(Fic รามเกียรติ์) อรสุดาดวงขวัญ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,949 Views

  • 59 Comments

  • 108 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    354

    Overall
    2,949

ตอนที่ 23 : กุมภกรรณชะตาขาด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 127
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    27 มี.ค. 62

วันต่อมา ในพลับพลา


ตึง...

ตึง...

ตึง...


 ในขณะที่พระราม พระลักษณ์ หนุมาน อรสุดา สุครีพ พิเภก องคต ชมพูพาน และเหล่าเสนาพานร กำลังประชุมทัพนั้น ทั้งหมดก็ได้ยินเสียง การเคลื่อนทัพของกองทัพ จนทำให้พระนารายณ์อวตาร ถึงกับถามโหรายักษ์ ด้วยความสงสัย


อันทัพซึ่งยกมาโรมรัน

อสุรีกุมภกรรณหรือไฉน

หรือว่าอสูรตนใด

ออกมาชิงชัยราวี


บัดนั้น

พญาพิเภกยักษี

ได้ฟังพระราชวาที

ชุลีกรสนองพระบัญชา

อันทัพที่ยกออกมานั้น

คือพญากุมภกรรณยักษา

วันนี้จะสิ้นชีวา

ด้วยชะตาถึงฆาตลัคน์จันทร์

ขอเชิญเสด็จพระสี่กร

ยกพวกพานรพลขันธ์

ออกไปสังหารกุมภัณฑ์

ให้มันสิ้นชีพชีวี


"!!!!!!" คำของพิเภก ทำให้อรสุดา ที่นั่งฟังอยู่นั้น ถึงกับตกตะลึง เมื่อนางได้ทราบว่า...กุมภกกรณผู้เป็นอา...จะไม่หวนกลับมาให้นาง...ได้เห็นอีกแล้ว... "...ท่านอา...ท่านอากุมภกรรณ จะสิ้นชีพวันนี้แล้วรึเนี่ย..."


