบ้าน เดินล้วงกระเป๋าฮัมเพลงไปตามทางที่จำได้ติดใจ คิดถึง แล้วก็...อยากเห็นรอยยิ้มสว่างไสวของอีซึงฮุนใจจะขาดแล้ว

 

 

แต่โรงเรือนนั้นกลับว่างเปล่า ไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่

 

 

เป็นไปไม่ได้หรอกที่คนอย่างอีซึงฮุนจะเลิกปลูกต้นไม้ ไม่มีทาง

 

 

ซึงยุนเดินอ้อมไปด้านหลังบ้าน ใช้สันมือถูกระจกที่เป็นฝ้าขาวเพราะฝุ่นจับเเล้วเเนบหน้าส่องดูด้านใน ห้องเเคบว่างเปล่า เตียงนอนเหลือเเต่ฟูกเปลือยไร้ผ้าปู โต๊ะเขียนหนังสือว่างเปล่า ต้นไม้เล็กๆที่เขาจำได้ว่าซึงฮุนเรียกว่าเเคคตัสเเละนิตยสารเกี่ยวกับต้นไม้ก็หายไป

 

 

“ขอโทษนะครับป้า คนที่เขาเคยอยู่บ้านตรงนู้นหน่ะ เขาไปไหนเหรอ?”

 

 

เดินไปเกือบสิบนาทีก็เจอบ้านไม้เล็กๆหลังหนึ่ง เขาเคาะประตูเรียก ก่อนจะเอ่ยปากถามหญิงสาววัยกลางคนหน้าตาใจดีอย่างสุภาพ

 

 

“เขาเสียไปเมื่อเดือนก่อนนี้เอง ด้วยอุบัติเหตุ...”

 

 

ซึงยุนรู้สึกหูอื้อ เขาไม่ได้ยินอีกเเล้วว่าคุณป้าคนนั้นพูดอะไรต่อ เด็กหนุ่มมองถุงกระดาษในมือ ถ้าซึงฮุนไม่อยู่เเล้ว เเล้วนี่จะมีความหมายอะไร?

 

 

ซึงยุนค้อมหัวให้เธอแล้วเดินถอยออกมา เป็นเพราะเขาสติหลุด เลยเดินลากขาเรื่อยเปื่อยไม่ได้มองทาง รู้ตัวอีกทีเขาก็อยู่ตรงส่วนไหนของเมืองไม่รู้  แถมฝนก็ตกพรำลงมาตอนไหนไม่ให้สุ้มให้เสียงอีกเหมือนกัน ซึงยุนเเทบจะกรีดร้อง

 

 

“นี่มันใช่เวลามาตกไหม!”

 

 

เด็กหนุ่มมองซ้ายมองขวา สาวเท้าหาที่หลบฝน ยกมือป้องเหนือดวงตาแล้วสอดส่ายสายตาหา พอเห็นตึกปูนเปลือยหลังนึงตั้งอยู่ไม่ไกลเลยยิ่งเร่งฝีเท้าขึ้นอีก

 

 

“ร้านกาเเฟ?

 

 

มันเป็นตึกปูนเปลือยสองชั้น ผนังชั้นล่างถูกแทนที่ด้วยกระจกบานใสรอบด้าน ใสแจ๋วจนสามารถมองเห็นโต๊ะไม้สีเข้มกับเก้าอี้เข้าชุดกันที่ถูกจัดวางอย่างเรียบง่าย และเคานท์เตอร์เครื่องดื่มกับชุดเครื่องครัวที่ถูกดีไซน์แบบบิวท์อินที่ฝั่งหนึ่งของร้าน ซึงยุนนึกได้ว่านี่ไม่ใช่เวลามาชื่นชมความงามของมัน เขาสาวเท้าไปที่ประตูอย่างรวดเร็ว เมื่อมือเรียวยาวผลักด้ามจับไม้เข้าไปด้านใน เสียงกระดิ่งกรุ๋งกริ๋งก็ดังกังวานตอนรับ

 

 

“...”

 

 

“ทำไมทำหน้าเหมือนเห็นผีอย่างนั้นหล่ะ?

 

 

ซึงยุนยืนค้าง ไม่ใช่ว่าเมื่อกี้ป้าคนนั้นบอกว่าซึงฮุนเสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุหรอกหรือ แล้วทำไมมายืนหล่ออยู่นี่หล่ะ แล้วผู้หญิงตัวเล็กที่ยืนอยู่หลังเคานท์เตอร์ข้างเขานั่นอีก เธอเป็นใคร แฟนเหรอ?

 

 

“ฮยองยังไม่ตายเหรอ?”

 

 

“ห้ะ?”

 

 

“ก็ป้าที่อยู่บ้านหลังใกล้ที่สุดบอกว่าฮยองเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุเมื่อเดือนก่อน...”

 

 

“เขาพูดถึงคนที่เป็นพ่อหรือลูกชายหล่ะ เราฟังจบรึเปล่า?”

 

 

“...”

