Fic Winner - Apartmate (Yoonwoo)

ตอนที่ 100 : ❤️ SF : Step Brother 4 -2Seung-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 197
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    11 พ.ค. 61



Step Brother 4

     -2Seung-


__________________




ซงมินโฮ



ซึงยุนม้วนหนังสือพิมพ์แล้วฟาดลงกลางกระหม่อมเพื่อนเต็มแรง ทำเอากาแฟอเมริกาโน่ที่มินโฮกำลังดูดเข้าปากกระฉอกออกจากมุมปากหยักเพราะแรงสะดุ้งด้วยความตกใจ



มาตีฉันทำไมล่ะเนี่ย?”



เขาถามกลั้วหัวเราะพลางหยิบทิชชู่มาซับกาแฟที่เปื้อนมุมปาก ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกกว้างที่เห็นอีกคนหน้าบึ้งหน้าบูด จริงๆเขารู้ตั้งแต่เห็นซึงยุนจับหนังสือพิมพ์เล่มนั้นแล้ว ว่าซึงยุนจะต้องโมโห และจะต้องมีการลงไม้ลงมือกับเขาแน่ๆ

 


อธิบายมาเดี๋ยวนี้เลย!”



ซึงยุนแยกเขี้ยวพร้อมยื่นหนังสือพิมพ์ไปจ่อเสียชิดปลายจมูกโด่ง เจ้าของผิวเข้มหัวเราะ ใช้มือกดหนังสือพิมพ์ลงมาให้อยู่ในระดับที่สามารถจะกวาดสายตาอ่านหัวข้อข่าวได้



ทายาทค่ายเพลงดังซงมินโฮบินกลับจากญี่ปุ่นแล้ว ประธานซงประกาศ เตรียมส่งมอบธุรกิจให้ลูกชายคนเดียวดูแล



ซึงยุนหรี่ตามองทายาทค่ายเพลงดังที่กวาดสายตามองเนื้อหาของข่าว ก่อนมินโฮจะเงยหน้าขึ้นมามองเขา ริมฝีปากหยักบางกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มมุมปากที่น่าลงไม้ลงมือสุดๆในความคิดของซึงยุน



รูปที่ลงในข่าวนี่ไม่ได้เรื่อง ตัวจริงฉันหล่อกว่าตั้งเยอะ นายว่างั้นไหม?”



มันน่าตบบ้องหูให้สักทีไหมละเนี่ย!



ทำไมนายไม่เคยบอกฉันเลย ว่านายเป็นลูกชายคนเดียวของเจ้าของค่ายเพลงที่ติดอันดับ 1 ใน 3 ของค่ายเพลงที่ดีที่สุดในเกาหลี



ก็นายไม่เคยถาม



“....”



ซึงยุนอ้าปากพะงาบๆเนื่องจากไม่รู้จะพูดอะไรต่อ เพราะเพื่อนก็พูดถูกจริงๆเรื่องที่ว่าเขาไม่เคยถาม



ด้วยนิสัย ซึงยุนไม่ใช่พวกชอบขุดคุ้ยประวัติของใครอยู่แล้ว ฐานะของครอบครัว ระดับการศึกษา ความมีหน้ามีตาทางสังคม หรือแม้แต่อาชีพการงาน ไม่สำคัญเท่ากับความเข้ากันได้ของเขากับบุคคลนั้น หรือความสะดวกสบายใจและความจริงใจที่ได้รับยามอยู่ด้วยกัน



กว่าจะมายืนที่จุดนี้ได้ซึงยุนต้องผ่านความลำบากมามากมาย เขาเกิดในครอบครัวที่เรียกว่าพอมีพอกินไปวันๆค่อนไปทางจน ทุกครั้งที่โดนดูถูกหรือเหยียดในความไม่มี เด็กหนุ่มบอกตัวเองเสมอ ว่าจะไม่เลือกคบหาใครด้วยการตัดสินจากรูปลักษณ์ภายนอก หรือฐานะทางการเงินหรือสังคม



