(Fic รามเกียรติ์) อรสุดาดวงขวัญ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,879 Views

  • 59 Comments

  • 108 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    284

    Overall
    2,879

ตอนที่ 24 : ทำได้แค่ห่วง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 147
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    28 มี.ค. 62

๒ เดือนต่อมา ในเวลาเช้า


ฟิ้ว...

"...."


 หลังจากที่กุมภกรรณ ได้สิ้นชีพลงไปแล้ว อรสุดาที่บัดนี้ อุ้มท้องได้ ๕ เดือนแล้ว ยังคงมีใบหน้า ที่ดูเศร้าหมอง เพราะการตายของอุปราช ผู้เป็นพระเจ้าอา นางนั่งบนศิลา อยู่นอกค่ายทัพ พลางแหงนหน้ามองฟ้า อย่างเศร้าใจไม่หาย แต่ในตอนนั้นเอง...


ฟุ่บ!!

"อ๊ะ!!"


 ร่างบางถึงกับสะดุ้ง เมื่อถูกวานรขาว เข้าไปสวมกอด พลางเอาหน้าเกยไหล่ พลางบรรจง จุมพิตที่แก้มขวา ทำเอาร่างบางนั้น ถึงกับหน้าแดงดุจตำลึงสุก ก่อนจะกล่าวว่า ใส่หนุมานทันที "เจ้าวานรขาว! เอาอีกแล้วนะ!"


"โธ่...ก็ข้าเห็นเจ้า นั่งเศร้าใจอยู่คนเดียวน่ะ ข้าก็แค่อยากให้เจ้า ยิ้มเท่านั้นเองนะ~ (:3)" วานรขาวกล่าว ด้วยน้ำกวนๆ ก่อนจะแหย่นางต่อ จนกระทั่ง...


ตึง...

ตึง...

ตึง...


"หือ? เสียงอะไรกันน่ะ?" วานรขาว ถึงกับเอ่ยถามขึ้น อย่างฉงนใจ เมื่อได้ยินเสียง กองทัพที่อยู่แต่ไกล แต่ทั้งคู่ก็ยังไม่ทราบ ว่าเป็นเสียงกองทัพผู้ใด ทั้งคู่จึงตัดสินใจ พากันเข้าเฝ้าพระรามทันที...


...............

........

....

ณ พลับพลา


 เมื่อทั้งสองมาถึง หนุมาน กับอรสุดา ก็กราบทูลเรื่องเสียง ของกองทัพศัตรู ให้พระรามทราบทุกประการ พระนารายณ์อวตาร จึงเอ่ยถามพิเภกทันใด


ดูกรพิเภกกุมภัณฑ์

วันนี้ใครยกทวยหาญ

ออกมาต่อกรรอนราญ

เสียงสะเทือนสะท้านธาตรี


บัดนั้น

พญาพิเภกยักษี

ฟังราชโองการพระจักรี

ชุลีกรสนองพระบัญชา

ทัพนี้เป็นทัพโอรส

ท้าวทศพักตร์ยักษา

ชื่อว่าอินทรชิตอสุรา

แกล้วกล้าสามารถอาจนัก

พระเป็นเจ้าทั้งสามปราสาทศร

ฤทธิรอนปราบได้ทั้งไตรจักร

ทั้งปรีชาความคิดขุนยักษ์

แหลมหลักกว่าวงศ์กุมภัณฑ์


"โธ่...คราวนี้ท่านพ่อ...ให้ท่านพี่อินทรชิต มารบกับพวกเราเลยรึเนี่ย..." อรสุดา ที่นั่งฟังอยู่นั้น ถึงกับรำพึงในใจ อย่างนึกตกใจ ระคนกับวิตก เพราะนางเป็นห่วง และรู้สึกกลัว ว่าพี่ชายของนาง จะต้องสิ้นชีวิต เหมือนกับที่กุมภกรรณ ต้องจบชีวิตลง


