ตอนที่ 15 : มนต์อัคคีสังหารมัจฉา (๑๐๐%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 295
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    24 ม.ค. 62

 หลังจากที่กองทัพพระราม ได้ยกทัพกลับมาถึงเขามรกต นุพาที่เริ่มมีเกล็ดงอกออกมานั้น ต้องรีบไปที่แม่น้ำ เพื่อที่จะลงน้ำ แต่ตอนที่นางกำลังลงนั้น กลับต้องเจอเหตุการณ์ ที่นางไม่คาดคิดขึ้น...


"ห๊า! นั่นน้ำจะไปไหนน่ะ!?"


 นางกล่าวอย่างตกใจ เมื่อเห็นคงคา ที่กำลังไหลตามปกติ แต่กลับเริ่มแห้งขอดขึ้นมา นั่นทำให้สาวร่างเล็ก ต้องรีบพนมและถ่องมนต์ ก่อนที่สายน้ำนั้น เริ่มกลับมาหานาง ซึ่งเหล่าเสนาวานร ที่กำลังจะไปอาบน้ำ และล้างหน้า แต่กลับมาเห็นเหตุการณ์ ที่เกิดเรื่องขึ้นนั้น


 ต่างก็ส่งเสียง ให้กำลังใจแก่นุพา อย่างเนื่องแน่น และนางก็ใกล้จะทำให้แม่น้ำ กลับมาไหลได้สำเร็จแล้ว แต่แล้วนาง...กลับต้องชะงักไปทันใด...


ตึกตัก!!

"!!!"


 การที่นางหยุดชะงักนั้น ทำให้คงคา ที่กำลังไหลกลับมา กลับมาแห้งแล้ง และหายจากไปอีกครั้ง แต่สาวร่างเล็กนั้น กลับทรุดเข่าลง พร้อมกับมือน้อยๆ ที่กุมหัวใจไว้ และหอบหายใจ อย่างยากลำบาก อย่างเห็นได้ชัด "...กะ...เกิดอะไรขึ้น...อึดอัดเหลือเกิน..."


ตุบ!

"!!!!"


 เหล่าเสนาพานรทั้งหลาย พากันตื่นตกใจ เมื่อเห็นร่างของนาง ล้มลงกับพื้น อย่างไร้เรี่ยวแรง มีวานรตนหนึ่ง เข้าไปดูอาการ จนพบว่านุพา เริ่มหอบหายใจถี่ๆ และเกล็ดที่ออกมาเล็กน้อย กลับเริ่มมีมากกว่าเดิมแล้ว


"ท่านนุพาขอรับ! ท่านนุพา! ตื่นขึ้นมาเถิดขอรับ!!!" เสนาวานรที่เห็นอาการนี้ รีบเขย่าร่างบาง ด้วยความตื่นตกใจ แต่กลับไม่ได้เสียงของนางเลย เหล่ากระบี่ทั้งหลาย ต่างก็ร้อนรนใจ ด้วยความเป็นห่วง อีกทั้งแม่น้ำก็แห้งหาย อย่างไม่ทราบสาเหตุอีกด้วย


"แบบนี้ท่านนุพา และกองทัพของพวกเรา ต้องแย่แน่ๆเลย จะทำอย่างไรดีล่ะเนี่ย" "เกิดอะไรขึ้นรึ?" เสียงที่น่าเกรงขามดังขึ้นมา จนพวกเสนาวานร ต้องรีบหันมาทันที และพบว่าเจ้าของเสียง เป็นพญาสุครีพ ที่ยังไม่ทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


"ทะ...ท่านสุครีพ คือว่า..." "พวกเจ้าเป็นอะไรรึ? ทำไมพวกเจ้า...ห๊ะ!! นุพาหลานข้า!!!!!" วานรสีแดงชาด ร้องด้วยความตกใจ เมื่อเห็นหลานสาวของตน นอนอย่างไร้เรี่ยวแรง และนางก็กำลังทุกข์ทรมาน อย่างแสนสาหัส


 จนเขาต้องเข้าพยุงตัว ของหลานสาวตัวน้อย พลางเขย่าตัว และเรียกชื่อของนาง เพื่อให้นางฟื้นสติขึ้นมา "นุพา! นุพา! เจ้าได้ยินปู่ไหม!? ตื่นขึ้นมาเถิด หลานปู่!" "ท่านน้า เกิดอะไรขึ้นรึขอรั....ห๊า!!! นุพาลูกพ่อ!!!"


