ตอนที่ 16 : ดอกปทุมช่วยชีวา (๑๐๐%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 204
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    20 มี.ค. 62

"มะ...มัจฉานุ?"

"หนุมาน...เขาเป็นบุตรของเจ้ารึ?"


 ทุกคนพากันอึ้ง และแปลกใจ ที่พวกเขาเพิ่งรู้ ว่าวานรหางปลานั้น เป็นลูกชายของหนุมาน และเป็นพี่ชายของนุพา ที่ออกจากเมืองบาดาล เพื่อมาที่กองทัพ ในขณะมัจฉานุ วิ่งเข้าไปโผกอดพ่อ ด้วยความยินดีนัก


"ท่านพ่อ ท่านมิเป็นอันใดนะขอรับ" "พ่อยังสบายดีอยู่น่ะลูก" "แล้วน้องนุพา ยังสบายดีหรือไม่ขอรับ?" คำถามของบุตร ที่ยังหวังดีกับน้อง โดยที่ไม่ทราบเหตุร้าย ที่เกิดขึ้นนั้น ทำเอาหนุมาน ถึงกับพูดไม่ออก


 เพราะเขาไม่รู้ ว่าจะอธิบายลูกอย่างไรดี ทำได้แค่นิ่งเงียบไป จนวานรหางมัจฉา เห็นอาการของพ่อ ถึงกับเอ่ยถามทันที "ท่านพ่อ? น้องนุพาเป็นอะไรหรือเปล่าขอรับ?" "...เอ่อคือว่า..."


..............

..........

.....

ผ่านไป ๑ ชั่วโมง


"อะ...อะไรนะขอรับ!! น้องนุพาโดนถูกมนต์ทำร้ายรึขอรับ!!!??" มัจฉานุที่ฟังเรื่องราว จากปากของผู้เป็นพ่อ ถึงกับร้องออกมา ด้วยความตระหนกตกใจ เมื่อทราบเหตุร้ายที่เกิดกับน้อง ซึ่งหนุมาน ก็พยักหน้า แทนคำตอบ


 ก่อนจะเล่าในสิ่งที่เขา...กำลังลำบากใจ...ในช่วงเวลานี้..."เฮ้อ...ใช่แล้วล่ะ แถมไม่มียาใด รักษานางได้ง่ายๆเลย นอกจากของที่...ติดตัวนางมาแต่เกิดเท่านั้นน่ะ...พ่อก็นึกขึ้นได้ ว่าเจ้าเคยบอกกับพ่อ ว่านางเกิดมาพร้อมกับดอกบัว...เอ๊ะ!?"


 วานรขาวที่กำลังเล่าเรื่องราว ให้ผู้เป็นลูกฟังนั้น ก็ถึงกับสงสัยขึ้นมา เมื่อเห็นดอกบัวขาว ที่มีขนาดใหญ่ พอที่จะให้เด็กทารกน้อย ได้นั่งหรือนอนได้สบายๆเลยทีเดียว จนต้องเอ่ยถาม ด้วยความใคร่รู้


"มัจฉานุ เจ้าไปเอาดอกบัวนี้ มาจากที่ใดรึ?" วานรผู้เป็นลูก ได้ฟังเช่นนั้น จึงมองไปที่ดอกบุณฑริก ที่อยู่ในมือของเขา ก่อนจะอธิบายให้อีกฝ่ายทราบ "หือ? ท่านพ่อหมายถึง ดอกบัวที่อยู่ในมือนี้รึ?"


"น้องนุพาน่ะ นางเกิดในดอกบุณฑริกนี้ ตอนที่ท่านพ่อไมยราพ รับลูกและนาง ไปเป็นบุตรบุญธรรม ข้าก็เอาติดมาด้วย แต่วันนี้เนี่ยสิ มันกลับส่องแสงแปลกๆ ทั้งที่ปกติมันไม่เป็นแบบนี้มาก่อน ลูกก็เลยมาหาน้อง"


"เพราะลูกรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ค่อยดีนัก กลัวว่าน้องจะเป็นอะไรขึ้นมาน่ะขอรับ" "...งั้นรึ" หนุมานที่ฟังเรื่องราว จากมัจฉานุ นั่นทำให้ความหวัง ที่บุตรีของตน จะได้รอดพ้น จากเงื้อมมือมัจจุราช ได้บังเกิดวานรขาว และคนที่อื่นๆ ที่ฟังสิ่งที่มัจฉานุเล่า


 จึงทำให้วานรหางปลา ถึงกับนึกออกทันที ว่าสิ่งที่บิดาต้องการ มันคืออะไร ก่อนจะส่งดอกบัวขาว ให้กับพ่อของตน ซึ่งวานรกายขาวผ่อง รับจากมือบุตร ด้วยความยินดี แล้วส่งให้พิเภก ที่ยืนรอรับอยู่ก่อนแล้ว


 เมื่อได้รับมันมาแล้ว โหราจารย์ยักษ์ก็ไม่รอช้า จัดการแบ่งส่วนต่างๆ ของดอกบัวออก โดยแบ่งเป็นก้าน ที่ตัดเป็นท่อนๆขนาดเท่ากัน เด็ดกลีบบัวทีละกลีบ แล้วขูดเอาเกสรออกมา จากนั้นก็เอาทั้งหมด มาตำให้ละเอียด


 แล้วเอามาผสมกับน้ำสะอาด น้ำผึ้งที่ได้เก็บไว้เป็นเสบียง และใบบัวบก ที่เอาหั่นเป็นชิ้นๆ แล้วเอายาที่ได้นั้น ไปต้มและตักใส่ถ้วยแก้ว จากนั้นก็ยื่นให้มัจฉานุ พลางกล่าวกับอีกฝ่าย "มัจฉานุ เจ้าจงนำยานี้ ไปให้นุพากินเถิด"


 วานรหางปลา พยักหน้ารับคำ ก่อนจะเดินไปที่ห้องพยาบาล ที่น้องสาวของตน นอนบนเตียงอยู่ โดยมีวานรผู้เป็นพ่อ เดินตามมาด้วย เมื่อสองพ่อลูกไปถึง หนุมานก็พยุงตัวลูกสาวไว้ ส่วนมัจฉานุนั้น ก็ตักยาขึ้นมาเป่า และตักใส่เข้าปากของร่างเล็ก


 ทันทีที่เข้าปากเล็กๆนั้น ร่างที่ซีดของนุพา ก็กลับมามีผิวพรรณที่ผุดผ่อง และมีเลือดเนื้อ อีกทั้งเกศาของนาง ก็กลับมานุ่มนวลอีกครั้ง ส่วนขาของนาง ที่ยังเป็นปลานั้น มัจฉานุก็จัดการ อุ้มร่างเล็กออกจากห้องพยาบาล แล้วเดินไปที่แม่น้ำ


 ก่อนจะบรรจง วางส่วนขาของนาง ลงบนคงคาที่ไหลตลอกเวลา โดยมีหนุมาน พระราม พระลักษณ์ พิเภก สุครีพ องคต ชมพูพาน ชามภูวราช วานร ๑๘ มงกุฎ และเสนาวานรตนอื่นๆ คอยยืนลุ้นไปด้วย


 ทันใดนั้นเอง หางมัจฉาของนาง ก็พลันกลับกลายเป็นขามนุษย์ไป และนุพาน้อย ก็ค่อยๆลืมตาขึ้น ก็พบทุกคน ที่มีสีหน้าที่ยินดี ที่นางกลับมาเป็นปกติแล้ว นางมองทุกคน อย่างประหลาดใจ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมา


"เอ๊ะ? พวกท่านดีใจอะไรเหรอเจ้าคะ? แล้วท่านพี่มัจฉานุ มาหาน้องด้วยเรื่องอันใดเจ้าคะ?...อ๊ะ!" ร่างบางร้องขึ้น ด้วยความตกใจ ปนกับฉงนใจ เพราะทั้งพ่อและพี่ ต่างโผกอดร่างเล็ก ด้วยความดีใจทั้งน้ำตา เพราะพวกเขาต่างก็กลัว ว่าจะเสียคนสำคัญไปแล้ว


