(Fic รามเกียรติ์) อรสุดาดวงขวัญ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,941 Views

  • 59 Comments

  • 108 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    346

    Overall
    2,941

ตอนที่ 21 : คำนายดวงชะตา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 230
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    22 มี.ค. 62

วันต่อมา


"ฮึ่ย! นี่แน่ะ!!" อรสุดาที่ตื่นแล้ว หลังจากที่อาบน้ำล้างตัว นางก็ลองใช้พระขรรค์ และธนูศร ที่ขอยืมจากพระลักษณ์ ทำการต่อสู้กับหุ่นไม้ ที่เหล่าเสนาวานร มักจะทำเพื่อฝึกซ้อม ซึ่งมันก็ดูแปลกตาทีเดียว


 เพราะการซ้อมนั้น มันเป็นอันตราย ต่อบุตรในครรภ์มาก ทว่าดูเหมือนว่าร่างบาง จะไม่ค่อยสนใจ เรื่องกฎเกณฑ์นี้เท่าไรนัก ถึงกระนั้นเอง นางก็ค่อยระวังครรภ์ ไม่ให้รับอันตรายอยู่ดี และนางก็ยังคงฝึกซ้อมต่อไป


 ถ้ามิติดว่าหนุมาน ที่เดินตามหาเมีย เดินผ่านมาเห็นเข้า ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ แล้วโอบเอวร่างบาง จากทางข้างหลังไว้ จนธิดาพญายักษ์ เริ่มรู้สึกตัว ก่อนจะหันไปข้างหลัง จึงพบว่าเป็นสามีของนางเอง แต่ก็อดนึกที่จะถามไม่ได้ จึงกล่าวถามขึ้นมา


"เจ้าวานรขาว เจ้ามาหาข้า ด้วยเรื่องอันใดหรือเปล่า?" "ก็เปล่านะ แต่เจ้าหายไปดื้อๆแบบนี้ เดี๋ยวใจของข้า จะว้าวุ่นแทบแย่เอานะ" วานรขาวกล่าว พลางเอาจมูกซอกคออ่อน ที่มีขนที่นุ่มนิ่ม ชวนให้จั๊ก


 แต่กลับทำให้อรสุดา รู้สึกอุ่นใจ ที่มีวานรขาว คอยอยู่เคียงข้าง ซึ่งทำให้นาง พอจะโล่งใจได้บ้าง ที่บุตรในอุทรของนาง ยังมีบิดา ที่คอยคุ้มครองอยู่ แต่สิ่งที่นางสงสัย


 นั่นคือตัวนางนี้ จะทำการซ้อมอาวุธ อยู่สองชนิด นั่นคือพระขรรค์ และธนูศรเท่านั้น ซึ่งมันนับว่าแปลก เพราะอาการแพ้ท้องของนาง มันทำให้นาง อยากฝึกซ้อมการรบ และสองศัตราวุธ เมื่อนางได้ทำสิ่งที่นาง ต้องการจะทำเท่านั้น


 อาการแพ้ครรภ์ ก็หายเป็นปลิดทิ้ง แต่ก็สร้างความกังวล ให้กับหนุมาน ผู้กำลังจะเป็นพ่อ จึงต้องดูแลธิดาพญายักษ์ อย่างใกล้ชิด ถึงกระนั้นเอง อรสุดาก็ยังวิตกในใจ เรื่องการตั้งครรภ์ของนาง ด้วยนางเกรงว่า...ถ้ากุมภกรรณ รู้เรื่องนี้เมื่อใด...


...นางและลูก...จะปลอดภัยหรือไม่...


 แต่ในขณะที่องค์หญิง แห่งนครลงกา กำลังวิตกกังวลนั้นเอง....


ตึง!...

ตึง!...

ตึง!...

"!!!"


 เสียงพื้นพสุธา ที่สนั่นหวั่นไหว ทำเอาสองสามีภรรยา ต้องหยุดทำการซ้อมทันที ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้อรสุดา รู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก เพราะมันทำให้นาง คาดการณ์ได้ว่า...ที่มาของเสียงนั้น...คงเป็นทัพของผู้นั้น...


