(Fic รามเกียรติ์) อรสุดาดวงขวัญ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,941 Views

  • 59 Comments

  • 108 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    346

    Overall
    2,941

ตอนที่ 2 : ประพาสชมเมือง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 628
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    16 ม.ค. 62

ผ่านไป ๑๕ ปี


 ท่ามกลางเสียงปักษา ที่กระพือปีก ดังมาแต่ไกลนั้น ภายในบานหน้าต่าง มีร่างของเด็กสาวผู้หนึ่ง ที่งดงามไม่แพ้นางฟ้า และเหล่าเทพธิดา จากสรวงสวรรค์ เพียงแต่ดวงเนตรของนาง มีสีแดงดั่งโลหิต แต่นั่นก็ทำให้นาง มีความงดงามยิ่งนัก


 ดวงเนตรสีเลือด ได้มองลงข้างล่าง ที่มีเหล่านางกำนัล และทหารยักษ์ทั้งหลาย ที่กำลังวุ่นวายกับหน้าที่ ที่พวกเขาได้รับไหนๆ และเมื่อมองไปข้างหน้า ที่อยู่นอกหน้าต่าง ก็เห็นประชาการอสูรา ที่กำลังเดินไปมา อยู่ทั่วถนนสีเหลือง


 แต่ถึงกระนั้นเอง หญิงสาวร่างบางนั้น ก็ดูเหมือนว่านาง กำลังเบื่ออย่างเต็มทีแล้ว เนื่องจากตั้งแต่เล็กจนโต นางไม่เคยที่จะมีโอกาศเลย ที่นางจะได้ออกนอกบ้างเมือง ที่พระราชบิดาของนาง ได้ปกครองอยู่เลย


 เพียงเพราะคำทำนาย ของพระเจ้าอาของนางเอง ก็ถึงกับทำให้พระบิดร ต้องสั่งให้เหล่าเสนา และนางสนมกำนัล คอยดูแลนาง ไม่ให้คลาดสายตา อีกทั้งสั่งให้นางนั้น ต้องอยู่แต่ในวัง และเมืองนี้เท่านั้น แต่แม้ว่านาง จะรู้สึกเบื่อหน่ายแค่ไหน


 นางก็เข้าใจ ในความห่วงใย ของพญายักษ์ผู้พ่อ และทั้งเหล่าพี่ๆของนาง ต่างก็มาเล่นเป็นเพื่อน กับนางด้วย เพื่อที่นางจะได้มีเพื่อน ไว้คอยแก้เหงาด้วย เพียงแต่ครั้งนี้ นางได้ตัดสินใจแล้ว ว่านางต้องเปลี่ยนบรรยากาศเสียใหม่


"เฮ้อ...อยู่แต่ในวังเนี่ย ก็น่าเบื่อจังเลยนะ แบบนี้ต้องขออนุญาติท่านพ่อแล้วล่ะ" เมื่อพระธิดาอรสุดา คิดได้ดังนั้น นางจึงรีบแต่งตัว ก่อนจะเดินออกจากห้อง แล้วเดินไปหาบิดา และมารดาของนาง ซึ่งพวกเขานั้น อยู่ในห้องบรรทมนั้นเอง


 เมื่อนางเดินไปถึงหน้าห้อง นางก็เคาะประตูเพียง ๓ ครั้ง ทำให้พระชนก และพระชนนีแห่งนาง ต้องรีบเปิดประตู จนพบว่าเป็นบุตรี ทั้งคู่ก็แอบนึกตกใจ อยู่มาบ้าง แต่พวกเขาก็ไม่ว่าอะไร ก่อนจะพาลูกสาว เข้าไปพูดคุยในห้อง


 โดยพญาทศกัณฐ์นั้น ได้เริ่มกล่าวถามกับบุตรสาว ด้วยความประหลาดใจ "อรสุดาลูกพ่อ เจ้ามาหาพ่อกับแม่ในครั้งนี้ เจ้ามีเรื่องอันใดรึ?" "...คือว่า...ตัวลูกนี้...อยากออกไปชมบ้านเมืองเพคะ..." "(=_=lll)" พญายักษ์ ถึงกับนิ่งไปทันที


 เนื่องจากเขานั้น จำได้ว่าเขา ได้สั่งให้นางอยู่แต่ในวัง แต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรอีก นอกจากถอนหายใจ เพราะตัวเขาเอง ก็อยากให้ลูกสาวแสนสวยนี้ ได้เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง จึงกล่าวด้วยความรักบุตรี


