(Fic รามเกียรติ์) พานรินทร์อสุราย้อนเวลา

ตอนที่ 9 : พบพระเจ้าตาในอดีต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 177
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    11 ก.ค. 62

วันต่อมา ในช่วงเช้า(อสุรผัดเล่า)


"...อือ..."


 ข้าที่กำลังหลับใหลอยู่ ได้ลืมตาขึ้นมา แล้วลุกจากเตียง แต่เมื่อข้ามองไปรอบๆ ก็พบว่าข้า ได้อยู่ในห้องของข้า แสดงว่าท่านพ่อ ได้พาข้ามาที่นี่แล้วสินะ แต่จะอย่างนั้นก็เถอะ สิ่งที่ข้ารับไม่ได้ก็คือ...


ท่านพ่อกระทำชำเราข้า...


 พอข้านึกถึงสิ่งที่ท่านพ่อ ทำกับข้าเมื่อคืนนั้น...ข้าก็ซุกหน้า...ลงบนหัวเข่าทั้งสอง...แล้วเริ่มร้องไห้...เพราะตัวข้านี้...ได้เสียความเป็นชาย...ให้กับพ่อของตนเองแล้ว...


...................

...............

...........

ผ่านไป ๓ ชั่วโมง


 เมื่อข้าทำใจ กับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ข้าก็จัดการนุ่งผ้าขาวม้า แล้วรีบไปที่แม่น้ำ โดยที่ไม่มีผู้ใดเห็น เพื่อที่จะล้างอาย กับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน โชคดีที่แม่น้ำนี้ ไม่มีผู้ใดอยู่ ข้าจึงสบายใจ ที่ไม่มีผู้ใดเห็นข้า แต่ในช่วงที่ข้า กำลังค่อยๆลงน้ำนั้น...


"...อึก!...ห๊า!!"


 ข้าอุทานด้วยความตกใจ เมื่อข้ารู้สึกได้ถึงความเจ็บ ที่แพร่ตรงบริเวณสะโพก จนข้าต้องนั่งลงข้างๆ ที่ริมคงคา และภาพที่ข้าเห็น ก็ทำเอาข้าตกใจอีกครั้ง นั่นคือที่ตรงรอยพับ ซึ่งเป็นรอยเดียว กับที่ท่านพ่อ ได้กระทำชำเราข้านั้น


 มีน้ำสีขาวขุ่นข้น ไหลออกจากกายข้า อย่างมากมาย และไม่หยุดหย่อน ซึ่งข้าก็รู้อยู่แล้ว ว่านี่คืิน้ำกามของท่านพ่อ!! นี่ข้าโดนครั้งเดียวหรือหลายครั้งกันแน่!!! ความอับอายที่ท่วมท้น ก็บังเกิดจิตใจข้าอีกครั้ง


 ข้ากลัวเหลือเกิน...ถ้าเขารู้ว่าข้า...คือลูกของเขาล่ะ...เขาและคนอื่นๆล่ะ...จะรู้สึกอย่างไรกับข้าบ้าง...ข้ากลัว...ข้าอับอาย...และอดสูนัก...


"ปล่อยข้านะ!! พวกท่านจะทำอะไรเนี่ย!?"

"!?(๏_๏)"


 เสียงที่ดังมาไม่ใกล้ไม่ไกล จากบริเวณนี้ และเสียงที่ข้าคุ้นเคย ทำให้ข้านั้น ต้องรีบอาบกาย แล้วจัดแจงแต่งกาย ด้วยผ้าโจนกระเบน และเครื่องประดับกาย ที่ข้าเตรียมมาเผื่ออาบเสร็จ แล้วรีบวิ่งไปที่ที่มาของเสียง เพราะข้าทราบได้ทันที ว่าเขาคือผู้ใด...


......................

.................

............

ในป่าใหญ่ บริเวณเขาคันธมาทน์


ตึก! ตึก! ตึก!

"เอ๊ะ!?"


