(Fic รามเกียรติ์) อรสุดาดวงขวัญ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,862 Views

  • 59 Comments

  • 108 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    267

    Overall
    2,862

ตอนที่ 11 : วิวาทะสองวานร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 422
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    19 ม.ค. 62

ณ เวลาใกล้รุ่งสาง


 ท่ามกลางความเงียบสงบนั้น ร่างของวานรขาว ที่กอดร่างบาง ที่นอนหลับสนิท จากการร่วมรักในคืนนั้น ได้ลืมตาขึ้นมา และลุกออกจากเตียง แต่เขาก็ไม่ลืม ที่จะนุ่งโจนกระเบน และห่มผ้าให้หญิงสาว พลางยิ้มอย่างชอบใจ


 ในความน่ารักของนาง ก่อนจะบรรจงจุมพิต ลงบนหน้าผาก อย่างอ่อนโยน และเดินจากไป โดยที่ไม่บอกนางเลย แม้แต่สักคำเดียว


..........

.....

...

ผ่านไป ๓ ชั่วโมง


"หาว....สงสัยจะเล่นกับเขาแรงไปหน่อยนะเนี่ย..." อรสุดากล่าวพลางนวด ตรงส่วนสะโพกของนาง และนึกถึงในสิ่งที่วานรขาว ได้กระทำกับนางเอาไว้ นั่นทำให้ร่างบาง ยิ่งรู้สึกอาย ที่นางต้องมาเสียตัว ให้กับวายุบุตร


 แต่นางก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากต้องยอมรับ สภาพปัจจุบันของนางเท่านั้น พลางปัดกวาดพื้น ตามหน้าที่ที่นางได้รับ ไปตามปกติ หากแต่อรสุดา ได้สังเกตเห็น เหล่าเสนาวานรทั้งหลาย ที่ดูกระตือรือร้นเอามากๆ


 และนางก็เห็นพี่ชายต่างพ่อ เดินมาหานาง เหมือนต้องการจะให้นางช่วย ซึ่งนางก็อยากช่วยเหลือคนอื่นๆบ้าง จึงเอ่ยถามพระเชษฐาของนางทันที "ท่านพี่องคต พวกเขาจะไปไหนเหรอเจ้าคะ?" "อ๋อ! พวกเขาได้รับหน้าที่ ให้ไปทำจองถนนน่ะ"


"เอ๊ะ!? จองถนน?" หญิงสาวเอ่ยอย่างงุนงง เมื่อได้คำตอบขององคต ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้า ก่อนจะอธิบายให้น้องฟัง "อื้ม ใช่แล้วล่ะ เห็นท่านชามภูวราช บอกว่าถ้าจะข้ามไปกรุงลงกา ก็ต้องจองถนนเท่านั้นน่ะ" "อ...อ๋อ..."


 หญิงสาวร้องอย่างเศร้าๆ เนื่องจากนางไม่ต้องการ ให้บิดาและเหล่าญาติของนาง ต้องมาสิ้นลมในสนามรบ หากแต่ในเวลานี้ อรสุดายังเป็นเชลยอยู่ นางก็ต้องทำหน้าที่ของนางไป อีกทั้งคนที่อยู่ตรงหน้า ก็เป็นพี่ชายของนางด้วย


 นางก็ต้องทำตามหน้าที่ โดยไม่มีสิ่งใดขัดแย้งได้ และนางก็ช่วยวานรตนอื่นๆ ขนก้อนหินลงในมหาสมุทร จึงทำให้เหล่าวานร ได้หายเหน็ดเหนื่อยได้บ้าง ซึ่งนั่นทำให้นางมีความสุข แม้ว่าคนที่นางช่วย จะเป็นฝ่ายศัตรูของบิดาก็ตาม


 แต่แล้วก็เกิดเรื่องขึ้น โดยตอนที่นางกำลังช่วยเหลือ เหล่าวานรในการถมหินนั้นเอง วานรที่มีหน้าตา คล้ายกับหนุมาน หากแต่กายสีดำ ได้เหาะบนอากาศ พร้อมกับก้อนหินทั้ง ๔ ก้อน ทั้งในสองมือ และสองบาทา


 เขาหยุดเหาะ และยืนตรงหน้า กับวานรขาว ซึ่งเมื่ออรสุดา เห็นการถือก้อนศิลา ของวานรสีนิลนั้น นางก็เริ่มรู้สึกใจไม่ค่อยดีนัก แต่หนุมานนั้น กลับไม่คิดอะไร เขาจึงกล่าวตะโกนทันที


