คนนี้ของผม"Single-minded"[#ป๋อจ้าน]

ตอนที่ 13 : ทั้งสนุกและมีความสุข [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,215
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 99 ครั้ง
    7 พ.ย. 62

         




    "Both fun and happiness"


                                               



        ชายหนุ่มรูปร่างดีไม่แพ้หน้าตา กำลังเคลื่อนไหวร่างกายไปมาภายในห้องนอนอย่างเร่งรีบ เขาจะออกไปข้างนอก ก็เขาได้บอกอีกคนว่าจะไปเจอกันในที่หมายในอีกไม่นานนี้ 

       อี้ป๋อกำลังคิดว่าเขาจะออกไปพบเซียวจ้านยังไง เพื่อไม่เป็นเป้าสายตาของคนที่พบเห็น การเป็นคนดัง มันทำให้เขาทำตัวลำบากไม่น้อยเวลาที่จะต้องออกไปข้างนอก หรืออยากออกไปใช้ชีวิตส่วนตัวอย่างคนทั่วไปได้

        แต่จะว่าไปมันก็พอจะมีวิธีที่จะทำให้เป็นจุดสนใจที่น้อยลง ก็คือการแต่งกายไม่ให้เป็นที่โดดเด่น รวมไปถึงการปกปิดใบหน้าเท่าที่จำเป็น แต่ก็ใช่ว่าเราจะสามารถพ้นสายตาของผู้คนที่เขาให้ความสนใจในตัวเราได้ แต่ยังไงก็ดีกว่าจะเดินออกไปอย่างเปิดเผยแบบนั้น เพราะคงจะยากที่เราจะทำอะไรได้คล่องตัว


“จะออกไปไหน?” เสียงเอ่ยทักของใครอีกคนที่ยังอยู่ในห้องของเขา


“ข้างนอก” เขาตอบกลับอีกคนสั้นๆ พร้อมกับมือที่ขวานหากุญแจรถ รวมไปถึงกระเป๋าสตางค์สีดำสนิท


“ไปแบบนี้?” อีกคนทำหน้าแปลกใจ แฝงด้วยความไม่พอใจอยู่บ้าง แต่เขากลับทำหน้านิ่งไม่สนใจคนตรงหน้าเลย


“ทำไม” เขาถามกลับด้วยใบหน้านิ่งเฉย พร้อมกับขมวดคิ้วเข้มอย่างเคืองใจ 


“นายก็รู้ว่าออกไปข้างนอกแบบนี้คนเดียวไม่ได้”


        คนฟังได้ยินคนตรงหน้าพูดบอกแบบนั้นถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย “จะให้ขนกันไปหมดเลยดีไหม ถ้าคุณต้องการ” อี้ป๋อถามคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงเย็นชาไร้อารมณ์ ฉายแววตาดุดันบอกถึงความไม่พอใจ


          “ฉันไม่ได้จะห้ามเธอ แต่ถ้าจะออกไปในสภาพแบบนี้” เธอว่าแล้วหยุดเว้นวรรคหายใจก่อนจะพูดต่อ “ก็อย่าก่อเรื่องให้วุ่นวายก็แล้วกัน” ว่าจบเธอก็ก้าวเดินออกไปจากคอนโดของอี้ป๋อทันที 


         อี้ป๋อคิดว่าเขาอาจจะเอาแต่ใจมากเกินไปในบางครั้ง แต่เขาก็ต้องการความเป็นส่วนตัวให้ตัวเองบ้าง ไม่ใช่จะก้มหน้าก้มตาทำตามหน้าที่จนไม่มีแม้เวลาที่จะออกไปหาความสงบสุขให้ตัวเองเลย 


