อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,884,787 Views

  • 15,801 Comments

  • 15,969 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    92,529

    Overall
    2,884,787

ตอนที่ 492 : ตอนที่ 483 : กวนหมิง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8551
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 579 ครั้ง
    9 ก.พ. 62

ตอนที่ 483 กวนหมิง

 

เมืองม่านสวรรค์ เป็นหนึ่งในเมืองขนาดกลางของทวีปมังกรฟ้า ปัจจุบันอยู่ในการดูแลของ สาขาย่อยทิศทักษิณ นิกายสั่งสวรรค์ เนื่องจากพื้นที่ของสาขาทิศทักษิณนั้น... ตั้งอยู่ภายในเมืองแห่งนี้

 

ปัจจุบันเมืองนี้ยังคงขึ้นตรงกับราชวงศ์ชิงหลง... แต่ตัวเจ้าเมืองในทุก ๆ รุ่นนั้น ต่างได้รับการคัดเลือกจากนิกายสั่งสวรรค์ทั้งสิ้น... ทางราชวงศ์ชิงหลง ก็ไม่ได้เข้ามาวุ่นวายในเมืองนี้ ตราบเท่าที่เมืองม่านสวรรค์ ยังส่งบรรณาการของหัวเมืองให้ทางราชวงศ์ไม่ขาดตกบกพร่อง...

 

ประตูทิศใต้ เมืองม่านสวรรค์...

 

ตามแผนที่วางเอาไว้... เล้งซาน จะต้องเข้ามาที่นี่ ในฐานะของ กวนหมิง บุตรคนสุดท้อง และเป็นนอกสมรสของ กวนซาน ซึ่งจากประวัติที่มีนั้น... กวนซาน มีบุตรอยู่ถึง 9 คน!! และมีจำนวนกว่า 3 คน ที่อาศัยอยู่ภายในเมืองม่านสวรรค์ รวมถึงเป็นสามาชิกระดับสูงของสาขาทิศทักษิณแห่งนี้ โดยบุตรคนสุดท้องในข้อมูลนั้น อายุกว่า 35 ปี เข้าไปแล้ว... เพราะ กวนซาน ในตอนที่ตาย มีอายุมากถึง 142 ปี

 

ส่วน จั่วเหยียนจื่อ และ กุ่ยเยี่ยซานั้น เป็นรับบทเป็นทั้งผู้ติดตามของ กวนหมิง และยังเป็นลูกหลานของสมาชิกนิกายที่ตายไปอีกด้วย...

 

แน่นอนว่า เล้งซาน ได้ใช้วิชาแปลงโฉม ปรับใบหน้าให้คล้ายคลึงกับ กวนซาน ตอนสมัยหนุ่ม ๆ ถึง 7 ใน 10 ส่วน ตามข้อมูลที่ได้รับมา... ส่วน จั่วเหยียนจื่อ และ กุ่ยเยี่ยซา นั้น แม้ว่าทั้งคู่จะไม่มีทักษะการแปลงโฉม... แต่ เล้งซาน ก็ยังสามารถใช้ทักษะระดับสูงของมัน กดคลึงกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าในส่วนต่าง ๆ เพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างกล้ามเนื้อบางส่วน และแปลงโฉมทั้งสองคนได้!! แน่นอนว่า ทั้งคู่ ได้รับการแปลงโฉม ให้คล้ายคลึงกับบุคคลที่พวกมันอ้างตนเป็นบุตร ทั้งหมดก็เพื่อให้แผนการแทรกซึมครั้งนี้สมบูรณ์แบบที่สุด...

