(Fic รามเกียรติ์) อรสุดาดวงขวัญ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,877 Views

  • 59 Comments

  • 108 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    282

    Overall
    2,877

ตอนที่ 9 : เบญกายลอยน้ำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 392
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 57 ครั้ง
    19 ม.ค. 62

วันต่อมา


"เฮ้อ...วันนี้ร้อนจังเลยนะ~ ถ้าได้ลงน้ำแล้ว ก็คงจะดีนะ~" อรสุดากล่าวบ่นกับตนเอง เนื่องจากวันนี้ มีอากาศร้อนยิ่งนัก แต่นางบ่นไปได้ซักพัก นางก็ต้องสะดุ้ง เพราะตกใจ เนื่องจากวานรขาว พุ่งเข้ามากอดร่างบาง อย่างรวดเร็ว


"ว๊าย!!!" "ฮ่าๆๆ เจ้าก็ตื่นตูมเป็นกระต่ายซะได้นะ แม่คนสวย~" หนุมานกล่าว อย่างชอบใจ ในความตื่นตูมของนาง แต่สำหรับอรสุดาแล้ว มันเป็นการกระทำ ที่ทำให้นางอับอายเป็นที่สุด จนกล่าวดุทันที


"เจ้าวานรเผือก! ปล่อยข้านะ เมื่อวานก็แกล้งข้ามาทีหนึ่งแล้ว นี่ยังแกล้งข้าอีกรึ!?" "อ้าว~ ก็เห็นเจ้าบอกว่ามันร้อนนี่นา ข้าก็เลยทำให้ร่างกายเจ้าเย็นขึ้นน่ะ" วานรขาวยังแหย่นางไม่หยุด


 เนื่องจากเขานั้น เห็นความไร้เดียงสา ที่ซุกซ่อนในกายของนาง บวกกับความใสซื่อ ที่เข้ามาในความคิดของนาง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่เขา ชื่นชอบเป็นยิ่งนัก ทำให้อรสุดานี้ ดูน่าแกล้งมากที่สุด ในสายตาของเขา


"ไอ้ตัวแสบ นี่เจ้ายังแกล้งนางแบบนั้นอีกรึ? (^=^*)" เสียงที่ชวนขนลุก ของพญาสุครีพ ที่โผล่มาจากข้างหลัง ของทั้งสอง จนทั้งคู่นั้น ต้องหันหน้ามาทางต้นเสียง จนพบวานรสีแดงชาด ที่ยืนถือแส้ในมือ พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูน่ากลัว สำหรับวานรขาว


 จนหนุมานนั้น ต้องรีบปล่อย และเผ่นหนีทันที "ไอ้ตัวแสบ! นี่กล้าหนีน้าเชียวรึ!!!!! (๏A๏**)" สุริยบุตรตะโกนว่าใส่หลานตน พลางวิ่งไล่ตาม อย่างไม่ลดละ ซึ่งเป็นภาพที่อรสุดาเห็นแล้ว ก็ถึงกับแอบขำขึ้นมา


"อรสุดา! เจ้ากวาดพื้นเสร็จแล้วรึ?" "เพิ่งกวาดเสร็จน่ะเจ้าค่ะ ท่านพี่องคต" ร่างบางกล่าวตอบ กับวานรสีเขียวมรกต ซึ่งนางก็ได้ทราบมาจากแม่ ว่าวานรที่มีนามว่าองคตนั้น เป็นพี่ชายต่างบิดาของนาง โดยเป็นลูกที่เกิดจากพาลี


 ซึ่งเป็นน้าอีกคนของหนุมานนี่เอง แม้ว่าเขาจะเป็นวานร และไม่มีความสัมพันธ์กับแม่ แต่หลานพระอินทร์นั้น เมื่อทราบว่านาง เป็นลูกของมารดาของตน เขาก็ให้ความเอ็นดูแก่น้อง แต่ก็ในบางครั้งเท่านั้น


"งั้นรึ พี่ก็ว่าอยากให้เจ้า ช่วยนพเครื่องทรง ของพระองค์ราม และองค์พระลักษณ์ ไปที่แม่น้ำจะได้ไหม?" "...ดะ...ได้เจ้าค่ะ (^^;)" หญิงสาวกล่าวตอบ อย่างแอบกังวล แต่นางก็เต็มใจ ที่จะช่วยวานรผู้พี่


 ซึ่งนั่นทำให้องคต ถึงกับยิ้มออกมา พลางใช้มือหนา ลูบหัวอย่างเอ็นดู แล้วทั้งสองพี่น้อง ก็เดินไปที่แม่น้ำพร้อมกันนั้นเอง


............

