อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,744,319 Views

  • 15,162 Comments

  • 15,795 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    133,517

    Overall
    2,744,319

ตอนที่ 330 : ตอนที่ 321 : จบปัญหาสาวงาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11617
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 911 ครั้ง
    14 ต.ค. 61

ตอนที่ 321 จบปัญหาสาวงาม

 

เล้งซานเมื่อเห็นว่าทั้งสองสาวอารมณ์อ่อนไหวขึ้นแล้ว จึงสลายพิษในร่างไปส่วนหนึ่ง เพื่อให้แสดงผลออกมาผ่านทางสีหน้า...

 

เลือดฝาดเริ่มที่จะปรากฎทีละน้อยบนใบหน้าของเล้งซาน... สองสาวงามที่ขนาบข้างจดจ้องมาที่เล้งซานอย่างใจจดใจจ่อ...

 

เล้งซานปรับลมปราณอีกเล็กน้อยในตอนท้าย เพื่อเพิ่มการแสดงให้ดูตื่นตาและสมจริงยิ่งขึ้น...

 

“เล้งซาน อาการเจ้าดีขึ้นแล้ว?” เซี่ยวหลินเยว่ กล่าวขึ้นพร้อมกับเอียงคอเล็กน้อยแสดงแววตาฉงน

 

“อืม...แม้ว่าพิษจะกำเริบบ่อยครั้ง แต่ข้าก็พอจะหาทางรับมือกับมันได้.... ถึงแม้ว่าทุกครั้งที่กำเริบ จะทรมานไม่น้อยเลยก็ตาม...” เล้งซานกล่าวพลางฝืนยิ้มแห้งๆ ปลายนิ้วชี้เขี่ยที่ขมับ...

 

“บ่อยแค่ไหนกัน!! พิษของเจ้ากำเริบบ่อยมากเลยหรือ!!” อี้หลงหวังกล่าวขึ้น พร้อมกับใบหน้าขาวซีดร้อนรน แน่นอนว่าหากเทียบกันแล้ว นางเก็บอาการต่างๆได้น้อยกว่าเซี่ยวหลินเยว่

 

“ก็ไม่มากเท่าไหร่... ขึ้นอยู่กับว่า... ข้าจะรู้สึกตื่นเต้นเพียงใด...” เล้งซานกล่าวพลางยิ้มอ่อน และมองมายังสาวงามทั้งสอง

 

“แรกเห็นพวกเจ้า ที่ผ่านประตูเข้ามา... หัวใจข้าแทบจะเต้นผิดจังหวะไป... พวกเจ้าทั้งสองงดงามขึ้นกว่าเดิมจนข้าไม่อาจหยุดอาการตื่นเต้นไว้ได้... แม้ว่าพิษหยกฤกษ์จันทราจะกำเริบรุนแรงจนข้าได้ตายลงในเวลานี้ ก็นับว่าคุ้มค่ายิ่งนักที่ได้มีโอกาสอยู่ในการประคองของพวกเจ้าสองคน...”

 

เล้งซานกล่าวพร้อมทิ้งสายตาหวานเยิ้มให้กันหญิงสาวทั้งสอง...

 

พวกนางต่างหน้าแดงขึ้นฉับพลันจนลามมายังใบหู พร้อมเพียงกันโดยที่ไม่ได้มีการนัดหมาย จนทั้งคู่อดไม่ได้ที่จะหันมองหน้ากัน ซึ่งต่างฝ่ายต่างตกใจราวกับมองเห็นกระจกสะท้อนสีหน้าตนเอง และเขินอายอย่างมากกับท่าทีของตนเอง จึงปล่อยมือและอ้อมแขนที่ประคองเล้งซานพร้อมกัน เอี้ยวตัวหลบสายตาไปด้านหลัง...

 

เล้งซานแทบจะหงายหลังไปในจังหวะนั้น... อดไม่ได้ที่จะยิ้มแห้งๆ...