"...เสียงนี้...หรือว่าท่านอา..." "น้องอรสุดา พี่พวกเราต้องเข้าเฝ้าแล้วล่ะ" หนุมานกล่าว กับเมียรัก ซึ่งนางก็พยักหน้าเห็นด้วย ก่อนที่ทั้งคู่ จะเดินไปที่พลับพลาทันที...


.................

..............

..........

ณ พลับพลา


 เมื่อหนุมาน กับอรสุดา ได้ไปถึงพลับพลาแล้ว ทั้งสองสามีภรรยา จึงนั่งเข้าประจำที่ แต่เนื่องจากช่วงท้อง ของธิดาพญายักษ์ เริ่มที่จะนูนขึ้นมา ทำให้คนอื่นๆ พากันจ้องมอง ไปที่ครรภ์ของนาง แต่มักถูกสายตาดุ และหึงหวง ของวานรขาว จนต้องหลบสายตาทันที


พอได้ยินสำเนียงกึกก้อง

สะเทือนท้องมรกตสิงขร

ผงคลีบดบังทินกร

ภูธรจึ่งมีพระบัญชา

ดูกรพิเภกกุมภัณฑ์

อันเสียงเลื่อนลั่นสนั่นป่า

จะเป็นทัพกุมภกรรณยกมา

หรือว่าอสูรตนใด


บัดนั้น

พิเภกผู้มีอัชฌาสัย

ได้ฟังบัญชาภูวไนย

บังคมไหว้สนองวาที

อันทัพที่ยกออกมา

คือพญากุมภกรรณยักษี

ทรงโมกขศักดิ์อันฤทธี

วันนี้เห็นมีกำลังนัก


เมื่อนั้น

พระรามสุริย์วงศ์ทรงจักร

ได้ฟังน้องท้าวทศพักตร์

ว่าทัพขุนยักษ์ที่ยกมา

มีกำลังด้วยเทพอาวุธ

ทั้งเรืองฤทธิรุทรแกล้วกล้า

จึ่งมีพระราชบัญชา

ถามพญาพิเภกอสุรี

ครั้งนี้จะเห็นผู้ใด

จะต่อกรชิงชัยด้วยยักษี

จึ่งจะไม่เสียท่วงที

แก่ไอ้อสุรีอาธรรม์


บัดนั้น

พิเภกโหราตัวขยัน

รับสั่งพระองค์ทรงสุบรรณ

บังคมคัลสนองพระวาจา

อันท้าวพญาวานร

เห็นไม่ต้านทานกรยักษา

ขอให้พระศรีอนุชา

ไปต่อฤทธาด้วยขุนมาร


นั้น

พระจักรกฤษณ์ลือฤทธิ์ทุกทิศาล

ได้ฟังพิเภกโหราจารย์

ผ่านฟ้าชื่นชมยินดี

จึ่งว่าดูกรเจ้าลักษมณ์

น้องรักผู้ร่วมชีวิตพี่

จงยกพหลโยธี

ไปต่อตีดูกำลังอสุรา


เมื่อนั้น

น้องพระหริรักษ์นาถา

น้อมเศียรกราบลงกับบาทา

แล้วสนองบัญชาด้วยยินดี

ตัวน้องขอรองฉลองบาท

พระเชษฐาธิราชเรืองศรี

สู้ตายไม่เสียดายชีวี

มิให้เคืองธุลีพระทรงฤทธิ์


เมื่อนั้น

พระภุชพงศ์องค์นารายณ์จักรกฤษณ์

ฟังพระอนุชาร่วมชีวิต

ดั่งสุรามฤตชโลมทา

ตรัสสั่งลูกพระสุริย์ฉาน

ให้ตรวจเตรียมทวยหาญซ้ายขวา

ไปด้วยพระศรีอนุชา

เข่นฆ่าอริราชไพรี


บัดนั้น

พญาสุครีพกระบี่ศรี

รับสั่งสมเด็จพระจักรี

ถวายอัญชุลีแล้วออกมา


จัดเอาสุรกานต์ชาญยุทธ์

คุมพลเจ็ดสมุทรเป็นกองหน้า

เกียกกายเกสรทมาลา

