อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,742,804 Views

  • 15,159 Comments

  • 15,794 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    132,002

    Overall
    2,742,804

ตอนที่ 101 : ตอนที่ 100 : เข้าสู่เมืองหลวง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23635
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 741 ครั้ง
    29 ธ.ค. 59

เล้งซานยืนอื้ออึงแข็งค้างอยู่กว่าสามอึดใจ คล้ายยังคงงุนงงกับคำกล่าวของชายชราซอมซ่อ จากนั้นกายก็สั่นสะท้านหน้าแดงฉานขึ้นมาด้วยความอับอายตนเอง ที่พะวงด้วยเรื่องไร้สาระเยี่ยงนี่


'ไอแก่ตัวแสบ!! มันกินแล้วชิ่งนี่หว่า!!'


เล้งซานทอดถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะตะโกนร้องขึ้น

"เสี่ยวเอ้อ!! ค่าอาหารโต๊ะนี้ รวมถึงค่าหน้าต่างที่พัง เก็บเงินที่โต๊ะข้า"


กล่าวจบเล้งซานก็เดินกลับไปที่โต๊ะของตนและเสวียนอู่จิงฉาน ด้วยอารมณ์หงุดหงิดเล็กน้อย ในใจพลางคิดว่าเรื่องในวันนี้มันไม่ยอมจ่ายเงินโดยเสียเปล่าแน่ๆ หากคราวหน้าพบตาแก่นี่อีก มันต้องทวงคืน!!


เมื่อเล้งซานนั่งลงที่โต๊ะ เห็นเสวียนอู่จิงฉานยังคงแข็งค้างราวกับต้องมนต์สะกด แม้ผ่านไปครู่ใหญ่แล้วเสวียนอู่จิงฉานก็ยังคงประมวลเหตุการณ์ทั้งหมดไม่ได้


ก๊อก ๆ

เล้งซานเคาะโต๊ะเบาๆสองครั้งเพื่อเรียกสติของพระญาติจักรพรรดิ์ผู้นี้ แววตาที่เหม่อลอยของเสวียนอู่จิงฉานก็เปล่งประกายได้สติขึ้นมา รู้สึกตัวอีกทีเล้งซานก็กลับมานั่งอยู่ที่โต๊ะแล้ว


"คะ...คนผู้นี้เป็นใครกัน!! แล้วเจ้าทราบตั้งแต่เมื่อใดว่ามันเป็นยอดฝีมือ!!"

เสวียนอู่จิงฉานกล่าวถามด้วยอาการตื่นตะลึง 


"เรียนผู้อาวุโส การควบคุมลมปราณของตาแก่นั่นแทบจะเรียกได้ว่าอยู่ในจุดสูงสุดแล้ว สามารถลบกระแสพลังปราณที่แผ่ออกมาจากร่างทั้งหมด ได้อย่างหมดจดจนไม่มีทางที่เราจะสัมผัสได้ ตราบใดที่เรามีพลังลมปราณในระดับต่ำกว่าตาแก่นั่น 

แต่เผอิญว่าข้ามีสัมผัสพิเศษจากการฝึกปรือที่แตกต่างจากปรกติ จึงสัมผัสได้ในทันที แต่ที่ข้ามิได้บอกท่านนั้น เพราะข้ามิรู้เจตนาที่แน่ชัดของตาแก่ หากเป็นศัตรูกับเราและเกิดมันทราบว่าเราล่วงรู้ถึงการมีตัวตนของมันจากกิริยาในตอนที่ข้าบอกท่าน เราจะสามารถหยุดยั้งมันได้อย่างนั้นหรือ? ไม่มีทางเด็ดขาด เพราะพลังลมปราณของตาแก่นั่น แม้ข้ามิอาจเจาะจงได้ว่ามันบรรลุถึงขั้นใด แต่มันเป็นชนชั้นลมปราณสีส้ม อย่างแน่นอน!!"