 

“เจ้าเลิกที่จะสวมใส่ชุดของบุรุษแล้วหรือ?” เล้งซานกล่าวถามแม่นางอี้หลงหวัง

 

“อืม...ก็ตั้งแต่ที่เจ้าจากไป ข้าก็พยายามเปลี่ยนแปลงตนเอง สวมใส่ชุดสตรีมาโดยตลอด... แรกๆก็รู้สึกเขินอายต่อสายตาคนในเมืองไม่น้อย แต่พอผ่านไปสักระยะข้าก็ได้รับการยอมรับจากสายตาเหล่านั้น...” อี้หลงหวัง กล่าวขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่แดงเขินของนาง นางยังอดไม่ได้ที่จะใช้นิ้วชี้หมุนวนไปบนเส้นผมที่สลวยของนางเอง เพื่อแก้อาการเขินอาย

 

“หากใครไม่ยอมรับเจ้าก็บอกข้ามา... ข้าจะไปสั่งสอนมันทันที...” เล้งซานกล่าวขึ้นด้วยท่าทีฮึกเฮิม อี้หลงหวังอดไม่ได้ที่จะขบขันในท่าทีการแสดงที่ดูจริงจังของเล้งซาน

 

เล้งซานคล้อยตามายังเซี่ยวหลินเยว่... “อาการของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” เล้งซานกล่ามถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

 

เซี่ยวหลินเยว่ขมวดคิ้วขึ้นทันที “อาการของข้า? ข้าก็มิได้เป็นอะไรนี่นา.. เพียงแต่ร่างกายข้าไม่ค่อยจะแข็งแรงเท่านั้นเอง”

 

เล้งซานส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะกล่าวต่อ “ผิดแล้ว...เมื่อปีก่อนข้าเคยได้ตรวจชีพจรของเจ้าคร่าวๆในตอนที่เจ้าหมดสติ หลังจากช่วยเหลือเจ้ามาจากกองโจรเงาดำ

ข้าพบว่าเจ้ามีจุดชีพจร 3 จุดที่ตีบตันอยู่ ทำให้การส่งผ่านของลมปราณไม่มีความเสถียร จึงทำให้ร่างกายอ่อนแอ และยังไม่สามารถฝึกฝนลมปราณได้...

 

ทว่าในตอนนั้น... ข้ายังไม่มีความชำนาญเพียงพอในการรักษา อีกทั้งยังจำเป็นต้องใช้เวลาหลายเดือนในการขยายจุดชีพจรเหล่านั้นที่ละน้อย เพราะมันใกล้กับตำแหน่งหัวใจพอดี หากขยายอย่างรวดเร็วอาจมีผลต่อหัวใจได้...

 

แต่ถ้าเป็นวิชาการแพทย์ของข้าในยามนี้ล่ะก็... น่าจะใช้เวลาไม่เกิน 12 ชั่วยาม(24ชม.) ในการรักษาให้หายขาดได้...” เล้งซานกล่าวอธิบาย

 

เซี่ยวหลินเยว่เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย... เพราะยามนี้นางเริ่มเรียนวิชาการแพทย์จากหมอเทวดาท่านหนึ่ง ที่เซี่ยวหลินเฟิง เจ้าเมืองเมฆครามจ้างวานมา เพื่อให้เป็นแพทย์มือหนึ่งประจำเมืองเมฆคราม

 

ซึ่งอาจารย์ของนางก็บอกในลักษณะเดียวกันกับเล้งซาน.... เพียงแต่อาจารย์ของนางกล่าวว่าต้องใช้เวลาหลายปีในการรักษาอาการนี้..... แต่เล้งซานกลับบอกว่า 12 ชั่วยาม!!

 

“เจ้าแน่ใจหรือ? ว่าเพียงแค่ 12 ชั่วยามก็สามารถรักษาได้...” เซี่ยวหลินเยว่อดไม่ได้ที่จะสงสัย

 

เล้งซานปริยิ้มอ่อน ก่อนจะใช้ดัชนีที่รวดเร็ว สกัดจุดชีพจรของนาง 18 จุด ในชั่วพริบตา!!

 

เซี่ยวหลินเยว่ เบิกตากว้างชั่วขณะ... นางรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังล่องลอยเข้าสู่ภวังค์...

