ตอนที่ 5 : บทที่สี่ - ความลับของนาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10781
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 483 ครั้ง
    24 พ.ย. 61


**Rewrite 24/11/18


บทที่สี่ ความลับของนาง

     งานมงคลของสกุลถงเจียมาถึงในที่สุด

     ปันจินต้องติดตามลู่ฉินไปเพื่อมอบของขวัญและปรากฏกายในฐานะภรรยาต่อหน้าธารกำนัลหลังแต่งเข้าสกุลน่าลาเป็นครั้งแรก

     ระหว่างที่ลู่ฉินยังกลับไม่ถึงจวน นางถูกวิญญาณพี่สาวกำกับดูแลเรื่องเสื้อผ้าอาภรณ์ยกใหญ่ ยังต้องคอยฟังพร้อมถ่ายทอดคำสั่งแก่อาเถาทุกระยะ แม้สาวใช้ทั้งหลายนึกเอะใจอยู่บ้างว่าไฉนวันนี้ท่านหญิงถึงพิถีพิถันเป็นพิเศษ แต่ล้วนสรุปเอาเองว่าคงเพราะเป็นการออกงานพร้อมลู่ฉิน มิอาจปล่อยปละละเลยได้ ด้วยฐานันดรกู้ซานเก๋อเก๋อจำต้องรักษาเกียรติเชื้อพระวงศ์ มาตรว่าฟังวิญญาณพี่สาวเกือบทุกประโยค กระนั้นนางยังเลือกแต่งกายไม่โดดเด่นเกินหน้าเจ้าภาพ

     ยามลู่ฉินกลับมาถึงเรือนปีกขวา เขาพบลูกพลับน้อยแต่งกายเสียจนสวยผุดผาดแตกต่างจากทุกวัน ลอบมองซ้ำหลายครั้งยามนั่งเคียงกันบนรถม้า ท่านหญิงปันจินในชุดยาวสีม่วงเข้มปักลายดอกหมู่ตานสีชมพูอ่อนดูเฉิดฉันจับตา ประกอบกับใบหน้าที่มีน้ำมีนวลหลังแต่งงานยิ่งลบภาพสตรีท่าทางหวาดระแวงระคนประหม่าหน้าร้านค้าในตรอกฝั่งประตูตะวันออกเสียสิ้น

     ฝ่ายท่านหญิงไม่ทราบว่าตนได้สร้างความประทับใจกับผู้ใดบ้าง เพียงนั่งหลังตรง เกร็งคอจนเมื่อยขบ

     ทำผมถ่วงเอาไว้ด้านข้างเช่นนี้หนักเอาการจริงๆ วันหลังวิญญาณพี่สาวบังคับเท่าใดนางจะขอค้านสุดกำลัง

     งานมงคลถูกจัดขึ้นอย่างเอิกเกริก มีแขกเหรื่อมากมายร่วมแสดงความยินดี หลังแยกจากสามีไปร่วมวงสนทนาสังสรรค์กับสตรีทั้งหลาย เหล่าฮูหยินยังพากันจับจ้องปิ่นประดับหินหวี่ซง๑๐กับขนนกกระเต็นไม่วางตา ท่านหญิงปันจินตัวจริงมิใคร่เหมือนในข่าวลือสักเท่าใด โดยรวมพูดน้อยอยู่บ้างแต่ดูเป็นปกติดีทุกประการ

     “อีกไม่นานก็จวนได้เวลาเข้าหอ ถ้าอย่างไรพวกเราไปพบเจ้าสาวกันเลยเถอะ”

     “นั่นสิ ไปพูดคุยให้นางได้ยิ้มแย้มสักหน่อยจะได้ไม่นั่งเกร็งจนหลังแข็งไปเสียก่อน”

     คาดว่าตลอดสองสามชั่วยามมานี่ คงมีสตรีแวะเวียนไปหาเจ้าสาวเพื่ออวยพรและสนทนาเล็กน้อยเผื่อคลายความกังวลไม่ขาด

     “เช่นนั้นข้าขออนุญาตนำทาง” สตรีอายุราวห้าสิบปีลุกขึ้น นางคือป้าสะใภ้ของเจ้าบ่าว ได้รับหน้าที่ให้ดูแลฮูหยินของขุนนางกลุ่มนี้ “เชิญ”

     แขกเหรื่อในงานมีมากมาย ตั้งแต่ขุนนางในกรมกองเดียวกับเจ้าบ่าวไปจนถึงญาติสนิทและเหล่าสหายของผู้อาวุโสในจวน มารดาเจ้าบ่าวยังต้องคอยกำกับดูแลอีกหลายเรื่อง เกรงว่างานต้อนรับต้องแบ่งให้คู่สะใภ้กับลูกสะใภ้รับไปจัดการ

