ตอนที่ 7 : ฝันร้ายตลอดกาล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 303
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    29 ธ.ค. 61

 นุพาน้อย ถึงกับแอบกังวล เมื่อเจอคำถามของพวกทหาร จนไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป แต่ก็ยังทำใจกล้าอยู่ จึงกล่าวตอบทันที "หนูกับท่านป้า มากันแค่สองคน กับแค่กระออมน้ำเท่านั้นเอง ไม่ได้พาผู้ใดมาหรอกเจ้าค่ะ " "อ้าว! ไม่ได้พาผู้ใดมา แล้วตาชั่งจะหักเองได้เช่นไรกันพะยะค่ะ"


 ทหารยักษ์ กล่าวอย่างไม่เชื่อ เนื่องจากตาชั่งที่หักนั้น ได้หักมาตอนที่นางพิรากวน ได้ขึ้นมานั่งบนตาชั่งนี่เอง จนนางยักษ์ ถึงกับทำเป็นกล่าวต่อว่า อย่างไม่พอใจนัก


"หน๊อยๆ พวกเจ้านี่! ก็เห็นกันอยู่นี่นา ว่าพวกข้ามากันแค่สองคน กับกระออมน้ำเท่านั้น แล้วที่นี้จะพาใครเข้าได้เล่า และที่มันหักนั้น ก็เนื่องจากว่าตาชั่งน่ะ ถูกสร้างมาแต่อดีต โดยสร้างมาตั้งแต่สร้างเมืองแต่ก่อนแล้วด้วย!"


"แล้วนี่พวกเจ้า...เห็นว่าพวกข้าเป็นแค่ผู้หญิง...ที่ไม่มีทางสู้...อีกทั้งข้าก็ถูกปลดยศ...พวกเจ้าจึงคิดจะรังแกพวกข้า....ฮือๆ..." "จริงด้วยเจ้าค่ะ พวกเราไม่ได้พาใครมาจริงๆนะเจ้าค่ะ..."


 สองป้าหลาน กล่าวทำมารยา และแกล้งทำเป็นทั้งโกรธ ทั้งร้องไห้ จนพวกทหารยักษ์ ที่ไม่ทราบถึงแผนการ ของพระธิดาบุญธรรม ถึงกับไปไม่เป็นทันที จึงกล่าวอย่างใจอ่อนทันที


"เฮ้อ...หม่อมแม่ พระธิดา พวกหม่อมฉันไม่ได้คิดเช่นนั้นนะพะยะค่ะ และดูแล้วเนี่ย ตาชั่งมันคงจะเก่าจริงด้วยนะพะยะค่ะ (-_-;)" "ในเมื่อมันเก่าจริง พวกเจ้าก็ทำความสะอาดบ้าง หลังจากที่ซ่อมมันเสร็จแล้วด้วย!!!!!"


 นางยักษ์ยังคงกล่าวดุ ใส่พวกทหารไม่หยุด พลางจูงมือหลานสาว และเดินเข้าเมืองไปด้วย โดยทิ้งให้พวกยักษ์ทหาร พากันหน้าซีดไปตามระเบียบ เมื่อทั้งสองเข้าเมืองมาได้แล้ว พวกเขาก็พากันมุ่งหน้า ไปบริเวณวังของพญาไมยราพ


 นางพิรากวน จึงกล่าวกระซิบ กับใยบัวที่สไบของนาง "พ่อหนุ่ม ออกมาได้แล้วล่ะ" เมื่อสิ้นคำพูด ใยบัวที่ติดอยู่ ก็ร่องลอยออกมา พลันเปลี่ยนเป็นร่างวานรขาว ที่ยืนอยู่ตรงหน้า นุพาน้อย จึงร้องด้วยความยินดี


