ตอนที่ 7 : บทที่หก - เรื่องเล็กบานปลาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10847
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 459 ครั้ง
    24 พ.ย. 61


**Rewrite 24/11/18
 
 

บทที่หก เรื่องเล็กบานปลาย

     ปันจินเอาตัวรอดจากบรรยากาศอึดอัดชวนใจเต้นมาได้ก็รีบปีนขึ้นเตียง ริมฝีปากล่างถูกเจ้าตัวกัดเบาๆ เพื่อระบายความเขินอาย ใจเต้นระรัวประหนึ่งกลองศึก ยิ่งพยายามผ่อนลมหายใจ ยิ่งได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวจากห้องข้างดังชัดเจน

     เวลาผ่านไปอีกครู่หนึ่งลู่ฉินถึงก้าวออกมา

     ชายหนุ่มปัดหางเปียไปด้านหลัง ยืนพิจารณานิ่งๆ

     นางหลับแล้วงั้นหรือ?

     เห็นท่านหญิงม้วนตัวกับผ้าห่มหนาเป็นรังไหมอยู่พลันส่ายหน้า ตาเป็นประกายวิบวับด้วยความสนอกสนใจ

     “ปวดเนื้อปวดตัวจริงๆ” เสียงทุ้มฟังดูเหนื่อยล้าขณะทรุดกายลงบนเตียง เสียงเนื้อผ้าขยับสวบสาบเพื่อทุบไหล่ซ้ายขวาให้ตนเองกำลังเล่นงานหญิงสาว ปันจินทนฟังเขาบ่นต่อไปไม่ไหว ยอมพลิกกายกลับมา ดึงผ้าห่มซึ่งพันตัวออกด้วยความทุลักทุเลอยู่บ้าง

     “ข้านวดให้ท่านเอง” ลู่ฉินหันไปเห็นหญิงสาวนั่งส่งสายตาไม่มั่นใจ “แต่ข้าไม่เคยนวดให้ใครมาก่อน เกรงว่าอาจไม่ได้เรื่องได้ราวนัก” ยังไงนวดตอนใส่เสื้อผ้าครบถ้วนย่อมไม่สร้างความลำบากเท่ายามเขาเปลือยเปล่าในถังไม้

     “เพียงเจ้าตั้งใจก็พอแล้ว” เห็นเขามีสีหน้าพออกพอใจ นางจึงลงมือบีบนวดต้นคอกับไหล่

     “เจ็บหรือไม่” คนถูกนวดกลั้นยิ้ม ลำพังแรงเท่ามดกับมือนุ่มนิ่มนับเป็นอะไรได้

     “แบบนี้ไม่ดี ไม่ถนัด...” ปันจินยังไม่ทันได้ถามว่าไม่ดีอย่างไรเขาก็พรวดพราดถอดเสื้อออก แผ่นหลังเต็มไปด้วยเส้นสายกล้ามเนื้อแข็งแกร่ง ยามปรากฏสู่สายตาช่างแจ่มชัด ยังมีร่องรอยแผลเก่าเล็กๆ ประปรายประสาคนฝึกซ้อมกับของมีคม ผิวเขาเนียนละเอียดไม่แพ้อิสตรี นางได้แต่รำพึงในใจว่าช่างเหมาะสมกับฉายาบุรุษหยกในทุกด้านจริงๆ

     “มีอะไรหรือ” คนไพล่คิดนอกเรื่องไปไกลส่ายหน้ารัวเร็วแล้วหลุบตา กลัวเหลือเกินว่าเขาอาจจับความคิดเกินเลยได้

     ท่านหญิงไม่เคยสังเกตโดยละเอียดมาก่อน ในเมื่อเวลากอดเกี่ยวทำได้เพียงสัมผัสภายใต้ความมืด...

     เอ่อ นั่นละ เอาเป็นว่าแค่เขาหายใจรินรดอยู่ด้านบนนางยังแทบไม่กล้าลืมตา นับประสาอะไรกับพินิจอีกฝ่ายอย่างลึกซึ้งเล่า

     “มือเย็นจริง” พอเนื้อเย็นทาบลงบนไหล่ ลู่ฉินพลันออกปากทันที เมื่อครู่มีอาภรณ์ขวางกั้นจึงรู้สึกไม่มากเท่ายามนี้

     ราชองครักษ์หนุ่มหันหน้ากลับมาหาภรรยา ขยับกายประชิดโดยหญิงสาวไม่ทันตั้งตัว “อา ท่านพี่ เดี๋ยว หยุดก่อน หยุดมือก่อน” ปันจินละล่ำละลัก จู่ๆ เขาเลิกขากางเกงนางขึ้นทำไมกัน

     “อากาศเย็นลงเรื่อยๆ เลือดอาจไหลเวียนไม่ดีเท่าไหร่เนื้อตัวเจ้าถึงได้เย็นเช่นนี้” เพียงฝ่ามือเดียวสามารถกำข้อเท้าปันจินที่กระเถิบหนีไปด้านในของเตียงจนเกือบหมด ลู่ฉินกระตุกครั้งเดียวเรียวขาขาวผ่องของหญิงสาวพลันเลื่อนไปพาดอยู่บนตัก

     ความกระดากอายแล่นขึ้นสองแก้มจนร้อนดุจไฟอัง พยายามเบือนหน้าหนี งอนิ้วเท้าเมื่อมันสัมผัสบริเวณกล้ามท้องแน่น

