อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,735,812 Views

  • 15,124 Comments

  • 15,782 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    125,010

    Overall
    2,735,812

ตอนที่ 358 : ตอนที่ 349 : ตะเกียงมายารัตติกาล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10831
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 656 ครั้ง
    4 พ.ย. 61

ตอนที่ 349 ตะเกียงมายารัตติกาล

 

หลานชายข้า... นี่ข้าเอง ปู่ของเจ้าอย่างไรเล่า?

 

ลู่กังเมื่อได้ยินเช่นนั้น... ทุกสิ่งทุกอย่างที่มันพยายามอดกลั้นมาโดยตลอด...ก็ระเบิดออกมาทันที!! ความหวาดกลัวเบื้องหน้าชนชั้นลมปราณสีส้มไม่หลงเหลืออีกต่อไป... เรียกทวนยาวอาวุธอักขระชนชั้นลมปราณสีเหลืองขั้นต้นประจำกายออกมา... ลักษณะของทวนยาวนี้ เหมือนกับทวนยาวของลู่เฉินป๋อ อย่างไม่ผิดเพี้ยน ราวกับเป็นทวนแฝดที่สองพ่อลูกนี้ สั่งทำขึ้นมาพิเศษ...

 

ลู่กัง หมุนควงทวนยาวอย่างรุนแรงสร้างปราณทวนขึ้นมา และเสือกแทงขึ้นฟ้า ไม่สนใจแม้กระทั่งระยะและระดับชั้นที่แตกต่าง... เพลงทวนของลู่กังนั้น รู้แจ้งแตกฉานไม่ต่างจากลู่เฉินป๋อผู้เป็นบิดา ทั้งเกรี้ยวกราดและดุดัน!! จะมีก็แต่เพียงความแตกต่างของพลังเท่านั้นของทั้งสองคน

 

แต่ทว่า...กระทั่งเพลงทวนของ ลู่เฉินป๋อ ยังไม่อาจสร้างแรงกดดันให้กับฟงเถาได้... ไหนเลยลู่กังจะสามารถทำได้!! ด้วยระยะที่ไกลเกินกว่าระยะส่งพลังของเพลงทวน กว่าปราณทวนจะเข้าถึงตัวฟงเถา พลังทำลายก็หายไปกว่าครึ่งจากเดิมแล้ว ฟงเถาสามารถปัดป้องมันได้อย่างง่ายดายด้วยหลังฝ่ามือ

 

ลู่กังกัดขบฟันแน่น ก่อนจะตวัดสายตามองมาด้านหลัง...

 

“พวกเจ้าจะยืนบื้ออะไรกันอยู่... จะปล่อยให้มันฆ่าตายก่อนหรือยังไง!!” ลู่กังตวาดด่าผู้นำอีก 4 คนที่เหลือ ที่ยังลังเลไม่กล้าโจมตีชายชุดดำหน้ากากสีทอง

 

แต่เนื่องด้วยความแตกต่างของพลัง พวกมันหวั่นเกรงว่า ชนชั้นลมปราณสีส้มขั้นที่ 2 ผู้นี้ จะลงมืออีกครั้ง!! กระทั่งลู่เฉินป๋อยังตกตาย... ซึ่งแน่นอนว่าพวกมันต่อให้ร่วมมือกัน ก็ย่อมไม่เหลือแม้แต่เศษซากเบื้องหน้าศัตรูที่น่าเกรงขามผู้นี้อยู่ดี

 

ทั้ง 4 คนหันมองกันเลิ่กลั่ก... แน่นอนว่าการลงมือตอนนี้ ย่อมไม่ใช่ความคิดที่ดีเลยแม้แต่น้อย... แต่ลู่กังถูกเพลิงโทสะและความแค้นเข้าครอบงำ จึงไม่อาจฉุกคิดในเรื่องนี้... หรือไม่เช่นนั้นก็คือมันคิดจะแลกชีวิตกับชายชุดดำหน้ากากสีทองผู้นี้ ให้ตกตายกันไปข้างหนึ่งเพื่อแก้แค้นให้บิดา!!