"นิลพัท! เจ้าแบกหินมาแบบนี้ ไม่เหนื่อยหรืออย่างไร ข้าว่าเจ้าน่ะ ทิ้งก้อนศิลาทั้ง ๔ ก้อน ลงมาให้ข้าทีละ ๒ ก้อนนะ ถ้าลงมาทั้ง ๔ ก้อนเนี่ย เดี๋ยวข้ารับไม่ทันนะ"


บัดนั้น

นิลพัทฤทธิแรงแข็งขัน

ฟังลูกพระพายเทวัญ

จึ่งร้องเย้ยหยันด้วยวาจา

ท่านอย่ากล่าวแกล้งพาที

ตัวเรานี้หนักนักหนา

ว่าแล้วทิ้งพร้อมกันลงมา

จะให้ถูกกายาหนุมาน


"เฮ้ย!!!!!" "อ๊ะ!! ระวังนะ เจ้าวานรขาว!!!!!" อรุสดาร้องเตือน ด้วยความตกใจ ที่บุตรพระกาฬ ได้โยนหินลงมาพร้อมกัน ทุ่มไปที่หนุมาน โดยที่ไม่สน ว่าเขาจะบาดเจ็บหรือไม่


บัดนั้น

วายุบุตรฤทธิไกรใจหาญ

วิ่งโดดโลดโผนโจนทะยาน

เร็วปานดั่งลมพาจร

สองหัตถ์ซ้ายขวารวบรับ

ฉวยจับไว้ได้ทั้งสี่ก้อน

ทิ้งลงในท้องสาคร

ไหวกระฉ่อนโลกาธาตรี


"โอ้โห!! ท่านหนุมานเก่งจังเลยน่ะ!!!" "เฮ้อ...โล่งอกไปที (-_-;)" อรสุดากล่าว อย่างโล่งใจ ที่หนุมานไม่ได้บาดเจ็บ แต่อย่างใดเลย ในขณะที่เสนาวานร พากันชื่นชม ในตัวทหารเอกผู้นี้มาก


 แต่วานรขาวนั้น กลับจ้องเขม็ง ไปที่วานรดำ อย่างขุ่นเคืองใจ และคิดอย่างไม่พอใจ ในการกระทำ ของนิลพัทยิ่งนัก "ไอ้นิลพัท! เจ้าจะทำกับข้าเกินไปแล้ว!!!! งั้นก็ดี! ข้าจะสั่งสอนเจ้า ให้รู้สำนึกเอง!!!!


คิดพลางพาพลบริวาร

ทะยานไปอารัญบรรพต

ครั้นถึงสำแดงศักดา

ดั่งว่าเกิดกาลลมกรด

สะเทือนเลื่อนลั่นถึงโสฬส

หักยอดบรรพตด้วยว่องไว

ผูกศิลาเข้าทุกเส้นขน

ทั่วตนจะเว้นก็หาไม่

เรียกเร่งบริวารบรรดาไป

ได้พร้อมกันแล้วก็เหาะมา

ครั้นถึงร้องลงไปทันที 

ท่านผู้มีฤทธิ์แกล้วกล้า

จงรับเอาก้อนศิลา

ที่เราขนมาให้วานร


"เฮ้! เจ้าหนุมาน เจ้าจงค่อยๆโยนหิน มาให้ข้าก็ได้นะ เดี๋ยวก็รับไม่ทันหรอกนะ" นิลพัท กล่าวตะโกน กับวานรขาว เพื่อให้อีกผ่าย โยนก้อนศิลามาให้ตน แต่วายุบุตรนั้น จ้องที่จะเอาคืนนั้น กลับตะโกนต่อว่าไปทันที


ว่าเหวยนิลพัทชาญฉกรรจ์

เมื่อตัวท่านนั้นขนมา

เราให้โยนแต่ทีละก้อน

วานรฮึกฮักอวดกล้า

แกล้งทิ้งพร้อมกันลงมา

อย่าช้าเร่งรับให้จงดี

ว่าแล้วก็สะบัดลงไป

ด้วยฤทธิไกรกระบี่ศรี

ศิลาก็หลุดลงทันที

ดั่งห่าฝนคีรีตกมา


"!!!!" "นั่นเจ้าจะทำอะไรน่ะ คนอื่นเขาจะบาดเจ็บบ้างไหม!!???" อรสุดาที่เห็นเหตุการณ์ ถึงกับตะโกนออกมา อย่างไม่คาดคิด ว่าเหตุการณ์จะกลายเป็นเช่นนี้ แม้แต่นิลพัทเอง ก็ดูจะตกใจมาก แต่เขากลับรับทุกก้อนได้