 

 

ซึงยุนกระพริบตาปริบๆ สรุปว่าคนที่เสียชีวิตคือพ่อของซึงฮุนฮยอง ไม่ใช่ซึงฮุนฮยองนะ แล้วเด็กสาวคนนี้หล่ะ?

 

 

“นี่ซูอา ฉันฝากร้านหน่อยนะ”

 

 

“ได้เลยค่ะคุณซึงฮุน”

 

 

ซึงฮุนดึงมืออีกฝ่ายขึ้นบันไดวนเล็กๆขึ้นมาด้านบน ซึงยุนตะลึงเพราะผนังด้านหลังถูกเเทนที่ด้วยกระจกบานใหญ่ที่มองลงไปเห็นเรือนกระจกหลังกลางๆอยู่หลังตึก

 

 

เห็นไหม อีซึงฮุนไม่ยอมเลิกปลูกต้นไม้ง่ายๆหรอก

 

 

“ยืนทำอะไร มานั่งนี่สิ”

 

 

คนเป็นพี่กวักมือเรียกพร้อมตบที่ว่างบนเตียง ซึงยุนรับผ้าขนหนูแห้งๆมาเช็ดผม เขาเหลือบมองหน้าอีกฝ่ายตอนที่ยกชายเสื้อขึ้นมาจนเกือบจะถึงอกเเล้ว

 

 

“ยังเขินอีกเหรอ? งั้นเดี๋ยวมาละกัน”

 

 

ซึงฮุนหัวเราะแล้วเดินลงบันไดไป เพื่อปล่อยให้อีกฝ่ายจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ไม่นานชายหนุ่มก็กลับขึ้นมาพร้อมกับแก้วมัคสีแดงสดส่งกลิ่นหอมฉุยที่แม้ไม่ได้กลิ่นมาหนึ่งปีแล้วแต่เขาก็ยังจดจำรสชาติและความอบอุ่นของมันได้ดี

 

 

“ว่าแต่นั่นถุงอะไร”

 

 

ซึงฮุนวางแก้วโกโก้ลงบนหัวเตียงแล้วนั่งลงใกล้ๆ เขาเอ่ยถามเพราะเห็นซึงยุนถือถุงกระดาษสีน้ำตาลพับปากใบหนึ่งติดมือเข้ามาด้วย ตอนนี้มันก็ดูเปียกๆ ไม่รู้ว่าของข้างในสำคัญหรือเปล่า

 

 

“ฮยองลองเปิดดูสิ”

 

 

“เฮ้ยย นี่มัน!

 

 

ซึงฮุนร้องออกมาเสียงดังเมื่อคลี่ปากถุงออกแล้วพบว่ามันเป็นต้นเฟิรน์สีเขียวขนาดเล็กบรรจุลงดินอัดทับหน้าดินด้วยมอสเขียวหนาในกระถางดินเผาใบขนาดเท่าถ้วยน้ำจิ้ม ใบยาวของมันเขียวสวย ตรงปลายหยักเป็นลอนคลื่นอย่างน่ารัก

 

 

“อื้อ เมอร์เมดเทลฟิลิปปินส์ไง เห็นแล้วนึกถึงฮยองอ่ะ เลยซื้อมาฝาก มีหรือยัง”

 

 

“มีแล้วแหล่ะ แต่อยากได้อีกอยู่พอดี ขอบใจนะ”

 

 

ซึงยุนอมยิ้มบางๆพลางเช็ดผมจนหมาด แค่นี้แหล่ะ แค่นี้ก็มีความสุขจนไม่รู้จะบรรยายออกมายังไงแล้ว

 

 

“ตั้งชื่อให้มันด้วยสิ”

 

 

/บี”

 

 

“ทำไมหล่ะ? เราดูไม่ชอบฝนนะ”

 

 

“เพราะว่า...มันทำให้เราได้เจอกัน”

 

 

ซึงยุนหลับตาลงเมื่อใบหน้าตี๋นั่นเลื่อนเข้ามาใกล้ ก่อนที่ริมฝีปากนั้นจะหยิบยื่นความอบอุ่นอ่อนละมุนมาให้ วงแขนยาวเลื่อนขึ้นโอบไหล่ตั้งตรงของอีกฝ่ายเมื่อริมฝีปากนั้นถอนออกเปลี่ยนองศา ก่อนจะแนบลงมากดเบียดและหยอกเย้าหนักขึ้น ซึงยุนหลับตาแน่นเมื่อวงแขนอุ่นร้อนโอบเข้าที่รอบเอว เขาครางตอบรับความอบอุ่นนั้นเเผ่วเบา

 

 

จูบของซึงฮุนนั้นอบอุ่นเหมือนรอยยิ้มเเละนิสัยของเจ้าตัวเลยหล่ะ

 

 

ซึงยุนละมือออกจากบ่ากว้าง เเต่ยังเงอะงะไม่รู้ว่าจะวางไว้ตรงไหน ซึงฮุนหัวเราะ คนอายุมากกว่าใช้ปลายนิ้วเเตะเเก้มเขาแผ่วๆก่อนจะผละออกไป 