 จนนุพาน้อย อดที่จะถามไม่ได้ "ท่านพ่อ? ท่านพี่? พวกท่านเป็นอะไรเจ้าคะ?" วานรขาวผู้พ่อ ได้บุตรสาวกล่าวถามเช่นนั้น วานรขาวจึงกล่าวขึ้นมา "...พ่อกับพี่ของลูก ไม่เป็นอะไรหรอก แต่เรื่องที่เกิดกับเจ้านั้น ด้วยพ่อจะเล่าให้เจ้าฟังนะ คือว่าเรื่องเป็นเช่นนี้นะ...."


.................

..........

.....

ผ่านไป ๓๐ นาที ในพลับพลา


"เอ๊ะ!? หนูโดนมนต์เล่นงานเหรอเจ้าคะ!?" นุพาที่ฟังเรื่องราวทั้งหมด ถึงกับเอ่ยถาม ด้วยความตกใจ ซึ่งหนุมาน และมัจฉานุ ต่างก็พยักหน้าพร้อมกัน ก่อนที่วานรผู้พ่อ จะเล่าให้บุตรีฟังอีกครั้ง


"ใช่แล้วล่ะนุพา เจ้าเกือบจะสิ้นใจ เพราะเจ้ากุมภกรรณแล้วล่ะ มันคงจะแค้นลูก ที่แปลงกายเป็นหนอน ทำให้มันเสียพิธีลับหอก และยังทำให้เขา ต้องอับอายพวกเสนาอีกน่ะ มันก็เลยใช้มนต์แก้แค้นเจ้า จนเจ้าเกือบจะอยู่ในสภาพปางตายแล้วล่ะ"


"นี่เจ้าโชคดีมากนัก ที่พี่ได้ลางสังหรณ์ จากดอกบัวที่เจ้าเกิดมาเสียก่อน ไม่อย่างนั้นแล้ว เจ้าก็คงไม่ได้ดอกบัวนี้ มาช่วยชีวิตเจ้าไว้หรอกน้องพี่" มัจฉานุกล่าวเสริม พลางลูบหัวน้องสาว ที่ถอนหายใจ ด้วยความโล่งใจ


"เฮ้อ...ถ้าไม่ได้พ่อและพี่ช่วย เช่นนี้แล้ว หนูคงต้องตายแน่ๆเลยคราวนี้" คำพูดของนุพา ทำเอาหนุมาน มัจฉานุ และคนอื่นๆ ที่อยู่ในพลับพลา ถึงกับหัวเราะออกมา ก่อนที่พระราม จะกล่าวกับวานรหางปลาขึ้นมา


"เอาล่ะ เจ้าที่อยู่กับหนุมาน กับนุพาน่ะ มีนามว่ามัจฉานุสินะ?" "ถูกแล้วพะยะค่ะ" "อืม...รูปร่างหน้าตาของเจ้าเนี่ย คล้ายกับพ่อทีเดียวนัก ยกเว้นส่วนหางเท่านั้น ที่เป็นหางปลาน่ะ แตกต่างจากนุพา ที่มีรูปกายเหมือนมนุษย์เท่านั้น"


"นั่นสิพะยะค่ะ ข้าพระองค์น่ะ ไม่อยากจะเชื่อ ว่าเป็นลูกของท่านพี่หนุมานนะ แต่ก็ต้องเชื่อแล้วล่ะพะยะค่ะ เพราะหน้าตาเขา กับท่านพี่เนี่ย เหมือนมากเลยพะยะค่ะ" องคตกล่าวเสริม ทว่าวานรหางปลานั้น กลับนึกสงสัยอะไรบางอย่าง จนต้องถามผู้เป็นบิดาขึ้นมา


"ท่านพ่อขอรับ วานรกายสีเขียว ที่มีหน้าตาเหมือนแพะเนี่ย เป็นผู้ใดรึขอรับ?"

ฉึก!