 หนุมานที่ได้ยินเสียง ของพญาวานรผู้น้า ที่พยายามเรียกร่างไร้สติ ของลูกสาวตัวน้อย จนต้องออกมา เพื่อถามกับพญาสุครีพ แต่กลับต้องมาพบ กับบุตรสาวของตน ที่นอนอย่างไร้เรี่ยว และสีหน้าของนาง ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด


 จนต้องรีบไปดูอาการ ด้วยความตกใจ และเป็นห่วงยิ่งนัก ก่อนจะเอ่ยถาม กับพวกเสนาวานรขึ้นมา ถึงสาเหตุที่กับบุตรีของตน "พวกเจ้า พอจะทราบหรือไม่....ว่ามันเกิดอะไรขึ้น กับลูกของข้า!!!???" "เรื่องนี้น่ะ พวกกระผมเอง ก็มิอาจทราบได้ ว่ามันอะไรขึ้นขอรับ"


"มิหนำซ้ำ น้ำในคงคานี้ ก็เหือดหายไป อย่างไม่ทราบสาเหตุแต่อย่างใดขอรับ ท่านนุพาเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ก็พยายามที่จะให้น้ำ กลับมาไหลเหมือนเดิมแล้ว แต่ว่า..." "แต่ว่าอะไรรึ?!"


 วานรขาวที่ยังเป็นห่วงลูก กล่าวถามอย่างฉงนใจ ก่อนจะได้รับคำตอบ จากทหารพานร "แต่ว่าท่านนุพา กลับเป็นลมไป อย่างไม่ทราบสาเหตุด้วยขอรับ!!!" "อะไรนะ!?" "บ้าน่า...หลานข้าต้องกลายเป็นเช่นนี้รึ?!"


 สุริยบุตร กล่าวอย่างกังวล ในอาการของหลานสาว ที่เริ่มจะหนักขึ้นเรื่อยๆแล้ว จนถึงกับกล่าวสั่ง กับเสนาวานรตนหนึ่งขึ้นมา "ถ้าเช่นนั้น เจ้าจงไปแจ้งข่าวร้ายนี้ ให้พระองค์รามทรงทราบเถิด" "ขอรับ!!!" วานรตนนั้น กล่าวรับคำ ก่อนจะรีบวิ่งออกไปทันที


..............

........

...

๓๐ นาทีผ่านไป


 หลังจากผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง เสนาวานรตนเดิม ก็ได้กลับมา พร้อมพระราม พระลักษณ์ พิเภก องคต ชมพูพาน ชามภูวราช และวานร ๑๘ มงกุฎ ที่ได้เดินตามมา หลังจากที่ได้ทราบข่าวร้าย ที่เกิดขึ้นกับแม่น้ำ และนุพาน้อย


 ซึ่งเมื่อทุกคนไปถึง ก็พบกับสุครีพ ที่นั่งคอยดู อย่างเป็นห่วง และหนุมาน ที่กอดร่างลูกสาว ไว้แนบกาย พลางร้องไห้ ดั่งประหนึ่งว่าเขานั้น...จะสูญเสียสิ่งที่ตนรักไป อีกทั้งร่างของเด็กสาวตัวน้อย ที่ตอนนี้ขาของนาง เริ่มกลายเป็นหางของปลาแล้ว


 ทุกคนจึงเข้าไปดูอาการ ด้วยความตกใจ ก่อนที่นาคราชอวตาร จะเอ่ยถามกับวานรขาว ด้วยความแปลกใจ และเป็นห่วงนุพามาก "หนุมาน นี่มันเกิดอะไรขึ้น? เหตุใดลูกของเจ้า จึงเป็นเช่นนี้?!" "ข...ข้าพระองค์...ข้าพระองค์มิทราบพะยะค่ะ...ฮึก..."


 วายุบุตรกล่าวตอบ พลางร้องไห้ ซึ่งก็ทำให้ทุกคน ได้เห็นความอ่อนโยน ของหนุมาน ที่มีต่อลูกน้อย จนพระสี่กรอวตาร รู้สึกสงสาร ถึงกับกล่าวถาม กับโหรยักษ์ทันที "ท่านพิเภก ท่านพอจะทราบสาเหตุหรือไม่ ว่าเหตุใดแม่น้ำนี้ จึงแห้งขอด"


"และนุพาต้องกลายเป็นเช่นนี้ เป็นเพราะเหตุใด ท่านจงตอบเรามาเถิด" "ขอเดชะ พระอาญามิเกล้า เหตุที่คงคาเหือดแห้งเช่นนี้ ก็เนื่องด้วยพญากุมภกรรณ ได้ร่ายขยายกายให้ใหญ่โต แล้วไปนอนขวางที่ต้นแม่น้ำ ที่จะไหลมาที่เขามรกต"