"ท่านพ่อเจ้าค่ะ! ทีนี้ท่านพ่อจะได้ช่ว...(^U^;;)" ยังพูดไม่ทันขาดคำ สองแก้มเล็กๆของนาง ก็ถูกสองมือขาวหนา ของผู้เป็นพ่อ หยิกอย่างรวดเร็ว จนมองแทบไม่ทัน และสีหน้าของวานรขาวนั้น ถึงจะดูยิ้มอย่างนุ่มนวล 


 แต่ก็แฝงความน่ากลัว จากการถูกลูกสาว เข้ามาขัดจังหวะ ถึงแผนการที่ตน กำลังจะเตรียมไว้ จนผู้เป็นบุตรี ยังอดนึกที่จะถามไม่ได้ "...เอ่อ...ทำไมท่านพ่อ...ถึงต้องหยิกแก้มหนูด้วยเจ้าคะ?"


"ก็แหม...ก็ใครบอกให้พูดขัด ในขณะที่พวกผู้ใหญ่ เขาคุยกันล่ะจ๊ะ แบบนั้นมันไม่ดีนะ~ และถ้าลูกยังทำอีกล่ะก็...พ่อก็จะทำโทษลูกอีกหลายเท่าตัวนะ (^=^*)"


"จะ...เจ้าค่ะ หนูจะไม่ทำอีกแล้วเจ้าค่ะ...(T^T)" ธิดาวานรน้อย กล่าวรับผิด ทำให้วานรขาวผู้พ่อ อดนึกที่จะเอ็นดู และหมั่นไส้ไม่ได้ จนต้องยอมปล่อยแก้มเล็กๆทั้งสองข้าง ก่อนจะเอ่ยถามนางยักษ์ ถึงสถานที่ที่ไมยราพ ได้ลักพานายเหนือหัวของตน


"แม่นาง เจ้าไมยราพ มันลักพาตัวพระองค์รามไว้ที่ใด? จงบอกแก่ข้าด้วยเถิด" "เจ้าไมยราพน่ะ มันลักพาตัว และขังไว้ที่กรงท้ายดงตาลนู่นน่ะ ส่วนไวยวิกน่ะ ถูกขังในเขตพระราชฐานน่ะ ท่านจงรีบไปช่วยพระองค์เถิด"


"ขอบพระคุณแม่นางมาก ถ้าเช่นนั้น เมื่อข้าจัดการเจ้าไมยราพแล้ว ข้าจะช่วยลูกของแม่นางด้วย" เมื่อวานรขาวกล่าวขอบคุณจบ เขาก็พุ่งไปทางที่กักขังพระรามทันที


"...เฮ้อ...ขอให้พ่อหนุ่มทำสำเร็จด้วยเถิด....อ้าว! หลานนุพาไปไหนแล้วเนี่ย?!" นางยักษ์พิรากวน กล่าวอย่างตกใจ และแปลกใจ เมื่อพบว่าหลานบุญธรรม ซึ่งได้หายไปตั้งแต่เมื่อไร ก็มิอาจทราบได้ ก่อนจะเดาออก ว่าสาวน้อยจะไปที่ใด


"....หรือว่า...นางต้องไปหาไมยราพแน่เลย ข้าแต่เทงดาเจ้าขา ได้โปรดคุ้มครองเด็กคนนี้ด้วยเถิด.." นางยักษ์กล่าวอ้อนวอนเทวดา อย่างกังวลและเป็นห่วง ในตัวธิดาวายุบุตรผู้นี้ยิ่งนัก


............

.....

...

ทางด้านนุพา


"แฮ่ก...แฮ่ก..." นุพาวิ่งพลางหอบไปพลาง โดยนางได้วิ่งเข้าไปในวังแล้ว และตอนนี้ นางก็กำลังจะไปพ่อเลี้ยง ที่แสนดีของนาง เพื่อเตือนบิดาบุญธรรม เพราะนางกลัว...กลัวจะเสียพ่อเลี้ยงไป...เหมือนที่นางเสียแม่ไปแล้ว...