     จวนสกุลถงเจียกว้างขวางโอ่อ่า เรือนชั้นในกับเรือนชั้นนอกถูกคั่นด้วยโถงกลาง ตามด้วยสวนใหญ่พร้อมศาลากลางน้ำ ท่านหญิงปันจินอดนำไปเปรียบเทียบกับจวนบิดาตนเองมิได้ หากนับจำนวนผู้อาศัยคงต้องกล่าวว่าฝ่ายถงเจียนั้นมีคนเยอะพอสมควร ทั้งตระกูลสายหลักและสายรองล้วนอาศัยในเขตเดียวกัน

     “ช่วยด้วย...” เสียงนั่นค่อนข้างแหลมเล็ก เลื่อนลอยคล้ายใกล้หมดแรง กลิ่นสาบไม่รุนแรงหนักหน่วงแต่ชวนผวา

     ปันจินเกิดอาการเย็นวาบบริเวณต้นคออย่างไร้สาเหตุ ขนอ่อนพากันลุกชัน นางหันไปมองด้านข้าง สบตากับสตรีซึ่งแนะนำตัวว่าเป็นพี่สะใภ้ของเจ้าบ่าวเข้าโดยบังเอิญ

     เพื่อกลบเกลื่อนความตื่นตระหนก นางจึงแสร้งกระแอมไอเบาๆ

     “ยังไม่เข้าหน้าหนาวเสียด้วยซ้ำอากาศช่วงนี้กลับเย็นเร็วมาก”

     “นั่นสิเจ้าคะ บุตรชายคนเล็กถึงกับเริ่มไอ ข้ากังวลนัก” ปันจินรีบซักถามถึงบุตรชายหญิงอีกฝ่ายด้วยความสนใจ

     นางไม่ต้องการคิดมากถึงเสียงเย็นเยียบซึ่งขอความช่วยเหลือเมื่อครู่

     “ทำไม...ทำไม...” ต่อให้สั่นพร่ากว่านี้ก็ยังฟังออก ชวนให้วังเวงจนอยากหนี “ทำไม...”

     บ่อเกิดของปัญหาทั้งมวลมักมาจากคำว่าทำไม นอกจากเป็นประโยคคำถามยังหมายถึงการตัดพ้อโชคชะตา ปันจินพบเหตุการณ์คล้ายกันนับไม่ถ้วน วิญญาณเหล่านั้นล้วนผูกมัดตัวเองไว้กับความค้างคาอาวรณ์ยามมีชีวิต

     “น้องสาว ข้ารู้สึกสังหรณ์ไม่ดีเท่าไหร่ ทางที่ดีรีบหาทางกลับออกไปอยู่ใกล้สามีเถอะ” เสียงคุ้นเคยดังขึ้นข้างหู เรือนชั้นในของสกุลถงเจียต้องห่างจากบริเวณงานเลี้ยงพอสมควร ไม่เช่นนั้นวิญญาณพี่สาวคงไม่อาจปรากฏกายได้ถ้ายังอยู่ใกล้กับลู่ฉิน

     “ท่านอย่าอยู่ห่างข้านะ” ปันจินเอ่ยขมุบขมิบเสียงเบา ชำเลืองมองอาเถาซึ่งเดินรวมกลุ่มกับผู้ติดตามของฮูหยินท่านอื่น ดีว่าเหล่าภรรยาใต้เท้าทั้งหลายสนทนากันดังพอสมควร ทั้งยังมีเสียงดนตรีบรรเลงจากเรือนด้านหน้าชัดเจนจึงกลบเสียงอื่นไปสิ้น

     วิญญาณโฉมงามไล่สายตาไปทั่วบริเวณ โคมไฟถูกจุดสว่างไสว มิมีมุมใดดูอับมืดน่ากลัว

     ท่ามกลางกลุ่มสตรีต่างวัยจู่ๆ กลับมีเด็กหญิงในชุดสีฟ้า ขอบตาคล้ำ ผ่ายผอมจนแก้มตอบจ้องเขม็งมายังตน

     ไม่ต้องเดาก็รู้ว่า'พวก'เดียวกันกับพี่สาว

     ปันจินฝืนใจทำไม่รู้ไม่ชี้ รีบชวนผู้อื่นสนทนากลบเกลื่อน ดูเหมือนเด็กหญิงจับความผิดปกติได้รวดเร็วเกินไป นางถลันมาใกล้ เงยหน้าซูบตอบเอ่ยถาม

     “ใคร...ท่านเป็นใคร”

     ปันจินแสร้งหูทวนลม ป้องปากหัวเราะคลอไปกับเรื่องเล่าของฮูหยินท่านอื่น

     “ตอบสิ” ทั้งสุ้มเสียงและความเย็นแผ่กระจาย เสียงแหลมกดลึก บาดถึงจิตใจ

     “ท่านหญิง?” คู่สนทนากะพริบตามองอาการแปลกของหญิงสาวงุนงง “ท่านเป็นอะไรไป”

     “ขะ ข้าเวียนหัวนิดหน่อย เมื่อกี้พูดถึงเรื่อง...”

