ตอนที่ 17 : กุมภกรรณถึงฆาต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 133
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    21 มี.ค. 62

วันต่อมา


 ในเวลาช่วงเช้านี้ นุพากับมัจฉานุ ที่เพิ่งตื่นมาใหม่ๆ กำลังนั่งสัปหงก แต่ก็ยังตั้งใจฟัง ในสิ่งที่พระราม กำลังประชุม กับเหล่าเสนาวานร โชคยังดีที่หนุมาน ได้เอาขันที่ใส่น้ำ มาให้บุตรทั้งสอง ได้ล้างหน้าล้างตานั้น...


ตึง...

ตึง...

"(๏_๏)!!!/(๏_๏;;)!!!"


 เสียงกองทัพ ของที่ดังมาแต่ไกลนั้น ทำเอาทั้งมัจฉานุ และนุพาผู้น้อง ถึงกับสะดุ้ง ลืมตาตื่นทันที พลางมองหาที่มาของเสียง ด้วยความตกใจ ทำให้คนอื่นๆ ถึงกับขบขำ ในปฏิกิริยา ของพี่น้องคู่นี้ ก่อนที่พระราม จะเอ่ยถามกับพิเภก


อันทัพซึ่งยกมาโรมรัน

อสุรีกุมภกรรณหรือไฉน

หรือว่าอสูรตนใด

ออกมาชิงชัยราวี


บัดนั้น

พญาพิเภกยักษี

ได้ฟังพระราชวาที

ชุลีกรสนองพระบัญชา

อันทัพที่ยกออกมานั้น

คือพญากุมภกรรณยักษา

วันนี้จะสิ้นชีวา

ด้วยชะตาถึงฆาตลัคน์จันทร์

ขอเชิญเสด็จพระสี่กร

ยกพวกพานรพลขันธ์

ออกไปสังหารกุมภัณฑ์

ให้มันสิ้นชีพชีวี


เมื่อนั้น

พระสุริย์วงศ์องค์นารายณ์เรืองศรี

ได้ฟังพิเภกอสุรี

ภูมีชื่นชมด้วยสมคิด

พักตร์ผ่องดั่งดวงจันทรา

จึ่งมีบัญชาประกาศิต

ตรัสสั่งแก่ลูกพระอาทิตย์

ท่านผู้มีฤทธิ์ปรีชาญ

จงเร่งเกณฑ์แสนยากร

พวกพลวานรทวยหาญ

เตรียมทั้งรถแก้วสุรกานต์

เราจะไปรอนราญอสูรี


บัดนั้น

พญาสุครีพกระบี่ศรี

รับสั่งสมเด็จพระจักรี

ถวายอัญชุลีแล้วออกมา


จัดเป็นอินทรีพยุหบาตร

นิลราชเป็นเศียรปักษา

นิลเอกนิลขันเป็นสองตา

ปากนั้นปิงคลาวานร

คอคือกระบี่ชมพูพาน 

คำแหงหนุมานเป็นหงอน

ปีกขวาองคตฤทธิรอน

ปีกซ้ายเกสรทมาลา

เท้าซ้ายจัดนิลปาสัน

ฝ่ายนิลปานันเป็นเท้าขวา

กายนั้นคือจอมโยธา

หางคือพญานิลนนท์

จังเกียงเป็นเล็บสกุณี

โยธีทั้งหลายเป็นลายขน

ล้วนถืออาวุธทุกตน

ร่านรนลำพองคะนองฮึก

นายไพรล้วนมีศักดา

แกล้วกล้าเหี้ยมหาญทะยานศึก

ฤทธิแรงแข็งขันพันลึก

คึกคึกคอยเสด็จพระสี่กร


"ข้าแต่พระองค์ราม ข้าพระองค์ขออาสา ช่วยพระบิดา และน้องของข้าพระองค์ ในการทำศึกครั้งนี้พะยะค่ะ" ทันใดนั้น มัจฉานุที่นั่งฟังอยู่นั้น ก็กล่าวอาสา ต่อหน้าทุกคน ที่อยู่ภายในพลับพลา สร้างความตกใจ ให้ทุกคน หนุมาน และนุพามาก


 ก่อนที่วานรขาว จะเอ่ยถามบุตรชาย ด้วยความเป็นห่วง "มัจฉานุ ที่สนามรบนั่นน่ะ มีแต่พื้นดิน ไม่พื้นน้ำเลย และอีกอย่างนะ เจ้ามีหางเป็นปลา มันอาจจะดูเกะกะ ในขณะที่สู้อยู่ เจ้าจะสู้ไหวรึ?"