 

รวมถึง เล้งซาน ได้สร้างแหวนปิดกั้นพลัง ให้มีลักษณะคล้ายกับแหวนมิติ ได้สวมเอาไว้ทั้งสามคน... พลังของแหวนนี้ จะลดระดับของผู้ที่สวมใส่เข้าไป 1 ระดับชั้นเต็ม ๆ ทำให้ตอนนี้ ระดับพลังของทั้งสามคน ที่ผู้อื่นสามารถรับรู้ได้นั้น

 

กวนหมิง (เล้งซาน) ชนชั้นลมปราณสีเขียว ขั้นที่ 6

เหยียนจาง (จั่วเหยียนจื่อ) ชนชั้นลมปราณสีเหลือง ขั้นที่ 2

หวงต้าเฉิน (กุ่ยเยี่ยซา) ชนชั้นลมปราณสีเหลือง ขั้นที่ 1

 

จากอายุของทั้งสามคน ระดับพลังขนาดนี้ จัดได้ว่าเป็นผู้เยาว์ที่อยู่ในระดับกลางค่อนสูงแล้ว... เพื่อให้ดูไม่น่าสงสัยจนเกินไป...

 

ทั้งสามคนเดินตรงเข้าไปที่ประตูทิศใต้ ของเมืองม่านสวรรค์อย่างสง่าผ่าเผย...

 

จากข้อมูลที่ทั้งสามคนมี สามารถสังเกตได้ชัดเจนว่า ณ ประตูผ่านเข้าเมือง มีกำลังทหารที่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม... อีกทั้งยังมีความเข้มงวดอย่างยิ่ง ในการสอบประวัติทุกคนที่จะเข้าไปในเมือง จนมีการต่อแถวยาวเหยียด ซึ่งคนที่ต่อแถวอยู่นั้นคงไม่ต่ำกว่า 300 คน!!

 

“เฮ้อ... พวกมันกวดขันคนเข้าเมืองมากขึ้นจริง ๆ ดูท่าพวกเราคงต้องเสียเวลา ต่อแถวอีกหลายชั่วยามเป็นแน่...” จั่วเหยียนจื่อ ถอนหายใจ

 

เล้งซาน และ กุ่ยเยี่ยซา เหลือบหันมองหน้ากัน...

 

เรื่องอะไรที่พวกเราต้องไปเสียเวลาต่อแถว?” ทั้งสองกล่าวขึ้นพร้อมกัน ก่อนจะเดินดุ่ม ๆ ตรงเข้าไปที่ประตูทิศใต้ โดยไม่สนใจแถวที่ยาวเหยียดนั่น... จั่วเหยียนจื่อ ผู้ซึ่งอยู่ในกฎระเบียบมาโดยตลอด... ย่อมไม่คุ้นเคยกับการกระทำเช่นนี้!! แต่สุดท้ายมันก็ต้องจำใจ เดินตามทั้งสองคนไป

 

ทหารยามที่เฝ้าประตูหลายสิบนาย ผงะพร้อมกันเล็กน้อย... จากใบหน้าของ เล้งซาน ที่ดูคล้ายคลึงกับ กวนซาน อย่างยิ่ง... อีกทั้งในเมืองยังมี เหล่าบุตรของ กวนซาน อีก 3 คน ที่ใช้อำนาจบิดา อวดโอ้บารมีภายในเมืองมาโดยตลอด ทำให้เหล่าทหารยาม ค่อนข้างที่จะคุ้นเคยกับเอกลักษณ์หน้าตาเช่นนี้...

 

“เอ่อ... เจ้าเป็นใคร เหตุใดถึงไม่ต่อแถวเฉกเช่นคนอื่น ๆ” หนึ่งในทหารยาม กล่าวด้วยน้ำเสียงกึ่งกลัวกึ่งกล้า... เพราะมันไม่เคยเห็นผู้เยาว์ตรงหน้ามาก่อน จึงไม่อาจที่จะปักใจเชื่อได้ว่า เล้งซาน มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับ เซียนเฒ่ากวนซาน...

