คนนี้ของผม"Single-minded"[#ป๋อจ้าน]

ตอนที่ 15 : รู้ใจตัวเอง [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,021
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 97 ครั้ง
    10 พ.ย. 62



“Know your own mind”





ไอ้อาการที่ว่า หน้าเห่อร้อน หูดับสนิท ไหนจะอาการหน้าชา ตัวแข็งทื่อไปทุกส่วน วันนี้หวังอี้ป๋อเขาได้เข้าใจคำพูดและอาการเหล่านั้นแจ่มแจ้งแล้ว


อี้ป๋อเมื่อได้ยินคำตอบของคนตรงหน้า ทำเอาเขาถึงกับพูดไม่ออก ยืนนิ่งมองใบหน้าขาวใสด้วยความหมั่นเขี้ยวขึ้นมาอีกเท่าตัว จะเก่งเกินไปแล้วจ้านเกอ…


ในเมื่อพูดหรือโต้ตอบคนตรงหน้าได้แล้ว อี้ป๋อเลือกที่จะหันหน้าหนีสายตาใสซื่อของจ้านเกอที่มองมาที่เขาอย่างไม่วางตา ตั้งแต่เอ่ยตอบประโยคที่เขาได้ถามจนยาวเยียด ไหนจะรอยยิ้มกว้างที่มอบให้อย่างจริงใจแบบนี้อีก


จะรู้ตัวบ้างไหม ว่าได้ทำให้ใครบางคนหลงจนแทบจะบ้าอยู่แล้วนะจ้านเกอ….


“ป๋อตี้..นายหน้าแดงมากเลย ไม่สบายรึป่าว?” เซียวจ้านเอ่ยถามคนตรงหน้าที่ยังยืนนิ่งแต่ใบหน้ากับแดงกล่ำ รึว่าป๋อตี้จะไม่สบาย


“คือ..ป่าว” อี้ป๋อเริ่มทำท่ารุกรนเริ่มวางตัวไม่ถูก พร้อมกับเลียริมฝีปากตัวเองอย่างนึกประหม่า เขาพลาดท่าให้จ้านเกอจนได้


“แต่นายเหงื่อออกเยอะมากเลยนะ แล้วหน้าก็แดงมากๆด้วย” เซียวจ้านยังเอ่ยท้วงอี้ป๋ออีกครั้งด้วยความกังวล จะบอกว่าป่าวได้ยังไงก็เห็นอยู่ว่าหน้าแดงมากแค่ไหน


“ผมสบายดี แค่ที่นี่มันอากาศร้อนไปหน่อย” อี้ป๋อเอ่ยตอบคนตรงหน้าที่ยังแสดงสีหน้าเป็นกังวลไม่หาย เขาเลือกที่จะไม่จ้องหน้าอีกคนให้มากกว่านี้ 


เพราะเขากลัวใจตัวเองว่าจะเผลอทำอะไรลงไปแบบไม่ได้ยั้งคิด ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆเซียวจ้านต้องแย่มากแน่ๆ


“งั้นกลับกันเลยดีไหม เนี่ย ใกล้จะมืดแล้ว” เซียวจ้านบอกกลับคนตัวโตกว่า พร้อมกับก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือตอนนี้จะห้าโมงเย็นอยู่แล้วในอีกไม่นาน

“ไม่ดูแล้วหรอ แข่งรถ...”


“ไม่แล้วละ ก็นายไม่สบายนิ จะให้ฉันห่วงดูแข่งรถได้ยังไง”


“ผมไม่เป็นอะไรแล้ว จ้านเกอดูต่อก็ได้” อี้ป๋อเขายังไม่อยากจะกลับในตอนนี้ เขาอยากยื้อเวลาออกไปอีกสักหน่อยเพื่อที่จะได้อยู่กับจ้านเกอนานๆ 

ก็พรุ้งนี้เขาต้องเดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อไปถ่ายรายการ กว่าจะได้กลับมาก็คงอีก 2-3 วัน และเขาก็คงต้องอดเจอหน้าจ้านเกอไปหลายวัน ถ้าถึงตอนนั้นเขาจะต้องรู้สึกคิดถึงคนตรงหน้ามากแน่ๆ


“ก็บอกว่าไม่ไง กลับกันเลยดีกว่า แล้วอีกอย่างฉันก็เริ่มหิวแล้วด้วย..” เซียวจ้านบอกกับคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงออดอ้อน พร้อมกับแววตาที่ดูหม่นหมองลง 