เมื่อนั้น

พระจักรรัตน์แก้วรังสรรค์

แจ้งว่าโอรสทศกัณฐ์

ยกพวกพลขันธ์ออกมา

จึ่งมีบัญชาอันสุนทร

ดูกรพิเภกยักษา

จะเห็นผู้ใดในพลับพลา

ที่จะต่อฤทธาอสุรี


บัดนั้น 

พญาพิเภกยักษี

ได้ฟังพระราชวาที

น้อมเศียรชุลีแล้วทูลไป

อันวานรที่ในพลับพลา

เห็นจะต่อฤทธามันไม่ได้

ขอให้พระลักษมณ์ภูวไนย

ออกไปต่อกรขุนมาร


เมื่อนั้น

พระจักรีผู้ปรีชาหาญ

ได้ฟังพิเภกโหราจารย์

ผ่านฟ้ามีราชวาที

ดูกรอนุชาทรงลักษณ์

น้องรักผู้ร่วมชีวิตพี่

เจ้าจงยกออกไปราวี

ต่อตีด้วยโอรสทศกัณฐ์


เมื่อนั้น

พระลักษมณ์สุริย์วงศ์รังสรรค์

ได้ฟังพระองค์ทรงสุบรรณ

น้อมเศียรอภิวันท์แล้วทูลไป

ซึ่งจะชิงชัยด้วยอินทรชิต

น้องจะเกรงฤทธิ์ก็หาไม่

จะขออาสาภูวไนย

มิได้อาลัยแก่ชีวี


เมื่อนั้น

พระจักรรัตน์แก้วเรืองศรี

ฟังพระอนุชาพาที

ยินดีดั่งได้ฟากฟ้า

จึ่งมีบัญชาประกาศิต

แก่ลูกพระอาทิตย์ฤทธิ์กล้า

จงจัดพหลโยธา

ให้พระอนุชาฤทธิรอน


บัดนั้น 

พญาสุครีพชาญสมร

รับสั่งสมเด็จพระสี่กร

ก็รีบบทจรออกมา


จัดเอาคำแหงวายุบุตร

คุมพลเจ็ดสมุทรเป็นกองหน้า

กองขันองคตผู้ศักดา

ถือโยธาเจ็ดสมุทรไท

เกียกกายเจ็ดสมุทรทวยหาญ

ศรีชมพูพานเป็นนายใหญ่

กองหลวงสิบสมุทรพลไกร

ว่องไวห้าวหาญชาญยุทธ์

ยุกกระบัตรนั้นจัดนิลนนท์

คุมพลวานรเจ็ดสมุทร

กองหนุนกระบี่โคมุท

พลยุทธ์เกณฑ์เข้าเท่ากัน

กองหลังเจ็ดสมุทรโยธี

นายใหญ่กระบี่นิลขัน

ปีกซ้ายปีกขวาครบครัน

เลือกสรรค์ตัวดีมีฤทธิ์

บ้างถือเสโลโตมร

ธนูศรหอกดาบกระบี่กริช

เตรียมทั้งรถแก้วชวลิต

ตามประกาศิตพระจักรี


"เจ้าวานรขาว เจ้าต้องระวังตัว และคุ้มกันองค์พระลักษณ์ด้วย เพราะพี่ของข้าน่ะ นอกจากมีฤทธิ์เดช และความฉลาดเฉลียวแล้ว เขายังเป็นนักวางแผน ที่ไม่มีใครล่วงรู้ และเขายังได้รับพร และศรของมหาเทพทั้งสามอีกด้วยนะ"


  อรสุดากล่าวเตือน เพราะนางรู้สึกเป็นห่วง ผู้เปฌนสามี พระลักษณ์ และเสนาวานรตนอื่นๆ "ขอบใจเจ้ามากนะ และพี่ก็เห็นแล้วล่ะ แต่เรื่ององค์พระลักษณ์น่ะ เป็นหน้าที่ของพี่อยู่แล้วล่ะจ๊ะ" หนุมานกล่าวรับคำ


 เพราะเขาได้เห็นฤทธิ์ ของอินทรชิต ตอนที่เขาทำลายสวนแล้ว จนกระทั่งสุครีพ ได้ผ่านมาเห็นเข้า ก็กระแอมเบาๆ ทำให้สองผัวเมียนั้น ต้องหยุดพูดคุยทันที