เล้งซานไม่ได้กล่าวว่าสัมผัสพิเศษของมันมาจากสัมผัสแห่งมังกรจากร่างสถิตย์มังกรฟ้า เพราะมันมิใช่เรื่องที่สมควรไปอวดโอ้แก่ผู้ใด แต่เพื่อมิให้ไร้ที่มาจึงโป้ปดบ่ายเบี่ยงว่าเป็นการฝึกปรือแบบพิเศษ จะได้มิถูกสงสัย


"ชนชั้นลมปราณสีส้ม อย่างนั้นหรือ!! งั้นก็แปลว่าตาแก่นี้ย่อมต้องเป็นผู้อาวุโสหลักของพรรคเซียนประทานเป็นแน่" เสวียนอู่จิงฉานกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก เพราะพรรคเซียนประทานนั้น มิได้มีตำแหน่งพรรคที่แน่นอนอย่างพรรคใหญ่อื่นๆ การพบเจอผู้อาวุโสพรรคนั้น ยิ่งยากเสียยิ่งกว่ายาก หากบุคคลระดับนี้ไม่ออกมาปรากฏตัวด้วยตนเองแล้วล่ะก็ การจะตามหานั้นเปรียบได้ราวกับงมเข็มในมหาสมุทรก็ไม่ปาน


"ยังดีที่พรรคเซียนประมานนั้นมีจุดยืนที่แน่ชัด แม้ไม่อาจเรียกว่าเป็นพันธมิตร แต่ก็ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นศัตรูเช่นกัน พวกเราจึงมิต้องกังวลกับเรื่องนี้มากนัก พรุ่งนี้พวกเราก็ออกเดินทางสู่เมืองหลวงฟ้าทมิฬกันเลย" เสวียนอู่จิงฉานกล่าว จากนั้นพวกมันทั้งสองจึงแยกกันไปพักผ่อนเพื่อออกเดินทางสู่เมืองหลวง...



........


เล้งซานและเสวียนอู่จิงฉาน เริ่มเข้าสู่น่านฟ้าเหนือเมืองหลวงฟ้าทมิฬ แม้จะอยู่สูงจากพื้นนับร้อยเมตรยังมิอาจมองเห็นครอบคลุมกำแพงเมืองจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่งได้ ความใหญ่โตของเมืองหลวงฟ้าทมิฬนั้นกว้างขวางกว่าเมืองเมฆครามอย่างน้อยยี่สิบเท่า!! เพียงแค่เขตพระราชวังของราชวงศ์เสวียนอู่ก็ใหญ่โตเทียบเท่าเมืองเมฆครามทั้งเมืองแล้ว 


น่านฟ้าของเมืองฟ้าทมิฬก็มิได้มีเพียงแค่อินทรีข้ามฟ้าของเล้งซานและเสวียนอู่จิงฉาน แต่กลับมีสัตว์อสูรอยู่ทั่วไปหมดเต็มน่านฟ้าของเมือง!! ในเมืองเมฆครามผู้ที่จะครอบครองสัตว์อสูรพาหนะซักตัวยังนับว่าแทบนับหัวได้ ส่วนใหญ่จะเป็นพรรคระดับสูงๆหรือชนชั้นระดับสูงๆเท่านั้น แต่ในเมืองฟ้าทมิฬแห่งนี้ กลับมีขายภายในเมืองอย่างล้นหลาม แสดงออกได้ถึงความมั่งคั่งของเมืองหลวงแห่งนี้ 


สัตว์อสูรพาหนะนั้นถูกแบ่งออกเป็น สามระดับชั้น สัตว์อสูรพาหนะตั้งแต่ชั้นลมปราณสีครามลงมาจะถูกนับเป็นสัตว์อสูรพาหนะชั้นต่ำ สัตว์อสูรพาหนะชั้นลมปราณสีน้ำเงินและสีเขียวจะถูกนับเป็นสัตว์อสูรพาหนะชั้นกลาง และตั้งแต่ระดับชั้นลมปราณสีเหลืองขึ้นไปนั้นจะเป็นสัตว์อสูรพาหนะชั้นสูงสุด