     “ข้าจะนวดให้ หากเจ้าง่วงก็หลับไปได้เลย” สภาพแบบนี้ยังกล้าหวังให้นางหลับลงอีก

     “ท่านปวดไหล่มิใช่หรือ ข้านวดให้ท่านดีกว่า อย่าลำบาก...” ท้ายประโยคเปลี่ยนเป็นร้องออกมาเบาๆ นางคิดเสมอว่ากายเขาช่างอบอุ่นจนถึงกับร้อนในบางครั้ง ยามลู่ฉินถูมือไปมาแล้วนาบลงบนปลีน่องขาวผ่องจึงอดสะดุ้งไม่ได้

     “ตัวเย็นถึงเพียงนี้ยังปฏิเสธอีก” เขาออกแรงกดจากนิ้วหัวแม่โป้งและนิ้วชี้บริเวณเนื้อใกล้ข้อพับขา ปันจินเม้มปากด้วยความเจ็บในตอนแรก ต่อมากลับรู้สึกเบาสบายจนน่าประหลาด ราวกับสายน้ำซึ่งทำนบกั้นถูกรื้อออก พากันไหลบ่าในคราเดียว

     “เส้นลมปราณทั้งหลายสมควรใส่ใจให้มาก”

ตรงกันข้ามกับหนิงเฉิงพี่ชายที่มักชอบอ่านตำราบทกวีต่างๆ เขากลับชอบศึกษาเรื่องการรักษา ครั้นจะออกตัวว่ามีความรู้เชิงลึกก็เป็นการโอ้อวดเกินงาม ต้องบอกว่ามีความรู้เกี่ยวกับลมปราณเนื่องจากฝึกหมัดมวยวิชาต่อสู้จึงฟังดูเข้าที

     “จะ เจ็บ” ต้องโทษที่เนื้อหนังนางบอบบางเกินไป แม้ทนเม้มปากข่มกลั้น ยามเขากดถูกจุดจำต้องปล่อยเสียงร้องออกมา

     “ต้องมีบ้างที่เจ็บ อดทนเอาหน่อย เดี๋ยวจะสบาย” ปันจินยอมให้เขาล่อหลอกเช่นเด็กหญิงตัวน้อย แม้อายุไม่มากแต่ย่อมมีความเมื่อยขบบ้างเป็นธรรมดา ยิ่งนางชอบวาดรูปเป็นเวลานาน บ่าจึงค่อนข้างแข็งตึง ชายหนุ่มจัดการกับเรียวขาทั้งสองเรียบร้อยก็โน้มกายดึงร่างนางเข้าหา

     ในใจคนปรนนิบัติทั้งสุขทั้งทุกข์ทรมาน กระนั้นความอดทนของลู่ฉินยังคงเป็นเลิศอย่างน่านับถือ เขาเลิกชายเสื้อนอนเนื้อหนาขึ้น เห็นเอี๊ยมสีหวานรำไรพานให้น้ำลายหนืดคอ ต้องพยายามรักษาสีหน้านิ่งเฉยเอาไว้ สอดมือไปด้านข้างความนุ่มหยุ่น ไล่กดตามจุดที่เคยอ่านในตำราตั้งแต่บนลงล่าง เห็นหน้าท้องนางหดเกร็งแต่ยังคงปรือตาหวานฉ่ำไม่รู้เนื้อรู้ตัวเขายิ่งต้องตั้งสติ ไม่ปล่อยให้ตนเองดึงทึ้งเสื้อผ้านางออกตามสัญชาตญาณดิบเถื่อน

     หรือนี่คือคิดกลั่นแกล้งผู้อื่นบาปกรรมจึงคืนสนอง

     คราวก่อนกลั้นใจหักดิบความต้องการของตนเองเพื่อแกล้งปันจิน หวังให้ลูกพลับถูกมอมเมาด้วยความหวามไหวจนยอมตกลงสู่ฝ่ามือเขา ไฉนยิ่งลงมือยิ่งถลำลึก จิตใจโอนเอนง่ายดายไม่เป็นตัวของตัวเอง

     ตั้งสมาธิมิทันไร จู่ๆ ได้ฟังเสียงครางแผ่วเบากับลมหายใจกระชั้นแทบหลอมละลายทุกสิ่งไม่เหลือ

     ฝ่ามืออุ่นร้อนทั้งกด ทั้งนวด ลูบไล้ขึ้นลง แตะยังจุดสำคัญตามตำราไม่บกพร่อง เอาอกเอาใจนอกเหนือไปจากนั้นด้วยการนวดเฟ้น ดวงตาของท่านหญิงลืมขึ้นฉับพลันยามเอี๊ยมถูกปลด รีบตะปบลงบนหลังมืออีกฝ่ายรวดเร็ว

     “ท่านพี่...” ครั้นเผลอออกปากเรียกไปยังตกใจว่าไฉนเสียงถึงฟังดูยั่วยวนปานนี้

     “ข้าอยู่นี่” เขาตั้งใจขยับนิ้วไปมา นางกัดฟันกลั้นเสียงไว้ “บอกมาว่าเจ้าต้องการอะไร”

     “ขะ ข้า...” ลู่ฉินได้ยินเข้าก็บังเกิดความยินดี คิดว่าลูกพลับพร้อมบิดขั้วลงมาหาตนจึงผละมือออก ทำให้นางรู้สึกหนาวเย็นจนต้องรีบกอดตัวเองไว้พลางส่งสายตาตัดพ้อ

     เอาอีกแล้ว เขาหยุดมือลงกลางคัน ปล่อยนางทิ้งไว้บนปุยเมฆอีกแล้ว

     “.......” เงียบกันไปชั่วอึดใจ ลู่ฉินเลิกคิ้วถามซ้ำ ปลายเสียงห้วนขึ้น หาใช่เพราะโมโหสตรีเบื้องหน้า แต่เพราะเขากำลังถูกความต้องการแผดเผาจนเกร็งไปทั้งร่าง