 คำถามของมัจฉานุ เหมือนไปแทงใจดำ ขององคตเข้า แต่คำตอบของหนุมาน ยิ่งทิ่มแทงใจดำอีก "อ๋อ! นั่นน่ะองคต เป็นบุตรของพญาพาลี ที่เป็นน้าของพ่อ แต่เขาอยู่ในท้องแพะ หน้าเขาก็เลยเป็นแบบนี้น่ะลูก"


ฉึก!

"อ๋อ...มิน่าล่ะ หน้าของท่านอา เหมือนกับแพะเลยเจ้าค่ะ"

ฉึก!


 นุพากล่าว อย่างเข้าใจ ซึ่งเป็นคำที่สาม ที่ทิ่มแทงใจดำผู้เป็นอาอีก จนองคตนั้น แทบจะทำใจไม่ได้ กับเรื่องราวของเขา แต่ก่อนที่สามพ่อลูก จะเอ่ยถึงวานรเขียว ไปมากกว่านี้ พญาสุครีพ ก็เดินมาที่มัจฉานุ


 ซึ่งวานรขาวหางปลา ก็จ้องไปที่อีกฝ่าย ด้วยความงุนงง ก่อนที่วานรสีชาด จะเอ่ยถามขึ้นมา "เจ้าเป็นบุตรหนุมานใช่ไหม?" "...ขะ...ขอรับ...แล้วท่าน..."


ฟุ่บ!!

"เอ๊ะ!?"


 ทันใดนั้นเอง สุริยบุตร ที่ได้รับคำตอบ จากปากพานรหางมัจฉา ก็เข้าสวมกอดทันที โดยที่มัจฉานุ ไม่ได้ทันตั้งตัว ทำให้หลานพระพาย ต้องถึงกับเอ่ยถาม ผู้เป็นน้องสาวขึ้นมา "เอ่อ...นุพา...พญาวานรผู้นี้...เป็นผู้ใดกันรึ?"


"อ๋อ...นั่นน่ะท่านปู่สุครีพ น้าของท่านพ่อนะเจ้าค่ะ" "ห๊า!" มัจฉานุ ถึงกับอึ้งทันที เมื่อได้รับคำตอบ จากผู้เป็นน้อง ก่อนที่จะเอ่นถาม กับวานรสีชาด เพื่อให้แน่ใจ "เอ่อ...ทะ...ท่านพญาวานร...ท่านคือ...ท่านปู่ใช่ไหมขอรับ?"


"ใช่แล้วล่ะ...ฮือ..." สุครีพตอบได้ไม่ทันไร เขาก็ร้องไห้โฮขึ้นมา จนนุพาต้องเอ่ยถาม ด้วยความแปลกใจ "อ้าว! ท่านปู้เจ้าค่ะ ท่านไม่ดีใจ ที่เจอท่านพี่มัจฉานุเหรอเจ้าคะ?" "ฮือ...ไม่หรอกหลานปู่...ปู่ดีใจที่พ่อของพวกหนูน่ะ มีครอบครัวแล้ว...ฮือ..."


 สุริยบุตรอธิบาย พลางกอดหลานสาว แต่ยังร้องไห้ไม่หยุด จนหนุมาน ต้องดึงวานรสีชาด ออกจากบุตรทั้งสองทันที "ท่านน้าขอรับ~ อย่ากอดพวกเขาแน่สิขอรับ เดี๋ยวพวกเขา ก็อึกอัดหรอกขอรับ...เอ่อ...พ่อขอโทษนะ ปู่ของพวกหนูน่ะ"


"ยังไม่มีลูก หรือหลานตัวเล็กๆ ให้เขาอุ้มน่ะ เขาก็เลยเป็นแบบนี้น่ะ" "เอ่อ...ไม่เป็นไรหรอกขอรับ ลูกไม่ว่าอะไรหรอกขอรับ (^ ^;)" มัจฉานุกล่าว อย่างไม่ถือสาอะไร แต่ก็ต้องสะดุ้งตกใจ เมื่อชมพูพาน ได้ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ก่อนจะเอ่ยถาม