การจะเป็นเจ้าของสัตว์อสูรได้นั้นจะต้องครอบครองป้ายวิญญาณอสูร ที่ถูกสร้างขึ้นโดยผู้ควบคุมสัตว์อสูรเท่านั้น โดยขั้นตอนการทำป้ายวิญญาณอสูรคือให้ผู้ควบคุมสัตว์อสูรกำราบสัตว์อสูรตัวนั้น จากนั้นใช้วิชาพิเศษของผู้ควบคุมสัตว์อสูรดึงจิตวิญญาณมาผนึกไว้ในป้ายวิญญาณอสูรที่สร้างขึ้นจากแร่โลหะคงกระพัน สัตว์อสูรตัวที่ถูกผนึกนั้นจะเสียสติสัมปชัญญะไปครึ่งหนึ่งทำให้ควบคุมได้ง่ายขึ้นโดยผู้ครอบครองป้ายวิญญาณอสูร ยิ่งสัตว์อสูรแข็งแกร่งมากเพียงใดการผนึกนั้นยิ่งทำได้ยากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์อสูรชั้นลมปราณสีเหลืองขึ้นไป ที่มีความเฉลียวฉลาดจนสามารถใช้ลมปราณสื่อสารเป็นภาษาของมนุษย์ได้การจะผนึกมันนั้นต้องเป็นผู้ใช้วิชาควบคุมสัตว์อสูรในระดับสูงสุด ขั้นตอนนั้นก็ยากยิ่งเสียจนไม่อาจอธิบาย ดังนั้นทั่วทวีปเต่าทมิฬจึงมีผู้ครอบครองสัตว์อสูรพาหนะชั้นสูงสุดเพียงแค่หยิบมือเท่านั้น


ผู้ที่ใช้วิชาควบคุมสัตว์อสูรนั้นหาได้ยากยิ่งในโลกใบนี้ แต่สำหรับทวีปเต่าทมิฬซึ่งเป็นทวีปต้นกำเนิดของวิชาควบคุมสัตว์อสูร จึงมีคนในวิชานี้ภายในทวีปอยู่เยอะพอสมควร หากกล่าวถึงวิชาอักขระกำกับ ทวีปที่มีผู้วิชานี้มากที่สุดย่อมเป็นทวีปมังกรฟ้าที่เป็นแหล่งกำเนิดวิชา ส่วนวิชาควบคุมสัตว์อสูรนี้ก็พบมากในทวีปเต่าทมิฬที่เป็นต้นกำเนิดวิชาเช่นเดียวกัน 


เล้งซานค่อนข้างเปิดหูเปิดตาเป็นอย่างมากเมื่อเห็นทัศนียภาพของเมืองฟ้าทมิฬ เนื่องจากภาพที่มีสัตว์อสูรบินว่อนทั่วน่านฟ้าเช่นนี้ ไม่สามารถพบเห็นได้เลยในทวีปอื่น แม้ในทวีปเต่าทมิฬก็ไม่มีเมืองใดพบเห็นสัตว์อสูรได้มากมายเทียบเท่ากับเมืองหลวงแห่งนี้


ในส่วนของพื้นที่เมืองฟ้าทมิฬก็อลังการไม่แพ้น่านฟ้า สิ่งก่อสร้างร่วมถึงสถาปัตยกรรมที่สวยงาม แพรวพราวชนิดที่ว่าเมืองเมฆครามไม่อาบเทียบติดแม้แต่หนึ่งในร้อยส่วน กระทั่งกลางเมืองยังมีทะเลสาปขนาดย่อมหนึ่งแห่งสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดในเมืองนี้คือสถานที่สองแห่ง
 

หนึ่งคือส่วนพระราชวัง ซึ่งเป็นสถานที่วิจิตรตระการตา น่าพิศวงอย่างล้ำลึกหากบอกว่าถูกสร้างขึ้นด้วยจิตรกรชั้นยอดนับหมื่นคนก็ยังไม่นับว่ากล่าวเกินเลย งดงามราวกับมิใช่สิ่งปลูกสร้างที่เกิดขึ้นด้วยฝีมือของมนุษย์ ไม่อาจนึกภาพถึงยามที่สถานที่แห่งนี้ยามที่สร้างขึ้นได้เลย