เมื่อนั้น

พระสุริย์วงศ์องค์นารายณ์เรืองศรี

ได้ฟังพิเภกอสุรี

ภูมีชื่นชมด้วยสมคิด

พักตร์ผ่องดั่งดวงจันทรา

จึ่งมีบัญชาประกาศิต

ตรัสสั่งแก่ลูกพระอาทิตย์

ท่านผู้มีฤทธิ์ปรีชาญ

จงเร่งเกณฑ์แสนยากร

พวกพลวานรทวยหาญ

เตรียมทั้งรถแก้วสุรกานต์

เราจะไปรอนราญอสูรี


บัดนั้น

พญาสุครีพกระบี่ศรี

รับสั่งสมเด็จพระจักรี

ถวายอัญชุลีแล้วออกมา


จัดเป็นอินทรีพยุหบาตร

นิลราชเป็นเศียรปักษา

นิลเอกนิลขันเป็นสองตา

ปากนั้นปิงคลาวานร

คอคือกระบี่ชมพูพาน

คำแหงหนุมานเป็นหงอน

ปีกขวาองคตฤทธิรอน

ปีกซ้ายเกสรทมาลา

เท้าซ้ายจัดนิลปาสัน

ฝ่ายนิลปานันเป็นเท้าขวา

กายนั้นคือจอมโยธา

หางคือพญานิลนนท์

จังเกียงเป็นเล็บสกุณี

โยธีทั้งหลายเป็นลายขน

ล้วนถืออาวุธทุกตน

ร่านรนลำพองคะนองฮึก

นายไพรล้วนมีศักดา

แกล้วกล้าเหี้ยมหาญทะยานศึก

ฤทธิแรงแข็งขันพันลึก

คึกคึกคอยเสด็จพระสี่กร


เมื่อนั้น

พระพงศ์จักรพรรดิทรงศร

จึ่งชวนพระลักษมณ์ฤทธิรอน

บทจรไปสรงวาริน


สองกษัตริย์ชำระสระสนาน

สุคนธารเกสรขจรกลิ่น

สนับเพลารายพลอยโกมิน

เชิงช่อนาคินทร์สังเวียนวง

ภูษาโกไสยต่างสี

ยกเครือเจ็ดคลีกระหนกหงส์

ชายไหวชายแครงฉลององค์

ต่างทรงทับทรวงสังวาลวัลย์

ตาบทิศเฟื่องห้อยมณีช่วง

พาหุรัดเพชรร่วงดวงกุดั่น

ทองกรฉลุแก้วมังกรพัน

ธำมรงค์เรือนสุบรรณกางกร

ต่างทรงมงกุฎดอกไม้ทัด

ขัดพระขรรค์เพชรรัตน์แล้วจับศร

งามดั่งสุริยันกับจันทร

บทจรไปขึ้นรถทรง


รถเอยราชรถทิพย์

แอกงอนอ่อนลิบงามระหง

กำแก้วประกับประกอบกง

ดุมวงแสงวามอร่ามพลอย

ภาพล้อมบัลลังก์กระจังลวด

พนักอิงบังอวดกระหนกห้อย

จตุรมุขงามแม้นพิมานลอย

บันช้อยห้อยฉัตรอรชร

เทียมด้วยสินธพเทพบุตร

เริงร้อนฤทธิรุทรดั่งไกรสร

พระลักษมณ์นั่งหน้าประนมกร

เครื่องสูงสลอนสลับกัน

มาตุลีสารถีเทวา

ขับอาชาเผ่นดั่งจักรผัน

ผงคลีมืดคลุ้มชอุ่มควัน

ปี่กลองสนั่นครั่นครึก

เสียงรถเสียงม้ากุลาหล

เสียงพลโห่ร้องก้องกึก

ล้วนเหล่าลำพองคะนองฮึก

ขับกันคึกคึกรีบจร


.................

............

......

ณ สนามรบ


ครั้นมาถึงที่สนามรบ

พระตรีภพสุริย์วงศ์ทรงศร

ให้หยุดโยธาพลากร

ดูกำลังฤทธิรอนอสุรี


"...ท่านอา..." อรสุดา ที่สวมชุดนักรบ ยืนมองดูอีกฝ่าย อย่างนึกวิตกกังวล พลางลูบครรภ์ของนาง อย่างรู้สึกเศร้าใจ