     “ตอบ!” เด็กหญิงชุดฟ้าหมดความอดทน ตวาดใส่ดังลั่น โชคยังดีวิญญาณพี่สาวตรงเข้าขวางไว้ ปันจินถึงกับเซไปก้าวหนึ่ง คิดไม่ถึงจะถูกระบายอารมณ์ใส่อย่างรุนแรง

     “ท่านหญิง” เอาเถาสบตาเจ้านายพลันกุลีกุจอตรงมาประคอง รำพึงรำพันในใจว่าไฉนไม่สังเกตสีหน้านางให้ดี ท่านหญิงต้องเห็นอะไรเข้าสักอย่างถึงออกอาการหน้าซีดมือสั่น

     เพราะท่านหญิงปันจินเกิดหน้ามืดขึ้นกลางทาง ฮูหยินทั้งหลายแลกสายตา

     ปล่อยเชื้อพระวงศ์เป็นอะไรไปต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่ ผลที่ตามมาจะรับไหวได้อย่างไร

     “ข้าจะพาท่านหญิงไปนั่งพักสักครู่ ถ้าอย่างไรให้หลานสะใภ้นำทางทุกท่าน...”

     “ไม่ต้องเกรงใจๆ” ปันจินโบกมือ “ให้สาวใช้สักคนนำทางก็พอ”

     “แต่ว่า” ป้าสะใภ้เจ้าบ่าวดูพะวักพะวง ได้ฟังนางยืนกรานจึงยอมทำตาม สั่งสาวใช้ข้างกายเดินนำท่านหญิง เพียงออกห่างกลุ่มสตรีปันจินรีบเอ่ยด้วยความร้อนรน “นำทางข้ากลับไปเรือนหน้า”

     “เจ้าคะ?” สาวใช้ดูสับสน นางได้รับคำสั่งให้พาท่านหญิงผู้นี้ไปนั่งพักในห้องรับรอง

     “ท่านหญิงสั่งก็ทำตามเถอะ” อาเถาถลึงตาใส่ อีกฝ่ายไม่อาจขัดขืน ยิ่งไม่กล้ากลับไปถามความเห็นเจ้านาย ยอมนำทางโดยดี

     ปันจินเบาใจเมื่อเสียงแหลมบาดโสตไม่ตามหลอกหลอนอีก พี่สาวคนสวยคงจัดการแล้วกระมัง

     “ไปไหน...จะไปไหน”

     “ท่านหญิง” แรงสะดุ้งเล่นเอาสาวใช้ร่างอวบผวาตาม นางหันซ้ายหันขวาตื่นตระหนก รีบเร่งให้คนนำทางเร่งฝีเท้า

     ผีเด็กหญิงตามติดไม่ลดละ แม้วิญญาณพี่สาวช่วยขับไล่เด็กน้อยกลับไม่ยอมแพ้ พยายามจนประชิดถึงตัว ลอยอ้อมมาฝั่งที่ไม่มีสาวใช้

     “เห็นข้า...ท่านเห็นข้า” แม้แทบเข่าอ่อนทว่าปันจินยังแข็งใจก้าวเท้าเร็วๆ กลับไปเรือนหน้า

     อาเถาซอยเท้าตามถี่ยิบ ทนมองปันจินเผชิญผีร้ายลำพัง นึกแค้นใจในความไร้สามารถของตนที่ช่วยอะไรไม่ได้

     ฝ่ามือซีดเซียวตะปบชายอาภรณ์สีม่วง เพราะไม่มีกายหยาบจึงทะลุผ่านทั้งชุดและเนื้อหนัง ก่อให้เกิดสัมผัสประหลาดคล้ายถูกหิมะแต่ไร้ร่องรอยเปียกชื้น ท่านหญิงกลั้นใจไม่ก้มมองใบหน้าทุกข์ทรมานของเด็กหญิง เกรงว่าตนอาจใจอ่อนเหมือนในอดีต

     “ข้ากลัว...ข้ากลัว” เสียงแหลมเริ่มเกรี้ยวกราด นางเบะปากกรีดร้องประสาไม่ได้รับความสนใจ สะบัดมือสองข้างเปะปะไปมา ความเย็นเริ่มเสียดแทงต้นขาหญิงสาวประหนึ่งคมมีด ต่อให้ไม่เกิดแผลจริงๆ แต่สร้างความสะพรึงแก่ผู้ถูกกระทำ

     “นี่ อย่ามาแตะต้องน้องสาวนะ” เสียงพี่สาวโวยวายลั่น กางแขนปกป้องสุดกำลัง

     “อีกนิดเดียวเจ้าค่ะ” กระทั่งสาวใช้ของสกุลถงนำอาเถาและนางเดินเลี้ยวผ่านมุมหนึ่งของระเบียง วิญญาณทั้งสองพลันค่อยๆ โปร่งแสงและจางหายเฉกภาพลวงตา

     ลู่ฉินอยู่ไม่ไกล

     ปันจินกวาดสายตาไป พบบุรุษเรือนกายสูงโปร่งโดดเด่นท่ามกลางวงสนทนา

     “ท่านพี่!” ในหัวของนางร้องเรียกอีกฝ่ายเต็มเสียง ทว่าความจริงกลับแผ่วเบาราวกระซิบ

     ปันจินผ่อนฝีเท้า ผละจากสาวใช้ไปคว้าต้นแขนสามีเอาไว้จนแน่น

     “ท่านพี่...”