"เจ้าชื่อมัจฉานุสินะ ผู้ใดเป็นคนตั้งให้รึ?" "อ๋อ...ท่านแม่สุพรรณมัจฉาน่ะ และนางก็ตั้งชื่อน้อง ของกระผมด้วยน่ะขอรับ แล้วท่านล่ะขอรับ?" วานรหางปลาตอบ ก่อนถามกลับบ้าง "อาชื่อชมพูพาน เป็นพี่ของอาองคตน่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ"


"ขะ...ขอรับ...ท่านอาชมพูพาน" มัจฉานุกล่าวรับ แม้จะยังไม่ชิน กับการพูดคุย อย่างเป็นมิตรก็ตาม ก่อนที่เสนาวานรทั้งหลาย จะกล่าวแนะนำตน ให้วานรหางมัจฉา ได้ทำความรู้จัก โดยมีนุพา เป็นคนช่วยแนะนำพวกเขา ให้ผู้เป็นพี่ได้รู้จัก แต่หลังจากที่แนะนำกันได้ไม่นานนัก...


โครก....

"อุย..."

"อึ๋ย..."


 ทั้งสองพี่น้อง ต่างกุมท้องของตนเอง ด้วยความเขินอาย เพราะเสียงที่ดัง มาจากท้องของทั้งคู่นี่เอง นั่นทำให้คนอื่นๆ พากันขบขำ อย่างนึกเอ็นดู ก่อนที่ชามภูวราช จะเอ่ยกับวานรสองพีน้องขึ้นมา "มัจฉานุ นุพา สงสัยท้องของพวกเจ้า"


"คงจะหิวน่าดู ถ้าเช่นนั้น พวกเจ้าก็กินอะไรกันก่อนเถิด" "ขอบพระคุณขอรับ/ขอบพระคุณเจ้าค่ะ" ทั้งสองพี่น้อง กล่าวขอยคุณพร้อมกัน ก่อนที่พวกเขา จะไปจัดการที่เสียงดังนั้นเอง....


........................

.................

........

ผ่านไป ๑ ชั่วโมง


"ง่ำๆๆๆๆ!!"

"หม่ำๆๆๆๆ!!!"

"โห..."


 ทุกคนในค่ายกองทัพ พากันอึ้งไปตามๆกัน เมื่อเห็นสองพี่น้องเชื้อมัจฉา พากันกินอาหาร อย่างเอร็ดอร่อย โดยเฉพาะนุพานั้น กินอย่างรวดเร็ว จนกินหมดเกลี้ยง แต่ก็ยังขออาหารเพิ่มอีก ทำเอาหนุมานผู้พ่อ ถึงกับยกพนมมือทันที


"เอ่อ...พระองค์ราม...ข้าพระองค์ต้องขออภัย...ที่พวกเด็กๆกินเยอะเช่นนี้นะพะยะค่ะ..." "เอ่อ...ไม่เป็นไรหรอก...ข้าก็ไม่ถือสาอะไร เพราะพวกเขายังเด็กทั้งคู่น่ะ (^ ^;)" พระรามกล่าว อย่างไม่ถือสา ในขณะที่คนอื่นๆ แทบจะจุกแทนสองพี่น้องคู่นี้


"โอ้...พวกเขากินแบบนี้ พวกข้าจุกแทนล่ะ...(- -;;)" นิลราชกล่าว อย่างนึกกลัว ในตัวสองพี่น้อง ที่กินอย่างเอร็ดอร่อย จนกระทั่ง.... "โอ๊ย...อิ่มแล้วล่ะขอรับ...(;;-3-)" "หนูก็ด้วยนะเจ้าค่ะ...(;;-3-)" หลังจากที่ทั้งสอง กินอาหารจนแทบจะราบคราบ


 พวกเขาก็อยู่ในสภาพ ที่ท้องอืดเกือบเต็มที่ จนสองวานรผู้เป็นอา ถึงกับถอนหายใจไปตามๆกัน ก่อนที่องคต จะกล่าวบ่นอย่างเหนื่อยใจ "เฮ้อ...พวกเจ้าเนี่ย กินจุเกินไปแล้วนะ แบบนี้มีท้องแตกแน่นอนเลยนะ" "นั่นน่ะสิ ท่านพี่หนุมาน ท่านต้องคอยสอนพวกเขาด้วยนะขอรับ"


