(Fic รามเกียรติ์) อรสุดาดวงขวัญ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,863 Views

  • 59 Comments

  • 108 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    268

    Overall
    2,863

ตอนที่ 6 : ขับโหราปิตุลา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 396
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    18 ม.ค. 62

"ฮึ่ย...น่าเจ็บใจนัก ที่โดนมันหลอก จนเมืองทั้งเมือง ต้องมอดไหม้เช่นนี้" ทศกัณฐ์กล่าว ด้วยความแค้นใจ ที่ตนโดนวานรขาว หลอกให้หลงติดกับ จนเมืองลงกาที่สวยงาม ต้องถูกเผาไหม้เป็นทะเลเพลิง


"....ท่านพ่อเพคะ แต่ถึงอย่างไรเสีย ลูกคิดว่า น่าจะขอความช่วยเหลือ จากพระอินทร์นะเพคะ" พระธิดาอรสุดา กล่าวแสดงความคิดเห็น กับพระบิดาของนาง ซึ่งอีกฝ่ายได้ฟัง แม้ว่าบุคคลที่บุตรีกล่าวถึง จะเป็นศัตรูของพวกตนก็จริง


 แต่เขาก็เห็นด้วย กับความคิดนี้มาก เพราะเมืองลงกานี้ แต่เดิมเคยถูกสร้าง โดยบรรพบุรุษ ที่มาจากชั้นพรหมนั่นนเอง "อืม...ความคิดนี้ พ่อก็เห็นด้วยนะ เพราะเป็นวิธีเดียว ที่เมืองของเรา จะสามารถกลับมาสวยงามเช่นเดิมได้"


คิดแล้วจึ่งมีบรรหาร

สั่งเสนามารยักษา

จงไปหาหมู่เทวา 

เชิญให้ลงมาที่นี้


 เปาวนาสูร รับคำบัญาชา ก่อนจะเหาะขึ้นฟ้าไป หลังจากที่ขึ้นสวรรค์ได้ไม่นาน เสนายักษ์พี่เลี้ยง ก็เหาะกลับมา พร้อมกับพระอินทร์ และเหล่าเทวดาทั้งปวง ที่มีสีหน้าเคร่งเครียด เพราะต่างก็เกรงกลัว ในฤทธ์อำนาจ ของทศกัณฐ์นั้นเอง


 พญายักษ์เห็นดังนั้น เขาก็ยินดียิ่งนัก ก่อนจะกล่าวขอร้อง กับเหล่าเทพเทวาทันที "พวกท่านโปรดช่วยเหลือเราด้วยเถิด ตอนนี้กรุงลงกา ถูกเจ้าลิงป่าเผาเมืองแล้ว พวกท่านโปรดช่วยเรา สร้างเมืองใหม่ด้วยเถิด"


 คำขอของอสุราสิบเศียรนั้น ทำให้สหัสเนตร และหมู่เทพทั้งหลาย ต่างก็อึดอัดนัก แต่ก็จำต้องทำตามคำขอ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต่างองค์ต่างก็แบ่งกันทำหน้าที่ไป


ฝ่ายพระพิรุณเทวา

ก็โปรยปรายธาราห่าใหญ่

ไหลหลั่งดับสิ้นเชื้อไฟ

ทั่วทั้งเวียงชัยอสุรินทร์

พระพายพาเถ้าถ่านธุลีผง

พัดลงในท้องกระแสสินธุ์

พื้นราบไม่มีมลทิน

หอมกลิ่นดั่งกลิ่นสุคนธาร

ฝ่ายวิษณุกรรมเทเวศร์

ก็นิมิตนคเรศราชฐาน

ทั้งหอรบเชิงเทินปราการ

ซุ้มทวารฉัตรธงอลงกรณ์

กับปราสาทตำหนักรักษา

ล้วนมหาเนาวรัตน์ประภัสสร

โรงรถโรงคชอัสดร

แล้วด้วยฤทธิรอนเทวัญ


 เมืองที่พระวิษณุกรรม ได้สร้างขึ้นมานั้น มีความงดงามกว่าเมืองเดิมยิ่งนัก เมื่อเหล่าเทวดา ได้สร้างเมืองใหม่เสร็จแล้ว ก็พากันกลับสวรรค์ตามเดิม ส่วนพวกยักษ์ทั้งหลาย ต่างก็เข้าชมเมือง อย่างชื่นชมนัก


