เร้นใจใต้ร่มรัก (เป็นหนึ่งสำนักพิมพ์)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 365,829 Views

  • 3,239 Comments

  • 4,780 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    94,445

    Overall
    365,829

ตอนที่ 9 : ความจริงในร้านยา (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14574
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1052 ครั้ง
    9 ม.ค. 62



ฟางเอ๋อร์ของไห่หลาน



บทที่เก้า ความจริงในร้านยา


     สิ้นเสียงตวาดของมู่ฟาง กระบี่เล่มหนึ่งเสียบทะลุเข้ามาทางหน้าต่าง


     นับเป็นโชคอย่างแท้จริงที่ไม่พลาดถูกใครเข้า ด้านนอกได้ยินอาชิวสาวใช้ของมู่ฟางตะโกนด่าทอคนร้าย เสียงโลหะปะทะกันดังตามไม่ขาดสาย มู่ฟางนำหน้าออกไปจากห้องโดยสารเป็นคนแรก ทั้งยังกุมข้อมือไห่หลานเอาไว้เสียแน่น ไม่ต้องการปล่อยผู้ใดเข้าใกล้พระชายาในจ้าวอ๋อง


     “ระวัง!”

     เซี่ยไห่หลานตะโกนเมื่อหันกลับไปเห็นคนร้ายซึ่งโผล่มาด้านหลังอวี้ถานกับตงตง สองสาวใช้ซึ่งตามออกมากระโดดลงอย่างทุลักทุเลหลบคมอาวุธ ด้านมู่ฟางชักกระบี่แล้ว หญิงสาวรับมือคนร้ายในชุดสีเข้มที่อาจหาญลอบโจมตี ไห่หลานเห็นหน้าตาคนเหล่านั้นชัดเจน พวกมันต่างคิดว่างานสังหารนี้ต้องลุล่วงโดยดีจึงไม่ใส่ใจแม้แต่จะปกปิดใบหน้ากันผู้อื่นจำได้


     “นางอยู่นั่น” คนที่ประมืออยู่กับสารถีซึ่งมีวรยุทธ์เว้นระยะห่างก่อนเบิกตากว้าง ชี้นิ้วมาทางนาง “นั่นคือพระชายาจ้าวอ๋อง จับตัวกลับไปให้ได้ ผู้อื่นฆ่าให้มด!” เพราะมู่ฟางสั่งให้ทั้งสามนำชุดสาวใช้ในครัวมาสวม คนร้ายจึงเกิดสับสนว่าคนใดคือเป้าหมายที่ต้องจับตัวกลับไป ยามนี้มีผู้ชี้เป้าย่อมไม่ไยดีคนอื่นๆ เตรียมปลิดชีพเสียให้เรียบร้อยเพื่อตัดความยุ่งยาก


     เซี่ยไห่หลานกัดฟันกรอด ยามนี้จะนั่งคร่ำครวญเสียใจที่เมื่อก่อนมารดาเชิญอาจารย์มาสอนหมัดมวยง่ายๆ ให้ร่างกายแข็งแรงออกจะไม่ทันกาลเสียแล้ว “ไม่ทราบว่านี่คือคำเชิญของไต้อ๋องหรือ”


คนร้ายทั้งหลายชะงักไปแต่ไม่ถอย ชายผู้ชี้ตัวไห่หลานหรี่ตาท่ามกลางความมืด ในมือลูกน้องอีกสองคนด้านหลังมีคบเพลิงอยู่ ส่งผลให้แสงตกกระทบ มองเห็นใบหน้าเขาบางส่วน “พระชายาจำได้?”


     “พ่อบ้านรองของจวนไต้อ๋องข้าไม่กล้ามองข้าม” นี่ย่อมเป็นการประชดประชัน นางมิอาจจำชื่อแซ่เขา นั่นเพราะในจวนไต้อ๋องซึ่งขยายโอ่อ่ากว่าจวนจ้าวอ๋องมีพ่อบ้านใหญ่ดูแล และมีรองพ่อบ้านอีกสองคนคอยช่วยเหลือ ที่จำได้เพียงเพราะรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาใบหน้านี้ ประจวบกับผู้ที่เข้าปิดล้อมจวนจ้าวอ๋องเป็นไต้อ๋อง ยิ่งเป็นผู้อื่นไปไม่ได้อีก


     “พระชายากลับไปด้วยกันโดยดีเถิด ท่านอ๋องของบ่าวไม่มีความคิดทำร้ายท่านแม้แต่น้อย เพียงอยากเชิญท่านไปพักผ่อนในตำหนักไทเฮาสักพัก เดินทางรอนแรมต่างที่นานวันเข้าอาจพบปะโจรผู้ร้ายเข้า เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ ข้าให้ท่านเลือกสาวใช้ติดตามกลับไปปรนนิบัติได้คนหนึ่ง” รองพ่อบ้านกวาดตามองอวี้ถานกับตงตงที่ยืนขนาบไห่หลานเอาไว้ “แต่เกรงว่าจอมยุทธ์ทั้งสามท่านจะต้องฝังร่างไว้ที่นี่”


     มู่ฟางที่ปล่อยให้ไห่หลานช่วยดึงความสนใจไว้ตวัดปลายกระบี่รวดเร็วปาดคอคนร้ายซึ่งอยู่ใกล้ตัวที่สุด โลหิตจากลำคอย่อมสาดกระเซ็นถูกอาภรณ์ เกิดเป็นจุดเล็กๆ สีแดงประหนึ่งบุปผาเบ่งบาน ทว่ามู่ฟางยังลงมือต่อเนื่อง นางกับอาชิวต่างขว้างมีดสั้นอาบยาพิษใส่คนร้ายล้มลงถึงสี่คนในเวลาไล่เลี่ยกัน “เจ้าพล่ามพอหรือยัง มารดาคอยนานแล้ว!”


