อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,744,300 Views

  • 15,162 Comments

  • 15,795 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    133,498

    Overall
    2,744,300

ตอนที่ 153 : ตอนที่ 152 : ภารกิจ?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18575
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 764 ครั้ง
    18 พ.ย. 60

“ฮ่าๆๆๆๆ ไอหนู!! หากจะพลิกลิ้นปริ้นฝ่ามือ ก็ให้มันมีขอบเขตหน่อย เจ้าจะกระทำหน้าด้านๆเช่นนี้เลยอย่างนั้นหรือ?” 

เล้งซานยิ้มเขิลอายพลางเกาศีรษะ

“ก็ในเมื่อท่านอาจารย์ที่เคารพหาใช่ศัตรู การจะรู้เรื่องนั้นเรื่องนี้ของศิษย์จะนับเป็นอย่างไรเล่า? อีกทั้งท่านยังมีข้อมูลที่มีมูลค่ามหาศาลถึง 5,000 ล้านเหรียญทอง ท่านคงไม่คิดเล็กคิดน้อยเก็บเงินศิษย์สำหรับข้อมูลนี้หรอกกระมัง?”

“เจ้าศิษย์กระล่อน!! เมื่อไม่อาจใช้ไม้แข็ง เจ้าเลยใช้ไม้อ่อนแทนสินะ ช่างหน้าหนาซะจริง ฮ่าๆๆๆ

ข้าจะบอกทุกอย่างแก่เจ้า...แต่!! หลังจากเจ้าทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายเสร็จสิ้นเสียก่อน”

เล้งซานหุบยิ้มใบหน้าเคร่งขรึม “ภารกิจ?”

“ถูกต้อง!! หากเจ้าทำภารกิจนี้เสร็จสิ้นใน 1 ปี ข้าพร้อมจะบอกทุกอย่างที่เจ้าต้องการจะรู้”

“ 1 ปี!! นานถึงเพียงนั้น” เล้งซานมีสีหน้าเคร่งเครียดทันที เพราะภารกิจที่คนอย่างจี้กงหยุนจะให้มันทำ มีหรือว่าจะสามัญ!! 1 ปี ที่มันกำหนดไว้ การจะทำให้ได้ตามกำหนดจริงๆย่อมยากเย็นราวปีนเขาสวรรค์เป็นแน่แท้

“หึหึ ไอหนูอย่าว่าแต่ 1 ปีเลย ภารกิจนี้อัจฉริยะบางคนอาจใช้เวลานับสิบปี บางคนชั่วชีวิตก็ยังไม่อาจทำสำเร็จ!!” จี้กงหยุนหัวร่อในลำคอราวกับสะใจที่จะมอบบทเรียนอันยากลำบากให้แก่ศิษย์ของมัน

“ท่านต้องการให้ข้าทำสิ่งใด?” เล้งซานมิกล้าคาดเดาว่าภารกิจนี้จะสามารถทำได้ในเวลาปีเดียวจริงๆหรือไม่


ไอหนู อาจารย์จะส่งเจ้าเข้าไปในสถาบันเทพมังกรศักดิ์สิทธิ์ แห่งทวีปมังกรฟ้า!!


“สถาบันเทพมังกรศักดิ์สิทธิ์?” เล้งซานกดหัวคิ้วลงต่ำ

สถาบันเทพมังกรศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่ในทวีปมังกรฟ้า สถาบันนี้จะรวบรวมเหล่าผู้เยาว์ในแขนงต่างๆเพื่อฝึกสอน สถาบันนี้ก่อตั้งมานับพันปีแล้ว แม้ในยุคสมัยก่อนที่เล้งซานจะข้ามเวลามา สถาบันแห่งนี้ก็ได้ถูกก่อตั้งขึ้นแล้ว แต่ยังเป็นเพียงสถาบันเล็กๆที่เต็มไปด้วยอัจฉริยะนับพัน แม้จะเป็นเช่นนั้นแต่สถาบันแห่งนี้ก็ไม่ได้โด่งดังมากนักในยุคสมัยนั้น เป็นเพียงสถาบันที่เทียบเท่าพรรคหรือตระกูลขนาดเล็กถึงกลาง เนื่องจากกลุ่มที่เรียกตนเองว่าอัจฉริยะจริงๆนั้น ย่อมถูกฟูมฟักในพรรคหรือตระกูลตนเองเสียมากกว่า สถาบันเทพมังกรศักดิ์สิทธิ์มักรวบรวมเพียงบุคคลสามัญชน หรือคนไร้บ้านที่พอจะฝูมฝักขัดเกลาให้กลายเป็นยอดฝีมือได้ในอนาคต มากกว่าการไปดึงผู้เยาว์จากพรรคหรือตระกูลต่างๆ

“หึหึ ไอหนู ด้วยน้ำเสียงเช่นนั้น เจ้าคงคิดว่าสถาบันเทพมังกรศักดิ์สิทธิ์จะเป็นเพียงสถาบันเล็กๆระดับกลางเฉกเช่นเมื่อพันปีก่อนงั้นสิ? 

