ตอนที่ 12 : ภารกิจสุดเน่าเหม็น!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 259
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    2 ม.ค. 62

"แฮ่ก...แฮ่ก...แฮ่อ..." เสียงหอบของนุพา ที่หลังจากได้ใช้ตะบอง ฟาดใส่พวกเสนายักษ์ จนทุกตนนั้น ถึงกับหมอบนิ่ง และบางตนนั้น ก็ลอยกระเด็นไปที่อื่น จนไกลสุดลูกหูลูกตาแล้ว นางจึงหันมากล่าว กับบิดาและปู่ของนาง ด้วยเสียงที่สดใส


"เฮ้อ....เสร็จเสียที...ท่านพ่อ! ท่านปู่เจ้าค่ะ! หนูจัดการพวกพี่ยักษ์ เรียบร้อย...แล้วนะเจ้าคะ?" เด็กสาวกล่าว ด้วยเสียงที่เบาลง เมื่อพบสองน้าหลาน ที่มองนางด้วยแววตา ที่หมดอาลัยตายอยาก เมื่อพบความมีพิษสง ที่แฝงอยู่ในตัวของนาง


 แต่ถึงกระนั้นเอง พวกเขาก็ยังพูดกับนาง อย่างเป็นปกติ "จ้าๆ พ่อกับปู่เห็นแล้วล่ะ ลูกนุพา ลูกเก่งมากเลยจ๊ะ" หนุมานกล่าวชมบุตรี แต่ก็แอบกังวลอยู่ในใจ และเขาก็เริ่มเข้าใจ ว่าอีกเหตุผลหนึ่ง ที่มัจฉานุ ต้องฝากนางให้เขาดูแลแล้วด้วย


"โธ่เอ๋ย! มัจฉานุนะมัจฉานุ ทำไมไม่บอกพ่อไปตามตรงเลย ว่าน้องของเจ้า จะน่ากลัวแบบนี้นะ (-_-;;;)" "น่ากลัวแบบนี้ ใครที่ได้เจอดีกับนาง คงเอาไม่อยู่แน่เลย (-_-;)" สุครีพเริ่มนึกหวาดกลัว ในตัวเด็กสาว ที่ไร้เดียงสานัก


 แต่พวกเขานั้น ยังคงยอมนุพา กลับเข้ากองทัพ โดยเด็กสาว ได้นั่งบนคอของบิดา และนางยังถือตะบอง ติดมือมาด้วย...


..............

......

..

ณ พลับพลา


"นี่ถ้าไม่เห็นว่าท่าน เคยทำความดีแก่ข้ามามากแล้ว ข้าจะลงโทษเจ้าเสีย!!!" พระรามกล่าวตำหนิ ใส่พญาสุครีพ ที่พนมมืออย่างยอมรับผิด เพราะเขาเองก็ยอมรับ ว่าเขานั้นโดนอุบายของศัตรู จนต้องเสียท่าไปแล้ว และถ้าไม่ติดว่าสองหลานรัก ได้ช่วยตนเอาไว้


 ป่านนี้ตน คงโดนลากเข้าเมือง ของศัตรูเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่พระสี่กรอวตาร จะกล่าวตรัสชม สองพ่อลูกอย่างยินดี "หนุมาน นุพา ข้าขอชมเชย ที่พวกเจ้าได้ช่วยพญาสุครีพไว้ ถ้าไม่ได้พวกเจ้า ป่านนี้เขาต้องแย่แน่แล้ว"


"มิ...มิเป็นไรหรอกพะยะค่ะ... (^^;) /มิเป็นไรเพคะ" สองพ่อลูก กล่าวรับคำชม พร้อมกันทั้งคู่ เพียงแต่หนุมานนั้น ยังดูกังวล ถึงความร้ายกาจของลูกสาวอยู่ อย่างไม่เสื่อมคลาย จนองคต อดที่จะนึกสงสัยไม่ได้


 จนต้องเอ่ยถามทันที "ท่านพี่หนุมาน ท่านพี่เป็นอันใดขอรับ? เห็นเหงื่อโชกเต็มหน้าเลยขอรับ" "องคต เจ้าไม่ต้องถามเลยนะ และพี่ก็ขอเตือนด้วย ว่าอย่าดูถูกนุพา ไม่อย่างนั้นเจอเรื่องแน่" หนุมานกล่าวปัด พลางกล่าวเตือน ญาติผู้น้องของตน