แต่ก็อย่าลืมละว่าเซียวจ้านเขาเป็นนักแสดงนะ สิ่งที่อีกคนเห็นอาจจะไม่ใช่อย่างที่เป็นก็ได้ และใช่! เซียวจ้านเขาโกหก เขาไม่ได้รู้สึกหิวอะไรขนาดนั้น แต่ที่บอกไปแบบนั้นก็เพราะเป็นห่วงอี้ป๋อยังไงละ ถ้าเขาบอกให้กลับกันดีๆ อี้ป๋อก็คงจะดื้อดึงไม่ยอมฟังกันง่ายๆ เลยใช้ไม้นี้น่าจะได้ผลกว่า

และก็เป็นอย่างที่คิด คนตรงหน้ายอมใจอ่อนเชื่อในสิ่งที่เขาพูดจริงๆด้วย

ว่าแล้ว ต้องไม่พลาดแน่ ก็เขาใช้มุกนี้ประจำเวลาที่รู้สึกไม่ได้ดั่งใจ แต่พอใช้ข้ออ้างแบบนี้ มันก็ได้ผลตลอดเลย…. ; )


“โอเค กลับก็ได้...” อี้ป๋อเมื่อได้เห็นใบหน้าออดอ้อนของคนตรงหน้าแล้ว ถึงกลับหัวใจอ่อนหยวบกันเลยทีเดียว คงต้องพาจ้านเกอกลับแล้วจริงๆนั้นแหละ 

เซียวจ้านเมื่อได้ยินคำตอบของคนหน้านิ่ง เขาถึงกลับระบายยิ้มกว้างอย่างพอใจ พร้อมกับเอื้อมมือข้างที่ถนัดไปจับที่มือของอีกคน ก่อนจะออกแรงดึงให้คนที่ยังยืนนิ่งได้เดินตามเขาออกมา เพื่อจะเดินทางกลับ แต่ก็นึกเสียดายที่ภายในสนามขนาดใหญ่ยังแข่งขันกันไม่จบเลย


อี้ป๋อรู้สึกว่าวันนี้เขาดูจะขึ้ตกใจมากกว่าปกติ เพราะตอนนี้เขารู้สึกประหลาดใจกับท่าทางของจ้านเกอที่แสดงต่อเขา และยิ่งตอนนี้จ้านเกอได้จับที่มือของเขา พร้อมกับออกแรงดึงก้าวเดินนำกันออกไปยังนอกสนามแข่งรถเพื่อจะเดินทางกลับในตอนนี้

และนี่ก็ทำให้อี้ป๋อทนทำหน้านิ่งอีกต่อไปไม่ไหวแล้ว ก่อนจะระบายยิ้มกว้างอย่างอบอุ่นหัวใจที่อีกคนคงไม่ได้เห็น พร้อมกับก้มมองไปยังฝามือของเขาสองคนที่กำลังกอบกุมกันอยู่อย่างเหนียวแน่นด้วยน้ำหนักที่ไม่แรงและไม่เบาจนเกินไป แต่ทุกอย่างในตอนนี้มันออกจะพอดีไปซะหมด 


เขาจะไม่ปล่อยมือจากอีกคนออกแน่ๆ จนกว่าเจ้าตัวจะเป็นฝ่ายปล่อยมือของเขาออกก่อนเอง…..


“ป๋อตี้...ฉันขออะไรนายบ้างสิ” เซียวจ้านหันหน้ามามองทางคนด้านหลังที่เดินตามเขาต่อยๆโดยที่มีเขาค่อยจับมือเดินนำอยู่ ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้จึงเอ่ยพูดออกมา


“ว่ามาสิ” อี้ป๋อหยุดเดินพร้อมกับมองใบหน้าสวยหวานที่ไม่แพ้ผู้หญิง ก่อนที่เจ้าตัวจะพูดต่อ


“วันหลัง ถ้ามีการแข่งรถแบบนี้อีกนายช่วยพาฉันมาดูอีกได้ไหม...” เซียวจ้านเขายังนึกเสียดายที่ยังดูการแข่งรถไม่จบ แต่ก็ต้องกลับก่อนเพราะเป็นห่วงหวังอี้ป๋อที่น่าจะไม่ค่อยสบาย