     “ฆ่า!” นำกำลังคนมาสิบสอง บัดนี้ตายไปห้า กระนั้นยังคงได้เปรียบในเมื่อฝ่ายไห่หลานมีผู้รู้วรยุทธ์สามคน เจ็ดต่อสามย่อมเป็นต่อกว่าแน่นอน อีกอย่างเมื่อกี้พลาดท่าไปก็เพราะถูกโจมตีกะทันหัน รองพ่อบ้านคนนี้ของไต้อ๋องเก็บตัวเงียบ คอยลงมืองานใช้กำลัง ย่อมมิอาจดูแคลน ฝีมือคนติดตามก็หาได้อ่อนด้อย ฟาดฟันกันหลายกระบวนท่ากว่าจะเผยจุดอ่อน มู่ฟาง อาชิว กับสารถีซึ่งรับมือคนมากกว่านานเข้าก็เริ่มเหน็ดเหนื่อย ทั้งยังได้รับบาดเจ็บเช่นกัน


     “จับนางเอาไว้ จับนางได้ทุกอย่างก็จบ”


     “พระชายาระวัง!”

    

     เซี่ยไห่หลานเซไปกระแทกรถม้าเมื่อถูกมู่ฟางผลักหลบคมดาบที่วาดลงมาหวุดหวิด โลหะสีเงินสะท้อนเข้าสู่นัยน์ตาจนพร่ามัว เลือดสูบฉีดด้วยความตื่นตระหนก เมื่อคนที่หมายเข้ามาจับตัวนางถูกมู่ฟางกับคนสนิทกับต้านเอาไว้ คนอื่นๆ ก็ดาหน้าเข้ามาเพื่อสานต่อ


     เสียงฟ้าร้องดังสนั่นในชั่วอึดใจ เม็ดฝนเม็ดแรกร่วงหล่นลงบนใบหน้าหญิงสาว ก่อนจะพากันเทลงมาราวกับร่ำไห้ต่อเหตุการณ์วิกฤตเบื้องหน้า


     มู่ฟางถูกอีกฝ่ายถีบกระเด็นไปกระแทกรถม้าเพราะมัวแต่พะวงไห่หลาน พ่อบ้านรองปล่อยลูกน้องจัดการต้านรับผู้อื่น ตนเองย่างสามขุมเข้าหาไห่หลานที่กำเศษหินดินทรายในมือขึ้นปาใส่เขาไม่ยั้ง ถ้ามิติดคำสั่งเจ้านายมันอยากจะตบอีกฝ่ายสักฉาดเพื่อปราบพยศ


     “คุณหนูหนีไปเจ้าค่ะ” ตงตงกับอวี้ถานกระโจนเข้าใส่รองพ่อบ้านคนละด้าน ยื้อยุดฉุดกระชากกันไม่ถึงชั่วอึดใจ แรงน้อยนิดของสตรีหรือจะสู้บุรุษ อวี้ถานซึ่งบังเอิญอยู่ด้านขวาถูกสะบัดไปทางไห่หลาน สาวใช้ตะเกียกตะกายกางแขนกอดคุณหนูเพื่อปกป้องสุดชีวิต รองพ่อบ้านนิ่วหน้าหงุดหงิดกับเหล่าปลาซิวที่วุ่นวายไม่เข้าเรื่อง เงื้อแขนฟันลงโดยไม่คิดเพื่อกำจัดอวี้ถาน


     เซี่ยไห่หลานมิได้กรีดร้อง หากแต่คำรามในลำคอด้วยแววตาซึ่งบรรจุไปด้วยความเคียดแค้น แขนขาเย็นเฉียบเมื่อคนสนิทฟุบตัวไปด้านข้าง คนร้ายสารเลวเบื้องหน้าไม่สะทกสะท้าน มันกำลังจะก้มตัวลง หมายกระชากแขนพระชายาในจ้าวอ๋อง แต่แล้วจู่ๆ รองพ่อบ้านกลับตาเหลือกแน่นิ่งไป บนร่างปรากฏลูกธนูสองดอก ปักเข้าตรงช่องท้องกับเหนืออกซ้าย มันปล่อบดาบในมือ สอดส่ายสายตาด้วยใบหน้าตระหนกระคนคลุ้มคลั่ง ลูกธนูยังฝ่าฝนตามมาไม่ขาดสาย ล้วนปักลงบนร่างของศัตรูทั้งสิ้น


     “สารเลว” มู่ฟางได้ยินเสียงพระชายาชัดเจน ภาพเซี่ยไห่หลานลุกขึ้นคว้าดาบคนร้ายแล้วเสียบทะลุร่างมันช่างให้ความรู้สึกประหลาดนัก


     คลับคล้ายเหนือความคาดหมายแต่ก็สอดคล้องกับเหตุการณ์ยามนี้อย่างประหลาด


     มู่ฟางทราบดี หญิงสาวซึ่งอาวุโสกว่ามีความเด็ดขาดในการตัดสินใจเสมอ แต่ที่นี่หาใช่จวนหลังของจ้าวอ๋อง นางมิได้จัดการเหล่าชายารองกับอนุ นี่คือการต่อสู้โดยเอาความเป็นความตายเดิมพัน ลำพังหากยอมจำนนก็สามารถเอาตัวรอดได้ เซี่ยไห่หลานมิได้ถูกหมายหัวเอาชีวิตตั้งแต่ต้นแล้ว แต่นางกลับไม่ทำ


     “พี่อวี้ถาน” ตงตงรีบเข้าไปประคองคนเจ็บ ไห่หลานเองโยนดาบเปื้อนเลือดในมือทิ้ง ความรู้สึกเมื่อครู่ยังคงทำให้ฝ่ามือสั่นสะท้าน


     แต่นางไม่เสียใจ ไม่เสียใจที่ทำสักนิด


     “พวกเรามาช้า พระชายาโปรดอภัย” กลุ่มคนซึ่งใช้ธนูเริ่มโจมตีจากระยะไกลต่างกระหืดกระหอบเข้ามารายงานตัว นางหูอื้อตาลาย แทบฟังไม่ได้ศัพท์ตอนมู่ฟางสนทนา รู้เพียงคนที่นำมาอายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับพ่อบ้านกัว