     “บอกมาสิ” นี่เป็นสายตาคาดคั้นเช่นเดียวกับยามเจอกันครั้งแรก

     ปันจินหดขากลับ ขยับกายเข้าไปยังที่ทางของตน สายตาซึ่งจดจ้องทุกการกระทำยังไม่ละไปไหน เพราะนางไม่ได้ลดสายตาลงต่ำจึงมองไม่เห็นความต้องการอันขึงขัง ลู่ฉินสูดหายใจเข้า เฝ้ารอหญิงสาวผู้ถูกความเขินอายไม่มั่นใจเบียดบังความต้องการของสตรีจนหมดสิ้น

     “ขะ ข้าจะนอน” ประโยคดังกล่าวราวน้ำเย็นราดลงบนศีรษะ เสียงตอบรับในลำคอของลู่ฉินจวนเจียนเป็นเสียงคำรามอยู่รอมร่อ เกิดข้อกังขาในใจว่าระหว่างข่มกลั้นอารมณ์ปรารถนากับเคี่ยวกรำนางเพื่อเอาชนะ สิ่งไหนเย้ายวนใจกว่ากัน

     ปันจินได้ยินเสียงเขาลุกไปยังห้องข้างๆ ต่อให้สงสัยกลับปิดปากเงียบไม่เอ่ยถาม พอแอบพลิกกายกลับมาจึงพบเสื้อของเขากองทิ้งอยู่ อดไม่ได้เบ้ปากใส่อาภรณ์ไปครั้งหนึ่ง

     นอกจากความช่างสงสัยที่สามีเผยให้ฟังด้วยตัวเอง นางยังทราบถึงนิสัยชอบชักนำผู้อื่นให้เป็นไปตามความต้องการ ดูอย่างคำพูดเมื่อครู่นี้ โน้มน้าวให้นางเป็นฝ่ายเอ่ยความต้องการก่อน เห็นชัดว่าเขาจงใจ

     ช่างไม่ยุติธรรม ลู่ฉินทราบความลับของนาง ทั้งยังดูเหมือนมองนิสัยออกจนทะลุปรุโปร่ง นางกลับตามเขาไม่ทัน ประเดี๋ยวดูห่วงใย ประเดี๋ยวเหมือนมีสิ่งอื่นเคลือบแฝง

     ขณะท่านหญิงครุ่นคิดอยู่คนเดียวจนเผลอหลับไป ลู่ฉินกลับเข้ามาและดับไฟบนเชิงเทียนทองเหลือง เขาล้มตัวลงด้วยกายที่เบาสบายขึ้น อดไม่ได้ชะโงกมองหญิงสาวผู้หลับพริ้มเช่นเด็กน้อยไร้เดียงสา ฝ่ามือสากระคายจากการจับอาวุธเลื่อนผ้าห่มขึ้นจนถึงลำคอ เกรงว่าอากาศอาจเล่นงานอีกฝ่ายจนไม่สบาย

     ลู่ฉินพูดได้อย่างเต็มปากว่าเรื่องในห้องหอของชายหญิงเกิดขึ้นด้วยความชอบธรรมจากสถานะสามีภรรยา นางต้องให้กำเนิดทายาทแก่เขา ฉะนั้นการหยอกเย้าหรือแม้แต่ร่วมรักจึงไม่ผิดแผกอันใด

     คิดถึงสายตาหญิงสาวแปรเปลี่ยนเป็นหวานเชื่อมปานน้ำผึ้งซ้ำยังแฝงแววตัดพ้อ อกซ้ายพลันเต้นแรงขึ้นมาในบัดดล

     “ไม่...ลูกพลับ...ไม่ใช่นะ”

     ชายหนุ่มเปลี่ยนอารมณ์แทบไม่ทัน เกือบหลุดหัวเราะเสียงดัง

     นางพึมพำอู้อี้ หัวคิ้วย่นหากัน คาดว่าในฝันคงกำลังโต้แย้งเรื่องที่ถูกปรามาสไว้

     ลู่ฉินใช้นิ้วหัวแม่มือช่วยคลายมันออก

     เจ้าเป็นถึงท่านหญิง เป็นสตรีชาวแมนจูผู้ขึ้นชื่อเรื่องความห้าวหาญ ช่วยตรงไปตรงมาสักหน่อยได้หรือไม่เล่าภรรยาข้า


     ผลของการปล่อยสามีแสดงความเอาใจใส่ทำให้ท่านหญิงปันจินมีรอยช้ำบนร่างหลายจุดตามประสาคนผิวบาง โดยเฉพาะบริเวณปลีน่องขาวผ่องกับไหล่ลาดเนียนนั้นชัดเจนยิ่ง

     อาเถาและสาวใช้อีกคนลอบสบตาระหว่างปรนนิบัติเจ้านายสาว

     “มองอะไรกัน” สายตาวิบวับกับสีหน้าเหนียมอายของบ่าวทั้งสองเร่งให้แก้มใสขึ้นสีระเรื่อ

     นางไม่ชินกับการเป็นหญิงมีเหย้ามีเรือน ต่อให้ท่อนไม้กลายเป็นเรือไปแล้วก็ยังวางเฉยมิได้เสียที

     “เดี๋ยวบ่าวทายาให้นะเจ้าคะ” อาเถาเห็นรอยสีเขียวบางๆ ยามช่วยสวมอาภรณ์ก็แอบค่อนขอดว่าท่านเขยช่างมือไม้หนัก ไยไม่ถนอมบุปผาสักหน่อยเล่า

     “มะ ไม่ต้องหรอก หยิบยามา ข้าทำเอง” ปันจินนึกอยากฟาดลู่ฉินสักทีสองทีให้หายโมโห เสียว่าเขาออกไปจากห้องตั้งแต่อาทิตย์ยังฉายแสงไม่ทั่วฟ้า นางตื่นมาที่นอนข้างกายก็เย็นหมดแล้ว

     ปันจินยืนกรานให้สาวใช้ทั้งหมดออกไปรอด้านนอก ยามทายาตรงจุดไหนล้วนมีภาพช่วงบนอันตึงแน่นของเขาปรากฏให้เห็นร่ำไป เขาตั้งใจถึงเพียงนั้น ออกแรงถึงเพียงนั้น เกรงว่าที่ตนร้อนรุ่มจนแทบกลายเป็นน้ำเดือดคงเพราะลมปราณและโลหิตไหลเวียนดีจากการนวดของเขากระมัง

     “หากข้า...”