คุมโยธาถ้วนสิบสมุทรไท

กองหลวงนั้นพลสิบห้าสมุทร

เลือกล้วนฤทธิรุทรแผ่นดินไหว

ยกกระบัตรโคมุทวุฒิไกร

คุมไพร่สิบสมุทรวานร

กองหลังมหัทวิกัน

พลขันธ์เจ็ดสมุทรชาญสมร

กวัดแกว่งอาวุธสำหรับกร

ดั่งจะช้อนเอาพื้นแผ่นดิน

ต่างตนลำพองคะนองศึก

เริงร่านหาญฮึกด้วยกันสิ้น

เตรียมทั้งรถแก้วโกมิน

กบินทร์คอยเสด็จยาตรา


เมื่อนั้น

พระลักษมณ์สุริย์วงศ์นาถา

ลาองค์สมเด็จพระจักรา

เสด็จมาที่สรงชลธาร


ให้ไขท่อแก้วปทุมทอง

เป็นละอองเฟื่องฟุ้งหอมหวาน

สุคนธาปรุงทิพย์สุมามาลย์

สนับเพลาเครือก้านสุบรรณบิน

ภูษาพื้นสีเขียวขำ

ทองชํ้าเชิงรูปภุชงค์สิ้น

ชายแครงช่อเครือกินริน

ชายไหวรายนิลกระหนกครุฑ

ทับทรวงร่วงแสงสังวาลวัลย์

ตาบทิศกุดั่นประดับบุษย์

เฟืองห้อยร้อยห่วงชมพูนุท

ธำมรงค์เรือนครุฑทองกร

พาหุรัดเป็นรูปนาคกลาย

มงกุฎแก้วแพร้วพรายประภัสสร

ขัดพระขรรค์จับศิลป์ฤทธิรอน

บทจรขึ้นรถพรรณราย


"เจ้าวานรขาว!" อรสุดา ที่บัดนี้ตั้งครรภ์ ได้ ๓ เดือน ตะโกนเรียกวานร ผู้เป็นสามี ซึ่งวายุบุตร ถึงกับหันมาตามเสียง ก่อนจะมองภรรยายักษ์ ที่เดินมาหาเขา อย่างนึกสงสัย "น้องอรสุดา น้องมีอะไ..."


จุ๊บ!

"!!! (0///0)"

"เฮ้ย!!!"

"!!!! (-///-)"


 สิ่งที่ไม่คาดคิด ก็บังเกิดขึ้น ท่ามกลางสายตา ของทุกคนที่อยู่บริเวณนั้น เมื่อร่างบางนั้น ได้เขย่งเท้า ก่อนจะประทับรอยจูบ ลงบนปากของหนุมาน ทำเอาร่างสูงนั้น ถึงกับหน้าแดงขึ้นมา


 ก่อนจะกล่าวกับนาง แม้จะยังพูดติดขัดอยู่บ้าง "...ขะ...ขอบใจนะ...ที่กำลังใจพี่น่ะ...ถะ...ถ้างั้น...พี่ไปก่อนนะจ๊ะ..." "มะ...ไม่เป็นไรหรอก...เจ้าก็รีบไปหน่อยนะ...และก็ระวังตัวด้วย..." คำพูดของนาง ทำให้วานรขาว รู้สึกมีกำลังใจ ก่อนจะเดินตามทัพไป


รถเอยราชรถแก้ว

ดุมวงกงแวววิเชียรฉาย

แปรกหามงามพริ้มโพยมพราย

จำหลักลายภาพล้อมบัลลังก์ลอย

เสาแก้วมังกรกระหนกมาศ

เครือหงส์ลงหาดช่อห้อย

จัตุรมุขสุกพลามอร่ามพลอย

ท้ายเฉิดงอนช้อยด้วยธงชาย

สารถีขับเทพสินธพ

ลำพองรบผาดเผ่นเขม้นหมาย

เครื่องสูงจับพื้นโพยมพราย

ธงรายนำริ้วเป็นทิวไป

เสียงฆ้องกลองประโคมโครมครื้น

สะท้านพื้นทั่วภพแผ่นดินไหว

หมู่ทหารขานโห่เอาชัย

รีบพวกพลไกรยาตรา


...................