"เพื่อหวังให้พวกเราทุกคน อดน้ำตายหมด หลังจากไม่ได้น้ำ เป็นเวลา ๗ วันแล้วพะยะค่ะ" "กุมภกรรณงั้นรึ?! ถ้าเช่นนั้นแล้ว ที่ลูกนุพาเป็นแบบนี้ ก็เป็นฝีมือมันด้วยใช่หรือไม่!?" หนุมานกล่าวถามขึ้น ด้วยใจที่แค้นเคือง อย่างแสนสาหัส


 เมื่อทราบสาเหตุ ที่แม่น้ำแห้งหาย ทำให้ฉุกคิดขึ้นมา ว่าที่ลูกของตนเป็นเช่นนี้ ต้องเป็นฝีมือของพญายักษ์ตนนี้เช่นกัน ซึ่งอาการของวานรขาวนั้น ก็ได้ทำให้โหรยักษ์ เห็นอาการแล้ว ก็ถึงกับถอนหายใจ ด้วยความเหนื่อยใจยิ่งนัก


 ก่อนจะกล่าวตอบ ไปตามตรงทันที "...ใช่แล้วล่ะ ที่นางเป็นเช่นนี้ เพราะพญากุมภกรรณนั้น ได้ทราบจุดอ่อนของนางแล้ว เขาจึงใช้มนต์วิเศษ ที่สามารถใช้คู่กับพิธีทดน้ำ เพื่อแก้แค้นนางโดยเฉพาะ โดยมนต์ที่นาง ถูกเล่นงานนั้น...ก็คือมนต์อัคคีสังหารมัจฉา"


"มนต์อัคคีสังหารมัจฉา...มันเป็นมนต์อะไรกันรึ? ท่านพิเภก" องคตกล่าวถาม ด้วยความสงสัย เนื่องจากไม่เคยได้ยิน ชื่อของมนต์นี้มาก่อนนี่เอง นั่นทำให้โหรยักษ์ ต้องอธิบายมนต์นี้ ให้ทุกคนทราบ


"มนต์นี้...เป็นมนต์วิเศษ และเป็นมนต์น่ากลัวมาก เพราะมนต์นี้ เป็นมนต์ที่เอาไว้ สำหรับทำลายใครก็ได้ โดยเฉพาะผู้มี่ใช้มนต์นี้ มีแค้นเฉพาะกับผู้ใด ผู้นั้นจักต้องโดนเล่นงาน จนต้องบรรลัย ไม่ว่าจะช้า หรือเร็วก็ตาม"


"แต่มันจะใช้ได้ เฉพาะผู้ที่มีไม่มีฤทธิ์เดช และต้องเป็นผู้ที่อาศัยบนบก นานๆไม่ได้เท่านั้น มนต์จึงจะสำแดงให้เห็น ถ้าปล่อยให้มัน ทำลายนุพาไปมากกว่านี้ ในไม่ช้าก็เร็ว นางจักต้องวายปราณอย่างแน่นอน" "...อะ...อะไรนะ..."


 หัวใจของวานรขาว แทบจะแตกสลาย เมื่อทราบความร้ายกาจ ของมนต์ร้ายนี้ นั่นทำให้เขายิ่งกอดร่างลูก ที่ขาของนางเริ่มกลายเป็นหางปลา เข้าไปทุกทีแล้ว ทุกคนต่างก็เริ่มวิตกกังวล ทั้งห่วงชีวิตของตนเอง และชีวิตของนุพา


 ที่กำลังถูกมนตราร้าย เข้ามาทำร้าย จนกระทั่งในที่สุด หนุมานจึงวางร่างของบุตรี ก่อนจะพนมมือ และกล่าวกับพระราม อย่างไม่ลังเลอะไร "ข้าแต่พระองค์ราม ข้าพระองค์ขออาสา ไปทำลายพิธีทดน้ำ ของไอ้คนที่ทำร้าย ชีวิตของลูกข้าพระองค์เถิดพะยะค่ะ"


"!!!!!" วาจาที่หนักแน่น ของวานรขาว ผู้เป็นทั้งทหาร และคนเป็นพ่อ ในเวลาเดียวกันนั้น ทำเอาคนอื่นๆ พากันตกตะลึงทันใด ก่อนที่หนุมาน จะขยับตัวเข้ามาใกล้พิเภก ก่อนจะเอ่ยถาม ถึงวิธีแก้ไข ที่จะช่วยเหลือคนในกองทัพ และลูกสาวของตน