ตอนไปเรียนที่ญี่ปุ่น นายก็ไม่เคยบอกฉันเหมือนกัน ว่านายเป็นลูกชายคนเล็กของเจ้าของบริษัทส่งออกสินค้าที่ทำรายได้อันดับต้นๆของเกาหลี และก็ไม่เคยบอกด้วยว่านายรั้งตำแหน่งรองประธานบริษัทอยู่



ซึงยุนยู่ปาก



นายก็ไม่เคยถามเหมือนกัน



ก็ฉันไม่เห็นว่าถามไปแล้วมันจะมีประโยชน์อะไร สำหรับฉัน ตำแหน่งทางการงาน หรือความมีหน้ามีตาในสังคมไม่ได้มีผลอะไรต่อการสร้างความสัมพันธ์ หรือต่อความสัมพันธ์ของเราสักนิดเดียว



นั่นทำให้คังซึงยุนถึงกับหลุดหัวเราะออกมา



นายก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ใช่ไหมล่ะ?”



ซึงยุนพยักหน้ารับ ก่อนจะโยนหนังสือพิมพ์ที่จ่ออยู่ตรงหน้าเพื่อนลงบนโต๊ะข้างหน้า มือขาวๆคว้าเอาแก้ววนิลาลาเต้เย็นมาดื่มด้วยสีหน้าที่สดชื่นขึ้น



ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน



แต่ฉันยังไม่รับตำแหน่งเร็วๆนี้หรอก ที่บริษัทมีงานอะไรต้องเรียนรู้อีกมากมาย ฉันพึ่งเรียนจบมา ประสบการณ์ยังน้อยนิด จู่ๆก็ขึ้นไปเป็นเจ้านายเขา พนักงานที่ไหนจะเชื่อฟัง พนักงานที่ไหนจะมั่นใจ ว่าฉันจะพาบริษัทไปรอดและดูแลพวกเขาได้



แล้วตอนนี้นายทำอะไรอยู่ล่ะ?”



หลักๆก็ทำงานโปรดิวเซอร์ แล้วก็เรียนรู้งานอื่นๆในบริษัท พ่อบอกว่าฉันต้องรู้ทุกอย่างตั้งแต่เรื่องระบบการรักษาความปลอดภัยของบริษัท กระทั่งเรื่องบริษัทดูแลความสะอาดที่เราจ้างมาดูแล การเตรียมตัวศิลปิน ไปจนถึงงานระดับผู้บริหารของทุกตำแหน่ง นายจะต้องช็อคแน่ๆ ถ้ารู้ว่าวันนึงฉันต้องเรียนอะไรบ้าง



เขาพ่นลมหายใจออกทางปากก่อนจะส่ายหน้า



จริงๆแล้วฉันไม่อยากไปยุ่งเกี่ยวกับงานด้านบริหารนักหรอก อยากทำงานเบื้องหลังอย่างเดียวมากกว่า แต่เพราะว่าเป็นลูกชายคนเดียว แล้วยังเป็นพี่ชายคนเดียวของน้องสาวคนเดียวอีก ถ้าจะโยนให้ดาน่ารับไปทั้งหมด มันก็คงจะเห็นแก่ตัวกับน้องเกินไปสักหน่อย



ฉันรู้ว่านายรับมือได้ มันแค่ไม่ใช่เรื่องที่นายชอบ แต่ไม่ใช่ว่านายจะทำไม่ได้ ให้เวลากับมันหน่อย เดี๋ยวก็จะค่อยๆชินไปเองล่ะ



ถ้าเป็นเรื่องบริหาร นายถามฉันได้ตลอดเลยนะ



ซึงยุนบอกขณะที่ขบหลอดกาแฟด้วยฟัน มินโฮมองภาพนั้นแล้วยิ้มจาง เขาชอบความเป็นธรรมชาติของซึงยุนเวลาที่อยู่ด้วยกัน ท่าทางที่แสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติของอีกฝ่าย ทำให้เขารู้สึกสบายอกสบายใจเวลาที่ได้อยู่ใกล้ๆ



ซึงยุน



หืม?”



วันนี้ฉันไปค้างที่บ้านนายได้ไหม?”