     “รีบพาแม่นางท่านนี้ขึ้นรถม้าแล้วออกเดินทางเถอะ แผลนางฉกรรจ์ไม่เบา” ชายชราซึ่งมีผมขาวแซมอยู่บนศีรษะเกินกว่าครึ่งล้วงเอาขวดยาสีขาวออกมาก่อนหยิบยาลูกกลอนเม็ดหนึ่งใส่ปากอวี้ถานซึ่งยังพอครองสติเอาไว้


     ตนเองกลับขึ้นรถม้าและออกเดินทางอีกครั้งด้วยความรู้สึกกึ่งฝันกึ่งตื่น ไห่หลานกลับไม่ต้องหยิกตนเองเพื่อพิสูจน์ อาภรณ์ชุ่มน้ำฝนซึ่งตนสวมอยู่ได้บอกแล้วว่านี่คือเรื่องจริง


     อาการบาดเจ็บบนหลังอวี้ถานชวนประหวั่นพรั่นพรึง ตงตงสะอื้นไปพลางขณะรื้อเอาเสื้อคลุมแขนสั้นของตนในห่อผ้ามากดแผลเป็นทางยาวน่ากลัวบนแผ่นหลังอีกฝ่าย


     “อวี้ถาน ห้ามหลับเป็นอันขาด!” เหนือกว่าความเป็นนายบ่าวทั่วไปคือความจงรักภักดีที่อวี้ถานมอบให้ นางยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องตนไว้ เซี่ยไห่หลานซาบซึ้งใจจนน้ำตาเอ่อคลอ นางปล่อยอีกฝ่ายพิงไหล่ มือยังเกาะกุมให้กำลังใจพลางปลอบโยน


     “ขอเพียงอดทนให้ถึงที่สุด เมื่อไปถึงที่หมายท่านหมอจี้จะรีบรักษาเจ้าทันที” มู่ฟางที่มีร่องรอยบอบช้ำบนโหนกแก้มขวาให้สัญญา “ดูสิ นี่เพราะกินยาของท่านหมอจี้เข้าไปเลือดถึงไหลช้าลงแล้ว”


     คำปลอบนั่นฟังดูโผงผางไม่อ่อนหวาน แต่กลับเรียกรอยยิ้มจากปากซีดเซียวของสาวใช้ได้ อวี้ถานสัมผัสถึงความจริงใจซึ่งแฝงเอาไว้ “มู่หรูเหริน ข้าจะอดทนเจ้าค่ะ ข้ายังตายไม่ได้จนกว่าคุณหนูจะปลอดภัย”


     “ไม่ว่าข้าจะปลอดภัยหรือไม่เจ้าก็ห้ามตาย” ไห่หลานลูบศีรษะซึ่งผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่เป็นทรงของอวี้ถาน ที่แท้ชายชราท่าทางกระฉับกระเฉงเมื่อครู่เป็นหมอ


     ครั้นเดินทางต่อมาไม่เกินหนึ่งเค่อรถม้าก็เลี้ยวจากถนนสายหลักสู่อำเภอเล็กๆ ซึ่งเป็นทางผ่านขึ้นเหนือ อำเภอแห่งนี้ไม่ใหญ่ไม่เล็ก บ้านเรือนล้วนปิดประตูหมดแล้ว รถม้าหยุดอยู่ด้านหลังเรือนขนาดกลางหลังหนึ่ง ท่านหมอจี้ลงจากหลังม้าอย่างคล่องแคล่วโดยไม่รอให้ลูกน้องช่วยเหลือ พอเคาะประตูเป็นจังหวะคนด้านในก็เปิดออก รีบยกเปลไม้รับคนเจ็บทันทีหลังถูกสั่ง


     เซี่ยไห่หลานตามหลังมู่ฟางเข้าไปด้านใน อีกฝ่ายอธิบายว่าด้านหน้านั้นเป็นร้านขายยา แต่เพื่อความปลอดภัยจึงเข้าเรือนทางประตูเล็กด้านหลังแทน บริเวณชานเรือนมีชายหลายคนซึ่งแม้เรือนกายไม่ล่ำสันโดดเด่นเยี่ยงผู้ฝึกยุทธ์ หากทุกคนต่างมีอาวุธครบมือ นางมั่นใจว่าสถานที่แห่งนี้คงมีกงซุนปินอยู่เบื้องหลัง นัยน์ตาดอกท้อลอบสังเกตรอบๆ สองคราจนสามารถจำทางเส้นเข้าออกได้ อวี้ถานถูกหามเข้าห้องไปรักษา ส่วนคนที่เหลือมีสาวใช้นำทางไปยังห้องพักเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า


     เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วยามท่านหมอจี้ถึงออกมา สีหน้าแววตาไม่ตึงเครียด ไห่หลานจึงรู้แล้วว่าคนสนิทปลอดภัย


     “พระชายาพักผ่อนก่อนเถิด เรื่องอื่นไว้สนทนาพรุ่งนี้” เขาอุตส่าห์ให้ภรรยานำสาวใช้ยกอาหารมื้อดึกร้อนๆ มาให้นางกับมู่ฟางรองท้อง ไห่หลานซึ่งกินไม่ค่อยลงยังฝืนใจรับประทานเพราะเกรงว่าวันพรุ่งตนจะไร้เรี่ยวแรง


     หลังมั่นใจว่าอาชิว ตงตง และสารถีฝีมือดีนามสือหมิงไปทำแผลและพักผ่อนแล้วมู่ฟางก็กลับเข้ามาในห้อง นางพักอยู่กับไห่หลานเพื่อคอยระวังอันตราย คุ้มครองอีกฝ่ายอย่างใกล้ชิด


     “แผลเจ้า...”