เมื่อนั้น

พระลักษมณ์สุริย์วงศ์เรืองศรี

ครั้นเสร็จซึ่งจัดโยธี

จรลีไปสรงชลธาร


นํ้าทิพย์องค์ท้าวเทเวศร์ถวาย

บุปผาปรุงโปรยปรายหอมหวาน

สุคนธาธารทิพย์สุมามาลย์

สนับเพลาแก้วกาญจน์เป็นเชิงงอน

ภูษาคู่อมรินทร์ทรง

เครือหงส์คาบช่อเกสร

ชายแครงเครื่องทิพย์อลงกรณ์

ชายไหวอรชรทับทิมพราย

ตาบทิศทับทรวงเฟื่องห้อย

สอดสร้อยสังวาลสามสาย

ทองกรรูปวาสุกรีกลาย

พาหุรัดพลอยรายธำมรงค์

ทรงมหามงกุฎทิพมาศ

งามวิลาศดั่งท้าวครรไลหงส์

พระหัตถ์จับพระแสงศรทรง

เสด็จมาลาองค์พระสี่กร


ครั้นถึงน้อมเศียรอภิวาทน์

พระเชษฐาธิราชทรงศร

คอยท่าศุภฤกษ์สถาวร

พร้อมหมู่วานรโยธา


เมื่อนั้น

พระตรีภูวนาถนาถา

สวมสอดกอดองค์พระอนุชา

ผ่านฟ้าอำนวยอวยชัย

จงทรงศักดาวราฤทธิ์

ทุกทิศอย่ารอต่อได้

อันซึ่งศัตรูหมู่ภัย

ให้บรรลัยด้วยศรอนุชา


เมื่อนั้น

พระลักษมณ์สุริย์วงศ์นาถา

รับพรสมเด็จพระจักรา

ใส่เหนือเกศาด้วยยินดี

เสร็จแล้วถวายอภิวาทน์

แทบบาทพระนารายณ์เรืองศรี

เสด็จย่างเยื้องจรลี

ไปขึ้นรถมณีอลงกรณ์


รถเอยราชรถแก้ว

กำวงกงแววประภัสสร

สูงระหงทรงงามสามงอน

อลงกรณ์เลื่อมแก้วกระหนกบัน

ดูยอดดั่งจะย้อยพลอยเพชร

แสงเตร็ดส่องตรัสพระสุริย์ฉัน

สี่มุขสุกแม้นวิมานจันทร์

ชั้นเหมช่อห้อยอลงการ

สารถีเร่งเทพอัสดร

เผ่นโจนโผนจรคะนองหาญ

เครื่องสูงครบสิ่งโอฬาร

ธงฉานทิวฉัตรบังบน

พลโห่พื้นหาญราญรบ

เสียงกลองฆ้องกลบกุลาหล

ผงคลีพัดคลุ้มอำพน

ขับร้นรีบราชรถไป


.................

...........

......