     อากัปกิริยาของท่านหญิงปันจินเรียกสายตาหลายคู่ในโต๊ะให้เมียงมองด้วยความสงสัยใคร่รู้

     ลู่ฉินสังเกตเห็นความผิดปกติ กายนางสั่นสะท้าน หายใจแรง บ่งบอกว่าเจอเรื่องชวนหวาดหวั่น เขาลุกขึ้นยืน ใช้ท้องแขนประคองเอวนางไว้ ฝ่ามือลูบหลังเป็นจังหวะ ท่ามกลางผู้คนมิอาจซักถามละเอียด ทำได้เพียงกระซิบเบาๆ

     “ไม่สบายหรือ”

     หลายคนเห็นการกระทำสนิทสนมของคนคู่นี้พาลให้นึกอิจฉาอยู่บ้าง

     “ท่านหญิง ถ้าอย่างไรไปนั่งพักผ่อนในห้องรับรองด้านในสักครู่ดีหรือไม่”

     นายท่านใหญ่มองแขกด้วยความห่วงใย ทั้งสองคนเป็นแขกกิตติมศักดิ์ อูลาน่าลาลู่ฉินเป็นองครักษ์ขั้นสามเทียบเท่าขุนนางขั้นห้าบน หลังสมรสกับท่านหญิงปันจินได้เป็นเซี่ยนจุนเอ๋อฟู่๑๑ นับว่ามีศักดิ์เพิ่มขึ้นอีก ไม่จำเป็นต้องคำนับให้ขุนนางตั้งแต่ขั้นสี่ลงไป

     “ใต้เท้าถงพูดถูก ถ้าไม่ไหวเข้าไปพักในเรือนด้านในก่อน” ปันจินก้มหน้ามองปลายเท้า ฝ่ามือชื้นเหงื่อจนลู่ฉินไม่สบายใจ เขาออกหน้าแทนเนื่องจากสัมผัสได้ว่าหญิงสาวไม่ต้องการอยู่ที่นี่ต่อ

     “ขออภัยใต้เท้าทั้งหลายจริงๆ ภรรยาข้าไม่ค่อยสบาย ถ้าอย่างไรวันนี้ต้องขอทำตัวเสียมารยาทกลับก่อน”

     “พี่ลู่ฉินอย่าได้เกรงใจ สุขภาพท่านหญิงสำคัญยิ่ง” หลานชายคนที่สามซึ่งเป็นเจ้าบ่าวรีบเอ่ย

     ตอนนั้นเองใต้เท้าอีกท่านซึ่งเป็นอาของเจ้าบ่าวเสนอตัวไปส่ง ราชองครักษ์หนุ่มไม่รั้งรอ เขาคำนับเพียงเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่และพยุงภรรยาออกไปพร้อมอีกฝ่าย


     สารถีรั้งสายบังเหียน อาชาทั้งสองหยุดฝีเท้าลงหน้าจวนน่าลา อาเถากับสาวใช้อีกคนยังไม่ได้ทำหน้าที่ก็เห็นท่านเขยประคองภรรยาลงมา แม้คืนนี้ปันจินแต่งหน้าทาชาดเสียจนริมฝีปากอิ่มเป็นสีแดงสด ทว่าสีหน้านางย่ำแย่ แตกต่างกับยามออกเดินทางโดยสิ้นเชิง

     ปันจินปล่อยให้สามีพยุงตนไปตามทางโดยไม่ใส่ใจสายตาของผู้ใด ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงต้องรีบพึ่งพาตนเอง ตอนนี้นางกลับรู้สึกมั่นใจปลอดภัยยามเขาอยู่เคียงข้าง ครั้นผ่านประตูพระจันทร์เข้าสู่เรือนปีกขวา ความเกร็งขึงทั่วร่างจึงคลายลง

     “กินอะไรร้อนๆ เสียหน่อยดีหรือไม่”

     “ข้ากินอะไรไม่ลง” ราชองครักษ์หนุ่มประคองภรรยานั่งลงบนเตียง “ท่านพี่ ขอแค่ชาก็พอ”

     “ในห้องหนังสือข้ามีชาที่เพิ่งได้รับมาจากท่านลุง เจ้าไปนำมาชงชาเร็วเข้า” อาเถารับคำ เดินนำสาวใช้ออกไปข้างนอกแต่กลับถูกลู่ฉินเอ่ยรั้งไว้ “เดี๋ยว ข้าจำได้ว่าท่านป้าส่งลูกพลับแห้งมาให้ นำมันมาด้วย”