 

เล้งซานรีบประคองนางมาไว้ที่เก้าอี้ยาวในห้องโถง เพื่อให้นางนอนเหยียดยาว...

 

เล้งซาน ป้อนเม็ดยาเข้าไปในปากของนาง พร้อมกับใช้ลมปราณเข้าช่วยในการสลายเม็ดยา จากนั้นก็สกัดจุดชีพจรเพิ่มขึ้นอีก 24 จุด เล้งซานใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงเล็กน้อย...

 

ก่อนจะกระแอมเบาๆหนึ่งที “ข้าต้องขออภัยด้วย... มันคือส่วนหนึ่งในการรักษา” เล้งซานกล่าวอย่างแผ่วเบา จากนั้นเล้งซาน...ก็เค้นไปที่หน้าอกด้านซ้ายของเซี่ยวหลินเยว่เต็มอุ้มมือ!!

 

แม้จะเป็นการสัมผัสผ่านอาภรณ์ แต่ชุดของเซี่ยวหลินเยว่ก็แทบจะบางเฉียบ นางจึงรับรู้ถึงน้ำหนักมือของเล้งซานเป็นอย่างดีในจังหวะนี้!!

 

เซี่ยวหลินเยว่ราวกับได้สติขึ้น เบิกตากว้างตกตะลึงพร้อมกับใบหน้าที่เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน

 

อี้หลงหวังใบหน้าบิดเบี้ยว เมื่อเห็นเล้งซานกระทำการเช่นนี้ จับกระบี่ในมือแนบแน่นเตรียมจะชักออกมา...

 

เล้งซานรีบปล่อยมือจากหน้าอกของเซี่ยวหลินเยว่ทันที!! “สะ...เสร็จแล้ว!!

 

เล้งซานก้าวถอยหลังออกหากจากเซี่ยวหลินเยว่ พร้อมกับยิ้มแห้งๆ มันชูมือสองข้างขึ้นสูงระดับศีรษะราวกับท่าทียอมจำนน

 

“เล้งซาน เจ้าคนกะล่อน!! เจ้า! เจ้า! เจ้า!  ทำแต่เรื่องลามก!!” อี้หลงหวังใบหน้าแดงก่ำขึ้นเช่นเดียวกัน นางรู้สึกเขินอายแทนเซี่ยวหลินเยว่ จนคำพูดของนางติดขัด

 

เซี่ยวหลินเยว่ ค่อยๆลุกขึ้นจัดแจงอาภรณ์ของนาง ใบหน้าของนางยังแดงก่ำ มือของนางสั่นเทาด้วยความโกรธที่ถูกเล้งซานสัมผัสกับหน้าอกโดยตรงเช่นนี้.... แต่ทว่า... จู่ๆนางก็รู้สึกแปลกไป...

 

นางสัมผัสได้ถึงลมปราณบางๆไหลเวียนในร่าง ซึ่งนางไม่เคยรู้สึกมาก่อน...

 

เล้งซานย่อมสังเกตเห็นว่านางสัมผัสได้ถึงการไหลเวียนของลมปราณแล้ว จึงปริยิ้มขึ้นก่อนจะกล่าว “ข้าบอกแล้วใช่หรือไม่ว่า จุดชีพจร 3 จุดของเจ้าตีบตัน... เมื่อครู่ข้าได้ทำการทะลวงจุดชีพจรไปแล้ว 1 จุด ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่รักษาได้ไม่ยากเย็นนัก จึงใช้เวลาในการรักษาไม่นาน

 

แต่อีก 2 จุดที่เหลือนั้น ย่อมต้องใช้เวลาจุดละ 6 ชั่วยาม ในการรักษา... รวมทั้ง 2 จุดก็ 12 ชั่วยามพอดีตามที่ข้าได้บอกไป...” เล้งซานกล่าวอธิบาย

 

สองสาวเมื่อได้ยินเช่นนั้นถึงกับตกตะลึง... อี้หลงหวังอดไม่ได้ที่จะหันไปหาเซี่ยวหลินเยว่