เช่นนั้นก็จงจดจำไว้ให้มั่น ว่ายามนี้สถาบันเทพมังกรศักดิ์สิทธิ์ ถูกนับเป็นสถาบันอันดับ 1 ของโลกมนุษย์นี้!! ขุมกำลังโดยรวมนั้นเป็นรองเพียง ราชวงศ์ชิงหลง และสมาพันธ์ทำเนียบยุทธภพเท่านั้น!! แม้แต่ราชวงศ์เสวียนอู่ และอีกสองราชวงศ์ที่เหลือยังมิอาจเปรียบเทียบ เป็นขุมกำลังที่มีการพัฒนาตนเองได้รวดเร็วที่สุดในรอบพันห้าร้อยปีที่ผ่านมา!!”

เล้งซานอึ้งไปครู่หนึ่ง เมื่อได้ยินการเปลี่ยนแปลงของสถาบันเทพมังกรศักดิ์สิทธิ์! 

เพราะโดยทั่วไปแล้วขุมอำนาจที่ยิ่งใหญ่ ย่อมต้องมีช่วงเวลาพัฒนามียาวนาน เช่น เหล่าราชวงศ์ทั้ง 4 ของแต่ละทวีป และสมาพันธ์ทำเนียบยุทธภพ ที่มีประวัติความเป็นมาในยุคสมัยเดียวกัน หากนับจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ขุมอำนาจเหล่านี้มีประวัติมา 4 พันปี!! หากนับแค่หลายๆขุมอำนาจในทวีปเต่าทมิฬที่มีขุมพลังระดับสูงอย่าง พรรคเซียนประทานที่มี จอมราชันย์ยาจก พรรคเสี้ยวจันทรา พรรคอัศนีพิฆาต และตระกูลฟาง ที่มีสามเทพปรมาจารย์ ก็มีประวัติความเป็นมาไม่ต่ำกว่า 3 พันปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งตระกูลเล้งในอดีตก็มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานที่สุดกว่า 8 พันปี!! หากยามนี้ตระกูลเล้งยังไม่ล่มสลาย จะมีประวัติความเป็นมาที่เก่าแก่ถึง 9,500 ปี!! นับเป็นตระกูลที่เก่าแก่ที่สุดของโลกมนุษย์อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะหากนับถอยหลังไปหนึ่งหมื่นปีก่อน ยุคสมัยนั้นมนุษย์ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่ครองอำนาจสูงสุดบนโลกใบนี้ แต่เป็นสัตว์อสูร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 4 ราชันย์อสูร ชั้นลมปราณสีรุ้ง

จากที่กล่าวมาทั้งหมดสรุปได้ว่าขุมกำลังที่แข็งแกร่ง ย่อมต้องแลกมาด้วยประวัติศาสตร์ที่ช้านาน

แต่นี่!! สถาบันเทพมังกรศักดิ์สิทธิ์ ที่ถูกก่อตั้งมาเพียงไม่ถึง 500 ปี ในยุคสมัยก่อนที่เล้งซานจะข้ามเวลามา หากนับในปัจจุบันมันมีประวัติศาสตร์ไม่ถึง 2 พันปีเสียด้วยซ้ำ แต่กลับสามารถขย้ำบัลลังก์ ไต่ระดับจากขุมอำนาจขนาดเล็กขึ้นมาเป็น 1 ใน 3 ขุมอำนาจสูงสุดของโลกมนุษย์ ราวจะเรื่องโกหก

“มีปัจจัยอื่น นอกเหนือจากพลังฝีมือสินะ” เล้งซานวิเคราะห์ในฉับพลัน เพราะหากอาศัยแค่พลังฝีมือของอัจฉริยะเพียง 1-2 คน อาจสามารถพัฒนาขุมกำลังขึ้นมาได้ แต่ก็จะทำได้เพียงช่วงเวลาสั้นๆในรุ่นของบุคคลเหล่านั้น และไม่อาจสร้างการเติบโตพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดด จึงไม่อาจนำสถาบันก้าวข้ามการเติบโตมาได้ถาวรและไวถึงเพียงนี้