     “เจ้าค่ะ” ผ่านไปไม่ถึงเค่อ๑๒ทุกอย่างถูกยกเข้ามา

     “กินของหวานๆ ทำให้สดชื่น” ลู่ฉินเห็นว่าน้องสาวของเขาชื่นชมขนมหวานและผลไม้ทั้งหลาย หมิงเฉียนมักชอบชักชวนพี่ชายทั้งสองกินเป็นประจำ อ้างว่ามันทำให้รู้สึกเบิกบาน ลองนำมาให้ภรรยากินดูอาจช่วยนางให้ดีขึ้นบ้าง

     ปันจินมองผลไม้แห้งสีเหลืองเข้มบนโต๊ะ อดคิดถึงเรื่องลูกพลับเมื่อคืนก่อนไม่ได้ ผิวของมันมีรอยยับย่นอยู่บ้าง ทว่ายังส่งกลิ่นหอมน่ารับประทานชวนน้ำลายสอ

     พลับแห้งถูกหั่นออกเป็นชิ้นพอดีคำ วางเคียงมากับชาร้อน ช่วยเสริมรสชาติกันและกันให้ดียิ่งขึ้น

     “ลูกพลับแห้งนี่อร่อยจริงๆ สมเป็นฝีมือท่านป้าสะใภ้” ลู่ฉินจิ้มมันส่งเข้าปาก เมื่อวานทางจวนใหญ่น่าลาส่งคนนำลูกพลับแห้งประจำฤดูกาลนี้มาให้มากมาย

     เขาจิ้มส่งให้ภรรยา ปันจินยอมรับมาและกินอย่างเสียมิได้ นางมัวแต่เคี้ยวจึงไม่ทันเห็นแววตาชอบอกชอบใจของเขา “ส่วนนี่เป็นชาไท่ผิงโหวขุย”

     “ไท่ผิงโหวขุย...ชาจากเมืองหวงซาน”

     “ใช่ ชาดีของอันฮุย รสค่อนข้างเบาทั้งยังมีสรรพคุณบำรุงร่างกาย เจ้าดื่มเยอะหน่อยก็ไม่เป็นไร” สายตาบุรุษอ่อนโยนราวแสงแดดยามเช้า ได้รับการเอาอกเอาใจจากเขาปันจินย่อมรู้สึกดีขึ้น

     หญิงสาวจิบชาและกินพลับแห้งไปมากกว่าครึ่ง ถูกปากเสียยิ่งกว่าอาหารในงานเลี้ยง

     “เป็นอย่างไร อร่อยใช่หรือไม่” ทั้งสองคนนั่งรับประทานของว่างยามดึกอยู่ในห้องนอน เสร็จแล้วจึงเรียกบ่าวไพร่ยกน้ำร้อนเข้ามา แม้เขาขัดว่าอากาศค่อนข้างเย็นอยากให้นางเช็ดตัวแทน แต่ภรรยายังคงเลือกที่จะอาบน้ำ อ้างว่าออกไปข้างนอกมารู้สึกเหนียวตัว

     ลู่ฉินไม่ค้านอีก ปล่อยปันจินทำตามใจหมายเพราะตนเองก็ตั้งใจทำเยี่ยงนั้นเช่นกัน เขาสละให้นางเป็นฝ่ายใช้ห้องเล็กด้านข้างอาบก่อน

     “ดีขึ้นบ้างหรือไม่เจ้าคะ” อาเถาเข้ามาช่วยปรนนิบัติถามไถ่ “ในจวนสกุลถงเจียแท้ๆ ไม่น่ามีเรื่องเช่นนี้ได้เลย”

     ไม่ว่าจากสงคราม ภัยธรรมชาติ หรือโรคภัยไข้เจ็บ มนุษย์ล้มตายวนเวียนเป็นวัฏจักรเช่นนี้มาช้านาน นางมิได้สังเกตให้ดีว่าเด็กหญิงแต่งกายเช่นไร ทราบเพียงเป็นสีฟ้า

     “นางยังเล็กอยู่ ไฉนมีห่วงจนไม่ยอมจากไปโดยสงบนะ” ฟังคำรำพึงของปันจินอาเถาได้แต่ก้มหน้า นางรู้ความลับของท่านหญิงแต่ไร้ปัญญาช่วยเหลือ


     ยามลู่ฉินชำระกายผลัดใส่อาภรณ์เรียบง่ายชุดใหม่เสร็จ ชายหนุ่มก้าวออกมาพลันได้กลิ่นหอมอ่อนๆ เขาพบหญิงสาวหน้าโต๊ะเครื่องแป้งไม้แดง นางคลุมไหล่ด้วยผ้าฝ้ายแท้อีกชั้น นั่งสางผมยาวดำขลับ ดูสงบกว่าตอนอยู่บนรถม้าหลายส่วน