"อ้าว! พระธิดานุพาเพคะ นั่นจะไปที่ใดเพคะ?" นางยักษ์กำนัล เอ่ยถามอย่างแปลกใจ เนื่องจากพระธิดาองค์นี้ จะเข้ามาที่วังนี้ พร้อมกับมัจฉานุผู้พี่ เป็นบางครั้งบางคราเท่านั้น


"หนูจะต้องไปพบท่านพ่อ แล้วพี่กำนัลพอจะบอกได้ไหมเจ้าคะ? ว่าท่านพ่อไมยราพ อยู่ที่ห้องใดเจ้าคะ?" พระธิดาบุญธรรม กล่าวตอบและถาม ห้องที่บิดาเลี้ยง ได้อาศัยอยู่


ซึ่งก็สร้างความงุนงง แก่นางกำนัลตนนี้มาก แต่นางก็ตอบไปตามจริง แก่พระธิดาบุญธรรมผู้นี้ "อ๋อ! พระองค์ทรงอยู่ในห้องพระบรรทมนะเพคะ" "งั้นเหรอเจ้าคะ? ขอบพระคุณมากนะเจ้าค่ะ" "อ๊ะ! เดี๋ยวก่อนเพคะ พระธิดา!"


 นางกำนัลยักษ์ กำลังจะกล้าวห้าม แต่ไม่ทันการเสียแล้ว เพราะพระธิดานุพา ได้รีบมุ่งหน้าพระบรรทม ของพญายักษ์พ่อเลี้ยง และทิ้งให้นางกำนัล ยืนนิ่งอย่างกังวลใจนัก


"ท่านพ่อไมยราพ...จักต้องไม่ตายเด็ดขาด...เรายังไม่อยากขาดที่พึ่งตอนนี้!" เด็กสาวตัวน้อย ผู้ไม่อยากขาดพ่อเลี้ยง ผู้มอบชีวิตแก่นางและพี่ คิดพลางวิ่งไปพลาง แต่ในขณะที่วิ่งอยู่นั้น....


ตูม!!!!!

"เสียงอะไรน่ะ?!"


 ธิดาวานรน้อย กล่าวอย่างประหลาดใจ เมื่อมีเสียงบางอย่าง ดังขึ้นมาจากทางที่นาง กำลังจะไปหาบุคคลสำคัญของนางอยู่พอดี ซึ่งนั่นก็ทำให้นางดูออก

...ว่าบิดาของนาง...คงช่วยพระรามได้แล้ว...แต่เขาก็คงจะสังหารบิดาเลี้ยงไปด้วย...


"เสียงนี้....ไม่จริงน่า!!!" นางกล่าวอย่างไม่เชื่อหู ก่อนจะวิ่งไปที่ห้องบรรทม และเมื่อนางไปถึง นางก็พบวานรขาวผู้พ่อ ที่กำลังเข้าต่อสู้ กับพญายักษ์พ่อเลี้ยง ด้วยแววตาแห่งความแค้น ที่ท่วมท้นหัวใจยิ่งนัก


"ทะ...ท่านพ่อทั้งสอง...รบกันแล้วหรือนี่..." นางกล่าวอย่างหวาดกลัว ในขณะที่ร่างบางน้อยๆ กำลังสั่นอย่างหนัก ด้วยความหวาดกลัว กับภาพที่นางเห็นในตอนนี้เหลือเกิน โดยที่วานรขาวกับยักษ์สีม่วง มิได้สังเกตเห็น หรือสนใจเลยแม้แต่น้อย


 พวกเขายังคงสู้ต่อไป โดยที่ร่างบาง ทำได้แค่แอบร้องไห้เบาๆเท่านั้น เพราะนางไม่รู้ ว่าจะห้ามศึกของพ่อทั้งสองได้อย่างไร จนกระทั่งพญายักษ์ เริ่มหมดอาวุธ ที่จะต่อสู้กับหนุมานแล้ว จึงกล่าววาจาไปทันใด