 เมื่อข้าไปถึงที่หมาย ก็พบท่านนิลเอก และทหารวานรส่วนหนึ่ง ได้จับตัวยักษ์ตนหนึ่ง ซึ่งเป็นตนเดียว กับที่ข้าพบในปราสาทหลังแรก!! แต่ข้าก็เก็บความตกใจ โดยถามท่านนิลเอก ถึงยักษ์ตนนี้ "ท่านนิลเอก ท่านกำลังทำอะไรอยู่ขอรับ?"


"อ๋อ! พวกข้าเห็นยักษ์ตนนี้ มันเดินแถวๆป่านี้ พลางเรียกนามองค์พระรามน่ะ พวกข้าเกรงว่ามัน จะเป็นพวกสืบข่าวฝ่ายยักษ์ ที่มาทำอะไรลับๆล่อๆเข้าน่ะ พวกข้าก็เลยจับตัวมันไว้น่ะ"


 โธ่...ท่านนิลเอกขอรับ...เขาไม่มีฤทธิ์มากพอ...ที่จะทำร้ายผู้อื่นได้เลย...ถ้างั้นใช้วิธีนี้ดีกว่า "...เอ่อ...งั้นกระผมขอ ซักถามเขาเองขอรับ" "เฮ้ย!! นั่นมันหน้าที่ข้าต่างหาก!!! เจ้าเป็นทหารผู้น้อย ที่ยังไม่มีประสบการณ์ ในด้านการซักถาม เจ้าจะ..."


 ท่านนิลเอกกล่าวต่อว่า ด้วยความไม่พอใจ เพราะนี่เป็นหน้าที่ของเขา แต่นั่นก็ไม่ทำให้ ความพยายามของข้า ลดลงเลยแม้แต่น้อย ข้ายังคงกล่าวต่อลองกับเขา ทว่าอีกฝ่ายก็ยังไม่ยอม จนกระทั่งข้า จำต้องใช้วิธีนี้แทน...


"...หึ งั้นก็ช่วยไม่ได้นะขอรับ~ เพราะก่อนที่กระผม จะมาที่นี่น่ะ ท่านนิลพัท สั่งให้กระผม ไปเรียกท่านและทหารวานร ที่อยู่กับท่านทั้งหมด มาหาเขาน่ะขอรับ~" ข้าเอ่ยกล่าวลอยๆขึ้นมา เพราะข้าทราบมาว่า นิลเอกน่ะ เป็นทหารจากเมืองชมพู


 ดังนั้น เขาต้องเกรงใจ ในตัวท่านนิลพัทแน่นอน ซึ่งมันก็จริงดังที่ข้าคิด... "ห๊า! ท่านนิลพัท เรียกพวกข้ารึ!?" "ถูกแล้วขอรับ~" "อย่างนั้นรึ? ถ้าเช่นนั้น ข้าขอฝากเจ้ายักษ์ตนนี้ ไว้กับเจ้านะ ส่วนพวกข้าน่ะ จะไปหาท่านนิลพัทนะ"


"ขอรับ~ (^ ^)" ข้ากล่าวรับปาก จนพวกเขาไม่สงสัยอะไร แต่เมื่อพวกเขาทั้งหมดไปแล้ว ข้าก็แอบแกะเชือก ที่มัดท่านตาไว้ จนท่านตาของข้า เป็นอิสระจากบ่วงเชือก ก่อนจะกล่าวขอบคุณข้า ด้วยความซึ้งใจนัก


"ขอบใจเจ้ามากนะ ที่ช่วยข้าไว้น่ะ เจ้ามีนามว่าอะไรรึ?" "กระผมมีนามว่าอสุรผัดขอรับ แล้วท่านล่ะขอรับ?" ข้าตอบพลางเอ่ยถาม ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ ซึ่งอีกฝ่ายก็ตอบกลับ อย่างเป็นมิตร และไร้ซึ่งพิษภัย...


"อันตัวข้านี้ มีนามว่าพิเภกน่ะ..."


.........................

....................

...............

ภายในค่ายทัพ (ผู้เขียนเป็นผู้เล่า)


ตึก! ตึก! ตึก!