 

“อย่ามา สามหาว!! พวกเจ้ามองไม่ออกหรือว่า ท่านผู้นี้คือ นายน้อยกวนหมิง!! บุตรคนสุดท้องของ ท่านเซียนเฒ่ากวนซาน!! นับจากวันนี้ไป นายน้อยจะเข้าสังกัดนิกายฯ อย่างเป็นทางการแล้ว พวกเจ้ายังจะกล้าให้นายน้อย ไปยืนตากแดดตากลม อยู่ด้านนอกอีกอย่างนั้นหรือ!!” กุ่ยเยี่ยซา แผดเสียงออกไปอย่างสมจริงสมจัง

 

อีกทั้งใบหน้าของ เล้งซาน ยังแน่นิ่งสนิท เหลือบมองทหารยามเหล่านั้น ราวกับเศษขยะที่กำลังขวางทาง... พร้อมกับปลดปล่อยจิตคุกคามจาง ๆ ออกมาจากสายตาที่มอง... กลุ่มทหารยามหลายสิบนาย ต้องสั่นกลัวด้วยแววตาของผู้เยาว์เพียงคนเดียว...

 

ยังอีก!! ยังไม่หลีกไปอีก!!” กุ่ยเยี่ยซา เค้นเสียงกระตุ้น ด้วยท่าทีขึงขัง...

 

ทหารยามทั้งสิบนาย แม้ไม่มีใครบอกกล่าว แต่พวกมันต่างโค้งตัวลงมาเล็กน้อยแสดงความเคารพ ก่อนจะมีตัวแทนคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา...

 

“ระ..เรียนนายน้อย คือหน้าที่ของพวกเราจำเป็นต้องตรวจสอบทุกคนที่จะผ่านเข้าไป... พวกเราต้องทำตามหน้าที่ หวังว่านายน้อยจะเข้าใจความลำบากนี้...”

 

ทหารยามพยายามรวบรวมความกล้า เพื่อกล่าวออกไป...

 

กุ่ยเยี่ยซา ถลึงตาดุดันขึ้นมาทันที...

 

บังอาจ!! พวกเจ้าคิดว่า นายน้องกวนหมิง แอบอ้างอย่างนั้นหรือ!! ในฐานะข้ารับใช้คนสนิท... ข้าไม่อาจปล่อยเรื่องนี้ ให้ผ่านเลยไปได้!!

 

กุ่ยเยี่ยซา แสดงบทบาทสมมุติอย่างจริงจัง หลังจากที่กล่าวออกมา.. มันก็ได้ตั้งท่าเตรียมชักกระบี่ในมือ!! เหล่าทหารยามต่างสั่นกลัว เพราะพวกมันมีระดับมากที่สุด เพียงชนชั้นลมปราณสีน้ำเงินเท่านั้น...

 

เล้งซาน จึงกางแขนออก แสดงท่าทีห้ามปราม กุ่ยเยี่ยซา...

 

“พี่หวง... อย่าได้รังแกผู้ที่อ่อนแอกว่า... เหล่าพี่ชายทหารพวกนี้ เพียงแค่ทำตามหน้าที่เท่านั้น...” เล้งซาน กล่าวขึ้นด้วยท่าทีสำรวมในบุคลิคคุณชายสูงศักดิ์ ก่อนจะชูป้ายบางอย่างขึ้นมา ให้เหล่าทหารยามได้เห็นเป็นขวัญตา มันคือป้ายประจำตระกูลกวน!!

 

ทหารยามนับสิบ ต่างสั่นสะท้านขึ้น!! ก่อนจะคุกเข่าลงพร้อม ๆ กัน...

 

“พวกเราขออภัยนายน้อย... พวกเราเพียงต้องทำตามหน้าที่เท่านั้น...” ทหารยามหลายสิบ พยายามอ้อนวอน เพราะด้วยฐานะบุตรชายของ กวนซาน ย่อมสามารถปลิดชีวิตของพวกมันทุกคนได้ราวกับผักปลา

 

เล้งซาน เหลือบมองต่ำอีกครั้ง ด้วยสายตาที่เย็นชา... ก่อนจะก้าวเดินเข้าเมืองอย่างสง่า...