"ตัวเราทั้งสองประลองยุทธ์

สัประยุทธ์ขับเคี่ยวกันหนักหนา

ถ้อยทีไม่แพ้ฤทธา

มาตั้งสัจจาสัญญากัน

ให้เป็นธรรมยุทธ์สุจริต

ต่างตนอย่าคิดผิดผัน

จะเอาตาลสามต้นมาพัน

ตะบิดฟั่นให้เป็นตระบองตาล

ผลัดกันตีคนละสามที

ใครดีก็ไม่ม้วยสังขาร

ให้ปรากฏไว้ในไตรดาล

ตัวท่านจะเห็นประการใด"


  หนุมานได้ฟังสิ่งที่พญายักษ์กล่าว ก็ดูออกทันที ว่าสิ่งที่เจ้าบาดาลกล่าวมานั้น มันหมายถึงอะไร แต่ก็ยังอุตส่าห์กล่าวรับคำ อย่างไม่เกรงกลัว แต่อย่างไรเลย "หึ เจ้าไมยราพ สิ่งที่เจ้ากล่าวมา ข้าก็เห็นด้วยนะ เพราะในเมื่อไม่มีผู้ใดแพ้ ก็ต้องมีวิธีนี้เท่านั้นแหละ จึงจะรู้ผลแพ้ชนะได้"


"...ท่านพ่อ..." นุพากล่าวอย่างกังวล เพราะนางมิอาจรู้ได้ ว่ามันจะเป็นจริง ดั่งที่สองบิดากล่าวไว้หรือไม่ ในทางกลับกันนั้น พญา ไมยราพ ก็ยิ้มอย่างยินดี ที่แผนการของตน คงจะได้ผลเป็นแน่แท้ จึงกระโดดขึ้นไปบนอากาศ


 และมุ่งหน้าไปที่ดงตาล เมื่อพญายักษ์ไปแล้ว วานรขาวผู้พ่อ ก็หันมาสังเกตเห็น ว่าลูกสาวตัวน้อยๆของเขา กำลังนั่งร้องไห้ จนทำให้เขาตกใจ และรีบกอดปลอบขวัญลูก อย่างตกใจนัก


"นุพา! นั่นลูกมาอยู่ตรงนี้ ตั้งแต่เมื่อใดกัน? แล้วลูกร้องไห้ทำไม?" "...ฮึก...พ่อจ้า...หนูไม่อยากให้พ่อไมยราพตาย...ฮึก...หนูกลัวจะเสียเขาไปอีก...เหมือนที่หนูเสียแม่ไปแล้ว...ฮึก...ฮือ...ฮือ..."


 นุพาน้อย กล่าวพลางสะอึกอื้น และกอดแขนของพ่อไว้แน่น เหมือนจะอ้อนวอน...ชอร้องไม่ให้บิดา...ฆ่าพ่อเลี้ยงของนาง... แต่เหมือนคำอ้อนวอนนี้ จะไม่ได้ผลเสียแล้ว 


 เพราะถึงว่าหนุมาน จะเข้าใจสิ่งที่ลูก กำลังจะบอกกับตน แต่ความแค้นที่ท่วมท้นนั้น ก็ได้สั่งให้เขา ต้องสังหารยักษ์ ผู้ครองเมืองบาดาลตนนี้ให้ได้ จึงกล่าวกับบุตรีของตน เพื่อให้นางทำใจให้ได้


"...ลูกพ่อ...พ่อขอโทษนะ ที่พ่อไม่อาจทำตาม ที่ลูกขอได้ เพราะสิ่งที่ไอ้ไมยราพมันทำนั้น...มันเกินกว่าที่พ่อจะให้อภัยได้...ลูกต้องเข้าใจพ่อนะ..." "....ฮึก...ฮึก...ฮือ..." ดูเหมือนนุพา จะไม่อยากรับฟัง สิ่งที่ผู้เป็นพ่อกล่าวมาได้


