ด้ายแดงเคียงคู่ 亲密是红线 (ชุด เรื่องรักในต้าชิง)

ตอนที่ 38 : บทพิเศษ - ด้ายแดงของท่านหญิงน้อย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6167
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 425 ครั้ง
    4 ธ.ค. 61


ไม่มีรูปลู่ฉินตอนเด็ก เอาตอนโตไปโนะ >__< รูปงามเหลือเกิน
 

 

บทพิเศษ ด้ายแดงของท่านหญิงน้อย


วาสนาร้อยตรึงดึงเข้าหา

ด้ายแดงพาพบรักบรรจบฝัน

แม้ห่างไกลหมื่นลี้เฝ้าหากัน

เคียงคู่มั่นมิผันแปรตราบชั่วกาล


     “ท่านแม่ ฮือๆๆ ท่านแม่” พระชายาเอกในเป้ยจื่อกอดบุตรสาวแนบอกพลางปลอบโยน อึดใจถัดมาบรรดาสาวใช้ถูกออกไป เหลือเพียงคนสนิทกับแม่นมเท่านั้น

     “หยุดร้องไห้เถอะปันจิน แม่อยู่นี่แล้ว” ปันจินซุกซบกับซอกคอมารดา ความตื่นกลัวลดลงหลังได้รับคำยืนยันว่าบิดากำลังกลับมา “อีกประเดี๋ยวท่านพ่อของเจ้าก็กลับถึงจวน อย่าร้องอีกเลยนะ เช็ดหน้าเช็ดตาเสียหน่อยดีหรือไม่”

     บุตรสาวยกมือเช็ดน้ำตาป้อยๆ พยักหน้ายินยอม “เจ้าค่ะ”

     แม่นมของท่านหญิงตรงเข้าใช้ผ้าซับน้ำอุ่นบิดหมาดเช็ดดวงหน้าเปื้อนคราบน้ำตา กระทั่งบุรุษผู้มีฐานันดรศักดิ์เป็นเป้ยจื่อเปิดประตูเข้ามาดูอาการธิดาสุดที่รัก ผู้อื่นจึงหลบหลีกอย่างรู้งาน

     “ปันจิน ผู้ใดขัดใจเจ้าหรือ”

     บิดาตัวอุ่นที่สุด ใจดีที่สุด ขอเพียงท่านพ่อลูบศีรษะนางไปมาพร้อมปลอบว่าไม่เป็นไร ปันจินรู้สึกได้ว่าตนจะไม่เป็นไรจริงๆ “บอกมาเร็วเข้า พ่อจะจัดการให้เอง”

     เด็กหญิงชำเลืองมองประตูเล็กน้อยก่อนกระซิบแผ่วเบาตามที่มารดาเคยสั่งเมื่อพูดถึงเรื่องเหล่านี้ “เป็นอาหรูเจ้าค่ะ อาหรูเอาแต่ขอให้ช่วย ท่านพ่อข้ากลัว”

     พระชายาป้องปาก รีบลูบหลังบุตรสาวพลางซักถาม “เจ้าเห็นนางที่ไหน”

     “อาหรูอยู่หน้าห้องเจ้าค่ะ”

     ปันจินสงบลงบ้างเพราะบิดากลับมาจึงสามารถเล่าเรื่องราวที่ประสบได้

     อาหรูนั้นเป็นสาวใช้จากครอบครัวทหารชั้นผู้น้อยในกองธง มีหน้าที่คอยช่วยแม่นมดูแลปันจินตั้งแต่แบเบาะ เพราะมีพี่น้องเยอะทำให้อาหรูรู้วิธีเลี้ยงเด็กเป็นอย่างดี เมื่อสิบกว่าวันก่อนพี่ชายคนโตของนางซึ่งไม่ได้เรื่องได้ราวนักมาดักพบหลังจวนเพื่อขอเงินเพิ่มนอกเหนือจากส่วนที่อาหรูส่งกลับไปจุนเจือครอบครัว ทั้งสองเกิดมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกัน ฝ่ายพี่ชายอยู่ในอาการเมามายบันดาลโทสะผลักน้องสาวล้มศีรษะกระแทกอย่างแรงก่อนผลุนผลันจากไป ตอนบ่าวไพร่คนอื่นเข้าไปช่วยเหลือพบว่าไม่มีเลือดออกจึงไม่เอะใจ ล่วงเข้ากลางดึกอาหรูปวดหัวรุนแรง อาเจียนติดต่อกันหลายครั้งก่อนหมดสติและสิ้นลมในที่สุด แน่นอนว่าพระชายาที่เมตตาสาวใช้มาตลอดทราบเข้าก็สั่งพ่อบ้านถือสารไปร้องเรียนกับที่ว่าการ ลากตัวคนผิดมารับโทษทันที

     “นางบอกว่าห่วงน้องๆ ตอนตามข้ามาอาหรูหน้าซีดตาแดง น่ากลัวเหลือเกิน”

     ปันจินไม่เหมือนผู้อื่น ตั้งแต่จำความได้ก็มองเห็นคนหน้าตาน่ากลัว บ้างมีเลือดออก บ้างแขนขาไม่ครบ ดังนั้นจึงไม่ชอบออกไปข้างนอก เอาแต่เก็บตัวอยู่ในจวนเสมอ

     พระชายามองหน้าเป้ยจื่ออย่างขอความเห็น ฝ่ายสามีสั่งคนไปเรียกพ่อบ้านมาจัดการมอบเงินอีกก้อนหนึ่งให้กับครอบครัวของอาหรู หลังจากให้ไปแล้วในคราแรกด้วยความเวทนา

     “มอบเงินทองให้แล้ว ต่อจากนี้ไปครอบครัวนางคงไม่ลำบาก” เสียงเป้ยจื่อดังกว่าปกติ คลับคล้ายต้องการพูดดังๆ ให้วิญญาณบางตนได้ยิน “หวังว่าคงเห็นแก่ข้าไม่มารังควานปันจินอีก”

     ท่านหญิงปันจินซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดบิดา เกาะกุมมือมารดาเอาไว้เพื่อยึดเหนี่ยว

     หลังจากเหตุการณ์วันนั้นไม่เคยพบอาหรูอีกเลย


     สองเท้าก้าวเดินไปตามเส้นทางอันคุ้นเคย กู้ซานเก๋อเก๋อตัวน้อยชี้ไปยังใต้ร่มไม้กลางสวน พยักหน้าแก่แม่นมผู้ถือตะกร้าเครื่องเขียนกับบ่าวชายซึ่งยกโต๊ะตัวเตี้ยตามมา

     “จัดของให้ข้าตรงนี้ล่ะ”