แต่ถ้าหวังอี้ป๋อหายดี แล้วถ้ามีการแข่งรถเกิดขึ้นอีก เจ้าตัวต้องเป็นคนพาเขามาดูด้วย


“ได้สิ ถ้าวันไหนมีแข่งเดี๋ยวจะพามา”


“นายพูดแล้วนะ”


“อืม”


“เย้! งั้นเรากลับกันเลยนะ” พูดออกมาด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นอย่างดีอกดีใจ


“กลับสิ” อี้ป๋อเองก็ยิ้มอย่างดีใจไม่แพ้จ้านเกอเหมือนกัน


สนทนากันของพวกเขาจบลง ทั้งคู่ก็ก้าวเดินพร้อมกับมือของเขาทั้งสองยังผสานกันอยู่ โดยไม่มีใครปล่อยมือของใครออกเลย 

เมื่อเดินไปถึงรถคันหรูที่จอดอยู่ ทั้งคู่ก็หยุดยืนหันหน้ามองกันอย่างอ้ำอึ้งก่อนจะมีใครบางคนเอ่ยปากพูดขึ้นก่อน


“เออ คือจะปล่อยมือแล้วนะ” เซียวจ้านพูดกับคนตรงหน้าพร้อมกับก้มมองไปยังมือที่ยังกอดกุมกันไม่วาง


“ปล่อยสิ..” ปากบอกว่าให้ปล่อยแต่ก็ยังออกแรงดึงมือของอีกคนเอาไว้แน่น


“นาย...ก็ปล่อยสิ”


“....” ทั้งคู่ยืนนิ่งสบตากันชั่วครู่


“พี่จับมือผมก่อน พี่ก็ต้องเป็นคนปล่อยมันเอง” อี้ป๋อบอกกับคนตรงหน้าพร้อมกับยิ้มบางๆ และเป็นรอยยิ้มที่ดูอ่อนโยนที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อนเลย


“ก็ ตอนนั้น...” เซียวจ้านเขากำลังกระวนกระวายกับตัวเองก่อนจะเอ่ยต่อ “คนมันเยอะไง แล้วถ้าฉันไม่จับมือนายเดินออกมา มีหวังหลงกันพอดี แถมนายยังไม่สบายด้วยนะ เป็นลมขึ้นมาฉันจะทำยังไง” 

เซียวจ้านเอ่ยออกมาซะยาวเยียดด้วยความกังวล ก็เขาคิดแบบนั้นจริงๆ ถึงจะรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ก็เถอะ แล้วอี้ป๋อจะเชื่อที่เขาพูดไหมเนี่ย


“อ่อ...พี่ห่วงผม?” อี้ป๋อตอบกลับคนตรงหน้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้มที่ดูไม่น่าไว้ใจเอาซะเลย


หวังอี้ป๋อร้าย!!


“ป่าว สักหน่อย”


“งั้นหรอ..”


“อืม...แล้วปล่อยมือได้แล้ว”


“โอเค จ้านเกอปล่อยก่อนสิ”


“อะไร แล้วทำไมนายไม่ปล่อยก่อนละ”


“ไม่..ผมให้จ้านเกอปล่อยก่อน~”


เซียวจ้านถึงกลับถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย ก็แค่ปล่อยมือกัน มันยากนักรึไง


“เอางี้ ปล่อยพร้อมกัน โอเค๊..” เมื่อคิดว่าคงไม่มีใครยอมคลายมือก่อน งั้นก็ปล่อยพร้อมกันเลย


อี้ป๋อยกยิ้มมุมปากอย่างนึกเอ็นดูคนตรงหน้า ก่อนที่เขาจะเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงดูที่จริงจังและไม่ได้คิดจะพูดเล่นกับคนตรงหน้าเลย


“รอบนี้จะยอมปล่อยไปก่อน แต่ครั้งหน้าจะไม่ปล่อยแล้วนะ จ้านเกอ...”




\\\\\\\\




ภายในรถตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง หวังอี้ป๋อกำลังขับไปส่งเซียวจ้านที่คอนโด ที่ไม่ได้ห่างจากสนามแข่งมากนัก ดูจากเวลาก็จะหกโมงเย็นอยู่แล้ว ทำให้การสันจรบนถนนติดขัดไม่น้อย


“รถเยอะ..” เซียวจ้านเอ่ยพูดด้วยความรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย ขึ้นรถมาตั้งนานยังไปไม่ถึงไหนเลย


“ทนหน่อย...”


