อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,745,135 Views

  • 15,166 Comments

  • 15,795 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    134,333

    Overall
    2,745,135

ตอนที่ 116 : ตอนที่ 115 : ตอกย้ำความเป็นสัตว์ประหลาด!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22275
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 776 ครั้ง
    12 ส.ค. 61

เล้งซานเดินจูงมือเล้งยี้กลับมาที่เรือนของตระกูลลี้ลับ ตลอดทางก็เล่าเรื่องต่างๆในโลกภายนอกให้เล้งยี้ฟัง นางตื่นตะลึงตกใจกับสิ่งใหม่ๆที่รับฟังด้วยความตื่นเต้น เบิกตากว้าง อ้าปากหวอ และขำขันเล็กน้อย มิต่ำกว่าสิบครั้งตลอดการเล่าเรื่องราวของเล้งซาน 

เล้งซานก็ดูปลื้มปริ่มในการเฝ้ามองกิริยาที่น่าเอ็นดูและไร้เดียงสาของนางด้วยเช่นกัน การเฝ้ามองดรุณีน้อยนางนี้ช่วยให้เล้งซานผ่อนคลายเรื่องต่างๆภายในใจ หลงลืมความกังวลต่างๆในสมอง เป็นหนึ่งในช่วงเวลาแห่งความสุขสมตั้งแต่ถูกดึงเข้ามาพัวพันในยุคสมัยแห่งนี้ แต่ช่วงเวลาเช่นนี้ก็มักผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วเสมอ...


เสวียนอู่เฉิน และเล้งฟานตี้ ออกจากเรือนมาพร้อมกัน ยืนรอเล้งซานและเล้งยี้

"ลูกยี้ ปรับความเข้าใจกับพี่ชายเจ้าแล้วสินะ" เล้งฟานตี้ ยิ้มกรุ้มกริ่มที่ใบหน้าเมื่อเห็นเล้งยี้เกาะแขนเล้งซานเดินเข้ามาด้วยท่าทีเขินอาย


เล้งยี้หน้าแดงผ่างขึ้นจากนั้นก็พยักหน้าเบาๆเล็กน้อยแทนคำตอบ

"อาวุโสเล้ง ข้าและน้องยี้เข้าใจกันดีแล้ว ขอท่านอย่าได้กังวล" เล้งซานประสานมือขึ้นอย่างนอบน้อม


เล้งฟานตี้พนักหน้าเบาๆสองครา จากนั้นก็หยิบตำราสองเล่มออกมาจากแหวนมิติ

"นายน้อย ตระกูลลี้ลับของเรายามนี้ครอบครองตำรายุทธของตระกูลเล้งไว้ทั้งหมด 3 กระบวนท่า ได้แก่ ปราณมังกรบรรพต ท่าร่างวิญญาณมังกร และฝ่ามือมังกรพิษ ซึ่งได้รับการส่งมอบมาจากอาวุโสเล้งเทียน น่าเสียดายที่ตำราอีก 2 กระบวนท่าที่เหลือหายสาบสูญไปจากสงครามเมื่อพันห้าร้อยปีก่อนแต่คิดว่านายน้อยคงสำเร็จเคล็ดวิชาเหล่านั้นแล้ว" เล้งฟานตี้กล่าว


เล้งซานพยักหน้าเบาๆก่อนจะกล่าวตอบ

"เรียนอาวุโสเล้ง กระบวนท่าที่ 4 มังกรมายา ข้าสามารถใช้ได้แล้วในยามนี้ แต่กระบวนท่าสุดท้ายนั้นข้าจำเป็นต้องบ่มเพาะลมปราณให้เข้าสู่ชั้นลมปราณสีเหลืองเสียก่อนจึงสามารถใช้ได้ แต่ท่านอย่าได้กังวล เพราะเคล็ดวิชานั้นถูกสลักเข้าในจิตใจของข้าอย่างชัดแจ้ง ไม่มีวันลืมเลือน"