 

“เซี่ยวหลินเยว่ ที่เล้งซานพูดนั้นเป็นความจริงหรือ?” อี้หลงหวังกล่าวถาม

 

เซี่ยวหลินเยว่พยักหน้าเบาๆ “อืม...ตอนนี้ข้าเริ่มสัมผัสได้ถึงการไหลเวียนของลมปราณอ่อนๆแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ข้าไม่เคยรู้สึกถึงมัน... เล้งซาน มีฝีมือทางการแพทย์เหนือกว่าอาจารย์ข้ามากนัก... เมื่อครู่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนการรักษาจริงๆ เจ้าอย่าได้ดุด่าหรือตำหนิเล้งซานไป”

 

อี้หลงหวัง อดไม่ได้ที่จะตื่นตะลึงอีกครั้ง...

 

“เห็นมั้ย? ก็ข้าบอกแล้ว... ข้าเล้งซานมิเคยล่วงเกินสตรีใดโดยไม่มีการยินยอม... แต่หากว่ายินยอม ก็นับเป็นอีกเรื่อง...” เล้งซานเชิดมุมปากสูง มันงอนิ้วทั้งสิบยกชูขึ้นระดับเดียวกับปลายคางพร้อมกับขยับไปมาคล้ายกับการขยำมือ... แสดงแววตาหื่นกามแจ่มชัด!!

 

เซี่ยวหลินเยว่ และอี้หลงหวัง แทนที่จะดุด่าเด็กหนุ่ม กลับอดไม่ได้ที่จะขบขันกับท่าทีลามก ที่จงใจแสดงออกมาของเล้งซาน...

 

หนึ่งบุรุษหนุ่ม สองหญิงงาม นั่งสนทนากันภายในห้องโถง... เล้งซานเล่าเรื่องราวของมันในเมืองหลวงอย่างออกรสออกชาด ให้กับสาวงามทั้งสองได้ฟัง แม้ว่าจะปิดบังเอาไว้ในส่วนที่สำคัญๆ ก็ตาม แต่ก็เป็นการสาธยายวีรกรรมของเด็กหนุ่มได้อย่างน่าแตกตื่นอยู่ดีสำหรับสาวงามทั้ง 2 ที่ไม่เคยออกไปจากเขตทิศเหนือแห่งนี้...

 

เวลาล่วงเลยมาจนดึกดื่น... หยกสื่อสารโบราณของเซี่ยวหลินเยว่และอี้หลงหวังได้รับสัญญาณจากทางพรรคและตระกูลของตนเองด้วยความเป็นห่วง

 

เล้งซานจึงอาสาไปส่งทั้งคู่ด้วยตนเอง พร้อมกับนัดหมายเซี่ยวหลินเยว่เรื่องการรักษา ซึ่งเล้งซานอาสาไปทำการรักษาที่ตำหนักเจ้าเมือง เพื่อให้ทางตระกูลเซี่ยวหลินสบายใจ ว่าเล้งซานจะมิทำอันตรายใดๆกับเซี่ยวหลินเยว่ น่าแปลกใจที่อี้หลงหวัง กลับอาสาขอไปเฝ้าดูการรักษาเช่นเดียวกันอย่างไม่มีเหตุผล เล้งซานก็ได้แต่จนใจรับปากกับนางไป...

 

............................................

 

หลังจากส่งสาวงามทั้งสองถึงเรือน เล้งซานก็แวะไปทักทายเหล่าผู้นำตระกูลเซี่ยวหลิน และผู้นำพรรคกระบี่เหินเล็กน้อยพอเป็นพิธี แต่เนื่องจากดึกมากแล้ว มันจึงขอตัวกลับก่อนและค่อยมาเยี่ยมเยือนอย่างเป็นทางการในวันหลัง...