 แต่ก่อนที่หนุมาน จะปลอบใจลูกอีกครั้งนั้น ก็พลันมีเสียงอันทรงพลัง ดังขึ้นมาจากข้างหลัง ซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ ว่าไมยราพคงทำกระบองตาลเรียบร้อยแล้ว "ไอ้ลิงเผือก! ข้าขอเป็นฝ่ายตีเจ้าก่อน ก็แล้วกันนะ!!!"


 เมื่อสิ้นคำ พญายักษ์แห่งบาดาล ก็ยกกระบองขึ้น ก่อนจะฟาดไปที่วานรขาว อย่างเต็มกำลัง โดยไม่ได้สังเกต ว่าธิดาเลี้ยงของตน อยู่กับวานรผู้เป็นพ่อ ซึ่งหนุมานเห็นดังนั้น 


 จึงรีบกอดร่างของบุตรีไว้แน่น พลางกล่าวร่ายคาถา ก่อนที่จะถูกกระบองตาล ฟาดจนทั่วบริเวณ สั่นสะเทือนไปทั่ว พญาไมยราพ ถึงกับหัวเราะออกมา ด้วยความสะใจ เมื่อเห็นว่า วานรขาวผู้บุกรุก ได้ถูกฟาดไปสามหน จนทั้งห้องบรรทม และร่างของศัตรู ได้จมหายไปกับพื้นพสุธา


"ฮ่าๆ สมน้ำหน้าจริงๆ! เป็นไงล่ะ เจ้าวานรเผือก! ทีนี้แกก็ไม่มีทางลุกขึ้นมาได้แล้ว!...ห๊า! นี่มันอะไรกันน่ะ?!" เจ้าบาดาล กล่าวอย่างสะใจได้ไม่นาน ก็ถึงกับหน้าซีด และแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง


 เมื่อวานรเผือก ถูกฟาดจนจมไปกับพื้น กลับลุกขึ้นมา พร้อมกับอุ้มร่างบางน้อยๆ ที่ยังคงสั่นเทาอยู่เหมือนเดิม คราวนี้เป็นหนุมาน ที่หัวเราะออกมา ก่อนจะกล่าวเยาะเย้ยบ้าง


"ฮ่าๆ ข้าไม่ตายหรอกน่า! ทีนี้ล่ะ เป็นทีข้าบ้างล่ะนะ!" วานรสีขาวผ่อง กล่าวพลางวางร่างน้อยๆ และรับกระบองตาล จากพญาไมยราพ ก่อนจะฟาดใส่พญายักษ์ ด้วยกำลังทั้งหมดของตน จนแหลกละเอียด ทั้งกระบองตาล และร่างของจ้าวนครบาดาล


 ก่อนจะกระโดดฉีกแขน และขาทั้งสองข้าง จนนุพา ต้องรีบวิ่งไปหาพ่อ และร้องห้ามบิดา เพราะทนเห็นภาพ ที่น่าสยดสยองไม่ได้ "ท่านพ่อ! หนูขอร้องล่ะเจ้าค่ะ พอได้แล้ว! ฮือ...ฮือ....ฮือ...ฮึก....ฮึก..."


 นางร้องห้ามไป ร้องไห้สะอึกสะอื้นไป พลางกอดแขนแกร่งของบิดา ที่แม้จะยังคงมีแรง แห่งความแค้น แต่เมื่อได้ยินลูกร้องไห้ จิตใจแห่งความโทสะ ก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน ที่มีต่อลูกสาวของตน จึงหันมากอดร่างน้อยๆไว้แนบกาย ก่อนจะกล่าวปลอบใจ


"นุพา...ลูกต้องเข้าใจนะ เจ้าไมยราพ....มันทำสิ่งที่ไม่สมควรให้อภัย แต่สำหรับลูกแล้ว...มันคือพ่อ...ที่ให้ความสำคัญแก่ลูกสินะ...ลูกไม่ต้องร้องไห้นะ...พ่อยังอยู่กับลูก...อยู่เสมอนะ...." "ฮึก...ฮึก...ฮึก..."