     ถ้าเมื่อคืนนางพูดล่ะ ลู่ฉินจะลงมือหรือไม่

     “น่าหมั่นไส้นักเชียว ใครบางคนแถวนี้เอาแต่คิดถึงสามี” วิญญาณสาวป้องปากหัวเราะ สายตาคู่งามกำลังล้อเลียนอย่างโจ่งแจ้ง “เขาออกไปตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว เจ้ายังนั่งอมยิ้มหน้าแดงไม่เลิกรา”

     “ข้าเปล่านะ” ปันจินรีบเถียงเพื่อกลบเกลื่อน พอสำนึกได้ว่าแสดงพิรุจมากไปจึงลดเสียงเบาลง “ข้าคิดเรื่องของท่านอยู่ต่างหาก”

     “น้องสาวจะหน้าแดงเรื่องข้าไปทำไมกัน” ผีสาวยังไม่หยุด นานทีปีหนปันจินจะถูกล้อเลียนจนอายม้วนเช่นนี้ หากพลาดไปย่อมน่าเสียดาย

     “เอาล่ะๆ ประเดี๋ยวข้าจะไปพบท่านแม่เพื่อขอเรื่องนั้นให้ ท่านหยุดกระเซ้าเถอะ”


     ตอนกลางวันสตรีเรือนในรับประทานอาหารพร้อมหน้า ท่านหญิงรอจังหวะที่ทุกคนย้ายมานั่งเล่นในห้องโถงเอ่ยความต้องการ หลังทราบว่าสะใภ้คนรองอยากติดตามไปงานที่ร้านอัญมณีซูเซียวด้วย ลู่จิวรีบสั่งให้คนสนิทหยิบเทียบเชิญไปงานมอบให้ทันที

     “ยังคิดอยู่ว่าอยากให้พวกเจ้าไปแทน”

     “ท่านแม่ไปด้วยกันสิเจ้าคะ” บุตรสาวออดอ้อนมารดา ทว่าลู่จิวกลับส่ายหน้า

     “ท่านพ่อของเจ้าซื้อหาเครื่องประดับให้แม่มากมายเพียงพอแล้ว เจ้าอายุยังน้อย ไปพร้อมกันและให้พวกนางช่วยเลือกคงถูกใจมากกว่าคนแก่อย่างแม่จริงไหม”

     “ท่านแม่แก่ที่ไหนกัน...” เสียงใสเอ่ยเจื้อยแจ้ว “แต่เรื่องท่านพ่อนั่นก็จริงเจ้าค่ะ ข้าว่าเครื่องประดับของท่านคงมีมากพอๆ กับหออัญมณีหลายแห่งในเมืองหลวงเลยกระมัง” ไป๋หลิงและปันจินอมยิ้มกับคำกระเซ้าของเด็กสาวท่ามกลางเสียงเอ็ดแกมเอ็นดูของแม่สามี

     ค่ำคืนนั้นลู่ฉินกลับตรงตามเวลา เขากินข้าวแล้วอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อก่อนลงมือเขียนจดหมายถึงสหาย

     “ได้ยินจากพ่อบ้านว่าเจ้าจะไปงานชมอัญมณีแทนท่านแม่ ร้านอัญมณีซูเซียวนั้นตั้งอยู่ในย่านการค้า มีผู้คนค่อนข้างพลุกพล่าน จะส่งผลต่อเรื่องนั้นหรือไม่...” ลู่ฉินเว้นวรรคไป เขาวางพู่กันลงบนแท่นหยก เดินอ้อมโต๊ะมาหาภรรยาซึ่งนั่งอ่านหนังสืออยู่

     ปันจินงุนงงต่อมาจึงรู้สึกซาบซึ้ง เขาอุตส่าห์กังวลเรื่องที่นางสามารถมองเห็นวิญญาณจนอาจได้รับผลกระทบ

     “ข้าไปได้เจ้าค่ะ มีสะใภ้ใหญ่และน้องหมิงเฉียนไปเป็นเพื่อน" ความขุ่นมัวเมื่อคืนจางลงรวดเร็ว นางอยากเขกหัวตัวเองเหลือเกินที่พอเขาทำดีด้วยหน่อยก็เริ่มหวั่นไหวอย่างง่ายดาย

     “อย่าฝืนตัวเองเล่า” ลู่ฉินกำชับซ้ำ

     งานนี้ท่านหญิงมิอาจพลาดด้วยประการทั้งปวง เนื่องจากสัญญากับผีพี่สาวเอาไว้ หากวิญญาณโฉมงามได้พบหรงจู๊คนดังกล่าวอาจกระจ่างเกี่ยวกับอดีตอันไร้ทิศทางก็เป็นได้

     “เข้านอนกันเถอะ”

     “แล้วจดหมายถึงสหาย...”