ก็มาสิ



งั้นเดี๋ยวเย็นนี้เลิกงานแล้วฉันจะมารับ บอกบอดี้การ์ดของนายเอาไว้ด้วยล่ะว่าวันนี้ฉันจะมารับนายกลับบ้านเอง ไม่งั้นเดี๋ยวพอเห็นหน้าฉันตอนเย็นก็ทำสายตาเหมือนจะฆ่าจะแกงกันอีก



เซโฮฮยองไม่ทำอะไรนายหรอกน่า



ถ้าฉันถูกฆ่าหั่นศพขึ้นมานายจะเสียใจ



ซึงยุนหัวเราะ ริมฝีปากอิ่มดูดกาแฟครั้งสุดท้ายก่อนจะวางแก้วที่เหลือแต่ก้อนน้ำแข็งลงบนโต๊ะ



ฉันจะบอกเซโฮฮยองให้แล้วกัน



......



เขาบอกซึงยุนว่าเขาอยากถ่ายรูปดอกไม้ในสวนเพราะพึ่งซื้อกล้องฟิล์มมาใหม่ ซึ่งมินโฮก็ไม่ได้โกหกเลยสักนิด เขาถ่ายรูปดอกไม้ในสวนที่บ้านของซึงยุนจริงๆ แต่ว่าถ่ายซึงยุนมากกว่า ริมฝีปากบางเฉียบยิ้มกับช่องมองภาพของกล้อง ในขณะที่กดชัตเตอร์ถ่ายคนที่ยืนเท้าเอวแยกเขี้ยวอยู่



พนันได้เลยว่าถ้าซึงยุนรู้ว่าเขามีรูปเจ้าตัวเยอะขนาดไหน ซึงยุนจะต้องช็อคแน่ๆ



ถ่ายพอยังอ่ะ?”



คนที่ยืนเท้าเอวถามคนที่กำลังกดเช็ครูปซึ่งพึ่งถ่ายไปเมื่อครู่



มินโฮกดดูรูปในกล้อง สำหรับซึงยุน ได้ถ่ายแล้วเขาก็ยิ่งอยากถ่ายอีก ทั้งๆที่รอยยิ้มก็เป็นรอยยิ้มซื่อๆแบบเดิมๆ มุมที่ถ่ายก็เป็นมุมเดิมๆ แต่เขาก็ยังอยากจะถ่ายอีก และไม่อยากจะลบทิ้งแม้แต่รูปเดียว แม้ว่ามันจะเป็นรูปที่เบลอหรือใช้ไม่ได้ก็ตาม



ขออีกรูปนึง



เขาขยับเข้าไปใกล้ ยื่นช่อดอกหญ้าที่เก็บมาจากริมรั้วไปตรงหน้าใบหน้าด้านซ้ายของซึงยุน



หลับตา แล้วก็ยิ้มหวานๆหน่อย



แม้จะบ่นเพราะอยากเข้าไปพักผ่อนในบ้านแล้ว แต่ซึงยุนก็ทำตามที่มินโฮบอกทุกอย่างอยู่ดี



เสร็จยังอ่ะ?”



คนที่หลับตาขยับตัวยุกยิกเพราะรู้สึกว่าการถ่ายรูปของมินโฮใช้เวลานานเกินไป มินโฮลดกล้องลง ถ้าตอนนี้เป็นแฟนกัน เขาคงจะใช้โอกาสนี้จูบที่ริมฝีปากอิ่มของอีกฝ่ายเบาๆอย่างอ่อนหวานนุ่มนวล



เสร็จแล้ว เข้าบ้านได้แล้วครับ



มินโฮที่เดินตามหลังกำลังสำรวจหางเต่าของซึงยุนเพลินๆ ตอนที่ตาเหลือบไปเห็นกลีบดอกไม้สีชมพูอ่อนติดอยู่ที่เส้นผมสีดำ



อะไรติดผมแหนะ



ไหนอ่ะ?”



