อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,745,155 Views

  • 15,166 Comments

  • 15,795 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    134,353

    Overall
    2,745,155

ตอนที่ 143 : ตอนที่ 142 : ห้องอักขระ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23987
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 714 ครั้ง
    27 มิ.ย. 60

หลังจากที่แยกกับผู้อาวุโสลำดับที่ 10 เล้งซานมิได้รีบกลับเข้าเมือง แต่กลับใช้วิชาตัวเบาทะยานออกไปยังทิศตรงข้ามกันเมืองหลวงฟ้าทมิฬ

"เจ้าเด็กโง่ นี่เจ้าจะไปไหนกัน?" เสียงเฟรย่าดังขึ้น


"ข้าว่าจะหาที่เหมาะๆนอกเขตผู้คนกระทำการบางอย่างเสียหน่อย หลายวันที่ผ่านมาข้ามิอาจจับสัมผัสตัวตนของตาแก่จี้กงหยุนได้เลย วันนี้ข้าคิดว่ามันจะออกมาแต่ก็กลับกลายเป็น ผู้อาวุโสลำดับที่ 10 แห่งทำเนียบยุทธภพแทน

ข้าเริ่มมิแน่ใจแล้วว่า ตาแก่จี้กงหยุน มันจะยังต้องการตัวข้าเป็นศิษย์สืบทอดมันอยู่อีกหรือไม่ เพราะยามนี้ชื่อเสียงของข้าในฐานะสี่ยอดอัจฉริยะรุ่นเยาว์ น่าถูกจะแพร่กระจายข่าวนี้ไปไกลแล้ว ตาแก่จี้กงหยุน และกลุ่มปีศาจอสูร ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่อยู่ในเงามืด ตาแก่นั่นอาจเห็นว่าตัวตนของข้าเป็นที่รู้จักมากเกินไป ไม่เหมาะที่จะเข้ากลุ่มของมัน และหาคนใหม่เป็นศิษย์สืบทอดของมัน ซ้ำร้ายหากมันเห็นว่าข้านั้นเป็นภัยต่อกลุ่มปีศาจอสูร อีกทั้งยังเคยพบเจอตัวตนของมัน หากมันส่งคนมาสังหารข้าเพื่อปิดปากก็ยังนับว่ามีโอกาสที่จะเป็นไปได้

อีกทั้งในเมืองหลวงฟ้าทมิฬเต็มไปด้วยคนของพรรคอสูรเงา ข้าเชื่อว่าเถาป่าย มันต้องเครียดแค้นข้าเข้ากระดูกดำ แม้มันไม่กล้าสังหารข้าอย่างโจ่งแจ้ง แต่เรื่องแผนการลอบสังหารนี่ไม่อาจประมาทหรือตัดทิ้งได้ ดังนั้น...

ข้าจำต้องมีสิ่งของที่ใช้ปกป้องตัวเอง จากผู้ใช้ลมปราณระดับสูงกว่าชนชั้นลมปราณสีเหลืองขั้นกลาง"


"เหตุใดจึงต้องเจาะจงที่ชนชั้นสีเหลืองขั้นกลาง?" เฟรย่ากล่าว


"ด้วยพลังเต็มที่สมบูรณ์ของข้าในยามนี้ แต่ต้องสู้กับชนชั้นลมปราณสีเขียวขั้นสูง ก็เรียกได้ว่าก้ำกึ่งสูสี และหากใช้ปราณอัคคีแห่งมังกร ข้าสามารถต่อกรได้แม้ชนชั้นลมปราณสีเหลืองขั้นต้น ยิ่งรวมกับไม้ตายก้นหีบอย่างอักขระร่างกาย ต่อให้ชนชั้นลมปราณสีเหลืองขั้นกลางก็ยากที่จะสังหารข้า

แต่หากเป็นชนชั้นปราณสีเหลืองขั้นปลายขึ้นไปนั้น...แม้แต่จะหลบหนีข้าก็ยังมิอาจทำได้ ด้วยพลังปราณในปัจจุบันแม้ใช้เคล็ดวิชาตัวเบาวิญญานมังกร และการพุ่งทะยานของปลอกขาอักขระ ยังทำความเร็วได้เพียงเทียบเท่าชนชั้นปราณสีเหลืองขั้นปลาย แต่ในการหลบหนีระยะยาวข้าก็มิอาจรอดพ้นเงื้อมมือมันอยู่ดี" เล้งซานกล่าวพลางขมวดคิ้วแนบแน่น การคำนวนของเล้งซานย่อมมิคลาดเคลื่อนจากความจริงมากนัก เพราะมันเคยผ่านช่วงเวลาในการมีลมปราณระดับนั้นมาแล้วในอดีต


"แล้วเหตุใดเจ้ามิบ่มเพาะพลังปราณเพิ่มกัน?"