 

“ยะ...อย่ามาพูดบ้า ๆ น่า!! มันคือการฆ่าตัวตายชัด ๆ !!” อี้ชางเย่ เป็นคนแรกที่ไม่เห็นด้วย!! สำหรับมันแล้ว ต่อให้ชนะสงครามแต่ตัวเองตกตาย ก็ย่อมไม่มีความหายใด ๆ มันไม่ยินยอมที่จะรับความเสี่ยงในจุดนี้...

 

และแน่นอนว่าทุกคนก็เห็นเป็นเช่นนั้น... เพราะต่อให้ตกตายกันหมดทั้ง 5 คนก็ไม่มีสิ่งใดรับประกันได้ว่า จะสร้างแม้แต่รอยขีดข่วนให้กับชายชุดดำหน้ากากสีทองเบื้องหน้านี้ได้หรือไม่!! การล่าถอยจึงเป็นเรื่องสมควรอย่างที่สุด

 

“ผู้นำลู่!! ใจเย็นก่อน!! พวกเราไม่อาจเอาชนะชายผู้นั้นได้ในยามนี้... เราต้องอาศัยช่วงจังหวะเพื่อให้เกิดความได้เปรียบก่อน ค่อยเริ่มปะทะ” จิวเทียนกู่ เข้าไปดึงตัวลู่กัง

 

“บัดซบ!!” ลู่กังย่อมมิใช่คนโง่ มันสบถออกมาด้วยความแค้นใจ...

 

“ขัดขวางมันไว้!!” จิวเทียนกู่ออกคำสั่งให้เหล่าผู้อาวุโสบนฟ้าเข้าขัดขวาง ฟงเถา เพื่อเปิดทางให้พวกมันทั้ง 5 คนหลบหนี

 

เหล่าผู้อาวุโสขบวนพันธมิตรนับสิบจึงโผบินเข้ามา และพยายามระดมยิงดัชนีและปราณกระบี่จากบนหลังของสัตว์อสูรพาหนะ แต่เนื่องด้วยความไม่ชำนาญการโจมตีจากบนเวหา พวกมันไม่อาจเพ่งเล็งเป้าหมายได้ เมื่ออยู่บนหลังของสัตว์อสูรพาหนะที่โผบินไปมา... จึงแทบไม่มีโอกาสที่จะทำร้าย ฟงเถาได้เลย...

 

“พวกแมลงวี่แมลงวันนี่มันน่ารำคาญเสียจริง...” ฟงเถาสบถออกมาด้วยน้ำเสียงไม่ยี่หระ

 

ก่อนจะยิงดัชนีขนาดเล็กออกไปอย่างรวดเร็ว ทั้งความเร็วและความแม่นยำล้วนอยู่ในระดับสูงสุด!! การโจมตีบนเวหา คือความชำนาญอย่างที่สุดของฟงเถา!!

 

การโจมตีไม่ได้สังหารผู้อาวุโสคนใด... แต่เป็นการสังหารสัตว์พาหนะทั้งหมด!! จนผู้อาวุโสนับ 10 คนในระยะใกล้เคียงกับ ฟงเถา ร่วงหล่นลงจากฟากฟ้าราวกับห่าฝน... แน่นอนว่าด้วยความเป็นยอดฝีมือ แม้จะตกลงมาจากที่สูง ก็เพียงได้รับบาดเจ็บระดับกลางเท่านั้น ไม่อาจถึงแก่ชีวิต... แตกต่างไปจากการถูกดีดลงมาอย่างรุนแรงของเจ้าขาว...

 

จากนั้น ฟงเถา ก็พุ่งติดตามไปยังทิศทางที่ 5 ผู้นำหลบหนีไป...

 

ทางด้านเล้งซานนั้น... เจ้าขาวเมื่อได้มีโอกาสอวดโอ้ความเก่งกาจของตนเองบนฟากฟ้า มันแสดงพลังได้เหนือล้ำอย่างมาก โดยที่เล้งซานได้ปล่อยให้มันทำตามใจชอบ เจ้าขาวใช้กำลังขาที่ทรงพลังของมัน ดีดร่างเหล่าผู้อาวุโสจากขบวนพันธมิตรให้หล่นร่วงลงไปคนแล้วคนเล่า...