.......

....

ณ ริมฝั่งแม่น้ำ


"เฮ้อ...กว่าจะหยิบเสร็จเนี่ย ก็ใช้เวลาตั้งเยอะเลยนะเนี่ย (;^^)" อรสุดากล่าวกับตนเอง ในขณะที่สองมือ ถือข้าวของเครื่องใช้ สำหรับการสรงน้ำ ของสองกษัตริย์ ซึ่งนางก็ไม่เคยทำมาก่อน


"เอาน่า เจ้าน่ะอย่าบ่นไปเลยนะ เจ้าควรจะทำงานแบบนี้ เผื่อว่าไม่มีใครคอยช้วยเจ้าน่ะ" ชมพูพานกล่าวสอนนาง ให้รู้ซึ้งถึงที่นางได้รับ ซึ่งธิดาพญายักษ์ ก็ทำได้แค่พยักหน้า ยอมรับความจริงแต่โดยดี


"เอ๊ะ!? นั่นพระองค์ราม กำลังว่าอะไร กับเจ้าวานรขาวตัวนนั้นน่ะ?" อรสุดากล่าวอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นพระราม ที่ดูกำลังจะโกรธ กับหนุมานมาก แต่นางกับชมพูพานนั้น ก็ไม่ทราบว่าเขาโกรธเรื่องอะไร 


 จนกระทั่งทั้งคู่ ต้องเดินเข้าไปดู ทั้งสองก็ต้องตกใจ เมื่อพบร่างของหญิงสาว ที่นอนแน่นิ่ง ในอ้อมอกของพระสี่กร ซึ่งเมื่อธิดาพญายักษ์ เห็นใบหน้าของหญิงสาวคนนั้น ก็พบว่าเป็นนางสีดา ที่นอนเหมือนได้สิ้นใจแล้ว


 นั่นทำให้ร่างบางนั้น ถึงกับตกตะลึง และแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง เนื่องจาก ๓ วันที่ผ่านมา นางสีดายังพูดคุย กับนางอยู่เลย "ไม่จริงน่า...นางยังพูดคุยกับข้าอยู่แท้ๆ...."


ตัวเอ็งนี่ล่วงบรรหาร

ผลาญโคตรขุนมารให้อาสัญ

บัดนี้ทศเศียรอาธรรม์

มันฆ่าสีดาเทวี

ตัวกูนี้สู้ติดตาม

หวังทำสงครามด้วยยักษี

เมื่อนางมาตายเสียบัดนี้

กระบี่จะว่าประการใด


 เสียงตวาทต่อว่าของพระราม ที่กำลังโกรธหนุมาน อย่างสุดที่จะกั้นได้ ซึ่งวานรขาวนั้น ก็เหมือนจะรู้สึกผิด กับสิ่งที่ตนได้กระทำลงไป ซึ่งนั่นทำให้อรสุดา ที่แม้ว่าวานรตนนี้ จะเคยทำร้ายกาจ กับนางแค่ไหน


 แต่นางก็รู้ดี ว่าเขาก็ไม่ได้ต้องการ ให้นางสีดา ต้องมาสิ้นใจเช่นนี้ บวกกับที่นางนั้น เริ่มรู้สึกผิดสังเกต โดยเมื่อนางมองดูศพ อย่างละเอียดถี่ถ้วน ก่อนจะกล่าวกราบทูลทันที


"ข้าแต่พระองค์ราม ศพที่เห็นนี้ หม่อมฉันดูแล้ว ศพนี้คงมิใช่พระนางสีดาแน่" "เรื่องนี้จะให้เราเชื่ออย่างไร ก็ในเมื่อนาง สวมใส่เครื่องทรงทุกอย่าง ที่นางเคยใส่ อีกทั้งก็ยังมีแหวน และผ้าสไบที่เจ้าหนุมาน นำไปถวายแก่นางอีกด้วย!!!"