 

 

“ห่มผ้าได้นะถ้าไม่รังเกียจ เดี๋ยวลงไปดูซูอาแป๊บ เขาไว้ใจได้แต่บางทีก็ยังชงผิดๆถูกๆอยู่ เดี๋ยวมานะครับ”

 

 

เขาว่าทิ้งท้ายก่อนจะเดินผิวปากลงไปชั้นล่าง ซึงยุนยิ้มแล้วกดจมูกลงบนผ้าห่มอุ่นๆ มันอบอุ่นเหมือนกับเจ้าของไม่มีผิด แล้วก็มีกลิ่นที่สบายจริงๆ

 

 

เด็กหนุ่มมองสายฝนที่สาดซัดอยู่ด้านนอกก่อนจะยกโกโก้ขึ้นจิบแล้วซุกตัวเข้าหาผ้าห่มอุ่นและกลิ่นหอมอ่อนๆของเจ้าของมันมากกว่าเก่า

 

 

มันดีจริงๆนะ ที่ได้เห็นรอยยิ้มอบอุ่นและสว่างไสวราวกับพระอาทิตย์ของอีซึงฮุนอีกครั้ง...














 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,071 ความคิดเห็น

  1. #966 augustbenya (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 23:45
    ฟีลกู๊ดมากๆ น่ารักสุดๆ อ่านไปยิ้มไป ฮือ
    #966
    0
  2. #847 Cat'eye (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 00:57
    โอ้ยยยยยยยยยยยย
    อีซึงฮุนมีอีกไหมคะ
    อยากได้มาไว้ที่บ้านจังเลย
    คนอะไรทำไมน่ารัก
    ยูนไม่ต้องน้อยใจไปนะ ถถถถถถถถ
    #847
    0
  3. #579 NMASH_ (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 09:44
    โอ๊ยยยยย ฮืออ ทูซึงน่ารัก ละมุนๆๆๆ ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ :)
    #579
    0
  4. #403 Tang (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2558 / 00:42
    น่ารักจัง

    ละมุนมากๆ

    ขอบคุณสำหรับฟิคน่ารักๆนะคะ
    #403
    0
  5. #398 YimPaew (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2558 / 22:02
    กรี๊ดดดดดดดดดดดด น่ารักอ่ะ ทูซึงละมุนมากเลยยย

    ขอโทษที่มาอ่านช้านะ พอดียุ่งๆนิดหน่อยอ่ะ

    ชอบฟิวละมุนๆแบบนี้จัง ตอนอ่านเจอว่าตายไปแล้วนี่เกือบช๊อกเลย

    แบบฮืออเรื่องนี้เศร้าหรอไรงี้ แบบเตรียมเม้นดราม่ากระจายแล้วอ่ะ

    แต่พอมาเจอร้านกาแฟกับต้นไม้นี่แบบ โอ้ยยยย เมหลอกพี่ทามไมมมม

    เราเกือบจะโวยวายแล้วอ่ะแบบตายได้ไงไรงี้ 55555555555

    ที่ไหนได้ ละมุนฝุดๆ มีจูบกันด้วย ฮอลลลล ใจละลาย เขินแทนยูน
    #398
    0
  6. #395 ค.อ.ม (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2558 / 11:55
    ต่ออีกนิดได้มั้ยกำลังฟินเลย ทูซึงน่าร้ากกกกก ละมุนอ่ะชอบๆๆๆๆๆ
    #395
    0
  7. #394 hoonhoon (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2558 / 22:16
    กรีดร้องอย่างบ้าคลั่งงง กรี๊ดดดดดด ทูซึงอะทูซึง โอยยยยจะเริ่มจากตรงไหนดี ตั้งสติแปป คืองี้เมื่อกี้เรากำลังคิดในใจเลยว่าอยากอ่านฟิคทูซึง มีใครแต่งอีกมั้ย เพราะที่มีอยู่มันน้อยมาก เสียใจ แต่เห็นที่บ้านวินไทยฟิคอัพละรีบเข้ามาเลย ฮือออ ขอบคุณไรท์มากจริงๆที่แต่งคู่นี้ แม้จะเป็นแค่ช็อตฟิคแต่อิ่มใจมาก เรื่องน่ารักมาก ละมุน อบอุ่นที่สุด ชอบมากกก ชอบบบบบบบบ ตอนที่ป้าบอกว่าเสียชีวิตนี่คือแบบจะร้องเลยอะ แต่ตอนสุดท้ายก็แฮปปี้ มีจูบโด้ยยย ว้ายยเขิงงง กรี๊ดอะกรี๊ดดด คำเดียวเลย ชอบบบบบบบ .///.
    #394
    0
  8. #393 orasa (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2558 / 21:50
    หืมมมมมมม บทจะจูบก็มาเลยตั้งตัวไม่ทัน พี่ฮุนคนละมุนนนนนนนนนน

    ตอนบอกว่าเสียชีวิตตกใจแทบจะไม่อ่านต่อเลยคะไรท์ ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ
    #393
    0