     “เพียงจดหมายถามไถ่สารทุกข์ทั่วไป ไม่สำคัญเท่าสุขภาพของเจ้า คืนนี้ข้าจะนวดให้” คนฟังหัวเราะไม่ได้ ร่ำไห้ไม่ออก

     เขาจะทรมานกันไปถึงไหน

     “สุขภาพท่านสำคัญยิ่งกว่า ถ้ายังไงพวกเราเข้านอนเร็วหน่อยถือเป็นการ...” มือใหญ่โบกไปมา แววตาแน่วแน่ไม่แปรเปลี่ยน ลู่ฉินไตร่ตรองมาทั้งวันแล้ว ตอนนี้เจ้าลูกพลับดูเหมือนพอทราบอยู่บ้างว่าเขาจงใจให้นางเอ่ยปากก่อน หากล้มเลิกและเป็นฝ่ายเข้าหามิเท่ากับแพ้หรืออย่างไร

     เรื่องเล็กชักบานปลายเลยเถิดไปกันใหญ่ ท่านหญิงมิทราบว่าตนได้ปลุกความอยากเอาชนะซึ่งมีในตัวของบุรุษทุกคนขึ้นมาเสียแล้ว

     “เร็วเข้า” ลู่ฉินไม่สนอาการกระเง้ากระงอดของนาง เขาตบเตียงด้านข้าง สีหน้าหวังดีเหลือประมาณ ไม่รู้ว่าไยปันจินจึงรู้สึกได้ว่าช่างอันตรายเหลือเกิน

ข้าไม่ใช่ลูกพลับนุ่มนิ่มให้ท่านบีบเล่นตามใจนะ ท่านจะกลั่นแกล้งอย่างไรข้าก็ไม่มีวันเอ่ยออกมาเด็ดขาด


     ต้นไม้ใบหญ้าต่างพากันเปลี่ยนสีเมื่อเหมันต์จวนเจียนมาเยือนเต็มที เด็กสาวหน้าตาสะสวยเดินสนทนากับพี่สะใภ้คนรองออกมาหน้าจวน ทั้งสองต่างสวมผ้าคลุมอีกชั้นเพื่อกันต้องลมเย็น ด้านหลังมีอาเถาและสาวใช้สองคนติดตามไปยังร้านอัญมณีซูเซียว วันนี้ท่านหญิงอยู่ในชุดยาวสีชมพูเข้มปักลายดอกติงเซียง ปลายแขนเสื้อและปกคอกุ๊นด้วยขนสัตว์บางๆ ปิ่นระย้าทองด้านหลังแกว่งเป็นจังหวะตามการก้าวเดิน ต่างหูทองประดับมุกเล็กๆ ดูกระจุ๋มกระจิ๋ม วิญญาณสาวที่ดูมีชีวิตชีวากว่าปกติเอ่ยปากชมไม่หยุดว่าวันนี้ปันจินแต่งกายได้ดีนัก กระทั่งหมิงเฉียนยังแอบชำเลืองมองบ่อยๆ ด้วยความชื่นชม

     พี่ชายทั้งสองคนแต่งภรรยาได้งดงาม อีกทั้งกิริยามายาทเพียบพร้อม

     จำได้ว่าตนแอบนำไปโอ้อวดให้สหายฟังหลายต่อหลายครั้ง เหอเซ่อลี่ไป๋หลิงนั้นไม่ต้องพูดถึง บิดาของสองตระกูลเป็นสหายกัน เรียกว่าคุ้นเคยสนิทสนมเป็นอย่างดี ทางด้านสตรีผู้มีฐานันดรศักดิ์เป็นถึงกู้ซานเก๋อเก๋ออย่างปันจินเองไม่น้อยหน้า หมิงเฉียนเกิดความรู้สึกประทับใจในความไม่ถือตนของอีกฝ่าย แม้เริ่มแรกท่านหญิงปันจินค่อนข้างพูดน้อยและเก็บตัว ต่อมาสนิทสนมแล้วยามสนทนาก็ดำเนินได้เป็นธรรมชาติมากขึ้น

     “ค่อยๆ ก้าวนะเจ้าคะ” เด็กสาวผู้ร่าเริงช่วยส่งอีกฝ่ายขึ้นรถม้า ส่วนตนอาศัยสาวใช้ช่วยประคอง

     “เสียดายพี่ไป๋หลิงไปด้วยกันไม่ได้” ปันจินถอนหายใจหลังรถม้าออกเดินทางมาได้สักครู่

     “นั่นสิเจ้าคะ พี่ใหญ่ก็กังวลเกินเหตุ อากาศเปลี่ยนใครบ้างจะไม่ไอเสียสักทีสองที” เสียงใสบ่นกระเง้ากระงอด

     ท่านหญิงมองดูวิญญาณพี่สาวซึ่งนั่งอมยิ้มอยู่ข้างตนพาลให้อารมณ์ยิ่งแจ่มใส เรื่องอาจต้องพบเจอวิญญาณอื่นระหว่างทางไม่สามารถทำให้ความฮึกเหิมลดลง ตราบเท่าที่นางได้ช่วยเหลืออีกฝ่ายปันจินยินดีอดทนต่อเรื่องกวนใจเหล่านี้

     “นางได้รับความเอาใจใส่ถือเป็นเรื่องดี อย่าบ่นไปเลย”

     ตามกำหนดเดิมสะใภ้ทั้งสองของอูลาน่าลาและบุตรสาวคนเล็กจะเดินทางไปร้านอัญมณีซูเซียวพร้อมกัน บังเอิญว่าไป๋หลิงเกิดต้องลมเย็นจนไอจาม หนิงเฉิงผู้เห็นอาการนั่นเข้าก็สั่งห้ามไม่ให้ไป ทั้งยังออกหน้าแจ้งกับปันจินด้วยตนเอง ล้วนเป็นครอบครัวเดียวกันทั้งสิ้น มีหรือท่านหญิงจะดื้อดึงกับความหวังดีต่อภรรยาของพี่สามี