เมื่อนั้น

พญากุมภกรรณยักษี

ยืนรถอยู่กลางโยธี 

อสุรีเหลือบแลแปรไป

เห็นกองทัพยกออกมา

โยธาเพียบพื้นแผ่นดินไหว

ทั้งสองมนุษย์วุฒิไกร

ทรงมหารถชัยมาด้วยกัน

จึ่งพินิจพิศเพ่งเล็งดู

ก็รู้ว่าพระรามรังสรรค์

อสุรีขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน

สั่งให้พลขันธ์เข้าโจมตี


บัดนั้น

นนทกาลสูรยักษี

รับสั่งพญาอสุรี

ก็ขับหมู่โยธีเข้ารอนราญ


พลยักษ์เข้าหักพลลิง

แยงยิงฟันแทงสำแดงหาญ

กวัดแกว่งอาวุธดั่งเพลิงกาล

โถมทะยานเข้ากลุ้มตะลุมบอน


บัดนั้น

ฝ่ายพลกระบี่ชาญสมร

หักเอาด้วยกำลังฤทธิรอน

วานรตีตอบกุมภัณฑ์


ปากกัดตีนถีบมือตบ

ไล่ตลบรวดเร็วดั่งจักรผัน

อสุราแตกตายทับกัน

ลิงนั้นบันบุกรุกมา


บัดนั้น

จึ่งนนทกาลสูรยักษา

เห็นกระบี่ไล่ตีอสุรา

โกรธาตาแดงดั่งแสงไฟ

เข่นเขี้ยวเคี้ยวกรามเกรี้ยวกราด

กระทืบบาทเพียงพื้นแผ่นดินไหว

ขับพวกพหลพลไกร

เข้าไล่โจมตีวานร


พุ่งซัดอาวุธดั่งห่าฝน

ต่างตนลั่นปืนธนูศร

ถาโถมโรมรันประจัญกร

ฟันฟอนไม่ละลดกัน


บัดนั้น

หนุมานฤทธิแรงแข็งขัน

เห็นหมู่อสุรกุมภัณฑ์

บุกบันไล่ตีกระบี่มา

ก็ออกยืนขวางหน้าไม่ราถอย

คอยล้างชีวิตยักษา

กวัดแกว่งตรีเพชรอันศักดา

เข้าไล่เข่นฆ่าอสุรี


แทงซ้ายป่ายขวาอุตลุด

ด้วยกำลังฤทธิรุทรกระบี่ศรี

พลมารตายแตกไม่สมประดี

ยักษ์หนีลิงไล่พัลวัน


บัดนั้น

นนทกาลฤทธิแรงแข็งขัน

กริ้วโกรธพิโรธดั่งไฟกัลป์

กุมภัณฑ์โจมจับหนุมาน


"เจ้าวานรขาวระวัง!!!" อรสุดา ที่กำลังรบกับเหล่ายักษ์ เมื่อเห็นยักษ์นนทกาลสูร กำลังจะเข้าทำร้ายวานร ผู้เป็นสามี นางจึงกระโดดพุ่งไป ที่อสูรเสนี โดยไม่เกรงกลัวอย่างใด พลางใช้อาวุธของนาง เข้าไปป้องกันหนุมานไว้


บัดนั้น

นนทกาลสูรผู้ใจหาญ

ครั้นเห็นสตรีเข้าขวางขัด

ให้กริ้วโกรธดุจไฟกาล

เข้าสู้รบพุ่งต่อตีไป

ด้วยมิรู้ว่าเป็นธิดายักษ์

ประหัตประหารสู้ไปมิผ่อนพัก

เสนีใจกล้าฟันโดนมาลา


ฉึก!!!

ฟิ้ว.....

"!!!!!"


 ทันทีที่นนทกาลสูร ได้ฟันไปที่พระมาลา ทุกสายตาของเหล่ายักษ์ ที่มองนักรบหญิง ด้วยความตกตะลึง เพราะไม่เชื่อสายตา ก็พลันเข้ามา เมื่อพระมาลา ได้หล่นจากศีรษะ จนเผยให้ดวงพักตร์งาม ที่มีดวงเนตร ที่แดงฉานดุจโลหิต


 ทำเอากุมภกรรณ ที่ยืนดูเหตุการณ์ บนราชรถนั้น ถึงกับแทบพูดไม่ออก เมื่อพบว่านักรบหญิงคนนั้น เป็นหลานสาวของตนเอง...และเขาก็แทบไม่เชื่อ...ว่าพระนัดดา...จะองอาจถึงเพียงนี้... "...อรสุดา...เป็นเจ้าหรือเนี่ย..."


บัดนั้น

คำแหงหนุมานชาญสมร

รับรองป้องปัดคทาธร

วานรโจมจับอสุรี


แทงด้วยตรีเพชรชัยชาญ

ต้องอกนนทกาลยักษี

ล้มลงกับพื้นธรณี

ก็สิ้นชีวีด้วยฤทธา


แล้วจับเอาศพโยนไป

ต้องหน้ารถชัยยักษา

ทำเป็นยักคิ้วหลิ่วตา

ตบมือชี้หน้าขุนมาร

เหวยเหวยกุมภกรรณขุนยักษ์

ตัวเองฮึกฮักอวดหาญ

วันนี้เศียรมึงจะแหลกลาญ

วายปราณด้วยศรพระจักรี


 เมื่อกล่าวเยาะเย้ยจบ หนุมานก็เข้าประคอง ธิดาพญายักษ์ ที่กำลังจะเป็นลม เพราะเพิ่งรบกับนนทกาลสูร พลางกล่าวถาม ด้วยความห่วงใย "น้องอรสุดา เจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหมจ๊ะ?" "ไม่...ข้าไม่เป็นอะไรมากนัก..."