     “ไยไม่เข้าไปนั่งในศาลาเล่าเจ้าคะ” แม้ใต้ต้นไม้ใหญ่จะมีร่มใบให้เงาบดบังแสงอาทิตย์ เกรงว่าจะไม่สะดวกเท่าโต๊ะกลมกลางศาลาแน่

     “ข้าจะวาดรูปทิวทัศน์ก็ต้องวาดจากมุมที่เห็นทิวทัศน์ได้งดงามที่สุดสิ” คนฟังได้ยินเหตุผลแล้วถึงคล้อยตาม ฝีมือท่านหญิงในการวาดรูปถือว่าค่อนข้างรุดหน้าไปไกลกว่าคนอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน นับเป็นความภาคภูมิใจของเป้ยจื่อกับพระชายาเลยทีเดียว

     “ถ้าเช่นนั้นเดี๋ยวบ่าวจะไปจัดของว่างกับชามาให้นะเจ้าคะ”

     ปันจินนั่งลงบนผ้าที่ปูรองก่อนเริ่มลงมือวาดรูป

     หลังจากเหตุการณ์เห็นอาหรูเมื่อสองปีก่อนก็ไม่มีวิญญาณอื่นปรากฏกายในจวนอีก นอกเสียจากต้องออกไปร่วมงานพร้อมบิดามารดาจริงๆ เด็กหญิงชอบเก็บตัวลำพังเสียเป็นส่วนใหญ่ การออกไปข้างนอกเสี่ยงพบเห็นวิญญาณเร่ร่อน กระทั่งไปเยือนจวนเหล่าเชื้อพระวงศ์ซึ่งเป็นญาติกันก็ยังมีโผล่มาให้ผวาเล่น มาตรว่านางขยาดกับการก้าวเท้าออกนอกจวนแล้ว สถานที่ที่น่ากลัวที่สุดกลับเป็นวังหลวง นั่นเพราะมิอาจบิดพลิ้วยกข้ออ้างไม่ไปร่วมงานพิธีหรืองานเลี้ยง จำต้องข่มใจเดินผ่านดวงจิตขันทีกับนางกำนัลซึ่งยังอาวรณ์ต่อโลกเหล่านั้นด้วยท่าทางนิ่งเฉย

     “วาดเก่งจริง” เสียงชื่นชมราวกับละเมอทำเอาหลุดจากสมาธิ พอแหงนหน้ามองสายตาพลันปะทะเข้ากับเด็กชายซึ่งน่าจะอายุมากกว่าราวสามสี่ปี เขากำลังก้มมองกระดาษ ครั้นเห็นท่านหญิงน้อยหยุดมือจึงเงยหน้า

     นัยน์ตาสองคู่สบกันอยู่ครู่หนึ่ง

     ปันจินมองเห็นศาลาซึ่งอยู่ด้านหลังเด็กชายเลือนราง

     แย่แล้ว สามารถมองเห็นทะลุไปได้นั่นเท่ากับว่า...

     “เจ้าเห็นข้าใช่หรือไม่!?” น้ำเสียงอีกฝ่ายตื่นเต้นยินดี ดวงตาเป็นประกาย “ดี ดี ดียิ่งนัก!!”

     ด้ามพู่กันในมือถูกกำแน่น ท่านหญิงน้อยรีบก้มหน้าลงทำทีไม่สนใจ ราวกับการสบตาเมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องบังเอิญ ถึงอย่างนั้นท่าทางลุกลี้ลุกลนมีพิรุธยากปิดบังเพราะอายุยังน้อย ทั้งยังโกหกไม่ได้ความ ย่อมถูกมองออกโดยง่าย

     “ข้าแซ่ห่าว ท่านปู่เป็นรองเจ้ากระทรวง...เอ่อ ใช่ๆ รองเจ้ากระทรวงพิธีการ” เด็กชายเอ่ยด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ ปันจินคิดว่าวิญญาณของเขาคงติดตามใครสักคนในครอบครัวมาร่วมงานที่จวนของนาง

     “แล้วเจ้าชื่ออะไร”

     นางแสร้งตีสีหน้าเฉยเมยยามจุ่มปลายพู่กันลงในน้ำหมึก ในใจภาวนาให้แม่นมกลับมาเร็วๆ ทว่าห้องครัวกับสวนกลางจวนไม่ใช่ใกล้ๆ มิหนำซ้ำแม่นมก็เพิ่งไปเมื่อครู่ หวังให้กลับมารวดเร็วคงเป็นไปไม่ได้

     ชวนก็แล้ว ส่งเสียงดังเรียกร้องความสนใจก็แล้วยังไม่ได้ผล ผีเด็กชายเห็นสีหน้าคนจับพู่กันซีดขาวอีกทั้งยังเม้มปากแน่นพลันหรี่ตาลง มั่นใจว่านางต้องได้ยินที่เขาพูดแต่แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น

     “นี่ พูดกับข้าสิ! ข้ารู้ว่าเจ้าได้ยินทุกอย่าง” เขาก้มลงเกือบชิด ตะเบ็งเสียงใส่อย่างขัดใจ

     ปันจินยกมือกุมหูสองข้างไว้ พริบตานั้นคิดจะวิ่งไปหาบิดามารดาหากฉุกคิดได้ว่าคราวก่อนตอนไปจวนพระญาติซึ่งมีฐานันดรศักดิ์ชินหวัง๗๕เคยมีเรื่องคล้ายคลึงกันเกิดขึ้น การที่นางร้องไห้วิ่งไปฟ้องบุพการีทำให้ได้รับสายตาแปลกๆ จากคนรอบข้าง ตอนนั้นท่านแม่หน้าตาซีดเซียวแต่พยายามปลอบนางสุดความสามารถ

     ไม่ได้ วันนี้เป็นงานเลี้ยงที่จวน ท่านพ่อเป็นเจ้าบ้านดังนั้นจะทำให้เกิดเรื่องขายหน้าไม่ได้เด็ดขาด

     นางจะอดทนไว้ เป็นตายร้ายดีเมื่องานเลี้ยงจบลงแขกเหรื่อก็ต้องแยกย้ายกันกลับ ผีเด็กชายตนนี้ย่อมกลับไปพร้อมคนในตระกูลแน่นอน

     “นี่ มาเล่นกันเถอะ ข้าเหงามากเลย ที่จวนไม่มีใครเล่นด้วย ไม่ว่าพี่ใหญ่หรือพี่รอง...แม้แต่ท่านปูท่านย่าก็ไม่สนใจข้าอีกแล้ว”