"โธ่~ หากข้าทำได้ ข้าทำไปนานแล้วเฟรย่า ทางเดียวที่ข้าจะสามารถบ่มเพาะพลังได้อย่างก้าวกระโดดนั้น คือข้าต้องดูดซับพลังบ่มเพาะจากการโจมตีของผู้อื่น ยามนี้ข้าอยู่ในชั้นลมปราณสีเขียวขั้นที่ 3 พลังที่ข้าจะใช้ดูดซับเพื่อเพิ่มระดับได้นั้น จำต้องเป็นพลังโจมตีสิบส่วนเต็มจากชนชั้นลมปราณที่สูงกว่า 1 ระดับชั้น นั่นก็คือพลังจากชนชั้นลมปราณสีเหลืองเป็นอย่างน้อย!!

แต่ทว่า...เกราะอ่อนอักขระของข้าไม่สามารถกักเก็บพลังระดับนั้นได้ เว้นเสียแต่ใช้ลูกแก้วดวงจิตอสูรชั้นสีเหลืองขั้นปลายจากเสวียนอู่เฉิน เพื่อเพิ่มระดับให้เกราะอ่อนอักขระเสียก่อน แต่การจะทำเช่นนั้นข้าก็จำต้องมีผู้ช่วยที่เป็นชนชั้นลมปราณสีเหลืองขั้นกลางเป็นอย่างน้อยอีกเช่นกัน!!" เล้งซานกล่าวพลางถอดทอนหายใจ


"เจ้าก็กลับไปที่วังหลวงสิ เราเชื่อว่าเสวียนอู่เฉินต้องช่วยเจ้าได้แน่ๆในเรื่องนี้" เฟรย่ากล่าวแนะนำ


"เฮ้อ...จริงอยู่ว่าหากเข้าวัง เถาป่ายและพรรคอสูรเงามันคงมิอาจแตะต้องข้าได้ ภายใต้การคุ้มครองของราชวงศ์เสวียนอู่ ทว่าข้ายังไม่แน่ใจสิบส่วนเต็มว่าจี้กงหยุน มันตัดใจจากข้าแล้วจริงๆ หากข้ากลับไปที่วังหลวงย่อมหมายความว่าข้าปฏิเสธมันอย่างเต็มตัว ในคราวก่อนขนาดข้าอยู่ในเขตพระราชฐานส่วนใน ตาแก่บ้านั่นมันยังบุกเข้าไปถึงที่นอนข้า คิดว่าคราวนี้มันจะทำมิได้อีกครั้งรึ?"


"เช่นนั้น เจ้าจะเอายังไงต่อ?"


เล้งซานยังคงหน้านิ่งสงัดคล้ายยังคิดไม่ตก ก่อนจะนำลูกแก้วดวงจิตชั้นสีเหลืองขั้นปลายออกมาถือในมือ

"ยามนี้ ข้ามีวิธีใช้ลูกแก้วดวงจิตลูกนี้อยู่ 2 วิธี วิธีแรกคือใช้เพิ่มระดับเกราะอ่อนอักขระนี่ เพื่อกักเก็บพลังไว้บ่มเพาะและว่าจ้างใครซักคนเป็นการส่วนตัวเพื่อเพิ่มระดับให้แก่ตนเอง ด้วยเงินทองที่ข้ามีอยู่กว่า 1,600 ล้านเหรียญทอง ย่อมไม่ใช่ปัญหาที่จะจ้างวานชนชั้นลมปราณสีเหลือง วิธีนี้ดูเหมือนว่าจะดีที่สุดแต่มันมีข้อเสียที่สำคัญยิ่งอยู่... 

นั่นก็คือปลอกแขนอักขระชั้นสีเขียวของข้าในยาม ไม่สามารถถ่ายโอนพลังระดับปราณสีเหลืองได้ ซึ่งหากข้าไม่พึ่งพาปลอกแขนนี่ข้าย่อมมิอาจดูดซับพลังติดต่อกันได้เหมือนคราวก่อน อย่างน้อยช่วงห่างของเวลาในการดูดซับแต่ละครั้งคงต้องเว้นระยะไม่ต่ำกว่า 1 เดือน และยังอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่เส้นลมปราณของข้าเป็นการถาวรอีกด้วย ความเสี่ยงของมันนับว่าสูงและอันตรายเกินไป

ส่วนวิธีที่สอง..."

