(นิยายรามเกียรติ์) นุพาดวงสมร

ตอนที่ 11 : ต้องช่วยท่านปู่สุครีพแล้ว!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 273
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    1 ม.ค. 62

 การกล่าวรายงาน ขององคตนี้ ทำเอาทุกคนถึงอึ้งไปทันที ยกเว้นนุพาเท่านั้น ที่รู้สึกสงสัย กับคำพูดของผู้เป็นอา จนอดที่จะถามไม่ได้ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น


"ท่านอาองคตเจ้าค่ะ ท่านตาเขาบอกอะไรบ้างเจ้าคะ? ท่านอาถังบอกว่า คำปริศนานี้ สร้างขึ้นเพื่อหลบหลู่พระองค์รามล่ะเจ้าค่ะ" หลานพรอินทร์ได้ฟังเช่นนั้น เขาจึงกล่าวอธิบาย กับหลานสาวของตน โดยเขาได้ให้คนอื่นๆ ได้ฟังคำอธิบายไปด้วย "งั้นหลานรักของอา เจ้าจงฟังอานะ"


อันเจ้าลงกากรุงไกร

นั้นได้แก่ช้างงารี

มารษาอาธรรม์พ้นนัก

ไปลอบลักพาเมียเขาหนี

ฝ่ายองค์พระรามสามี

คือชีโฉดชั่วสามานย์

เมียรักของตัวผู้เดียว

ทิ้งไว้เปล่าเปลี่ยวในไพรสาณฑ์

ครั้นหายเที่ยวหาไม่พบพาน

จนต้องรอนราญวุ่นไป

หญิงโหดคือสำมนักขา

ชั่วช้าไม่มีที่เปรียบได้

ไปเที่ยวเกี้ยวชายไม่อายใจ

จนต้องทุกข์ภัยพันทวี

อันชายทรชนคนชั่ว

คือตัวพิเภกยักษี

ไปเข้าด้วยพวกไพรี

มิได้รู้คุณญาติกา


"เอ๊ะ! ทำไมเขากล่าวแบบนั้นล่ะเจ้าคะ? แบบมันไม่ดีเลยนะเจ้าค่ะ"


ตึง!


 ทันใดนั้น พระสี่กรอวตาร ก็กระทืบบาทขึ้นมา จนนุพาแอบตกใจอยู่เล็กน้อย บุตรแห่งท้าวทศรถ กล่าวอย่างขุ่นเคืองเป็นยิ่งนัก "ไอ้กุมภกรรณนี้ บังอาจนัก! ข้าอุตส่าห์ให้ไว้ชีวิต แต่นี่มันกลับท้าทายข้า ข้าจะต้องสังหารมันเสีย!"


 แต่ก่อนที่พระราม จะออกไปนั้น พิเภกก็กล่าวห้ามเสียก่อน "ช้าก่อน พระองค์ราม ในเวลานี้ยังไม่ถึงเวลา ดังนั้น พระองค์คิดว่า ควรจะส่งสุครีพไปรบ เพราะข้าพระองค์เห็นว่า ทั้งพญากุมภกรรณ กับท่านสุครีพ มีฐานะตำแหน่งเดียวกันพะยะค่ะ"


"อืม...ก็ได้ ตามแต่ใจท่าน ท่านพญาสุครีพ ท่านจงนำกองทัพไปรบกับกัมภกรรณเถิด" "พะยะค่ะ" สุครีพกล่าวรับคำบัญชา ก่อนจะเดินออกจากพลับพลา เพื่อนำกองทัพ ไปรบกับยักษ์ผู้อาจหาญตนนี้


.............

........

....

ผ่านไป ๒ ชั่วโมง


"ทำไมท่านปู่สุครีพ ถึงยังไม่มาอีกนะเจ้าค่ะ" นุพาน้อย ที่ตอนนี้นาง ได้นั่งบนตักของบิดา ก่อนจะเอ่ยถามวานรขาว ด้วยเห็นว่าผู้เป็นปู่ ออกไปข้างนอกอย่างผิดปกตินัก แต่วายุบุตร กลับหาได้กังวลไม่ และกล่าวปลอบบุตรีของตน พลางกล่าวยกย่องน้าของตนไปด้วย


"ไม่ต้องกังวลหรอก ท่านปู่สุครีพของลูกน่ะ เขาเก่งกาจในด้านการรบเชียวล่ะ ถึงขนาดที่ว่า เขาเคยไปหักฉัตรของท่านตา ของลูกมาแล้วนะ~" วานรขาว เล่าไปถึงวีรกรรม ที่พญาสุครีพได้เคยทำไว้ กับเหล่ายักษ์แห่งลงกา


 จนลูกสาวตัวน้อย ถึงกับร้องอุทานออกมา ด้วยความตื่นเต้น และแอบนึกชื่นชม ในตัววานรสีชาด ไว้ในใจ "เพราะความเก่งกาจด้านนี้ พระองค์ราม จึงได้แต่งตั้งให้เขา เป็นผู้จัดทัพทุกครั้ง แล้วก็...." "เกิดเรื่องใหญ่แล้วพะยะค่ะ!!!!"