ซึงยุนยกมือขึ้นปัดๆผมตัวเอง พอมินโฮส่ายหน้าเป็นเชิงว่าไม่โดน คนตัวขาวก็ก้มตัวลง ก่อนจะส่ายหัวไปมาพร้อมกับยกมือปัดผมตัวเองไปด้วย เจ้าของผิวเข้มถึงกับหัวเราะลั่นกับท่าทางเหมือนเด็กๆนั้น



มานี่มา เดี๋ยวเอาออกให้



มือใหญ่ข้างหนึ่งกดบ่าบางกว่าเอาไว้เพื่อให้อีกคนยืนอยู่นิ่ง ส่วนมืออีกข้างค่อยๆหยิบเอากลีบดอกไม้บางออกจากเส้นผมนุ่ม



ออกยังอ่ะ?”



ยัง” 



เขาอ้อยอิ่ง ไอ้ตาเบิกโตที่เหลือบขึ้นมองลุ้นๆนั่นมันน่าเอ็นดูเสียจนนึกอยากให้มีกลีบดอกไม้นุ่มๆติดผมซึงยุนอยู่สักสิบกลีบไปเลย



สองคนนี้น่ารักกันจังนะคะ



มินโฮถอนมือออกจากบ่าของซึงยุน ดวงตาคมหันหาที่มาของเสียงตามสัญชาตญาณ ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีดำเข้ารูปที่มองตรงออกไปข้างนอกราวกับนอกประตูบ้านมีอะไรน่าสนใจหนักหนาคือพี่ชายของซึงยุน ส่วนเจ้าของเสียงหวานๆที่ควงแขนเขาอยู่นั้น คือผู้หญิงในข่าวใหญ่บนหน้าหนังสือพิมพ์เมื่อไม่กี่วันก่อนอย่างแน่นอนไม่มีผิดตัว



สวัสดีค่ะ ฉันนาอึน ภรรยาของคุณซึงฮุนค่ะ


 

คำแนะนำตัวอย่างเป็นทางการทำให้หัวใจปวดหนึบจนต้องเบือนหน้าหนี ความจริงที่ว่านาอึนเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของซึงฮุนแล้ว และเขาไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวของคนที่เป็นเจ้าของหัวใจของเขาทั้งดวงอีกต่อไป ทำให้ซึงยุนรู้สึกเจ็บปวดเกินกว่าจะทนมองภาพหล่อนและคนที่เขารักยืนเคียงข้างกันได้ลง



โชคดีเหลือเกินแล้วที่เขาไม่ต้องอยู่ในงานแต่งงาน และไม่ต้องขึ้นไปกล่าวแสดงความยินดีแก่คู่บ่าวสาวบนเวที ซึงยุนไม่อยากจะคิดถึงความทรมานในตอนนั้น เขาไม่รู้เลยว่าจะบังคับให้ตัวเองพูดคำว่ายินดีและขอให้มีความสุขออกมาได้อย่างไร ในเมื่อเขาไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว



สวัสดีครับ ผมซงมินโฮ เป็น...”



คนผิวเข้มจงใจละเลยใบหน้าและสายตาที่แสนจะเจ็บปวดชอกช้ำของซึงยุน ดวงตาคมมองดวงตาเรียวของชายหนุ่มที่หรี่ลงยามเมื่อเขาเว้นช่วงการพูดแนะนำตัว



เป็นเพื่อนของซึงยุนครับ



เพียงครู่เดียวที่มินโฮเห็นความวูบไหวในดวงตาสีเข้มคู่นั้น ก่อนที่มันจะกลับมานิ่งสงบดังเดิม



ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ



และก่อนที่จะได้พูดคุยอะไรกันต่อ เสียงแข็งๆของคนที่ไม่มีบทสนทนาก็ดังแทรกขึ้นมา



เราจะไปกันได้รึยัง?”



ขอตัวก่อนนะคะ ไว้มีโอกาสคงได้คุยกัน



ไว้เจอกันครับ



หญิงสาวก้มหัวให้น้อยๆเมื่อมินโฮตอบกลับแบบนั้น มือบางกระชับแขนสามีที่จับอยู่ไว้ ก้าวเดินตามเขาไปขึ้นรถหรูที่จอดรออยู่แล้ว



ซึงยุนเผลอผ่อนลมหายใจออกเฮือกใหญ่ เขาเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัวเพราะสถานการณ์อันแสนจะน่าอึดอัดที่พึ่งเกิดขึ้นตรงหน้าเขาเมื่อสักครู่