เล้งซานเงียบไประยะหนึ่งสีหน้าครุ่นคิด


"วิธีที่สอง คืออะไร?" เฟรย่าใคร่อยากรู้จนต้องเอ่ยปากถามซ้ำ


"วิธีที่สองคือ...สร้างอักขระพื้นที่ โดยใช้แร่โลหะคงกระพันสร้างพื้นที่ทั้งหมด"


"อักขระพื้นที่!!" น้ำเสียงเฟรย่าอื่นตะลึงอย่างเห็นได้ชัด


"ถูกต้อง!! ข้าจำต้องใช้แร่โลหะคงกระพันจำนวนอย่างน้อย 2,000 กิโลกรัม สร้างเป็นห้องลับขนาดพอดีตัวที่จะสามารถเข้าไปหลบซ่อนด้านในได้ จากนั้นใช้วิชาอักขระกำกับ สร้างพื้นที่อักขระขึ้นมาด้วยพลังของลูกแก้วดวงจิตชั้นสีเหลืองขั้นปลาย พื้นที่อักขระของข้าย่อมแข็งแกร่งเป็นพิเศษ และด้วยว่าพื้นที่ทั้งหมดถูกสร้างด้วยแร่โลหะคงกระพัน ดังนั้นจึงไม่มีขีดจำกัดเรื่องเวลา สามารถคงอยู่ได้ตลอดกาลแม้ตัวข้าจะตกตายอยู่ด้านใน"


"เช่นนั้นก็ยอดเยี่ยมไปเลยสิ" เฟรย่ากล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น


"ใช่!! มันยอดเยี่ยมแน่ๆ เพียงแต่...ข้ายังครุ่นคิดไม่ตก ว่าจะลงรูปแบบอักขระประเภทใดลงที่พื้นที่นี้

หากข้าลงอักขระบิดเบือนมิติ แม้จะเป็นผู้ใช้ลมปราณชนชั้นสีส้มขั้นปลาย และต่อให้มันมีสิบหู สิบตา ก็มิอาจตรวจสอบความคงอยู่ของพื้นที่อักขระนี้ แต่ทว่า...หากมันโจมตีทั่วทั้งพื้นที่แบบสุ่มในบริเวณที่เราแอบซ่อน และเกิดโชคร้ายพลังนั้นมาเฉียดโดนห้องอักขระพื้น พลังของอักขระก็จะสลายและพื้นที่นั้นจะปรากฏขึ้น ด้วยความแข็งแกร่งของแร่โลหะคงกระพัน ย่อมมิอาจทัดทานพลังของชนชั้นลมปราณสีส้มได้เกินสิบอึดใจ

แต่หากข้าลงอักขระเสริมความแข็งแกร่ง แม้ชนชั้นลมปราณสีส้มขั้นสูงจะเห็นข้าเข้าไปหลบซ่อนเต็มสองตา แต่มันก็เป็นได้เพียงสุนัขที่แหงนมองดวงจันทร์ ต่อให้ทุ่มเทพลังทั้งหมดก็มิอาจทำลายได้ เว้นเสียแต่จะเป็นชนชั้นลมปราณสีแดงขึ้นไป แต่ข้อเสียของมันก็คือ หากมันเฝ้าจดจ่อมิออกห่างจากพื้นที่นั้น ย่อมหมายความว่าเข้ามิอาจออกจากพื้นที่อักขระได้เลยเช่นเดียวกัน

ข้าพยายามครุ่นคิดหาข้อสรุปว่าจะใช้รูปแบบใดในพื้นที่อักขระ ตั้งแต่แยกจากผู้อาวุโสลำดับที่ 10 แล้ว แต่คิดยังไงก็ยังคงลังเลในข้อดีและข้อเสียของมัน เฮ้อ..." เล้งซานถอนหายในหนักหน่วงอีกครา


ผ่านไปครึ่งชั่วยาม....

เล้งซานหลบเข้ามาในถ้ำแห่งหนึ่งกลางป่า ระยะทางห่างจากเมืองหลวงฟ้าทมิฬราวๆ 80 กิโลเมตร หากออกไปไกลเกินกว่านี้ อาจเข้าเขตของสัตว์อสูรลมปราณระดับสูง

เล้งซานระเบิดปากถ้ำปิดสนิท แม้แสงก็มิอาจรอดผ่านเข้ามา แต่อาศัยสัมผัสแห่งมังกรเล้งซานจึงมิได้ลำบากแม้เจอพบความมืดสนิทที่มองไม่เห็นกระทั่งฝ่ามือตนเอง