"ท่านนิลพัท~~!!!! (>[]<;;;)"

"หือ?"


 วานรสีนิล ที่ได้ยินเสียงตะโกน เรียกนามของตน ก็หันมาทางเจ้าของเสียง จึงพบว่าเป็นนิลเอก และวานรตนอื่นๆ ที่วิ่งมาหาตน ก่อนจะหยุดทันใด แล้วคุกเข่าลง ทำเอาบุตรพระกาฬ ถึงกับมองอีกฝ่าย ด้วยความมึนงง จึงเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ


 "อ้าว! นิลเอก! เจ้ากำลังตรวจเวรยามมิใช่รึ?" "ใช่แล้วล่ะ แต่เจ้าอสุรผัด มันบอกว่าท่านน่ะ สั่งให้มันไปเรียกพวกข้ามาน่ะ" คำตอบของนิลเอก ทำเอานิลพัท ถึงกับขมวดคิ้ว และเริ่มหวุดหงิดขึ้นมาทันที ก่อนจะบอกให้อีกฝ่ายทราบ


"(-_-****)...นิลเอก ข้าว่าเจ้าน่ะ โดนมันหลอกเข้าให้แล้วล่ะ ข้าไม่ได้สั่ง ให้ไอ้ตัวที่ทำตัวอ่อนแอ ไปเรียกเจ้าเสียหน่อยนะ" คำตอบของวานรสีนิล ทำให้วานรสีทองแดง และเหล่าวานรนี้ ต่างตกอกตกใจมาก และต่างก็โกรธ กับอสุรผัดมากเช่นกัน


 จนนิลเอก ร้องอย่างโมโหสุดขีด "พวกเรา!! ไปจัดการไอ้บ้านั่นเลย!!!" "เอ่อ...กระผมว่าท่านน่ะ มิต้องไปลงโทษเขาหรอกขอรับ" "ทำไมรึ?" นิลเอกเอ่ยถามเสนาพานรตนหนึ่ง ที่กล่าวขึ้นมา ซึ่งผู้ห้ามนั้น ก็ตอบกลับชี้เป็นตัวอย่าว


"โน่นขอรับ เขากับยักษ์เขียวนั่น ไปพบท่านสุครีพแล้วขอรับ" "(๏_๏)!!!" คำตอบของเสนาวานร ที่ชี้ไปที่อสุรผัด และพิเภก อยู่กับพญาสุครีพ ทำเอานิลเอก ถึงกับตกตะลึงตาค้าง และไม่รู้จะลงโทษอย่างไร


 เพราะที่อยู่กับอสุราวานร เป็นอดีตอุปราช แห่งนครขีดขิน ที่เหมือนจะรับฟัง ในสิ่งที่อสุรผัด เล่าเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่ต้น ซึ่งเมื่อลูกทินกร ได้ทำท่าคล้ายทราบเรื่องทั้งหมด ก็พาอดีตน้องเจ้าลงกา ไปเข้าเฝ้าพระรามทันที...


.....................

................

...........

ภายในพลับพลา (อสุรผัดเล่า)


 หลังจากที่ข้า ได้พาท่านตา ไปพบท่านปู่สุครีพ และเล่าให้เขาฟังแล้ว เขาก็พาท่านตา ไปพบกับองค์พระราม เมื่อได้ซักถาม ก็ได้ทราบว่าท่านตาพิเภก ถูกท่านตาทศกัณฐ์ ขับไล่ออกจากเมือง เหตุเพราะทำนายความฝัน


 ที่ท่านตาทศกัณฐ์ ได้นอนฝันไป ว่ามีนกแร้งสองตัว ได้จิกตีต่อสู้กัน โดยตัวหนึ่งมีสีขาว ที่บินมาจากทิศตะวันออก อีกตัวมีสีดำ บินมาจากทิศตะวันตก ในตอนนั้นเอง นกแร้งดำ ก็ถูกนกแร้งขาว จิกตีจนตาย แล้วตกลงสู้พื้นดิน