     “เป็นกลิ่นอะไร” ลู่ฉินก้มลงกระซิบถาม พอใจกับท่าทางสะดุ้งเล็กน้อยและการช้อนตามองนั่น

     “มะ...โม่ลี่ฮวา๑๓” เพราะกำลังใจลอยคิดเรื่องในจวนสกุลถงเจียถึงไม่รู้ตัวว่าเขายืนซ้อนอยู่เบื้องหลัง

     “เป็นน้ำมันสกัดที่หมิงเฉียนนำมาฝากจากเฉิงเต๋อ” ปกตินางมักปล่อยให้อาเถาช่วยบำรุงเส้นผมโดยมิได้ใส่ใจนัก ท่านแม่เลือกสรรสิ่งใดให้นางก็ก้มหน้าใช้ไปตามนั้น

     “หอมดี” เขาทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ จ้องมองไม่วางตา “อาการเจ้าดีขึ้นแล้ว คราวนี้บอกมาว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างไปอวยพรเจ้าสาว”

     ปันจินวางหวีเงินลงในกล่องเก็บเครื่องประดับ นางหันประจันหน้ากับสามี

     ใคร่ครวญว่าถึงเวลาสมควรเทถั่วออกจากปล้องไผ่๑๔ต่อหน้าเขาหรือยัง

     ลู่ฉินพบความไม่มั่นใจฉายชัดจากนัยน์ตาคู่นั้น สองจิตสองใจว่าควรทำเช่นไร บังคับหรือรอจนกว่านางจะยอมเล่าเอง

     “เจ้าไม่อยากเล่าข้าไม่ว่า อย่างน้อยบอกแค่ผู้ใดสร้างความไม่พอใจให้ คราวหลังถ้าคนผู้นั้นส่งเทียบเชิญมาข้าจะได้ออกหน้าปฏิเสธถูก” ชายหนุ่มเลือกประนีประนอม ไม่กดดันเค้นความจริง

     เดิมทีปันจินคิดอยากให้ความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาแน่นแฟ้นค่อยเอื้อนเอ่ย มีคำกล่าวว่าแม้มิได้ผูกพันเมื่ออยู่กันไปก็จะรักกันเอง ใครเป็นผู้สรุปเช่นนี้...

     รักคือไม่รังเกียจ รักคือการปกป้องดูแล รักคือการโอบอุ้มค้ำจุนโดยไร้เงื่อนไข ดังที่บิดามารดาทำเพื่อนางมาตลอด

     ลู่ฉินรักนางอย่างงั้นหรือ? ไม่ต้องถามออกไปปันจินก็พอเดาคำตอบได้ หากรักง่ายดายปานนั้นคงไม่แคล้วเบื่อหน่ายรวดเร็ว ถ้าเขาเป็นบุรุษอย่างว่าคงน่ากลัดกลุ้มยิ่ง

     “นี่...เจ้าคงไม่ได้ทำอะไรขายหน้าจำพวกปีนต้นไม้ต่อหน้าฮูหยินทั้งหลายมาหรอกนะ” ลู่ฉินพูดเองเออเองเสร็จสรรพ ปันจินหายอึ้งก็รีบแก้ตัวเป็นพัลวัน

     “ท่านพี่! ข้ามิได้เหลวไหลถึงเพียงนั้น” เขาดูไม่เดือดร้อนสักนิด เห็นชัดว่าจงใจกระเซ้านางเล่น

     นึกไม่ถึงกลับมีเรื่องชวนขายหน้าให้เขาได้เกิดความสงสัยต่อเนื่อง ครั้งแรกพบกันไม่สร้างความประทับใจ คราวก่อนถูไถแก้ตัวว่าชอบเล่นซนจึงปีนขึ้นต้นไม้ คราวนี้หากแก้ตัวว่ารู้สึกไม่สบายอยากกลับจวนเร็วๆ คงฟังดูไม่ดีแน่ เขาอาจมองท่านพ่อท่านแม่ในแง่ร้ายที่ไม่อบรมสั่งสอนธิดาให้รู้กาลเทศะ

     “อย่าทำหน้าเยี่ยงนั้นสิ คิ้วเจ้าจวนจะผูกเป็นปมแล้ว” เขาพยายามหยอกเย้าให้นางผ่อนคลาย “ยังไม่สะดวกใจก็เก็บไว้พูดกันใหม่ คืนนี้รีบเข้านอนเถอะ” ลู่ฉินทำทีลุกขึ้นราวไม่ใส่ใจ

     ...ต่อให้เขามองนางเปลี่ยนไปหรือไม่อยากเข้าใกล้ก็จะยอมรับแต่โดยดี การปกปิดความลับเรื่องนางสามารถมองเห็นวิญญาณรังแต่จะสร้างปัญหาภายหลัง

     ไวกว่าความคิด นางเอื้อมไปคว้ามือเขาเอาไว้ มิทราบว่าชายหนุ่มกำลังกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ

     ลูกพลับน้อยติดกับไม้อ่อนของบุรุษหยกเข้าเสียแล้ว

     “ท่านพี่ ท่านคิดว่าคนเราตายแล้วไปไหน”

     “จู่ๆ ไยถามปริศนาธรรมเล่า” เสียงทุ้มนุ่มนวล บรรยากาศในห้องไม่ตึงเครียด ไม่อึดอัด ราวกับทั้งสองซักถามเรื่องรายการอาหารมื้อเย็น

     “คนเราทุกคนเกิดมาล้วนต้องตาย ตายช้าตายเร็วไม่สำคัญ สำคัญที่จากไปยังคงน่าจดจำหรือไม่” ลู่ฉินสบตาหญิงสาวซึ่งไร้เครื่องประทินโฉม ไม่มีผิวขาวราวกระดาษ ไม่มีปากแดงจากชาดสีสด มีเพียงดวงหน้าเกลี้ยงเกลากับนัยน์ตากลมใสดุจลูกแก้วราตรี

     “ถ้าข้า...ถ้าข้าบอกว่ามีบางคนตายแล้วไม่ไปไหน ยังคงวนเวียนอยู่ล่ะเจ้าคะ”

     “อืม โบราณว่าคนเป็นอย่าทำให้ผู้ตายมีห่วง หากเป็นเช่นนั้นจริงแสดงว่าต้องมีเรื่องค้างคาใจ” ยิ่งพูดอีกฝ่ายยิ่งดูจริงจัง ลู่ฉินเริ่มเห็นอะไรไม่ชอบมาพากลรางๆ “เกิดอะไรขึ้นในจวนสกุลถงเจียกันแน่”

     ถึงขั้นนี้ถ้ามิยอมพูดออกไปความสัมพันธ์ของเขาและนางคงเกิดช่องว่าง


     “ลู่ฉิน ข้าสามารถมองเห็นวิญญาณคนตายได้”



๑๐ หินหวี่ซวงหรือเทอร์ควอยซ์ (Turquoise) มีสีฟ้าอมเขียวแซมด้วยลวดลาย

๑๑สามีของเชื้อพระวงศ์หญิงชั้นที่หก (กู้ซานเก๋อเก๋อ) จะได้เป็นเซี่ยนจุนเอ๋อฟู่ เทียบเท่าขุนนางขั้นสี่

๑๒เค่อ คือหน่วยเวลาของจีนสมัยโบราณ หนึ่งเค่อเท่ากับเวลาประมาณสิบห้านาที

๑๓โม่ลี่ฮวา คือดอกมะลิ

๑๔เทถั่วออกจากปล้องไผ่ มีความหมายว่าพูดความจริงออกไปจนหมดเปลือก

 


ช่วงเม้ามอยกับซือซิง ʕ •ᴥ• ʔ
ลูกพลับแห้งน่ากินเนอะ ตอนไปเที่ยวเคยกินแบบที่เขาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่มาในชาให้ด้วย หวานๆ หอมๆ อร่อย!
บทนี้น้องเห็นของดีเข้าให้ โชคช่วยมีลู่ฉินอยู่ไม่งั้นนางแย่แน่ บอกก่อนว่าเรื่องนี้ปั่นตอนตีหนึ่งตีสองไม่ได้ นังไรต์ขี้กลัวมาก ยิ่งต้องเขียนถึงสุกี้น้ำยิ่งผวา (แล้วเอ็งวางพลอตแบบนี้ทำไมฟระ!?) นักอ่านเป็นกำลังใจให้ซือซิงผ่านพ้นไปด้วยนะคะ เดี๋ยวบทหน้าจะยิ่งกระจ่างว่านางเอกเรามีซิกเซนส์แบบไหน ทำอะไรได้บ้าง

แล้วพบกันจ้า

ซือซิง
28/06/18


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 483 ครั้ง

1,056 ความคิดเห็น

  1. #737 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 20:49
    จะบอกความจริงเเล้ว
    #737
    1
  2. #604 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 12:18
    แกล้งภรรยาคืองานของท่านลู่ฉิน
    #604
    0
  3. #578 Dawrada (@Dawrada) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 21:00
    เราก็ขี้กลัว ยิ่งสุกี้น้ำเนี่ย อ่านตอนสามทุ่ม ตีห้าคงข่มตาหลับอ่ะ
    #578
    1
  4. #81 deedee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 18:07

    เนื้อเรื่องน่าติดตามมากค่ะ

    #81
    1
  5. #80 บทมากร (@sawari-friend) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 12:33

    ลุ้นๆ เอาใจช่วยท่านหญิงปันจิน ขอให้ลู่ฉินเชื่อน้า

    #80
    1
  6. #79 Mumupramc (@Mumupramc) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 08:03

    กลับมาเป็นแฟนคลับเหมือนเดิมแล้วค่ะ หลังจากลาหายไปจากเรื่องก่อน

    เรื่องนี้พล๊อตเรื่องน่าสนใจมาก นางเอกเป็นคนเห็นผี

    เป็นกำลังใจให้เหมือนเดิมนะคะ ????