 

บางคนก็เข้าโจมตีหนักหน่วง... บางคนมันเพียงหยอกล้อให้ร่วงหล่นเท่านั้น... เจ้าขาวราวกับเป็นราชันย์แห่งฟากฟ้าจริง ๆ ไม่อาจมีใครสามารถติดตามหรือหลบเลี่ยงมันได้แม้แค่คนเดียวหากถูกมันเพ่งเล็ง... ราวกับพญาอินทรีที่กำลังหยอกล้อกับฝูงนกกระจอก!!

 

“12 คน.... 11 คน... 10 คน...” เล้งซานไล่นับเพียงแค่คนที่ตกตายลงไป... เมื่อจำนวนเริ่มเข้าข่ายที่เล้งซานรู้สึกว่าเพียงพอแก่การข่มขู่ มันก็ตักเตือนให้เจ้าขาวเพลามือ...

 

เหล่าผู้อาวุโสที่นั่งสั่นสะท้านหวาดกลัวอยู่บนหลังอินทรีข้ามฟ้า ไม่อาจที่จะทำสิ่งใดได้เลย... พวกมันไม่อาจขัดคำสั่งผู้นำเพื่อลงไปด้านล่างได้... แต่เมื่ออยู่ด้านบนท้องฟ้า ก็ไม่อาจทำสิ่งใดกับสิ่งมีชีวิตประหลาดสีขาวตนนี้ได้เลยเช่นเดียวกัน!! ได้แต่เพียงนั่งเฝ้ารอด้วยสีหน้าวิตกกังวล กลัวว่าตนเองจะตกเป็นเป้าหมายของกระต่ายยักษ์อารมณ์เสียตนนี้เมื่อใดเท่านั้น!!

 

คนแล้วคนเล่าถูกสอยร่วงตกลงมา... จนจำนวนผู้อาวุโสด้านบนร่อยหรอไปแล้วกว่าครึ่ง!!

 

“หมดเวลาเล่นสนุกแล้ว!! เจ้าขาว...ใช้กระบวนท่าวายุโหมกระหน่ำ!!” เล้งซานออกคำสั่ง

 

เจ้าขาวกู่ร้องตอบรับ... ก่อนจะโบยบินเป็นวงกลมขนาดใหญ่และค่อย ๆ เร่งความเร็วมากขึ้น...มากขึ้น... และสุดท้ายด้วยความเร็วที่สูงล้ำ ก็ทำให้เกิดเป็นแรงลมกรรโชกรุนแรงขึ้น!! กวาดล้างทุกอย่างบนฟากฟ้าในรัศมีวงกว้าง!! กลายเป็นพายุขนาดมหึมาหมุนวน!!

 

“วายุโหมกระหน่ำ!!

 

แรงลมกรรโชกเหล่านั้น หาใช่เพียงพายุธรรมดา แต่มันกลับเต็มไปด้วยความรุนแรงของคมมีดวายุ!! กรีดเฉือนทุกอย่างโดยรอบ ทั้งด้านล่างพื้นดินและด้านบนท้องฟ้า!! เป็นกระบวนท่าที่เล้งซานคิดค้นโดยใช้ร่วมกันกับเจ้าขาว สร้างพลังทำลายวงกว้างมากกว่ากระบวนท่าใด ๆ ของเล้งซาน

 

และยังรุนแรงเพียงพอที่จะสังหารชนชั้นลมปราณสีเขียวได้อย่างง่ายดาย!! แม้แต่เหล่าผู้อาวุโสชนชั้นลมปราณสีเหลืองยังได้รับบาดเจ็บไม่น้อย จากวายุคมมีดที่กรีดเฉือน... แน่นอนว่าสัตว์อสูรสายพันธุ์วิหคทุกคนถูกสังหารด้วยพายุคมมีดนี้ จนเหล่าขบวนพันธมิตรทุกคน หล่นร่วงลงมาจากฟากฟ้า

ซึ่งแม้แต่ ฟงเถา ก็ยังต้องบินหลบออกไปนอกระยะที่ห่างไกล มิเช่นนั้นมันก็อาจถูกลูกหลงและหล่นร่วงได้เช่นกัน

 

เจ้าขาวยึดครองน่านฟ้าทั้งหมด จนเหลือเพียงตัวมัน ที่เป็นราชันย์เพียงหนึ่งเดียว!!