ซึงยุนไม่รู้ว่านาอึนกับมินโฮที่มีบทสนทนากันจะรู้สึกถึงความอึดอัดนี้หรือไม่ แต่เพราะซึงยุนรู้จักซึงฮุนดี เขาจึงรู้สึกได้จากน้ำเสียงแข็งๆ และท่าทางที่นิ่งเฉยเหมือนกับหุ่นขี้ผึ้งนั่น ว่าซึงฮุนกำลังโกรธและไม่พอใจ 



แต่พี่จะโกรธและไม่พอใจเขาเรื่องอะไรกันล่ะ



ลำพังความเย็นชาที่พี่มอบให้ตั้งแต่เกิดเรื่อง และความรู้สึกเหมือนมีกำแพงสูงเทียมฟ้าที่กั้นระหว่างพวกเขาไว้ ซึงยุนก็แบกรับจะไม่ไหวอยู่แล้ว หากมีความโกรธความไม่พอใจเพิ่มเข้ามาอีก เขาไม่รู้จริงๆว่าจะทนรับมือกับมันได้อย่างไร



มินโฮมองตามคู่สามีภรรยาที่เดินไปขึ้นรถยนต์คันหรู ก่อนจะเลื่อนสายตากลับมามองคนข้างตัว สิ่งที่เด่นชัดกว่าความเจ็บปวดชอกช้ำบนใบหน้าที่บิดเบี้ยวนั้น ก็คือความโหยหายในดวงตาคู่เรียว



ดูเหมือนว่ามินโฮจะเจอศึกหนักเสียแล้ว



ซึงยุนไว้ใจเขามากพอที่จะเล่าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองและพี่ชายให้ฟัง อาจจะไม่ได้ลงรายละเอียดมากเท่าไหร่นัก ไม่ใช่เพราะไม่ไว้ใจ แต่เพราะเป็นเรื่องที่ทำให้ทุกข์ทรมานใจจนเกินจะพูดถึง



สีหน้าบิดเบี้ยวยามที่ซึงยุนเล่าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าตัวกับพี่ชายยังคงติดตา น้ำเสียงเจ็บปวดนั้นยังคงดังก้องกังวานอยู่ในหูของเขา



ซงมินโฮไม่ได้เก็บมาใส่ใจมากนัก ความสัมพันธ์ที่ผิดพลาดแบบนั้น เขาคิดว่ารักได้ ก็น่าจะเลิกรักได้เช่นกัน



แต่เมื่อเห็นสายตาที่ซึงยุนมองพี่ชายในวันนี้ และเห็นปฏิกริยาตอบสนองของเขาคนนั้น



มินโฮชักจะไม่มั่นใจ



เขาไม่ได้อยากจะเป็นศัตรูกับใคร แต่การไม่ทักทายเพื่อนสนิทของน้องชาย ก็เป็นการบอกได้อย่างดีแล้วไม่ใช่หรือ ว่าพี่ชายของซึงยุนไม่คิดจะญาติดีกับเขา และหากว่าเขาบริสุทธิ์ใจ ทำไมถึงไม่ทักทายกันสักนิดล่ะ แบบนี้มันก็เป็นการประกาศตัวเป็นศัตรูกันอย่างชัดเจนไม่ใช่หรือยังไง



เขามองตามรถคันหรูที่เคลื่อนผ่านรั้วสูงออกไป



แต่ในเมื่อเขาแต่งงานไปแล้ว ในเมื่อเขาเลือกผู้หญิงคนนั้นแทนที่จะเป็นซึงยุน ก็เท่ากับว่าเป็นการจบความสัมพันธ์กับซึงยุนแล้ว และนั่นหมายความว่า อีซึงฮุนหมดสิทธิ์ในตัวซึงยุนโดยสมบูรณ์



มินโฮคลี่ยิ้มออกมา เมื่อความมั่นใจของเขาถูกเรียกกลับคืนมาอีกครั้ง



เขาซงมินโฮจะทำให้ซึงยุนยิ้มกลับมายิ้มอย่างมีความสุขได้อีกครั้งเอง



เฮ้ ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะไอ้หมู



เขาส่งมือไปขยี้ผมนุ่มสีดำขลับ คิ้วที่ขมวดแน่นอยู่ในตอนแรกจึงค่อยๆคลายลง



ซึงยุนถอนหายใจออกมาหนึ่งเฮือกใหญ่ในขณะที่ยกมือพาดบ่ากว้างก่อนจะทิ้งน้ำหนักตัวใส่เจ้าของผิวเข้ม



ฉันเหนื่อยน่ะ เราขึ้นไปพักที่ห้องกันเถอะ



............



