(Fic รามเกียรติ์) พานรินทร์อสุราย้อนเวลา

ตอนที่ 2 : การย้อนเวลา...ที่แสนจะบังเอิญ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 240
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    25 พ.ค. 62

ตึก ตึก ตึก

"เฮ้อ...วันนี้น่าเบื่อเสียจริง"


 เสียงที่ทุ้มแต่นุ่มลึก เอ่ยอย่างเบื่อหน่าย ขณะที่สองบาทา ยังคงเดินออกไป โดยเป้าหมายเจ้าของเสียง เป็นต้นไม้ใหญ่ ที่อยู่ไม่ไกล จากเมืองที่บุรุษ ผู้มีรูปกาย เป็นอสุรา หากดวงพักตร์นั้น กลับเป็นพานร ที่ดูคมคาย


 ร่างสูงโปร่ง ได้เอนกายนอน พิงกับลำต้น ของพฤกษา พลางกวาดสายตา ไปบริเวณรอบๆ ก่อนจะถอนหายใจ อย่างนึกเบื่อหน่าย เป็นอย่างที่สุด เพราะตัวเขานั้น ต้องมาเจองานราชการ ทั้งที่อายุของเขา เพิ่งจะ ๑๓ เอง


 แล้วเอ่ยคำหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยความเบื่อ กับชีวิตที่เป็นแบบเดิมๆ โดยที่เขาไม่รู้ ว่าคำพูดของเขา...จะทำให้ได้ย้อนสู่อดีต...ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน... "...เฮ้อ...นี่ถ้าเป็นไปได้นะ..."


"ข้าอยากรู้อดีต ของวงศาคณาญาต ของข้าเสียจริงๆ จนทำเอาข้าหายเบื่อเลยล่ะ"


ครืน...

"หือ? อะไรกันน่ะ?...ห๊า!?"


 ดวงเนตรสีแดงชาด ดุจโลหิต ได้เบิกโพลงขึ้นมา ด้วยความตกใจ เมื่อเห็นท้องฟ้า ที่มืดครึ้ม หลังจากที่เขาพูด ได้ไม่นานนัก ก่อนจะมีพายุขนาดใหญ่ ได้ปรากฎบนท้องนภา แล้วมีลมพายุ ที่พัดอย่างรุนแรง ได้หอบเอาอสุราหนุ่ม


 ออกจากพื้นพสุธา ก่อนที่จะหายไป พร้อมกับลมปริศนานั้นเอง...


.........................

...................

..............

ในป่าแห่งหนึ่ง


ฟิ้ว...

"อ๊า!!!!!!"

ตุ๊บ!!!

"โอ๊ย!!"


 ร่างสูงของอสุรา ได้กระแทกกับพื้น หลังจากที่เขา ร่วงจากลมพายุ ที่พัดตัวเขา จากบ้านเกิดเมืองนอน ก่อนที่วายุร้าย จะสลายหายไป โดยที่อสุราหน้าพานร มิอาจที่จะทราบได้ ว่าเขาอยู่ในป่าแห่งใด "อู้ย...เจ็บชะมัดเลย..."


"นี่เราอยู่ที่ใดกันเนี่ย?" อสุรินทร์หนุ่ม ถามกับตนเอง อย่างนึกสงสัย ในขณะที่กำลังลุก จากพื้นพสุธา เมื่อพบว่าเขา ร่วงเข้าไปอยู่ในป่าใหญ่ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เขาก็บอกไม่ถูก ว่าเป็นปรากฏการณ์ ที่ไม่อาจคาดเดาได้


 แต่เนื่องจากอยู่ในป่า ที่เขาไม่คุ้นเคย อสูรหน้าวานน จึงตัดสินใจ เดินไปทั่วไพรชั่วคราว โดยที่เขาไม่รู้ ว่า...เขากำลังเดิน เข้าเขตบริเวณ ที่มีผู้อาศัยแล้ว...


ตึก ตึก ตึก

ตึก!

"หือ?"

พรวด!!

"ห๊า!?"


 ยักษ์หน้าพานรินทร์ ถึงกับร้องเสียงหลง ด้วยความตกใจ เมื่อเท้าของเขา ได้ไปอยู่ในวงเชือก ที่มีใครวางเอาไว ก่อนที่เชือกนั้น จะมัดบาทา แล้วดึงเท้าให้สูงขึ้น โดยที่ตัวเขา ไม่ทันตั้งตัว จึงทำให้ร่างของเขา ห้อยบนกิ่งต้นมะขามใหญ่


 ก่อนที่จะมีพวกที่วางเชือก ได้ปรากฎตัวออกมา จนเขาพบว่า ผู้ที่วางกับดัก เป็นฝูงเหล่าวานร ที่นุ่งโจงกระเบนสีแดง และวิ่งถืออาวุธ จนดูวุ่นวายไปหมด จากนั้นก็ยืนล้อม ที่เขาห้อยไปมาอยู่ พลางจับด้ามอาวุธ พร้อมกับที่ด้านคม


 จ่อไปที่ใบหน้า ที่คมคาย ดุจเทวดาปูนปั้น ของอสุราหน้าพานร จนทำเอาอสูรหนุ่ม แทบจะใจหายทันที เพราะเขาคาดไม่ถึง ว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ก่อนที่จะวานรตนหนึ่ง ที่มีกายสีแดงชาด ดุจดวงตะวัน