     “ทีข้าเองก็ไอจามไม่เห็นมีใครสนใจ” เด็กสาวแสร้งบ่นพลางทำหน้าเศร้าสร้อย คนมองคลี่ยิ้มบาง ส่ายหน้า

     “สนสิ ใครกล้าไม่สนเจ้ากัน น้องหมิงเฉียนอยากได้ผ้าคลุมเพิ่มอีกสักผืนหรือไม่” ท่านหญิงทำทีเอาอกเอาใจออกนอกหน้า เสียงหัวเราะกังวานไปในห้องโดยสาร ทั้งสองคนเย้าแหย่ไปมา ปันจินเองไม่รู้ตัวว่าเมื่อใดที่นางสามารถคุยเล่นกับผู้อื่นได้เป็นไหลลื่นถึงเพียงนี้

     ยามถึงที่หมายสารถีพบว่าด้านหน้าแออัดคับคั่งไปด้วยรถม้าจากหลากสกุล ต้องรอให้คนงานของร้านออกมาช่วยโบกมืออำนวยความสะดวกจึงผ่านพ้นมาได้ สาวใช้ต่างประคองเจ้านายลงอย่างระมัดระวัง ปันจินเคยติดตามมารดามาที่นี่สองครั้ง วันนี้ถือเป็นงานใหญ่ของร้านอัญมณีซูเซียว ทั้งด้านนอกและด้านในประดับประดาตกแต่งจนดูโดดเด่นเป็นพิเศษ ไม่ว่าสินค้าชั้นเลิศจากเมืองใดล้วนถูกคัดสรรนำออกมาแสดงพร้อมกัน

     หลังอาเถายื่นเทียบเชิญให้กับคนของร้านค้าแล้ว คนงานหญิงแต่งกายสะอาดสะอ้านท่าทางรู้ภาษาผู้หนึ่งออกมาเชิญปันจินและหมิงเฉียนเข้าไปด้านใน ตลอดเวลานางทำเพียงมองตรงไปข้างหน้า ไม่หันซ้ายแลขวาในกรณีที่อาจพบวิญญาณเร่ร่อนเข้าโดยบังเอิญ

     “ท่านหญิงปันจิน” เพียงก้าวเท้าพ้นประตูก็มีสตรีร่างอวบท่าทางกระฉับกระเฉงเอ่ยทักทาย อีกฝ่ายอยู่ในวัยสี่สิบหนาวทว่ายังคงดูอ่อนเยาว์ นางจำได้ว่าพบฮูหยินท่านนี้ที่งานมงคลสกุลถงเจีย

     “เกาฮูหยิน ท่านมาถึงนานแล้วหรือ”

     “เมื่อครู่นี้เอง ด้านนอกรถม้ายุ่งเหยิงไปหมด” นางยกยิ้มจนตาหยี “ไม่ทราบว่าคุณหนูผู้นี้คือ...”

     “นี่คือหมิงเฉียน น้องสามีของข้าเอง...หมิงเฉียน ท่านนี้คือฮูหยินของใต้เท้าเกา เจ้ากองกิจการวิทยาลัยหลวง”

     “คุณหนูสกุลน่าลางดงามสมคำร่ำลือ” เด็กสาวท่าทางสดใสร่าเริงย่อมสร้างความประทับใจได้ง่าย ไม่ช้าเกาฮูหยินก็บังเกิดความเอ็นดูต่อหมิงเฉียน ประจวบกับนางมีบุตรชายสามคนแต่ไร้บุตรสาว การเข้าร้านอัญมณีเลือกชมของสวยๆ งามๆ กระทำกับสตรีด้วยกันย่อมเพลิดเพลินกว่าเป็นไหนๆ

     “บุรุษผู้นั้น!” ปันจินมองตามปลายนิ้วของวิญญาณข้างกาย พบชายวัยกลางคนในชุดสีน้ำตาลดูสุภาพภูมิฐาน เขากำลังอธิบายเกี่ยวกับเครื่องประดับให้สตรีกลุ่มใหญ่ฟัง

     “พี่สาว ท่านพอจะนึกอะไรออกบ้าง” นางก้มมองชุดปิ่นทำจากปะการังพลางขยับปากถามด้วยเสียงกระซิบ “ท่านลองเข้าไปดูใกล้ๆ ให้ชัด โอกาสเช่นนี้ไม่ได้มีง่ายๆ”

     “ได้” วิญญาณเตรียมพุ่งไปแต่แล้วกลับหยุดชะงัก หรี่ตาลงมองรอบด้าน ทำทีว่าลอยไปลอยมาก่อนเอ่ย

     “น้องสาว นอกจากข้าในนี้มีวิญญาณอยู่ เด็กหนุ่มใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ตรงแถวบันไดและสตรีข้างหน้าต่างบานใหญ่ฝั่งซ้าย ระหว่างนี้ข้าจะไม่พูดกับเจ้าให้พวกเขาเห็น อย่าได้สบตาพวกเขาเป็นอันขาด”

     วิญญาณสามารถรับรู้ถึงความสามารถพิเศษของปันจินได้หากสายตาประสานกัน คนทั่วไปมิอาจสบตากับความว่างเปล่า แต่ก่อนปันจินไม่เข้าใจตรงจุดนี้จึงแสดงอาการลุกลี้ลุกลนยามเผลอสบตากับเหล่าวิญญาณเข้า ทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่น่าจดจำตามมา