     “ยาท่านหมอจี้ได้ผลชะงัด ประเดี๋ยวพรุ่งนี้รอยฟกช้ำคงไม่ปวดแล้ว” คนฟังพยักหน้า รู้ว่าต้องพักผ่อนเอาแรงหลังผ่านเรื่องราวน่าสะพรึง แต่นางกลับอดไม่ได้ อยากทราบความข้อหนึ่งให้กระจ่างเสียก่อน


     “ฟางเอ๋อร์ เจ้าเป็นใครกันแน่”



------->> 50% (ลงตอนตีสามแบบมึนๆ บอกเลยว่าจ้าวอ๋องในความคิดมู่ฟางดีเกินไป 555 แต่จะเป็นยังไงนั้นต้องติดตาม)


 

     มู่ฟางกะพริบตาปริบๆ รับปากไห่หลานเอาไว้ยามนี้กลับมิรู้ว่าควรเริ่มตรงไหนก่อน


     บางทีคงต้องอธิบายตั้งแต่จุดเริ่มต้นกระมัง


     “หม่อมฉันเติบโตในจวนท่านลุงทางเหนือ เวลาว่างก็วิ่งเล่นขี่ม้า ต่อยตีกับผู้อื่นตั้งแต่เด็ก ท่านคงทราบดีว่าชนบทไม่เหมือนเมืองหลวง พิธีรีตองไม่เคร่งครัด เอะอะโวยวายผิดวิสัยกุลสตรีก็ไม่มีใครเอาเรื่องเอาราว อย่างดีถูกท่านแม่อบรมสามสี่ประโยคก็แล้วกันไป” มู่ฟางกล่าวขอบคุณพลางยกน้ำชาที่ไห่หลานรินให้ขึ้นจิบ ดวงตาเหม่อลอยเล็กน้อยเมื่อคิดถึงอดีต


     “ชีวิตในตอนนั้นสนุกสนานมาก ท่านแม่เองหาใช่สตรีที่เอาแต่ก้มหน้าทำตามระเบียบ ดังนั้นจึงอนุญาตให้เรียนวรยุทธ์พร้อมลูกพี่ลูกน้อง” หญิงสาวซึ่งอ่อนวัยกว่าเซี่ยไห่หลานเริ่มเล่าเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบ เจ็ดส่วนเป็นเรื่องชีวิตของนาง สามส่วนคือหลังจากได้พบกงซุนปิน


     ที่แท้บิดาของมู่ฟางเป็นขุนนางเช่นกัน วัยเด็กเขาศึกษาเล่าเรียนเพื่อเป็นหมอ ต่อมายังสมัครเข้ากองทัพเพื่อรับราชการอย่างมั่นคง ด้วยฝีมือและนิสัยสุภาพอ่อนน้อมจึงเป็นที่รักของทุกคน ส่วนมารดาของนางเป็นลูกสาวร้านขายยาชื่อดังในเมือง ทั้งคู่สมกันดังกิ่งทองใบหยก พอมู่ฟางอายุได้หกขวบ บิดาก็ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าเสนารักษ์ประจำค่ายแม่ทัพพิทักษ์อุดรแล้ว


     สกุลมู่แม้ไม่ได้ยิ่งใหญ่จนผู้คนในเมืองหลวงคุ้นหู แต่หากถามบรรดาชาวบ้านหรือพ่อค้าที่อาศัยและสัญจรผ่านทางเหนือย่อมต้องพยักหน้าพลางส่งยิ้ม นั่นเพราะเครือญาติในสกุลมู่ทุกสายล้วนใจซื่อมือสะอาด ผู้ที่รับราชการไม่เคยด่างพร้อย ผู้ที่ค้าขายไม่เคยคดโกง


     ต่อมาความอันตรายของสถานการณ์ชายแดนทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากแคว้นหนานเป่ยซึ่งมีความสัมพันธ์ดีงามกับราชสำนักต้าเทียนถูกรุกรานโดยคนหลายกลุ่มที่รวมตัวกัน ทั้งชนเผ่าต่างๆ รอบด้านซึ่งชอบปล้นสะดม แย่งชิงเสบียง ไม่นับชาวเยี่ยซึ่งอยากกลืนดินแดนหนานเป่ยเป็นที่มั่น ไว้ใช้สำหรับโจมตีต้าเทียนในภายหน้า


     ความวุ่นวายครั้งนี้อาจดูไม่เกี่ยวกับราชสำนักโดยตรง แต่หากหนานเป่ยพ่ายแพ้ย่อมหมายถึงคมหอกที่พุ่งเข้าใส่ต้าเทียน เพื่อความไม่ประมาทและเป็นขวัญกำลังใจแก่ปวงประชารวมถึงกองทัพ ฮ่องเต้ทรงมีพระราชโองการให้จ้าวอ๋องกงซุนปินเข้าร่วมในการปราบปรามความไม่สงบรอบชายแดนทางเหนือ คำสั่งภายนอกคือรักษาดินแดน คำสั่งลับคือสังเกตการณ์รวมถึงเข้าช่วยเหลือดินแดนหนานเป่ยหากอีกฝ่ายย่ำแย่เข้าตาจน


     หนานเป่ยเปรียบเสมือนใบหู คนเราขาดใบหู รูหูยังคงใช้การได้ก็จริง แต่ต้าเทียนที่ขาดใบหูไปจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน


     กล่าวให้ชัดแจ้งกว่าเดิม นอกจากเสียหน้ายังจะถูกผู้อื่นดูแคลนเหยียดหยาม ปฐมกษัตริย์รวบรวมแผ่นดินเป็นปึกแผ่นด้วยการรบพุ่ง หากปล่อยผู้อื่นวิ่งถือมีดมาเฉือนใบหูทิ้งฮ่องเต้คงไม่กล้าไปสู้หน้าบรรพชนแล้ว อีกทั้งบรรณาการแต่ละปีจากหนานเป่ยและดินแดนใต้อาณัติหนานเป่ยอีกทอดล้วนไม่เคยขาดตกบกพร่อง ในฐานะผู้คุ้มครองดูแลกลายๆ ต้าเทียนย่อมมิอาจนิ่งนอนใจ ต้องสำแดงความเกรียงไกรทางทหารข่มขวัญแคว้นอื่นๆ