         ยืนคิดอะไรไม่ได้นาน คนร่างสูงโปร่งก็นึกได้ว่าเขานัดอีกคนเจอกันที่ห้าง ร่างสูงรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากห้อง พอลงจากลิฟท์ได้ก็รีบสาวเท้าตรงไปหารถเบนต์คันหรูสีดำที่จอดอยู่ไม่ไกลจากหน้าคอนโดมากนัก ขึ้นรถมาได้ก็รีบสตาร์ทรถเหยียบคันเร่งออกไปอย่างไม่เห็นฝุ่น ขอเพียงว่าไม่ให้ถนนข้างหน้ามีรถสัญจรไปมาอย่างติดขัด เพราะไม่อย่างงั้นเขาอาจจะไปไม่ทันที่จะเจอกับอีกคนก็ได้



        ใช้เวลาไม่ถึง 30 นาทีรถเบนต์คันหรูก็จอดเทียบใต้ตึกขนาดใหญ่ ดับเครื่องยนต์ทันทีเมื่อจอดสนิทก้าวลงจากรถโดยที่จะไม่ลืมหยิบเอาหมวกแก็ปสีดำยี้ห้อดังสวมใส่ศีรษะออกมาด้วย จากนั้นก็รีบสาวท้าวยาวๆเข้าไปภายในห้างขนาดใหญ่ ที่เขาเองแทบจะไม่เคยได้มาเดินซื้อของที่นี่เลย


         ยืนรอใครอีกคนทางด้านหน้าร้านขายอุปกรณ์ต่างๆที่มีเกี่ยวกับการวาดรูประบายสี อยู่ประมาณชั้นสามของห้าง ตอนแรกว่าจะรอที่ประตูทางเข้าภายในห้าง แต่เขาลืมคิดไปว่าห้างใหญ่โตขนาดนี้ย่อมมีทางเข้าหลายทาง


และทางเดียวที่เขาจะเจออีกคนได้แน่ๆ ก็คงต้องเป็นร้านขายอุปกรณ์ที่ว่านี้ 


        อี้ป๋อเดินไปเดินมาภายในร้านได้ชั่วครู่ก็ต้องเดินกลับมารอที่หน้าร้านดั่งเดิม เวลาค่อยๆเดินไปตามเข็มนาฬิกา ทำไมยังไม่มาสักที คำพูดนั้นแว๊ปเข้ามาในความคิดของเขา 


       และเขาก็ ไม่ได้รอนานไปกว่านี้ สายตาของชายหนุ่มได้ทอดมองไปยังเบื้องหน้า ที่กำลังเห็นใครบางคนที่อยู่ในชุดสบาย สวมเสื้อยืดสีขาวแขนยาวที่พับแขนเสื้อขึ้นมาพอให้หยิบจับอะไรได้ถนัดมือขึ้น บวกกับกางเกงสีครีมสะอาดตา ไหนจะใบหน้าที่เติมแต้มไปด้วยรอยยิ้มเสมอนั้นอีก 


        หวังอี้ป๋อเมื่อเห็นใครบางคนที่เขากำลังเฝ้ารอ ได้เดินตรงมาทางร้านที่เขาได้มารออยู่ก่อนแล้ว เขาตัดสินใจเดินหลบหายเข้าไปภายในร้านอีกครั้ง เพื่อไม่ให้คนที่เดินตรงมาทางนี้ได้เจอกับเขา 


        ความคิดอยากจะกลั่นแกล้งให้อีกคนโมโหเล่นๆ แล่นผ่านเข้ามาในความคิด เขาอยากจะแกล้งจ้านเกอให้เผยใบหน้าบึ้งตึงที่น่าเอ็นดูนั้นออกมา ยังไงวันนี้ก็ว่างทั้งวันแล้ว ขออยู่สนุกๆอย่างมีความสุขกับจ้านเกออีกหนึ่งก็แล้วกัน.....


          ยิ่งอีกคนก้าวเท้าเข้ามาใกล้เท่าไหร่ เสียงของหัวใจของคนที่เฝ้ามองอยู่ก็ยิ่งเต้นแรงขึ้นเท่านั้น ทั้งที่เขาและอีกคนเพิ่งจะจากกันในตอนสายของวันนี้เอง แต่ใครจะรู้ว่า ช่วงบ่ายของวันนี้จะได้เจอกันอีก 


รู้สึกว่าจะเจอกันบ่อยเกินไปแล้ว... 