     เมื่อใช้ไม้แข็งไม่ได้ผลจึงเลือกใช้ไม้อ่อน ยามมีชีวิตเขาเป็นบุตรชายคนเล็ก ย่อมอ่านสีหน้าคนในครอบครัวเก่งเป็นที่หนึ่ง พอรู้ว่าโวยวายไปก็ไร้ประโยชน์จึงเริ่มพูดอย่างใจเย็น ต่อให้เป็นเช่นนั้นท่านหญิงปันจินกลับรับทราบได้ว่าอีกฝ่ายรู้สึกไม่พอใจเพราะมีไอเย็นค่อยๆ แผ่กระจายออกมาจากร่างกึ่งโปร่งแสงนั่น

     มันทำหนาวยะเยือกจนต้องขยับถอยหลัง แต่ไหนแต่ไรร่างกายของนางมักเย็นเสมอ พอได้รับความเย็นอีกพานให้ไม่สบายตัว

     “เจ้าชื่ออะไร บอกมาเร็วเข้า” เด็กชายแซ่ห่าวไล่บี้ปันจินจนมุม

     “อยะ...อย่ามายุ่งกับข้านะ”

     เด็กหญิงขยับไปซุกตัวอยู่ระหว่างลำต้นของต้นไม้ใหญ่กับพุ่มไม้ ปากพร่ำบอกให้วิญญาณถอยไป

     “เจ้าต้องเล่นกับข้า!” เด็กชายถลึงตา ลอยละล่องเข้าใกล้ ไอเย็นซึ่งเดิมเจือจางเริ่มเข้มข้น ราวกับกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่เหมันต์

     ปันจินเผลอกันกลีบปากล่างจนเลือดซึม นางตัดสินใจตะเกียกตะกายลุกหนี พู่กันถูกโยนทิ้ง กระดาษถูกเหยียบ อุปกรณ์สำหรับวาดรูปกระจัดกระจายคนละทิศ

     “กลับมานี่นะ! จะหนีไปไหน” ผีเด็กชายโมโห พรวดพราดไปดักด้านหน้า

     ปันจินเคยถูกวิญญาณอื่นสัมผัสมาก่อนทำให้หวาดกลัวความรู้สึกนั้นเป็นที่สุด นางไม่กล้าวิ่งผ่านร่างโปร่งแสงจึงยั้งเท้ากะทันหัน ส่งผลให้ล้มลงใส่พุ่มไม้อีกด้านแทน

     “ไม่เอาแล้ว ไม่เอา ฮึกๆ” เด็กหญิงร้องไห้เสียงดัง คู้ตัวอย่างน่าสงสาร

     ทำไม ทำไมมีแค่นางที่ต้องเผชิญเรื่องเหล่านี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

     “ข้าบอกแล้วว่าเจ้าหนี...ไม่...”

     ร่างเด็กชายที่กำลังยิ้มเยาะค่อยๆ เลือนหายทั้งที่กล่าวไม่จบประโยค ปันจินซึ่งไม่เคยพบเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ตกตะลึงจนพูดไม่ออก นางกะพริบตาถี่ๆ มองอีกฝ่ายจางไปจนไร้ร่องรอย ราวกับเมื่อครู่เป็นแค่ภาพลวงตา

     “ใครอยู่ตรงนั้นน่ะ...” พุ่มไม้สั่นไหว เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ก่อนใครบางคนจะโผล่หน้าเมียงมองเด็กหญิง

     คนผู้นั้นเป็นเด็กชายที่มีดวงหน้าได้รูป องคาพยพลงตัวไปทุกส่วน โดยรวมใกล้สลัดเค้าจากเด็กชายไปสู่เด็กหนุ่มขึ้นทุกทีเวลาดวงตาคมกริบนั่นจับจ้องมาพาให้รู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ คล้ายกำลังถูกสำรวจอย่างถี่ถ้วน

     “ตรงนู้นมีของกินเยอะแยะ ทำไมมาแอบอยู่ตรงนี้” ลู่ฉินมองประเมินอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ ทึกทักเอาเองว่าเด็กหญิงเป็นบุตรีขุนนางที่มาร่วมงาน ไม่รู้ว่าบรรดาพี่เลี้ยงหายไปไหนกันหมดถึงปล่อยให้นางมาซ่อนตัวร่ำไห้ลำพัง “ถูกผู้ใดรังแกมารึ ข้ากับพี่ใหญ่ออกหน้าจัดการให้ดีหรือไม่”

     ลู่ฉินในวัยสิบสองมีความใจร้อนประสาเด็กชาย หากเขากับหนิงเฉิงร่วมด้วยช่วยกันไม่ว่าอะไรล้วนสามารถกระทำสำเร็จ

     “ว่าอย่างไร บอกมาสิว่าใครแกล้ง”

     ปันจินส่ายหน้าซ้ำๆ ไปมา ตรึกตรองถึงภาพเมื่อครู่พลันเกิดความหวังเรืองรอง

     เป็นเพราะคนผู้นี้โผล่มาวิญญาณเด็กแซ่ห่าวถึงหายไปใช่หรือไม่ ทั้งที่ตลอดมาไม่เคยมีใครทำได้ ไม่เคยมีผู้ใดไล่ผู้อยู่คนละภพให้ออกห่างจากตนแม้กระทั่งเป้ยจื่อกับพระชายา

     คนถูกถามไม่ตอบ เอาแต่จดจ้องด้วยดวงตากลมโตซึ่งแดงช้ำ

     ลู่ฉินตัดสินใจส่งมือให้พลางประคองนางลุกขึ้น หยิบเอาเศษใบไม้ที่ติดอยู่บนเรือนผมออก เขาเองมีน้องสาวจึงปฏิบัติต่อเด็กหญิงได้อ่อนโยน “เจ้าทำอะไรอยู่”

     “วาดรูป” นั่นเป็นคำแรกที่เอ่ย เสียงหวานตะกุกตะกักอยู่บ้าง “ตรงนั้น”

     ปลายนิ้วชี้ไปยังจุดเกิดเหตุ ลู่ฉินเห็นข้าวของกระจัดกระจายไม่เป็นทางก็ขมวดคิ้ว ช่วยหยิบทุกอย่างกลับไปวางบนโต๊ะไม้ตัวเตี้ยเสียใหม่ มิหนำซ้ำยังจัดผ้าปูรองนั่งจนเข้าที่แล้วกวักมือเรียกเด็กน้อยท่าทางตื่นๆ เข้าไป

     “มาวาดรูปต่อเถอะ ข้าไม่กวนแล้ว” เดิมทีเพียงตั้งใจหลบเสียงเอะอะของคนอื่นๆ มาเดินเล่นในสวนเท่านั้น มิได้มีเจตนารบกวนสมาธิใคร ท่านแม่ของเขาเคยสอนเอาไว้ การแสดงความสามารถเชิงศิลป์ต้องใช้ความเงียบสงบเป็นกำลัง การส่งเสียงรบกวนถือว่าเป็นผู้ไร้การศึกษาไม่รู้จักธรรมเนียมปฏิบัติ

