(Fic รามเกียรติ์) อรสุดาดวงขวัญ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,893 Views

  • 59 Comments

  • 108 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    298

    Overall
    2,893

ตอนที่ 5 : เผาเมืองยักษา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 442
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    17 ม.ค. 62

ณ ท้องพระโรง


"ลูกแม่! ลูกเป็นอย่างไรบ้าง!?" นางมณโฑ ที่ได้ทราบข่าว มาจากทหารนั้น เอ่ยถามและโผกอดบุตรี ด้วยความเป็นห่วงยิ่งนัก ในขณะที่ทศกัณฐ์นั้น กำลังโกรธวานรขาว ที่ทำร้ายลูกสาวของตน และฆ่าทั้งสหัสกุมาร และเหล่าทหารไปหลายตน


 จนถึงขั้นสั่งทหารทันที "ทหาร! จงนำมันไปสังหารเสียเดี๋ยวนี้!!!!" "พะยะค่ะ!" เสนามารกล่าวรับคำบัญชา ก่อนที่เพชฌฆาต ได้นำตัววานรเผือก ออกไปเพื่อประหาร ตามคำสั่งของเจ้าเมือง


 แต่ทว่า...สิ่งที่น่าแปลก มันก็เกิดขึ้นได้แทบทุกครั้ง เพราะเพชฌฆาต ได้นำดาบมาฟันคอของเขาแล้ว แต่แทนที่คอของเขา จะหลุดออกจากตัว กลับกลายเป็นว่า...ดาบของเพชฌฆาตนั้น กลับเป็นหักเข้ามาแทนที่


 จนทหารยักษ์ตกใจ จนต้องรีบกราบทูลให้ทราบ "ท่านท้าวทศกัณฐ์ มะ...มัน...มันไม่ตายพะยะค่ะ!! แทบดาบหักอีกต่างหาก!!! (๏~๏;;)" เมื่อพญายักษ์ ได้ฟังเช่นนั้น เขาก็ถึงกับเลือดขึ้นหน้า ในขณะที่อรสุดา กลับตกใจและแปลกใจ ที่วานรเผือกตนนี้ ไม่รับอันตรายใดๆเลย


 นั่นทำให้นางเริ่มเข้าใจ ว่าวานรตนนี้ ถึงสามารถฆ่ายักษ์ได้ โดยที่เขาไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย ใบหน้าของนาง จึงเริ่มซีดอย่างชัดเจน จนอินทรชิต และนางมณโฑ เห็นอาการของนางเข้า จึงรีบกล่าวปลอบขวัญ เพื่อให้นางหายหวาดกลัว


"ลูกแม่ ลูกอย่ากลัวไปเลยนะ ลูกยังมีพ่อ แม่ พี่ และคนอื่นๆอีกนะ" "ใช่แล้วล่ะ พี่จะปกป้องเจ้าเอง ไม่ว่าจะเกิดขึ้นก็ตาม" "...พะ...เพคะ..." ร่างบางกล้าว อย่างโล่งใจ ซึ่งในขณะเดียวกันนั้น พญายักษ์สิบเศียร ก็ได้สั่งให้ทหาร


 นำช้างตกมัน ไปสังหารวานรขาวเสีย ด้วยหมายว่า วานรผู้อหังการ์ตนนี้ จะเสียฤทธิ์ด้วยช้างตกมันนี้แหละ แต่ผลกลับตรงกันข้าม เพราะนอกจากวานรตนนั้น จะไม่สิ้นใจแล้ว เขากลับเป็นฝ่าย ที่หักคอของช้างตกมัน จนขาดกระเด็นอย่างน่าสยดสยอง


 ครั้นพญาทศกัณฐ์ สั่งให้ทหาร นำตัววานรขาว ไปตำให้เละละเอียด ในครกขนากยักษ์ เขาก็ไม่เป็นอะไรอีก และยังฆ่าที่ยักษ์ ที่จับเขามาตำเสีย ทั้งยังทำลายครกยักษ์ จนแหลกละเอียด