ณ สนามรบ


ครั้นถึงสมรภูมิชัยศรี

จึ่งให้หยุดโยธีทัพใหญ่

ตั้งที่ครุฑนามเกรียงไกร

มั่นไว้ดูกำลังอสุรา


 เมื่อนั้น

อินทรชิตสิทธิศักดิ์ยักษา

ยืนรถอยู่กลางโยธา

แลมาเห็นทัพไพรี

จึ่งมีพระราชบรรหาร

ถามโลทันมารสารถี

อันมนุษย์เป็นจอมโยธี

ขี่รถมณีอลงกรณ์

จะเป็นเชษฐาหรือน้องชาย

กรซ้ายนั้นถือธนูศร

รูปร่างดั่งเทพกินนร

อรชรอ้อนแอ้นทั้งกายา


บัดนั้น

จึ่งโลทันมารยักษา

ได้ฟังพระราชบัญชา

อสุราสนองพระวาที

นี้คือพระลักษมณ์วิไลวรรณ

ที่ต้องหอกกุมภกรรณยักษี

มิได้สิ้นชีพชีวี

บัดนี้กลับยกมารอนราญ


เมื่อนั้น

อินทรชิตฤทธิไกรใจหาญ

ได้ฟังโลทันขุนมาร

ให้ขับรถสุรกานต์ขึ้นไป


ร้องว่าดูก่อนพระอนุชา

ตัวท่านนี้หาปัญญาไม่

ไฉนจึ่งอาจองทะนงใจ

มาชิงชัยด้วยเราผู้ฤทธี

อุปมาดั่งหนึ่งลูกเนื้อ

จะเป็นเหยื่อแก่พญาราชสีห์

ได้เห็นเป็นน่าปรานี

จะมาเสียชีวีไม่ต้องการ

ทั้งสามภพจบทั่วทศทิศ

ย่อมเกรงฤทธิ์เราผู้ห้าวหาญ

เว้นไว้แต่พระผู้ทรงญาณ

เป็นประธานโลกาทั้งห้าองค์

คือพระสยมภูวนาถ

กับองค์กมลาสน์ครรไลหงส์

ทั้งพระนารายณ์ภุชพงศ์

พระนรสิงห์ผู้ทรงศักดา

กับพระเป็นเจ้าเต่าทอง

ซึ่งรองตรีกูฏภูผา

นอกนั้นไม่ครั่นฤทธา

พระอนุชาจงเร่งกลับไป

มิฟังจะอยู่รณรงค์

ไหนจะทนศรทรงของเราได้

ทั้งหมู่สวาวานรไพร

จะบรรลัยด้วยมืออสุรี


เมื่อนั้น

พระลักษมณ์ทรงสวัสดิ์รัศมี

ได้ฟังจึ่งตอบวาที

เหวยเหวยอสุรีพาลา

เอ็งอย่าโอหังอวดเดช

เปรียบพระจอมเกศทั้งห้า

ตัวเรานี้เป็นอนุชา

องค์พระจักราทรงครุฑ

เทวาประชุมเชิญแบ่งภาค

มาจากวารีเกษียรสมุทร

ทรงศรสามเล่มเป็นอาวุธ

ฤทธิรุทรสามโลกไม่เทียมทัน

ท่านดั่งหิ่งห้อยน้อยแสง

หรือจะแข่งเคียงดวงสุริย์ฉัน

ถึงมาตรถ้าตัวทศกัณฐ์

จะบรรลัยด้วยศรไม่พริบตา


 เมื่อนั้น

อินทรชิตสิทธิศักดิ์ยักษา

ได้ฟังกริ้วโกรธโกรธา

แกว่งศรเงื้อง่าแล้วร้องไป

เหม่เหม่ดูดู๋มนุษย์น้อย

ยกตัวกล่าวถ้อยหาจริงไม่

ชิชะน้องนารายณ์เรืองชัย

ดีแล้วจะได้เห็นกัน

ว่าพลางเข่นเขี้ยวกระทืบบาท

พสุธากัมปนาทไหวหวั่น

เหวยเหวยรณภพกุมภัณฑ์

จงเร่งพลขันธ์เข้าโจมตี


บัดนั้น

มหารณภพยักษี

รับสั่งแล้วขับโยธี

เข้าไล่ราวีกระบี่ไพร


บัดนั้น 

อสุราโยธาน้อยใหญ่

กวัดแกว่งอาวุธว่องไว

รุกไล่วานรเป็นโกลา


 ยิงแย้งแทงฟันอลวน

เสียงพลโห่ฮึกฉาวฉ่า

วิ่งหมุนหนุนเนื่องกันเข้ามา

ซ้ายขวาหน้าหลังประดังตี


 บัดนั้น

สุรเสนสุรกานต์กระบี่ศรี

เห็นยักษาดากันเข้าราวี

ก็ขับพลโยธีออกโรมรัน


ยักษ์แทงลิงปัดกัดตบ