 ยังไม่ทันที่หนุมาน จะได้เล่าจนจบ ทหารวานรตนหนึ่ง ก็เข้ามาในพลับพลา ด้วยสีหน้าที่ตื่นตระหนก จนพระราม รู้สึกแปลกใจขึ้นมา จนถึงกับเอ่ยถามทันที


"เกิดเรื่องอะไรรึ?" "คะ...คือว่า...ท่านสุครีพ...ท่านสุครีพถูกกุมภกรรณ เล่นงานพะยะค่ะ!" "ว่าไงนะ!!! เป็นความจริงรึ!?" หนุมานถึงกับร้องออกมา เพราะเขาไม่อยากจะเชื่อ ว่าน้าของตนนั้น จะถูกฝ่ายศัตรูเล่นงาน ได้อย่างง่ายดายเช่นนี้มาก่อน


"เป็นความจริงขอรับ! เพราะท่านสุครีพ ถูกมันใช้กลอุบาย ให้ไปถอนต้นรังมา แล้วพอท่านสุครีพถอนมาได้ มันกลับใช้คทาตีท่านสุครีพ แถมมันยังหนีบท่านสุครีพ ด้วยรักแร้อีกขอรับ!!!"


"รักแร้เหรอ? แสดงว่าตัวของท่านปู่ คงต้องเหม็นด้วยกลิ่นรักแร้แน่ๆเลย" นุพากล่าว พลางนึกถึงตอนที่สุครีพ ถูกกุมภกรรณ หนีบที่รักแร้ไปด้วย จนทุกคนพอไยินแบบนั้น ก็ถึงกับไม่อยากนึกถึง ตอนที่วานรสีชาด ได้อยู่ในสภาพนั้น


"แบบนี้ไม่ได้การแน่ หนุมาน เจ้าจงไปช่วยพญาสุครีพ โดยด่วยเถิด" พระรามกล่าวสั่ง กับวานรขาว ผู้เป็นทหารเอก ด้วยความร้อนใจ "พะยะค่ะ!" หนุมานกล่าวรับคำสั่ง และเขาก็กำลังจะออกไป ถ้าไม่ติดว่านุพา ได้กล่าวห้ามไว้


"ช้าก่อนเจ้าค่ะ ท่านพ่อ!" "มีอะไรรึ? ลูกพ่อ" วานรสีขาวผ่อง เอ่ยถามอย่างฉงนใจ ธิดาวายุบุตร จึงพนมมือ ก่อนจะกล่าว กับพระสี่กรอวตาร ในสิ่งที่ไม่ผู้ใด ได้คาดคิดมาก่อน "ข้าแต่พระองค์ราม พระองค์ทรงโปรดให้หม่อมฉัน ไปท่านปู่สุครีพอีกคนด้วยเถิดเจ้าค่ะ" "อะไรนะ!"


 หนุมานกล่าวออกมา ด้วยความตกใจ และเริ่มเป็นห่วงบุตรี ที่ยังอายุน้อย และเป็นผู้หญิงด้วย ซึ่งพระรามเอง ก็ถึงกับเอ่ยออกมา อย่างอดเป็นห่วงไม่ได้ "นุพา เจ้าแน่ใจแล้วรึ? ว่าจะไปช่วยพญาสุครีพน่ะ เพราะตัวเจ้ายังเด็กนัก และเจ้าก็เป็นสตรีเสียด้วยนะ พวกยักษ์อาจจะเหยียบหยามเจ้าได้นะ"


เมื่อนั้น

ธิดาวายุบุตรนารี

ได้ฟังคำของพระสี่กร

จึงอัชลีวันทาแล้วตอบไ

อันว่าตัวข้าพระบาทนี้

ถึงเป็นเพียงสตรีผู้ยังน้อย

ดุจว่าเป็นเพียงบุษบาก็ว่าไป

แต่ข้าพระบาทยังสู้รบมิหวงชีวา


"...เฮ้อ...ในเมื่อเจ้า ยังยืนกรานเช่นนี้ ข้าก็มิอาจห้ามเจ้าได้ ถ้าเช่นนั้นหนุมาน เจ้าจงพาบุตรีของเจ้า ไปช่วยพญาสุครีพด้วยเถิด" "พะยะค่ะ!" วานรขาว กล่าวรับคำบัญชา พลางอุ้มบุตรี และวางร่างเล็ก ให้นั่งขี่คอของตน ก่อนจะเหาะออกจากพลับพลาไปทันใด


...........