 นั่นทำให้ธิดาพญายักษ์ ถึงกับวิตกกังวล ในความร้ายกาจ ของวานรตนนี้มาก ทว่าทศกัณฐ์นั้น กลับเห็นความพิเศษ ของวานรเข้า จนแทบจะอดคิดไม่ได้ "เจ้าวานรตนนี้ ฆ่าเท่าไรก็ไม่ตาย เห็นที่ต้องนำมัน มาเป็นทหารเสียแล้วล่ะ"


 เมื่อเจ้านครลงกา คิดได้ดังนั้นแล้ว เขาก็สั่งเสนาทันใด "ทหาร! จงนำมันมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!" "พะยะค่ะ!" ทหารกล่าวรับคำ ก่อนจะนำวานรขาว เข้ามาในท้องพระโรงอีกครั้ง


 ในขณะที่พวกเขา นำวานรขาวเข้ามานั้น สายตาของพานรเผือก กลับแอบมองไปที่อรสุดา ด้วยแววตาที่หมายจะหาทาง ที่จะแก้แค้นอยู่ตลอดเวลา แต่ถึงกระนั้นเอง เขาก็ยังกลับมามอง พญายักษ์สิบเศียรอยู่ดี


"นี่แน่ะ เจ้าวานรเผือก ข้าเห็นว่าเจ้านี้ อยู่ยงคงกระพัน ผิดจากวานรทั่วๆไป เจ้าสนใจ จะเป็นทหารแห่งเราหรือไม่?" พญายักษ์เอ่ยถาม ก่อนจะชักชวนวานรตนนี้ แต่ไม่มีใครล่วงรู้เลย ว่าความคิดอ่านของวานรเผือกตนนี้


 จะทำให้บ้านเมือง ที่ครั้งหนึ่งในชีวิต...วอดวายและหมอดไหม้ไปกับตา... "...เรื่องนี้ข้าก็ขอบพระคุณท่านมาก แต่ตัวข้านี้...ขอเลือกที่จะตายเสีย ก็ยังดีกว่าไหนๆเสียอีก" คำตอบของวานรขาว ก็ทำให้พญายักษ์ ถึงกับขุ่นเคืองทันที


 แต่ยังติดปัญหา อยู่ที่ไม่ว่าจะพยายาม ที่จะฆ่าวานรตนนี้เท่าไร เขาก็ฟื้นมาได้ทุกครั้งไป แต่ในระหว่างที่ทุกคน กำลังหาทางสังหารวานรอยู่นั้นเอง วานรขาวที่รอโอกาศ จึงรีบกล่าวขึ้นมาทันที


ซึ่งจะฆ่าข้าด้วยอาวุธ

ไหนจะสิ้นสุดสังขาร์

จงให้เอานุ่นสำลีมา

กับผ้าชุบนํ้ามันยาง

แล้วจึ่งเอาพันเข้าทั้งตัว

ตลอดแต่หัวไปจนหาง

ชั้นนอกนั้นให้เอาฟาง

ทำต่างเชือกรัดผูกพัน

แล้วจงเอาไฟจุดเข้า

เผาให้สิ้นชีพอาสัญ

เลือดเนื้อก็จะสูญไปด้วยกัน

ไม่ทันทนทุกข์เวทนา


 พญายักษ์ได้ฟังดังนั้น ด้วยความที่ไม่รู้กลอุบาย ที่วานรขาวตนนี้ ได้นึกเตรียมการเอาไว้ จึงกล่าวสั่งกับทหารทันที "ทหาร! จงไปเอาน้ำมัน และพวกสำลี ตามที่มันบอกเถิด ส่วนเรื่องไฟนั่นน่ะ ข้าจะใช้หอกแก้วสุรกานต์ จัดการกับมันเอง"


"พะยะค่ะ" เหล่าเสนายักษ์ กล่าวรับคำบัญชา ก่อนจะเดินไปเอาน้ำมัน และสำลี สำหรับการเผาวานร ตามคำสั่งทุกประการ และเมื่อผูกตัววานรเสร็จ ทศกัณฐ์นั้น ก็ใช้หอกแก้วสุรกานต์ จุดร่างวานรทันที


พรึ่บ!!