 

เมื่อกลับมาถึงพรรคมังกรฟ้าเล้งซานก็ครุ่นคิดถึงเรื่องต่างๆ จนไม่อยากที่จะเสียเวลาพักผ่อน และได้เข้ามายังเขตที่พักของอวี๋จิ่ง ด้วยระดับพลังของชนชั้นราชันย์อย่างอวี๋จิ่ง... แม้ไม่หลับนอนและไม่ดื่นกินนับปี ก็ไม่นับว่าลำบากอะไร อาศัยเพียงการดูดซับปราณธรรมชาติก็เพียงพอแล้วในการดำรงชีพ เล้งซานจึงไม่จำเป็นต้องเกรงใจในการรบกวนยามวิกาลเช่นนี้

 

“เชิญนายน้อยเล้ง...” เสียงของอวี๋จิ่งดังออกมาจากด้านใน ก่อนที่เล้งซานจะเดินมาถึงหน้าประตูห้องพักของมันเสียด้วยซ้ำ แสดงให้เห็นถึงการกระจายลมปราณตรวจสอบตลอดเวลา

 

ขอบเขตพลังของอวี๋จิ่งที่เป็นชนชั้นราชันย์นั้น แม้แต่เล้งซานก็ไม่อาจคาดเดา ขนาดในตอนที่เล้งซานเดินไปส่งอี้หลงหวังและเซี่ยวหลินเยว่ ที่ห่างจากพรรคมังกรฟ้าเกือบๆ 10 ลี้ (5กม.) เล้งซานยังสัมผัสได้ถึงการรับรู้ของอวี๋จิ่งอยู่จางๆตลอดเวลา...

 

เล้งซานเปิดเข้าไปในห้องของอวี๋จิ่ง มันยังคงใส่หน้ากากสีดำสนิทอยู่ตลอดเวลา... นั่งในท่าขัดสมาธิ อยู่บนเตียงนอน...

 

“นายน้อยเล้งมีธุระอะไรกับข้าเป็นพิเศษหรือไม่?” อวี๋จิ่งกล่าวถาม

 

เล้งซานปิดประตู และมานั่งลงที่โต๊ะกลางห้อง... “ข้าต้องการรู้โครงสร้างกองกำลัง และยอดฝีมือของกลุ่มปีศาจอสูรภายในทวีปมังกรฟ้า...” เล้งซานกล่าวโพลงขึ้นพร้อมแววตาสีหน้าที่จริงจัง

 

กองกำลังปีศาจอสูรนั้น จะเป็นกองกำลังหนึ่งที่ช่วยให้เล้งซานต่อกรกับราชวงศ์ชิงหลง!!

 

หลังจากที่เล้งซานออกมาจากถ้ำสมบัติของเซิ่นหลงไห่ และได้รับรู้ว่าราชวงศ์ชิงหลง ขุมอำนาจลำดับที่ 1 ของโลกมนุษย์ มีเผ่าอสูรอยู่เบื้องหลังราชวงศ์นี้ อีกทั้งเล้งซานยังพบร่องรอยจากสมมุติฐานของตนเองอีกว่า ราชวงศ์ชิงหลงอาจเป็นส่วนหนึ่งในการเคลื่อนย้ายกองทัพเผ่าอสูรจากโลกอสูร มายังทวีปมังกรฟ้าและมาสังหารหมู่คนในตระกูลเล้ง

 

แต่เมื่อเล้งซานนึกถึงความยิ่งใหญ่ของราชวงศ์ชิงหลง ก็ทำให้เล้งซานรับรู้ถึงความอ่อนด้อยของตนเองในยามนี้... เล้งซานยังไม่คู่ควรให้ราชวงศ์ชิงหลงเหลียวมองหรือสนใจเสียด้วยซ้ำไป!!

 

เล้งซานจึงจำเป็นต้องมีกองกำลังที่หนุนหลังตนเอง เพื่อสนับสนุนมันในการต่อกรกับราชวงศ์ชิงหลง และแน่นอนว่าในยามนี้ กองกำลังที่ใกล้ตัวเล้งซานมากที่สุด และยังแข็งแกร่งอย่างมากก็คือกองกำลังปีศาจอสูรของจี้กงหยุน!!