วันนี้คุณมินโฮค้างกับคุณหนูเล็กครับ



ว่าไงนะ?”



เขาชะงักเท้าเมื่อได้ยินคำรายงานของเซโฮ มือใหญ่เผลอกำเขาหากัน มินโฮนอนที่ห้องซึงยุนอย่างนั้นเหรอ...



ท่านประธานหนุ่มยกมือขึ้นลูบหน้าหนักๆ ซึงยุนเป็นเด็กไม่ค่อยระวังตัว เจ้าเด็กนั่นคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเพื่อนสนิทคนนี้คิดอะไรเกินเลยไปถึงไหนต่อไหน และเขามั่นใจว่าน้องจะอนุญาตให้มินโฮนอนเตียงเดียวกันกับตัวเองอย่างแน่นอน



คุณหนูใหญ่...”



เมื่อช่วงขายาวก้าวเดินต่อ เซโฮจึงเรียกเจ้านายของตัวเองไว้อีกครั้ง จางแมก็เป็นห่วงเจ้านายเช่นกัน



จะไปห้องคุณหนูเล็กจริงๆเหรอครับ



ซงมินโฮมานอนด้วยแล้วทำไม ฉันไปดูซึงยุน ไม่ได้ไปดูซงมินโฮ



การแสดงออกทางสีหน้าช่างเย็นชา สวนทางกับเท้าที่สาวเดินไวขึ้น และหัวใจที่แสนจะร้อนรุ่ม



วันนี้ห้องของน้องชายก็ไม่ล็อกเช่นปกติ มันเป็นแบบนั้นอยู่เสมอ เพราะสมัยเด็กๆ เขามักจะแอบย่องออกจากห้องตัวเองกลางดึกเพื่อมานอนกับซึงยุนอยู่บ่อยๆ แม้คุณผู้หญิงของบ้านจะออกปากห้ามอยู่หลายครั้งว่าไม่ให้เขาคลุกคลีกับน้องชายต่างมารดาจนเกินไป แต่ซึงฮุนก็ดื้อรั้น เพราะแบบนั้น ซึงยุนจึงติดนิสัยไม่เคยล็อกห้องนอน



และถึงแม้ถ้าวันนี้ห้องล็อก เขาก็จะสั่งให้เลขาของเขาไปหากุญแจมาให้อยู่ดี



ซึงฮุนหายใจเข้าออกช้าๆอยู่หลายครั้งเพื่อควบคุมอารมณ์ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปในห้อง



วันนี้น้องชายของเขายังนอนตะแคงหันหน้าเข้าหาหน้าต่างเหมือนเคย แสงจันทร์ที่สาดผ่านช่องผ้าม่านเข้ามาทำให้เขาเห็นใบหน้าขาวของคนที่กำลังหลับสนิทได้ชัดเจน ส่วนชายหนุ่มอีกคนนอนตะแคงหันหน้าไปทางประตูและหันหลังให้ซึงยุน



เมื่อพบว่าไม่มีอะไรมากไปกว่าการนอนร่วมเตียง กองไฟรุ่มร้อนในอกก็เหมือนจะมอดลงเหลือเพียงเถ้าถ่านบางเบา



มือใหญ่ลูบหน้าหนักขณะทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาข้างหน้าต่าง รู้สึกโล่งใจขณะเดียวกันก็รู้สึกทุกข์ทรมาน ซึงยุนอยู่ใกล้เพียงแค่มือเอื้อม แต่เขาก็ไม่สามารถจะแตะต้องน้องได้เลย