 

“ดูท่า...เจ้าขาวจะชื่นชอบฉายา ราชันย์แห่งฟากฟ้าไม่น้อย...” เล้งซานกล่าวพึมพำ พลางลูบศีรษะเจ้าขาวเบา ๆ

 

ฟงเถา ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้บนเวหา ยังอดตะลึงกับความสามารถของเจ้าขาวไม่ได้...

 

“เจ้ากระต่ายนั่นมันช่างสุดยอดจริง ๆ ความเร็วของมันบนฟากฟ้าช่างไร้คู่เปรียบ... แม้แต่ข้าก็ยังไม่เคยเจอสัตว์อสูรตนใด มีความเร็วถึงเพียงนั้นบนฟากฟ้า สมกับที่เป็นสัตว์อสูรพาหนะของนายน้อยจริง ๆ” ฟงเถาอดไม่ได้ที่จะมองด้วยความชื่นชม

 

เล้งซานและฟงเถาสบตากันเล็กน้อย... เป็นสัญญาณว่าถึงอย่างไรก็ยังไม่ปลอดภัยหากทั้งคู่จะลงไปด้านล่าง เพราะเหล่าผู้อาวุโสตระกูลลู่ ยังคงตั้งขบวนอยู่... การโจมตีจากด้านบนย่อมปลอดภัยยิ่งกว่า...

 

เล้งซาน สร้างหอกเพลิงขึ้นนับร้อยเล่ม!!

 

ก่อนจะโหมกระหน่ำโจมตีจากด้านบน!! การต่อสู้ครั้งนี้กินเวลายืดเยื้อกว่าที่คิด เมื่อมีโอกาสจากการที่ ลู่เฉินป๋อ ถูกสังหารไปแล้ว ก็ควรจะจบสงครามครั้งนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อมิให้สถานการณ์ถูกพลิกกลับ

 

หอกเพลิงนับร้อยพวกพุ่งเข้าใส่เหล่าผู้อาวุโสที่ยังได้รับบาดเจ็บจากการร่วงหล่น แน่นอนว่าพลังของหอกเพลิงแต่ละเล่มยอมไม่ธรรมดา เพราะมันถูกสร้างขึ้นจากเพลิงอัคคีแห่งมังกร พลังทำลายและความรุนแรงย่อมเหนือล้ำอย่างยิ่ง!!

 

ส่วน ฟงเถา เร่งติดตามเหล่า 5 ผู้นำที่กำลังหลบหนีออกไปจากกลุ่มขบวน ด้วยความเร็วของ ฟงเถา บนฟากฟ้า ย่อมใช้เวลาไม่มากนักที่จะติดตาม....

 

............................................

 

ทางด้าน 4 ผู้พิทักษ์ชนชั้นลมปราณสีส้มของขบวนพันธมิตรนั้น กำลังย่ำแย่หนักหน่วง!! แน่นอนว่าอาศัยเพียง หงเหยา เค่อเทียน และตือหยวนเปียวนั้น คงไม่อาจไล่บี้กดดัน 4 ผู้พิทักษ์ได้ถึงเพียงนี้...

 

แต่ผู้ที่กดดัน 4 ผู้พิทักษ์อย่างหนักหน่วงนั้นก็คือ เฟรย่า!!

 

เฟรย่าโบยบินอยู่บนท้องฟ้าในระยะปลอดภัย ก่อนจะใช้ศรเพลิงโจมตีโหมกระหน่ำ เสริมการโจมตีนอกระยะให้กับพวกของ หงเหยา

กดดัน 4 ผู้พิทักษ์จนต้องรับมือหลายทาง และศรเพลิงของ เฟรย่า หาใช่สิ่งที่จะประมาทได้... ทั้งจำนวนและความรุนแรงนั้นเหนือล้ำอย่างมาก การตั้งรับปกติของเหล่าผู้พิทักษ์ไม่อาจต้านทานความร้อนแรงของเพลิงอัคคีสีฟ้าได้ จำเป็นต้องแบ่งพลังมาโคจรปราณคุ้มกันเพื่อตั้งรับอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในระยะยาวย่อมต้องสร้างภาระหนักให้กับลมปราณในร่างของพวกมันอย่างแน่นอน...