 ให้ระวังระมัดตนไว้ จากธิดานุพาของตน แต่องคตที่ยังไม่ทราบเรื่องนั้น ก็กับหัวเราะออกมา ก่อนจะกล่าวอย่างไม่เชื่อ "ฮ่าๆ ท่านพี่! ท่านพี่พูดอัรใดเช่นนั้นเล่า นางน่ะตัวเล็กนิดเดียวเองนะ แบบนี้พวกยักษ์น่ะ คงไม่กล้าฆ่านางหรอก"


"แต่พวกมันก็เกือบฆ่านางแล้วล่ะ" "!!!!! (๏_๏)!" คำประโยคนี้ ทำเอาทุกคนนั้น ถึงกับอึ้งทันที แต่บุตรพาลีนั้น ก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี ว่านางมีพิษสงเป็นเช่นไร จึงกล่าวท้าทายทันที


"เอ๊ะ! ท่านพี่เนี่ยมาแปลกนะ!? พวกมันจะฆ่านางได้อย่างไร ถ้าอย่างนั้น น้องขอลองให้นางต่อย หน้าของน้องก็แล้วกันนะ" "เฮ้ย!!!!" วายุบุตร ร้องด้วยความตกใจ เพราะไม่นึกว่าวานรเขียว จะใจกล้าถึงเพียงนี้


 แม้แต่นุพาเอง นางก็ไม่อยากเชื่อ ว่าอาของนาง จะกล่าวมาแบบนี้ หลานพระอินทร์ จึงเดินเข้ามาใกล้นาง พลางชี้นิ้วไปที่หน้าตน ก่อนจะพูดสั่งออกมา "หลานนุพา เจ้าต่อยหน้าอาได้เลยนะ อาไม่ว่าหรอก" "ตะ...แต่ว่า..." "เอาเถอะน่า หลานอา"


 เด็กสาวกำลังจะกล่าวปฎิเสธ เนื่องจากเกรงว่า วานรผู้เป็นอา จะได้รับบาดเจ็บ แต่องคตผู้อยากลองดี ก็ยังท้าทายนางอยู่เหมือนเดิม จนนางเริ่มอ่อนใจ จนต้องยอมทำตามคำขอ พลางพนมมือขึ้นมา


"เฮ้อ...ถ้าเช่นนั้นแล้ว หนูต้องขออภัยด้วยนะเจ้าค่ะ ท่านอาองคต" "ได้ๆ แต่ต้องแรงเยอะหน่อยนะ ถึงซัดหน้าอา ให้ลอยกระเด..."


ผัวะ!!!

"อ๊อก!!!"

ฟิ้ว!!!

ตูม!!!!!!!

"!!!!!"


 ท่ามกลางความตกใจของทุกคน เมื่อนุพาน้อย ได้ต่อยหน้าวานรเขียว จนลอยกระเด็นไป ออกนอกพลับพลา ทำให้หัวขององคตนั้น ได้ไปชนกับต้นไม้ไทร จนเขาเวียนศีรษะ แทบจะเป็นล้มในพริบตาเดียว


"องคต!!!!!"

"ท่านอาองคตเจ้าค่ะ!!!!"


 ทุกคนต่างร้องออกมา ด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบดูอาการ และทุกคนก็พาร่างของวานรเขียว ไปที่ห้องพยาบาล ของชมพูพาน ซึ่งจากวันนี้เอง พวกเขาก็รู้แล้วว่า....


อย่าไปดูถูกนุพา...ว่าเป็นแค่เด็กผู้หญิงธรรมดา


..............

.........

....