"ท่านพิเภก ท่านพอจะทราบหรือไม่ ว่าไอ้กุมภกรรณ มันทำพิธีทดน้ำ ณ ที่ใด?" คำถามของวายุบุตร ทำเอาโหรยักษ์ ถึงกับพูดไม่ออก ก่อนจะถอนหายใจ แล้วให้คำตอบ อย่างจนปัญญา แต่ก็บอกวิธี ที่จะทำให้สามารถ หาทางทำลายพิธีได้ "...หนุมาน ข้าต้องขอโทษด้วยนะ"


"เรื่องที่พญากุมภกรรณ ได้ตั้งพิธีที่ใดนั้น ข้าเองก็มิรู้ ว่าเขาได้ทำ ณ แห่งหนใด แต่คนที่รู้ว่าเขาได้ตั้งพิธีที่ใดนั้น จะมีแต่นางคันธมาลี ซึ่งเป็นนางสนมของเขา กับนางกำนัลอีก ๔ ตน เป็นผู้นำดอกไม้เครื่องหอม มาบูชาเท่านั้น ที่จะทราบได้ ว่าเขาตั้งพิธีที่ใด"


"งั้นรึ ขอบคุณท่านมาก ถ้าเช่นนั้นแล้ว ข้าฝากลูกของข้า ไว้กับพวกท่านนะ ดูแลนางจนกว่าข้า จะทำลายพิธีของมันสำเร็จ" หนุมานกล่าว พลางอุ้มร่างบุตรี ไว้ที่มือของพิเภก ก่อนจะเหาะหายไปกับตา


"โห...ท่านหนุมานเนี่ย ข้าอดนึกไม่ได้เลย ว่าคนเป็นพ่อ จะทำทุกอย่างได้ เพื่อลูกของตนเองน่ะ" เกสรทมาลา กล่าวอย่างอึ้ง เมื่อทราบถึงจิตใจ ที่มีความรักต่อบุตร ของวายุบุตร จนยอมทำทุกอย่าง เพื่อให้ลูกปลอดภัย


"...นั่นสินะ...คนที่รักลูกจริง จนยอมได้ทุกอย่าง เพื่อลูกที่เขารักนั้น จะมีแต่บิดามารดา ที่ยอมเสี่ยงอันตรายเท่านั้น" ชมพูพานกล่าวเสริม และยอมรับ ในสิ่งที่คนเป็นพ่อ ยอมทำทุกอย่าง แม้กระทั่งชีวิต หนุมานก็ไม่ต้องการ และพวกเขาก็ทำได้แค่หวังว่า...


...เขาจักต้องช่วยลูกของเขา ได้อย่างแน่นอน...


~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

"ไอ้กุมภกรรณ เจ้าต้องชดใช้ กับสิ่งที่เจ้าทำกับลูกของข้าให้ได้!!!" วายุบุตรที่ตอนนี้ ได้อยู่ในร่างของพญาเหยี่ยว บินไปที่กรุงลงกา ด้วยความแค้นใจ ในตัวกุมภกรรณ ที่ทำให้บุตรีของตน ได้รับความเดือดร้อน


 ก่อนจะเกาะบนกิ่งไม้ ของต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ที่อยู่ในสวน พลางคอยดูท่านางกำนัล ที่จะมาเก็บดอกไม้ในสวน จนเขาเห็นนางคันธมาลี กับนางกำนัลอีก ๔ นาง ที่ได้เดินเข้ามา และในบรรดาทั้งหมดนั้น เขาก็พบว่า มีนางกำนัลตนหนึ่ง ที่เดินไปเก็บบุษบา แยกกับคนอื่นๆ


 วานรขาวในร่างเหยี่ยว จึงบินโฉบนางกำนัลผู้นั้น แล้วบินขึ้นฟ้า ก่อนจะใช้กรงเล็บของเขา สังหารนางอย่างไม่ลังเล โดยไม่มีผู้ใด ล่วงรู้ถึงเรื่องนี้เลย แม้แต่สักคนเดียว แล้วเขาก็บินไปที่สวนอีกครั้ง พลันจากร่างเหยี่ยว


 ก็กลับเป็นนางกำนัล ซึ่งเป็นคนเดียว กับที่เขานำไปฆ่า พลางเดินไปหา เหล่านางกำนัลที่เหลือ นางกำนัลผู้หนึ่ง ที่แอบจะแปลกใจ เนื่องจากเพื่อนของพวกนาง เพิ่งมาหาพวกนาง จนถึงกับเอ่ยถามทันที