หลีกหลบรวดเร็วดั่งจักรผัน

ถ้อยทีถ้อยหักกล้ากัน

ต่างแข็งต่อขันประจัญบาน

บ้างเหยียบเข่าเหยียบเอวเหยียบบ่า

ต่างง่าอาวุธจะสังหาร

หมู่ลิงหักโหมโรมราญ

พลมารตายยับไม่สมประดี


บัดนั้น

มหารณภพยักษี

เห็นหมู่โยธาอสุรี

บ้างตายบ้างหนีวุ่นไป

โกรธาขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน

กระทืบบาทสนั่นหวั่นไหว

ต้อนหมู่พหลพลไกร

กลับเข้าชิงชัยด้วยวานร


ยักษ์ตีลิงรับสับสน

ต่างตนก็ยิงธนูศร

พลลิงตายกลาดพนาดร

ด้วยกำลังฤทธิรอนกุมภัณฑ์


บัดนั้น

ลูกพระพายเทวารังสรรค์

เห็นวานรม้วยชีวัน

โกรธดั่งไฟกัลป์ไหม้ฟ้า

ฉวยชักตรีเพชรฤทธิรอน

วานรกวัดแกว่งสำแดงกล้า

โลดโผนโจนจ้วงทะลวงมา

ออกไล่เข่นฆ่าอสุรี


พลมารตายยับลงกับมือ

ไม่ครือกำลังกระบี่ศรี

เลี้ยวไล่ถาโถมโจมตี

จนหน้ารถมณีขุนมาร


เมื่อนั้น 

อินทรชิตผู้ทรงกำลังหาญ

แลเห็นวานรอหังการ

ไล่ผลาญโยธากุมภัณฑ์

พิโรธโกรธกริ้วกระทืบบาท

ทำอำนาจผาดเสียงดั่งฟ้าลั่น

เหวยไอ้ลิงป่าพนาวัน

ตัวมึงโมหันธ์ทะนงใจ

ไม่เกรงกูผู้วงศ์พรหเมศ

ลือนามขามเดชแผ่นดินไหว

ถือเทพอาวุธเกรียงไกร

ศรชัยสามเล่มมหิมา

เป็นไฉนจึ่งอาจมาต่อสู้

ไม่รู้ว่าจะม้วยสังขาร์

หัวมึงจะขาดจากกายา

ด้วยศรศักดาอันชัยชาญ


บัดนั้น

วายุบุตรวุฒิไกรใจหาญ

ได้ฟังวาจาขุนมาร

ตบหัตถ์ฉัดฉานแล้วตอบไป

ตัวกูก็วงศ์พาลี

ฤทธีฟากฟ้าดินไหว

พระองค์เป็นเจ้าภพไตร

ให้ตรีกูไว้เป็นอาวุธ

ทรงเดชศักดาสามารถ

อาจล้างโคตรมึงให้สิ้นสุด

อย่าพักอ้างอวดฤทธิรุทร

จะยงยุทธ์ด้วยกูผู้ศักดา

อย่าว่าแต่ศรเอ็งสามเล่ม

ถึงแผลงเต็มทั้งในเวหา

ก็ไม่ระคายปลายเส้นโลมา

ยักษามึงอย่าประมาทกัน


เมื่อนั้น

 อินทรชิตฤทธิแรงแข็งขัน

ได้ฟังขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน

กุมภัณฑ์จับศรแผลงไป


สำเนียงดั่งเสียงฟ้าฟาด

พสุธาอากาศหวาดไหว

ต้องวายุบุตรวุฒิไกร

ล้มในพ่างพื้นปัถพี


บัดนั้น

สุครีพองคตกระบี่ศรี

ทั้งสิบแปดมงกุฎเสนี

เห็นศรอสุรีแผลงมา

ต้องซึ่งหนุมานชาญณรงค์

ล้มลงกลิ้งอยู่ตรงหน้า

ต่างตนกริ้วโกรธโกรธา

ตีพลอสุราเข้าไป


หมู่มารหัวขาดตัวขาด

ตายกลาดไม่ทานมือได้

แตกย่นจนหน้ารถชัย

ด้วยฤทธิไกรวานร


เมื่อนั้น

ลูกท้าวทศเศียรชาญสมร

เห็นกระบี่สำแดงฤทธิรอน 

ตีพลนิกรเข้ามา

โกรธาขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน

กุมภัณฑ์แกว่งศรเงื้อง่า

กระทืบบาทประกาศด้วยวาจา

เหวยไอ้ลิงป่าสาธารณ์

อันซึ่งพวกมึงเหล่านี้

อ้างอวดฤทธีว่ากล้าหาญ

พากันออกมารอนราญ