และอีกสถานที่นั้นตั้งอยู่ในทิศตรงข้ามของพระราชวัง เป็นหอคอยสูงใหญ่โดยฐานของหอคอยนี้กว้างขวางใหญ่โตสนิทที่ว่าคนธรรมดาที่ไร้ลมปราณไม่อาจเดินได้รอบหอคอยนี้ได้ภายในหนึ่งวัน!! ความสูงของหอคอยนี้นั้นแม้เล้งซานอยู่บนหลังของอินทรีข้ามฟ้าที่สูงจากพื้นดินเกินกว่าร้อยเมตร ยังต้องเหลือบตาขึ้นฟ้าเพื่อมองยอดหอคอย!! หอคอยแห่งนี้ไม่ได้มีความสวยงามมากนักนอกจากขนาดที่ใหญ่โต แต่ภาพลักษณ์ของมันแฝงไว้ด้วยความโบราณเก่าคร่ำครึโดยไม่อาจประมาณอายุของหอคอยแห่งนี้ได้เลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังมิอาจบินเข้าใกล้ในรัศมี 2 ลี้รอบหอคอยนี้ได้ คล้ายถูกผลักดันด้วยพลังงานมหาศาลบางอย่าง หากใช้สัตว์อสูรพาหนะโฉบบินเข้าไปใกล้เกินรัศมี 2 ลี้ของหอคอยจะต้องถูกแรงกดดันมหาศาลนี้กดทับจนร่วงหล่นกลางเวหาในฉับพลันเป็นแน่!!


แม้เล้งซานอยากที่จะเอ่ยปากถามเสวียนอู่จิงฉานถึงที่มาของหอคอยแห่งนี้ใจแทบขาด แต่ก็จำต้องรอให้ถึงพื้นดินเสียก่อน เนื่องจากขณะนี้ทั้งคู่อยู่บนหลังอินทรีข้ามฟ้า จึงไม่สามารถพูดคุยสนทนากันได้ จากเสียงแรงลมที่ปะทะมหาศาลรวมถึงระยะห่างมิไม่ได้ใกล้กันสักเท่าไหร่ เล้งซานจึงต้องเก็บความสงสัยนี้ไว้ภายในจิตใจ


ไม่นานนักเล้งซานและเสวียนอู่จิงฉานก็ได้ร่อนลงใกล้เขตพระราชฐานเพื่อเดินเท้าต่อ เนื่องจากกฎของเมืองหลวงฟ้าทมิฬนี้คือ ข้ามใช้สัตว์อสูรพาหนะบินผ่านพระราชวังเป็นอันขาด มิเช่นนั้นอาจถูกทหารที่เฝ้าระวังบนพื้นราบใช้อาวุธอักขระโจมตีสอยยิงลงมาได้ และความผิดนี้ถึงขั้นต้องถูกพิพากษาโดยการประหารชีวิตในทันทีอย่างไม่มีข้อยกเว้น


"อาวุโสเสวียนอู่ ข้าอย่างทราบว่าหอคอยเมื่อครู่..."


"เรื่องอื่นเอาไว้ก่อน ตอนนี้เราต้องรีบเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิ์ในทันที เพราะราชโองการเขียนไว้ชัดเจน" เล้งซานยังพูดไม่ได้จบประโยคก็ถูกเสวียนอู่จิงฉานตัดบท มันจึงมิกล่าวสิ่งใดต่อและรีบเดินตามเสวียนอู่จิงฉานเข้าสู่ส่วนชั้นในของพระราชฐาน


ด้านในเต็มไปด้วยเหล่าทหารซึ่งทั้งหมดเป็นผู้ใช้ลมปราณชั้นสูงทั้งสิ้น ด้วยสัมผัสแห่งมังกรของเล้งซานสามารถบอกได้ทันทีว่ากองกำลังทหารที่รักษาการ ณ พระราชฐานนี้มีไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นนาย และทั้งหมดเป็นชนชั้นลมปราณสีน้ำเงิน ชนชั้นลมปราณสีเขียวอีกหลายร้อย และชนชั้นลมปราณสีเหลืองอีกกว่าสี่สิบคน!! เล้งซานแทบจะเดินตามติดเสวียนอู่จิงฉานโดยตัวแทบจะแนบชิด เพราะหากตัวมันถูกตัดสินว่าเป็นผู้บุกรุกมันอาจตายได้ไม่ต่ำกว่าร้อยครั้งในชั่วสิบอึดใจ!!