แบบนี้จะเรียกว่า มีแรงดึงดูดต่อกันได้ไหมนะ


         ทั้งที่เราทั้งคู่ก็ไม่ได้มีอะไรพอที่จะเข้ากันได้เลย แต่ทำไมถึงได้รู้สึกว่าคนคนนี้ถึงได้มีอิทธิพลต่อหัวใจได้มากเพียงนี้


        และทั้งที่ผ่านมาก็ใช่ว่าจะไม่เคยมีใครผ่านมาทำให้หวั่นไหว แต่ความรู้สึกแบบนี้กับเกิดขึ้นเฉพาะกับคนคนเดียว มันน่าแปลก แต่จะไม่พยายามหาเหตุผล เพราะสักวันเหตุผลนั้นจะปรากฎขึ้นมาเอง


เช่นตอนนี้ ที่ใครคนหนึ่งจะเป็นข้อยกเว้นสำหรับทุกอย่างของเราได้


แล้วเขาคนนั้นจะสามารถเป็นความสุขและรอยยิ้มของเราได้จริงๆ


          มัวแต่เสียเวลาคิดกับตัวเองอยู่นาน จนตอนนี้จ้านเกอได้เดินเข้ามาภายในร้านที่ว่าแล้ว อี้ป๋อเมื่อเห็นจ้านเกอเข้ามาแล้วเขาร็รีบทำเนียนเดินดูของไปเรื่อยพร้อมกับชำเลืองมาทางจ้านเกออยู่เป็นระยะ เขายังรอจังหวะที่จะเข้าไปหาอีกคนอย่างเนียนๆ โดยให้อีกคนไม่ได้รูตัว 


รู้สึกว่าตัวเองเป็นไอ้โรคจิตขึ้นมาเลย


           เซียวจ้านเขากำลังให้ความสนใจกับกล่องสีตรงหน้า โดยไม่ได้ทันรู้ตัวว่ามีใครแอบเดินตามเขาไม่ห่าง แต่ก็บางจังหวะที่แอบรู้สึกว่าถูกจับจ้อง พอมองกลับไปกลับไม่เจอกับใครเลย เขาอาจจะคิดมากไปเอง


          เดินเลือกดูของไปเรื่อยๆโดยไม่ได้มีความเร่งรีบ เขาเลือกของอย่างใจเย็น วันนี้ยังไงก็ไม่ได้มีงานต่อแล้ว ขอเสียเวลากับสิ่งที่รักสักวันคงไม่เสียหายอะไร 


         เซียวจ้านเขาไปสะดุดตากับกล่องสีกล่องหนึ่งน่าจะเป็นสีตัวใหม่ เพราะเขาจำได้ว่ามารอบที่แล้วยังไม่มีมาเลย แปลว่าของพึ่งเข้ามาแน่ๆ 


“อ๊ะ!!” 


        เป็นจังหวะที่เขาจะเอื้อมมือไปหยิบกล่องสีที่หมายตาเอาไว้แล้วมาดู แต่ในจังหวะนั้นดันมีใครก็ไม่รู้มาจากไหนเดินตัดหน้าเขาพร้อมกับหยิบกล่องสีนั้นไปต่อหน้าต่อเลย 


เซียวจ้านยังยืนนิ่งมองอีกคนที่ทำตัวเสียมารยาท เขายังไม่เข้าใจอะไรคือเดินมาตัดหน้าแล้วหยิบไปแบบนี้ 


เมื่อเริ่มได้สติ เขาก็รีบสาวเท้าเดินตามใครคนนั้นไปทันที


          “นี่คุณ! คุณครับ” เซียวจ้านพยายามเอ่ยเรียกอีกคน แต่ก็ไม่ได้สนใจที่จะหันมาคุยกันเลย “คุณ! หยุดก่อนได้ไหม” เซียวจ้านร้องเรียกอีกคนด้วยเสียงที่ดูขุ่นขึ้นมาบ้างแล้ว