"ฮ่าๆ ถึงที่ข้าบ้างล่ะ เจ้ายักษ์โง่!!! ฮ่าๆๆ" วานรขาวกล่าวเยาะเย้ย ก่อนจะกระโจนออกไปข้างนอก ในขณะที่ไฟเริ่มลุกโชน ไปตามตัวตั้งแต่หางจรดหัว และสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น


บัดนั้น

คำแหงหนุมานทหารใหญ่

ครั้นเพลิงติดขึ้นก็ดีใจ

วิ่งโผนเข้าในไพชยนต์

เที่ยวจุดปราสาทราชฐาน

เพลิงกาลรุ่งโรจน์โพยมหน

โรงช้างโรงม้าเรือนพล

อลวนไปทั้งธานี


 ไฟที่วานรขาว ได้กระโจนแล้วสลัด ลงที่บ้านเมืองของพวกยักษ์ จนทั่วทั้งเมืองลงกา ต้องกลายมาเป็นทะเลเพลิงไป เพียงแค่ชั่วพริบตาเดียว


เมื่อนั้น

ทศเศียรสุริย์วงศ์ยักษี

เห็นเพลิงพลุ่งรุ่งโรจน์รูจี

รัศมีร้อนกล้ายิ่งไฟกัลป์

ติดไหม้ปราสาทราชฐาน

พญามารตกใจตัวสั่น

เรียกสองมเหสีวิไลวรรณ

สุริย์วงศ์พงศ์พันธุ์วุ่นวาย

แล้วอุ้มมณโฑเทวี

ทั้งนางอัคคีโฉมฉาย

ลงจากปราสาทแก้วแพรวพราย

เจ้าขรัวนายเถ้าแก่ก็ตามมา


 ในขณะที่เหตุการณ์ กำลังชุลมุนนั้นเอง อรสุดาที่วิ่งช้าสุด และเจ็บแผลที่เข่านั้น ก็ล้มลงเป็นครั้งที่สาม แต่โชคยังดีที่นางมณโฑ ได้มาเห็นพระธิดา กำลัวจะล้มอีกครั้งเสียก่อน จึงเข้าพยุงตัวได้ทัน


"ลูกแม่ ไม่เป็นอะไรนะ" "ละ...ลูก...ลูกยังเจ็บที่เข้าอยู่นะเพคะ" ร่างบางกล่าวตอบ ซึ่งทศกัณฐ์นั้น ก็มาเห็นเข้าโดยบังเอิญ ด้วยความเป็นห่วงลูกเมีย


 จึงตัดสินใจ รีบอุ้มพวกนาง ขึ้นบนบุษบกแก้ว หนีออกจากเมืองไปทันที ในขณะที่ยักษ์ตนอื่นๆ พากันวิ่งหนีอย่างอุตลุด และพวกเขาก็วิ่งกันให้วุ่นวาย โดยที่วานรขาว ที่ยืนเหาะมอง และชื่นชมผลงานของตน ที่ได้กระทำขึ้นมานั้น


 ก็หัวเราะชอบใจ ก่อนจะกระโจนลงน้ำ เพื่อดับไฟที่อยู่ทั่วกาย แต่สิ่งที่น่าแปลกนั้น ก็เป็นส่วนหางของเขา ที่ยังไม่มอดดับ ในขณะที่ไฟที่ร่างกายของเขา ได้ดับในมหาสมุทรไปแล้ว