“อืม..”  


อี้ป๋อหันมองไปทางคนร่างบางที่ทำหน้ายู้ มองไปทางหน้าต่าง เขานึกเอ็นดู ใจนึงก็อยากให้รถบนถนนติดไปนานๆเลย เขายังไม่อยากให้จ้านเกอถึงคอนโดในตอนนี้เลย


“จ้านเกอ..” อี้ป๋อเอ่ยเรียกคนข้างกายด้วยน้ำเสียงแหบพล่า


“อือ ว่าไง”


“พรุ้งนี้ผมต้องไปต่างจังหวัดหลายวัน..” อี้ป๋อพูดพร้อมกับหันหน้ามาสบตาจ้านเกอไปด้วย ก่อนจะเอ่ยต่อ 

“ผมคงอดที่จะเจอจ้านเกอ...” ว่าจบก็ถอนหายใจออกมาอย่างนึกเสียดาย

“งั้นหรอ...ตามจริงฉันก็มีงานเหมือนกัน~” เซียวจ้านพูดตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “คงไม่เจอกันหลายวัยเลยเน๊อะ” พูดจบก็ยิ้มกว้างให้คนที่กำลังนั่งทำหน้านิ่งเฉย ก่อนอีกฝ่ายจะยิ้มบางๆตอบกลับมาเท่านั้น แล้วก็กลับใบตีหน้านิ่งเหมือนเดิม 


เซียวจ้านคิดว่า หวังอี้ป๋อเป็นอะไรของเขา แค่จะไปทำงานต่างจังหวัดไม่กี่วัน ทำไมถึงได้ทำหน้าเศร้าอย่างกับจะไปแล้วจะไม่ได้กลับมาอย่างงั้นละ


“อืม….” อี้ป๋อคิดว่าเขาควรจะพูดอะไรมากกว่านี้ไหม แต่ก็กลัวอีกคนจะไม่คิดแบบเดียวกันนี่สิ


“ไปกี่วันหรอ..”


“น่าจะ 3 วันนะ”


“3 วัน งั้นหรอ ก็ไม่นานนิ นายจะทำหน้าเศร้าทำไม รึไม่อยากไป?”


“ไม่ใช่ไม่อยากไป...แค่กลัวจะคิด~”


“คิด คิดอะไร?”

“คิดถึงคนตรงหน้า...”


“เออ..” เมื่อได้ยินคำตอบของคนตรงหน้า ทำเอาเซียวจ้านทำตัวไม่ถูกกันเลยทีเดียว “พูดอะไรแบบนั้น จะ จะคิดถึงฉันทำไม..” เอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา โดยไม่ได้มองใบยังใบหน้าหล่อเหลาของคนตรงหน้าเลย 

เซียวจ้นายกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปกปิดแก้มสองข้างของเขา ที่ตอนนี้รู้สึกว่าจะร้อนผิดปกติ นี่เขากำลังเขินหรอกหรอ 


“หน้าแดง….” อี้ป๋อพูดพร้อมกับมองมายังเสี้ยวหน้าของคนอายุมากกว่า ก่อนจะยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เมื่อเห็นอีกคนทำตัวไม่ถูกกับคำพูดของเขา

“ปะ ป่าวสักหน่อย นายตาฝาดแล๊ว” ว่าจบก็สะบัดหน้าหนีไปอีกทางโดยไม่ให้อีกคนได้เห็น น่าอายซะมัดเลย


“ป่าว ก็หันหน้ามาดูหน่อยสิ” อี้ป๋อพูดแซวพร้อมกับกลั้นขำกับท่าทางของเซียวจ้าน อะไรพูดแค่นี้ก็เขินแล้ว


“ไม่! ขับรถไปเลย” พูดตอบด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว อี้ป๋อจะได้เห็นใบหน้าเขาไม่ได้  หึย! แค่นี้ก็ทำตัวไม่ถูกแล้วนะ อยากถึงคอนโดเร็วๆจังเลยยยอะ


อี้ป๋อไม่ได้ว่าอะไรต่อ ทำเพียงขับรถไปเงียบๆ แต่ก็นึกเอ็นดูอีกคนไม่น้อย ยิ่งงอลเก่งเท่าไหร่ ความน่ารักก็เพิ่มขึ้นมากเท่านั้น จ้านเกอเขาจะรู้ตัวบ้างไหมนะ


“อ่าาา ว่าไงมีมี่” เซียวจ้านหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมา แล้วกดรับสายทันทีโดยไม่รอช้า 

[อยู่ไหนแล้วจ้าน เราไปหาที่ห้องไม่เจอเลย...]