     “ค่ายทางเหนือกว้างขวางยิ่งใหญ่ กองทหารเต็มไปด้วยระเบียบแบบแผน พวกเราคิดว่าตราบเท่าที่อยู่หลังกำแพงจะต้องปลอดภัยไร้กังวลเพราะมีแม่ทัพพิทักษ์อุดรผู้ลือชื่อ ไหนจะท่านอ๋องที่มาจากเมืองหลวงอีก ข้าเองก็คิดเช่นนั้น ไม่รู้เลยว่านอกกำแพงห่างออกไปไม่กี่ร้อยลี้การสู้รบจะดุเดือดยิ่ง” มู่ฟางสายตาทอดไปเบื้องหน้า ดูไม่สดใสดั่งเคย

    

     เซี่ยไห่หลานเองจำได้ สองปีก่อนตอนส่งเขาไปทางเหนือยังวิตกไม่น้อย ความรู้สึกที่มอบให้กงซุนปินนับว่าไม่เฉยชาเท่าปัจจุบัน แม้มิได้รักแต่อดห่วงไม่ได้ ส่วนหนึ่งกังวลอนาคตตนเอง อีกส่วนเห็นเขาเป็นคนหนุ่ม แม้พอจะมองอุปนิสัยรวมถึงเจตนาที่อยากให้นางวางตัวสงบเสงี่ยมออกหลังมอบชื่อเรือนหลี่ฉุนเพื่อแฝงความนัยให้ กระนั้นต้องมาเห็นคนร่วมเรียงเคียงหมอนเดินทางไปเผชิญความอันตราย ไห่หลานหาใช่ก้อนหิน ย่อมหวั่นไหวเป็นธรรมดา


     ความหวั่นไหวนั่นจวบจนศึกหนานเป่ยเสร็จสิ้น กงซุนปินเขียนจดหมายมาแจ้งว่ารับชายารองกลับมาพร้อมกันหนึ่งคน


     ตอนนั้นไห่หลานซึ่งอ่านจดหมายจบคิ้วกระตุก อยากลบล้างที่ตนนั่งเคาะเกราะสวดมนต์ภาวนาให้เขาจนสิ้น โชคยังเข้าข้าง มู่หรูเหรินเป็นสตรีดีคนหนึ่ง ไม่เคยก่อความวุ่นวาย ปะทะคารมกับเว่ยหรูเหรินบ้างเป็นครั้งคราว นางจึงสบายใจกับชายารองคนนี้มาก


    น้ำเสียงราบเรียบ ดวงตามู่ฟางกลับเศร้าหมองลง “หากสิ้นชีพกลางสนามรบย่อมเป็นเกียรติยิ่งใหญ่เท่าที่บุรุษผู้หนึ่งจะจารึกเอาไว้ในชีวิตของตน แต่มันไม่ใช่...”


     มู่ฟางในวัยย่างสิบห้าปีแอบฟังบทสนทนาระหว่างรองแม่ทัพมู่ มารดา และกงซุนปิน จากนั้นจึงทราบความจริงอันน่าตกตะลึงเบื้องหลังการตายของบิดา


     จ้าวอ๋องพร้อมด้วยแม่ทัพพิทักษ์อุดรพากำลังทหารเขาปะทะศัตรู รุกไล่ตั้งแต่แนวชายแดนซึ่งอยู่ติดต้าเทียน ก่อนค่อยๆ โอบล้อมประชิด บีบศัตรูให้ถอยร่นโดยใช้วิธีรุกต่อเนื่องเข้าโจมตี ภายในเวลาสามเดือนยึดเอาจุดยุทธศาสตร์สำคัญในหนานเป่ยกลับมาได้หลายแห่ง ระหว่างทางนอกจากรับมือทัพชาวเยี่ย ยังสู้รบกับชนเผ่ากลุ่มน้อยซึ่งได้รับแบ่งสันปันส่วนอาณาเขตชั่วคราว เมื่อชาวหนานเป่ยเห็นทหารต้าเทียนเข้าช่วยเหลือพลันก่อเกิดขวัญกำลังใจ ทหารหนานเป่ยซึ่งแตกพ่ายเร่งทยอยมารวมพลเป็นแนวหน้าให้ดุจดังกลุ่มสุนัขป่าติดตามจ่าฝูง ด้วยอาณาเขตหนานเป่ยมิได้กว้างใหญ่ดังต้าเทียน ถัดไปอีกราวครึ่งเดือนก็สามารถเคลื่อนทัพปิดล้อมเมืองหลวงไว้สำเร็จ


     “กองทัพปิดล้อมเป็นเวลานาน เสบียงก็ร่อยหรอ สุดท้ายชาวเยี่ยทิ้งเมืองหลวงหนานเป่ย ถอยกลับไปตั้งหลักยังอาณาเขตแคว้นเยี่ย ว่ากันว่าองค์ชายใหญ่ของพวกเขาถูกท่านอ๋องสังหารระหว่างหลบหนี”


     เหล่าเชื้อพระวงศ์หนานเป่ยผู้ถูกคุมขังในคุกหลวงแคว้นตนเองได้รับอิสรภาพ พวกเขาจัดงานเลี้ยงขอบคุณจ้าวอ๋อง รวมถึงเหล่าแม่ทัพนายกองทั้งหลายเท่าที่สภาพวังหลวงซึ่งถูกพิษสงครามเล่นงานจนเสียหายเกือบย่อยยับจะเอื้ออำนวย หลังตามเก็บกวาดชาวเยี่ยจนเรียบร้อย ไม่กล้าโผล่หน้ามารุกรานหนานเป่ยไปอีกนาน กองทัพต้าเทียนก็เดินทัพกลับ


     “ตอนนั้นเองที่ไต้อ๋องส่งคนปะปนแทรกซึมมาเพื่อหาทางกำจัดท่านอ๋อง บิดาหม่อมฉันอยู่ในเหตุการณ์จึงถูกลูกหลง บาดเจ็บสาหัสและสิ้นลมในเวลาต่อมา”


     เป็นที่ทราบโดยทั่ว จ้าวอ๋องกงซุนปินไม่ถือตัว เขามักแวะไปยังกระโจมทหารผู้บาดเจ็บเพื่อถามไถ่อาการผู้ใต้บัญชาเสมอ คนร้ายพบพฤติกรรมนี้จึงเลือกลงมือ