 และใบหน้าที่หล่อเหลา เหมือนพระอาทิตย์ เดินออกมาจากฝูงวานร แล้วยืนอยู่ตรงหน้า อสุราหน้าพานรินทร์ ที่ยังคงห้อยไปมาอยู่ พร้อมกับมองตา ของอีกฝ่าย จนลูกครึ่งหนุ่ม แอบนึกกลัว แต่เมื่อเห็นหน้า ของวานรสีชาด


 คล้ายกับว่าเขา จะเคยรู้จักมาก่อน จึงเอ่ยทักทันที "...เอ่อ...ท่านคือ...ท่านพญาสุครีพ ใช่หรือไม่ขอรับ?" "???...ใช่ เจ้ารู้จักได้อย่างไร?" "!?(๏_๏)" อสูรหน้ากระบี่ ถึงกับหน้าเหวอทันที เมื่อได้รับทั้งคำตอบ และคำถาม


 ก่อนที่พญาวานร ผู้มีนามว่าสุครีพ จะกล่าวสั่ง กับพวกทหารวานรทันใด "พวกเจ้า จงนำตัวประหลาดตนนี้ ไปเข้าเฝ้าองพ์พระราม บัดเดี๋ยวนี้!!" "ขอรับ!!" วานรทั้งหมด กล่าวรับคำพร้อมกัน ก่อนจะนำอสุรา ลงจากกิ่งไม้


 แล้วเอาเชือกเดิม ไปมัดร่างสูง ก่อนจะลากอสูรตนนั้น เดินมุ่งหน้าไป โดยมีเป้าหมาย เป็นค่ายทัพของพวกเขา...


.................

............

.......

ณ ค่ายทัพพระราม ที่เขาคันธมาทน์


ตึก ตึก ตึก

"เจี๊ยกๆๆ เจี๊ยกๆ~ เจี๊ยกคร่อก??"


 เหล่าวานรในค่ายทัพ ที่กำลังทำกิจกรรมต่างๆ ต่างพากันหยุดทำ ในสิ่งที่พวกเขา กำลังทำอยู่ เมื่อเห็นสุครีพ และเหล่าวานร ได้นำยักษ์หน้าลิง ที่อยู่ในสภาพ ถูกมัดด้วยเชือก ไปทั้งตัวและแขน ที่แนบกับกาย เข้ามาในค่ายทัพ


 ทุกสายตาจับจ้อง ที่ตัวประหลาด ซึ่งมีรูปกายา เป็นอสุรา แต่ดวงพักตร์นั้น กลับเป็นพานรินทร์ ที่มีสีขาว เช่นเดียวกับสีกาย เพราะพานรทุกตน ต่างไม่เคยเห็น ตัวประหลาดเช่นเขามาก่อน


 เมื่อถึงหน้าพลับพลา พญาสุครีพ ก็นั่งคุกเข่าลง เช่นเดียวกับทหารวานร รวมถึงอสุราหนุ่ม ซึ่งเมื่อยักษ์หนุ่ม มองไปข้างหน้า ก็พบบุรุษหนุ่ม ที่มีกายสีเขียว ที่ข้างกายนั้น เป็นชายอีกคน หากมีกาย เป็นสีทองอร่าม


 ที่อยู่ทางซ้ายขวา ของทั้งสอง เป็นวานรทั้งหมด บางตนสวมมงกุฎ ที่มีแตกต่างกันบ้าง ในขณะที่บางตน ไม่สวมมงกุฎ ทุกคนต่างจ้องมอง ไปที่อสุราหน้าวานร ก่อนที่บุรุษ ที่แต่งเครื่อง อย่างกษัตริย์ จะเอ่ยถามขึ้นมา


"นี่แน่ะ เจ้าอสุรา ตัวเจ้านี้มีนามกร ว่ากระไร? เหตุไฉนตัวเป็นยักษ์ แต่หน้ากลับเป็นวานร? จงเร่งตอบมาเสียเถิด เจ้าอสุรา" คำถามเหล่านั้น ทำเอาอสูรหนุ่ม แทบจะพูดไม่ออก เพราะคนที่อยู่ตรงหน้า...คือนายเหนือหัว ของบิดรแห่งตน


 แต่เขาก็ยังดึงสติกลับมาได้ อสุรินทร์วานร จึงค่อยๆเอ่ยตอบ ถึงนามของตน ให้ทุกคนทราบ "...เอ่อ...อันตัวข้านี้ มีนามว่า..."


"อสุรผัดน่ะพะยะค่ะ..."


โปรดติดตามตอนต่อไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

30 ความคิดเห็น

  1. #30 mayajantra (@mayajantra) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 17:47

    นี่สินะที่เรียกว่าคิดอะไรก็ได้อย่างนั้น

    #30
    1
    • #30-1 Fresh14425 (@Fresh14425) (จากตอนที่ 2)
      9 สิงหาคม 2562 / 18:48
      คงจะเป็นเช่นนั้นค่ะ...
      #30-1
  2. #1 Satabongkot (@Satabongkot) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 18:48
    ภาษาดีมากเลยค่ะ
    #1
    1
    • #1-1 Fresh14425 (@Fresh14425) (จากตอนที่ 2)
      25 พฤษภาคม 2562 / 18:50

      ขอบคุณมากค่ะ
      #1-1