.............

.......

ผ่านไป ๘ ชั่วโมง


 หลังจากที่พระลักษณ์ หนุมาน และวานรตนอื่นๆ ได้ออกไปที่สนามรบ ไปตั้งหลายชั่วโมงแล้ว อรสุดา ก็ยังไม่เห็นทุกคน กลับมาที่ค่ายกองทัพ นางจึงยืนรอทุกคน ที่หน้าค่ายทัพ อย่างนึกกังวล เพราะนางรู้เป็นห่วงทุกคน รวมไปถึง...


วานรผู้เป็นสามี ของนางเอง...


"ทำไมทุกคน ถึงไปนานขนาดนี้นะ..."

ตึก! ตึก! ตึก!

"หือ?"


 ในขณะที่ธิดาพญายักษ์ กำลังยืนรอ อย่างวิตกกังวลนั้น ก็พลันมีวานรตนหนึ่ง ที่มีกายสีแสด วิ่งมาหานาง ด้วยสีหน้าที่ตื่นตระหนก จนร่างบางนั้น อดที่จะถามไม่ได้ "ท่านนิลนนท์ เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดท่านวิ่งมาเช่นนี้"


"คนอื่นๆล่ะ พวกเขาหายไปไหน? ท่านถึงวิ่งกลับค่าย มาเพียงตนเดียวล่ะ" "อรสุดา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วล่ะ!" "เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอ....หรือว่าเกิดเรื่องไม่ดีเข้าน่ะ" อรสุดาเอ่ยถาม อย่างนึกกังวล เพราะนางคาดได้ทันที ว่าจะต้องเรื่องเลวร้ายขึ้น ภายในกองทัพ


 ซึ่งเป็นไปตามที่นางคาด เมื่อหญิงได้รับคำตอบ จากบุตรพระเพลิง "ใช่แล้ว...องค์พระลักษณ์...พระองค์ทรงถูกกุมภกรรณ พุ่งหอกปักอกแล้ว!!!!" "ห๊า! อะไรนะ!!!?? ถ้าเช่นนั้น เดี๋ยวเราจะแจ้งข่าวนี้ ให้องค์พระรามทรงทราบเอง"


 ธิดาพญายักษ์ กล่าวกับนิลนนท์ ก่อนจะเดินเข้าไปพลับพลา แล้วแจ้งข่าวร้าย ที่เกิดขึ้นให้ทราบ ซึ่งเมื่อทั้งพระราม และพิเภก ได้ฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้น ก็รู้สึกตกใจเป็นอันมาก จนพวกเขาต้องยกทัพบางส่วน ไปที่สนามรบ


 โดยมีนิลนนท์ เดินอยู่นำหน้า ส่วนอรสุดานั้น เนื่องจากนางกำลังมีครรภ์อยู่ พระนารายณ์อวตาร จึงอนุญาตให้นาง นั่งที่ท้ายราชรถ แต่ก็เกิดเรื่องขึ้น เพราะความมืดของราตรี ได้ครอบคลุมพื้นที่ จึงทำให้บุตรพระเพลิง พากองทัพหลงทางในกลางป่า


พระพิโรธโกรธกริ้วกระทืบบาท

พสุธากัมปนาทหวาดไหว

เหวยไอ้นิลนนท์จังไร

เหตุใดจึ่งพากูหลงมา

ว่าแล้วจับจันทวาทิตย์

ทรงฤทธิ์พาดสายเงื้อง่า

น้าวหน่วงแผลงไปในเมฆา

เสียงสนั่นลั่นฟ้าธาตรี


เกิดเป็นศศิธรสามดวง

โชติช่วงจำรัสรัศมี

แสงสว่างพ่างพื้นธรณี

ภูมีเร่งรีบเสด็จจร


................

............

........