          “....” คนที่ถูกเรียกหยุดเดินแล้วหันกลับมามองคนด้านหลังอย่างแปลกใจ


          “คะ คือ สีในมือคุณ….” เซียวจ้านว่าอย่างตะกุกตะกัก จะดูเสียมารยาทมากไหมที่เขาอยากจะได้สีในมือของอีก


           “....” คนร่างสูงโปร่งยังยืนนิ่งและรอให้คนตรงหน้าที่กำลังแสดงสีหน้าตระหนก เห็นแล้วอดหมันเขี้ยวไม่ได้ เขารอให้คนตรงหน้าพูดต่อ


          “สีกล่องนั้น...คือฉันขอได้ไหม” เซียวจ้านว่าด้วยใบหน้าเหยเก เขาไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำหน้ายังไงแต่สีกล่องนั้นมันเหลือกล่องสุดท้ายแล้ว แล้วเขาก็อยากจะได้มัน….


         คนที่กำลังตั้งใจฟังว่าคนตรงหน้าจะพูดอะไรกับเขา แต่พอได้ยินอีกคนพูดในสิ่งที่ต้องการออกมา เขาเองก็อดที่จะยิ้มออกมาภายใต้ผ้าปิดจมูกฝืนใหญ่ไม่ได้ 


แล้วอย่างนี้จะใจร้ายต่อไปได้ยังไง


“อยากได้...งั้นหรอ ” เขาถามกลับคนตรงหน้าที่ฉายแววตาน่าเอ็นดูออกมาอย่างไม่ปิดบัง 


“อือ...ใช่” เซียวจ้านตอบกลับคนร่างสูงด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา รู้สึกอายกับสิ่งที่ทำออกมานิดๆแล้วละ


“ถ้า...ไม่ให้ละ” คนร่างสูงถามกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ จนคนที่ได้ยินรู้สึกใจไม่ดี 


“เออ ถ้าคุณไม่ให้ก็...ไม่เป็นไร” เซียวจ้านตอบกลับอีกคนด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เขาแอบเสียดาย อันที่จริงก็อยากจะได้มากๆ เพราะมันเหลือกล่องเดียวแล้ว ถ้าจะรอของเข้าอีกทีก็คงนานแน่เลย


       คนที่กำลังมองใบหน้าที่เริ่มบิดเบี้ยวของคนตรงหน้าแล้วก็นึกเอ็นดู เผลอยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้ภายใต้ผ้าปิดจมูกอีกครั้ง โดยที่คนตรงหน้าก็ไม่มีทางได้เห็น


รู้สึกว่าวันนี้ยิ้มบ่อยเกินไปแล้ว...หวังอี้ป๋อ


“งั้น...เอางี้ดีไหม” 


“ยังไงหรอ?” เซียวจ้านเอียงคอถามกลับคนตัวโตกว่าอย่างสงสัย


          คนที่กำลังมองมายังคนตรงหน้าที่กำลังแสดงท่าทางเหมือนอยากรู้อยากเห็นแบบนี้ก็นึกอยากจะจับมาฟัดซะให้เข็ด ทำไมชอบถึงทำหน้าอ้อนน่าฟัดได้ขนาดนี้กันนะ จ้านเกอ


“ถ้า...ผมให้สีนี้กับคุณ” คนตัวโตว่าอย่างยกยิ้มมุมปาก 


“.....” เซียวจ้านไม่ได้ตอบโดยทันที เขาเงียบพร้อมกับเก็บอาการดีใจเอาไว้ไม่ให้อีกคนได้เห็น


“จะขอให้...จ้านเกอ”


“!!” เมื่อได้ยินสรรพนามที่อีกใช้เรียกเขา ก็ถึงกลับทำตาโตแสดงสีหน้าออกมาอย่างตกใจ 


ช่วยสอน ป๋อตี้วาดรูปบ้างได้ไหม?” 