 โดยเขานั้น ใช้ทั้งมือทั้งเท้า ซึ่งหญิงสาวเห็นดังนั้น นางก็อดที่จะทึ่งไม่ได้ ที่วานรสีนิล จะสามารถรับได้ทุกก้อน แต่กลับหนุมานแล้วไม่ใช่ เขามองอย่างโกรธจัด จนถึงขั้นตวาทว่าทันที


เหวยเหวยนิลพัทอหังการ์

หยาบช้าหมิ่นกันไม่เกรงใจ

เมื่อคราวเอ็งขนมาส่ง

โยนลงสี่ก้อนกูรับได้

ครั้นถึงทีเราทิ้งลงไป

เหตุใดไม่รับด้วยกร

ตัวกูก็ลูกพระพาย

ขึ้นชื่อว่าชายชาญสมร

แต่ท้าวชมพูฤทธิรอน 

เลื่องชื่อลือขจรทั้งโลกา

กูยังไปจับมาถวาย

องค์พระนารายณ์นาถา

ถึงคันธมาทน์บรรพตา

ในนาทีเดียวไม่ยากใจ

อันตัวมึงนี้จองหองนัก

ทำดั่งใครจักไม่สู้ได้

ฤทธีจะมีสักเพียงใด

ไอ้เชลยจังไรอหังการ


"!!!!!" "หน๊อย...ไอ้หนุมาน!! เจ้ากล้าด่าข้าเชียวรึ!!!! ที่ข้าทำกับเจ้าแบบนั้นน่ะ ก็เป็นเพราะเจ้า ลักพาตัวท้าวมหาชมพู ไปถวายพระองค์ราม เรื่องที่พระองค์ราม เป็นพระนารายณ์อวตาร เรื่องนี้ข้าก็ยอมรับ"


"แต่การกระทำของเจ้า ข้าไม่ให้อภัยเจ้าเด็ดขาด ดังนั้น เจ้าก็มาสู้ข้าซึ่งๆหน้าดีกว่า!!!!" นิลพัทตะโกนต่อว่า อย่างโกรธสุดขีด ซึ่งแน่นอนว่า วานรขาวนั้น พร้อมที่จะเอาเรื่อง กับอีกฝ่ายได้ทุกเมื่อ เขาจึงกระโจน พุ่งเข้าใส่วานรนิลทันที


สิงขรสาครกัมปนาท

พสุธาอากาศหวาดไหว

ถีบถูกนิลพัทฤทธิไกร

ล้มลงในพ่างพื้นปัถพี


บัดนั้น

ลูกพระกาลผู้ชาญชัยศรี

ผุดลุกขึ้นได้ทันที

กระบี่วิ่งผลุนหมุนมา

ถาโถมโจมจับวายุบุตร

ด้วยกำลังฤทธิรุทรแกล้วกล้า

กอดรัดฟัดกันเป็นโกลา

ต่างเขม้นเข่นฆ่าโรมรัน

บ้างถีบบ้างขบบ้างกัด

เปลี่ยนผลัดรวดเร็วดั่งจักรผัน

ถ้อยทีไม่ละลดกัน

เสียงสนั่นครั่นครื้นอัมพร


บัดนั้น

คำแหงหนุมานชาญสมร

ไล่รุกบุกบันประจัญกร

ราญรอนหักโหมโจมตี

เคล่าคล่องว่องไวทั้งสองหัตถ์

จับได้นิลพัทกระบี่ศรี

หมายฆ่าให้สิ้นชีวี

ฟาดกับปัถพีแล้วขว้างไป

ตกถูกยอดเขาจักรวาล

เสียงสะเทือนสะท้านหวั่นไหว

ศิลาแตกเป็นประกายไฟ

พรายไปดั่งสายอสุนี


บัดนั้น

นิลพัทผู้ชาญชัยศรี

มิได้ชอกช้ำอินทรีย์

ขุนกระบี่กริ้วโกรธคือเพลิงกัลป์

กระทืบบาทผาดแผลงสำแดงเดช

สองเนตรดั่งดวงสุริย์ฉัน

หมายมาดพิฆาตชีวัน

ขบฟันโลดโผนโจนมา

ฉวยสะพัดรัดรวบหนุมาน

ลูกพระกาลเขม้นเข่นฆ่า

ฟาดลงกับพื้นพสุธา

เสียงสนั่นลั่นฟ้าแดนไตร


บัดนั้น

คำแหงหนุมานทหารใหญ่

ผุดลุกขึ้นด้วยว่องไว

กริ้วโกรธดั่งไฟบรรลัยกาล

ตัวสั่นเข่นเขี้ยวเคี้ยวกราม

คำรามเขม้นจะสังหาร

ทำอำนาจผาดโผนโจนทะยาน

เข้าไล่รอนราญราวี

สองจับสัประยุทธ์สับสน

ต่างตนไม่ท้อถอยหนี

กอดฟัดกัดกันคลุกคลี

ถ้อยทีเคล่าคล่องว่องไว


"...นี่มัน...นี่มันบ้าไปใหญ่แล้ว..." อรสุดากล่าว อย่างวิตกกังวล และใบหน้าของนาง ก็ซีดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเห็นสองวานรขาวดำ ได้ทำการสู้รบกันเอง ซึ่งนั่นทำให้นาง ที่ไม่ชอบการวิวาท กับผู้ใดนั้น ถึงกับรับไม่ได้