......

..

ทางด้านกุมภกรรณ


 ท่ามกลางเสียง ของกองทัพที่เกรียงไกร ดังสนั่นไปทั่วพสุธา ด้วยเนื่องจากพญายักษ์ ผู้เป็นจอมทัพนั้น ได้ชัยชนะด้วยอุบาย จนทำให้วานรสีแดงชาด ต้องอยู่ในสภาพ ที่ถูกหนีบที่รักแร้ และก็กำลึงจะถึงกรุงลงกาแล้ว ถ้าไม่มีผู้ใดขัดขวางเสียก่อน...


ฟิ้ว...

พลั่ก!

"โอ๊ย!!"


 พญากุมภกรรณ ถึงกับหล่นจาก ราชรถเลยทีเดียว เมื่อถูกวานรขาว ที่มีบุตรสาวขี่คออยู่ ได้เตะใส่จนทำให้สุครีพ รอดพ้นจากการถูกหนีบ แต่ถึงกระนั้นเอง เขาก็ยังมึนศีรษะอยู่ เนื่องจากยังไม่หายเจ็บ จากการถูกอีกฝ่าย ใช้คทาตีนั่นเอง


"ท่านน้าสุครีพ! เป็นอะไรบ้างไหมขอรับ?!" "ท่านปู่เจ้าค่ะ!" สองพ่อลูก กล่าวพร้อมกัน ก่อนจะไปดูอาการ ด้วยความเป็นห่วง "โอ๊ย...ไม่เท่าไรหรอก...แต่ข้ายังมึนอยู่เลย...โอ๊ย...!"


 สุครีพกล่าว พลางเอามือวาบนศีรษะ เพื่อให้หายมึนเศียร และเริ่มจะตั้งสติขึ้นมาได้แล้ว แต่ในขณะเดียวกันนั้นเอง พวกทหารยักษ์ ที่เห็นเหตุการณ์ ก็พากันกรูเข้ามา ด้วยหมายจะสังหาร สองพญาวานรเสีย


 นุพาเห็นท่าไม่ดีเข้า นางจึงรีบกล่าว กับสองวานรขาวแดงทันใด "อ๊ะ! แย่ล่ะสิทีนี้...ท่านพ่อ! ท่านปู่! หนูขอจัดการ กับพวกยักษ์ทหารเองเจ้าค่ะ!" "ห๊า! อะไรนะ?!" "หลานปู่ นี่เจ้า..." "ไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ หนูดูแลตนเองได้เจ้าค่ะ!!"


 แม้ว่าสองวานรขาวแดง จะยังเป็นห่วงนุพา แต่ก็ไม่อาจขัด กับความประสงค์ของนางได้ พวกเขาจึงกล่าวพร้อมกันทันใด "ถ้าเช่นนั้น ลูกพ่อ ช่วยพ่อหน่อยนะ" "หลานปู่ เจ้าต้องระวังให้ดีนะ" "เจ้าค่ะ!" เด็กสาวร่างเล็ก กล่าวรับคำ


 ก่อนจะลง จากคอของบิดา ที่นั่งย่อเข่า เพื่อให้นาง สามารถลงได้ง่ายๆ เด็กสาวจึงรีบวิ่งไปประจันหน้า กับพวกยักษ์ทหาร ในขณะที่สองพญาวานร ได้เข้าไปต่อสู้ กับกุมภกรรณ


"เฮ้ยๆ ดูสิพวกเรา นางเด็กนั่นจะสู้ กับพวกเราด้วยอ่ะ ฮ่าๆ!" "นั่นสิ ตัวเล็กนิดเดียว จะทำอะไรได้อ่ะ! ก๊ากฮ่าๆๆ" เหล่าเสนายักษ์ ต่างหัวเราะขบขำ เมื่อเห็นร่างบาง จะเข้าไปต่อสู้กับพวกตน แต่นุพานั้นยังรู้ตัว ว่าตนเองยังไม่มีอาวุธ

ฟหฟ

 นางจึงหยุดวิ่ง และเดินไปหาพวกยักษ์ ก่อนจะเอ่ยอ้อนวอน ด้วยน้ำเสียงที่หวานใส "...พวกพี่ยักษ์ ก่อนที่หนูจะสู้ หนูยังไม่มีอาวุธติดตัว ดังนั้น หนูขออาวุธ อยู่ในมือพวกพี่ได้ไหมเจ้าคะ?" 