ดีกว่าหนุมานหรือว่าไร

กูคือพระกาลพาลราช

ทรงฤทธิ์อำนาจแผ่นดินไหว

จะเอาชีวิตของมึงไป

ยังรู้หรือไม่ไอ้อัปรีย์


บัดนั้น

พญาสุครีพกระบี่ศรี

ได้ฟังอสุราพาที

โกรธดั่งอัคคีไหม้ฟ้า

จึ่งร้องว่าเหวยไอ้อินทรชิต

มึงอย่าอวดฤทธิ์ให้เกินหน้า

แต่ทศกัณฐ์ผู้บิดา

ก็ไม่อาจเจรจาเหมือนมึงนี้

ไม่รู้หรือเมื่อพ่อมึงยกฉัตร

ครั้งนั้นกูจะตัดเอาเกศี

หากเกรงโองการพระจักรี

หาไม่ชีวีจะบรรลัย

ตัวมึงลูกเล็กเด็กน้อย

ถ้อยคำเจรจาหยาบใหญ่

จะดีกว่าพ่อหรือว่าไร

ชาติไอ้อัปรีย์ทรลักษณ์


เมื่อนั้น

 อินทรชิตสุริย์วงศ์ทรงศักดิ์

ได้ฟังกริ้วโกรธพิโรธนัก

ขุนยักษ์ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน

จึงชักศรสิทธิ์พาดสาย

มุ่งหมายจะฆ่าให้อาสัญ

แผลงไปด้วยกำลังชาญฉกรรจ์

เสียงสนั่นลั่นฟ้าธาตรี


ต้องพญาสุครีพขุนกบินทร์

องคตหลานอินทร์เรืองศรี

ทั้งสิบแปดมงกุฎเสนี

ล้มอยู่กับที่พสุธา


เมื่อนั้น

พระลักษมณ์สุริย์วงศ์นาถา

เห็นศรอินทรชิตแผลงมา

ต้องหมู่เสนาวานร

พิโรธโกรธกริ้วคือเพลิงกัลป์

พระทรงธรรม์ก็ขึ้นธนูศร

น้าวหน่วงด้วยกำลังฤทธิรอน

น้องพระสี่กรก็แผลงไป


เสียงสนั่นครั่นครื้นโพยมหน

สุธาดลกัมปนาทหวาดไหว

เป็นลมอ่อนพัดต้องพลไกร

ก็กลับได้สมประดีคืนมา


แล้วศรชัยไปไล่รอนราญ

พวกพลทวยหาญยักษา

ล้มตายเกลื่อนกลาดดาษดา

ต้องทั้งรัถาอินทรชิต

ย่อยยับเป็นภัสม์ธุลี

ด้วยฤทธีน้องพระจักรกฤษณ์

ราชสีห์สารถีสิ้นชีวิต

เสร็จแล้วศรสิทธิ์ก็กลับมา


เมื่อนั้น

ลูกท้าวทศพักตร์ยักษา

ตกลงยังพื้นพสุธา

อสุรากริ้วโกรธดั่งอัคคี

พระกรกวัดแกว่งศรทรง

อาจองดั่งพญาราชสีห์

เผ่นขึ้นโจมจ้วงทะลวงตี

บนรถมณีพระลักษมณ์


เมื่อนั้น

น้องพระภุชพงศ์ทรงจักร

ประจัญกรรอนราญขุนยักษ์

หาญหักต้านต่อฤทธา

หวดด้วยพระแสงศรทรง

ต้ององค์อินทรชิตยักษา

ตกลงจากรถรัตนา

พระอนุชาก็ไล่ตามตี


เมื่อนั้น

อินทรชิตสิทธิศักดิ์ยักษี

รับหัตถ์ปัดป้องไปในที

ต่างหนีต่างไล่พัลวัน

ต่างตีต่างรับกลับกลอก 

เข้าออกรวดเร็วดั่งจักรผัน

ต่างหาญต่างกล้าไม่ละกัน

ต่างแข็งต่างขันประจัญกร


เมื่อนั้น

พระลักษมณ์สุริย์วงศ์ทรงศร

ผาดโผนโจนไปด้วยฤทธิรอน

ภูธรโจมจับอสุรา

ยืนยันเหยียบเข่าน้าวเกศ

พระทรงเดชแกว่งศรเงื้อง่า

ตีถูกลูกเจ้าลงกา

ยักษาเซไปด้วยฤทธี


เมื่อนั้น

อินทรชิตสุริย์วงศ์ยักษี

กริ้วโกรธพิโรธดั่งอัคคี

อสุรีจับศรแผลงไป


สำเนียงดั่งเสียงสุนิบาต

พสุธาอากาศหวาดไหว

ศรนั้นร้อนแรงเป็นแสงไฟ

ลามไหม้ล้อมกระบี่โยธา