"ยอดเยี่ยมมาก ถ้าเช่นนั้นข้าขอมอบสิ่งนี้ให้แก่ท่าน" เล้งฟานตี้กล่าว พลางยื่นตำราสองเล่มที่ถืออยู่ให้แก่เล้งซาน


เล้งซานขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ยื่นมือรับแต่โดยดี

"นายน้อย นี่คือตำรายุทธของพรรคมังกรเหิน เล่มหนึ่งคือวิชาลมปราณกระบี่ 5 ระดับ อีกเล่มคือเคล็ดวิชากระบี่จริง 5 ระดับ แม้ทั้งสองอาจไม่ทรงพลังเทียบเท่าวิชาตระกูลเล้ง แต่ก็พลิกแพลงได้มากกว่า จะช่วยเสริมวิชายุทธโดยรวมทั้งหมดให้แก่ท่าน"


เล้งซานอึ้งอยู่ครู่หนึ่งเพราะเคล็ดวิชาเหล่านี้คือเคล็ดวิชาแท้จริงของพรรคมังกรเหิน ย่อมแตกต่างจากเคล็ดวิชาครึ่งๆกลางๆของพรรคกระบี่เหินที่เล้งซานเคยศึกษามาก่อนหน้าอย่างแน่นอน


ในเคล็ดวิชาของพรรคกระบี่เหินนั้น ดึงพลังจากพรรคมังกรเหินออกมาได้เพียง 2-3 ส่วน และเมื่อเล้งซานนำมาปรับแต่งจากประสบการณ์ที่เคยเห็นกระบวนท่าดั่งเดิม ทำให้ดึงพลังออกมาได้ราว 5-6 ส่วน แต่บัดนี้เมื่อมีเคล็ดวิชาแท้จริง ย่อมสามารถแสดงอำนาจอันทรงพลังของเคล็ดวิชากระบี่มังกรเหินออกมาได้ สิบส่วนเต็ม!! หากหลอมรวมกันกับกระบี่ชั้นเลิศ เล้งซานจะเพิ่มระดับพลังในการต่อสู้ขึ้นอีกหลายขั้นอย่างมิอาจเทียบได้ในปัจจุบัน!!


"ขอบคุณผู้อาวุโสเล้ง" เล้งซานประสานมือขึ้น


"นายน้อย จะลองศึกษาเลยหรือไม่ จริงอยู่ที่นายน้อยยังไม่มีกระบี่ชั้นเลิศคู่กายจึงยังไม่สามารถฝึกฝนเคล็ดวิชากระบี่จริงได้ แต่ถ้านายน้อยเข้าใจในเคล็ดวิชาปราณกระบี่อย่างถ่องแท้ ก็จะสามารถฝึกเคล็ดวิชากระบี่จริงได้โดยง่าย แต่ถึงกระนั้น..." เล้งฟานตี้ ถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อ

"การฝึกกระบี่ลมปราณจนถ่องแท้อาจใช้เวลาหลายต่อหลายปี จะดีมากหากท่านฝึกที่นี่เพราะข้าจะสามารถแนะนำขั้นตอนกระบวนท่าที่ติดขัดให้แก่ท่านได้ แต่น่าเสียดายที่ท่านจำต้องจากไปในเร็ววันเพื่อดำเนินภารกิจเป้าหมายของท่าน"


เล้งซานฉีกยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเปิดตำราเคล็ดวิชากระบี่ลมปราณพลิกอ่านคร่าวๆ ใช้พลังสมาธิมหาศาลในการจดจ่อและจดจำ เล้งฟานตี้ และเสวียนอู่เฉินหันหน้ากันอย่างงุนงง ที่เล้งซานไม่เอ่ยสิ่งใดออกมาเลย นอกจากพลิกตำราไปมาทีละหน้า ทีละหน้า ไม่นานก็เปิดมาถึงครึ่งเล่มในเวลาไม่ถึงร้อยอึดใจ เล้งซานปิดตำราลงช้าๆ พลางหลับตาลงประมวลเคล็ดวิชาที่อ่านไปเมื่อครู่ เปลือกตาสั่นระริกเบาๆ จากนั้นจึงค่อยๆลืมตา พร้อมฉีกยิ้มที่มุมปาก