    #79
    1
    • #79-1 ซือซิง/FrostyNight (@FrostyNight) (จากตอนที่ 5)
      1 กรกฎาคม 2561 / 09:31
      ขอบคุณมากค่ะ
      พล๊อตเรื่องนี้พยายามฉีกแนวออกไปไม่ให้คนอ่านเบื่อกัน
      #79-1
  7. #78 lemonice2 (@lemonice) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 07:48
    นิยายของซือซิงสนุกทุกเรื่องค่ะ พระเอก นางเอก ละมุน ครอบครัวอบอุ่นน่ารัก
    #78
    3
    • #78-2 lemonice2 (@lemonice) (จากตอนที่ 5)
      1 กรกฎาคม 2561 / 11:13
      รอติดตามอย่างเหนียวแน่นแน่นอนค่ะ ซือซิงอย่าทิ้งแนวเขียนของตัวเองนะคะะ
      #78-2
    • #78-3 lemonice2 (@lemonice) (จากตอนที่ 5)
      1 กรกฎาคม 2561 / 11:17
      รอติดตามตามอย่างเหนียวแน่นแน่นอนค่ะ เพราะชอบแนวเขียนตัวละครของซือซิงมาก มันอบอุ่นทุกเรื่อง
      #78-3
  8. #77 pimpim (@pimpimwall) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 22:25

    ในที่สุดก็กล้าบอกสามี ถึงความสามารถพิเศษ

    รอต่อว่าลูฉินจะทำยังไง

    #77
    1
  9. #76 niceday777 (@niceday777) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 10:26
    ดีแล้วท่านหญิง บอกสามีไป คราวนี้ก็ตัวติดกับสามีเลยจะได้ไม่เห็นผี
    #76
    1
  10. #75 avid reader (@naru712) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 01:33
    ปรับอารมณ์ไม่ทัน กำลังหลอนๆ พอเจอลู่ฉินกับลูกพลับน้อยแล้วทำไมรู้สึกอบอุ่น
    #75
    1
    • #75-1 ซือซิง/FrostyNight (@FrostyNight) (จากตอนที่ 5)
      29 มิถุนายน 2561 / 02:25
      ทำไงดี T^T อยากให้หลอนแต่ลู่ฉินทำให้อบอุ่นอ่ะ
      #75-1
  11. #74 jinJKT (@jinJKT) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 00:14

    นี่ชั้นยังขนลุกอยู่เรย

    บรึ๋ยย. มาดึกๆ

    #74
    1
    • #74-1 ซือซิง/FrostyNight (@FrostyNight) (จากตอนที่ 5)
      29 มิถุนายน 2561 / 00:21
      นี่ก็เขียนไป มองหน้าต่างไป อัลไลเนี่ย T^T
      #74-1
  12. #73 29222922 (@29222922) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 23:32
    เหอๆๆๆ อยากบอกไรท์ว่า ก็ไม่ต่างกัน กลัวเหมือนกัลลลล ดันมาอ่านตอนเวลานี้ด้วย มันช่างเงียบสงัดนัก@0@
    #73
    1
    • #73-1 ซือซิง/FrostyNight (@FrostyNight) (จากตอนที่ 5)
      28 มิถุนายน 2561 / 23:43
      ปกติดึกๆ จะมีอารมณ์เขียนมาก แต่กับเรื่องนี้ไม่ได้เลย ฮืออออ
      #73-1
  13. #72 aimf0rthestars (@aimf0rthestars) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 23:13
    บทนี้เขียนได้ดีมากๆเลยค่ะ อ่านแล้วสัมผัสได้ถึงความรู้สึกกลัว กระวนกระวายของเข้าลูกพลับน้อย เหมือนกับกำลังเผชิญกับสถานการณ์นั้นด้วยตัวเองเลย
    #72
    1
    • #72-1 ซือซิง/FrostyNight (@FrostyNight) (จากตอนที่ 5)
      28 มิถุนายน 2561 / 23:42
      ขอบคุณนะคะ ฟังแล้วปลื้มปริ่มมากเลยค่ะ >///<
      #72-1
  14. #71 GTuiar (@maybe-shop) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 23:03
    สนุกอะ สนุกมากกก ทำไมลู่ฉินน่ารักขนาดนี้><
    #71
    1
  15. #70 ped.ped (@pedpd1122) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 22:34
    สู้ๆๆๆๆนาจาาาา รออยู่เด้ออ
    #70
    1
  16. #69 ป้าปู (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 22:26

    มาต่อเลย อยากรู้

    #69
    1
  17. #68 PreawSone (@PreawSone) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 22:10
    ลู่ฉินจะเชื่อไหมนะ
    #68
    1