         เมื่อพูดจบหวังอี้ป๋อก็ดึงผ้าที่ปิดจมูกออกพร้อมกับยกยิ้มอย่างถูกใจให้คนตรงหน้า ที่กำลังทำตาโตด้วยความตกใจ


            “หวังอี้ป๋อ!!” เซียวจ้านตะโกนเรียกชื่อคนตรงหน้าอย่างลืมตัว “นี่! นาย นายแกล้งฉันอีกแล้วหรอ” เซียวจ้านว่าคนตรงหน้าด้วยใบหน้าบึ้งตึง แกล้งกันอีกแล้ว วันนี้เขาโดนอี้ป๋อแกล้งไปกี่ครั้งแล้วไม่อยากจะนับเลย


“ก็น่าแกล้ง” อี้ป๋อตอบกลับคนตรงหน้าด้วยใบหน้ายิ้มทะเล้นปนขำ


            “แล้วนายมาตั้งแต่ตอนไหน” เซียวจ้านเอ่ยถามคนตรงหน้าอีกครั้ง ด้วยอารมณ์ที่เริ่มจะพุ้งปรี๊ดขึ้นมาบางแล้ว


“ก็มาก่อนจ้านเกอนะ” อี้ป๋อตอบกลับคนตรงหน้าด้วยใบหน้าที่ยิ้มกว้างอย่างพอใจ


อี้ป๋อคิดว่าเขาได้เห็นใบหน้าบึ้งตึงของจ้านเกออีกแล้ว


จ้านเกอ...จะรู้ตัวบ้างไหมตัวเองทำตัวให้น่าฟัดขนาดไหน


            “ไม่ต้องมาพูดดี ฉันจะโกรธนายจริงๆก็คราวนี้แหละ ” เซียวจ้านขมวดคิ้วเข้มมองคนตรงอย่างเอาเรื่อง เขาเริ่มจะโกรธขึ้นมาจริงๆแล้วละ แกล้งอำกันเก่งเกินไปแล้ว


           “จ้านเกอ….” อี้ป๋อร้องเรียกจ้านเกอ ที่กำลังหันหลังแล้วเดินหนีโดยไม่ได้สนใจคนที่กำลังเอ่ยเรียกบ้างเลย


          “ไม่ต้องมาเรียก นายกลับไปได้แล้ว”เซียวจ้านว่าอย่างอารมณ์เสีย ไม่เข้าอี้ป๋อเลยจริงๆ ทำไมถึงได้ดื้อดันขนาดนี้ 


         “ไหนรับปากว่าจะช่วยสอนวาดรูปไง” อี้ป๋อหยุดเดินพร้อมกับพูดกับคนตรงหน้าที่ยังตีหน้าบึ้งไปหาย


         “ยังไม่ได้รับปาก นายอย่ามาพูดมั่วๆ” เซียวจ้านว่ากลับคนตรงหน้าด้วยปากเล็กที่หยู้ขึ้นมา จนคนที่เห็นนึกอยากจะเอื้อมมือไปดึงให้ช้ำเลยดีไหม


        “ก็เมื่อกี้จ้าน~”


        “หยุด! ” เซียวจ้านทำหน้าเบื่อหน่ายใส่คนตรงหน้าพร้อมกับพูดต่อ “ทำแบบนี้ทำไม นายต้องการอะไรงั้นหรอ?” เขาไม่เข้าใจว่าทำไม่หวังอี้ป๋อถึงต้องลงทุนมาทำอะไรแบบนี้ ทั้งๆที่ไม่ได้มีความจำเป็นที่จะทำอะไรแบบนี้เลย


         “....”