เล้งซานเปิดใช้วิญญาณมังกรในฉับพลัน หายไปจากสายตาของ เล้งยี้ เล้งฟานตี้ และเสวียนอู่เฉิน ไปโผล่ในจุดลานกว้างห่างจากบุคคลทั้งสามราวหนึ่งร้อยก้าว ในชั่วพริบตา


"อาวุโสเล้ง หากกระบวนท่านี้ผิดพลาดประการใดขอท่านได้โปรดชี้แนะ" เล้งซานตะโกนขึ้นด้วยเสียงก้องกังวาน พร้อมโคจรเคล็ดวิชาลมปราณกระบี่จากตำราที่อ่านไปเมื่อครู่ กระแสลมปราณรอบกายแปรปรวนพัดผ่านอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ชั้นบรรยากาศโดยรอบจะบิดเบี้ยวในฉับพลัน


ปราณกระบี่สีเขียวมรกตนับพันพวยพุ่งออกจากด้านหลังของเล้งซาน ปกคลุมพื้นที่โดยรอบบดบังสายตา เล้งซานสะบัดมือเล็กน้อย กระบี่นับพันก็ถูกขับเคลื่อนตามการควบคุมของมือทั้งสองข้าง เป็นที่ตื่นตาปรากฏออกมาเบื่องหน้าบุคคลทั้งสาม


เล้งยี้ฉีกยิ้มกว้าง กระโดดปรบมือด้วยความตื่นเต้นกับภาพกระบี่นับพันที่หมุนวนรอบกายเล้งซาน ความสวยงามของกระบี่สีมรกตสร้างความประทับใจอย่างมากให้แก่นาง


ส่วนเล้งฟานตี้ และเสวียนอู่เฉิน ....


ยืนตัวแข็งเป็นรูปปั้นหิน อ้าปากค้างจนคางแทบจะกระแทกพื้น...


วรยุทธชั้นสูงนั้นจะมีความสลับซับซ้อนในการใช้งานหลายต่อหลายชั้น เพียงแค่ระดับ 1 ของเคล็ดวิชาก็จะถูกแยกย่อยอีกหลายสิบขั้นในการโคจรลมปราณตามรูปแบบที่ถูกบัญญัติ ยิ่งระดับสูงล้ำมากขึ้น ลำดับขั้นยิ่งทวีคูณความซับซ้อน การฝึกปรือจึงทำได้เพียงทีละขั้น ทีละขั้น จนกว่าจะสมบูรณ์ครบทั้งหมด พลังจึงจะถูกปล่อยออกมา 

แต่นี่!! กระบวนท่าที่เล้งซานใช้เวลาซึมซับไม่กี่ลมหายใจ กลับเป็นกระบวนท่าระดับที่ 3 ของวิชาปราณกระบี่มังกรเหิน!! แม้แต่เล้งฟานตี้ยังต้องใช้เวลานับปีในการก่อรูปแบบกระบี่นับพัน


เสวียนอู่เฉินที่ประลองกับเล้งฟานตี้มานับครั้งไม่ถ้วนเพื่อฝึกปรือฝีมือให้แก่กัน  แทบจะเรียกได้ว่ารู้จักกระบวนท่าของพรรคมังกรเหินทั้งหมดของเล้งฟานตี้ ยังไม่อาจเห็นความต่างในการออกกระบวนของเล้งซาน และเล้งฟานตี้!! 