“กำลังกลับแล้วล่ะ แต่รถติดมากเลย” เซียวจ้านได้ไลน์ไปบอกมีมี่ตั้งแต่ตอนกลับจากห้างแล้วละ ว่าเขาเจอกลับหวังอี้ป๋อที่ร้าน แล้วอีกคนเลยเสนอจะมาส่งที่คอนโด และมีมี่ก็ไม่ได้ว่าอะไรที่เขากลับมากับหวังอี้ป๋อ


[ใครมาส่ง หวังอี้ป๋อหรอ?] 


“ช่ายยย ” ตอบคนในสายพร้อมกับหันมองไปยังคนที่ถูกกล่าวถึง ก่อนจะยิ้มบางๆออกมา ก่อนจะให้ความสนใจกับคนในสายต่อ


[ช่วงนี้เจอกันบ่อยจังนะ มีอะไรที่เราไม่รู้รึป่าวจ้าน] มีมี่แอบสงสัยสองคนนี้เหมือนช่วงนี้ดูจะเจอกันบ่อยเหลือเกิน รู้สึกว่าจะมีอะไรแปลกๆแล้วละ


“ถามอะไรอย่างงั้น ไม่มีหรอก เออ..แค่นี้ก่อนนะมีมี่ ถึงแล้วเราจะโทรหา บาย~” เซียวจ้านรีบตัดบทสนทนาและกดวางสายของมีมี่ทันที โดยไม่ให้อีกคนได้พูดหรือถามอะไรต่อ ใครจะพูดเรื่องของคนอื่น ทั้งที่คนที่พูดถึงนั่งอยู่ข้างๆอย่างงี้กันเล้า บ้ารึไง..


“วางแล้วหรอ?” 


“อืม” 


“ดูห่วงกันดีนะ”


“มีมี่ก็เป็นอย่างงี้แหละ ชอบห่วงกันไปเรื่อย”


“ก็ดูน่าห่วงอยู่นะ” อี้ป๋อว่า พร้อมกับยกยิ้มมุมปากด้วยความพอใจ จะว่าไปจ้านเกอก็น่าห่วงจริงๆนั้นแหละ ขนาดเขาเองยังนึกเป็นห่วงเลย ทั้งๆที่ไม่ค่อยมีอะไรให้ห่วงเท่าไหร่ แต่ก็อดที่จะห่วงไม่ได้ ยิ่งถ้ารู้ว่าจ้านเกอไปทำงานที่ไหน แล้วไม่ได้อยู่ในสายตาของเขา เขาก็อดคิดเรื่องของอีกคนไม่ได้อยู่ดี


“ห่วงอะไรกัน ฉันโตแล้วไหม ทำไมต้องห่วงอย่างกับฉันเป็นเด็กอยู่ได้” ว่าจบก็ทำหน้างอ เขาไม่เข้าใจเลยทำไมทุกคนรอบกายถึงชอบเป็นห่วงเขากันหนัก ทั้งๆเขาก็อายุไม่น้อยแล้วไหม แล้วเขาก็เป็นผู้ชายแมนๆด้วยนะ จะห่วงกันทำไมให้มาก ไม่เข้าใจเลย


อี้ป๋อกลั้นขำก่อนจะหันหนเามองไปยังเส้นทางตรงหน้า ไม่นานนักก็ถึงคนโดของจ้านเกอจนได้ เขาแอบนึกเสียดายที่มส่งจ้านเกอถึงคอนโดเร็วไปหน่อย ก็ยังไม่อยากจะห่างไปไหนเลยยังไงละ


“จ้านเกอ..ถึงแล้ว” อี้ป๋อเอ่ยบอกอีกคนที่ยังนั่งหน้างอไม่หายตั้งแต่คุยกันจบประโยคในตอนนั้น


“อืม..ขอบใจน้า ป๋อตี้~” ว่าจบก็พยายามจะปลดสายเข็มขัดนิรภัย ก่อนจะเปิดประตูรถ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อมีใครบางคนเรียกรั้งให้อยู่ก่อน