         “ตอบสิ นายต้องการอะไรจากฉัน” เซียวจ้านถามกลับคนตรงหน้าอีกครั้ง ด้วยสายตาที่จ้องเขม่ง


        อี้ป๋อมองคนตรงหน้าที่ยังแสดงสีหน้าจริงจังอย่างรอคำตอบ เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พร้อมกับจ้องมองมายังคนตรงหน้าอย่างจริงจังไม่แพ้กัน 


“อยากรู้จริงดิ” อีป๋อถามกลับคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบที่ยากจะขาดเดาอารมณ์ได้


“ก็..อยากรู้” เซียวจ้านเริ่มไม่แน่ใจ ว่าเขาต้องการรู้คำตอบของคนตัวโตกว่าจริงไหม 


อี้ป๋อแสดงสีหน้าเคร่งขรึม จ้องมองเข้าไปในดวงตากลมใส ที่มองมาทางเขาอยู่ก่อนแล้วเหมือนกัน


             “ถ้าบอกไป...อาจจะมีบางอย่างเปลี่ยนไป” อี้ป๋อบอกกับคนตรงหน้าอย่างลังเล เขาคิดว่ามันถึงเวลาแล้วจริงๆใช่ไหมที่เขาจะบอกกับจ้านเกอได้สักที


            “ทำไม ถามแบบนั้น” เซียวจ้านพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา พร้อมกับแสดงสีหน้าไม่สู้ดีนัก ทำไมป๋อตี้ถึงได้ดูจริงจังกับสิ่งที่เขาถามได้ขนาดนี้


“ขอได้ไหม ถ้าพูดออกไปจะยังอยู่ตรงนี้”


“....”


           “จะไม่ทิ้งกันไปไหน” อี้ป๋อมองคนตรงหน้าด้วยแววตาสับสน เขาไม่สามารถเดาในสิ่งที่อยู่ในใจของคนตรง หน้าได้ แต่ถ้าพูดออกไปแล้วเขาอยากให้ทุกอย่างเหมือนเดิม และเราสองคนยังอยู่ที่เดิม


ไม่อยากให้ใครต้องหายไป...


           “อี้ป๋อ” เซียวจ้านเอ่ยเรียกชื่อคนตรงหน้าพร้อมกับกัดริมฝีปากแน่นอย่างชังใจ ทำไมบรรยากาศรอบตัวเขาทั้งสองถึงได้ดูอึดอัดอึ้มครึมได้มากขนาดนี้  


          “เรื่องที่ฉันถามนาย มันเป็นเรื่องที่ยากจะตอบขนาดนั้นเลยหรอ”


            “ยากสิ ยากมาก เพราะถ้าพูดไปแล้วอาจจะมีบางคนเปลี่ยนไป...” อี้ป๋อตอบกับจ้านเกอพร้อมกับระบายยิ้มฝืนๆให้กับคนตรงหน้า


           “งั้น...ถ้าจะมีอะไรเปลี่ยนไปอย่างที่นายว่าจริงๆ” เซียวจ้านหยุดคิดชั่วอึดใจ แล้วพูดต่อ “ฉันไม่อยากรู้แล้วก็ได้นะ” เซียวจ้านบอกกับอี้ป๋อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือยากจะห้ามได้ เขาเห็นสีหน้าของอี้ป๋อในตอนนี้แล้วเขารู้สึกใจแป้วขึ้นมาเลย และเขาเองก็เริ่มจะไม่แน่ใจแล้วว่าอยากจะรู้คำตอบของอีกคนจริงๆไหม 


ถ้าหากรู้แล้วทุกอย่างจะเปลี่ยนไปจริงๆ อย่างที่อีกคนว่าเขาขอยังไม่รู้ตอนนี้น่าจะดีกว่า


เพราะเขาเองก็เดาไม่ได้ว่าสิ่งที่อี้ป๋อจะบอกมันจะเปลี่ยนทุกอย่างระหว่างเราจริงๆงั้นหรอ


แล้วถ้าเปลี่ยนขึ้นมาจริงๆ มันจะเปลี่ยนไปทางไหน ดีหรือร้าย 


ถ้าอย่างงั้น ตอนนี้ก็ขอไม่พร้อมจะรู้ดีกว่า...