วันต่อมา


"โห....!" นุพาร้องอุทานออกมา พร้อมกับดวงตา ที่เปล่งประกาย เมื่อชามพูวราช ได้เอาไม้หวาย มาทำเป็นตะบอง ให้นางได้ใช้เป็นอาวุธ "ท่านตาชามภูวราชเจ้าค่ะ นี่คืออาวุธของหนูใช่ไหมเจ้าคะ?" "ถูกแล้วล่ะ นุพา เจ้าต้องใช้มันให้เคยชินล่ะ"


 วานรอาวุโส กล่าวพลางยื่นให้ แก่เด็กสาวตัวเล็ก ซึ่งร่างเล็กบาง ก็กล่าวขอบคุณ และรับตะบองนั้น จากมือวานรสีแดงชาด พลางลองมันมาใช้ดู ก็พบว่ามัน เหมาะสำหรับนางมากทีเดียว


"โห...! สุดยอดมากเลยเจ้าค่ะ!!!" "ฮ่าๆ เจ้านี่นะ พอมีอาวุธเนี่ย ก็ดีใจยกใหญ่เลยนะ" หนุมาน กล่าวอย่างนึกชื่นชม ในตัวลูกสาวของเขามาก จนพระรามเอง ยังต้องยอมรับในตัวนางเลยทีเดียว แต่นางยังขาดประสบการณ์ ในด้านการรบอยู่


 พญาสุครีพ จึงทำหน้าที่ เป็นครูสอนการรบ ให้กับหลานสาว ด้วยตนเอง จนนางเริ่มชำนาญได้บ้างแล้ว อีกทั้งชามภูวราช ได้ตัดสินใจ สร้างอาวุธนี้ เพื่อให้นางได้ใช้ป้องกันตนไว้ แต่ในขณะที่หนุมาน ยังคงนึกภาคภูมิใจ ในตัวลูกสาวนั้น


ตึก! ตึก! ตึก!

"ท่านชามภูวราช! ท่านพญาสุครีพ! ท่านหนุมาน! ท่านนุพา!"


 เสนาพานรตนหนึ่ง ได้วิ่งมหาพวกเขา จนทั้งสี่ตน ต้องหันมาพร้อมกัน เพื่อรับฟังจากทหาร โดยวานรสุริยบุตร ได้เอ่ยถามขึ้น "มีอะไรรึ?" "พระองค์ราม ทรงมีรับสั่ง ให้กระผมนี้ ไปเรียกพวกท่าน มาที่พลับพลาโดยด่วนขอรับ"


"งั้นรึ ถ้าเช่นนั้น พวกข้าจะไปเดี๋ยวนี้แหละ" สิ้นคำของวานรขาว สามพญาวานร กับนุพาน้อย ก็เดินมุ่งหน้า ไปที่พลับพลานั้นเอง


..............

.......

...

"เอาล่ะ ในเมื่อพวกท่านมากันครบแล้ว ข้านี้รู้สึกสงสัยนัก ตรงที่วันนี้กุมภกรรณ ไม่ยอมยกทัพมา ท่านพิเภก ท่านพอจะทราบหรือไม่ ว่ากุมภกรรณนั้น กำลังไปทำอะไร ณ ที่ใด ท่านจงแถลงไข ให้ข้าทราบเถิด"


 หลังจากที่ทหารเอกทุกตน ได้มากันพร้อมหน้าแล้ว พระรามก็เริ่มเอ่ยถาม กับโหรยักษ์ ถึงความผิดปกติครั้งนี้ พิเภกจึงเขียนบนกระดานโหร พลางดูตำราโหรจนแน่ใจ จึงกราบบังคม ก่อนจะทูลให้ทราบ


"ข้าแต่พระองค์ราม อันว่าพญากุมภกรรณนี้ กำลังทำลับหอกโมกขศักดิ์ ที่เริ่มสนิมขึ้นมา เพื่อให้มันกลับมาคม ทั้งสี่ด้านเหมือนเดิม อีกทั้งยังทำให้หอกนี้ มีฤทธานุภาพ ที่ร้ายกาจกว่าเดิมอีกด้วยพะยะค่ะ"


 คำของยักษ์โหรานี้ ทำให้พระสี่กรอวตารนั้น ถึงกับกล่าวออกมา ถึงวิธีแก้ไขทันที "ถ้าเช่นนั้นแล้ว แบบนี้ต้องแย่แน่ๆ แล้วท่านพอจะมีวิธีไหน พอที่จะทำลายพอธีนี้ได้ไหม?"