"ลูกพ่อ...ที่จริงแล้วพ่อ ก็ไม่อยากให้ลูก ออกไปข้างนอกหรอดนะ แต่นี่ลูกอยู่ในเมือง ถ้าลูกต้องการล่ะก็ พ่อก็ยินดี ที่จะให้ลูกได้ชมเมืองนะ" "นั่นสิเพคะ ท่านพี่ น้องก็ว่าลูกอรสุดาน่ะ อยู่ในวังเป็นเวลานานแล้ว ควรให้นางได้ออก ไปชมเมืองเสียบ้างนะเพคะ"


 นางมณโฑกล่าวเสริม จึงทำให้พญายักษ์ พยักหน้าเห็นด้วย กับความคิดของเมียรัก จึงรีบออกจากห้องไป เพื่อบัญชาให้สองเสนาพี่เลี้ยง ให้จัดขบวน สำหรับชมบ้านเมือง ของเหล่าประชาราษฎร แด่พระธิดาแห่งตน


...........

.......

....

ทางด้านที่นอกวัง


 ท่ามกลางเหล่าประชากรยักษ์ ที่กำลังเดินไปมา บนถนนในเมืองนั้น ก็มีร่างของอสุราหนุ่มตนหนึ่ง ที่นุ่งเสื้อผ้า และโจงกระเบน อีกทั้งสะพายย่าม ไว้ที่แขนขวาของตน ซึ่งภายนอกนั้น เขามีรูปลักษณ์ เฉกเช่นยักษ์ทั่วๆไป


 หากแต่มิมีผู้ใดล่วงรู้เลย ว่าแท้จริงแล้วนั้น เขาคือผู้ที่มาสอดแนม ในกรุงลงกาของพวกอสูร เพื่อสืบข่าวเรื่องนางสีดา ที่พญาทศกัณฐ์ ได้ลักพาตัวมานี่เอง เขาเดินพลางมองซ้ายขวาไปมา เพื่อตามหาหญิงสาวคนนั้น แต่ในขณะที่เขา กำลังตามหาอยู่นั้นเอง...


ตึง!

ตึง!

"ขบวนของพระธิดา เสด็จมาแล้ว!!!"


 เสียงคำประกาศของเสนายักษ์ ทำเอาชาวอสุราทั้งหลาย ที่กำลังเดินบนถนนนั้น ต้องหยุดทำกิจกรรมเหล่านั้น ก่อนจะวิ่งออกจากแถวกลางถนน แล้วนั่งคนละฝั่ง ทั้งซ้ายและขวา รวมถึงยักษ์แปลงด้วย


 เขาได้นั่งคุกเข่า รวมกับชาวลงกา เขาแอบนึกสงสัย ว่าเหตุใดชาวเมืองนี้ ถึงต้องนั่งคุกเข่าเช่นนี้ ก่อนที่เขาจะได้รับคำตอบ เมื่อมีขบวนช้างทรง ของเจ้านครลงกา ได้เดินขบวนออกมา โดยหนึ่งในนั้น เป็นช้างเทพลีลา ที่ได้เดินออกมา


 ซึ่งนั่นก็ทำให้เขา ได้เห็นร่างของหญิงสาวผู้หนึ่ง ที่มีรูปโฉมงดงาม ปานประหนึ่งเทพธิดา ที่ได้ลงมาจุติ จากสรวงสวรรค์ของพระอินทร์ แต่เขาก็ยังไม่หายสงสัยนัก เนื่องจากนางผู้นี้ มีรูปร่างหน้าตา ที่คล้ายกับมนุษย์ทั่วๆไปนั่นเอง


 จนเขาต้องเอ่ยถาม กับนางยักษ์ชราผู้หนึ่ง ที่นั่งอยู่ใกล้ๆเขา "นี่ยาย...คนที่อยู่บนช้างนั้น เป็นผู้ใดกันรึ?" "อ้าว! นี่พ่อหนุ่มมาจากที่อื่นหรือเนี่ย?" "ใช่แล้วจ้ะยาย ข้ามาที่นี่เป็นครั้งแรกน่ะจ๊ะ" "อ๋อ...อย่างนี้นี่เอง เข้าใจล่ะ ถ้าเช่นนั้นแล้ว เดี๋ยวยายจะอธิบายให้ฟังนะ"