 

เล้งซานรู้ดีว่าจี้กงหยุนก็เป็นศัตรูกับราชวงศ์ชิงหลงเช่นเดียวกัน จากที่มันเคยสนทนากับอาจารย์ของมัน อีกทั้งจี้กงหยุนก็พร้อมที่จะสนับสนุนเล้งซานเป็นอย่างดี...

 

แต่ในยามนี้ยังติดอยู่เพียงเรื่องเดียว... ซึ่งนั่นก็คือกองกำลังปีศาจอสูรในทวีปมังกรฟ้า ยอมรับแต่เพียง เอี้ยกู่หยาง ศิษย์อันดับ 1 ของจี้กงหยุน!! และเอี้ยกู่หยาง ก็เป็นอีกคนที่ครอบครองป้ายอำนาจสูงสุดของกลุ่มปีศาจอสูรเช่นเดียวกันกับเล้งซาน...

 

ด้วยอุปนิสัยของเล้งซาน มันย่อมไม่ไปร้องขอให้จี้กงหยุนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องนี้เป็นแน่... แต่เล้งซานต้องการเอาชนะเอี้ยกู่หยางด้วยตนเอง เพื่อให้เป็นที่ยอมรับจากทุกคนในกลุ่มปีศาจอสูรอย่างแท้จริง ในการขึ้นเป็นผู้สืบทอดของจี้กงหยุน!!






..........................................................

สามารถอ่านก่อนใครได้โดยนำหน้าเด็กดี  10-20 ตอน จาก 2 ช่องทางนี้

1.ทาง กวีบุ๊ค >>>Kawebook

2.ทาง ฟิคชั่นล็อก >>>Fictionlog


อัพเดทข่าวสารได้ที่Facebook อสูรมังกรฟ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 911 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #8417 RoyalCop (@ThatpongWankra) (จากตอนที่ 330)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 10:24
    ขอบคุณมากครับ
    #8417
    0
  2. #8233 โมชิโมช (@icekun) (จากตอนที่ 330)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 23:17
    ลืมไปเเล้วว่าเล้งหายจากพิษได้ยังไง
    #8233
    2
    • #8233-2 Free-J (@Free-J) (จากตอนที่ 330)
      16 ตุลาคม 2561 / 11:13
      ถูกต้องครับผม
      #8233-2
  3. #8212 MM...m❤ (@MelodyNotes) (จากตอนที่ 330)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 22:40
    ฆ่ามานน!
    แล้วกลายเป็นศิทย์อันดับ 1 ซะ 555+ กำลังมัน
    #8212
    0
  4. #8208 drakdevill (@drakdevill) (จากตอนที่ 330)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 20:32
    ขอบคุณครับ
    #8208
    0
  5. #8203 n1_na (@n1_na) (จากตอนที่ 330)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 16:09
    ขอบคุณค่าา
    #8203
    0
  6. #8201 tanagorn29 (@tanagorn29) (จากตอนที่ 330)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 16:04
    หาทางชนะศิษอันดับหนึ่งให้ได้
    #8201
    0
  7. #8197 Czar-1 (@Czar-1) (จากตอนที่ 330)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 12:26
    เร่เข้ามา...เร่เข้ามา นิยายกำลังมันจ้า เร่เข้า-//กูทำไรของกูว่ะ 555
    #8197
    0
  8. #8193 muemie (@muemie) (จากตอนที่ 330)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 11:40

    รอตอนต่อไปนะครับ
    #8193
    0
  9. #8191 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 330)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 11:23
    ขอบคุณครับ
    #8191
    0
  10. #8190 boat489 (@boat489) (จากตอนที่ 330)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 11:23
    ขอบคุณครับ
    #8190
    0
  11. #8189 kacu (@mucu) (จากตอนที่ 330)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 11:02
    รออ่านนะคะ
    #8189
    0
  12. #8188 RainbowintheSky (@RainbowintheSky) (จากตอนที่ 330)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 11:02
    เอาเลย!!
    #8188
    0
  13. #8187 Lovely_Otaku (@Lovely_Otaku) (จากตอนที่ 330)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 10:28
    สู้ๆนะเฮีย
    #8187
    0