ใบหน้าหนักใจของคนเป็นพี่เงยขึ้นจากฝ่ามือเมื่อได้ยินเสียงขยับตัวสวบสาบ แน่นอนว่าไม่ใช่จากซึงยุน เพราะน้องชายของเขายังคงหลับสนิทไม่รู้ตัวเหมือนทุกๆคืน



ซึงฮุนกำมือแน่นจนเล็บฝังลงไปในเนื้อ ฝ่ามือของเขาเริ่มชื้นไปด้วยเหงื่อ เมื่อเพื่อนของน้องชายยันตัวขึ้นจากท่านอนตะแคงก่อนจะพลิกตัวหันมาหาซึงยุน ในตอนที่ดวงตาคู่คมนั้นสบเข้ากับสายตาของเขา มุมปากหยักนั้นก็ขยับยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่หากสถานการณ์ไม่ได้บิดเบี้ยวแบบนี้ ซึงฮุนสาบานเลยว่า เขาจะไม่ลังเลที่จะเข้าไปต่อยใบหน้าคมๆนั่นสักหมัดให้หน้าหัน



ดวงตาคู่นั้นยังจ้องเขานิ่งในขณะที่กดจูบลงบนกลุ่มผมของคนที่นอนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราว มือใหญ่คว้าผ้าห่มที่กองอยู่ตรงสะโพกขึ้นมาคลุมปิดหน้าอกซึงยุน ก่อนจะวาดแขนมากอดน้องชายของเขาเอาไว้ พร้อมดึงกระชับเข้าหาตัว



ซึงฮุนรู้สึกว่าตาของเขาพร่าเบลอ หูก็อื้ออึงไปชั่วขณะ หัวใจปวดหนึบจนชา ความรู้สึกเจ็บปวดในมือจากคมเล็บที่จิกลงในเนื้อลึกจนได้กลิ่นคาวเลือดเป็นสิ่งเดียวที่บอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าเป็นเรื่องจริง



ซึงยุนอยู่ในอ้อมกอดของใครที่ไม่ใช่เขา...



ซึงฮุนอยากจะลุกหนีจากภาพนั้นแต่ขาเขากลับก้าวไม่ออก สมองสั่งให้พาตัวเองออกไปจากสถานการณ์ชวนให้เจ็บปวด แต่หัวใจกลับตะโกนร้องบอกให้อยู่ เพราะไม่มีอะไรรับประกันได้เลยว่าอีกฝ่ายจะไม่ทำอะไรไปมากกว่าการกอด



...



ซึงฮุนไม่รู้ว่าเขานั่งอยู่ตรงนั้นนานเท่าไหร่ เหงื่อเขาออกจนรู้สึกเหนอะหนะและชื้นไปทั้งตัว แห้งลงเพราะเครื่องปรับอากาศ แล้วก็ออกใหม่อีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาทั้งอึดอัดทั้งไม่สบายตัวทั้งรู้สึกทรมานเหลือเกิน แต่หัวใจตะโกนร้องบอกว่า ห้ามไปไหน! นายต้องอยู่! ต้องเฝ้าซึงยุนเอาไว้!!



ดวงตาคมไม่สามารถละสายตาจากมือที่โอบน้องชายของเขาเอาไว้ได้ฉันใด ในหัวของเขาก็หยุดคิดเรื่องของซึงยุนวนไปวนมาไม่ได้ฉันนั้น เวลาที่เขาโมโห ถ้าหากว่าซึงยุนอยู่ด้วย มือเย็นๆของคนเป็นน้องจะขยับมาสอดประสานกับมือของเขาเอาไว้ เพียงเท่านั้น ก็เพียงพอที่จะทำให้จิตใจที่รุ่มร้อนของซึงฮุนเย็นลงและผ่อนคลายลงได้



คุณหนู!”



แขนเขาถูกกระชากอย่างแรงจนทั้งร่างเสียหลักเซไปด้านหลัง 



คุณหนูจะทำอะไรครับ?”



เสียงของเลขาคนสนิทถามเขาเบาแทบกระซิบ มือที่จับแขนคุณหนูใหญ่อยู่แน่นคลายออก เมื่อเห็นว่าเจ้านายเริ่มตั้งสติได้แล้ว



ฉันทำอะไร?”