ขออยู่แบบนี้กันไปก่อน….รอถ้าวันไหนที่เขาพร้อมจะรับฟัง


เขาจะบอกกับอี้ป๋อด้วยตัวเขาเอง


“แต่...ผมพร้อมจะบอกแล้ว” 


“ไม่! ไม่พร้อม นายต้องไม่พร้อมจะบอก” เซียวจ้านรีบพูดขัดคนตรงหน้า ยังไม่มีใครพร้อมทั้งนั้นแหละ


“แต่..จ้านเกอผม”


“ป๋อตี้ ฉันไม่คุยกับนายแล้ว” ว่าจบก็หมุนตัวเดินหนีคนตรงหน้าทันที 


            “จ้านเกอ!!” อี้ป๋อมองตามคนที่กำลังเดินหนีเขาโดยไม่ได้สนใจเสียงเรียกของเขาเลยสักนิด “เซียวจ้าน พี่ต้องฟังผมก่อน” 


           “ไม่ฟัง ฉันจะกลับแล้ว” เซียวจ้านว่าพร้อมกับรีบก้าวเดินไปยังเคาว์เตอร์จ่ายเงิน เข้าเลือกซื้อของได้ครบแล้ว ถึงยังอยากจะเดินดูของอีกสักหน่อยก็เถอะ แต่ตอนนี้อยากกลับคอนโดมากกว่า


          “ได้ของครบแล้ว?” อี้ป๋อเอ่ยถามคนที่กำลังทำท่าจะจ่ายเงินแล้ว


          “ใช่ครบแล้ว” เซียวจ้านตอบกลับคนตัวโตกว่าพร้อมกับหยิบของออกจากตะกร้าให้กับพนักงานที่รอคิดเงินจากเขาอยู่


         “จ้านเกอ ผมว่ายังไม่ครบนะ เดินดูอีกรอบดีไหม” อี้ป๋อพูดเสนอความคิดกับคนตรงหน้า ด้วยใบหน้ายกยิ้มอย่างทะเล้น


          “ฉันบอกว่าครบก็ครบสิ” เซียวจ้านตอนกลับอย่างรำคาญ บอกว่าครบแล้วแท้ๆ ยังจะว่าไม่ครบอีก


        “โอเค ครบก็ครบครับ” 


           “.....” เซียวจ้านไม่ได้ตอบ ทำเพียงเม้มริมฝีปากแน่นและเลือกที่จะไม่พูดกับอีกคน ที่ตอนนี้ไม่รู้จะอารมณ์ดีอะไรนักหนายิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ได้ น่าหมันไส้จริงๆ


      คนร่างบางเมื่อจ่ายเงินเรียบร้อย เขากำลังจะเอื้อมมือไปหยิบเอาถุงที่บรรจุของที่เขาพึ่งซื้อและจ่ายตังค์เสร็จมาถือไว้ 

         แต่ก็ไม่ทันคนที่มือไวกว่า อี้ป๋อเมื่อหยิบฉวยถุงของจ้านเกอได้ก็รีบสาวเท้าเดินออกจากร้านไปโดยไม่ทันรอเจ้าของถุงที่ตัวเองหยิบออกไปเลย


        “อี้ป๋อ หยุดก่อน นายจะเอาของฉันไปไหน” เซียวจ้านรีบก้าวเดินมาขวางคนตัวกว่า พร้อมกับเอ่ยถามอย่างสงสัย


        “จะกลับไม่ใช่หรอ” อี้ป๋อตอบกลับคนตรงหน้าที่เริ่มตีหน้ายุ่งอีกแล้ว


        “ก็ใช่ แต่ฉันไม่ได้จะกลับกับนายนะ” เซียวจ้านตอบคนตรงหน้าที่ยังตีหน้านิ่งมองมาที่เขา


“ทำไม?” 