     “ดะ เดี๋ยว!” เห็นเขาหมุนกายทำท่าจะจากไป เด็กหญิงลืมตัวรีบคว้าชายอาภรณ์เอาไว้ “อยู่เป็นเพื่อนข้าก่อนเถอะ...อะ เอ่อ เพียงประเดี๋ยวเดียวเท่านั้น” เสียงหวานต่อรองโน้มน้าว ผสมกับดวงหน้าไร้พิษภัยและแววตาคาดหวัง ลู่ฉินปฏิเสธไม่ลงจึงทรุดกายลงห่างจากเจ้าตัวไปเล็กน้อยตามธรรมเนียม

     “ขอบคุณมาก” ปันจินจัดแจงคลี่กระดาษแผ่นใหม่ ใจชื้นเพราะไม่เห็นวิญญาณเด็กแซ่ห่าวปรากฏกายอีก

     ต้องเป็นเพราะมีเขาอยู่ด้วยแน่ๆ

     ด้านเด็กชายซึ่งมีอาวุโสกว่ามองสตรีตัวน้อยในอาภรณ์ปักลายประณีตบรรจงเปิดกล่องไม้ยาว มือเล็กหยิบแท่งหมึกสีออกมาฝนเป็นวง ใช้แขนรีดกระดาษให้เรียบอีกครั้ง ดวงตามองไปเบื้องหน้าไม่ว่อกแว่ก ก้มๆ เงยๆ จรดพู่กันปลายแหลมจนเริ่มมีเส้นสายปรากฏ

     ยิ่งมองยิ่งเพลิน ยิ่งมองยิ่งสงบ

     หันกลับมาเห็นเขากำลังจ้องอยู่จึงคิดไปว่าอีกฝ่ายไม่พอใจที่ต้องนั่งรอ ปันจินกระสับกระส่าย ลอบชำเลืองอีกเป็นระยะก่อนหยิบกระดาษแผ่นใหม่กับพู่กันส่งให้ กระถดไปอยู่ปลายโต๊ะฝั่งซ้ายสุดเพื่อเว้นที่ให้ลู่ฉินใช้งาน

     “ข้าให้ อย่าเพิ่งเบื่อนะ”

     บุตรชายคนรองของราชองครักษ์ช่างอิ่นยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย ทว่าในใจรู้สึกเอ็นดูการกระทำนี้ไม่น้อย เขาลงมือคัดบทกวีฆ่าเวลาระหว่างอยู่เป็นเพื่อน ในหัวใคร่ครวญความแตกต่างของเด็กหญิงกับน้องสาวของตน หมิงเฉียนเป็นดังตุ๊กตากระเบื้องในความคิดของตนกับเหล่าลูกพี่ลูกน้องชายทั้งหลาย ดังนั้นจึงถูกตามใจพะเน้าพะนอ นางชอบแสดงอาการออดอ้อน วาจาอ่อนหวานช่างฉอเลาะ ทำผู้คนเอ็นดูรักใคร่ถ้วนหน้า ขณะที่เด็กหญิงข้างกายกลับดูประหม่าตลอดเวลา หากไม่นับยามตั้งสมาธิวาดรูป แววตากลมโตดูไม่มั่นใจเอาเสียเลย

     เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ภาพในกระดาษเป็นรูปเป็นร่างแล้วถึงเจ็ดส่วน ด้านลู่ฉินเองก็คัดบทกวีของกวีชื่อดังไปได้หลายคน เขาวางพู่กันลงบนแท่นพัก ชะโงกหน้ามองผลงานอีกฝ่าย “เจ้าวาดได้ไม่เลวเลย”

     องค์ประกอบภาพครบถ้วนหมดแล้ว เหลือเพียงการลงสีเก็บรายละเอียดเท่านั้น “พี่ชายว่ามันดูไร้ชีวิตชีวาไปนิด”

     เขาแทนตนเองตามความเคยชิน ปันจินเองก็ไม่คิดว่ามันขัดหูเมื่อเห็นชัดว่าเขาน่าจะอาวุโสกว่าตน

     “ตรงไหนรึที่ไร้ชีวิตชีวา” ส่วนมากบิดามารดาและคนรอบข้างมักชมเชยเรื่องการวาดของตนเป็นประจำ ดังนั้นเมื่อได้ฟังความเห็นที่ต่างออกไปจึงรีบซักไซ้เพราะอยากรู้

     “เรื่องนั้น....” ลู่ฉินเองก็ตอบไม่ถูก ทั้งยังไม่อยากยอมรับว่าบางประโยคที่วิจารณ์ออกไปเพียงเลียนแบบผู้อาวุโสในตระกูลยามชมภาพวาด

     “พี่ชายคิดว่าตรงไหนมีปัญหาก็ลองเติมเอาเถิด” ปันจินเลื่อนกระดาษให้ เรียกเขาว่าพี่ชายอย่างจริงใจ นางเองมีบางเรื่องอธิบายด้วยคำพูดไม่เก่งเช่นกัน พอนึกว่าอีกฝ่ายอาจประสบปัญหานี้จึงไม่คาดคั้นแต่ขอให้เขาลงมือเพื่อชี้จุดด้อยออกมา

     อูลาน่าลาลู่ฉินคิ้วกระตุก เพิ่งตระหนักจริงจังก็ตอนนี้ว่าบางครั้งวางภูมิเลียนแบบผู้ใหญ่ไปเสียหมดก็สามารถก่อปัญหา นี่ต้องเรียกว่าทุ่มหินใส่เท้าตนเองแท้ๆ

     หลังขบคิดหาทางออกครู่หนึ่งจึงชี้ให้เด็กหญิงเดินไปนั่งอยู่หน้าโต๊ะตัวเตี้ย “นั่งนิ่งๆ อย่าเพิ่งหันกลับมาจนกว่าข้าจะบอก”

     ท่านหญิงพยักหน้าหงึกหงัก ทำตามอย่างว่าง่าย

     เวลาผ่านไปอีกเล็กน้อยผลงานก็เสร็จสิ้น ปันจินเห็นผลงานเข้าถึงกับเอียงคอขมวดคิ้ว เพ่งมองคล้ายไม่มั่นใจ

     “นี่คือข้า?”