 

และที่แย่กว่านั้น คือพวกมันไม่อาจโจมตีสวนกลับไปยัง เฟรย่า ได้เลย!! จากระยะที่นางโบยบินอยู่ ถึงแม้จะพยายามแล้ว แต่นางก็สามารถหลบเลี่ยงได้อย่างง่ายดาย เพราะไม่ใช่ระยะการโจมตีที่ผู้พิทักษ์เหล่านี้ถนัด

 

“บัดซบ!! อสูรเพลิงตนนั้น ทำไมถึงแข็งแกร่งและน่ารำคาญเยี่ยงนี้!!” หลานเถิงเฟย ผู้พิทักษ์ของตระกูลหลานสบถออกมา พร้อมสีหน้าไม่สู้ดี

 

“การโจมตีของชายชุดดำสามคนนั้นก็สร้างความลำบากให้กับพวกเรามากพอแล้ว... พวกมันประสานการโจมตีกันได้อย่างไร้ช่องโหว่จริง ๆ” จิวฟงเซิน ผู้พิทักษ์ของพรรคเทพโกรธากล่าวเสริมพร้อมขมวดคิ้วแนบแน่น

 

“ตั้งแต่ที่ตาเฒ่าลู่ตกตายไป สถานการณ์ก็ย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ พวกเราไม่อาจแบ่งกำลังไปช่วยด้านนั้นได้เลย...” อี้เจิ้นเอ๋อ ผู้พิทักษ์พรรคเทพอาชากล่าวขึ้น พร้อมทั้งพยายามหาช่องว่างของศัตรู

 

“อย่ามัวแต่คุยกันสิฟะ!! มาช่วยข้าก่อน!!” ฮ่อซานเหอ ผู้พิทักษ์พรรคประกายแสงตวาดด่า เมื่อมันกำลังถูกเพลงดาบของ ตือหยวนเปียว กดดันต่อเนื่อง

 

การต่อสู้เริ่มกดดันเหล่า 4 ผู้พิทักษ์อย่างต่อเนื่อง จากสูสีแปรเปลี่ยนเป็นเสียเปรียบ จนสุดท้ายก็เริ่มที่จะทุลักทุเล ไม่อาจตอบโต้กลับ...ทำได้แต่เพียงตั้งรับเท่านั้น!!

 

“บัดซบ!! หากเป็นเช่นนี้ต่อไป พวกเราแพ้แน่!!” จิวฟงเซิน สบถออกมาพลางกัดขบฟันแน่น

 

อี้เจิ้นเอ๋อ ขมวดคิ้วแสดงสีหน้าทะมึนครุ่นคิด... ส่วนหนึ่งที่ผู้พิทักษ์ทั้ง 4 ไม่อาจชิงความได้เปรียบตั้งแต่แรกนั้น... เพราะ อี้เจิ้นเอ๋อ ออมกำลังไว้ส่วนหนึ่ง ตามแผนการของอี้ชางเย่!! ที่พรรคเทพอาชา คิดจะหุบตำแหน่งผู้นำขบวนพันธมิตร ทั้งที่ อี้เจิ้นเอ๋อ นั้น มีฝีมือสูงที่สุดรองจาก ลู่เฉินป๋อ ในขบวนพันธมิตร

 

“ช่วยไม่ได้... ดีกว่าปล่อยให้พ่ายสงครามและแผนการทั้งหมดถูกทำลาย...” อี้เจิ้นเอ๋อพึมพำขึ้นในใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นนัยน์ตาแข็งกร้าวขึ้น

 

พวกเจ้าทุกคน จงทำตามแผนข้า!!” อี้เจิ้นเอ๋อ ส่งสัญญาณที่เข้าใจกันแต่เพียงในกลุ่มขบวนพันธมิตรให้กับผู้พิทักษ์คนอื่น ๆ ทุกคนพยักหน้าพร้อมเพรียงจากการเห็นพ้อง

 

อี้เจิ้นเอ๋อ เปล่งประกายแหวนมิติขึ้น และนำอาวุธอักขระประจำตัวออกมา!!