เมื่อนั้น

พญากุมภกรรณยักษี

ได้ฟังหนุมานพาที

โกรธดั่งอัคคีไหม้ฟ้า

กระทืบบาทผาดแผดสุรเสียง

สำเนียงสนั่นดั่งฟ้าผ่า

เหวยเหวยไอ้ลิงพาลา

มึงอย่าเจรจาให้เกินพักตร์

ตัวกูเป็นวงศ์พรหเมศ

เลื่องชื่อลือเดชทั้งไตรจักร

หัวมึงจะขาดด้วยมือยักษ์

ว่าแล้วชักศรแผลงไป


เสียงสนั่นครั่นครื้นอากาศ

พสุธากัมปนาทหวาดไหว

มืดมิดปิดแสงอโณทัย

เกิดเป็นเปลวไฟไหม้มา


เมื่อนั้น

พระตรีภพลบโลกนาถา

เห็นกุมภกรรณอสุรา

แผลงศรศักดามาราวี

เป็นเพลิงร้อนแรงแสงฉาน 

ล้อมพวกพลหาญกระบี่ศรี

พระเนตรมุ่งหมายอสุรี

ภูมีก็แผลงพาลจันทร์


เปรี้ยงเปรี้ยงดั่งเสียงฟ้าฟาด

โลกธาตุสะเทือนเลื่อนลั่น

เป็นห่าฝนมาดับเพลิงกัลป์

แล้วต้องพลขันธ์อสุรา

ทั้งหมู่ม้ารถคชสาร

ก็แหลกลาญสิ้นชีพสังขาร์

หัวขาดตีนขาดดาษดา

ด้วยอานุภาพพระจักรี


เมื่อนั้น

พญากุมภกรรณยักษี

เห็นมนุษย์แผลงศรมาราวี

พวกพลอสุรีบรรลัยลาญ

โกรธกริ้วนิ่วหน้าขบฟัน 

ตรัสสั่งโลทันใจหาญ

ให้ขับรถแก้วสุรกานต์

ทะยานเข้าโจมตีวานร


เมื่อนั้น

พระรามสุริย์วงศ์ทรงศร

แลเห็นกุมภกรรณฤทธิรอน

ไล่กระบี่นิกรเข้ามา

จึ่งสั่งมาตุลีเทเวศร์

อันเรืองเดชฤทธิแรงแข็งกล้า

ให้ขับรถแก้วแววฟ้า

เข้ารับรถอสุรี


เมื่อนั้น

พญากุมภกรรณยักษี

เห็นมนุษย์ขับรถมาราวี

โกรธดั่งอัคคีบรรลัยกาล

จึ่งชักศรสิทธิ์ขึ้นพาดสาย

มุ่งหมายเขม้นจะสังหาร

น้าวหน่วงด้วยกำลังชัยชาญ

ขุนมารก็ผาดแผลงไป


เสียงสนั่นครั่นครื้นอัมพร

สิงขรกัมปนาทหวาดไหว

เป็นอาวุธตกต้องกระบี่ไพร

บรรลัยด้วยฤทธิ์อสุรา


เมื่อนั้น

พระสุริย์วงศ์องค์นารายณ์นาถา

เห็นวานรม้วยมรณา

ด้วยศรศักดาอสุรี

จึ่งชักอัคนิวาตพาดสาย

หมายล้างอาวุธยักษี

น้าวหน่วงด้วยกำลังอินทรีย์

ภูมีผาดแผลงไปด้วยฤทธิ์


พสุธาอากาศก็หวาดหวั่น

เสียงสนั่นถึงชั้นอกนิษฐ์

เป็นเพลิงล้างอาวุธปัจจามิตร

แล้วศรสิทธิ์ไปต้องรถชัย

ขององค์พญามารทรง

กำกงหักโค่นไม่ทนได้

ราชสีห์สารถีก็บรรลัย

พลไกรตายกลาดดาษดา


เมื่อนั้น

น้องท้าวทศเศียรยักษา

สิ้นรถสิ้นทศโยธา

อสุราประหวั่นพรั่นใจ

ให้ย่อท้อมิใคร่จะต่อฤทธิ์

แล้วคิดมานะขึ้นมาได้

ตัวกูชาติชายอาชาไนย

ฤทธิไกรเลิศลบธาตรี

มาตรแม้นตัวตายจะไว้ยศ

ให้ปรากฏฟากฟ้าราศี