     “ใช่” เด็กชายอ้อมแอ้มก่อนกระแอมไอ เสริมเหตุผลให้ฟังดูน่าเชื่อถือ “เดิมทีดูแข็งทื่อไร้ชีวิต ขาดความเป็นธรรมชาติ พอมีเจ้าเพิ่มขึ้นทำให้ภาพดูสดใส รู้สึกได้ถึงความสมจริง”

     ฟังแล้วเข้าทีมิน้อย แม้ลายเส้นเขาโย้ไปมาอยู่บ้าง แต่นางกลับประทับใจเหลือเกิน

     “พี่ชายชื่ออะไร” ลู่ฉินไม่คาดคิดว่าจะถูกนางถามชื่อแซ่ มือที่กำลังม้วนภาพส่งให้ชะงักไปเล็กน้อย

     “อูลาน่าลาลู่ฉิน นั่นคือชื่อของข้า...” ปันจินพึมพำทวนชื่อเด็กชายตัวสูง

     นางจะจดจำชื่อเขาเอาไว้ให้มั่น ไม่มีทางลืมเลือน

     “ลู่ฉิน!” เสียงตะโกนดังขัดจังหวะ หันไปจึงพบหนิงเฉิงที่กำลังเดินเข้ามาในสวน “ไปทำอะไรตรงนั้น ข้าตามหาเสียจนทั่ว”

     ด้านหลังเด็กชายอีกคนตัวโตดูห้าวหาญยังมีเด็กอีกกลุ่มใหญ่ตามมา น้องชายฝาแฝดเห็นเข้าพลันรู้สึกหงุดหงิด เขาอุตส่าห์หลบมาหามุมสงบไยพี่ใหญ่ถึงได้พาคนอื่นติดตามมารบกวน ถึงอย่างนั้นหากบ่นออกไปจะเป็นการผิดมารยาท ท่านพ่อทราบเข้าอาจโดนลงโทษจึงสงวนถ้อยคำบ่นยาวเหยียดในใจ รีบชักชวนเด็กหญิงซึ่งตนสรุปเอาเองว่าเป็นบุตรีขุนนางที่มาร่วมงานสักท่าน

     “มาเถอะ ไปหาของว่ากินในเรือน อย่ามัวแต่นั่งวาด...เอ๊ะ”

     นอกจากโต๊ะไม้ตัวยาวกับผ้าปูรองนั่งข้าวของต่างๆ ล้วนหายไปสิ้น

     “เจ้าเหม่ออะไรอยู่ มานี่เร็วเข้า” หนิงเฉิงโบกไม้โบกมือเร่ง ลู่ฉินหมดทางเลือก ถอนหายใจ ทำได้เพียงหันกลับไปมองโต๊ะว่างเปล่านั่นอีกครั้งแล้วเดินไปสมทบกับพี่ชาย


     ผ่านไปจนค่ำมืด ปันจินที่ชำระกายเรียบร้อยนั่งอยู่หน้าคันฉ่อง ปล่อยแม่นมช่วยหวีเส้นผมยาวสลวย

     หลังวิ่งหนีจากเด็กชายนามลู่ฉินนางก็ตรงดิ่งกลับเรือน นำเอาภาพมาคลี่ดูแล้วซ่อนไว้เหนือหมอนด้วยความประทับใจ

     คาดไม่ถึงว่าต่อมาแม่นมจะกระหืดกระหอบตามตนเสียยกใหญ่เพราะนำของว่างไปที่สวนแล้วหาไม่พบ

     “คนเราถ้าบังเอิญพบกันครั้งหนึ่งแล้ว จะสามารถพบกันอีกได้หรือไม่” ปันจินมองภาพสะท้อนก่อนก้มหน้าลง

     “ทั้งได้และไม่ได้เจ้าค่ะ” แม่นมอมยิ้ม แม้ไม่รู้ที่มาของคำถามแต่ก็ตั้งใจตอบเต็มที่ “สหายบางคนต่อให้สนิทสนมกันก็มิได้หมายความว่าจะเป็นเช่นนั้นไปชั่วชีวิต แต่กับบางคนแม้ดูไม่น่าบรรจบกันได้ลงท้ายกลับคบหายาวนาน” คนพูดค่อยๆ หวีปลายผมอย่างระมัดระวังแล้วจึงวางหวีงาช้างลงในกล่องเครื่องประดับ

     “แม่นม ถ้าข้าอยากพบเขาอีกเล่า”

     “เชื่อว่าหากมีวาสนาต่อกันต้องได้พบแน่” เอ่ยจบจู่ๆ มือซึ่งกำลังประคองท่านหญิงไปที่เตียงพลันชะงักค้าง “ท่านหญิงหมายถึงใครหรือเจ้าคะ”

     “วันนี้ข้าพบคนผู้หนึ่ง...” น้อยครั้งที่ท่านหญิงจะพูดถึงใครอื่นนอกเหนือจากเป้ยจื่อกับพระชายา วันนี้ภายในจวนมีงานเลี้ยง แขกเหรื่อล้วนเป็นพระญาติกับขุนนางชั้นผู้ใหญ่ของสกุลมีชื่อ บางทีท่านหญิงของนางอาจถูกตาต้องใจใครเข้าสักคน กอปรกับตนดูแลรับใช้เชื้อพระวงศ์แมนจูมายาวนาน เรียนรู้ว่าชาวแมนจูไม่ได้ปิดกั้นเรื่องชายหญิงเฉกเช่นชาวฮั่น

     คิดได้ดังนั้นแม่นมจึงอมยิ้ม เริ่มเล่าเรื่องตำนานด้ายแดงให้ท่านหญิงฟัง ตามความเชื่อชาวฮั่นเนื้อคู่คนเรามีผู้เฒ่าจันทราคอยดูแลช่วยชักนำให้มาพบกัน ใช้ด้ายแดงผูกเอาไว้ที่ปลายนิ้วก้อยให้คนสองคนไม่มีวันพรากจาก

     พอได้ฟังเรื่องเล่าปันจินรีบยกสองมือขึ้นเพ่งมองอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนเอ่ยด้วยสีหน้าสับสนระคนผิดหวังว่าไม่เห็นมีด้ายสีแดงสักเส้นอยู่ที่ปลายนิ้ว แม่นมขบขันในความไร้เดียงสานั่น เล่าต่อว่าด้ายแดงของคนเราไม่สามารถมองเห็นได้ แต่เหนียวแน่นยิ่งกว่าสิ่งใด ขอเพียงยึดโยงแล้วไม่ว่าผ่านไปกี่ชาติก็จะต้องวนเวียนกลับมาครองคู่แน่นอน

     “แม่นม ในเมื่อมองไม่เห็นด้ายแดงจะทราบได้อย่างไรว่าไม่ผิดคน” แม่นมห่มผ้าพลางสอดชายทุกด้านจนมิดชิด ก่อนเดินไปดับตะเกียงถึงกล่าวน้ำเสียงนุ่มนวล

     “เมื่อถึงเวลาท่านจะทราบได้ด้วยใจเจ้าค่ะ”


     สายลมเอื่อยนอกชานเรือน พาต้นไม้และทิวไผ่ขยับเสียดสีบังเกิดท่วงทำนองธรรมชาติสายหนึ่ง