ณ สนามรบ


ครั้นถึงซึ่งที่รณรงค์

เห็นองค์อนุชาชาญสมร

ต้องโมกขศักดิ์ฤทธิรอน

ภูธรก็วิ่งเข้าไป

พระหัตถ์จับหอกประคองฉุด

จะเขยื้อนเลื่อนหลุดก็หาไม่

ปักแน่นดั่งตรึงลงไว้

ภูวไนยยิ่งเศร้าโศกนัก

ลดองค์ลงแอบแนบน้อง

ตระกองช้อนเกศขึ้นใส่ตัก

รับขวัญพินิจพิศพักตร์

พระทรงจักรรำพันโศกี


โอ้อนิจจาเจ้าเพื่อนยาก

แสนทุกข์ลำบากมาด้วยพี่

เลื่องชื่อลือฤทธิ์ทั้งธาตรี

หรือมาแพ้อสุรีพาลา

เสียแรงไวกูณฐ์มาด้วยกัน

ว่าจะมล้างอาธรรม์ริษยา

เจ้ามาสิ้นชีพชีวา

แต่พี่ยาจะทำศึกไป

ถึงมีชัยได้เมียก็เสียน้อง

จะต้องการอะไรก็หาไม่

ครั้นจะกลับคืนเข้าเวียงชัย

ใครเลยจะนับว่าเป็นชาย

ทั้งสามสมเด็จพระชนนี

จะโศกาโกรธพี่ไม่รู้หาย

ว่ารักเมียใช้น้องไปให้ตาย

ความอายจะชั่วกัลปา

เสียเมียรักแล้วมิหนำ

มาซ้ำเสียองค์กนิษฐา

จะอยู่ไยให้ทนเวทนา

จะสู้สิ้นชีวาด้วยน้องรัก

ไปสู่เมืองฟ้าสุราลัย

ให้ลับตาพวกภัยปรปักษ์

รํ่าพลางกอดองค์พระลักษมณ์

ซบพักตร์กันแสงไม่สมประดี


บัดนั้น

พญาพิเภกยักษี

เห็นพระองค์ทรงโศกโศกี

อสุรีกราบลงกับบาทา

ทูลว่าพระลักษมณ์สุริย์วงศ์

ยังไม่ปลงชีวังสังขาร์

อันโมกขศักดิ์อสุรา

พรหมาประสิทธิ์ประสาทไว้

ทรงอานุภาพฤทธิรุทร

ต้องใครจะฉุดนั้นไม่ไหว

แต่มียาคู่หอกชัย

ให้ไว้สำหรับแก้กัน

แม้นละไว้จนรุ่งราตรี

ต้องแสงพระรวีจะอาสัญ

ขอให้ลูกพระพายเทวัญ

ไปห้ามพระสุริยันในชั้นฟ้า

อย่าเพ่อรีบรถบทจร

ข้ามยุคุนธรภูผา

แล้วให้ไปเก็บตรีชวา

ทั้งยาชื่อสังกรณี

ยังเขาสรรพยาบรรพต

ปรากฏอยู่ยอดคีรีศรี

กับปัญจมหานที

สรรพยาทั้งนี้มาให้ทัน

แม้นว่าได้บดชโลมลง

องค์พระอนุชาไม่อาสัญ

จะดำรงคงชีพชีวัน

หอกนั้นก็จะหลุดขึ้นมา


เมื่อนั้น