ซึงฮุนไม่รู้ตัวเลย ไม่รู้ตัวเลยจริงๆว่าเขาก้าวไปประชิดเตียงตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้ว่าเขาคิดเรื่องอะไรเกี่ยวกับซึงยุนอยู่ถึงทำให้สติขาดไปแบบนั้น แล้วเมื่อกี้ถ้าจางแมไม่เข้ามา จะเกิดเรื่องอะไรขึ้น



คุณหนูจะถึงตัวคุณหนูเล็กอยู่แล้ว คิดจะทำอะไรครับ?”



เขาทนไม่ได้ที่ซึงยุนจะอยู่ในอ้อมกอดของคนอื่น เขาทนไม่ได้...



ดูเหมือนนั่นจะเป็นสิ่งที่เขาคิดอยู่ก่อนสติจะขาดไป ซึงฮุนถอนหายใจหนัก พึ่งจะเข้าใจคำว่าทำอะไรอย่างขาดสติอย่างชัดเจนก็วันนี้เอง



คุณหนู ตอนนี้หกโมงเช้าแล้ว คุณผู้หญิงใกล้จะตื่นแล้ว กลับห้องเถอะนะครับ



เขาพยักหน้ารับ การอดนอนและใช้ความคิดตลอดทั้งคืนทำให้เขารู้สึกเหนื่อยล้าเต็มที เขาควรจะต้องพักผ่อนบ้าง ไม่งั้นการประชุมสำคัญกับลูกค้าช่วงสายวันนี้อาจจะพังลงเพราะเขาเอง



อย่าให้คลาดสายตา



เขาสั่งด้วยคำพูดน้อยคำกับเซโฮที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูห้อง ช่วงขายาวสาวเท้ากลับไปทางเดิมที่เดินมา



เขาหวังว่าซงมินโฮจะไม่มานอนค้างที่นี่และสร้างคำคื่นอันแสนทุกข์ทรมานราวกับฝันร้ายนี้ให้เขาอีก เพราะแค่คืนเดียวเขาก็ทรมานเกินพอแล้ว



แต่พระเจ้ากลับเล่นตลกร้าย



ซงมินโฮไม่ได้มานอนค้างแค่คืนเดียว



To be continue...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,071 ความคิดเห็น

  1. #1001 speamz (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 23:20
    มินโฮก็ดี๊ดี แต่ต้องสู้หนักหน่อยเพราะพี่ฮุนหวงเหลือเกินนนนน
    #1,001
    1
    • #1001-1 MAYFLOWER)(จากตอนที่ 100)
      27 พฤษภาคม 2561 / 06:17
      พอดีเราเปิดบทความใหม่ ตอน 5 จะอยู่ในบทความนี้นะคะ 🙂
      https://writer.dek-d.com/dekd/writer/viewlongc.php?id=1817001&chapter=5
      #1001-1
  2. #999 Widchuda (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 10:05
    คุณซึงฮุนหวงขนาดนี้ แต่ถ้ายังเงียบอยู่ระวังมินโฮจะชนะนะ! แอบเชียร์มินยูน
    #999
    0
  3. #998 pichupichh (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 22:40

    ไรท์เขียนดีมาก ๆ เลย เค้าแอบอ่านมาตั้งแต่ตอนแรก ๆ ชอบมากกกกเยยยยย

    #998
    0
  4. #997 Nikhotohoto (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 22:16

    สงสารซึงฮุนอ่ะ ฮือออออออออ

    กลิ่นดราม่าโชยมาแรงมาเลยน้องเม

    ..... เบาๆๆนะน้องนะ จิตใจคนอ่านจะรับไม่ไหว

    .ชอบคำพูดนี้มากเลย " ชัดเจนกว่าความเจ็บปวด คือความโหยหา " เป็นประโยคที่โคตรเรียลสำหรับฟิคเรื่องนี้เลย


    #997
    0
  5. #996 MimiMeoww (จากตอนที่ 100)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 22:04
    ฮืออออ จะร้องไห้ ทำไมต้องทรมานกันขนาดนี้ด้วยนะ อยู่ใกล้กัน แต่ทำอะไรไม่ได้เลยอะ TT
    #996
    0