     หญิงสาวสะลึมสะลือตื่นจากนิทรา ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปทั่วห้องหนังสือก่อนหยุดลงบนร่างสูงโปร่งแสนคุ้นเคย ความฝันเมื่อครู่คล้ายเกิดขึ้นไม่นาน บุรุษหลังโต๊ะทำงานยังคงเหลือเค้าเด็กชายรูปงามให้เห็น

     “อยากกลับไปนอนที่ห้องหรือไม่” เสียงทุ้มเอ่ยถาม เงยหน้าจากกระดาษพลางคลี่ยิ้มให้ภรรยาก่อนก้มลงตวัดพู่กันไม่หยุดมือ

     “ยามใดแล้ว” จำได้ว่านางมานั่งอ่านหนังสือเล่นรอเขาเขียนจดหมายถึงสหายนอกด่าน ท้ายสุดกลับเผลอไผลหลับไปด้วยความง่วงงุนประสาหญิงตั้งครรภ์

     “ต้นยามไฮ่” ลู่ฉินตอบโดยไม่ละสายตาไปจากจดหมายเบื้องหน้า ตัวอักษรภาษามองโกลเขาคมกริบชัดเจน ปันจินซึ่งว่างงานขยับผ้าห่มให้เข้าที่ เหม่อมองสามีเงียบๆ ไม่ส่งเสียงรบกวน

     “แม่นาง เจ้าจ้องเสียจนข้าไม่กล้าขยับมือแล้ว” เสียงทุ้มเอ่ยกลั้วหัวเราะ สัพยอกนางขณะวางพู่กันบนแท่นพักซึ่งทำจากหยก ปล่อยให้น้ำหมึกบนกระดาษแห้งซึม “หากพึงใจในตัวข้าคงต้องขอให้ตัดใจเสีย ภรรยาข้าขี้หึงมาก”

     ท่านหญิงแค่นเสียงหึในลำคอ ทั้งฉิวทั้งขันจึงตัดสินใจตามน้ำไปกับชายหนุ่ม ดูสิว่าเขาจะรับบทบุรุษผู้มีภรรยาชอบทุบไหน้ำส้มได้นานเพียงใด “ภรรยาคุณชายดุสักแค่ไหนกันเชียว”

     “แม่เสือดีๆ นี่ล่ะ” ปันจินหัวเราะคิกคัก เสียงหวานใสดังกังวาน ละมุนละไมผ่อนคลายจิตใจผู้ฟัง

     มือใหญ่ลากที่ทับกระดาษมาวาง ลุกจากโต๊ะมาหาคนงามที่หน้าท้องนูนเด่นเมื่อย่างเข้าเดือนที่ห้า สอดมือประคองร่างนุ่มนิ่มติดเย็นเล็กน้อยมากอด ทะนุถนอมเป็นอย่างดี “เมื่อย้อนคิดดูข้าดีใจที่พี่ใหญ่หมั้นหมายไปก่อนแล้ว มิเช่นนั้นหากเป้ยจื่อให้เจ้าออกเรือนกับเขาแทนข้าจะทำเช่นไร” นางให้ความร่วมมือ อิงแอบแนบชิดในท่าทางสบายๆ

     “ต่อให้พี่ใหญ่ของท่านยังไม่หมั้นหมายกับพี่ไป๋หลิง ข้ายังคงเป็นเจ้าสาวของท่านอยู่ดี” คำตอบของภรรยาทำให้ราชองครักษ์น่าลาเกิดความงุนงง

     “หลายปีก่อนเด็กหญิงในสวนผู้นั้นบอกกับบิดามารดาว่านางพบเด็กชายนามลู่ฉินจากสกุลน่าลา”

     ได้ฟังเฉลยหัวใจราชองครักษ์หนุ่มพองฟูคับอก พอปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้ “ที่แท้ข้าถูกเจ้าหมายตาเอาไว้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว”

     เขาได้เห็นภาพวาดซึ่งเป็นดังที่ระลึกในการพบกันครั้งแรก พอจะทราบว่านางคงประทับใจถึงเก็บมันเอาไว้เป็นอย่างดี แต่นี่เหนือความคาดหมายอยู่บ้างที่ท่านหญิงเป็นฝ่ายเจาะจงต้องการเข้าพิธีสมรสเป็นภรรยาตน

     “รู้ว่าท่านแตกต่างจากผู้อื่น เป็นดังยันต์คุ้มภัยให้ข้า” ผู้พูดเว้นจังหวะ จุมพิตเบาๆ บนริมฝีปากราวผีเสื้อสัมผัสเกสร

     “ข้ายอมรับว่าต้องการใช้ประโยชน์จากท่าน อยากสัมผัสชีวิตสงบสุขเยี่ยงผู้อื่นบ้าง นึกไม่ถึง...” บุรุษหยกจับจ้องรอฟังหญิงสาว ถึงนางก้มหน้างุดแต่กลับเอื้อนเอ่ยวาจาอย่างอ่อนหวาน “นึกไม่ถึงว่าลงท้ายจะรักท่านมากมายเพียงนี้ เอยเกิน อย่าถือโทษที่ข้าคิดไม่ซื่อใช้ประโยชน์จากท่านเลยนะ”

     ลู่ฉินฉีกยิ้มกว้าง อดใจไม่ไหวหอมแก้มนางฟอดใหญ่ ตามด้วยขบเม้มติ่งหูขาวนุ่มราวหาทางระบายความรู้สึกที่มีต่อภรรยา พอทราบว่าเจ้าลูกพลับหมายปองตนมาตั้งแต่แรกช่างชวนให้หวามไหวยิ่งนัก

     “กลับห้องเถอะ ต้องลงโทษที่บังอาจหลอกใช้สามี”

     ปันจินใจอ่อนยวบ แม้ใบหน้าร้อนเห่อขวยอายสุดประมาณก็ยังกระซิบตอบเบาๆ “ข้ายินดี”



     แม่นม ข้าเข้าใจแล้ว ด้ายแดงถึงแม้มองไม่เห็นด้วยตาแต่ใช่เป็นเพียงเรื่องเล่า มันสามารถสัมผัสได้ด้วยหัวใจของผู้มีรักทุกคน



๗๕ชินหวังหรือที่คุ้นเคยกันว่า ชินอ๋อง คือตำแหน่งเชื้อพระวงศ์ชายลำดับที่หนึ่งของราชสำนักชิง