"การทำพิธีลับหอกนี้ ไม่มีจุดห้ามอะไรเลย นอกจากจุดอ่อน ของผู้ทำพิธีเท่านั้นพะยะค่ะ" "จุดอ่อน? มันคืออะไรเจ้าคะ? ท่านตาพิเภก" คำถามของนุพา ได้ทำให้ยักษาโหรา ถึงถอนหายใจ ด้วยความเหนื่อยใจ ก่อนจะอธิบายให้นางฟัง


"จุดอ่อนน่ะ ก็คือสิ่งที่คนอื่น เขาเกลียดน่ะหลาน (-_-;)" "อ๋อ! แล้วว่าแต่ ท่านตากุมภกรรณ เขาเกลียดอะไรเหรอเจ้าคะ?" นุพากล่าวอย่างเข้าใจ ก่อนจะถาม ด้วยความอยากรู้ ถึงสิ่งที่พญายักษ์นี้ รู้สึกเกลียดเป็นที่สุด


"อ๋อ! เขาเป็นรักความสะอาดน่ะ ดังนั้น สิ่งที่เขาเกลียด ก็คือความเหม็นเน่า ความสกปรก และสิ่งปฏิกูลทั้งหลายน่ะ" การบอกจุด ที่พิเภกพูดถึงนี้ ทำเอาทุกคน ถึงกับไม่อยากนึกถึงทันใด


 แต่ถึงกระนั้นพระราม ก็ยังถามถึงแผนการ ที่จะทำร้ายพิธีนี้อยู่ดี "ท่านพิเภก ในเมื่อข้ารู้แล้ว ว่าเจ้ากุมภกรรณ เป็นยักษ์มีนิสัยอย่างไรแล้ว การที่จะใช้จุดอ่อนนี้ ให้เป็นประโยชน์ ควรต้องทำอย่างไรเล่า?"


"ถ้าเช่นนั้น...พระองค์ก็ให้หนุมาน องคต และนุพา เป็นผู้ทำลายพิธี โดยให้หนุมานเป็นสุนัขเน่า องคตเป็นกา คอยจิกกินสุนัขเน่า ส่วนนุพานั้น ให้แปลงเป็นหนอน คอยไต่ตามตัวสุนัขเน่า แล้วไต่บนตัวกุทภกรรณ"


"ซึ่งวิธีนี้ คงจะใช้ได้ผล อย่างแน่นอน เนื่องจากเขานั้น เกลียดหนอนด้วยพะยะค่ะ" "โอ้โฮ...เกลียดหนอนด้วยรึ?!" ทุกคนต่างแทบที่จะ ไม่อยากจะคิด เมื่อรู้จุดอ่อนอีกอย่างหนึ่ง ของแม่ทัพฝ่ายศัตรู แต่นุพานั้น กลับยังคงเป็นเด็ก ที่มักจะสงสัย อยู่ตลอดเวลา จนต้องถามทันที


"ท่านตาเจ้าค่ะ หนอนมันมีหน้าตา เป็นเช่นไรเจ้าคะ?" "อ๋อ ตัวหนอนน่ะ มันเป็นสัตว์ตัวเล็กๆ ที่มีลำตัวเรียวยาว ไม่มีตา ปาก จมูก หู คอ มือ และขา มันจึงต้องอาศัยการคลาน ในการเคลื่อนไหวน่ะ" พิเภกกล่าวอธิบาย อย่างละเอียด แต่หลานสาวผู้นี้ ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี


"แต่หนูไม่เคยเห็นหนอน แบบตัวเป็นๆมาก่อนนะเจ้า....ค่ะ...กริ๊ดดดดด!!!!!!" นุพาร้องออกมา ด้วยความตกใจ เมื่อมีหนอนตัวหนึ่ง โผล่มาอยู่ตรงหน้า จนต้องไปหลบหลังวานรขาว ผู้เป็นบิดา ด้วยความกลัว


 แต่นั่นก็ทำให้หนุมาน รู้สึกไม่ตลกด้วย เพราะหนอนที่โผล่มานั้น ได้กลับกลายเป็นวานรสีน้ำไหล ที่นอนหัวเราะชอบใจ ในความขี้กลัวของนุพามาก ก่อนจะโดนวานรขาว จัดการฟาดศีรษะ อย่างแรง เป็นการลงโทษ