     “พี่สะใภ้ ท่านดูปิ่นขนนกกระเต็นนั่นสิ” หมิงเฉียนยิ้มแย้ม ถูกใจปิ่นทองลวดลายบุปผา ครั้นกำลังจะจูงแขนอีกฝ่ายกลับถูกสตรีอีกกลุ่มเบียดมาชนเข้าโดยบังเอิญ ปันจินเซไปตามเด็กสาวแต่ดีที่สามารถยั้งเท้าไว้ทัน รีบพยุงน้องสามีให้ยืนตรงขณะเกาฮูหยินและผู้ติดตามกุลีกุจอเข้าช่วย

     “เป็นอย่างไรบ้าง...นั่นคุณหนูสกุลใดกัน!? ไฉนเสียมารยาทเช่นนี้” น้ำเสียงไม่พอใจของผู้มากอาวุโสกว่ายังดังอยู่ข้างหู ทว่านางมิอาจใคร่ครวญถึงได้อีกต่อไป

     สายตาคู่หนึ่งมองประสานมา ความสับสนระคนยินดีราวพบของล้ำค่าจากร่างผ่ายผอมเล่นเอาขนลุกชัน ยิ่งเด็กหนุ่มสาวเท้าไม่ติดพื้นเข้ามาด้วยใบหน้าซีกซ้ายเปื้อนเลือด มันทะลุผ่านร่างผู้คนมาหยุดอยู่เบื้องหน้า ทำเอานางแทบทรงตัวไม่อยู่

      “ท่านหญิง?” เกาฮูหยินเรียกปันจิน แต่หญิงสาวกลับก้มหน้าก้มตา “ท่านหญิงเจ็บตรงไหนบ้าง”

     “ข้าไม่เป็นไร อ๊ะ...” ปันจินผงะถอยหลัง หมิงเฉียนหันมองพี่สะใภ้รองด้วยความงุนงง เห็นเม็ดเหงื่อผุดพรายข้างขมับก็รีบขยับเท้าไปพยุงด้วยความเป็นห่วง

     วิญญาณในอาภรณ์เก่าๆ ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนไอเย็นชวนหวาดหวั่นแผ่มาถึง ปันจินกลั้นหายใจเมื่ออาเถาเดินผ่านตัวมันมาหานางด้วยสีหน้าวิตก “ท่านหญิง”

     วิญญาณเด็กหนุ่มแสดงสีหน้าไม่พอใจรุนแรงกับการขัดจังหวะของสาวใช้ มันถลันกายผ่านมาร่างอวบมาอีกครั้ง ปลายจมูกแทบเฉียดหน้าผากนาง ต่อให้อยากกรีดร้องวิ่งหนีเท่าใด หญิงสาวจำต้องกล้ำกลืนข่มน้ำตา

     ต่อหน้าผู้คนมากมายนางต้องอดทน ต้องอดทน

     “เห็นใช่หรือไม่ เจ้าเห็นข้าใช่หรือไม่” ทั้งที่อยู่ด้านหน้าแต่สุ้มเสียงแหบแห้งราวกับรดรินอยู่ริมหู ทั้งทุกข์ตรม ทั้งคั่งแค้น

     “อย่ามาทำไขสือนะ!” มันตวาดเสียงดัง ดวงตาปูดโปนเต็มไปด้วยเส้นเลือด ปันจินสะบัดหน้าไปอีกทาง ด้วยคิดประวิงเวลาหาวิธีเอาตัวรอด กลับตกอยู่ในสถานการณ์ออกจากถ้ำเสือพบสุนัขป่า๑๖

     นางพลาดแล้วจริงๆ


     คราวนี้นอกจากผีเด็กหนุ่มยังถูกสตรีชุดสีน้ำเงินดวงตาแดงก่ำข้างหน้าต่างจับจ้องไม่วางตา



๑๖ตรงกับสำนวนไทยหนีเสือปะจระเข้



ช่วงเม้ามอยกับซือซิง ʕ •ᴥ• ʔ
พูดถึงเรื่องนวดกัน เราชอบนวด ไปนวดทีไรได้รอยช้ำเป็นของฝากทุกที แต่ก็ยังชอบไป ยิ่งถ้าเป็นรุ่นคุณป้าจะฝีมือจัดจ้านมาก ถึงลู่ฉินจะไม่ได้นวดไทยแผนโบราณชุดใหญ่ให้ปันจิน(ถ้าใช่ก็แย่ละ = =" ) แต่ลู่ฉินนวดแบบมีหลักการนะคะ มันคือการนวดให้โลหิตไหลเวียนคล่องขึ้น ยิ่งบางจุดของร่างกายถ้ากดถูกช่วงเวลา ลมปราณก็จะไหลเวียนดี แจ่มใสปลอดโปร่ง นี่ตกลงสรุปว่าพระเอกเป็นหมอนวดหรือองครักษ์ 55555 แต่ก็นะ...วุ่นวายไปกันใหญ่ กลายเป็นท้าทายอยู่ในที นักอ่านคิดว่าใครจะพ่ายแพ้ก่อน :P

ที่แน่ๆ เรื่องของผีเด็กหนุ่มกับสตรีชุดสีน้ำเงินไม่ได้จบง่ายๆ เหมือนวิญญาณเด็กน้อยคราวก่อน...รอติดตามว่าจะเกิดอะไรขึ้นนะคะ

ด้วยรัก

ซือซิง
11/07/18

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 459 ครั้ง

1,056 ความคิดเห็น

  1. #739 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 21:17
    Omg มาตัวเดียวก็ว่าหนักเเล้ว นี่เล่นมาพร้อมกันเป็นสอง ฮือ ปันจินน่าจะลองตามหาของดี ไล่ผีอะไรงี้บ้างนะ เจออย่างงี้ ไม่ไหวๆ
    #739
    1
  2. #579 Dawrada (@Dawrada) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 21:54
    งุ้ยยย สุกี้น้ำ สุกี้แห้งมาพร้อมเจี๊ยะ บรึ๊ยยย คืนนี้เราจะไม่นอน ไม่จิ้มฟันอยู่ไหน เอามาถ่างตาที
    #579
    1
  3. #542 t_g_k (@rasberry-kwa) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 21:33
    สงสารนัอง โดนผีหลอกตลอดเลย
    #542
    1
  4. #354 pemipond (@pemipond) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 14:04