เล้งซานนำเงินที่ได้มาทั้งหมด โยกย้ายจากแหวนมิติมายังมิติส่วนตัวของมัน จากนั้นดึงเอาแร่โลหะคงกระพันจำนวนหนึ่งออกมา แร่โลหะคงกระพันปริมาณน้ำหนักกว่า 2,000 กิโลกรัม ย่อมสามารถสร้างอาวุธอักขระได้เกินกว่าร้อยชิ้น หากตีเป็นเงินแล้วคงมิต่ำกว่า พันล้านเหรียญทองเป็นแน่

จากนั้นจึงใช้ปราณอัคคีสีฟ้า หลอมละลายแร่โลหะคงกระพัน ก่อรูปเป็นห้องสีเหลี่ยมเล็กๆขนาดกว้าง 2 เมตร ยาว 2 เมตร สูง 2 เมตร ปิดทึบทุกด้านเว้นไว้เพียงประตูเข้าออกขนาดเล็กเท่าหน้าต่างบานเดียว ขนาดของมันเพียงพอให้เข้าไปหลบซ่อนได้มากสุด 2-3 คน ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วยามก็กระทำได้สำเร็จสมบูรณ์


"เจ้าคิดได้แล้วหรือ ว่าจะลงอักขระรูปแบบใดลงไป?" เฟรย่ากล่าวถามขึ้น


เล้งซานนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อน จะนำลูกแก้วดวงจิตอสูรออกมา จากนั้นกรีดเลือดของตนที่ฝ่ามือหลอมรวมกับลูกแก้ว และวาดอักขระลงบนห้องขนาดเล็กที่สร้างขึ้นนี้ แสงออร่าสีเหลืองนวลเปล่งประกายขึ้นมาในบัดดล...





จากผู้เขียน....มันต้องมีน้ำหน่อยนะ เพราะต้องเกิ่นเหตุการณ์ในช่วงหลัง

(ตอนปรกติ)

ยอดสนับสนุนคงเหลือ  0.33 ตอน

ขอบคุณทุกการสนับสนุน อัพเดทข่าวสารได้ที่Facebook อสูรมังกรฟ้า
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 714 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #8981 sivakornza (@sivakornza) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 02:24
    ขอบคุณครับ
    #8981
    0
  2. #3212 LittlEl2oseS (@LittlEl2oseS) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 11:52
    จะเลื่อนพลังทั้งที่ยากเย็นเหลือเกิน 
    #3212
    0
  3. #3059 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 19:48
    ถ้าไม่มีน้ำก็เหมือนย่อสรุปให้อ่าน มันก็ไม่ใช่นิยายสิ
    #3059
    0
  4. #2979 pitak2515 (@pitak2515) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 07:57
    มีน้ำก็คล่องคอดีนะ มันต้องผสมปนเปไปกันอย่างนี้แหละ อรรถรสนิยายจีนกำลังภายในครับ ขอบคุณครับ
    #2979
    0
  5. #2963 goinlove1 (@goinlove1) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 14:00
    มันอยู่ขั้นสีเขียวนานไปนะครับ ตั้ง60กว่าตอนแล้วเนื้อเรื่องเริ่มเดินช้าแล้วนะครับ ปล.อยากไห้เดินเร็วขึ้งอีกนิด
    #2963
    0
  6. #2962 KenSL (@KenSL) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 19:36
    ใกล้ได้เวลาอัพเลเวล. 555
    #2962
    0
  7. #2959 7eLeMent (@morningsky) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 23:37
    ผสมไปเลย
    #2959
    1
    • #2959-1 sivakornza (@sivakornza) (จากตอนที่ 143)
      28 มิถุนายน 2560 / 11:21
      เห็นด้วย
      #2959-1
  8. #2958 PisitPa (@PisitPa) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 22:48
    ขอบคุณครับ/555
    #2958
    0
  9. #2957 dfrdz007 (@dfrdz007) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 20:42
    thank you
    #2957
    0
  10. #2956 Mr.kongkang (@kangproject2) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 20:18
    โตยากจริงๆ 5555
    #2956
    0
  11. #2955 Lovely_Otaku (@Lovely_Otaku) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 19:13
    น้ำๆอิสโอเค ตราบใดที่น้ำไม่นองค่ะ ????
    #2955
    0
  12. #2954 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 19:12
    ขอบคุณครับ
    #2954
    0
  13. #2953 RealRD (@RealRD) (จากตอนที่ 143)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 18:33
    สร้างห้องปิดตาย   เข้าไปหลบภัยแล้วขาดอากาศตาย  จบเรื่องราว
    #2953
    0