     เซี่ยไห่หลานซึ่งนิ่งฟังมาตลอดเกิดข้อสงสัยผุดขึ้นกลางใจ ทว่ามิได้กล่าวออกไป


     กงซุนหลี่ส่งคนไปกำจัดกงซุนปินกลางสนามรบจะไม่ง่ายกว่าหรือ ดาบไร้ใจ กระบี่ไร้ตา ดูสมเหตุสมผลที่จ้าวอ๋องอาจพลาดท่าเสียที ไฉนไต้อ๋องถึงเลือกสั่งคนลงมือตอนสงครามเสร็จสิ้นกันนะ


     “เมื่อมิอาจทำใจปล่อยวางอยากล้างแค้นให้บิดา ภายหลังจึงวิงวอนขอท่านอ๋องรับหม่อมเป็นชายารองและติดตามมาเมืองหลวง หมายมั่นเอาไว้ จะลอบสังหารไต้อ๋องกับมือ” ความคิดเด็กสาวซึ่งทะนงในวรยุทธ์ของตนบ้าบิ่นไร้แผนการรองรับ มู่ฟางนั้นใจร้อนเป็นนิสัย นางทราบว่าหากขอมารดาติดตามกงซุนปินมาต้องถูกคัดค้าน ดังนั้นจึงแสร้งทำว่าตนมีใจชอบพอ


     “อยากบั่นคอพยัคฆ์ก็ต้องกล้าพอจะเข้าถ้ำ ตอนนั้นทำไปโดยไม่ไตร่ตรอง” อาจเพราะสวรรค์เมตตาที่นางสูญเสียบิดา มู่ฟางที่เพิ่งได้สติในคืนเข้าหอถึงยอมสารภาพกับท่านอ๋องหนุ่มตามตรง


     ผลปรากฏว่าจ้าวอ๋องรับฟังอย่างสงบ ปราศจากคำต่อว่าด่าทอ แรกเริ่มปลอบใจก่อนสอนนางด้วยท่าทีคล้ายพี่ชายอบรมน้องสาว “ท่านอ๋องเป็นบุรุษมากน้ำใจ ไม่ถือสาหาความหม่อมฉันที่หลอกลวง”


     “ฟางเอ๋อร์...” ไห่หลานลุกขึ้นยืน โอบสตรีอ่อนวัยกว่าเอาไว้พลางลูบหลังเบาๆ


     “ดังนั้นพระชายาไม่ต้องกังวล ท่านอ๋องกับหม่อมฉันไม่เคยร่วมหอกัน อย่าว่าแต่ทำอะไรเช่นนั้นเลย นอกเหนือจากสัมผัสนิดๆ หน่อยๆ เพื่อตบตาคนในจวน ความรู้สึกพวกเราเป็นดังเจ้านายลูกน้อง บางคืนท่านอ๋องไปค้างแรม หม่อมฉันออกไปปฏิบัติภารกิจกับอาชิวบ้าง จินชางบ้าง มิเคยอยู่กันสองต่อสองเพคะ” คนพูดยิ้มเจื่อน รู้สึกติดค้างไห่หลานอย่างไร้สาเหตุ


     ย้อนคิดดูพบว่าตนเองโง่เขลาเหลือจะกล่าว คิดอะไรง่ายดายราวเด็กอมมือ ตอนนั้นนางอายุน้อย ไม่เข้าใจโลก เติบโตท่ามกลางครอบครัวอบอุ่น ได้รับการตามใจเสมอมาจึงเอาแต่ใจ เมื่อติดตามจ้าวอ๋องมาอาศัยอยู่ในเมืองหลวง จิตใจถึงสงบลง รู้จักเก็บอาการ


     นอกจากนั้นนานวันเข้า มู่ฟางได้ทราบความต่ำช้าที่ไต้อ๋องทำเพื่ออำนาจมากขึ้น ความตั้งใจยิ่งเพิ่มพูนสูงหลายจั้ง บางทีนี่อาจเป็นลิขิตฟ้าให้นางช่วยกงซุนปินขจัดคนเลว


     ต่อมาหลังพยายามอย่างยากลำบากสืบหารวบรวมข่าวสารจากหลายทางเข้าด้วยกัน ถึงกระจ่างต่อสาเหตุที่ไต้อ๋องส่งคนไปสังหารกงซุนปินยามเดินทัพกลับ นั่นไม่ได้เกิดจากความบังเอิญหรือวางแผนผิดพลาด แท้จริงไต้อ๋องสนิทสนมกับองค์ชายใหญ่แคว้นเยี่ยผู้ถูกจ้าวอ๋องปลิดชีพ พวกเขาเริ่มความสัมพันธ์ฉันมิตรด้วยการแลกเปลี่ยน กงซุนหลี่ให้ข่าวสาร ระบุจุดอ่อน ส่งกุนซือไปให้คำปรึกษา ส่งยอดฝีมือช่วยฝึกคน องค์ชายใหญ่แคว้นเยี่ยตอบแทนด้วยความภักดี รับปากยกเหมืองหลายแห่งในหนานเป่ยให้เป็นสิทธิ์ขาดของกงซุนหลี่หากการใหญ่สำเร็จ


     เพื่อซื้อใจและเลี้ยงดูบริวารไว้สำหรับการขยายอำนาจ เงินทองย่อมมิอาจขาดมือ เดิมทีแผนนี้นับว่าไม่เลว แต่ชาวเยี่ยกลับพ่ายแพ้ ปราชัยมิพอยังฆ่าจ้าวอ๋องให้ตายในสงครามไม่ได้


     “หม่อมฉันจึงเกิดปณิธานแรงกล้าอยากขจัดคนโฉด เพียงเพื่อให้ตนเองได้เปรียบในกระดานอำนาจ กงซุนหลี่กล้าเอาชีวิตชาวบ้านริมชายแดนมาล้อเล่น ไม่รวมชาวหนานเป่ยที่บริสุทธิ์ต้องถูกเข่นฆ่า บ้านแตกสาแหรกขาด คนเช่นนี้ขึ้นเป็นฮ่องเต้ต่อให้วันหน้าพยายามกระทำดีกลบเกลื่อนก็ยังไม่คู่ควรได้นั่งบัลลังก์!”