"แหะๆ ขอโทษนะขอโทษ แต่ข้ามิได้อยู่กับพวกเขาน่ะ อีกอย่างแม่พวกเขา ก็ไม่ได้อยู่กับพวกเขาด้วยน่ะ (-///-)" หนุมานกล่าว อย่างเขินอาย เพราะโดนลูกพี่ลูกน้องทั้งสอง กล่าวบ่นขึ้นมา ทว่าบุตรทั้งสองของเขา กลับหลับด้วยความอิ่ม พร้อมกันทั้งคู่แล้ว


 ด้วยเหตุนี้เอง วายุบุตรจึงต้องอุ้มบุตรี ไปที่ห้องของตน ส่วนมัจฉานุนั้น เนื่องจากมีขนาด พอๆกับเด็กหนุ่ม อายุ ๑๖ ปี พญาสุครีพผู้เป็นปู่ ที่แข็งแรงมากพอ ที่จะพาหลานเชื้อมัจฉานี้ ไปที่ห้องของวานรขาวได้ จึงต้องแบกร่างของวานรหางมัจฉา ไปที่ห้องของหลานชาย


 เมื่อไปถึงห้อง โอรสพระพาย จึงวางร่างลูกสาวลงบนเตียง พร้อมๆกับสุริยบุตร ที่วางร่างของมัจฉานุ ลงที่เตียงเดียวกับนุพาด้วย วานรขาวจึงกล่าว พลางพนมมืออย่างเคารพ "ขอบพระคุณท่านมากนะขอรับ ท่านน้าสุครีพ ที่พาพวกเขามาส่งน่ะขอรับ"


"ไม่เป็นไรหรอก เพราะพวกเขาเอง ก็เป็นหลานของน้าอยู่แล้ว แต่อย่างไรเสีย เจ้าเองก็ต้องดูแล และอบรมพวกเขาด้วยนะ" วานรสีแดงกล่าว ก่อนจะเดินออกจากห้องไป โดยทิ้งให้หนุมาน ยืนยิ้มให้ผู้เป็นน้า ก่อนจะเดินไปห่มผ้า ให้บุตรทั้งสอง


 แล้วยิ้มให้สองพี่น้อง จากนั้นเดินออกจากห้องไป แต่เขาก็ไม่รู้เลย ว่าการมาของมัจฉานุ และภารกิจช่วยนุพาในครั้งนี้ จะอยู่ในสายตา ของสองเสนายักษ์สอดแนม ที่ทศกัณฐ์ได้สั่งให้ไปดู พวกเขาจึงพูดคุยกันทันที


"เฮ้ย เพื่อน เจ้าเห็นอย่างที่ข้าไหม?" "เห็นสิ เจ้าลิงเผือกนั่นน่ะ มันมีลูกอีกตน ตัวเป็นลิงแต่หางเป็นปลา แถมเจ้าลูกลิงนั่น ยังเข้ามาช่วยน้องมันด้วย เห็นทีต้องนำเรื่องนี้ ไปกราบทูลให้ท่านท้าวทศกัณฐ์ และท่านกุมภกรรณก่อนเถอะ"


"ข้าก็เห็นด้วย" เมื่อทั้งสองปรึกษากันแล้ว พวกเขาจึงรีบออกจากค่าย แล้วเหาะกลับกรุงลงกาไป..."


โปรดติดตามตอนต่อไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

29 ความคิดเห็น

  1. #29 Darkness_merina (@0821337077) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 14:23

    วู้มาต่อเเล้ว~มาต่อตอนต่อไปไวๆนะรอดูตอนน้องโตอยู่
    #29
    1
    • #29-1 Fresh14425 (@Fresh14425) (จากตอนที่ 16)
      19 มีนาคม 2562 / 16:09
      ได้เลยค่ะ (> <)\
      #29-1
  2. #28 Patkun62442 (@Patkun62442) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 13:38
    ไรต์มาแล้ววววว โอ้ยยยยย รอแทบปานจะขาดใจ &#128514;&#128514;&#128514;
    #28
    1