ช่วงเม้ามอยกับซือซิง ʕ •ᴥ• ʔ (ยาวเลยแต่ช่วยอ่านหน่อยนะคะ)
ปันจินนางจองของนางมาตั้งแต่เด็กเลย ลิขิตด้ายแดงด้วยตัวเองว่าต้องเป็นลู่ฉินเท่านั้น (ถึงจะได้ประโยชน์เรื่องมองไม่เห็นวิญญาณแอบแฝงก็เถอะ ฮ่าๆๆ)
มีหลายท่านขอให้ซือซิงแต่งให้พี่สาวมาเกิดเป็นลูกสาวปันจิน แต่ท่านหญิงท้องตั้งแต่พี่สาวยังไม่ไปเกิดเลยค่ะ เพราะฉะนั้นหมดสิทธิ์ ขออภัยด้วย T^T แต่กระซิบว่าเราเขียนเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
>> มีเซอร์ไพรส์หงซีซือกับจงหยางกวนมาให้ฟิน ต้องรอดูว่าจะไปโผล่ในบทพิเศษของใคร

บทพิเศษในรูปเล่มและอีบุ๊ก
1. ฤดูผันเปลี่ยน...ข้าเพียงเฝ้ารอ (จงหยางกวน+อาซือ)
2. ด้ายแดงของท่านหญิงน้อย (ปันจิน)
3. จุมพิตแรก (หนิงเฉิง+ไป๋หลิง)
4. ลูกจิ้งจอกห่มหนังกระต่าย (ผิงจิง+หมิงเฉียน)
5. ปราบพยศฮูหยิน (สวีเจี้ยนหลิง+หงฮุ่ยชิง)
6. ลูกพลับแสนหวาน (ปันจิน+ลู่ฉิน)
7. บทส่งท้าย

ในส่วนของบทส่งท้าย ความจริงคือแรงบันดาลใจในการเขียน 'ปันจิน' กับ 'ลู่ฉิน' ให้ออกมาโลดแล่น เป็นแกนหลักของเรื่องในการเขียนให้ทุกอย่างลงเอยเหมาะเจาะกับประวัติศาสตร์ ก็ว่าได้ เอ๊ะ จะเป็นบทส่งท้ายแบบไหนกันล่ะเนี่ย?? (โปรดอ่าน'จากใจนักเขียน'ที่อยู่หลังคำนำสำนักพิมพ์ด้วยนะคะ จะทำให้ร้องอ๋อกันเลยทีเดียว)

ซือซิงจะอัพเดตความเคลื่อนไหวกับนิยายใหม่ทางเพจ ไปกด Like กันไว้ (จิ้มที่รูปเจ้าวอลลัสกงกงเลยค่ะ)





เดี๋ยวได้ภาพหน้าปกแล้วจะเอามาให้ยลโฉมกัน ต่อจากนี้ฝากติดตามเรื่อง 'เร้นใจใต้ร่มรัก' ด้วยน้าาา

ส่วนนักอ่านหน้าใหม่ท่านไหนสนใจอยากสั่งหนังสือที่ตีพิมพ์แล้วสามารถสั่งได้ที่เพจคำต่อคำทางเฟสบุ๊ก แต่ถ้าเป็นอีบุ๊กต้องรอเดือนมกราคมปีหน้านะคะ

ขอบคุณค่ะ

ซือซิง
03/12/18

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 425 ครั้ง

1,056 ความคิดเห็น

  1. #1036 นิมิต (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 00:47

    หนาวๆอ่านแล้วอุ่นเลยอ่ะ

    #1036
    1
  2. #1035 Khwan23 (@Khwan23) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 14:34
    ไม่มี Ebook แล้วเหรอค่ะ
    #1035
    1
    • #1035-1 ซือซิง/FrostyNight (@FrostyNight) (จากตอนที่ 38)
      2 มกราคม 2562 / 01:48
      อีบุ๊กของเรื่องด้ายแดงเคียงคู่จะวางขายพร้อมกับแบบรูปเล่มเดือนกุมภาพันธ์ปีค่ะ
      ส่วนอีบุ๊กเรื่องอื่นๆ ของซือซิงจะทยอยลงขายอีกครั้งวันที่ 4 มกราคมนี้ทาง meb
      #1035-1
  3. #1034 miNAMizu (@minami0189) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 22:12
    อยากให้พี่สวีกะผิงจิงออกมาเป็นเล่มของตัวเองอ่ะ
    #1034
    1
    • #1034-1 (@FrostyNight) (จากตอนที่ 38)
      18 ธันวาคม 2561 / 20:59
      มีเป็นตอนพิเศษในด้ายแดงเน้อออ T_T
      ถ้าเขียนผิงจิงกลัวนักอ่านเบื่อหนุ่มๆ แมนจู
      #1034-1
  4. #1033 mee_pa (@mee_pa) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 08:16
    ประทับใจจัง
    #1033
    1
    • #1033-1 (@FrostyNight) (จากตอนที่ 38)
      18 ธันวาคม 2561 / 20:56
      ขอบคุณค่า
      #1033-1
  5. #1032 Lemon Sherbet (@yosawadee) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 17:33

    รออีบุคค่า ดีใจแทนปันจินที่ในที่สุดก็สงบสุขซะที. ตอนผีเด็กน่ากลัวอ่ะ

    #1032
    1
    • #1032-1 (@FrostyNight) (จากตอนที่ 38)
      18 ธันวาคม 2561 / 20:55
      ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ เดี๋ยวจะรีบส่งอีบุ๊กลู่ฉินไปหาน้า
      #1032-1
  6. #1031 hellominky9549 (@hellominky9549) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 07:49

    หวาน ละมุน หยอดปุกรอค่ะ ^ ^
    #1031
    1
    • #1031-1 (@FrostyNight) (จากตอนที่ 38)
      18 ธันวาคม 2561 / 20:54
      ขอบคุณมากเลยค่ะ เดี๋ยวจะรีบส่งลู่ฉินไปหาน้า
      #1031-1
  7. #1030 deedee (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 20:17

    น่ารักมากๆ ลู่ฉินเป็นด้ายแดงของปันจินจริงๆ

    #1030
    1
    • #1030-1 (@FrostyNight) (จากตอนที่ 38)
      18 ธันวาคม 2561 / 20:53
      เนอะ >___< คู่กันมาตั้งแต่แรก
      #1030-1
  8. #1029 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 20:14
    เขิล งื้ออออออออออ
    #1029
    1
    • #1029-1 (@FrostyNight) (จากตอนที่ 38)
      18 ธันวาคม 2561 / 20:53
      ให้ยิมผ้าเอาไปบิด อิอิ
      #1029-1
  9. #1028 sajojoe (@sagosago) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 20:10

    ในที่สุดก็เฉลยครบแล้วววว

    #1028
    1
    • #1028-1 (@FrostyNight) (จากตอนที่ 38)
      18 ธันวาคม 2561 / 20:52
      คลี่คลายยยย
      #1028-1
  10. #1027 pimpim (@pimpimwall) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 12:57