 

พวกเจ้าทำหน้าที่ได้ดีแล้ว... แต่ครั้งต่อไป อย่าให้ข้าต้องมาเสียเวลาเช่นนี้อีก...” เด็กหนุ่มกล่าวทิ้งท้าย ก่อนจะเดินจากไปโดยไม่สนใจคำตอบใด ๆ ต่อจากนั้น...

 

กุ่ยเยี่ยซา มองเหล่าทหารยามตาขวาง เป็นเชิงตำหนิและรีบติดตามนายน้อยของมันไป... ส่วนจั่วเหยียนจื่อ ที่ไม่เคยชินกับวิธีการเช่นนี้ จึงเดินตามไปเงียบ ๆ ไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมา...

 

ด้วยการแสดงของเล้งซาน และ กุ่ยเยี่ยซา ผนวกกับป้ายประจำตระกูลกวน ที่เอามาจากศพของกวนซาน สามารถผ่านเข้าเมืองไปได้อย่างง่ายดาย!! หนำซ้ำ!! ชื่อของ กวนหมิง บุตรคนสุดท้องของ กวนซาน ได้แพร่กระจายไปทั่วเมืองม่านสวรรค์อย่างรวดเร็ว!! จากปากของทหารยาม และเหล่าชาวบ้าน ที่รอเข้าเมืองที่ประตูทิศใต้ ณ ตอนนั้น!!

 

เพราะไม่เคยมีใครรู้จัก กวนหมิง มาก่อน... ไม่มีใครทราบเสียด้วยซ้ำ ว่า กวนซาน มีบุตรคนสุดท้องนี้!! แต่จู่ ๆ กลับปรากฏนายน้อยคนใหม่ออกมาเช่นนี้ ย่อมทำให้เมืองทั้งเมืองสั่นสะเทือน

 

มีหลายคนวิพากษ์วิจารณ์ว่า เรื่องนี้อาจเป็นการแอบอ้างตัวหรือไม่?

 

แต่เหล่าทหารยามหลายสิบนายที่ประตูทิศใต้ รวมถึงเหล่าชาวบ้านที่กำลังรอผ่านประตู ต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า... ด้วยบารมีของนายน้อย กวนหมิง ที่แผ่ออกมา และบรรยากาศความน่าสะพรึงของผู้ติดตามระดับยอดฝีมือทั้งสองคน... อีกทั้งยังมีป้ายตระกูลกวน ที่ทหารไม่มีทางพิจารณาผิดพลาดไป... ย่อมต้องเป็นนายน้อยตัวจริงอย่างแน่นอน!!

 

ณ โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งในเมือง...

 

“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ข้าบอกแล้วไง... ว่าเจ้าพวกนี้ เราต้องใช้บารมี และแสดงอำนาจเพื่อแอบอ้างแบบนี้แหละ จึงจะสมกับเป็นนายน้อยตัวจริง!! แต่ข้าไม่คิดเลยว่า ศิษย์น้องลู่ จะแสดงได้สมบทบาทถึงเพียงนั้น!! กระทั่งข้าเองยังอดเชื่อไม่ได้ว่า เจ้าเป็น กวนหมิง จริง ๆ หรือป่าว...” กุ่ยเยี่ยซา กล่าวขึ้น...

 

“เป็นเพราะ ศิษย์พี่ส่งบทมาดีมากกว่า... ข้าเพียงแต่เล่นตามน้ำไปก็เท่านั้น...” เล้งซาน กล่าวพลางยกยิ้ม...

 

“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! อย่าถ่อมตัวน่า... บทบาท กวนหมิง ของเจ้าเช่นนี้แหละ สมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว... ดีกว่าไอ้โง่คนหนึ่ง ที่พอข้าส่งบทให้ทีไร... มันกลับเล่นแข็งหยั่งกะท่อนไม้ ก้อนหิน ก็ไม่ปาน... ข้อดีอย่างเดียวของมัน คือยืนเป็นกำแพงให้ศัตรูรุมซ้อม และเปิดทางให้พวกเราหลบหนีเท่านั้น...” กุ่ยเยี่ยซา กล่าวพลางเหลือบหันมอง จั่วเหยียนจื่อ ที่มุมห้อง... ซึ่งตอนนี้มันกำลังนั่งท่าขี่ม้า เพื่อฝึกฝนกำลังขาในยามว่าง...