"นี่ เจ้าน่ะ เจ้าไปไหนมารึ ถึงมาช้าเช่นนี้เหล่า?" "อ๋อ! ก็ดอกไม้ทางนู่นน่ะ มันสวยมากน่ะ เราก็เลยมาช้า เพราะชมเพลินไปหน่อยน่ะ อย่างไรเราก็ต้องขอโทษด้วยนะจ๊ะ" นางกำนัลแปลง กล่าวทำมารยา ซึ่งพวกนางกำนัล ก็ไม่ได้ว่าอะไร


 พวกเขายังคงเก็บดอกไม้ต่อไป จนเมื่อมากพอ ที่จะเอาไปให้กุมภกรรณแล้ว นางคันธมาลี และนางกำนัลทั้งสาม รวมถึงนางกำนัลแปลง ก็เดินออกจากสวนไป เพื่อมุ่งหน้าไปหานายของพวกนางทันที


~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~ณ ต้นแม่น้ำ


"ถึงแล้วล่ะ พวกเจ้าจงตั้งบูชาได้" นางคันธมาลี กล่าวสั่งกับสามนางกำนัล ซึ่งทั้งสามนาง ก็จัดการตามคำสั่ง ยกเว้นนางปลอมเท่านั้น ที่จ้องมองไปน้ำ ที่แม้จะไม่เห็นตัวยักษา เขาก็เห็นน้ำที่กำลังวนอยู่ อย่างผิดปกตินัก


จึ่งพินิจพิศดูด้วยปรีชา

ก็รู้ว่าพญากุมภกรรณ

ลงอยู่ในท้องสาคร

วานรมีใจเกษมสันต์

ไหว้คุณพระอิศวรทรงธรรม์

ก็ร่ายพระเวทอันฤทธี


"ว๊าย!!! ลิงยักษ์!!!!" "กริ๊ดดดดด!!!!!!" เสียงหวีดร้อง ของนางสนมกำนัล ที่ดังขึ้นมาเพราะตกใจ เมื่อทั้งสี่พบว่า นางกำนัลที่ตามมาด้วย ได้กลับกลายเป็นวานรขาว ที่มีร่างกายใหญ่โต ดูน่าเกรงขาม จนพากันหนีกระจิดกระเจินทันที


"หึ สมนำหน้า พวกเจ้าพาข้ามาเองนะ!!" วานรขาว กล่าวอย่างสมน้ำหน้า ก่อนจะกระโดดลงร่องน้ำ แล้วใช้ตรีเพชร ทิ่มแทงตรงจุดที่แม่น้ำวนทันที


ฉึก!!

"โอ๊ย!!!! ใครกันที่ทำกับข้า!!!!!"


 ทันใดนั้นเอง พญากุมภกรรณ ที่ถูกวายุบุตร ใช้ตรีเพชรทิ่มแทง จนไม่สามารถทนได้ จนถึงขั้นลุกขึ้นมาทันที หนุมานก็ไม่รอช้า กล่าวตวาท ด้วยความแค้น จนไม่มีผู้ใดห้ามได้


ชิชะอ้ายกุมภกรรณยักษี

มึงนี้บังอาจทำทะนงจิต

ใช้มนตราทำร้ายลูกกู

จนนางแทบจะสิ้นบรรลัย


เมื่อนั้น

พญากุมภกรรณฤทธิไกร

ได้คำของพานรินทร์

ให้กริ้วโกรธดั่งอัคคี

พลันว่ากล่าวตวาทไป

เหม่เหม่ดูดู๋อ้ายลิงขาว

มึงกล้าว่ากูก็เป็นได้

ด้วยบุตรีของมึงทำหยาบช้า

โดยนิมิตกายเป็นหนอน

ทำให้ตัวกูต้องเสียการ

ในเมื่อพ่อเช่นตัวมึงจะต่อยุกต์

กูจะทำให้มึงได้ประสงค์ตามลูกไป


"หน๊อย...ไอ้กุมภกรรณ เจ้าจะทำมากเกินไปแล้ว!!!!!" หนุมานผู้เหลืออด กับการกระทำของยักษ์ จนถึงขั้นกระโดดถีบ ใส่พญายักษา ด้วยความแค้น ที่ท่วมท้นหัวใจ จนสุดที่จะทนได้


"มาเลย ในเมื่อเจ้าที่เป็นพ่อ อยากตายตามลูกไป ข้าก็จะสนองให้!!!!" อุปราชมาร กล่าวอย่างท้าทาย ก่อนที่จะพุ่งไปที่วานรขาว ซึ่งอีกฝ่ายน้้นก็ตั้งท่า ที่จะตอบโต้กลับ และแล้วทั้งคู่ ก็ดริ่มประหัตประหารกัน