    ขอบคุณค่ะ

    #1027
    1
    • #1027-1 (@FrostyNight) (จากตอนที่ 38)
      18 ธันวาคม 2561 / 20:52
      ยินดีค่า
      #1027-1
  11. #1026 Tiemchan (@Tiemchan) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 10:29
    รอเล่มค่ะ ละมุนดีจัง สะสมเหมือนกัน
    #1026
    1
    • #1026-1 (@FrostyNight) (จากตอนที่ 38)
      18 ธันวาคม 2561 / 20:52
      ขอบคุณค่า เดี๋ยวปกเสร็จแล้วจะเอามาโชว์น้า
      #1026-1
  12. #1025 Khwan23 (@Khwan23) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 10:15
    จัด E book ค่ะ
    สะสม ให้ครบ เป็นเล่มที่ 4
    ขอบคุณค่ะไร้ม
    #1025
    1
    • #1025-1 (@FrostyNight) (จากตอนที่ 38)
      18 ธันวาคม 2561 / 20:52
      ขอบคุณมากเลยนะคะ T^T
      จำคุณนักอ่านได้ ติดตามเราทุกเรื่อง ดีใจจริงๆ ค่ะ
      #1025-1
  13. #1024 numayza555 (@numayza555) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 09:33

    น่ารักกกก
    #1024
    1
    • #1024-1 (@FrostyNight) (จากตอนที่ 38)
      18 ธันวาคม 2561 / 20:51
      อิอิ >___<
      #1024-1
  14. #1023 queendevil0410 (@queendevil0410) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 09:12
    รอเร้นใจใต้ร่มรักค่าาาา ชอบมาก ชอบเกือบทุกเรื่องเลย อ่านแล้วละมุนใจ ^^
    #1023
    1
    • #1023-1 (@FrostyNight) (จากตอนที่ 38)
      18 ธันวาคม 2561 / 20:51
      ขอบคุณมากเลยค่ะ เจอกันต่อที่เร้นใจเนอะ
      #1023-1
  15. #1022 Datarin (@Datarin) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 08:32

    รอเก็บ e book ค่าา

    #1022
    1
    • #1022-1 (@FrostyNight) (จากตอนที่ 38)
      18 ธันวาคม 2561 / 20:51
      ได้เลย ขอบคุณมาก ไว้จะมาแจ้งข่าวนะคะ
      #1022-1
  16. #1021 watinee-meo (@watinee-meo) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 08:14
    อบอุ่นซึ้งใจจังเลยค่ะะ
    #1021
    1
    • #1021-1 (@FrostyNight) (จากตอนที่ 38)
      18 ธันวาคม 2561 / 20:51
      ขอบคุณค่า ^^
      #1021-1
  17. #1020 婉桃 Tao (@TurTLE2009) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 08:08
    เรื่องนี้จะเก็บเล่ม เก็บอีบุ๊คเหมือนเคยนะคะ ชอบนิยายไรด์มากๆค่ะ
    #1020
    1
    • #1020-1 (@FrostyNight) (จากตอนที่ 38)
      18 ธันวาคม 2561 / 20:50
      ขอบพระคุณมากๆ เลยค่ะที่ติดตามงานเขียนของเรา >__<
      #1020-1
  18. #1019 Pannikaa (@Pannikaa) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 08:07
    ชอบมากค่ะ&#8203; สนุกทุกตอนพลาดไม่ได้เลย&#8203; ติดตามครอบครัวอู่ลาน่าบามาตลอด&#8203;
    #1019
    1
    • #1019-1 (@FrostyNight) (จากตอนที่ 38)
      18 ธันวาคม 2561 / 20:50
      ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ >__< ดีใจที่ชอบครอบครัวนี้
      #1019-1
  19. #1018 Whanzaaaa (@Whanzaaaa) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 07:57
    รอเล่มนะคะ ส่วนหนูปันจินน่าเอ็นดูมากเลย
    #1018
    1
    • #1018-1 (@FrostyNight) (จากตอนที่ 38)
      18 ธันวาคม 2561 / 20:49
      ขอบคุณมากเลยค่ะ เดี๋ยวได้ปกแล้วจะเอามาให้ชมกันน้า
      #1018-1
  20. #1017 Diznie (@Diznie) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 07:41
    ปันจินหนูแอบร้ายนะคะ มีไปจองพี่ลู่ฉินไว้ก่อนด้วย
    #1017
    1
    • #1017-1 (@FrostyNight) (จากตอนที่ 38)
      18 ธันวาคม 2561 / 20:49
      นางเล็งมาแต่เด็ก 555
      #1017-1
  21. #1016 สิบลื้ (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 07:00

    เอาจริงๆๆๆๆๆๆน้า เราอิจฉานางเอกของไรท์ทุกเรื่องจริงๆๆๆพระเอกของแต่ละคน น่าแย่งเอยเกินมาเป็นของตัวเอง อิอิ..

    #1016
    1
    • #1016-1 (@FrostyNight) (จากตอนที่ 38)
      18 ธันวาคม 2561 / 20:49
      อนุญาตให้ยืมพระเอกไปเดทได้หนึ่งวัน 555
      #1016-1
  22. #1015 Mumupramc (@Mumupramc) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 06:55

    ขอบคุณสำหรับความสุขในทุกบทของนิยายเรื่องนี้ที่มอบให้ผู้อ่านนะคะ

    #1015
    1
    • #1015-1 (@FrostyNight) (จากตอนที่ 38)
      18 ธันวาคม 2561 / 20:48
      ขอบคุณมากๆ เช่นกันค่ะ ที่แวะมาอ่านนิยายของเราเสมอเลย
      #1015-1
  23. #1014 minmanee (@minmanee) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 06:50
    ขอบคุณค่ะ
    #1014
    1
    • #1014-1 (@FrostyNight) (จากตอนที่ 38)
      18 ธันวาคม 2561 / 20:48
      ขอบคุณเช่นกันจ้า
      #1014-1
  24. #1013 rossukon2531 (@rossukon2531) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 06:49
    น่ารักอ่ะ
    #1013
    1
    • #1013-1 (@FrostyNight) (จากตอนที่ 38)
      18 ธันวาคม 2561 / 20:48
      ขอบพระคุณค่ะ
      #1013-1
  25. #1012 aorpatongko (@aorpatongko) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 06:36
    รักครอบครัวนี้จัง ติดตามมาตั้งแต่พ่อหมีเลยค่ะ
    #1012
    1
    • #1012-1 (@FrostyNight) (จากตอนที่ 38)
      18 ธันวาคม 2561 / 20:48
      ขอบพระคุณมากเลยค่ะ T^T ตามตั้งแต่พ่อหมีเลย ดีใจ
      #1012-1