 โดยเฉพาะพญายักษ์ ที่ดูจะมีความสุขมาก เพราะได้เมืองที่งดงามกว่าเดิม ตั้งหลายเท่านั่นเอง ก่อนจะกล่าวขอบใจลูกสาว ที่เป็นคนออกความคิด ที่ขอความช่วยเหลือ จากหมู่เหล่าเทวดาได้


"ฮ่าๆ เมืองใหม่เนี่ย สวยกว่าเมืองเก่าแน่ะ พ่อต้องขอบใจลูกมากนะ ที่ออกความคิดนี้ เลยทำให้ได้เมืองใหม่ ที่สวยกว่าเดมเช่นนี้ พ่อจะให้รางวัลแก่ลูก เป็นการตอบแทนนะ" "ตัวลูกนี้ ไม่ต้องการสิ่งอื่นใดเลย ขอแค่ท่านพ่อมีความสุข ลูกก็ยินดีแล้วเพคะ"


 อรสุดากล่าว พลางยิ้มให้บิดาของนาง นั่นทำให้พระชนกของนาง ยิ่งพอใจในความฉลาดหลักแหลม ของพระธิดายิ่งนัก ก่อนจะสั่งให้พวกยักษ์ จัดการเฉลิมฉลอง อย่างยิ่งใหญ่ทันที


 แล้วงานเฉลิมฉลองนี้ ก็เป็นไปอย่างราบรื่น โดยที่ไม่มีเรื่องเดือร้อน อะไรอีกเลย แต่นั่นก็แค่...เป็นเพียงเริ่มต้น...ของการล้างผลาญยักษ์ทุกตนเท่านั้น...


.............

......

...

วันต่อมา ณ ท้องพระโรง


 ท่ามกลางเหล่าเสนามาร ที่อยู่คนละฝั่งนั้น ที่อยู่ตรงหน้าพวกเขา ก็คือพญายักษ์ทั้งสี่ และพระธิดาอรสุดา ผู้เป็นนายเหนือหัวของพวกเขา เพียงแต่วันนี้ พญาทศกัณฐ์ กลับมีสีหน้า ที่ดูเคร่งเคลียดนัก


 จนพระธิดาผู้งดงาม ต้องเอ่ยถาม ด้วยความเป็นห่วง "ท่านพ่อเพคะ ท่านไม่สบายรึเพคะ?" "เปล่าหรอกลูกพ่อ เมื่อคืนนี้น่ะ พ่อนอนฝันประหลาดขึ้นมาน่ะ" พญายักษ์กล่าวตอบ


 ซึ่งคำตอบของผู้เป็นพ่อ ก็ทำให้นางอดนึกสงสัยไม่ได้ จนต้องกล่าวแนะนำ ให้พระบิดาของนาง เล่าความฝันที่ว่ามานั้น ให้พิเภกผู้เป็นอาฟัง ซึ่งพญายักษ์ก็เห็นด้วย กับบุตรสาวของตน


จึ่งมีพระราชบัญชา

แก่พญาพิเภกกุมภัณฑ์

คืนนี้ใกล้รุ่งราตรีกาล

บันดาลนิมิตความฝัน

ว่ามีพญาแร้งชาญฉกรรจ์

ขนนั้นขาวผ่องทั้งอินทรีย์

บินมาแต่เบื้องบูรพทิศ

สำแดงฤทธิ์ดั่งราชปักษี

ข้ามมหาคงคาวารี

ร่อนอยู่ตรงที่หน้าพระลาน

ปะกับแร้งดำตัวกล้า

อันมาบัจจิมทิศาล

ตีกันในกลางคัคนานต์

แร้งดำตัวหาญนั้นเสียชัย

ตกลงยังพื้นปัถพี

สกุณีไม่บินไปได้

กลิ้งเกลือกเสือกสิ้นชีวาลัย

กลายไปเป็นรูปอสุรา

แล้วว่าเอากะลาน้ำมันยาง

ใส่ไส้วางลงเหนือหัตถา

ยังมีหญิงหนึ่งพาลา

วิ่งเข้ามาจุดอัคคี

น้ำมันแห้งสิ้นไส้ชวลิต

กะลาไหม้ไฟติดมือพี่

พิษเพลิงร้อนทั่วอินทรีย์

ฝันนี้ดีร้ายประการใด


 พญาพิเภก เมื่อได้ฟังคำบอกเล่า ของผู้เป็นพระเชษฐา เขาก็เขียนลงบนกระดานชนวน พลางนับคำนวณ อย่างละเอียดถี่ถ้วน เขาก็ถึงกับหน้าซีดทันที เพราะผลที่ออกมานั้น มันหมายถึงลางบอกเหตุ ที่จะเกิดกับบ้านเมืองนี่เอง