จะเสียดายอะไรแก่ชีวี

ถึงที่แล้วก็จำจะวายปราณ

คิดแล้วกวัดแกว่งพระแสงศร

สำแดงฤทธิรอนกำลังหาญ

ทำอำนาจผาดโผนโจนทะยาน

ขึ้นรอนราญบนรถพระรามา


เมื่อนั้น

จึ่งองค์พระลักษมณ์กนิษฐา

รับหัตถ์ปัดป้องอสุรา

หวดซ้ายป่ายขวาวุ่นไป

พระนารายณ์ก็ตีด้วยศรทรง

กุมภกรรณตกลงไม่ทานได้

สององค์ผู้ทรงฤทธิไกร

ก็โจนรถรุกไล่ราวี


เมื่อนั้น

พญากุมภกรรณยักษี

ผู้เดียวยืนยันประจัญตี

อสุรีไม่คิดชีวา

พระหัตถ์กวัดแกว่งศรศาสตร์

หมายมาดเขม้นเข่นฆ่า

โลดโผนโจนจับพระจักรา

ด้วยกำลังโกรธากุมภัณฑ์


ถ้อยทีถ้อยรับกันสับสน

อลวนรวดเร็วดั่งจักรผัน

ต่างหาญต่างกล้าไม่ละกัน

พัลวันต่อกรรอนราญ


เมื่อนั้น

พระจักรกฤษณ์ลือฤทธิ์ทุกทิศาล

รับรองป้องกันประจัญบาน

ทะยานขึ้นเหยียบทันที


หวดด้วยพระแสงศรทรง

ต้ององค์กุมภกรรณยักษี

เสียงสนั่นลั่นพื้นปัถพี

อสุรีซวนเซไปมา


แล้วชักพรหมาสตร์ขึ้นพาดสาย

หมายล้างชีวิตยักษา

ก็ผาดแผลงไปด้วยศักดา

ถูกอกพญากุมภกรรณ


"ท่านพี่กุมภกรรณ!!!!/ท่านอาเพคะ!!!!" พิเภกกับอรสุดา ที่เห็นเหตุการณ์ ต่างตะโกนเรียกนามอีกฝ่าย ด้วยความตกใจ ก่อนที่ทั้งคู่นั้น จะเข้าไปประคอง ร่างของอุปราชลงกา ที่มีศรพรหมาสตร์ปักอกอยู่


เมื่อนั้น

น้องท้าวทศเศียรรังสรรค์

ต้องศรยังไม่ม้วยชีวัน

กุมภัณฑ์ล้มลงกับปัถพี

แลเห็นพระองค์ทรงลักษณ์

ผ่องพักตร์จำรัสรัศมี

สีเขียวดั่งนิลมณี

มีกายปรากฏเป็นสี่กร

ทรงเทพอาวุธจักรสังข์

ทั้งตรีคทาศิลป์ศร

จึ่งรู้ว่านารายณ์ฤทธิรอน

จากเกษียรสาครเสด็จมา

ตกใจด้วยไม่ทันคิด

มาต่อฤทธิ์พระบรมนาถา

แม้นฟังพิเภกอนุชา

ที่ไหนชีวาจะบรรลัย

เสียแรงเป็นวงศ์พรหเมศ

จะพิเคราะห์เหตุผลก็หาไม่

ดั่งชาติทรลักษณ์จัญไร

น้อยใจเป็นพ้นพันทวี

คิดแล้วยอกรเหนือศิโรตม์

ร้องทูลขอโทษยักษี

ซึ่งข้าผิดพลั้งครั้งนี้

เพราะเหตุด้วยพี่ผู้อาธรรม์

จึ่งจำสุดสิ้นชีวิต

ด้วยศรพระจักรกฤษณ์รังสรรค์

ขอพระองค์ผู้ทรงสุบรรณ

จงส่งไปสวรรค์ชั้นฟ้า

อันซึ่งพิเภกขุนยักษ์

ผู้เป็นน้องรักของข้า

ขอฝากไว้ใต้เบื้องบาทา

พระจักราจงโปรดปรานี


"ฮึก...ท่านอาเพคะ...ฮือ..." ร่างบางร่ำไห้ เมื่อเห็นปิตุลา ต้องมาสิ้นชีพ ไปต่อหน้าต่อตานาง และโหรพิเภก ผู้เป็นอาอีกตนของนางเอง