 โดยพญายักษ์ ได้ใช้ตะบอง ฟาดไปที่วายุบุตร แต่วานรเผือก ก็หลบได้ทันการ ก่อนจะใช้ตรีเพชร ทิ่งแทงไปที่แขน ของอีกฝ่าย อย่างไม่ลังเล แต่ความประหลาดใจ ก็เกิดขึ้นกับเขา


 เมื่อเขาพบว่า ที่แขนของคู่ต่อสู้ ไม่มีรอยแผล หรือเลือดออกเลย แม้แต่หยดเดียว แต่ในขณะที่เขา เริ่มจะนึกสงสัยอยู่นั้น เขาก็สังเกตเห็น ตะบองของน้องพญายักษ์ ได้พุ่งมาทางที่เขา นั่นทำให้วานรขาว จึงหลบได้ทันเสียก่อน


 การต่อสู้ของทั้งสอง ยังคงดำเนินต่อไป จนกระทั่งกุมภกรรณ ได้เผลอพลั้งปากออกไป ด้วยความชะล่าใจ "ฮ่าๆๆ เจ้าวานรเผือก เจ้าทำอะไรข้าไม่ได้หรอก!! มนต์ที่ข้าใช้น่ะ มันเป็นมนต์ที่ปกป้องข้า ไม่ให้อาวุธต่างๆ ฟันแทงเข้าได้!!"


"แต่ต้องเป็นเลือด จากผู้ถูกมนต์นี้ทำร้าย หรือผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น มนต์์ถึงจะเสื่อมยังไงล่ะ!!!!!" "เลือดงั้นรึ?...." หนุมานนึก พลางมองที่ข้อมือ ของตนเอง อย่างใช้ความคิด ก่อนจะตัดสินใจ ทำในสิ่งที่...ไม่มีคาดคิด...


ฉัวะ!!!


 ทันใดนั้นเอง วานรขาว ก็ใช้ตรีเพชร เชือดที่ข้อมือซ้ายของตน จนโลหิตสีแดงสด ได้ไหลออกมา จนกุมภกรรณนั้น ถึงกับแทบไม่เชื่อ กับตาตนเองด้วย "อะไรกันน่ะ!? เหตุใดมันถึงกระทำเช่นนี้!? แต่นั่นก็ช่างประไร เพราะถึงอย่างไรซะ..."


"ตัวพ่อมันต้องตาย ตามลูกของมันนี่แหละ!!!!"


 เมื่อเขาคิดแบบนั้น พญายักษ์ก็ไม่รอช้า เขาพุ่งตัวไปที่อีกฝ่าย และเงื้อตะบอง ตั้งท่าจะโจมตีทันที แต่เหมือนหนุมาน จะได้วางแผนไว้ก่อนแล้ว เขาจึงใช้มือขวา ช้อนเลือดจากข้อมือซ้าย ก่อนจะสาดมัน ใส่หน้ายักษ์ตรงหน้าทันที


"เฮ้ย!!!!"


 พญายักษ์ ร้องออกมา ด้วยความตกใจ ผสมกับโทสะอันรุนแรง เมื่อถูกวานรขาว ใช้เลือดสาดใส่เขา แถมอีกฝ่ายนั้น ก็กระโดดใช้ตรีเพชร ทิ่มแทงไปที่ช่วงท้องข้างซ้าย กุมภกรรณ ที่ลืมไปว่า ตนได้บอกความลับไปแล้ว จึงกล่าวเย้ยหยันทันที "ฮ่าๆ เจ้าวานรเผือก! เจ้าคิดรึ ว่าแผนตื้อๆเช่นนี้ จะทำอะไรข้าได้!!!...."


ฉึก!!!!

"อ๊ากกกก!!!!!!!"


 พญายักษา กรีดร้องอย่างเจ็บปวด เมื่อถูกสามง่าม แทงที่ช่วงท้องข้างซ้าย และมันก็ไปโดนถึงเนื้อหนัง จนมีโลหิตไหลออกมา นั่นทำให้พญายักษ์ ที่ผละออกมา จากวานรขาวนั้น จึงนึกขึ้นได้ทันที ว่าตนได้พลั้งปากออกไปแล้ว


 ว่าจุดอ่อนของมนต์นี้ ก็คือเลือดของผู้ต้องมนต์นี้ ซึ่งหนุมานนั้น ก็คือบิดาของนุพา ผู้ที่กำลังถูกมนต์ร้าย เล่นงานอย่างหนักนั่นเอง วายุบุตรจึงกล่าวขึ้น อย่างเยาะเย้ยทันใด