 จนนางตัดสินใจ เหาะขึ้นบนอากาศ และใช้สองมือของนาง จับที่ข้อมือของสองวานรไว้แน่น ก่อนจะทุ่มสองพานร ลงบนพื้นพสุธา อย่างรุนแรง โดยไม่สนว่าพวกเขา จะบาดเจ็บหรือไม่


ตูม!!!!!!!

"แอ๊ก!!!!!"

"เจี๊ยก!!!!!"


 สองพานรินทร์ ร้องเสียงหลง เพราะเจ็บจาการที่โดนร่างบาง ทุ่มพวกเขาลงพื้นอย่างแรง และเมื่อเขาลุกขึ้นมาได้ พวกเขาก็กำลังจะต่อว่านางทันที เมื่อเห็นร่างบาง ได้เหาะลงพื้นแล้ว "นี่เจ้า.../นางลูกยักษ์ส...."


"หยุดเดี๋ยวนี้นะ!! เจ้าหนุมาน! เจ้านิลพัท!!" "....ทะ...ท่านสุครีพ... (๏_๏;)/ทะ...ท่านน้า... (=_=;;)" ทั้งสองถึงกับเงียบปากทันที เมื่อเห็นพญาสุครีพ ที่เดินร้องห้ามทัพมาแต่ไกล บวกกับที่อรสุดา ได้เดินไปหาวานรสชาด พร้อมกับแก้มที่พอง ด้วยความไม่พอใจ โดยสุริยบุตร ได้เอ่ยถามร่างบางทันที


"อรสุดา นี่มันเกิดอะไรขึ้นน่ะ? เหตุใดเจ้าสองวานรนี้ ถึงต้องทะเลาะวิวาทเช่นนี้เล่า?" "ก็เจ้าลิงดำตัวนั้นน่ะสิ เขาโยนหินทั้ง ๔ ก้อน ไปใส่เจ้าลิงขาว แต่เขารับได้ แล้วเจ้าลิงขาวนั่น มันก็ผูกหินด้วยขน สะบัดใส่ลิงดำอีก เขาก็รับได้ด้วยมือและเท้า ทั้งคู่ก็เลยต้องวิวาทเช่นนี้เจ้าค่ะ"


 หญิงสาวกล่าวฟ้อง และเล่าเรื่องราว ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ให้สหายของพิเภกทราบ ซึ่งสุครีพนั้น เมื่อทราบเรื่องราวทั้งหมด เขาก็ใช้สายตา มองไปที่สองวานร ที่ก่อเรื่องในขณะทำหน้าที่ อย่างไม่พอใจยิ่งนัก


 บวกกับที่พระลักษณ์ ที่ได้ยินเสียงการทะเลาะวิวาท จนถึงขั้นต้องออกมาดู และพบว่าเป็นสองวานรขาวดำ ที่ก่อเรื่องในขณะที่จองถนน อีกทั้งเขาก็เห็นอรสุดา เป็นคนห้ามทัพเองกับตาด้วย จนต้องเอ่ยกับนาง อย่างกล้าๆกลัวๆ


"เอ่อ...อรสุดา...นี่เจ้า..." "องค์พระลักษณ์ หม่อมฉันนี้ขอตัวก่อนนะเพคะ หม่อมฉันขอไม่ยุ่ง กับคนที่ชอบหาเรื่องใส่ตัวเพคะ" อรสุดากล่าวอย่างงอนๆ ก่อนจะสะบัดหน้าหนี และเดินจากไป อย่างไม่ใยดี และทิ้งให้พระลักษณ์


 และสามวานร ถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วคราว ก่อนจะพากันไปพลับพลา เพื่อให้พระราม เป็นผู้ตัดสินคดี ในครั้งนั้นเอง


พบตอนต่อไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 19 มกราคม 2562 / 16:03

    โหดมาก อสุดา! นี้แหละหน้าที่ของเมี--แค่กๆ ของคนดีที่ต้องห้ามทัพ//ยกนิ้วให้เลย~~~~https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-01.png

    #26
    3