“ฉลาดมาก มีปัจจัยอื่นอย่างที่เจ้าว่า และปัจจัยนั้นก็คือเจ้า...” จี้กงหยุนกล่าวอย่างเชืองช้า

“ข้า?” เล้งซานเบิกตากว้างขึ้น

“ถูกต้อง มันคือเจ้าในอดีตที่คิดค้นวิชาอักขระกำกับขึ้น!! หลังการหายตัวไปของเจ้าและการล้มสลายของตระกูลเล้ง รากฐานของวิชาอักขระกำกับหาได้ถดถอยไม่ แต่กลับกัน!! มันถูกพัฒนาขึ้นเรื่อยๆตลอดระยะเวลานับพันปี และผู้ที่พัฒนามันขึ้นมาคือสถาบันเทพมังกรศักดิ์สิทธิ์!!”

เล้งซานตัวสั่นสะท้านขึ้นทันที ตื่นเต้นจนถึงขีดสุด เพราะตัวมันเองย่อมรู้ดีกว่าวิชาอักขระกำกับนั้นสามารถพัฒนาได้อย่างไร้ที่สิ้นสุด ตราบเท่าที่ค้นพบภาษาบรรพกาลจากในอดีตมากยิ่งขึ้น และทำความเข้าใจรวมถึงการประยุกษ์ใช้ในรูปแบบต่างๆ แต่เล้งซานไม่คิดว่าจะมีผู้พัฒนาวิชานี้ได้นอกเหนือจากมัน ความจริงแล้วเล้งซานสามารถพัฒนาวิชานี้ได้เองอย่างไร้กำแพงปิดกั้น แต่สิ่งที่เล้งซานขาดไปนั่นคือ เวลา!!

เล้งซานคิดค้นวิชานี้ได้ตอนอายุเพียง 12 ปี จวบจนข้ามเวลามาในวัย 15 ปี เล้งซานพึ่งพัฒนาวิชานี้ได้เพียง 3 ปีเท่านั้น ไม่สิ!! หากนับเวลาที่ถูกแบ่งไปสำหรับการบ่มเพาะและฝึกวิชาตระกูลเล้งแล้ว เล้งซานพัฒนาวิชาในเวลาไม่ถึง 3 ปีเต็มเสียด้วยซ้ำ!!

ดังนั้นทันทีที่จี้กงหยุนกล่าวถึงสถาบันเทพมังกรศักดิ์สิทธิ์ว่าพัฒนาวิชาอักขระกำกับนี้ต่อจากมันมานับพันปี มันจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมสถาบันนี้จึงสามารถก้าวกระโดดมาจนเทียบชั้นขุมกำลังสูงสุดได้ในช่วงเวลาสั้นๆ

“ตาแก่...เอ๊ย! อาจารย์ แล้วท่านอยากให้ข้าทำภารกิจใด? อยากบอกนะว่าแค่ให้เข้าไปในสถาบันนั้น แล้วขโมยของออกมา?”

“ขโมยบ้านเจ้าหน่ะสิ!! หากมันง่ายเช่นนั้น ข้าส่งลูกน้องชนชั้นลมปราณสีส้มไปมันไม่ง่ายกว่าหรือ!! ภารกิจของเจ้าคือการเข้าไปในสถาบันแห่งนั้นและใช้เวลา 1 ปี พัฒนาวิชาอักขระกำกับของเจ้าให้เหนือกว่าสถาบันเทพมังกรศักดิ์สิทธิ์!!”

เล้งซานอึ้งไปเล็กน้อย แต่หลังจากผ่านไปสามถึงสี่ลมหายใจเข้าออก ก็แปรเปลี่ยนเป็นยิ้มกรุ้มกริ่ม เนื่องเพราะเล้งซานค่อนข้างมั่นใจว่าหากมันใช้เวลาอย่างเต็มที่ศึกษาวิชานี้ และเมื่อเข้าสู่สถาบัน มันย่อมหาแบบแผนการพัฒนาตลอดพันห้าร้อยปีได้ไม่ยากเย็นนัก และหากมันแฝงตัวเข้าไปในลักษณะของศิษย์สถาบัน ก็ยังมีผู้เชียวชาญที่คอยชี้แนะอีกตังหาก 