นี่แน่ะกุมภัณฑ์ชะล่านัก

ที่พลั้งบอกกับไพรี

ว่าโลหิตของตัวกูนี้

จักล้างมนต์ของยักษา

ถึงคราวทีกูจะคืนเอา

ให้สมใจไอ้สาธารณ์


 เมื่อเขากล่าวจบ เขาจึงเข้าโจมตีทันที โดยที่ไม่ให้อีกฝ่ายนั้น ได้ระวังทันตั้งตัว จนทั่วทั้งกาย ของกุมภกรรณ แทบจะมีแต่รอยแผล นั่นทำให้พญายักษ์ ถึงกับเหาะหนีไปทันที


"หึ แบบนี้น้ำในแม่น้ำ ก็คงจะไหลตามปกติ ลูกนุพาก็คงจะหายแล้วล่ะนะ แต่ถึงอย่างไร...ข้าต้องไปดูก่อน ว่านางเป็นอย่างไรบ้าง" เมื่อเขาสิ้นคำ พญาวานรขาว ก็เหาะมุ่งหน้า ไปที่เขามรกต ด้วยความเป็นห่วงลูก


.................

............

......

ณ ที่ค่ายกองทัพพระราม


ตุบ!

"ลูกพ่อ! พ่อกลับมา..."

"ท่านหนุมาน!! เกิดเรื่องใหญ่ขอรับ!!!!!"


 ยังไม่ทันที่วานรขาว จะได้ตะโกนเรียกลูก หลังจากที่เขา ได้เหาะมาถึงเขามรกต ทหารวานรตนหนึ่ง ก็วิ่งหน้าตาตื่น มาหาเขา ด้วยความกังวลใจ และตื่นตะหนก จนหนุมานนั้น ถึงกับเอ่ยถาม ด้วยความแปลกใจ


"เอ๊ะ!? นี่มันเกิดอะไรขึ้นรึ?" "...คือว่า...ท่านนุพา...นางใกล้จะตายแล้วขอรับ..." "อะไรนะ!!!!!!" คำรายงานนี้ ทำเอาหัวใจของผู้เป็นพ่อ แทบแตกสลายทันที เมื่อทราบข่าวร้าย ที่เกิดกับลูก แทนจะเป็นข่าวดี ที่บุตรีปลอดภัย แต่นั่นกลับกลายเป็นว่า อาการของนุพาน้อย กลับทรุดหนักกว่าเดิมไปอีก


 เขาจึงรีบไปที่ห้องพยาบาล ที่ชมพูพาน ญาติผู้น้องของตน กำลังรักษาให้หลานสาวอยู่ เมื่อเขาได้เข้าไปข้างใน ก็พบพระราม พระลักษณ์ ชมพูพาน องคต สุครีพ พิเภก และวานร ๑๘ มงกุฎ


 ที่เฝ้าดูอาการ ของหลานพระพาย ด้วยความเป็นห่วง และเมื่อหนุมาน ได้มองไปที่นุพา ใจของเขาก็แทบจะแตกสลาย ไปเสียจนหมดสิ้น เมื่อร่างของลูกสาว ที่บัดนี้...นางเริ่มอยู่ใรในสภาพ คล้ายครึ่งคนครึ่งปลา


 ผิวก็ซีดขึ้นมา อย่างได้ชัดเจน เรือนเกศาขาว ก็เริ่มไร้นุ่มนวลและแห้งกรอบ ร่างกายก็ทรุดโทรม และผอมแห้ง จนเนื้อหนังของนาง แทบจะติดกับกระดูก ดวงตาของนาง ก็หม่นหมอง เหมือนกับว่านาง ดูไร้ชีวิตชีวา อีกทั้งนางก็หอบหายใจ อย่างทุกข์ทรมาน จนดูน่าสงสารนัก


 วานรขาวมองลูกน้อย พลางลูบศีรษะ ด้วยความสงสารจับใจ ก่อนจะเอ่ยถาม กับพญาพิเภก ถึงสาเหตุที่เกิดกับลูกสาว "ท่านพิเภก นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไม...ทั้งที่ข้าทำลายพิธี...และล้างมนต์นี้ไปแล้ว...แต่เหตุใดลูกข้า...ถึงเป็นเช่นนี้อีก...?"