 

รูปลักษณ์ของมันคือ ตะเกียง... เป็นอาวุธอักขระแบบพิเศษชนชั้นลมปราณสีเขียวขั้นสูงสุด!!

แม้ว่ามันจะเป็นเพียงอาวุธอักขระระดับชนชั้นลมปราณสีเขียว ที่บุคคลระดับชนชั้นลมปราณสีส้มนั้นต่างไม่ใช่กันแล้ว... เนื่องจากระดับพลังมันจะอ่อนด้อยเกินไป จนยากที่จะใช้มันกดดันเหล่ายอดฝีมือระดับเดียวกันได้...

 

แต่สำหรับ อี้เจิ้นเอ๋อ มันกลับย่อมลงทุนลงแรง ไขว่ขว้าอาวุธอักขระนี้มาได้อย่างยากลำบาก!! โดยเดินทางไปถึงทวีปมังกรฟ้า เพื่อตามผู้เชี่ยวชาญที่สามารถสร้างมันขึ้นมาได้!! เพราะพลังของมันนั้น... เหมาะกับรูปแบบการโจมตีที่เน้นการลอบสังหารด้วยความรวดเร็ว และก่อกวนสมาธิของศัตรู ซึ่งเป็นรูปแบบที่อี้เจิ้นเอ๋อเชี่ยวชาญ

 

ตะเกียงมายารัตติกาล

 

อี้เจิ้นเอ๋อ ชูตะเกียงขึ้นสูงพร้อมกับส่งลมปราณเข้าไปกระตุ้นพลังอักขระ...

 

ปกติแล้วตะเกียงจะส่องแสงสว่างในยามราตรี... แต่สำหรับตะเกียงมายารัตติกาลนั้น มันกลับสาดส่องความมืดมิดได้แม้แต่ในช่วงเวลากลางวัน!!

 

ความมืดปกคลุมพื้นที่รัศมีการต่อสู้ทั้งหมด!!

 

เฟรย่าขมวดคิ้วขึ้น นางเห็นท่าไม่ดีจึงหยุดโจมตีเพราะเกรงว่าจะถูกพวกเดียวกัน... และโบยบินให้สูงขึ้นหลบเลี่ยงระยะพลังอักขระของตะเกียงมายารัตติกาล

 

หงเหยา เค่อเทียน และตือหยวนเปียว ตกตะลึงทันที!! แต่พวกมันก็ไม่อาจหลบเลี่ยงระยะของพลังอักขระได้ทัน จากการขยายตัวที่รวดเร็วของพลังอักขระ จนถูกความมืดมิดกลืนกิน...

 

ความมืดมิดในตะเกียงมายารัตติกาลนั้น ไม่ใช่เพียงความมืดธรรมดา... แต่มันยังปิดกั้นสัมผัสทุกอย่างภายในระยะของพลัง ให้ไม่อาจใช้ลมปราณตรวจสอบใด ๆ ได้เลย... แต่พวกพลังที่สุดแสนทรงพลังนี้... ก็ได้ทำให้แม้แต่ผู้ถึงครองตะเกียงอย่างอี้เจิ้นเอ๋อ ก็ถูกปิดกั้นสัมผัสทั้งหมดไปด้วยเช่นเดียวกัน!! เป็นพลังที่น่ากลัวจนไม่อาจควบคุมได้ ส่งผลทั้งกับมิตรและศัตรูในสมรภูมิ!!

 

โชคดีที่อี้เจิ้นเอ๋อ ใช้ความชำนาญในการใช้ตะเกียง... มันจดจำระยะและตำแหน่งของทุกคนในต่อสู้ ก่อนที่ความมืดมิดจะกลืนกิน อาศัยช่วงเวลาที่ศัตรูแตกตื่น... กะระยะ และโจมตีด้วยความรวดเร็ว!!