 ก่อนที่จะกลับกลายเป็นยักษ์ ที่มือของเขา ถือกะลาที่มีไส้เชื้อไฟและน้ำมันอยู่ด้วย แล้วมีหญิงประหลาด ที่เอาไฟมาด้วย ไปจุดที่ไส้เชื้อไฟ จนเป็นเพลิงลุกไหม้ แล้วลามไปทั่วทั้งกาย ซึ่งเมื่อท่านตาพิเภก ได้ตรวจดวงชะตาดู


 ก็พบว่าแร้งขาว คือองค์พระราม กะลาคือกรุงลงกา น้ำมันคือเหล่าญาติทั้งหลายของข้า หญิงประหลาดคือนางสำมนักขา ไฟคือพระนางสีดา ส่วนแร้งดำกับไส้เชื้อไฟ คือท่านตาทศกัณฐ์เอง


 คำทำนายของท่านตา ทำให้ข้าได้ทราบแล้ว ว่าท่านยายสำมนักขา ซึ่งเป็นน้องสาว ของท่านตาทั้งสอง คิดจะแย่งองค์พระราม ไปทำเป็นสามี จึงถูกองค์พระลักษณ์ทำร้าย เลยไปฟ้องท่านตาขร ท่านตาทูษณ์ และท่านตาตรีเศียร


 ท่านตาทั้งสาม เลยยกทัพไปสู้ เพื่อแก้แค้นให้กับนาง แต่พวกเขานั้น กลับถูกพระองค์สังหาร ท่านยายสำมนักขา เลยไปฟ้องท่านตาทศกัณฐ์ โดยโกหกว่านาง จะเอาพระนางสีดา ไปถวายเขา แต่ถูกขัดขวางเสียก่อน


 เลยทำให้เกิดเรื่องวุ่นๆขึ้นมา...เฮ้อ...น่าเศร้าใจนัก...แถมข้าได้ทราบว่า ที่เขาถูกขับไล่ ไม่ใช่แค่คำทำนาย แต่เป็นคำแนะนำ ที่ท่านตาพิเภก ได้บอกกับเขาต่างหาก!! "วิธีเดียวที่จะแก้ไข ให้ไม่เกิดสงครามได้ ไม่มีวิธีอื่น หรือการสะเดาะเคราะห์"


"นอกจากตั้งมั่น อยู่ในทศพิธราชธรรม และศีลธรรมเท่านั้น และก็...คืนนางสีดา ให้กับพระรามเสีย อย่าได้อาลัย ในสตรีที่มีผัวเลย" เพราะเหตุนี้เอง ท่านตาเลยถูกขับไล่ โดยทรัพย์สมบัติทั้งหมด ถูกริบไว้ที่ห้องคลัง


 เหล่านางสนมกำนัล และทาสบริวาร ก็ถูกใช้แรงงาน ที่โรงสีอีก...แต่ที่ร้ายแรงสำหรับเขา...นั่นคือเขาต้องจากลูกเมีย...โดยท่านยายตรีชฎา ผู้เป็นชายาของเขา ต้องถูกถอดยศ และถูกสั่งให้ไปเป็นทาสรับใช้ ของพระนางสีดา


 ส่วนท่านแม่ของข้านั้น ยังโชคดีหน่อย ที่ไม่ได้ถูกลงโทษ...แต่นางก็ยังมีความโชคร้ายอยู่...นั่นคือนางไม่สามารถ...ที่จะไปเยี่ยมเยียน ผู้เป็นมารดาของนางได้เลย...พอข้าฟังเรื่องราว ที่เกิดขึ้นกับท่านตา...ข้าก็รู้สึกสงสาร...และเห็นใจเขานัก...


 เพราะเขากล่าวไปตามจริง...และด้วยความซื่อมัตย์ภักดี...แต่นี่รึ...ผลตอบแทน...ที่เขาควรจะได้รับ...ไม่เลย...มันหาใช่แบบนั้นไม่...ในเวลานี้เอง...ข้าก็เข้าใจแล้วล่ะ...ถ้าท่านตาไม่เข้ากับองค์พระราม...