พระตรีภูวนาถนาถา

ได้ฟังพิเภกโหรา

ผ่านฟ้าค่อยคลายอาวรณ์

จึ่งมีพระราชบรรหาร

ตรัสสั่งหนุมานชาญสมร

ท่านจงไปห้ามพระทินกร

ให้งดก่อนอย่าเพ่อจรลี

แล้วรีบไปเก็บโอสถ

โดยกำหนดพิเภกยักษี

อันปัญจมหานที

มีอยู่ในกรุงอยุธยา

จงแจ้งทั้งสองน้องรัก

ว่าพระลักษมณ์ต้องหอกยักษา

จะขอนํ้าปัญจคงคา

ประกอบยาแก้หอกกุมภัณฑ์


บัดนั้น

หนุมานฤทธิแรงแข็งขัน

รับสั่งพระองค์ทรงสุบรรณ

ถวายบังคมคัลแล้วออกไป


"เดี๋ยวก่อน เจ้าวานรขาว!" "จ๊ะ น้องอรสุดา มีอะไรเหรอจ๊ะ?" หนุมานเอ่ยถาม เมื่อได้ยินเสียง ของผู้เป็นภรรยา ที่ตะโกนเรียกขึ้นมา ร่างบางจึงกล่าว กับวานรผู้เป็นสามี ในซึ่งที่ทำให้ทุกคน ที่อยู่ในสนามรบ รวมถึงวานรขาว ถึงกับประหลาดใจขึ้นมา


"ในเมื่อเขาสั่งให้เจ้า ไปเอานำและยา จากสรรพยา ข้าอยากขอให้เจ้า ช่วยไปเอาผลมะม่วงสุกและผลจัน ผลอย่างละ ๑๐ ผล มาให้เราด้วยนะ" "(._.;;)" คำขอของนาง ทำเอาหนุมาน แทบจะไปไม่ถูก แต่เพราะทั้งหน้าที่ และเห็นแก่ลูกในครรภ์


 วายุบุตรจึงรับคำ ของธิดาพญายักษ์ ก่อนจะเหาะจากไป....


..................

............

.....

ผ่านไป ๒ ชั่วโมง


 หลังจากที่หนุมาน ได้เหาะจากไป ตั้งแต่ยังไม่พ้นราตรี วานรขาวก็เหาะกลับมา โดยปรากฎเป็นสี่มือ มือหนึ่งถือผลสังกรณีตรีชวา อีกมือหนึ่งถือขวด ที่ใส่น้ำปัญจมหานที ส่วนสองมือที่เหลือนั้น ถือผ้าใส่ของบางอย่าง ข้างละ ๑ ผืน


 ก่อนจะเหาะลงข้างล่าง แล้วยื่นยาและน้ำ ให้กับพิเภก จากนั้นก็ยื่นผ้าใส่ของทั้งสอง ให้กับอรสุดา พลางกล่าวให้นางทราบ "น้องอรสุดา นี่เป็นใสผลมะม่วงสุก และผลจันอิน ที่น้องต้องการจ๊ะ ดังนั้น เมื่อรักษาองค์พระลักษณ์แล้ว เจ้าก็กินได้เลยนะจ๊ะ" ธิดาพญายักษ์ พยักหน้ารับคำ