"ฮ่าๆๆ...โอ๊ย! เจ็บนะขอรับ ท่านหนุมาน!!" "ก็ใครสั่งให้แกล้งลูกข้าก่อน ห๊า (-=-*)" วายุบุตร กล่าวพร้อมน้ำเสียง ที่ดูจะเอาจริงได้ทุกเมื่อ ก่อนจะปลอบลูกสาว และอธิบายให้บุตรีทราบ


"ลูกไม่ต้องกลัวนะ หนอนมันไม่ทำอะไรลูกหรอก เจ้าหนอนที่ลูกอยากรู้น่ะ มันมีหน้าตา เหมือนที่นิลราชแปลงมานะ" "แต่หนอนอะไรกันเนี่ย น่ากลัวจังเลย (T^T)"


 นุพาน้อย ยังกลัวหนอนอยู่ ก่อนจะค่อยๆคลายความกลัวได้ และกราบบังคม พร้อมกับบิดา และอาของนาง แล้วขึ้นขี่คอ ของวานรขาว แล้วสองพญาพานรินทร์ก็เหาะไป เพื่อไปทำลายพิธีให้จงได้


.............

........

....

ณ แม่น้ำสีทันดร


 สองวานรขาวเขียว กับเด็กสาวตัวน้อย เมื่อไปถึงที่ริมแม่น้ำ ก็เห็นกุมภกรรณ ตั้งพิธีลับหอก อยู่ฝั่งตรงข้ามกับพวกตน นุพาน้อย จึงลงจากคอ ของวานรผู้พ่อ ก่อนที่หนุมาน จะพนมมือและร่ายมนต์ แล้วพ่นมนต์ไปที่บุตรสาว


 ก่อนที่นางจะพบว่า ร่างของนาง ค่อยๆเล็กลง เล็กลงเข้าทุกที จนพบว่าตนเองนั้น ตัวเล็กกว่าบิดาและอา โดยร่างของนาง อยู่ตรงนิ้วเท้าของสองวานร วานรขาว ก็หยิบตัวนางขึ้นมา วางไว้บนฝ่ามือขวา ก่อนจะยื่นไปที่แม่น้ำ


 และบอกกับธิดาของตน "ลูกพ่อ เจ้าจงดูเงาตนเอง ที่แม่น้ำนะลูก" นุพาทำตามที่พ่อบอก และนางก็ได้คำตอบ เมื่อพบว่าตนเอง ได้กลายเป็นหนอน ที่มีตัวสีชมพู ถึงแม้ว่าจะไม่มีจมูก หู แขน และขา แต่นางก็ยังมีปาก ตาทั้งสองข้าง และนางก็ยังได้ยินเสียงอยู่


"ท่านพ่อเจ้าค่ะ หนูกลายเป็นหนอนแล้วเจ้าค่ะ!" "นั่นสินะ ถ้าอย่างนั้น เจ้ารอพ่อกับอาแป๊บหนึ่งนะ" หนุมานกล่าวชม ก่อนจะบอกกับบุตรสาว ซึ่งนางก็พยักหน้า สองวานรเผือกเขียว ก็ร่ายมนต์ทันที


 ก่อนที่ร่างของพวกเขา จะแปรเปลี่ยนไป โดยหนุมานได้กลายสุนัขเน่า ที่ลอยอยู่กลางสาคร ส่งกลิ่นเหม็นเน่า และตับไตไส้พุง ก็ถลันออกมา จนชวนให้น่าอาเจียนคลื่นไส้ สำหรับผู้ที่พบเห็น รวมไปถึงนุพา ที่แทบจะอาเจียนออกมา เมื่อได้เห็นสภาพเล่นนี้


 ส่วนองคตนั้น ก็กลายสภาพเป็นอีกา คาบหลาวสาว ที่อยู่ในรูปลักษณ์ของหนอน วางลงบนร่างของสุนัขเน่า ก่อนที่ร่างของมัน จะเริ่มลอยไปตามแม่น้ำ โดยมีเจ้ากา คอยจิกอยู่ตลอดเวลา ส่วนหนอนสีหงชาด ก็คอยคลานบนร่างของมันไปเรื่อยๆ