"หนุมาน...มนต์นี้มิใช่มนต์ธรรมดา ถึงจะล้างมันได้ง่ายๆ เพราะมนต์อัคคีสังหารมัจฉานี้ มันเป็นมนต์วิเศษ ที่เกิดจากความโกรธแค้น ของพระอิศวร จึงไม่มีสิ่งใด ที่จะลบล้างมันได้ ถึงแม้การที่จะทำให้มนต์นี้ ต้องเสื่อมลงเพราะเลือด มันจะได้ผล"


"แต่ด้วยอำนาจของมัน จึงทำให้ผลของมัน ยังคงทำร้ายนาง จนนางจะสิ้นใจเท่านั้น..." พญายักษ์โหรา กล่าวอธิบาย อย่างเคร่งเคลียด สร้างความกังวลใจ ให้กับหนุมานยิ่งนัก


 พระรามที่เห็นอาการ ของทหารเอก เอ่ยถามก็กับโหรยักษ์อีกคน "...ถ้าเช่นนั้น ท่านพอจะทราบหรือไม่ ว่ายังพอมีวิธีใด ที่จะรักษานางได้บ้าง?" "ขอเดชะ อันว่ายาที่จะแก้นั้น เป็นวิธีที่ค่อนข้างจะยากนัก เพราะมันต้องใช้สิ่งที่ผู้โดนมนต์นี้"


"ได้ติดตัวมาแต่กำเนิดเท่านั้น ถึงจะรักษาให้หายได้" "!!!!!!!!" "......" ทุกคนพากันตกตะลึง แต่หนุมานั้น เนื่องจากกำลังเสียใจ อย่างแสนสาหัส ที่ลูกสาวของตน ต้องกลายเป็นแบบนี้ เขาทำได้แค่...ให้กำลังใจลูก...ไว้ในใจของเขา...พร้อมกับไหลที่ไหลรินออกมา....


เคล้ง!!!

โครม!!!!!

"นั่นเสียงอะไรน่ะ!?"


 เสียงที่การปะทะนั้น ได้ทำให้หนุมาน ต้องหันมาสนใจเสียงนั้นทันที ก่อนที่เสนีพานร จะวิ่งตาตั้งเข้ามา พร้อมรายงานให้ทุกคนทราบ "เกิดเรื่องใหญ่แล้วพะยะค่ะ! จู่ๆก็มีลิงประหลาด เดินเข้ามาในกองทัพ พอไล่มันไปแล้ว มันก็ไม่ยอมไปไหน"


"แถมมันกลับต่อสู้อีกพะยะค่ะ!!!!" "เดี๋ยวนะ เจ้าลิงประหลาดที่ว่ามานั้น มันมีรูปร่างเช่นไร? จงบอกมา" พระลักษณ์เอ่ยถาม อย่างงุนงง กับคำรายงานนี้ ซึ่งวานรตนนั้น ก็อธิบายถึงให้ฟัง "คือว่าตัวของมันเป็นลิง แต่ส่วนของมันหางมาแปลก"


"แทนที่จะเป็นหางลิง แต่เป็นหางปลา แถมหน้าตาก็คล้ายอะไรไม่คล้าย...กลับคล้ายกับท่านหนุมานพะยะค่ะ!!!!" "...หน้ากับตัวเหมือนข้า แต่หางเหมือนปลาอย่างนั้นรึ...หรือว่าจะเป็น...!!!!" วานรขาวกล่าว เหมือนจะเดาออก


 ว่าเจ้าลิงประหลาดที่ว่านั้น มันหมายถึงอะไร ก่อนจะเดินออกจากห้อง รวมถึงคนอื่นๆ คือพระราม พระลักษณ์ สุครีพ และพิเภก ยกเว้นองคต ชมพูพาน และวานร ๑๘ มงกุฎเท่านั้น ที่ยังคงคอยดูแลนุพาอยู่


 เมื่อทุกคนไปถึง พวกเขาก็พบวานรขาวอีกตน ที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายหนุมาน แต่ส่วนหางเป็นปลา กำลังต่อยุกต์ กับเสนาวานร โดยที่มือข้างขวา ถือพระขรรค์ไว้มั่น ในขณะที่มือซ้าย ถือดอกบัวขาวยักษ์ ติดมือมาด้วย


 ทุกคนพากันงุนงง เมื่อวานรประหลาดตนนี้ แต่กับวายุบุตรนั้น เขากลับไม่สงสัยเลย แม้แต่น้อยนัก ก่อนที่เขาจะตะโกนห้ามทันใด "พวกเจ้า!! มัจฉานุ!! หยุดก่อน!!!" "หือ? อะไรนะขอรับ?" "ห๊า?! ท่านพ่อ!!!!"


โปรดติดตามตอนต่อไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

29 ความคิดเห็น

  1. #27 Fresh14425 (@Fresh14425) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 10:10
    มาแล้วจ้า
    #27
    0
  2. #26 Patkun62442 (@Patkun62442) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 01:40
    ไรต์!! เมื่อไหรจะมา! อ่านวนซ่ำไม่รู้กี่รอบแล้วนะ! 555555555
    #26
    0