 แต่เขาก็จำใจ ยอมกราบทูล ไปตามความจริง "ข้าแต่ท่านพี่ อันว่ากะลาในมือ ก็คือกรุงลงกานี้ ไส้เชื้อไฟคือตัวท่านพี่เอง น้ำมันก็คือเหล่าญาติวงศ์ ไฟคือนางสีดา หญิงที่จุดไฟ ก็คือน้องสำมนักขา แร้งดำคือท่านพี่ ส่วนแร้งขาวนั้น ก็คือพระรามนั่นเอง"


"ความฝันของพระองค์นี้ มันเป็นความฝัน ที่เป็นอัปมงคล โดยมันหมายถึง ว่านางสำมนักขา เป็นต้นเหตุที่ทำให้นางสีดา กลายเป็นผู้ทำให้กรุงลงกา และญาติวงศ์ทั้งหลาย ต้องถูกทำลาย และตัวท่านพี่เอง จะต้องพ่ายแพ้ไปในที่สุดพะยะค่ะ"


"...ความฝันของท่านพ่อ...ช่างน่ากลัวเหลือเกินนัก...ท่านอา แล้วจะมีวิธีไหนได้บ้าง ที่พอจะทำให้วงศ์ตระกูลยักษ์ ไม่ต้องล้มตายได้บ้างหรือไม่เพคะ?" อรสุดาที่ทราบความหมาย ของความฝันนี้


 ถึงกับกังวลออกมา อย่างชัดเจน ก่อนเอ่ยถาม ถึงวิธีที่ทำให้ไม่เกิดสงคราม ที่จะพรากชีวิต ของเหล่ายักษ์ทั้งหลาย ซึ่งผู้เป็นพระเจ้าอานั้น ก็นิ่งเงียบไปสักพักหนึ่ง ก่อนจะให้คำตอบแก่หลานสาว


"...เรื่องนี้น่ะ อาว่าน่าจะให้พ่อของเจ้า ตั้งตนอยู่ในทศพิธราชธรรม และต้องคืนนางสีดาเท่านั้น สงครามจึงจะไม่เกิ...."


ตึง!!!

"ห๊า!?"

"ทะ...ท่านพ่อ..."


 ร่างบางเอ่ยขึ้น ด้วยเสียงที่แผ่วเบา เพราะคำตอบของโหรยักษ์นี้ ได้ทำให้พญายักษ์ ถึงกับกระทืบเท้า ก่อนจะตวาดใส่ ด้วยความโกรธจัด


เหม่เหม่ดูดู๋ไอ้สาธารณ์

อหังการองอาจเจรจา

มิได้อยู่ในกตัญญู

มาดูหมิ่นกูผู้เชษฐา

เสียทีที่เลี้ยงมึงมา

รักดั่งดวงตาดวงใจ

คิดว่าเกิดร่วมอุทร

จะร่วมทุกข์ร่วมร้อนกันได้

มิรู้ทรลักษณ์จังไร

กลับไปเป็นพวกไพรี

จะให้ส่งสีดาโฉมงาม

ไปแก่พระรามเรืองศรี

มึงช่างว่าได้ถึงเพียงนี้

ดั่งกูไม่มีศักดา


"...ท่านพ่อ..." อรสุดา ได้ฟังคำของพ่อ ชลเนตรก็ไหลออกมา เพราะนางไม่คิดเลย ว่าคำแนะนำของนาง จะทำให้ครอบครัวของนาง ถึงคราวหักสะบั้นเช่นนี้


 แม้แต่พิเภกเองก็เช่นกัน เพราะเขาก็ไม่นึกเลย ว่าคำแนะนำที่ตนคิดว่า มันเป็นทางออกที่ดีที่สุด กลับทำให้ผู้เป็นพระเชษฐา โกรธจัดถึงเพียงนี้


มึงอย่าแต่งว่าไอ้อาธรรม์

ขาดพี่น้องกันในวันนี้

ซึ่งเอ็งยกยอรามลักษมณ์

หนักยิ่งกว่าวงศ์ยักษี

ว่ากูชั่วช้าไม่ดี

มึงนี้อย่าอยู่ในเมืองมาร

ว่าพลางฉวยชักพระขรรค์

ขบฟันเงือดเงื้อจะสังหาร

โจนจากแท่นแก้วสุรกานต์

โถมทะยานไล่องค์อนุชา


"ท่านพ่อ! อย่าทำร้ายท่านอานะเพคะ!!!" อรสุดา เห็นการกระทำของบิดา ด้วยความสงสาร และเป็นห่วงอา นางจึงรีบเข้ามา ขัดขวางเอาไว้ โดยใช้สองมือ ที่บอบบางของนาง โผเข้าจับแขนของบิดรเอาไว้ พลางร้องห้าม ไม่ให้ฆ่าผู้เป็นอา ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ


"ท่านพ่อ...เหตุที่ท่านอาพิเภก กล่าวไม่ถูกพระกรรณของท่านพ่อ คงเป็นความผิดของลูก...เป็นคนกล่าวแนะนำเอง และอีกอย่าง ท่านย่าของลูก ก็เคยบอกไว้ ว่าท่านอาพิเภก...เป็นยักษ์ที่ไม่มีฤทธิ์เดชใดๆเลย"


"ขอโปรด...ไว้ชีวิตท่านอาด้วยเถิด...ฮือ..." "...." แม้พญายักษ์ผู้พ่อ จะไม่เห็นแก่พระเจ้าอาของนาง แต่ด้วยความรักลูก บวกกับนึกถึงคำของแม่ จึงยอมรามือแต่โดยดี หากแต่ในจิตนั้น ยังคงขุ่นเคืองไม่หาย จึงกล่าวประกาศ ด้วยเสียงที่ดังก้องขึ้นมา


จงริบไอศูรย์สมบัติ

สารพัดเป็นเครื่องยศถา

แล้วขับเสียจากพารา

ให้สมน้ำหน้าไอ้กาลี

อันอีตรีชฎาเมียนั้น

ใช้มันเป็นทาสทาสี

ให้รักษาสีดาเทวี

อยู่ที่ในสวนอุทยาน


"ทะ...ท่านพี่..."

"...ทะ...ท่านพ่อ..."

"!!!!"


 คำประกาศของพญายักษ์นี้ ทำให้ทั้งพิเภก อรสุดา และตนอื่นๆ ถึงกับไม่เชื่อหูตนเอง ว่าเหตุการณ์มันจะบานปลายเช่นนี้ แต่พวกเขา...ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากทำตามคำสั่งเท่านั้น


"...ท่านพ่อ...ท่านพ่อทำเกินไปแล้ว....!!!!!" ธิดาพญายักษ์ กล่าวตะโกนออกมา นางทั้งเสียใจ ทั้งโกรธ ทั้งผิดหวังในตัวบิดายิ่งนัก นางจึงเดินออกจากท้องพระโรงไป


 ท่ามกลางเหล่ายักษ์ทั้งหลาย ที่พากันตกตะลึง โดยที่อินทรชิต ที่ตกใจกับคำพูดของนาง จนต้องรีบเดินตามไปทันที


.........

......

....

ณ หน้าห้องของอรสุดา


"อรสุดา! อรสุดา! เจ้าฟังพี่หรือไม่? นี่พี่เองนะ" อินทรชิตกล่าวตะโกน พลางเคาะประตู เรียกนามของน้อง ผู้ที่ยังเจ็บปวด กับการกระทำ ของผู้เป็นพ่ออยู่ไม่หาย นางจึงกล่าวทันใด


"...ท่านพี่...ได้โปรดปล่อยให้น้อง...ได้ทำใจเถิดนะเพคะ..." "....." ยุพราชลงกา ถึงกับนิ่งไปทันที ก่อนจะทำตามคำขอ โดยยอมเดินออกจากหน้าห้องไป ซึ่งเมื่อเขาจากไปแล้ว


 นางก็เริ่มร้องไห้ อย่างเต็มที่ พลางรำพึงรำพัน อย่างเสียใจ และน้อยใจ ในโชคชะตา ที่ต้องมาเกิด กับครอบครัวของนาง


โอ้ว่านี่รึคือบิดาเรา

ผู้เป็นที่รักใคร่

แห่งพระบิดรชนนี

ทั้งเหล่าพี่น้อง

พ้องญาติวงศายักษี

แต่นี่กลับกลายเป็นมัจจุราช

ที่จะผลาญอสุราให้สิ้นชีวา

ว่าพลางเศร้าโศกอาดูร


 อรสุดาร้องไห้ อย่างเจ็บปวด และเสียใจ ยิ่งเมื่อทราบว่า นางตรีชฎา ผู้เป็นอาสะใถ้ของนาง ต้องกลายเป็นทาส ของนางสีดา โดยที่นางไม่มีความผิดใดๆเลย


 นางก็ยิ่งเสียใจมากขึ้น ก่อนที่จะหลับไป ณ ที่ห้องที่นางอยู่นั้นเอง....


พบตอนต่อไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

0 ความคิดเห็น