"เฮ้ย! ไอ้ตัวเล็กนี่ มาแปลกคน เจ้านี่มันเรียกว่าตะบอง มันไม่เหมาะกับเจ้าหรอก แต่ถ้าเจ้าต้องการล่ะก็ ข้าให้เจ้าก็แล้วกันนะ" อสูรเสนาตนหนึ่ง ที่ไม่รู้ถึงความร้ายกาจ ของนางเลยแม้แต่น้อย จึงยื่นตะบองให้แก่นาง


 แต่ทันทีที่ยื่นให้นาง ทุกชีวิตนั้น ก็เริ่มงุนงง และประหลาดใจนัก เมื่อนางได้รับตะบองแล้ว แทนที่นางจะยกไม่ได้ เพราะน้ำหนักที่เหมาะกับยักษ์ แต่นางกลับยกมัน อย่างง่ายดาย ก่อนจะใช้มัน ฟาดใส่ยักษ์ที่ให้อาวุธแก่นาง


 จนร่างของยักษ์ตนนั้น ถึงกับลอยกระเด็นไปไกล จนหายลับตาไปทันใด ท่ามกลางความตกใจ และประหลาดใจ ของเหล่าเสนายักษ์ รวมไปถึงสองพญาวานร และกุมภกรรณ ที่กำลังต่อสู้ อย่างเมามันเอง ยังต้องหยุดรบไปชั่วขณะหนึ่ง


"เอ่อ...หนูต้องขออภัยด้วยนะเจ้าค่ะ ที่ออกแรงเยอะไปหน่อยนะเจ้าค่ะ ที่จริงแล้ว หนูควรจะออกแรงน้อยลงแล้วนะ แต่ว่า...หนูออกแรงเยอะเกินไป เลยกลายเป็นแบบนี้นะเจ้าค่ะ" นุพากล่าวขออภัย อย่างกังวลใจ


 แต่การกระทำของนาง ก็ได้ทำให้พวกยักษ์ เริ่มรู้ตัวแล้ว ว่าพวกเขานั้น ไม่ควรประมาทเด็กผู้นี้ จึงเริ่มคำรามออกมา ก่อนจะถืออาวุธในมือ มุ่งไปที่ตัวนาง เพื่อทำร้ายให้ได้ ทว่าเด็กสาว ที่เริ่มหวาดกลัวนั้น ก็เริ่มโจมตีใส่พวกมัน อย่างรวดเร็ว พลางกรีดร้อง ด้วยความกลัว


"กริ๊ดดดดด!!!!! อย่าทำร้ายหนูนะเจ้าค่ะ!!!!" นางกรีดร้อง พลางใช้ตะบองในมือ ฟาดใส่พวกยักษ์ จนทุกตนที่โดนนางฟาดนั้น กระเด็นไปที่อื่น จนไกลสุดลูกหูลูกตา บางตนก็ไปโผล่ใต้บาดาลบ้าง บางตนก็ไปโผล่บนสวรรค์บ้าง และบางตนก็....


ฟิ้ว....

"หือ? อะไรกันน่ะ? เจี๊ยกคร่อก"


 พวกเสนาพานร ที่ยังอยู่ในค่าย ต่างสงสัย กับบางอย่างที่กำลังเข้ามา ก่อนที่สิ่งนั้นจะเริ่มชัดเจน จนพวกเขาพากันหนีเตลิด เพื่อหลบภัยที่จะมาถึงตัว


ตูม!!!!!


 และสิ่งนั้น ก็ไปโดนกับพื้น ในพลับพลา จนเกิดควันคลุ้งไปทั่ว และเมื่อควันจางลง พวกเขาก็พากันประหลาดใจ เมื่อพบว่าเป็นยักษ์ ที่ดูจากสภาพแล้ว คงโดนใครบางคน เอาอะไรมาฟาดใส่ อย่างแน่นอน


 นุพาน้อย ยังคงฟาดใส่พวกยักษ์ อย่างไม่หยุดยั้ง จนสองพญาวานรที่สู้ และกัดสองหู และจมูกของพญายักษ์แล้ว ก็ถึงกับนั่งดู อย่างหวาดเกรง ในความน่ากลัว ของเด็กสาวไม่ได้ จนถึงขั้นนึกหวาดกลัวขึ้นมาในใจ


"เด็กอะไน่ากลัวจังแฮะ รู้แบบนี้แล้ว...พวกเราขอที่จะไม่ดูถูกดีกว่า... (=_=;)"


โปรดติดตามตอนต่อไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

29 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 1 มกราคม 2562 / 13:20
    นุพาผู้แข็งแกร่ง!!!!
    #23
    2
    • #23-1 Fresh14425 (@Fresh14425) (จากตอนที่ 11)
      1 มกราคม 2562 / 13:29
      แกร่งจนพ่อและปู่ ยังต้องยอมรับค่ะ
      #23-1
  2. #22 Patkun62442 (@Patkun62442) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 12:41
    นุพาแข็งเกร่งเกินไปแล้ว ○□○!!!!
    #22
    1