 

“อย่ามาแขวะกันน่า... ก็ข้าไม่ถนัดเรื่องแทรกซึมเท่าไหร่นี่นา...” จั่วเหยียนจื่อ เกาศีรษะเล็กน้อย... เพราะจั่วเหยียนจื่อ ไม่ได้มีไหวพริบดีเลิศในด้านอื่น ๆ นอกเหนือจากการฝึกวรยุทธ

 

“ตอนนี้ ภายในเมือง กำลังพูดถึงเรื่องของ กวนหมิง ไปทั่ว... ปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปก่อนสักคืน เพื่อให้คำล่ำลือเหล่านั้น เป็นสิ่งยืนยันตัวตนของพวกเรา ในการเข้าไปสมัครสู่นิกายฯ สาขาทิศทักษิณ ในวันพรุ่งนี้...” เล้งซาน กล่าวขึ้น...

 

ตอนนี้ฐานะ กวนหมิง ของเล้งซาน ยังไม่มีสิ่งอื่นที่จะใช้ยืนยันตัวตน นอกเหนือจากใบหน้าที่คล้ายคลึง โลหิตผสมที่ไหลเวียน และป้ายตระกูลกวน... หลายคนอาจมองว่าด้วยหลักฐาน 3 อย่างนี้ ค่อนข้างที่จะหนักแน่นแล้ว...

 

แต่การที่จู่ ๆ มีบุคคลที่ไม่เคยมีตัวตนมาก่อน ไปปรากฏตัวขึ้นภายในนิกายฯ ย่อมทำให้คนหมู่มาก ไม่อาจทำใจเชื่อได้!! และจะเกิดความระแวง กับบุคคลผู้นั้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง...

 

แต่หากปล่อยให้ข่าวลือ ค่อย ๆ แทรกซึมเข้าไปก่อน... ให้เป็นการปูทางถึงการคงอยู่ ในตัวตนของบุคคลนี้ ย่อมสามารถทำให้การปรากฏตัวภายหลังจากข่าวลือ มีความน่าเชื่อถือมากยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า...

 

กุ่ยเยี่ยซา และ จั่วเหยียนจื่อ เห็นด้วยกับแนวคิดนี้เช่นกัน และได้ตัดสินใจ รอให้ข่าวลือแพร่สะบัดออกไปก่อน...

 

...................................................

 

ตำหนักตระกูลกวน... เป็นเรือนขนาดใหญ่ ที่อยู่ภายในเมือง ม่านสวรรค์นี้...

 

ตอนนี้มีบุคคล 3 คน กำลังแสดงสีหน้าเคร่งขรึม อยู่ภายในห้องโถง... มันคือ 3 พี่น้องตระกูลกวน ที่อาศัยอยู่ภายในเมืองม่านสวรรค์แห่งนี้!! เป็นบุตรคนที่ 4 คนที่ 8 และ คนที่ 9 ของ กวนซาน...

 

“พี่สี่ ท่านคิดว่ายังไง ในเรื่องของ กวนหมิง ที่ปรากฏตัว... ข้าไม่เห็นเคยได้ยินท่านพ่อกล่าวถึง บุตรคนที่ 10 ของท่านเลย!! อีกทั้งจากข้อมูล มันยังเป็นเพียงผู้เยาว์ที่อายุไม่ถึง 20 ปีเท่านั้น!! จะมีความเป็นไปได้หรือว่า... ท่านพ่อจะไปมีสัมพันธ์กับสตรีอื่น จนให้กำเนิดบุตร ในตอนที่ท่านอายุมากกว่า 120 ปี?” กวนเฉิน บุตรคนที่ 8 กล่าวขึ้น...