"ผู้ที่บนหลังช้างเทพลีลานี้ ก็คือพระธิดาอรสุดา ทรงเป็นพระราชธิดา ของท่านท้าวทศกัณฐ์ กับพระนางมณโฑน่ะสิ พ่อหนุ่ม" "เอ๊ะ!? พระนางเป็นพระธิดา ของเจ้านครลงกาหรือนี่?" ยักษ์หนุ่มเอ่ยถามขึ้นมา


 ด้วยความสงสัย เพราะพระอรสุดานั้น มีรูปกายดั่งเช่นมนุษย์ธรรมดา จนนางยักษิณีเฒ่า ถึงกับประหลาดใจ ในความขี้สงสัย ของอสุราตนนี้นัก "อ้าว!? นี่พ่อหนุ่ม ถ้าจะเห็นพระธิดา ทรงมีรูปลักษณ์ คล้ายมนุษย์นะ อันนี้ยายไม่ว่านะ"


"เพราะพระนางมณโฑ ทรงเป็นนางกำนัล ที่องค์พระอิศวร ได้ประทานให้ท่านท้าวทศกัณฐ์ พระนางทรงมีพระโอรสนามว่า ท่านอินทรชิต เพราะได้รบชนะพระอินทร์มาแล้วล่ะ แต่ว่า...ทั้งสองพระองค์ และพระราชธิดาอรสุดา ก็น่าสงสารนะ..."


"น่าสงสารด้วยเรื่องอะไรเหรอจ๊ะ ยาย?" ยักษ์หนุ่มเอ่ยถาม ด้วยความแปลกใจ ซึ่งนางยักษ์เฒ่า ก็ตอบและอธิบาย ให้อีกฝ่ายฟัง "...เพราะก่อนหน้าที่พระธิดาอรสุดา จะประสูตินั้นน่ะ พระนางมณโฑ....ทรงมีพระราชธิดาองค์หนึ่ง..."


"แต่ท่านพิเภก ผู้เป็นพระอนุชา ของท่านท้าวทศกัณฐ์ ได้ทำนายเอาไว้ ว่าพระธิดาองค์นี้ จะนำภัยพิบัติ มาสู่บ้านเมือง ไม่แม้กระทั่งพระบิดา ของนางเอง จนพระธิดาองค์นั้น ถูกใส่ผอบ ลอยไปตามแม่น้ำแล้ว"


"ส่วนพระธิดาอรสุดา...ท่านพิเภกก็ทำนายไว้ ว่าพระนางจะเกิดมา เพื่อเป็นเชลยให้กับฝ่ายศัตรูน่ะ ด้วยเหตุนี้แหละ ท่านท้าวทศกัณฐ์ จึงสั่งให้พวกทหาร และนางกำนัล ให้คอยดูแลนางอย่างเข้มงวด และสั่งไม่ให้นางออกนอกเมืองเลย แม้แต่ครั้งเดียวแน่ะ"


"โห...แค่คำทำนายเนี่ย ถึงกับต้องเตรียมการ อย่างใหญ่โตแน่ะยาย" ยักษ์หนุ่มถึงกับอึ้ง ถึงการเตรียมการ ที่มีระบบคุ้มกัน อย่างแน่นหนา จากปากของยักษิณีชรา ที่เล่าเรื่องราวทุกอย่าง อย่างยืดยาว ก่อนที่เขาจะมองหญิงสาวอีกครั้ง


 แต่ขบวนของนาง ก็ได้เดินผ่านหายไปเสียแล้ว...ถึงกระนั้นเอง เขาก็ยังจดจำ...รูปพักตร์ที่งดงาม ของนางได้อยู่ดี แม้ว่าเขา...จะทราบว่านาง...เป็นบุตรีของฝ่ายศัตรูก็ตาม...


...........

.....

..

ณ เวลาใกล้ค่ำ


 หลังจากที่อรสุดา ได้ชมบ้านเมืองเสร็จนั้น นางก็ได้กลับเข้าวังตามเดิม ซึ่งในบัดนี้ นางได้นุ่งผ้ารัดอกสีแดงอ่อนๆ และผ้าถุงสีเขียวสด แต่เนื่องจากนางนั้น ไม่อยากให้ชายใด มาเห็นเรือนร่างของนาง จึงใช้ผ้าผืนใหญ่ มาคลุมไหล่เอาไว้


 ก่อนจะปลดผมออก จากผมหางม้าสองข้าง ก็กลายมาเป็นเรือนผมตรงสีดำขลับ ที่ส่องเปล่งประกาย ดั่งเพชรสีนิล หากแต่ผมหน้าของนางนั้น ยังคงปิดตาข้างซ้าย อยู่เหมือนเดิม "เฮ้อ...รู้สึกว่าวันนี้ เราจะดูชมบ้านชมเมืองได้แล้วนะ...หาว...ทำไมคืนนี้..."