ในเวลา 1 ปี หลักๆเล้งซานคิดว่าคงเป็นการศึกษา อักษรบรรพกาลที่ถูกค้นพบใหม่ในช่วงเวลาพันห้าร้อยปีที่ผ่านมา คงไม่ยากเย็นเกินไปนักหากเล้งซานจะศึกษาภาษาเหล่านั้นในเวลาไม่นาน อย่างไรซะเล้งซานก็เคยศึกษาอักษรบรรพกาลกว่า 74 ภาษามาแล้วด้วยตนเอง! ก่อนจะหล่อหลอมตัวอักษรเหล่านั้นบัญญัติเคล็ดวิชาอักขระกำกับขึ้นมา

“หึหึ ไอหนู ใบหน้าที่มั่นใจเสียเต็มประดานั่น คืออะไร? เจ้าคงคิดซินะว่าตัวเจ้าที่เป็นผู้คิดค้นวิชานี้ ย่อมเป็นเรื่องง่ายที่จะเรียนรู้งั้นสิ? อย่าอ่อนหัดไปหน่อยเลย! อย่าได้ดูถูกการพัฒนาตลอดพันห้าร้อยปี ของสถาบันเทพมังกรศักดิ์สิทธิ์!!” จี้กงหยุนกล่าวจบ แหวนมิติของมันก็ส่องแสงประกายวาววายขึ้น จากนั้นก็ปรากฏกระบี่เล่มหนึ่ง สีเงินเจิดจ้าแม้ยามราตรีกาลเช่นนี้ โก่งกระบี่มีลักษณะเป็นใบหน้าของพยัคฆ์ร้ายแยกเขี้ยวดุดัน ถึงจะดูสวยสง่างามเพียงใด แต่ก็ไร้ซึ่งออร่าแรงกดดันจากตัวกระบี่ ราวกับกระบี่ธรรมดาดาษดื่นทั่วไป

แต่ในเวลานั้นเอง ร่างของเล้งซานเกิดการสั่นไหวขึ้น การสั่นไหวนี้ไม่ได้มีศูนย์กลางอยู่ที่ตัวของเล้งซานเอง แต่เป็นเกราะอักขระ ปลอกแขนอักขระ และปลอกขาอักขระ ที่สั่นไหว!!ราวกับว่าพวกมันสั่นเทาเกรงกลัว ต่อกระบี่เล่มนั้นของจี้กงหยุน!!

เล้งซานตื่นตะลึงด้วยความประหลาดใจ พลังที่สะกดข่มอาวุธอักขระอื่นๆนี่คืออะไรกัน? อีกทั้งกระบี่นั่น ไม่ได้มีรูปลักษณ์ที่บ่งบอกว่ามันคืออาวุธอักขระใดๆเลย!! ตัวกระบีไม่ได้มีสีแดงฉาน ซึ่งเป็นสีของแร่โลหะคงกระพัน และไม่มีล่องรอยของอักขระใดๆที่ตัวกระบี่เลยอีกด้วย!! เล้งซานไม่อาจอธิบายเรื่องนี้ได้ แต่เล้งซานก็มั่นใจสิบส่วนเต็มจากสัมผัสและสัญชาติญาณว่า กระบี่เล่มนั้นเป็นอาวุธอีกขระอย่างแน่นอน

จี้กงหยุนตวัดกระบี่ไปมาพลางยกขึ้น ให้เล้งซานมองเห็นใดชัดเจน ว่าตัวกระบี่นั้นไร้ซึ่งตัวอักษรอักขระใดๆ แม้จะรู้สึกได้ว่ามันเป็นอาวุธอักขระ แต่ก็ไม่อาจรับรู้ถึงแรงกดดันใดๆได้จากตัวกระบี่ ไม่อาจระบุระดับของอาวุธอักขระ และเมื่อมองไม่เห็นตัวอักษรอักขระ ต่อให้เป็นเล้งซานผู้คิดค้นวิชานี้ ก็ย่อมไม่อาจระบุพลังที่แฝงอยู่ในอาวุธอักขระได้!!

เล้งซานกำหมัดตื่นเต้นขึ้น มันทราบเป็นอย่างดีว่าเหตุใดจี้กงหยุนจึงได้หยิบกระบี่เล่มนี้ออกมา จี้กงหยุนต้องการให้เล้งซานรู้ว่าวิชานี้ถูกพัฒนาไปถึงขั้นไหนแล้ว!!