    ทำไมวิญญาณถึงร้ายมากเลย มาทีไรให้น้องกลัว น้องก็ต้องหนีตลอด

    #354
    1
  5. #114 Nid-noy1205 (@Nid-noy1205) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 22:25

    รอๆๆรีบมาต่อนะคะ

    #114
    1
    • #114-1 ซือซิง/FrostyNight (@FrostyNight) (จากตอนที่ 7)
      7 สิงหาคม 2561 / 21:49
      อีกนิดเดียวเท่านั้น หลังวันที่สิบห้าเจอกันจ้า
      #114-1
  6. #113 ped.ped (@pedpd1122) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 22:22
    ไรท์จ๋าาาาา เค้ารอเตงอยู่นะ งืมงืม
    #113
    1
    • #113-1 ซือซิง/FrostyNight (@FrostyNight) (จากตอนที่ 7)
      7 สิงหาคม 2561 / 21:49
      หลังวันที่สิบห้ากลับมาพบกับลูกพลับน้อยได้เลยค่า
      #113-1
  7. #112 mtrain (@mtrain) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 18:24
    ต้องตัวติดกับสามีแล้วล่ะท่านหญิง อันที่จริงเรื่องบนเตียงน่ะถ้าแกล้งแพ้จะชนะตามมาในทุกส่วนนะปันจิน
    #112
    1
  8. #111 บทมากร (@sawari-friend) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 12:10

    เชียร์ท่านหญิงปันจิน ให้ลู่ฉินพ่ายแพ้ก่อน555 ลุ้นๆ ใครจะมาช่วยท่านหญิงปันจินน้า...

    #111
    1
    • #111-1 ซือซิง/FrostyNight (@FrostyNight) (จากตอนที่ 7)
      7 สิงหาคม 2561 / 21:50
      ไม่ว่าใครแพ้ ทีมข้างเตียงก็แฮปปี้ อิอิ
      #111-1
  9. #110 pimpim (@pimpimwall) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 21:13

    สยองแทนปันจิน...เล่นเอาหน้ามาชิดขนาดนี้

    #110
    1
  10. #109 PANDAPEGASUS (@redmoon) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 16:23
    ขำความพยายามเด็ดลูกพลับของท่านองครักษ์ 555555555 ลูกพลับน้อยไม่ใช่จะเคี้ยวง่ายนะบอกก่อน อย่างน้อยต้องฝ่าฝันกลุ่มผีๆไปด้วยกันล่ะ 55555
    #109
    1
    • #109-1 ซือซิง/FrostyNight (@FrostyNight) (จากตอนที่ 7)
      12 กรกฎาคม 2561 / 20:22
      น้องจะไม่ยอมให้เด็ดง่ายๆ เหมือนคืนเข้าหอหรอก ชิ 55555
      #109-1
  11. #108 deedee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 13:51

    พี่สาวเกี่ยวข้องอะไรกับวิญญาน2ตัวนี้ ???

    #108
    1
  12. #107 lemonice2 (@lemonice) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 11:40
    สนุกค่ะ อยากอ่านต่อเร็วๆ
    #107
    1
  13. #106 Wind (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 06:19

    น่ากลัว ????

    #106
    1
  14. #105 Must@ang (@Alphonze) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 05:46
    ปรับอารมณ์แทบไม่ทัน หวานๆขำๆ มาโดนผีหลอก5555 แฟนตาซีไปอี๊กกก 555 สงสารลู่ฉิน อยากกินลูกพลับใจจะขาด แต่ปากแข็งงี้ ลุ้นๆ อยากให้ท่านหญิงชนะ
    #105
    1
    • #105-1 ซือซิง/FrostyNight (@FrostyNight) (จากตอนที่ 7)
      12 กรกฎาคม 2561 / 20:21
      คิดเหมือนกันเลยค่ะ ถ้าท่านหญิงชนะคงดี อิอิ
      #105-1
  15. #104 avid reader (@naru712) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 01:44
    ขำลู่ฉินพยายามล่อลวงเจ้าลูกพลับน้อยแต่ก็อด555
    #104
    1
    • #104-1 ซือซิง/FrostyNight (@FrostyNight) (จากตอนที่ 7)
      12 กรกฎาคม 2561 / 20:20
      จะกล่อมกันอีท่าไหนต่อดีละเนี่ยลู่ฉินเอ้ยยย
      #104-1
  16. #103 GTuiar (@maybe-shop) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 00:07
    เข้าโหมดผีดุแทนหวานแหววซะละ555555
    #103
    1
    • #103-1 ซือซิง/FrostyNight (@FrostyNight) (จากตอนที่ 7)
      12 กรกฎาคม 2561 / 20:20
      สลับโหมดจนคนเขียนทำตัวไม่ถูกเหมือนกันค่ะ 55555
      #103-1
  17. #102 L2000 (@WOW_123) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 23:10
    ลู่ฉินนี้คือเครื่องรางชั้นดี เจอไปขนาดนี้คาดว่าลู่ฉินคงไม่ให้ออกจากจวนเเล้ว
    #102
    1
  18. #101 nid1984 (@Nid1984) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 23:01
    สนุกจ้า น่ากลัวแทนปันจินเลยพระเอกมาช่วยเร้ว
    #101
    1
  19. #100 Mumupramc (@Mumupramc) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 22:51

    มาแนวผีดุวิญญานสยองซะงั้น

    #100
    2