เมื่อนั้น

พระลักษมณ์สุริย์วงศ์นาถา

เห็นศรอินทรชิตเป็นไฟมา

แสงกล้าดั่งหนึ่งเพลิงกัลป์

จึ่งจับพลายวาตขึ้นพาดสาย

หมายล้างอสุราให้อาสัญ

พระหัตถ์น้าวหน่วงยืนยัน

ทรงธรรม์ผาดแผลงไปด้วยฤทธิ์


ดินฟ้าอากาศก็ลั่นเลื่อน

ไหวสะเทือนถึงชั้นดุสิต

เป็นห่าฝนดับเพลิงพิษ

แล้วต้องอินทรชิตอสุรา


เมื่อนั้น

ลูกท้าวทศเศียรยักษา

ต้องศรติดตรึงทั้งกายา

ดั่งว่าจะม้วยชีวี

จึ่งยอพระกรขึ้นเหนือเกศ

ไหว้คุณพรหเมศเรืองศรี

แข็งใจสำรวมอินทรีย์

อสุรีร่ายเวทอันศักดา


ครบถ้วนเจ็ดคาบก็ลูบลง

ทั่วสารพางค์องค์ยักษา

ศรนั้นหลุดจากกายา 

ด้วยเดชมนตราฤทธิรอน

พอเวลาอัสดงคต

ลดลงลับเหลี่ยมสิงขร

จวนสิ้นแสงสีรวีวร

จึ่งว่าดูกรพระลักษมณ์

เราสองสงครามกันมา

ต่อตีทีกล้าโหมหัก

ฝีมือก็ไม่เกินกันนัก

ควรจักเลิกทัพกลับไป

เพลารุ่งสีรวีวร

จึ่งมาต่อกรกันใหม่

ว่าแล้วให้เลิกพลไกร

เข้าในลงกาธานี


เมื่อนั้น

พระลักษมณ์ทรงสวัสดิ์รัศมี

ครั้นเห็นอินทรชิตไม่ต่อตี

อสุรีคืนเข้ายังลงกา

จึ่งขึ้นรถแก้วชวลิต

สั่งลูกพระอาทิตย์ฤทธิกล้า

ให้เลิกพหลโยธา

คืนเข้าพลับพลาอลงกรณ์


...................

..........

.....

ณ ค่ายทัพพระราม


 หลังจากที่กองทัพ ของพระอนุชาแห่งรามา ได้เข้าสู่สมรภูมิ เป็นเวลานาน จนถึงช่วงเวลาเย็น กองทัพวานร ก็เคลื่อนทัพกลับมา โดยที่หน้าค่ายนั้น มีอรสุดา ที่ยืนคอยอยู่ อย่างนึกเป็นห่วง เมื่อเห็นหนุมานกลับมา นางก็ถอนหายใจ ด้วยความโล่งอก


ครั้นถึงน้อมเศียรอภิวาทน์

พระเชษฐาธิราชทรงศร

ทูลความตามได้ราญรอน

ต่อกรอินทรชิตอสุรี


เมื่อนั้น

พระกฤษณุรักษ์เรืองศรี

ฟังพระอนุชาร่วมชีวี

ภูมีแสนโสมนัสนัก

ดั่งได้สมบัติอันโอฬาร

ทั่วทุกสถานไตรจักร

สำรวลสรวลยิ้มพริ้มพักตร์

สวมกอดพระลักษมณ์แล้วอวยชัย

จงทรงศักดาวราฤทธิ์

ทศทิศอย่ารอต่อได้

ตรัสแล้วพระปิ่นภพไตร

เข้าในสุวรรณพลับพลา


 เนื่องจากทุกคน ในกองทัพนั้น ออกรบตั้งแต่เช้าจนเย็น นางที่ได้เตรียมอาหารอยู่ก่อนแล้ว จึงนำอาหาร ที่นางปรุงทำ อย่างสุดฝีมือ ซึ่งทุกคนในทัพ รวมไปถึงพระราม พระลักษณ์ หนุมาน สุครีพ พิเภก องคต ชมพูพาน นิลนนท์์ และวานร ๑๘ มงกุฎ


 ต่างก็อิ่มอร่อย กับรสชาติอาหาร ฝีมือของธิดาเจ้าลงกา โดยเฉพาะวายุบุตร ที่ได้ภรรยายักษ์ เอาผ้าเช็ดหน้า มาเช็ดหยาดเหงื่อ จากการรบให้ หากแต่อรสุดา ยังคงรู้สึกกังวลในใจ เพราะนางรู้พิษสง ของอินทรชิต ผู้เป็นพี่ชายของนางนั้นเอง....


พบตอนต่อไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

0 ความคิดเห็น