 เช่นนั้นตัวข้า...คงจะไม่ได้เกิดมาแล้ว...ณ โลกใบนี้... "เหล่าวานรทั้งหลาย พวกท่านมีความคิดเห็น ที่จะรับพิเภก มาอยู่ในทัพของเราหรือไม่?" องค์พระราม ทรงเอ่ยถามทุกคน ถึงการตัดสินใจ ที่จะรับท่านตา เข้าสู่ทัพของพวกข้าหรือไม่


 ทุกคนต่างพูดคุยกัน เพื่อหาข้อสรุป แต่ตัวข้านี้...ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ย...เพราะข้ากำลังสับสนอยู่...ว่าจะให้เขาอยู่หรือไม่... "...พวกข้าพระองค์คิดว่า...เราควรจะรับเขา ไว้ในกองทัพนะพะยะค่ะ เผื่อว่าถ้ามีเรื่องอันใดแล้ว"


"พวกข้าพระองค์ จะได้ทราบเหตุที่เกิดขึ้น อีกประการหนึ่ง เขานั้นมีความซื่อสัตย์สุจริต และชำนาญด้านโหราศาสตร์ ดังนั้น พวกข้าพระองค์ คิดว่าให้เขา อยู่กับทัพนี้นะพะยะค่ะ" คำตอบของเหล่าเสนาวานร ที่ตอบตรงกัน


 ทำให้องค์พระราม ทรงแย้มพระสรวล โดยสั่งให้ท่านปู่สุครีพ ไปเตรียมตั้งพิธีดื่มน้ำสัตยา โดยมีจอกขนาดเหมาะมือ ที่มีวารีที่ใสสะอาด และที่ตรงหน้านั้น มีศรพรหมาสตร์ ขององค์พระราม วางอยู่ตรงหน้าท่านตาด้วย


 จากนั้นท่านตา ก็กล่าวคำสัตยา ต่อหน้าทุกคน และข้า...ผู้ซึ่งเป็นหลานของเขา... "ข้าขอให้เหล่าเทพเทวา ร่วมเป็นสักขีพยาน หากแม้นตัวข้านี้ มีจิตคิดคดทรยศ ก็ขอให้แสงศรนี้ สังหารข้าไปด้วยเถิด!!!"


 สิ้นคำสัตยา เขาก็จบเหนือหัว แล้วดื่มกินจนหมด นั่นทำให้วานรทุกตน ต่างโห่ร้องด้วยความยินดี และแน่นอนว่าท่านปู่สุครีพ ที่แรกๆยังแคลงใจ ก็เริ่มเชื่อใจในท่านตา ก่อนจะเอ่ยคำสาบาน ที่ทำให้ข้ารู้ว่า...ท่านปู่กับท่านตา เป็นสหายกันได้อย่างไร


"ท่านพิเภก ในเมื่อท่านกล่าวเช่นนี้ งั้นนับจากวันนี้ไป ข้าขอสาบาน เป็นสหายร่วมเป็น และร่วมตายกับท่านตลอดไป!!!" "...ข้าก็เช่นกัน..." ท่านตาที่นิ่งเงียบไป ก็เอ่ยตอบกลับ พลางยิ้มให้อีกฝ่าย


 รอยยิ้มของเขานั้น ทำให้ข้านึกถึงตัวข้า ที่ยังเยาว์นัก ได้เห็นรอยยิ้มของท่านตา นั่นทำให้ข้าเผลอยิ้ม พร้อมทั้งน้ำตา...ข้านึกถึงท่านตา...ที่เลี้ยงดูข้าด้วยความรัก...แม้ข้าไม่เคยหน้าท่านพ่อก็ตาม...


 เพราะความนึกถึง ในอดีตของข้า เลยทำให้ข้า ได้เอ่ยคำขอ ที่ทำเอาทุกคน ต่างแทบพูดไม่ออก แม้แต่ท่านตาเอง... "...เอ่อ...ท่านพิเภกขอรับ...แล้วตัวท่านจะรับกระผม...เป็นหลานได้หรือไม่ขอรับ?" (๏_๏)!!!!"