 เด็กสาวยังคงร้องไห้ไม่หยุด โดยที่วานรขาวเอง ก็ยังคงกอดลูกสาวไว้ เพื่อปลอบขวัญ แต่ในขณะที่หนุมาน กำลังปลอบใจบุตรีนั้น นุพาที่เริ่มทำใจได้บ้างแล้ว จึงสังเกตเห็นบางอย่าง ก่อนจะร้องเตือนบิดาทันใด


"ท่านพ่อ! ท่านพ่อไมยราพเจ้าค่ะ!!!" "ห๊า! ว่าไงนะ!?" ทหารเอกพระราม ได้ฟังลูกร้องเตือน จึงหันหน้ากลับมาทันที และก็ต้องตกตะลึง เมื่อพบว่าร่างกายของไมยราพ ที่ถูกฉีกออกมา ก็เกิดประติดประต่อกัน อย่างน่าประหลาด


"ฮ่าๆ ไอ้หนุมาน! แกคิดรึ ว่าสังหารข้าได้แล้วน่ะ! ฮ่าๆๆ!" จ้าวนครบาดาล กล่าวเยาะเย้ย พลางหัวเราะออกมา จนสองพ่อลูก ถึงกับแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง ว่าพญายักษ์ผู้นี้ ขนาดโดนฟาดด้วยกระบองตาลแล้ว เขาก็ยังไม่ตายง่ายๆเลย


"ชิ! เพราะอย่างนี้นี่เองสินะ มิน่าล่ะ ว่าทำไมแกถึงท้าให้ใช้กระบองตาลฟาด คนละสามทีน่ะ!" วานรกายขาวผ่อง กล่าวอย่างเข้าใจ ถึงสาเหตุที่ไมยราพ ถึงออกอุบาย ใช้วิธีฟาดด้วยกระบองตาล "ฮ่าๆๆ ต่อให้แกฆ่าข้าไปกี่ครั้ง ข้าก็ไม่มีวันตายหรอกน่า!!!!"


 พญายักษ์กายม่วง กล่าวพลางพุ่งไปที่วานรขาว ซึ่งเมื่อหนุมานเห็นดังนั้น จึงชักตรีเพชรขึ้นมา พลางบอกกับบุตรสาวทันที "นุพา ลูกจงหาที่หลบก่อนเถิด ตรงนี้มันอันตรายสำหรับเจ้านัก ถ้าลูกยังอยู่ตรงนี้ ลูกจะโดนลูกหลงไปด้วยนะ"


"ดะ...ได้เจ้าค่ะ!" นุพากล่าวรับคำ และวิ่งไปหาที่หลบ จนนางรอดจากการโจมตี ของสองบิดามาได้ แต่นางก็ยังคงกังวล และเป็นห่วงบิดาทั้งสองมาก ทั้งสองยังคงต่อสู้ต่อไป จนกระทั่ง....


"พ่อหนุ่ม! เจ้าไมยราพน่ะ ฆ่าเท่าไรมันก็ไม่ตายหรอกนะ! เพราะมันถอนหัวใจเป็นแมลงภู่ ใส่ในกล่องแก้วไว้ที่เขาตรีกูฏน่ะ!" เสียงของนางพิรากวน ที่ดังขึ้นมาจากที่ซ่อนตัว นั่นทำให้หนุมาน ทราบถึงความลับของไมยราพเข้า จึงหยุดการต่อสู้ ก่อนจะร่ายเวท และเกิดกลุ่มควันทันใด