สาครขุ่นข้นเป็นควัน

เพลิงนั้นจะดับก็หาไม่

จึ่งเหาะขึ้นจากสมุทรไท

ตรงไปศาลาพระอาจารย์


"ท่านฤาษีนารท ท่านช่วยข้าด้วยเถิด ข้าดับไฟทั่วกายไปหมดแล้ว แต่ไฟที่หางข้า มันกลับไม่ดับเลย ข้าพยายามทำให้มันดับแล้ว แต่มันกลับไม่ดับเลย ท่านพอจะมีวิธีไหน ทำให้ไฟมันดับได้บ้างขอรับ"


เมื่อนั้น

พระนารทอาจารย์ฌานกล้า

ฟังวายุบุตรเจรจา

หัวเราะร่าร่าแล้วตอบไป

เอ็งเป็นทหารพระจักรกฤษณ์

เพลิงนิดเท่านี้ไม่ดับได้

น้ำในบ่อน้อยจะไว้ไย

เหตุใดไม่ดับอัคคี


"นะ...น้ำในบ่อน้อยรึขอรับ?" วานรขาวเอ่ยถาม ด้วยความฉงนใจนัก ซึ่งพระฤาษีนั้น ก็อธิบายให้ฟัง "ก็เอ่อน่ะสิ ที่ไฟยังไหม้หางของเจ้าอยู่นั้น ก็เพราะฤทธิ์จากหอกแก้วสุรกานต์ ของไอ้ยักษ์สิบหน้า"


"ตอนที่เจ้าดับไฟ ที่ร่างกายของเจ้าได้ เพราะพวกมันเป็นไฟใหญ่ แต่ไฟที่หางเจ้า เป็นไฟเล็ก ดังนั้น มันต้องใช้น้ำบ่อน้อยแหละ มันถึงจะดับลงได้"


บัดนั้น

หนุมานผู้ชาญชัยศรี

ได้ฟังพระมหามุนี

กระบี่คิดได้ด้วยปรีชา

จึ่งเอาหางใส่ในปากอม

อัดลมในช่องนาสา

เพลิงนั้นก็ดับดั่งจินดา

ด้วยอุบายปัญญาพระนักพรต


"มันดับได้อย่างที่ท่านว่ามาจริงๆด้วย ขอบพระคุณมากนะขอรับ" หนุมานกล่าวขอบคุณ อย่างดีใจ ที่ไฟตรงส่วนหาง ได้ดับลงแล้ว ก่อนจะก้มกราบลาพระฤาษี แล้วจากไป


 หากแต่ในใจของเขานั้น ยังคงขุ่นเคือง ในตัวอรสุดาอยู่ อย่างไม่เสื่อมคลาย พร้อมกับตั้งใจ อย่างแน่วแน่ไว้ในใจ


"ชิ! คอยดูเถอะ นางลูกยักษ์สิบหน้า ในเมื่อข้าจัดการพ่อของเจ้าไม่ได้ ข้าก็ขอจัดการกับเจ้าแทนก็แล้วกัน!!!!"


พบตอนต่อไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #19 คนสำลักน้ำลาย (@phoomai) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 20:26

    ทำไมหนุมาน เลวขนาดนี้
    #19
    0
  2. #18 rov062 (@rov062) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 17:14

    ขอด่านะ-ชั่ววววววว

    #18
    1
    • #18-1 Fresh14425 (@Fresh14425) (จากตอนที่ 5)
      17 มกราคม 2562 / 18:39
      โอเค ได้เลยค่ะ 5555
      #18-1
  3. #17 Misaki016 (@Misaki016) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 15:01

    ชอบมากเลยค่ะ
    #17
    1
    • #17-1 Fresh14425 (@Fresh14425) (จากตอนที่ 5)
      17 มกราคม 2562 / 15:08

      ขอบคุณมากค่ะ
      #17-1
  4. #16 Woruwalan (@Woruwalan) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 14:59

    สนุกค่าาา
    #16
    1
    • #16-1 Fresh14425 (@Fresh14425) (จากตอนที่ 5)
      17 มกราคม 2562 / 15:07
      ขอบคุณนะค่ะ
      #16-1