 พระรามที่ยังไม่หายโทสะ กล่าวตวาทพลางชี้ไปที่แหวน และผ้าสไบที่เขา เคยให้วานรขาว นำไปถวายแด่มเหสีของตน แต่อรสุดานั้น ยังคงกล่าวยืนยัน ด้วยความมั่นใจ และอธิบายสิ่งที่ผิดปกติ ให้พระสี่กรทราบ


ธรรมดาสัตว์สิ้นชีวี

มิได้เน่าพองอย่าพึงคิด

อันศพนี้สดไม่มีกลิ่น

จะลอยวารินนั้นเห็นผิด

ทั้งพลับพลาพระองค์ทรงฤทธิ์

สถิตเหนือลงกากรุงไกร

เหตุไฉนจึ่งรูปศพนี้

จะลอยทวนวารีขึ้นมาได้


"...ที่เจ้าว่ามา มันก็จริงนะ ถ้าศพอยู่ในน้ำ เป็นเวลานานๆแล้ว ป่านนี้ศพก็คงลอยขึ้นมาแล้วล่ะ" พระรามได้ฟัง ถึงสิ่งที่นางกล่าว พลางมองศพอย่างถี่ถ้วน ก็เห็นจริงอย่างที่นางว่า


"ถ้าเช่นนั้นแล้ว หม่อมฉันว่า น่าจะเอาศพมาเผาพิสูตรดู ก็จะได้รู้ว่าศพนี้ เป็นศพจริงหรือศพปลอมนะเพคะ" คำบอกวิธีตรวจสอบ ที่นางได้เอ่ยถึงนั้น ทำให้ทุกคนอยู่บริเวณแม่น้ำนั้น พากันเห็นด้วย


 ซึ่งพระรามนั้นก็เช่นเดียวกัน พระสี่กรอวตาร จึงสั่งให้ทหาร ไปเตรียมฟืนและไม้ สำหรับการพิสูตรครั้งนี้ ทุกตนจึงพากันแยกย้าย ไปทำตามหน้าที่ของตน


............

.......

....

ผ่านไป ๑ ชั่วโมง


 หลังจากที่ทุกคน ได้เตรียมกันพร้อม พระรามที่อุ้มร่างของสีดา ก็วางร่างบาง ลงบนฟืนไม้ ในขณะที่เสนาวานร ได้จุดไฟขึ้นมาแล้ว และสิ่งที่ทุกคนรอคอย ก็มาถึงแล้ว....


"โอ๊ย....! ร้อน! ร้อนเหลือเกิน!!!"

"!!!!"

"เอ๊ะ!? เสียงนี้...ท่านพี่เบญกาย!!!!!"


 อรสุดาที่รอผลพิสูตรนั้น ถึงกับร้องด้วยความตกใจ เพราะเสียงที่นางได้ยินนั้น เป็นเสียงของญาติของนางเอง พลันร่างของนางสีดา ที่ทนความร้อนไม่ได้ ก็กลับกลายเป็นนางยักษ์


 และเหาะหนีขึ้นฟ้าทันที โดยหนุมาน ได้เหาะติดตามไปด้วย ในขณะที่คนอื่นๆ พากันเข้าถามร่างบาง เมื่อพบว่าร่างบางนั้น รู้จักนางยักษ์ตนนี้ โดยพระรามเป็นฝ่ายถาม "เจ้ารู้จักนางยักษ์ตนนั้นด้วยรึ?"


"เอ่อ...เพคะ นางเป็นธิดา ของท่านอาพิเภกเองเพคะ" อรสุดากล่าวตอบ ตามความเป็นจริง พระลักษณ์ ก็เป็นฝ่ายถามพิเภก ซึ่งอีกฝ่ายก็กล่าวตอบ ตามที่หลานสาว ตอบไว้ทุกประการ


..........

.....

...

ผ่านไป ๑ ชั่วโมง


"ข้าพระองค์จับตัวได้แล้วพะยะค่ะ" หนุมานที่เหาะกลับมา พร้อมกับที่มือของเขา ได้จับที่ข้อมือของนางยักษ์ อรสุดาที่เห็นญาติของนาง แปลงกายเป็นนางสีดา นั่นทำให้นางเกิดสงสัย ว่าเหตุใดลูกพี่ลูกน้องของนาง ถึงต้องทำเรื่องเช่นนี้