เมื่อนั้น

พระจักรีผู้ปรีชาหาญ

รับยามาจากหนุมาน

ผ่านฟ้าชื่นชมด้วยสมคิด

ส่งให้พิเภกอสุรี

แล้วมีบัญชาประกาศิต

เร่งประกอบยาอันมีฤทธิ์

ถอนพิษแก้องค์พระอนุชา


บัดนั้น

พญาพิเภกยักษา

รับสั่งแล้วเอาสรรพยา

ประกอบด้วยปัญจาสุธารส

ทุกสิ่งเสมอภาคกัน

กุมกัณฑ์วางหน้าศิลาบด

ไหว้คุณพรหมาในโสฬส แ

ล้วนั่งเสกโอสถบดไป


ครั้นเสร็จบดยาในราตรี

พิเภกผู้มีอัชฌาสัย

จึ่งทาลงที่แผลหอกชัย

ลูบไล้เสกเป่าไปมา

โมกขศักดิ์ก็หลุดออกจากองค์

น้องพระภุชพงศ์นาถา

มิได้มีแผลกับกายา

พระอนุชาก็ฟื้นสมประดี


เมื่อนั้น

พระลักษมณ์ทรงสวัสดิ์รัศมี

ลืมเนตรเห็นองค์พระจักรี

ยินดีดั่งได้โสฬส

ลุกขึ้นน้อมเศียรอภิวาทน์

กราบลงแทบบาทบงกช

แล้วทูลด้วยถ้อยคำมธุรส

แจ้งหมดแต่แรกยกมา

ซึ่งตัวข้าน้อยออกต่อตี

เสียทีกุมภกรรณยักษา

หากพระองค์มาช่วยชีวา

หาไม่จะม้วยบรรลัย

พระคุณลํ้าฟ้าธาตรี

ไม่มีสิ่งที่จะเปรียบได้

ขอสนองรองบาทพระทรงชัย

ไปกว่าจะม้วยชนมาน


เมื่อนั้น

พระตรีภพลบโลกทุกสถาน

ฟังพระอนุชาชัยชาญ

ผ่านฟ้าจึ่งมีพระบัญชา

มาตรแม้นเจ้าม้วยชีวี

ตัวพี่ก็จะสิ้นสังขาร์

ไม่อยู่ให้ทนเวทนา

ตามไปฟากฟ้าสุราลัย

ตรัสแล้วสั่งลูกพระทินกร

ให้เลิกพลวานรน้อยใหญ่

คืนเข้าสุวรรณพลับพลาชัย

โห่สนั่นหวั่นไหวทั้งธาตรี


.................

...........

.....

ณ ที่ค่ายกองทัพ


"ง่ำๆๆๆ อร่อยจริงๆเลย ง่ำๆๆ" อรสุดากล่าว พลางกินผลไม้สองชนิด อย่างเอร็ดอร่อย โดยมีหนุมาน พระราม พระลักษณ์ สุครีพ พิเภก องคต ชมพูพาน และเสนาวานรตนอื่นๆ พากันมองดู อย่างประหลาดใจ


"น้องอรสุดาจ้า ค่อยๆกินก็ได้นะจ๊ะ เดี๋ยวลูกในท้องจะจุกเอานะจ๊ะ" วานรขาวกล่าวเตือน กับบุตรีทศเศียร ให้นึกถึงบุตรในครรภ์ "เรื่องนี้ข้ารู้ แต่ข้ารู้สึกอยากกินผลไม้เหล่านี้ เสียให้หมดน่ะ" หญิงสาวกล่าวตอบกลับ


 ก่อนจะกินผลมะม่วงสุก และะผลจันอินต่อจนหมด แล้วกลับไปนอน ในห้องของหนุมาน ทิ้งให้วานรขาว ยืนเหงื่อตก เพราะเห็นอรสุดา กินผลไม้ ๒๐ ผลจนหมด ก่อนที่พระราม จะเอ่ยถาม กับโหรยักษ์ขึ้นมา


"ท่านพิเภก บุตรในครรภ์ของนางนี้ ดูจะมีฤทธิ์มากพอสมควร ถึงขนาดทำให้นาง ต้องฝึกรำดาบ และยิงธนูศร อีกทั้งนางยังเสวย ผลไม้เหล่านั้นได้ถึงเพียงนี้ ท่านจงทำนายสิ ว่าลูกของนางเป็นเช่นไร?" "พะยะค่ะ"


 พิเภกรับคำบัญชา ก่อนจะหยิบดินสอพอง มาขีดเขียน ลงบนกระดานชนวน พลางนับนิ้วคำนวน เมื่อได้ทราบดวงชะตาแล้ว จึงกราบบังคม ก่อนจะแจ้งให้ทุกคนทราบ "ขอเดชะ พระอาญามิพ้นเกล้า อันว่าบุตรของนางนั้น"


"เป็นกุมารฝาแฝด ที่มีฤทธิ์มาก ดังที่พระองค์ได้กล่าวไว้ โดยวานรตนพี่นั้น ชำนาญด้านใช้พระขรรค์ ส่วนวานรตนน้อง ชำนาญด้านศรศิลป์พะยะค่ะ" คำทำนายนี้ สร้างความยินดี ให้กับทุกคนในกองทัพ รวมถึงหนุมาน เป็นอย่างมาก


"ห๊า! ลูกของข้า...เป็นแฝดรึเนี่ย!?" "นี่ข้าเป็นปู่แล้วรึเนี่ย!?" สุครีพถามสหาย อย่างตื่นเต้นยิ่งนัก "อื้ม และข้าก็เป็นตาของเด็กด้วยนะ" พิเภกกล่าว อย่างยินดีเช่นกัน แม้แต่ชมพูพานเองก็เช่นกัน "ถ้าเช่นนั้น ข้าก็เป็นอาของพวกเขาด้วย"