 

“อืม... มันก็พูดได้ยาก... จวบจนถึงตอนนี้ ท่านพ่อ มีทั้งท่านแม่ใหญ่ ท่านแม่รอง จนถึงท่านแม่เล็ก ทั้งสิ้น 12 คนแล้ว อย่างที่พวกเรารู้กัน... การที่ท่านจะไปมีมากกว่านี้ ภายในเมืองอื่น ๆ ก็อาจจะพอเป็นไปได้อยู่บ้าง

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คงต้องรอการตรวจสอบสายโลหิตที่แน่ชัดอีกที...” กวนหู่ บุตรคนที่ 4 กล่าวขึ้นเสริม...

 

แต่ข้าไม่เชื่อ!! ข้าว่าเจ้า กวนหมิง อะไรนั่น มันต้องแอบอ้างอย่างแน่นอน!! เพราะท่านพ่อไม่เคยมีความลับต่อข้า!! หากท่านมีบุตรที่อายุน้อยกว่าข้าถึง 15 ปีเช่นนั้น... มีหรือที่ท่านพ่อจะไม่พูดเรื่องนี้!!” กวนอัน บุตรคนสุดท้องที่แท้จริงของ กวนซาน กล่าวขึ้น... แน่นอนว่าด้วยความที่มันเป็น บุตรคนสุดท้อง จึงได้รับการเอาใจใส่จาก กวนซาน มากกว่าบุตรคนอื่น ๆ

 

ทำให้ กวนอัน ปฏิเสธการมีตัวตนของ กวนหมิง ในทันที...

 

แน่นอนว่าการที่ทั้งสามคนมาพูดคุยกัน เป็นเพียงแค่การกล่าวถึงเท่านั้น แต่ทั้งสามคนก็ยังไม่ถึงกับต้อง เคลื่อนไหวใด ๆ ในการปรากฏตัวของน้องชายต่างมารดาเช่นนี้ ตราบเท่าที่ยังไม่มีการยืนยันตัวตนที่แน่ชัดออกมา....

 

......................................................

 

หอคอยเหนือสวรรค์...

 

“บุตรของ กวนซาน อย่างนั้นหรือ?” เซียนเฒ่า จวนเหอ เมื่อได้ยินเรื่องนี้ ก็ถึงกับขมวดคิ้วขึ้นทันที เพราะมันไม่เคยได้ยินข้อมูลนี้มาก่อน...

 

“เรื่องนี้ เราได้รับการยืนยันจากปากของทหารยามหลายสิบนาย ที่ประตูทิศใต้... ว่า กวนหมิง ผู้นี้ได้แสดงป้ายตระกูลกวน รวมถึงมีใบหน้าที่คล้ายคลึงกับ ผู้เฒ่ากวนซาน ในวัยหนุ่มอยู่หลายส่วนด้วย...” เย่หลางเสิ่น กล่าวรายงาน...

 

“ท่านผู้เซียนเฒ่า คิดว่ามีโอกาสเป็นไปได้หรือไม่ ที่ศัตรูจะอ้างตัวตนและแฝงเข้ามา?” ชางชุน เอ่ยปากถาม...

 

เซียนเฒ่า จวนเหอ จึงแสดงสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวตอบ...

 

“อืม... หากพูดถึงความเป็นไปได้ ว่าศัตรูจะใช้วิชาแปลงโฉม และนำป้ายตระกูลกวน จากศพของ กวนซาน มาแอบอ้าง มันก็พอมีโอกาสเป็นไปได้... แต่จากมุมมองของข้าแล้ว... โอกาสนั่นถือว่าน้อยยิ่งกว่าน้อย...

 

เพราะเพิ่งจะผ่านเวลามาเพียง 3 วันเท่านั้น หลังการตายของ กวนซาน แต่จากระยะทาง จากสาขาหลักของสถาบันฯ มายังที่นี่... ขนาดข้า ที่มีสัตว์อสูรพาหนะระดับสูงสุด ยังเพิ่งจะมาถึงที่นี่ได้ไม่นาน... การที่ศัตรูจะแอบอ้างโดยใช้ป้ายของ กวนซาน ได้นั้น แปลว่ามันต้องมีความเร็วที่เหนือกว่าข้า ในการมาถึงที่นี่เข้าไปอีก ซึ่งเรื่องนี้มีโอกาสต่ำมาก...