รูปนั้นใหญ่เท่าพรหมาน

สูงตระหง่านดั่งหนึ่งสิงขร

พร้อมทั้งสี่พักตร์แปดกร

สำแดงฤทธิรอนเกรียงไกร

เท้าซ้ายเหยียบอกอสุรี

มิให้เคลื่อนจากที่ขึ้นได้

เท้าขวานั้นก้าวทะยานไป

ยังในตรีกูฏบรรพตา


"ทะ...ท่านพ่อ...นั่นท่านพ่อเหรอเจ้าคะ?" นุพากล่าวอย่างไม่เชื่อสายตา ว่าวานรขาวที่มีสี่หน้าแปดมือนั้น จะเป็นบิดาของนางเอง ยิ่งคิดก็ยิ่งกลัวเป็นยิ่งนัก เพราะการที่นางพิรากวน ได้บอกความลับ ของพญาไมยราพนั้น...ก็เท่ากับเป็นความตายของพญายักษ์นี่เอง....


 หนุมานได้ใช้ทั้งหกมือ คว้างหาแมลงภู่ โดยมีสองมือที่เหลือ ช่วยง้างภูเขาเอาไว้ จนพบกับกล่องแก้ว ที่ภายในนั้นมีแมลงภู่อยู่ เขาจึงคว้ามันมา และชูออกมาให้พญายักษ์เห็น พลางเยาะเย้ยออกมา


"เหวยเหวยไมยราพยักษี

นี่หัวใจมึงหรือมิใช่

ว่าแล้วขยี้เป็นจุณไป

ตัดเศียรลงให้พร้อมกัน"


ฉัวะ!

"!!!!"


 ภาพของพญายักษ์ ผู้เป็นพ่อเลี้ยง ที่ถูกบิดาของนาง ใช้ตรีเพชรตัดเศียร จนเลือดสาดกระเด็นออกมานั้น ช่างเป็นภาพที่น่ากลัว และน่าสยดสยอง สำหรับจิตใจดวงน้อยๆ ที่ไม่อาจทนเห็น ภาพที่โหดร้ายได้ "....ท่านพ่อ...ท่านพ่อไมยราพเจ้าค่ะ...กริ๊ดดด!!!!!"


เมื่อนั้น

แก้วนุพาดวงสมร

ครั้นเห็นบิดรบุญธรรม

ถูกตัดเศียรจนสิ้นชีวาลัย

พลันกรีดร้องด้วยมิอาจทนเห็นได้

จึงกล่าวพลางคร่ำครวญแทบขาดใจ

โอ้ว่าพ่อจ๋าลูกนี้ผิดมหันต์ยัก

ผิดที่บุตรนี้มิอาจช่วยพ่อได้

ผิดที่บุตรมิได้ทดแทน

คุณแก่พระบิดรบุญธรรม

ผิดที่ลูกนั้นได้ช่วยบิตุรงค์

ของลูกนี้ช่างน่าเศร้าใจนัก

ร่ำไห้รำพันอย่างรวดร้าว

เศร้าโศกโศกาอาดูร

ปานประหนึ่งว่าจะสิ้นชีวา

จนสลบไปเพียงสิ้นสมประดี


 ร่างบางน้อยๆ ร้องไห้อย่างเจ็บปวด จนสุดที่จะทนกลั้นได้ ทำให้นางเป็นลมสติไป โดยมีเสียงของหนุมาน ตะโกนออกมา ด้วยความตกใจนั้นเอง.... "นุพาลูกพ่อ!!!"


โปรดติดตามตอนต่อไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

29 ความคิดเห็น

  1. #15 Patkun62442 (@Patkun62442) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 20:11
    รับมิด้ายยยยย แงงงงงง สงสารน้อง ;-;
    #15
    0
  2. #14 Patkun62442 (@Patkun62442) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 20:11

    อึก.....แงงงง.....เศร้า!!!!! .กรีดร้อง
    #14
    0