บัดนั้น

มัจฉานุผู้ใจแกล้วกล้า

ได้ฟังคำของพระบิตุรงค์

พนมกรเหนือเศียรพลันตอบไ

ข้าแต่บิดรของบุตรนี้

เกิดเป็นชายผู้องอาจนักรบ

ทั้งจะแทนคุณบิดาของลูก

บุตรนี้จักขอร่วมพ่อและน้องยา


"...เฮ้อ...ในเมื่อลูกตั้งใจเช่นนี้ พ่อก็มิอาจใจลูกได้ พ่อขอบใจลูกมากนะ" หนุมานกล่าวกับบุตร แม้จะยังกังวลมิหายก็ตาม "ถ้าเช่นนั้นแล้ว มัจฉานุ ข้าจะให้เจ้า ช่วยการศึกในครั้งนี้ ร่วมกับเราชั่วคราวนะ และเราขอชื่นชมจากใจ"


"ว่าเจ้ามีจิตใจ ที่กล้าหาญองอาจ เหมือนหนุมาน ผู้เป็นพ่อของเจ้าทีเดียว" พระรามกล่าวอนุญาต ก่อนจะกล่าวชื่นชม ในความกล้าหาญ ของวานรหางปลา ซึ่งบุตรวานรขาว ก็ก้มกราบด้วยความยินดี


เมื่อนั้น

พระพงศ์จักรพรรดิทรงศร

จึ่งชวนพระลักษมณ์ฤทธิรอน

บทจรไปสรงวาริน


สองกษัตริย์ชำระสระสนาน

สุคนธารเกสรขจรกลิ่น

สนับเพลารายพลอยโกมิน

เชิงช่อนาคินทร์สังเวียนวง

ภูษาโกไสยต่างสี

ยกเครือเจ็ดคลีกระหนกหงส์

ชายไหวชายแครงฉลององค์

ต่างทรงทับทรวงสังวาลวัลย์

ตาบทิศเฟื่องห้อยมณีช่วง

พาหุรัดเพชรร่วงดวงกุดั่น

ทองกรฉลุแก้วมังกรพัน

ธำมรงค์เรือนสุบรรณกางกร

ต่างทรงมงกุฎดอกไม้ทัด

ขัดพระขรรค์เพชรรัตน์แล้วจับศร

งามดั่งสุริยันกับจันทร

บทจรไปขึ้นรถทรง


รถเอยราชรถทิพย์

แอกงอนอ่อนลิบงามระหง

กำแก้วประกับประกอบกง

ดุมวงแสงวามอร่ามพลอย

ภาพล้อมบัลลังก์กระจังลวด

พนักอิงบังอวดกระหนกห้อย

จตุรมุขงามแม้นพิมานลอย

บันช้อยห้อยฉัตรอรชร

เทียมด้วยสินธพเทพบุตร

เริงร้อนฤทธิรุทรดั่งไกรสร

พระลักษมณ์นั่งหน้าประนมกร

เครื่องสูงสลอนสลับกัน

มาตุลีสารถีเทวา

ขับอาชาเผ่นดั่งจักรผัน

ผงคลีมืดคลุ้มชอุ่มควัน

ปี่กลองสนั่นครั่นครึก

เสียงรถเสียงม้ากุลาหล

เสียงพลโห่ร้องก้องกึก

ล้วนเหล่าลำพองคะนองฮึก

ขับกันคึกคึกรีบจร


................

..........

......

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

29 ความคิดเห็น