"เฟรย่า ท่านสัมผัสผู้ใช้ลมปราณชั้นสีส้มได้บ้างหรือไม่?" เล้งซานกล่าวถามเฟรย่าภายใต้จิตสำนึก


"ไม่มีทาง!! ชนชั้นลมปราณสีส้มนั้นก้าวเข้าสู่พลังระดับชั้นสุดยอดแล้ว คนเหล่านี้จะควบคุมพลังปราณได้อย่างไร้ที่ติ เนื่องด้วยตัวเรายามนี้นั้นไม่มีกายเนื้อจึงยากที่จะตรวจสอบ แม้สัมผัสเทพของเราก็มิอาจตรวจจับได้หากคนเหล่านี้ปิดกั้นพลังอย่างสมบูรณ์ มีเพียงทางเดียวคือต้องเข้ามาใกล้เจ้าในระยะครึ่งลี้เท่านั้น ถึงจะสามารถตรวจจับได้ด้วยสัมผัสแห่งมังกรที่เฉียบคมที่สุดของเจ้า" เฟรย่ากล่าว


"แต่สัมผัสแห่งมังกรของข้ายามนี้ครอบคลุมอาณาเขตได้กว่าสิบลี้แล้วนะ เหตุใดต้องเข้ามาถึงระยะครึ่งลี้ถึงจะตรวจสอบได้"


"เหอะ!! ยิ่งอาณาเขตของสัมผัสกว้างขึ้นเพียงใดความหนาแน่นของสัมผัสก็จะยิ่งน้อยลง อย่างที่เราบอกต้องเป็นระยะครึ่งลี้เท่านั้นเจ้าถึงจะจับกระแสพลังได้คราวๆเหมือนอย่าง ตาแก่ขอทาน เมื่อสองวันก่อน"


"เช่นนี้นี่เอง" เล้งซานผงกศีรษะเบาๆ


ผ่านไปครู่ใหญ่เล้งซานและเสวียนอู่จิงฉานก็มาถึงทางเข้าท้องพระโรง โดยด้านหน้ามีกงกงผู้หนึ่งยืนรออยู่ กงกงผู้นี้เป็นชนชั้นลมปราณสีเหลืองขั้นสูง!!


"เรียนกงกง ข้าพาเล้งซานแห่งพรรคมังกรฟ้า มาเข้าพบฝ่าบาทตามราชโองการ ก่อนหน้านี้หนึ่งชั่วยามข้าได้ใช้หยกสื่อสารโบราณแจ้งข่าวไว้ก่อนแล้ว" เสวียนอู่จิงฉานกล่าวพลางประสานมืออย่างนอบน้อม


"ท่านเสวียนอู่จิงฉาน ฝ่าบาททรงทราบเรื่องแล้ว พระองค์ทรงตรัสว่าให้ท่านและข้ารออยู่ด้านนอก พระองค์ต้องการให้เล้งซานเข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์" กงกงกล่าวอย่างเนืองช้า


เสวียนอู่จิงฉานนิ่งไปครู่หนึ่งจากนั้นก็หันมาพยักหน้าให้แก่เล้งซาน เล้งซานจึงเดินเข้ามาหากงกง ส่งมอบราชโองการเพื่อยืนยันตัวตน จากนั้นกงกงก็ผายมือออกเป็นเชิงอนุญาติให้เข้าสู่ท้องพระโรง


ภายในใจเล้งซานนั้นประหม่าเล็กน้อย แต่ก็ตรงเข้าไปทันทีโดยไม่แสดงอาการใดๆออกมาในภายนอก ส่วนหนึ่งมันก็รู้สึกแปลกใจอย่างมากกับการที่กงกงปล่อยให้มันเข้าไปด้านในเป็นการส่วนพระองค์ เหตุใดความปลอดภัยจะหละหลวมเช่นนี้? หากเล้งซานเป็นศัตรูแอบแฝงมาองค์จักรพรรดิ์จะมิถูกลอบปลงพระชนต์ได้โดยง่ายอย่างนั้นหรือ? คำถามเหล่านี้ดังคิดแต่เล้งซานก็มิได้กล่าวถามผู้ใด ได้แต่เก็บความสงสัยและเดินต่อไปยังส่วนใน


แต่ในทันทีที่วางเท้าก้าวแรกเข้าสู่ท้องพระโรง ขนทั่วทั้งสรรพางค์กายต่างผุดตั้งลุกขึ้นชูสั่นโดยมิอาจหยุดได้ แผ่นหลังทั้งผืนของมันเปียกชุ่มในอึดใจเดียว เหงื่อผุดออกจากหน้าผากอย่างท่วมท้นราวกับจะอาบร่างของเล้งซาน



'บัดซบ!! ก็ว่าทำไมการคุ้มกันถึงหละหลวมเช่นนี้ แรงกดดันขนาดนี้นี่มันชนชนลมปราณสีส้มชัดๆ!!"