“เดี๋ยวสิ” อี้ป๋อเอ่ยรั้งอีกคนเอาไว้ เขาแค่รู้สึกใจหายแปลกๆ ที่จะต้องแยกกับจ้านเกอเท่านั้นเอง


“หึ..ทำไมหรอ” เซียวจ้านหันหน้ามองมายังคนตัวโตกว่า ก่อนเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ


“นั่งคุยกันก่อนได้ไหม?” ยังไม่จากกันเลย ก็พรุ้งนี้ต้องบินไปต่างจังหวัดหลายวันแล้วไง และนั้นก็จะทำให้เขาไม่ได้เจอกับจ้านเกอหลายวันเลยยังไงละ


“นั่งคุย ในรถ?” เซียวจ้านคิดว่าหวังอี้ป๋อเขาเป็นอะไรของเขานะ หลังมานี้ชอบทำอะไรแปลกๆ ไหนจะชอบพูดจากับเขาแปลกๆด้วย 


“อืม ในรถ 5 นาที..” ถึงจะไม่มีอะไรจะคุยด้วย ขอแค่ได้นั่งมองอีกคนเฉยๆเขาก็พอใจมากแล้ว


“โอเค...แล้วจะคุยเรื่องอะไรกันดีละ” เซียวจ้านเอ่ยถามอี้ป๋อด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มบางๆ แค่ 5 นาที เขาอยู่คุยด้วยได้อยู่แล้ว ไหนๆก็มาส่งถึงคอนโดแล้วนิ


“ไม่รู้...”


“อ้าว..แล้วยังไงดี มองหน้ากันเฉยๆก็ได้นะ” เซียวจ้านว่าอย่างนึกตลก อะไรของหวังอี้ป๋อบอกให้อยู่คุยด้วย แต่พออยู่ด้วยกับนึกเรื่องจะคุยไม่ออกซะงั้น อะไรของหวังอี้ป๋อเนี่ย..


“งั้น...ขอมองหน้าเฉยๆ ตั้งแต่ตอนนี้เลยแล้วกัน” 


“บ้ารึไง ฉันแค่หล้อเล่นไหมละ” เซียวจ้านเอ่ยท้วงคนตรงหน้าที่แสดงสีหน้าเอาจริงเอาจังกับคำพูดของตัวเองเมื่อครู เขาแค่พูดหยอกเล่นไหม ทำไมต้องเอามาคิดจริงจัง ใครจะนั่งมองหน้ากันเฉยๆได้ตั้งเกือบ 5 นาที แค่นาทีเดียวเขาก็ไม่รอดแล้วววว


“แต่ผมคิดจริงเลยนะ..” อี้ป๋ฮพูดพร้อมกับกลั้นขำกับท่าทางของคนตรงหน้า รู้สึกว่าจะเขินเก่งเหมือนกันนะจ้านเกอ 


“ฮึย! งั้นฉันขึ้นห้องก่อนนะ” เซียวจ้านบอกกับคนขี้แกร้งด้วยอารมณ์หงุดหงิด ในเมื่อขี้แกร้งนักก็อยู่คนเดียวไปเลย เขาจะขึ้นห้องแล้ว คนอะไรแกร้งกันเก่งซะมัด


“เขินแล้วชอบหนี...”


“ใครเขิน ไม่มี๊ นายอย่าพูดมั่วๆนะ ฉันแค่อยากขึ้นไปพักแล้วไง นี่ นายก็ต้องรีบกลับไปพักเหมือนกันนะ แล้วยังรู้สึกเพลียๆอยู่ไหม?” เซียวจ้านเขาพึ่งนึกได้ว่าหวังอี้ป๋อไม่สบายอยู่นี่น้า แล้วจะขับรถกลับไหวไหมละเนี่ย


“เปลี่ยนเรื่องเก่งด้วย...”อี้ป๋อพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่อีกคนคงไม่ได้ยิน ก่อนจะพูดต่อ “หายดีแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงผมนะ พี่ขึ้นไปพักเถอะ” ว่าจบก็ยิ้มอย่างอ่อนโยนให้คนตรงหน้าอีกครั้ง


เซียวจ้านกระพริบตาปริบๆเมื่อเห็นรอยยิ้มของหวังอี้ป๋อที่มอบให้กับเขา ไม่แปลกใจเลยที่จะได้ฉายาหล่อเหลาราวกับเทพบุตร เฮ้ออออ นึกอิจฉาเล็กๆ แต่เขาก็หล่อเหมือนกันนิ จะอิจฉาทำไม..