"แต่ข้าไม่รู้นะ ว่าหลานที่เป็นแฝดน่ะ จะเรียกข้าว่าอา หรือว่าลุงกันเล่า" องคตกล่าวทั้งยินดี และทั้งกังวล จนวานรสีแดงชาด ต้องเอ่ยถามหลานชายทันที "ทำไมรึ องคตหลานอา?" "ท่านอา เพราะตัวหลานนี้ เป็นพี่ของแม่เด็กในครรภ์ ก็ควรจะมีศักดิ์ เป็นลุงของพวกเขา"


"แต่หลานก็เป็นญาติผู้น้อง ของพ่อเด็กด้วยนะขอรับ หลานก็เลยกังวล ว่าพวกเขาจะเรียกหลาน ว่าลุงหรืออานี่แหละขอรับ" บุตรพาลี กล่าวอธิบาย ให้ผู้เป็นอาฟัง ซึ่งสุริยบุตร ก็พยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะกล่าวปลอบขึ้นมา


"หลานอา เจ้าอย่าได้วิตกนัก ถ้าพวกเขาเห็นว่าเจ้า เป็นวานรแบบเดียวกับอา และหนุมาน พวกเขาก็ถือว่าเจ้า เป็นอาของพวกเขา เจ้าอย่าได้ใส่ใจเลยนะ" "...ขอบพระคุณมากขอรับ ในเมื่อท่านอากล่าวเช่นนี้ หลานก็ค่อยโล่งใจหน่อยนะขอรับ"


"ดีแล้วล่ะ หลานอา แต่ตอนนี้พวกเราน่ะ ต้องพักผ่อนก่อนนะ" สุครีพกล่าวกับองคต ก่อนที่ทั้งหมดนั้น จะพากันนอนพักผ่อน แต่ก็ไม่มีใครรู้ ว่าการที่พระลักษณ์ รอดชีวิตกลับมา อีกทั้งคำทำนายนั้น


 จะอยู่ในสายตา และหูของหมู่ยักษ์ ที่คอยดูเหตุการณ์ เสนายักษาทั้งหมด พากันแอบนึกตกใจ เมื่อเห็นน้องของฝ่ายศัตรู ฟื้นสติกลับมา อีกทั้งมารู้ทีหลัง ว่าธิดาอรสุดานั้น กำลังมีครรภ์กับวานรขาว ทั้งหมดจึงรีบกลับกรุงลงกาทันที....


พบตอนต่อไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #46 EngEnglish (@EngEnglish) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 19:35
    หนุมานมีความห่วงเมีย 55
    #46
    1
    • #46-1 Fresh14425 (@Fresh14425) (จากตอนที่ 21)
      22 มีนาคม 2562 / 21:44
      และห่วงลูกค่ะ (^ ^)
      #46-1
  2. #45 EngEnglish (@EngEnglish) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 19:35
    อ่านแล้วอยากกืนมะม่วงอ่ะ หิวววววววว
    #45
    1
    • #45-1 Fresh14425 (@Fresh14425) (จากตอนที่ 21)
      22 มีนาคม 2562 / 22:00
      ไรท์ก็ด้วยค่ะ
      #45-1
  3. #44 EngEnglish (@EngEnglish) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 20:35

    อารมณ์ประมาณภรรยายืนส่งสามีไปปทำงานตรงหน้าประตู 55
    #44
    1
    • #44-1 Fresh14425 (@Fresh14425) (จากตอนที่ 21)
      20 มีนาคม 2562 / 21:32

      จริงๆด้วยค่ะ
      #44-1
  4. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  5. #41 alexandrite1 (@alexandrite1) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 00:00
    น่ารักจังเลย พระธิดาอรสุดา
    #41
    0
  6. #40 alexandrite1 (@alexandrite1) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 00:00
    น่ารักจังเลย พระธิดาอรสุดา
    #40
    0