มีเพียงความเร็ว และพลังของกระบี่แต่ละเล่มเท่านั้นที่แต่งต่างกัน จากระดับชั้นลมปราณชั้นสีเขียว และชั้นสีส้ม ส่วนความไหลลื่นในการโคจรเรียกได้ว่าแทบจะแยกไม่ออก


แต่การเปรียบเทียบนี้ คือการเปรียบเทียบระหว่างผู้ช่ำชอง กับผู้ใช้วิชาครั้งแรก!! เหตุใดถึงได้เหมือนกันเช่นนี้!!


"ละ...เล้งฟานตี้ ตอนนี้ข้าเชื่ออย่างสุดหัวใจแล้วว่า เจ้านี่มันเป็นสัตว์ประหลาดอย่างที่เจ้าว่าจริงๆ" เสวียนอู่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นจากความตื่นเต้น


เล้งฟานตี้ ยังคงแน่นิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเบาๆ

"กลัวว่าที่ข้าเคยพูดไว้ จะไม่ถึงครึ่งน่ะสิ..." เล้งฟานตี้ยิ้มแหยๆเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง


เล้งซานปลดคลายพลังทั้งหมด กระบี่นับพันก็ค่อยๆเลือนหายไป มันยิ้มอย่างพึงพอใจ เพราะทั้งความเร็วในการควบคุมกระบี่ลมปราณ รวมถึงพลังของกระบี่ลมปราณแต่ละเล่มนั้น สูงล้ำกว่าเคล็ดวิชากระบี่เหินที่มันเคยฝึกปรืออย่างทาบไม่ติด หากเป็นอนุภาพจากกระบี่จริงย่อมต้องสูงล้ำกว่านี้อีกเป็นแน่ ตอนนี้เล้งซานเริ่มที่จะอยากมีกระบี่คู่กายซักเล่มแล้ว


เล้งซานค่อยๆเดินกลับมาอย่างช้าๆพลางประสานมือนอบน้อม

"อาวุโสเล้ง ไม่ทราบว่ากระบวนท่าเมื่อครู่มีข้อบกพร่องสิ่งใดหรือไม่? ข้าเข้าใจเคล็ดวิชาระดับ 1-3 กว่า เก้าในสิบส่วนแล้ว เพียงแต่ระดับ 4-5 อาจต้องใช้เวลากว่านี้ซักเล็กน้อยในการทำความเข้าใจ"


"เรียนนายน้อย กระบวนท่าเมื่อครู่แทบมิต่างการข้าที่ช่ำชองแล้วนำออกมาใช้เอง หากจะให้มีข้อติติงคงเป็นความเร็วในการฝึกของท่าน ที่ทำให้ข้ารู้สึกถึงความอ่อนด้อยของตนเอง" เล้งฟานตี้ถอนหายใจอย่างแผ่วเบา มันที่ในอดีตก็เคยถูกเรียกว่าเป็นอัจฉริยะไร้คู่เปรียบ แต่เมื่อนำมาเทียบเคียงกับเล้งซานแล้ว มันแทบจะรู้สึกว่าตนเองช่างทะนงตัวยิ่งนัก หากเปรียบเทียบความสามารถในยามอายุไล่เรี่ยกัน มันที่ยืนอยู่บนพื้น คงทำได้เพียงแหงนหน้ามองเล้งซานที่อยู่บนสวรรค์ชั้นฟ้า


"อาวุโสเล้งกล่าวหนักไปแล้ว โดยพื้นฐานเคล็ดวิชากระบี่ลมปราณนั้น มีความคล้ายคลึงกับเคล็ดวิชาตระกูลเล้งอยู่หลายส่วน อีกทั้งข้าเคยศึกษาวิชาของพรรคกระบี่เหินที่เมืองเมฆคราม พรรคนี้ถูกก่อตั้งโดยศิษย์สายนอกของพรรคมังกรเหินในอดีตทำให้เคล็ดวิชามีความคล้ายคลึงกับพรรคมังกรเหินถึง สามในสิบส่วน"