     บิดาที่ตายอย่างไม่เป็นธรรม... ความรักชาติอันแน่วแน่...


     เป็นสตรีเหมือนกันไห่หลานกลับรู้สึกเลื่อมใสคนตรงหน้า มู่ฟางยืดหยัดในความตั้งใจ เกิดเป็นบุรุษย่อมมีวิธีที่ดีกว่า ไม่ต้องสละตัวเองแต่งเป็นชายารองผู้ใด แต่ในเมื่อเป็นสตรีมิอาจหลีกเลี่ยงพบเจอขีดจำกัด หลานสาวรองแม่ทัพมู่กลับพร้อมเผชิญหน้า ต่อให้เป็นอารมณ์ชั่ววูบหรือเพราะความคิดเด็กสาวไม่รอบคอบพอก็ยังต้องนับถือในความหาญกล้ามุทะลุนี้


     “อยู่ต่อหน้าเจ้าข้าละอายนัก รู้สึกเป็นสตรีผมยาวหูตาคับแคบ วันๆ เอาคิดเอาตัวรอดเท่านั้น”


     “ท่านอ๋องเคยบอกพวกเราว่าพระชายาเป็นสตรีฉลาด รู้จักวางตัว ไม่สร้างปัญหาซ้ำยังรอบคอบ รู้จักประเมินสถานการณ์ แล้วท่านจะบอกว่าตนเองหูตาคับแคบได้อย่างไร”


     นัยน์ตาดอกท้อฉายแววอึ้งงง ไม่อยากเชื่อหูว่ากงซุนปินนำตนไปชมเชยให้ผู้ใต้บัญชาฟัง


     ประเดี๋ยวก่อน มู่ฟางกล่าวว่าพวกเรา มิใช่หม่อมฉัน แสดงว่ายังมีผู้อื่นอีกหรือนี่

    

     “พวกเรานั้นเจ้าหมายถึง...”


     “ย่อมเป็นหม่อมฉัน จินชาง พ่อบ้านกัว และใต้เท้าเต้าหู้...เอ่อ หมายถึงใต้เท้าหาน”


     ไยใต้เท้าหานลู่หลานชายพระอาจารย์ที่ฮ่องเต้ให้ความเคารพถึงกลายเป็นใต้เท้าเต้าหู้เล่า ไห่หลานฟังแล้วหัวเราะแห้งๆ เกรงว่ามู่ฟางคงเกิดไม่ถูกชะตากับผู้เป็นทั้งสหายของกงซุนปิน ถึงตั้งฉายาน่าขันให้เขา


     “คุณหนู” เสียงเคาะประตูดังเพียงสองทีก็ตามด้วยเสียงเรียกคุ้นเคย มู่ฟางลุกไปเปิดประตู


     “เกิดอะไรขึ้น” อาชิวผู้มีวรยุทธ์สีหน้าไม่สู้ดี พาให้คนในห้องใจเสีย เซี่ยไห่หลานนิ่วหน้าถามอย่างกังวล “หรืออวี้ถาน...”


     อาชิวส่ายหน้ารัวเร็วเกรงเกิดความเข้าใจผิด “เมื่อครู่คนของท่านหมอจี้เพิ่งแจ้งข่าว...ฮ่องเต้สิ้นพระชนม์แล้ว”


     ไห่หลานเบิกตากว้าง สองมือเย็นเฉียบ


    

     ฝนที่ซาไปพักใหญ่เริ่มกระหน่ำลงมาอีกครั้ง ดึงเอาความรู้สึกหนักอึ้งในใจแผ่ขยายอาบคลุมทั่วร่าง





ขอโทษทุกท่านที่หายไปนะคะ ใครติดตามซือซิงในเพจจะทราบว่าไปเจอคนนิสัยไม่ดีปล่อยไฟล์นิยายเถื่อนของเราขาย
บอกเลยว่าเซ็งและหัวร้อนมาก กำลังปั่นนิยายก็ต้องเสียเวลา
ไปจัดการ =___=
โชคดีที่ทุกครั้งที่เกิดเรื่องแบบนี้จะมีนักอ่านใจดีช่วยสอดส่องและแจ้งเข้ามา ขอบพระคุณมากจริงๆ// คารวะ

ตอนนี้ไปสนุกกับนิยายดีกว่าเนอะ เป็นกำลังใจให้หนูไห่หลานด้วยค่า เดี๋ยวพรุ่งนี้มาต่อที่เหลือ ขอไปนอนก่อนนน

ซือซิง
07/01/19


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.052K ครั้ง

36 ความคิดเห็น

  1. #3041 แพนด้าห้าขวบ (@kokchang) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 12:30
    อ่านๆ ไปก็คิดว่า เอ้อ แต่งดีจังน้า มีที่มาที่ไปตามบริบทแต่ละคน ไม่ใช่มาแบบสกิลนางเอกหรือเติมทรู ภาษาก็ไม่ผิดๆ ถูกๆ น่าเสียเงินสอยจริงๆ น้า
    #3041
    1
  2. #1562 ana julia (@anajulianovela) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 19:56
    น้องมู่ต้องทำสำเร็จๆ สู้ๆๆๆๆๆๆ
    #1562
    1
  3. #984 pemipond (@pemipond) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 19:57
    ตื่นเต้นไปหมดเบย
    #984
    1
  4. #274 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 11:17
    นับถือใจมู่ฟางจริงๆ
    #274
    1
  5. #226 IM280409 (@IM280409) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 18:32
    ฮือออออออ อยากกอดมู่ฟางกับไห่หลานจัง เศร้าอ่ะ
    #226
    1
  6. #225 phetyok (@phetyok) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 17:40
    ค้างมาก ณ จุดนี้
    รอสอยลงมาค่ะ
    ค้างนาน เมื่อยมากกกกกก
    #225
    1
  7. #224 Sweetsmile2557 (@Sweetsmile2557) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 16:02

    มู่ฟางกับใต้ท้าวเต้าหู้....มีอีกคู่สินะ ^_^

    #224
    1
  8. #223 GTuiar (@maybe-shop) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 15:39