 จนลอยไปใกล้พิธีแล้ว ด้วยกลิ่นที่เหม็นคละคลุ้ง บวกกับภาพอันน่าสะเอียดสะเอียน จนพวกทหารยักษ์ ที่คอยดูแล ป้องกันสิ่งเหม็นเน่าต่างๆ ที่จะเข้ามาใกล้พิธี เมื่อเห็นสภาพของสุนัขเข้า


 ก็พากันเขี่ยสุนัขเน่า เพื่อไม่ให้เข้าใกล้พิธี แต่ยิ่งเขี่ยเท่าไร มันยิ่งกลับไม่ลอยไปที่อื่น มิหนำซ้ำ มันยังส่งกลิ่นเหม็นเน่า ที่รุนแรงกว่าเดิม อีกทั้งเจ้ากา มันก็คอยจิกใส่พวกยักษ์ โดยบินให้เจ้าหนอน จากตัวสุนัขเน่า ไปเกาะบนตัวของมัน


 ก่อนจะสลัดตัว ให้หนอนตัวเล็กๆ คลานเข้าไปใกล้ ซึ่งโชคดีที่พวกทหารนั้น ไม่ได้สังเกต หรือล่วงรู้พฤติกรรมของมันเลยแม้แต่น้อย หนอนน้อยๆ ค่อยๆคลานเข้าไปใกล้กุมภกรรณ จนคลานบนลำตัวแล้ว


 ทำให้พญายักษ์ ที่กำลังกลั้นใจ ร่ายมนต์ลับหอก และหลับตาอยู่นั้น ก็เริ่มรู้สึกตัว ว่ามีอะไรบางอย่าง คลานบนตัวของตน บวกกับกลิ่นที่เหม็นโชย ส่งมาแตะที่จมูกของตน ก่อนจะลืมตาขึ้นมา จนต้องไปจ๊ะเอ๋ กับสิ่งที่ตนเกลียดเข้าพอดี


"จ๊ะเอ๋! ท่านกุมภกรรณเจ้าขา~ มาเล่นกับหนูสิเจ้าค่ะ" "อะ...อะ...อะ....อะ....อะ....อ๊ะจ๊ากกกกกกกกกกกก!!!!!!!!! คร่อก....." พญายักษ์ร้องเสียงหลง จนเสียงแหลมขึ้นมา เมื่อเจอหนอนตัวชมพู บวกกับได้เห็นภาพของสุนัขเน่า จนกุมภกรรณนั้น....


ตุบ!


 เสียงที่เหมือนมีอะไรบางอย่าง ได้ลงกับพื้นนั้น ทำให้พวกเสนาอสูร พากันหันหน้ากลับมา ทางที่กุมภกรรณทำพิธี จนพวกเขาพบว่า...ร่างของพญายักษ์ ได้ล้มลงกับพื้น พร้อมกับร่างกายที่เริ่มชัก และน้ำลายที่ฟูมปากเข้าพอดี


 ก่อนจะสังเกตเห็นหนอนสีชมพู ที่ไต่บนตัวนายของพวกตน "เฮ้ย! พวกเรา! ท่านกุมภกรรณสลบไปแล้ว!!! หนอนขึ้นมาบนตัว ของท่านกุมภกรรณ ตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย?!!" "นั่นสิ หรือว่าเจ้าหนอน มันอยู่บนตัวเจ้ากา ก่อนจะสลัดตัวน่ะ!!!!"


 พวกเสนาเริ่มรู้ตัว ว่าสาเหตุที่เจ้ากา มันสลัดตัวนั้น เพื่อทำอะไร ก่อนจะมียักษ์ตนหนึ่ง เข้าไปจับตัวหนอน แล้วขว้างไปที่กลางแม่น้ำ ก่อนจะพาร่าง ที่สลบของเจ้านาย ขึ้นบนราชรถ แล้วพวกมันก็ยกทัพ กลับกรุงลงกาทันที