"เป็นเช่นนี้นี่เอง อืม...ข้าไม่คิดเลยว่าจะมีศิษย์สายนอกของเราไปก่อตั้งพรรคในทวีปนี้นับว่าเป็นข่าวดีทีเดียว หากมีโอกาสข้าคงต้องไปขอคำชี้แนะจากพรรคกระบี่เหิน" เล้งฟานตี้ฉีกยิ้มเล็กน้อยด้วยความดีใจ สำหรับข่าวคราวเช่นนี้


"ข้านั้นเป็นหนี้พรรคกระบี่เหินอยู่มากมายนัก ไว้มีโอกาสข้าจะพาท่านไปพบผู้นำพรรคแห่งนี้" เมื่อกล่าวถึงพรรคกระบี่เหิน ภาพของอี้หลงหวังก็ผุดขึ้นมาในหัวทำให้เล้งซานสีหน้าเศร้าลงเล็กน้อยด้วยความคนึงหา...



จากผู้เขียน....(ตอนประจำวัน)

ยอดสนับสนุนคงเหลือ  0.66 ตอน

ขอบคุณทุกการสนับสนุน อัพเดทข่าวสารได้ที่Facebook อสูรมังกรฟ้า
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 776 ครั้ง

14 ความคิดเห็น

  1. #14764 Dame_SD (@damesdark) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 12:10
    แสดงว่าฝ่าบาทอาจวางยาน้องสาวตัวเอง
    #14764
    0
  2. #5824 RainbowintheSky (@RainbowintheSky) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 20:52
    ต้นเรื่อง
    พัวพันธ์ -- พัวพัน

    กลางเรื่อง
    หากไปจากสายตา - หายไป
    เสียงก้องกังวาล - กังวาน
    ปรากฎ - ปรากฏ
    หน่ะสิ - น่ะสิ
    พึ่งพอใจ - พึงพอใจ
    #5824
    0
  3. #3415 NarasNgernliang (@NarasNgernliang) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 21:33
    ชอบมากครับ
    #3415
    0
  4. #3191 LittlEl2oseS (@LittlEl2oseS) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 22:05
    เกินกว่าคำว่า สัตว์ประหลาดไปเยอะแล้วค่ะ
    #3191
    0
  5. #2332 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 11:45
    ขอบคุณมากค่ะ
    #2332
    0
  6. #2329 sivakornza (@sivakornza) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 11 มกราคม 2560 / 03:18
    ขอบคุณครับ
    #2329
    0
  7. วันที่ 10 มกราคม 2560 / 14:48
    ขอบคุณครับ
    #2325
    0
  8. #2300 twnm (@twnm) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 19:54
    เอาแค่นี้นะครับ
    เยอะไปเรื้องจะมาก ดูแลไม่ทั่วถึง
    #2300
    0
  9. #2256 JomMuD (@JomMuD) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 23:48
    ขอบคุณครับ กลับไปหาเมียไวๆ
    #2256
    0
  10. #2254 lay1999 (@lay1999) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 17:18
    ท่านเล้งเจ้าค่ะคิดจะภรรเมียกี่คนเนี่ย
    #2254
    0
  11. #2251 serapong (@serapong) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 12:56
    คิดถึงเมียแต่กลับไม่ได้เพราะกลังมาอีก 1 อิอิอิ
    #2251
    0
  12. #2248 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 09:44
    สนุกดีครับ
    #2248
    0
  13. #2247 patiphanpinkham (@patiphanpinkham) (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 09:42
    กลับไปก็โดนเมียตีหัวแตกแน่นอน รอตีอยู่ 2 คนแหนะ 555
    #2247
    0
  14. #2246 The-O (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 06:24
    ไม่ทันไร มีแววติดหญิงแล้วนะ อาเล้ง สมดังคำ "จอมยุทธยากฝ่าด่านสาวงาม" งั้นถ้าเจอสาวงามกี่คน เจ้าก็รวบหัวรวบหางให้หมดเลยก็แล้วกันง่ายดี หึหึ
    #2246
    0