“จ้านเกอ...เป็นอะไร” อี้ป๋อเห็นจ้านเกอยืนนิ่งได้สักพักเลยเอ่ยถามอย่างแปลกใจ


“อ่อ ป่าวๆ เออฉันจะไปแล้วนะ นายก็ขับรถดีๆก็แล้วกัน” เซียวจ้านบอกกับอี้ป๋ออีกครั้งก่อนจะเปิดประและก้าวลงจากรถคันหรู

หวังอี้ป๋อหันมองแผ่นหลังบอบบางของคนที่กำลังลงจากรถของเขาไป รู้สึกใจหายเหมือนกันแฮะ ที่จะได้ขับรถกลับคนเดียว


“จ้านเกอ...ถึงแล้วเดี๋ยวโทรหา” ไม่หวังจะให้จ้านเกอโทรหาก่อนหรอกนะ เพราะคงจะรอไม่ไหว แต่ถ้าเขากลับถึงคอนโดเมื่อไหร่จะรีบโทรหาอีกคนเอง


“อืม ได้สิ” ว่าจบก็ยิ้มกว้างให้กับคนที่นั่งอยู่ในรถอีกครั้ง ก่อนจะบอกลากันอีกรอบ 

“ฉันไปแล้วนะ ถึงแล้วก็โทรหาก็แล้วกัน ฉันคงจะสบายใจกว่านี้ถ้ารู้ว่านายกลับถึงคอนโดแล้ว...”


อี้ป๋อเมื่อได้ยินคำพูดของอีกคนเขาก็ไม่อยากไปจากตรงนี้เลย ถ้าสามารถขอค้างที่นี่กับจ้านเกอได้เขาคงขอไปแล้ว รึว่าจะย้ายมาอยู่คอนโดเดียวกับจ้านเกอเลยดีไหม ก็เขาจะได้เจอกับจ้านเกอทุกวันยังไงละ


“แล้วผมจะโทรหา ผมไม่ปล่อยให้พี่รอผมนานหรอกจ้านเกอ….”


บอกกับคนที่ยืนอยู่หน้าคอนโดจบ หวังอี้ป๋อก็ติดเครื่องยนต์ขับรถคันหรูเคลื่อนออกไปช้าๆ โดยที่มีอีกคนยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม เมื่อได้ยินประโยคส่งท้ายเมื่อครู่ของหวังอี้ป๋อจบลง


ใครบอกว่าฉันจะรอนายกันเล้า! หวังอี้ป๋อ~









TBC>>>>>>>>







อยากจะบอกว่า เราพบคนซึนเก่ง 1 อัตรา 55555


เย้!!! ครบแล้วววดีจายยยยย

หวังว่าคงให้รอไม่นานนะ





"กำลังใจดี อัพถี่อัพไวน้าาา"

อย่าลืมเม้นให้กำลังใจ หรือติชมได้นะ จะตอบทุกคอมเม้นเลย

#คนนี้ของผมป๋อจ้าน





**ถ้าคำผิดเยอะขอโทษด้วย แล้วจะรีบมาแก้ให้น้าาา**





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 97 ครั้ง

83 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 01:35

    ป๋อจ้านน่ารัก เขินแทน
    #69
    6
  2. #66 pkk1436 (@pkk1436) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 18:34
    จับแล้วไม่ปล่อยง่ายๆหรอก เนอะป๋อเนอะ ^^ // เรารอยุนะไรท์ อิอิ
    #66
    1
    • #66-1 Rain in the sun (@Fonprisana) (จากตอนที่ 15)
      8 พฤศจิกายน 2562 / 19:04
      ใครจะยอมปล่อยละ

      จริงไหมมม

      รอก่อนนะ
      กำลังปั่นอยู่จ้าา
      #66-1
  3. #65 Auy_yibo (@Auy_yibo) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 11:42
    มาอัฟบ่อยๆคนอ่านใจจะขาดยุแล้วๆๆๆ
    #65
    1
    • #65-1 Rain in the sun (@Fonprisana) (จากตอนที่ 15)
      8 พฤศจิกายน 2562 / 13:16
      จ้าาาา ปั่นต่อเลยยยยย
      #65-1