“ไอหนู นี่คือสหายของข้า คู่หูที่กรำศึกด้วยกันมาช้านาน นามของกระบี่เล่มนี้คือ พยัคฆ์เมฆา เป็นอาวุธอักขระที่มีพลังปลดปล่อยใบมีดแห่งสายลม”

จี้กงหยุนกล่าวจบ ก็ตวัดกระบี่เป็นทางยาวไปในแนวป่า ทันใดนั้นเองเกิดพลังคล้ายมิติถูกฉีกขาด ก่อเกิดใบมีดที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า ตัดเฉือนต้นไม้ใหญ่ล้มลงอย่างน่าอัศจรรย์ รอยตัดของต้นไม้ใหญ่นี้เรียบเนียนแสดงถึงความเฉียบคมของพลังที่น่ากลัว

ไอหนู จงถ่างตาดูซะ นี่ถือพลังของอาวุธอักขระที่ถูกพัฒนาขึ้นมาจนถึงขีดสุด!!

จงตื่นขึ้น พยัคฆ์เมฆา!!

โฮกกกกกกก....

เสียงกรรโชกของพยัคฆ์ดังออกมาจากตัวกระบี่!! แสงสีทองสาดประกายขึ้นพร้อมกับแรงกดดันของพลังมหาศาลล้นทะลักออกมาจากกระบี่ของจี้กงหยุน การเปล่งประกายนี้ทำให้ ชุดเกราะอักขระ ปลอกแขน ปลอกขาของเล้งซานสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับวิญญาณของสัตว์อสูรด้านในต้องการจะหลีกหนีไปให้ไกลจากตรงนี้ที่สุด

จี้กงหยุน ตวัดกระบี่เฉกเช่นเดิมอีกครั้ง...

แต่การตวัดครั้งนี้ กลับฉีกกระชากชั้นบรรยากาศทั้งหมด!! การฉีกขาดของมิติก่อเกิดเป็นคลื่นพลังรุนแรงที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

วูบบบบ...

การตวัดครั้งนี้ก่อเกิดเสียงที่มิได้ดังกึกก้อง แต่กับแหลมคมแสบแก้วหู จนเล้งซานอดไม่ได้ที่จะหยี๋ตาเล็กน้อย

ออด... แอด.. คลื่น! คลื่น! ตึง! 

ต้นไม้ในแนวป่าต่างล้มระเนระนาดนับพันต้น!! ในพื้นที่คลองจักษุเกือบสิบกิโลเมตร ต่างโล้นเตียน ไม่มีต้นไม้แม้แต่ต้นเดียวยืนหยัดอยู่ได้ในทิศทางที่กระบี่นี้ตวัดผ่าน

เล้งซานเบิกตากว้างอย่างไม่อาจห้ามตนเอง มือและกายสั่นเทาตื่นเต้นถึงขีดสุด!! นี่คือพลังที่ถูกพัฒนาขึ้น!! พลังของอาวุธอักขระรุนแรงขึ้นนับร้อยเท่าจากเดิม!!

“กงหยุน...เจ้าจะปลุกข้าขึ้นมาทำไม? ไหนศัตรูของเจ้า? อย่าบอกนะว่าไอเด็กนั่น?”

ซุ่มเสียงหนึ่งดังขึ้น ตกกระทบเข้ากับหูของเล้งซาน ราวกับไฟฟ้าแล่นผ่านร่าง เสียงนี้ดังขึ้นจากตัวกระบี่ของจี้กงหยุน!!

กระบี่นี้มันพูดได้!!




...............

จากผู้เขียน....อั๊ยย่ะ!!

คอมเม้นติชมบ้างนะ เด๊ะไม่มีแรงเขียน

อัพเดทข่าวสารได้ที่Facebook อสูรมังกรฟ้า
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 764 ครั้ง