 จนนาวต้องนั่ง เข้ามาใกล้นางเบญกาย ที่ก้มหน้าเศร้า ก่อนจะถามทันที "ท่านพี่เบญกาย เหตุใดต้องทำเรื่องแบบนี้ล่ะเพคะ? หรือมีใครสั่งให้พี่ทำเช่นนี้?" นางยักษ์สาวได้ฟังดังนั้น นางจึงตอบ ด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ ให้ญาติผู้น้องฟัง


ด้วยเจ้าลงกากรุงไกร

ตรัสใช้ให้แปลงกายา

เหมือนองค์สีดานงลักษณ์

ลวงพระหริรักษ์นาถา

หวังจะตัดศึกด้วยปรีชา

มิให้ถึงลงกาธานี

ครั้นว่าจะขัดก็ไม่ได้

ด้วยกลัวภัยพญายักษี


"....นี่ท่านพ่อของน้อง สั่งให้ท่านพี่ทำเช่นนี้เลยรึ..." อรสุดาที่ได้ทราบ ว่าบิดาของนาง ได้สั่งให้ญาติผู้พี่ แปลงกายไปลอยน้ำ เพื่อให้พระราม ได้ถอยทัพกลับไป ซึ่งพอพระอวตารสี่กร ได้ฟังสิ่งที่นางกล่าวเช่นนั้น เขาก็เอ่ยถามกับพิเภกทันที


อันซึ่งอี่เบญกายมาร

สาธารณ์ทำได้ถึงเพียงนี้

ฝ่ายพญาพิเภกอสุรา

ก็เป็นบิดาของยักษี

จงปรึกษาโทษอี่กาลี

จะถึงที่สถานประการใด


 คำถามของพระนารายณ์อวตารนั้น ได้ทำให้ดวงใจ ของผู้เป็นพ่อ แทบจะแตกสลาย แต่ถึงว่าคนที่ได้กระทำความผิดนั้น จะเป็นลูกสาวของตน แต่เขาก็ยังเห็นความซื่อสัตย์ เป็นที่ตั้งอยู่ดี


จึ่งทูลสนองพระบัญชา

ถึงเป็นบุตรข้าอสุรี

แต่ซึ่งตัวมันอุบาย

แปลงกายเป็นพระมเหสี

ทำตายมาลวงพระจักรี

โทษนี้ถึงสิ้นชีวิต

ชอบให้ตัดเศียรเสียบประจาน

จึ่งควรกับการที่มันผิด

อันหมู่พาลาปัจจามิตร

ทุกทิศจะเกรงพระเดชา


 คำตัดสินของพิเภก ได้ทำให้อรสุดา ถึงกับตกตะลึง เพราะนางไม่คิดเลย ว่าคนเป็นพ่อ จะกล้าทำกับลูกตนเอง ได้ลงคอเช่นนี้ แต่นางก็ได้เห็นแล้ว ว่าญาติผู้พี่ของนาง จะทำเรื่องแบบนี้ นางจึงจำต้องยอมรับ แต่โดยดี อย่างเลี่ยงไม่ได้


เมื่อนั้น

พระจักรรัตน์แก้วนาถา

ได้ฟังพิเภกอสุรา

ปรึกษาให้ล้างชีวี

เห็นเป็นสัจธรรม์สุจริต

ทรงฤทธิ์เมตตายักษี

จึ่งมีพระราชวาที

อันอีเบญกายสาธารณ์

ทำทุจริตทรลักษณ์

โทษหนักถึงสิ้นสังขาร

จะฆ่าเสียก็ไม่ต้องการ

เรายกให้ท่านผู้บิดา

แล้วจึ่งตรัสสั่งลูกพระพาย

จงพาเบญกายยักษา

ไปส่งให้พ้นโยธา

ถึงแดนลงกากรุงไกร


 วานรขาวกราบบังคม รับคำบัญชาของนาย เขาจึงบรรจงอุ้มร่างนางยักษ์ แล้วเหาะขึ้นฟ้า พลางเหลือบมองไปที่อรสุดา ผู้ซึ่งได้ช่วยตนเอาไว้ พลางแอบนึกรัก โดยไม่รู้ตัว และคิดอย่างตั้งใจเอาไว้ในใจ


"....เจ้าทำให้ข้าหลงรักเสียแล้วล่ะ แม่อรสุดา..."


พบตอนต่อไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 57 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 19 มกราคม 2562 / 08:58
    อี้หวานอะ55555+ไม่ชอบเลย55555+
    #23
    1