 

เอาเป็นว่า หากมันเป็นบุตรของ กวนซาน จริง... มันต้องเข้ามาเป็นสมาชิกของนิกายฯ อย่างแน่นอน มิเช่นนั้นก็คงไม่มาที่เมืองนี้ เมื่อถึงตอนนั้น พวกเจ้าก็ใช้การตรวจสอบโลหิต หาความเชื่อมโยงของ กวนซาน เพื่อยืนยันก็แล้วกัน...” จวนเหอ กล่าวขึ้น...

 

2 ผู้บัญชาการน้อมรับคำสั่ง ก่อนจะเดินออกไปจากโถงประชุม...

 

เหลือแต่เพียง จวนเหอ ที่กำลังแสดงสีหน้าครุ่นคิด...

 

กวนหมิง อย่างนั้นหรือ... เรื่องนี้ มันจะบังเอิญเกินไปหรือป่าว?

 


..........................................................

สามารถอ่านก่อนใครได้โดยนำหน้าเด็กดี  40-80 ตอน จาก 2 ช่องทางนี้

1.ทาง กวีบุ๊ค >>>Kawebook

2.ทาง ฟิคชั่นล็อก >>>Fictionlog


อัพเดทข่าวสารได้ที่Facebook อสูรมังกรฟ้า
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 579 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #11864 tanagorn29 (@tanagorn29) (จากตอนที่ 492)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:49
    ระวังคลังสมบัติของสาขาให้ดี อยู่ๆๆมันอาจจะหายโดยไร้ร่องรอยได้
    #11864
    0
  2. #11825 Archangel Michael (@LoveThamma) (จากตอนที่ 492)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:54
    กวนจริงๆ ไม่ใช่กวนหมิงนะ กวนทั้งคู่เลย โอ๊ยคู่หูคู่ฮา
    #11825
    0
  3. #11820 Nidmitsu789 (@Nidmitsu789) (จากตอนที่ 492)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:21

    สงสารเล้งซานจัง ถูกอาจารย์รู้ทันอีกแระ 555

    #11820
    0
  4. #11819 jkooktaev (@jkooktaev) (จากตอนที่ 492)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:21
    เฮียเล้ง กับกุยเยี่ยซามีความเคมีเข้ากันมาก
    #11819
    0
  5. #11816 saynaka (@bboykoratnng) (จากตอนที่ 492)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:02
    เข้ากันดีจริงๆน้า
    #11816
    0
  6. #11815 boynareta (@boynareta) (จากตอนที่ 492)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:45
    คู่หูขวางนรก
    #11815
    0
  7. #11813 นัทจัง (จากตอนที่ 492)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:33

    แหมๆตอนนี้เข้ากันเป็นป่ีเป็นขลุย มีจิกกัดแถมแขว่ะท่านจั่วเหยัยนจื่อเราด้วยว่า ยืนเป็นกำแพง โถๆใครจะเจ้าเล่ห์เล่นใหญ่เข้าขากันเหมือนศิษย์น้องเล้งซานกับศิษย์พี่กุ่ยเยี่ยซา กันเล่ให้ 100 เล่น 1000 หุหุ

    #11813
    0
  8. #11811 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 492)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:12
    เข้าขากันดีจริงๆ
    #11811
    0
  9. #11810 now108 (@now108) (จากตอนที่ 492)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:10
    ขอบคุณค่ะสนุกมากๆเลย^^
    #11810
    0
  10. #11809 nuttapat46201 (@nuttapat46201) (จากตอนที่ 492)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:02
    รักเลยๆ
    #11809
    0
  11. #11808 D_S_F_P_N (@kqre) (จากตอนที่ 492)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:44
    สั้นๆแต่สนุก รอค่ะ555
    #11808
    0