32 ความคิดเห็น

  1. #14133 kunjara (@kunjara) (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 01:14
    ดูเหมือนว่า อะไรๆ ก็จะพูดได้ หมด ว่างั้น
    #14133
    0
  2. #12711 PiyapongJaikong (@PiyapongJaikong) (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 15:41
    ประมาณว่าดาบของอิจิริว ฮ่าๆๆ
    #12711
    0
  3. #11564 BY_NYKY (@BY_NYKY) (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:38
    มาราธอนอ่านมาหฃายวันแล้วมายก้อดด
    #11564
    0
  4. #11336 moth5633 (@moth5633) (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 23:11
    เริ่มห่างไกลกับคำว่ากำลังภายในไปเรื่องๆแล้ว
    #11336
    0
  5. #4233 Chatchai Wongcha-oom (@onkchad) (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 02:51
    สุดยอดดด!!!
    ขอบคุณคัฟ
    #4233
    0
  6. #3962 WisitPimolsri (@WisitPimolsri) (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 14:21
    นี่มันดาบฟันวิญญาณ จงคำรามซาบิมารุ
    #3962
    0
  7. #3532 bestboy654 (@bestboy654) (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 18:29
    บังไค และ ชิไค ก็มา
    #3532
    0
  8. #3300 NantawatSrisuk (@NantawatSrisuk) (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 15:02
    ฮ่าาาาาาาแรงกดดันนี้ช่างน่าสนใจ สนุกมากครับโดนกดดันให้ยิ่งแข็งแกร่ง
    #3300
    0
  9. #3297 ArLai (@ArLai) (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 08:41
    ผมนิค้างเลยอ่านมา2วันติด..ถึงตอนล่าสุดชะงั้น ติดตามคับชอบมากกกกก
    #3297
    0
  10. #3294 ApinyaRadakon (@ApinyaRadakon) (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 19:11
    เธอมายังชี้นรอยุ นี่อ่าน1สันครึ่งถึงตามทันรอๆๆๆค่ะ
    #3294
    0
  11. #3293 JomMuD (@JomMuD) (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 15:13
    ขอบคุณครับพี่ เงียบนานจุง พร้อมลุยไหมครับ ผมพร้อมอ่านแล้ววววววว
    #3293
    0
  12. #3292 ไก่งวง (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 09:59
    สนุกมากครับ ไรต์ เป็นกำลังใจให้แต่งต่อไปครับ
    #3292
    0
  13. #3291 Tidaheangsailom (@Tidaheangsailom) (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 00:23
    สนุกมากกกกกก ติดตาม ขอบคุนค้าบบบ
    #3291
    0
  14. #3290 Karishma99 (@Karishma99) (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 20:12
    สนุกมาก
    #3290
    0
  15. #3287 MomentOut (@porukrit) (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 16:48
    สุดยอดดดดดดดดดดด
    #3287
    0
  16. #3285 คนอ่านแอบแอบ (@kranong) (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 11:39
    รออ่านนานนนนแล้ว
    #3285
    0
  17. #3282 RED2HOT (@RED2HOT) (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 05:51
    ในที่สุดก็กลับมา ขอบคุณฮะไรท์
    #3282
    0
  18. #3278 หึหึ (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 21:12
    กระบี่พัฒนามาถึงขั้นชิไคแระ เด๋วแสบจะไปพัฒนาต่อเป็นขั้นบังไค หึหึ ไม่เอาตัดจบหัวส้มไร้น้ำยาแบบเรื่องกระโน้นน่ะไรท์
    #3278
    0
  19. #3271 Pongza Eiei (@pongza111111) (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 19:27
    กระบี่พูดได้ด้วย...,,
    #3271
    0
  20. #3269 แมงเม่าติดปีก (@manotelin) (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 18:59
    มังกรฟ้าตะลุยสำนักกะปอมศักดิ์สิทธิ น่าจะได้นะไรท์
    #3269
    0
  21. #3267 Fatal101 (@Fatal101) (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 18:36
    ค้างอีกแล้วว ขอบคุณไรท์มากๆคับติดตามมครับ
    #3267
    0
  22. #3266 ford042 (@ford04) (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 18:24
    กิ้งก่าฟ้าตะลุยสถาบันเทพมังกรศักดิ์สิทธิ ชื่อนี่สิดี555
    #3266
    0
  23. #3265 อาวุธไร้ตา (@f-rebellione) (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 17:31
    อารมณ์คงเหมือนเราอยู่ในยุคที่ยังไม่มีไฟฟ้า และอยู่ดีก็ข้ามมาเจอ คนอยู่ในกล่องสี่เหลี่ยม(โทรทัศน์)...!
    #3265
    0
  24. #3264 srawutfluk (@srawutfluk) (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 16:52
    ติดลมมากกกก
    #3264
    0
  25. #3263 ปูโพธาราม (@souwanee) (จากตอนที่ 153)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 16:43
    เล้งซานเป็นอัจริยะปีเดียวมีหรือจะไม่สำเร็จ
    #3263
    0