"เฮ้ย!! อสุรผัด!! นี่เจ้าไปขอให้เขา รับเจ้าเป็นหลานได้เช่นไร!?" คำถามของท่านพ่อ ที่เมื่อได้คำขอของข้า ด้วยความตกใจ ทำให้ข้าแทบพูดไม่ออก แต่ก่อนที่ข้าจะได้เอ่ยนั้น ท่านตาพิเภก ก็ยิ้มให้กับข้า พลางกอดข้าไว้


 แล้วเอ่ยตอบกลับ ที่ทำให้ข้า รู้สึกหัวใจของข้า กำลังจะพองโตขึ้นมา "...ได้สิ เจ้าจะเรียกข้าว่าอะไรดีล่ะ?" "...ท่านตาขอรับ" ข้าตอบอีกฝ่าย พลางกอดเขากลับ นั่นทำให้เขายิ้มอีกครั้ง พลางลูบหัวข้า ด้วยความเอ็นดู


"งั้นรึ...ถ้าเช่นนั้นต่อแต่นี้ไป เจ้าเรียกข้าว่าตานะ แล้วเมื่อครู่นี้ เจ้ามีนามว่าอสุรผัดรึ?" "...ถูกแล้วขอรับ" ข้ากล่าวตอบพลางยิ้มให้ ทำให้ท่านปู่สุครีพ ที่ยังตกตะลึงอยู่ เริ่มจะยอมรับได้ โดยเอ่ยอย่างไม่ถือสา


"...ถ้าอย่างนั้น ในเมื่อเจ้าเป็นหลาน ของท่านพิเภกแล้ว ข้าก็ถือว่าเจ้า เป็นหลานของข้าเหมือนกัน เจ้าจะเรียกข้าว่าอะไรล่ะ?" "...กระผมขอเรียกท่าน...ว่าท่านปู่ได้หรือไม่ขอรับ?" กระผมถามอย่างไม่มั่นใจ ว่าเขาจะรับได้หรือไม่


 แต่พอเขาได้ยินคำถามนี้ เขากลับหัวเราะชอบใจ ก่อนจะตอบอย่างเอ็นดูข้า "ฮ่าๆๆ!!! ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ก็ในเมื่อเจ้าน่ะ เป็นลูกครึ่งยักษ์ครึ่งลิงนี่นา งั้นนับจากนี้ไป เจ้าเรียกข้าว่าปู่นะ" เขากล่าวพลางขยี้ผมของข้า ด้วยความเอ็นดูนัก


 แต่ดูเหมือนตัวข้า จะดูน่าหมั่นไส้ และน่าอิจฉาที่สุด สำหรับทหารวานรตนอื่นๆมากกว่า และโดยเฉพาะสองตน ที่ข้าคิดว่าพวกเขา กำลังนึกหมั่นไส้ข้า อย่างแทบจะเต็มอก ซึ่งข้าก็มองสายตาพวกเขา อย่างพอจะเดาได้ นั่นคือท่านพ่อ


 และท่านนิลพัท ซึ่งข้าได้ทราบ จากท่านอาชมพูพาน ว่าพวกเขาไม่ถูกกัน แต่ไหนแต่รอยู่แล้ว แต่ที่จริงแล้ว พวกเขาก็ไม่มีเรื่อง ที่บาดหมางกนมาก่อน แต่ที่พวกเขา เริ่มเป็นแบบนี้ ก็น่าจะมาจากทึ่ท่านพ่อ ไปลักพาตัว ท่านท้าวมหาชมพู


 ซึ่งเป็นเจ้าเมืองชมพู และเป็นผู้ที่อุปการะท่านนิลพัท เพราะเขากับพระนางแก้วอุดร ยังไม่มีโอรสธิดา องค์พระอิศวร เลยประทานเขา ที่เป็นลูกของท่านพระกาฬให้...แต่ถึงข้าพอจะทราบเช่นนั้น ข้าก็ไม่รู้อยู่ดี ว่าจะแก้ไขได้เช่นไรล่ะนะ...


โปรดติดตามตอนต่อไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

31 ความคิดเห็น