"...รู้สึกง่วงจังเลยนะ...." นางกล่าว อย่างมึนหัว อย่างบอกไม่ถูกนัก แต่นางก็ห่มผ้าผืนสีน้ำไหล ก่อนจะนอนหลับไหลไป โดยที่นางไม่รู้เลย ว่าสาเหตุที่ทำให้นางง่วงนั้น เป็นฝีมือของผู้บุกรุก ที่ได้เข้ามาในเมืองก่อนหน้านั้น


 และเขาก็เป็นคนเดียวกัน กับคนที่ได้ชมขบวนของนาง อีกทั้งในตอนนี้ เขาก็มาแอบดูเรือนร่างของนาง โดยเขาได้มองผ่านหน้าต่าง ครั้งเมื่อดวงจันทร์เพ็ญ ได้สาดแสงลงมา จึงเผยให้เห็นร่างของวานรตนหนึ่ง ที่มีกายสีขาวไปทั้งตัว และใบหน้าที่คมสัน


 รวมกับร่างกาย ที่กำยำล่ำสัน ซึ่งก็บ่งบอกถึง ความเป็นชายชาติทหาร และชายชาตรี ในเวลาเดียวกัน ได้เป็นอย่างดี ในเวลานี้เอง เขามองร่างที่ไร้สติ ของหญิงสาว ผู้เป็นธิดาของศัตรู จนอดนึกที่จะกล่าวพรรณนาไม่ได้


โอ้ว่าเจ้านี้งามเป็นพวงขวัญ

ดวงพักตร์งามหยดดั่งจันทร

เรือนเกศาสีขลับดำดั่งเพชรนิล

พระศอแก้วดรุณีคือคอหงสา

สองพระกรรณเฉกว่าเป็นสัตตบรรณ

สีสองนัยนาพ่างถึงโลหิตสด

โอษฐ์เจ้าเอยปานว่าจะแย้มบาน

สองแก้มนวลกันยา

ประหนึ่งว่าเป็นทัมทิมผลาหาร

นาสิกงามเหมือนชาวสรรค์

จะแสร้งปั้นให้ปลงใจ

ทั้งสองกรเป็นงวงงาคชสาร

ทั้งขาเจ้าช่างไหวอ่อน

เหมือนว่าเป็นก้านบุษบา

พานรินทร์ว่ารำพันพลางนึกให้

จิตปั่นป่วนให้พ้นคิด


 วานรขาว กล่าวพรรณนา พลางมองร่างงาม ของหญิงสาว ทำให้จิตใจของเขา แทบจะปั่นป่วนไปหมดสิ้น แต่ถึงกระนั้น เขาก็พยายาม ที่จะไม่ให้คิดถึงเรื่องนี้ เขาจากหน้าต่างห้องไป พลางแอบกล่าวไว้ ก่อนจะเหาะหายไปกับตา


"เจ้าจงหลับไปก่อนเถิด...สักวันหนึ่ง...ข้าจะทำให้เจ้า กลายเป็นเชลย อย่างที่ยายเขาว่ามา ก็แล้วกันนะ"


พบตอนต่อไป


~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

อันนี้ไรท์เขียนตอน สั้นหน่อยนะค่ะ อันนี้ต้องขอประทานอภัยนะค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #12 UgiSnowQeen (@UgiSnowQeen) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 00:33
    เอิ่มไม่ต้องก็ได้นะหนุมารสงสารนางเอก-.,-
    #12
    0
  2. #10 mayujung555 (@mayujung555) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 18:23

    สู้ๆเด้อค่าhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-01.png

    #10
    1
    • #10-1 Fresh14425 (@Fresh14425) (จากตอนที่ 2)
      16 มกราคม 2562 / 19:29
      ได้เลยค่ะ
      #10-1
  3. วันที่ 16 มกราคม 2562 / 12:35

    เลวอะหนุมาร555555555

    #9
    1
  4. #8 alexandrite1 (@alexandrite1) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 11:19
    ... อ๋อ หนุมานนี้เอง ..
    #8
    0