 โดยที่พวกเขาไม่รู้เลย ว่าหลังจากพวกเขายกทัพกลับไปแล้ว หนอนตัวเล็กๆนั้น ก็ว่ายน้ำขึ้นบนฝั่ง ก่อนที่จากร่างหนอน กลายเด็กสาวผมสีขาว ตามมาด้วยสุนัขเน่าและเจ้ากา ก็กลายเป็นวานรขาว และวานรเขียวตามเดิม


"เฮ้อ...เสร็จเสียที แต่ก็สมน้ำหน้ามันแล้วล่ะ ในเมื่อเกลียดของเน่า เกลียดหนอนอย่างนั้นแหละ" หนุมานกล่าวขึ้นมา อย่างสมน้ำหน้ากุมภกรรณนัก "นั่นสิ พอเจอหลานตนเอง กลายเป็นหนอนนะ กลัวจนน้ำลายฟูมปากเชียวนะ ฮิๆ"


 องคตกล่าวเสริม พลางหัวเราะขบขำ ในนิสัยของพญายักษ์ แต่นุพานั้น กลับรู้สึกสงสาร และเห็นใจตายักษ์ ที่หวาดกลัวตน ในคราบของหนอนตัวเล็ก จนได้รับความเดือดร้อน


"....แต่สงสารท่านตา เพราะหนูไม่รู้ ว่าจะเกลียดหนอนขนาดนี้นะเจ้าค่ะ" "ลูกพ่อ คนเราเอง ก็ต้องเกลียดสิ่งใดสิ่งหนึ่งเหมือนกันทุกคน ไม่ใช่แค่ท่านตาของลูกเท่านั้นนะ แม้แต่..." "แม้แต่ท่านพี่เอง ก็ยังกลัวปลิงเหมือนกันนะขอรับ ฮิๆ"


โป๊ก!


 คำพูดขององคต ได้ทำให้วานรขาว ต้องหันมาตาขวางทันที เพราะหนุมาน ที่กำลังกล่าวปลอบลูกนั้น มีจุดอ่อนที่ปลิงเข้าพอดี เพราะความอยากลองดี กับพระฤาษีนารท จนได้เจอดี โดยเขาโดนปลิง ที่แท้จริงแล้ว เป็นไม้เท้าที่ฤาษีเสกนั้น งับที่คางของเขา จนดึงเท่าไร มันก็ไม่ยอมปล่อย


 จนสุดท้ายเขานั้น ต้องยอมกราบขมา กับฤาษีผู้นี้มาแล้ว "องคต!!!" "อ้าวๆ ก็จริงไหมล่ะ ท่านพี่โดนฤาษีกำราบ ก็เพราะท่านพี่เนี่ยแหละ~" "ท่านพ่อเกลียดปลิงด้วยรึเจ้าคะ? เจ้าปลิงมันออกจะน่ารักด้วยซ้ำไปนะเจ้าค่ะ~" "(=_=ll)!!!!"


 เด็กสาวผู้ไร้เดียงสา กล่าวพลางหยิบปลิง ที่โผล่หน้าออกมา แล้วเอาแก้มน้อยๆ มาถูบนตัวของมัน จนหนุมานนั้น ถึงกับพูดไม่ออกทันใด และพวกเขาก็เหาะ ขึ้นบนอากาศ กลับเข้าค่ายของพวกตน โดยวีรกรรมของบุตรีในครั้งนั้น วายุบุตรจึงพยายามทำใจ อีกตั้งหลายชั่วโมงนั้นเอง


โปรดติดตามตอนต่อไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

29 ความคิดเห็น

  1. #25 Just7the7devil (@Just7the7devil) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 07:17
    สนุกมากกกก
    #25
    1
    • #25-1 Fresh14425 (@Fresh14425) (จากตอนที่ 12)
      4 มกราคม 2562 / 12:02

      ขอบคุณมากค่ะ
      #25-1
  2. #24 Patkun62442 (@Patkun62442) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 15:55
    ทำไมรู้สึกน้องนุพาน่ากล้ว555555
    #24
    1
    • #24-1 Fresh14425 (@Fresh14425) (จากตอนที่ 12)
      2 มกราคม 2562 / 16:20
      นุพาเป็นคนน่ารัก แต่เริ่มน่ากลัว สำหรับคนในกองทัพค่ะ
      #24-1