เมื่อนั้น

พระกฤษณุรักษ์เรืองศรี

ได้ฟังกุมภกรรณอสุรี

จึ่งมีบัญชาตอบไป

ถึงมาตรเอ็งเป็นปัจจามิตร

เราจะคิดพยาบาทก็หาไม่

อสุราอย่าพะว้าพะวังใจ

อาลัยถึงพิเภกอนุชา

เพื่อนนั้นสัจธรรม์กตัญญู

ตัวกูจะเลี้ยงรักษา

ฝ่ายเอ็งซึ่งม้วยมรณา

จะได้ไปฟากฟ้าดุษฎี


เมื่อนั้น

พญากุมภกรรณยักษี

ได้ฟังบัญชาพระจักรี

ดั่งวารีทิพย์ชโลมใจ


จึงเรียกพิเภกเข้ามา

อสุราสั่งพลางแล้วร้องไห้

ตัวพี่จะม้วยบรรลัย

ดวงใจค่อยอยู่สถาวร

ซึ่งเจ้าจะทำราชการ

ใต้เบื้องบทมาลย์พระทรงศร

สิ่งใดอย่าได้อนาทร

ผ่อนตามฤทัยพระทรงฤทธิ์

จงอุตส่าห์แสวงหาความชอบ

ให้รอบรู้หน้าหลังระวังผิด

จึ่งจะว่าดีมีความคิด

ญาติมิตรจะได้พึ่งอนุชา


 เมื่อกล่าวสอนพิเภกจบ พญายักษ์อุปราช ก็หันหน้ามาทางหลานสาว ที่กำลังจะเป็นแม่ ของบุตรในครรภ์ พลางลูบหัวนาง อย่างอ่อนโยน "....อรสุดาหลานรัก...อาก็ขอโทษ...ที่อามิคำตักเตือน...ของเจ้าด้วยนะ"


"....และอาก็เสียใจ...ที่อาจะต้องจากไป...โดยมิได้ทันเห็นหน้า...ลูกของเจ้าที่ยังมิเกิด...แต่อาก็ดีใจนะ...ที่หลานอาจหาญ...และกล้าหาญมาก...อาภูมิใจเจ้ามาก...นะ..." อุปราชอสุรา กล่าวจบได้ไม่นาน


 มือที่ลูบศีรษะ ของผู้เป็นหลานสาว ก็ร่วงหล่นสู่พื้น ก่อนที่น้องพญายักษ์ จะสิ้นลมไปต่อหร้าต่อตา "ทะ...ท่านอา!!!!!!....ฮือ..." อรสุดา ที่เห็นพระปิตุลา จากไปอย่างสงบ นางก็ถึงกับกรีดร้อง อย่างเจ็บปวดยิ่งนัก


บัดนั้น

พญาพิเภกยักษี

เห็นเชษฐาสิ้นชีพชีวี

อสุรีเข้ากอดเอาศพไว้


ชลเนตรคลอคลองนัยนา

แสนโศกโศการํ่าไห้

โอ้พระเชษฐาผู้ร่วมใจ

น้องได้ทูลห้ามไม่เชื่อฟัง

ดันดึงไปด้วยกำลังหลง

ประมาทหมิ่นต่อองค์พระทรงสังข์

จนถึงสิ้นชีพชีวัง

ดูดั่งโมหันธ์อันธพาล

เสียแรงครองธรรม์ทศพิธ

ทั้งความคิดปรีชากล้าหาญ

เลื่องชื่อลือทั่วทั้งจักรวาล

สุริย์วงศ์พรหมานประเสริฐนัก

เพราะฟังเชษฐาที่อาสัตย์

จนพลัดเอาคอมารอจักร

รํ่าพลางสะอื้นซบพักตร์

ขุนยักษ์ก็สิ้นสมประดี


"...ฮือ...ท่านอา...ท่านอาเพคะ...ฮึก...ฮือ..." ธิดาพญายักษ์ ที่ร่ำไห้อย่างเจ็บปวด อย่างแสนสาหัส ก่อนจะนอนหมดสติ พร้อมกับพิเภก โดยมีเสียงของหนุมาน ที่ร้องตะโกน ด้วยความตกใจ...


"น้องอรสุดา!!!!!!"


พบตอนต่อไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #53 EngEnglish (@EngEnglish) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 00:16

    อรสุดาอย่าเป็นอะไรไปนะลูก!!!!
    #53
    1
    • #53-1 Fresh14425 (@Fresh14425) (จากตอนที่ 23)
      28 มีนาคม 2562 / 06:05
      น่าสงสารจัง (T^T)
      #53-1
  2. #52 EngEnglish (@EngEnglish) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 00:15
    หนุมานดูแลเมียดีๆหน่อยโว้ย!!!!!
    #52
    0