จากผู้เขียน....(ตอนประจำวัน)

ยอดสนับสนุนคงเหลือ  0.33 ตอน

ขอบคุณทุกการสนับสนุน อัพเดทข่าวสารได้ที่Facebook อสูรมังกรฟ้า
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 741 ครั้ง

18 ความคิดเห็น

  1. #7351 ate2120465 (@ate2120465) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 12:24
    และแล้วเลงซานก้ได้แต่งงานกับกษัตและได้เป้นมเหศรีจบภาค2
    #7351
    0
  2. #5855 นักอ่านเงา (@xbetlnwx) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 06:45
    ว่างๆทักมาครึ่งลี้ถึงตรวจจับได้นี่ต้องรอให้เข้ามาก่อนถึงตรวจเจอ...คนแต่งควรหาข้อมูลก่อนนะ
    ครึ่งลี้=250เมตร
    ลี้=ครึ่งกิโลเมตร/500เมตร
    #5855
    1
    • #5855-1 Free-J (@Free-J) (จากตอนที่ 101)
      13 สิงหาคม 2561 / 08:27
      ถูกต้องครับ 1 ลี้ / 500 เมตร

      ผมใช้ข้อมูลนี้มาตลอดนะครับ ไม่ทราบว่าตรงไหนที่อธิบายพลาดไปหรือครับ
      #5855-1
  3. #5776 RainbowintheSky (@RainbowintheSky) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 22:41
    กงกงกล่าวอย่างเนืองช้า --- เนือยช้า
    #5776
    0
  4. #5775 RainbowintheSky (@RainbowintheSky) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 21:45
    หอคอยกว้างใหญ่โต"สนิท" ---> ชนิด
    ช่วงกลางเรื่อง
    #5775
    0
  5. #5495 than1024 (@than1024) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 22:07
    กงกง สายเหลือง
    #5495
    0
  6. #3410 NarasNgernliang (@NarasNgernliang) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 20:25
    ชอบมากครับ
    #3410
    0
  7. #3180 LittlEl2oseS (@LittlEl2oseS) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 20:27
    ขอบคุณค่ะ
    #3180
    0
  8. #1835 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 00:24
    สนุกดีครับ
    #1835
    0
  9. #1834 ying1911 (@a0979967458) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 21:37
    เมื่อก่อนเล้งซานก็ขั้นสีส้ม นึกแล้วรู้สึกเสียดายยย
    #1834
    0
  10. #1833 jasweem (@jasweem) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 20:23
    ขอบคุณครับ
    #1833
    0
  11. #1826 Menight * (@menight) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 09:38
    แต่ละคนปกปิดฝีมือกันเข้าไป
    #1826
    0
  12. #1825 phairatw (@phairatw) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 09:30
    ขอบคุณครับ
    #1825
    0
  13. #1824 JomMuD (@JomMuD) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 00:11
    ขอบคุณครับ
    #1824
    0
  14. #1822 aquxmbx (@aquxmbx) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2559 / 23:00
    ไม่รู้เป็นอะไร ชอบเล้งซานเวลาสบถกับตัวเอง รู้สึกตลก แบบบัดซบนู่นนี่ บัดซบนั่น เวลาจะด่าลมฟ้าอากาศอะไรก็บัดซบ รู้สึกน่ารักก 55555
    #1822
    0
  15. #1821 25hourstae (@25hourstae) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2559 / 22:59
    ขอบคุณครับ 
    #1821
    0
  16. #1820 มาลิณี ลี (@pinkielover) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2559 / 22:46
    รู้สึกสั้นๆอ่า 55555
    #1820
    0
  17. #1819 Numtip Narintip Netpakdee (@numtipmini) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2559 / 22:17
    ตอนมันสั้นหรือว่าอ่านเร็วว๊าาา
    #1819
    0
  18. #1818 Numtip Narintip Netpakdee (@numtipmini) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2559 / 22:17
    ขอบคุณค่ะ.. รอต่อไปค่าา
    #1818
    0