    ตึ้งงงง ยังระทึกขึ้นได้อีกกกกก

    #223
    1
  9. #222 Mumupramc (@Mumupramc) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 13:31

    เห็นด้วยกับข้อความข้างล่าง ฝีมือไร้ท์ดีขึ้นมาก

    #222
    1
  10. #221 Tiemchan (@Tiemchan) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 10:23
    รอค่าไรท์
    #221
    1
  11. #220 Nildara (@-nut16-) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 08:25
    ดีใจที่ฟางเอ๋อร์เป็นคนดีมีใจกล้าหาญ เหลือเรื่องความปลอดภัยของจ้าวอ๋องเท่านั้น...ที่หลานเอ๋อร์ยังต้องคิดมากอยู่ รอฉากลุยสวน ฮา! (เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ สู้ๆค่ะ)
    #220
    1
    • #220-1 ซือซิง/FrostyNight (@FrostyNight) (จากตอนที่ 9)
      10 มกราคม 2562 / 04:30
      ใกล้แล้ว ก่อนลุยสวนยังมีความฮามานำร่องก่อน รอติดตามนะคะ
      #220-1
  12. #219 Taksina_Tangkwa (@Taksina_Tangkwa) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 08:08
    ใต้เท้าเต้าหู้ น่ารักอ่ะ
    #219
    1
  13. #218 Goody2526 (@Goody2526) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 07:58

    น้องมู่สงสัยจะคู่กับใต้เท้าเต้าหู้
    #218
    1
    • #218-1 ซือซิง/FrostyNight (@FrostyNight) (จากตอนที่ 9)
      10 มกราคม 2562 / 04:30
      ฉายาใต้เท้าเต้าหู้มีที่มา ต้องรอชม อิอิ
      #218-1
  14. #217 nunuvsop (@nunuvsop) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 07:42

    ชื่นชมไรท์ค่ะ แต่งได้สนุกสนานหลายแนวมาก เรื่องนี้คงจะฮาปนบู๊กรุบกริบ ยิ่งอ่านยิ่งเข้มข้นเรื่อยๆเชียว

    #217
    1
    • #217-1 ซือซิง/FrostyNight (@FrostyNight) (จากตอนที่ 9)
      10 มกราคม 2562 / 04:29
      ขอบคุณมากค่ะ เปลี่ยนอารมณ์และโทนเรื่องไปเรื่อยๆ กลัวคนอ่านเบื่อหนุ่มๆ แมนจู 555
      #217-1
  15. #216 usaonly (@usaonly) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 07:15

    โล่งใจไปที น้องมู่จริง ๆ แล้วแต่งงาน เพียงแต่ชื่อเพื่อจะมาแก้แค้นให้ท่านพ่อของตัวเอง แต่นับถือจ้าวอ๋องเหมือนพี่ชาย ดีนะทีไห่หลานเองก็เอ็นดูนางมาตั้งแต่แรกแล้ว ตอนนี่ก็เป็นเพื่อนตายอีกด้วย ตอนนี้สิ้นฮ่องเต้ในเมืองคงวุ่นวาย จ้าวอ๋องจะปลอดภัยไหมหนอ ขอบคุณค่ะ

    #216
    1
  16. วันที่ 9 มกราคม 2562 / 06:10

    เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #215
    1
  17. #214 9peony (@9peony) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 05:42
    สู้ๆ นะคะของจริงจะคงอยู่ สุดท้ายพวกมิจฉาจะมอดไหม้ ..
    #214
    1
  18. #213 mooklinlava2505 (@mooklinlava2505) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 05:03
    สู้ๆนะคะคนแบบนี้น่ารังเกียจมากจัดการให้เด็ดขาดเลยค่ะไรต์ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #213
    1
  19. #212 Nildara (@-nut16-) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 23:40
    รู้สึกว่าไรท์ฝีมือฉมังขึ้นเยอะเลย อ่านแล้วรู้สึกชอบมาก เป็นกำลังใจให้ไรท์เสมอนะคะ^^
    #212
    1
    • #212-1 ซือซิง/FrostyNight (@FrostyNight) (จากตอนที่ 9)
      9 มกราคม 2562 / 03:22
      อูย คนเขียนยิ้มหน้าบานเลยค่ะ ขอบคุณน้า
      #212-1
  20. #209 GTuiar (@maybe-shop) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 17:01
    ซือซิงสู้ๆนะคะะ นิยายของซือซิงสนุกมากๆเลยค่ะ^^
    #209
    1
  21. #208 MoMe (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 11:18

    สนุกกกกมากกกก มาต่อเร็วๆนะค่ะไรท์ สู้ๆ

    #208
    1
  22. #207 Maty (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 09:57

    ไรท์มาถูกทางแล้วเขียนได้สนุกตื่นเต้นเร้าใจน่าติดตามกว่าแนวหวานๆที่มีคนเขียนกันเยอะแล้ว

    #207
    1
    • #207-1 ซือซิง/FrostyNight (@FrostyNight) (จากตอนที่ 9)
      9 มกราคม 2562 / 03:24
      เดี๋ยวรอไปเลี้ยงไก่เลี้ยงเป็ด เฮฮาแน่นวลลล 555
      #207-1
  23. #206 Oiljang89 (@Oiljang89) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 09:53

    มาต่อเร็วๆนะ
    #206
    1
  24. #205 mooklinlava2505 (@mooklinlava2505) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 09:45
    สนุกมากรวดเร็วไม่เยิ่นเย้อชอบค่ะ
    #205
    1
  25. #204 Tiemchan (@Tiemchan) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 08:16
    เป็นกำลังใจค่ะไรท์ รอเล่มอยู่นะคะ ติดตามและซื้อเล่มทุกเรื่อง
    #204
    1
    • #204-1 ซือซิง/FrostyNight (@FrostyNight) (จากตอนที่ 9)
      9 มกราคม 2562 / 03:24
      ขอบพระคุณมากๆ เลยค่ะ คนนี้แฟนตัวจริง ตามอ่านและเม้นต์ทุกเรื่องเลย ปลื้มมมม
      #204-1