 

แต่ทว่า...ด้วยประสบการณ์ของหงเหยา เค่อเทียน และตือหยวนเปียว พวกมันย่อมคาดเดาได้ว่าศัตรูต้องอาศัยช่วงเวลาเช่นนี้ ลอบโจมตีอย่างแน่นอน ถึงแม้จะมองไม่เห็นสิ่งใด... พวกมันก็ได้โคจรปราณคุ้มกันที่แข็งแกร่งที่สุดครอบคลุมร่างไว้++

 

ตูม! ตูม! ตูม! เกิดเสียงปะทะดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิด ก่อนที่แสงสว่างจะกลับคืนมา... ความมืดจากตะเกียงจางหายไป...

 

หงเหยา เค่อเทียน และตือหยวนเปียว ไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก... เพราะพวกมันได้ป้องกันตัวไว้แล้วล่วงหน้า... แต่ทว่าเมื่อความมืดหายไป พวกมันก็เพิ่งจะทราบถึงแผนการที่เจ้าเล่ห์ของอี้เจิ้นเอ๋อ!!

 

เพราะในตอนนี้ ตำแหน่งของทั้ง 3 คนนั้น กระจัดกระจายกันออกไปคนละทิศทาง!!

 

และในทันทีที่แสงสว่างปรากฏ ผู้พิทักษ์ทั้ง 3 ก็พุ่งเข้าไป ประกบคู่ทันที!!

 

ในเมื่อการโจมตีประสานกันของพวกเจ้าทั้ง 3 คนมันร้ายกาจนัก... ข้าก็แค่เพียงแยกมันออกให้กลายเป็นการต่อสู้แบบหนึ่งต่อหนึ่ง เสียก็สิ้นเรื่อง....”

 

อี้เจิ้นเอ๋อกล่าวพลางแสยะยิ้มชั่วร้ายออกมา...

 


..........................................................

สามารถอ่านก่อนใครได้โดยนำหน้าเด็กดี  20-40 ตอน จาก 2 ช่องทางนี้

1.ทาง กวีบุ๊ค >>>Kawebook

2.ทาง ฟิคชั่นล็อก >>>Fictionlog


อัพเดทข่าวสารได้ที่Facebook อสูรมังกรฟ้า
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 656 ครั้ง

10 ความคิดเห็น

  1. #9837 RoyalCop (@ThatpongWankra) (จากตอนที่ 358)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 10:06
    ขอบคุณครับ
    #9837
    0
  2. #8825 RainbowintheSky (@RainbowintheSky) (จากตอนที่ 358)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 23:45
    สมน้ำสมเนื้อ
    #8825
    0
  3. #8823 tanagorn29 (@tanagorn29) (จากตอนที่ 358)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 14:50
    สมุนพึ่เล้งจะแก้สถานะการยังไงๆๆๆ
    #8823
    0
  4. #8821 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 358)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 13:56
    ขอบคุณครับ
    #8821
    0
  5. #8820 kacu (@mucu) (จากตอนที่ 358)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 11:41

    รออ่านนะคะ สู้ๆค่ะ
    #8820
    0
  6. #8819 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 358)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 11:21

    สวนคืนไปปปปปปปปป

    #8819
    0
  7. #8818 £uifer (@Czar-1) (จากตอนที่ 358)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 11:05
    เฟรย่ากำลังได้แสดงฝีมือ...
    #8818
    0
  8. #8817 Fresher Aeolus Zephyrus (@fresherzephyr) (จากตอนที่ 358)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 09:33
    ตะเกียงนี้eเล้งเอาไปดัดแปลงแน่นอน
    #8817
    0
  9. #8816 SirinratRp (@SirinratRp) (จากตอนที่ 358)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 09:04
    สงครามนี้ทำไมมันย๊าวยาวจังเนี้ย555
    #8816
    0
  10. #8815 Archangel Michael (@LoveThamma) (จากตอนที่ 358)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 09:02
    เจ้าขาววววววว ลุยยยยยย
    #8815
    0