“ฉันมีธุระจะไปทำต่อ”

เซียวจ้านโกหก เขาไม่ได้มีธุระที่ไหน แต่แค่รู้สึกว่าไม่อยากให้อีกคนไปส่งก็แค่นั้นเอง


“จะไปไหน” อี้ป๋อเอ่ยถามอย่างสงสัย 


“ไม่เกี่ยวกับนาย” เซียวจ้านบ่ายเบี่ยงที่จะตอบ ทำไมถึงได้เซ้าซี้กันไม่เลิก


             “จะไปส่ง..” อี้ป๋อบอกกับจ้านเกอพร้อมกับส่งยิ้มบางๆให้คนตรงหน้า ไม่ว่าจ้านเกอจะไปไหนเขาก็พร้อมจะไปส่งทุกที่อยู่แล้ว


“ใครจะไปกับนายกัน” ไม่ได้อยากให้ไปส่ง อยู่ด้วยกันแค่นี้ก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว


           “จ้านเกอ...อย่าดื้อ” อี้ป๋อพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเหนิบหนาบ พร้อมกับมองมายังคนตรงหน้าที่ทำหน้าอ้ำอึ้งเหมือนจะพูดอะไรไม่ออก


“อ๊ะ-” 


           “พี่ต้องห้ามดื้อกับผม...เข้าใจไหมครับ


“!” 


             เซียวจ้านกำลังอึ้งกับคำพูดของอี้ป๋อ ดื้องั้นหรอ เขาดื้อจริงๆงั้นหรอ แต่...เขาคิดว่าเขาไม่ได้ดื้อขนาดนั้นสักหน่อย


   อี้ป๋อไม่ว่าปล่าวเขายังใช้มืออีกข้างไปคว้าเอาแขนของคนที่กำลังยืนนิ่งอยู่ พร้อมกับจูงมือให้เดินตามมาที่รถของเขาที่จอดอยู่อย่างว่าง่าย


เซียวจ้านไม่ได้ตอบหรือเอ่ยท้วงอี้ป๋อเลยสักนิด เพราะคำว่า ดื้อ ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเขา 


          ไม่ใช่ว่าไม่เคยมีคนบอกว่าเขา ดื้อ แต่….ค่ำว่าดื้อที่ออกจากปากของอี้ป๋อครั้งนี้ กลับทำให้เขาพูดอะไรไม่ออกเลย ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยท้วงหรือแก้ตัวเลย เขาดื้อขนาดนั้นเลยหรอ


         อี้ป๋อยิ้มกว้างอย่างมีความสุข เขาหันกลับมามองคนร่างบางที่ยอมให้เขาเดินจูงมือมาอย่างว่าง่ายโดยที่เจ้าตัวไม่ได้คิดจะห้ามปราม ไหนจะใบหน้าบูดบึ้งฉายแววตาน่าเอ็นดูนั้นอีก เห็นแล้วอยากจะลากกลับคอนโดตอนนี้เลย


         “ให้ผมไปส่งนะ จ้านเกอ” อี้ป๋อเอ่ยถามคนที่ก้มหน้าก้มตาให้เขาจูงมือเดินตามจนถึงรถคันหรู่ที่จอดอยู่ไม่ไกลมากนัก

 

        เซียวจ้านเงยหน้าสบตากับคนตัวโตกว่า พร้อมกับเม้มปากแน่นและเลือกที่หันหน้าหนีไปอีกทาง เขาไม่อยากเห็นใบหน้าหรือสายตาของอีกคนเลย มันดูร้ายกาจเกินไป


        “ยังไงดี หรือจะกลับคอนโดเลยดีไหมจ้านเกอ”


         “ฉะ ฉันจะกลับ..คอนโด” เซียวจ้านตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา จนแทบจะไม่ได้ยิน 



อี้ป๋อยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจในคำตอบของอีกคน 


เขาเองก็อยากจะกลับคอนโดใจจะขาดอยู่แล้ว…..











TBC>>>>>>>>>>>>>>








หายไปหลายวันเลย ขอโทษด้วยนะคะสำหรับคนที่รอกัน

พอดีช่วงนี้งานยุ่งมากเลยคะ

และคิดว่าคงจะยุ่งแบบนี้ไปจนกว่าจะสิ้นปี

เฮ้อออ รู้สึกเหนื่อยเลย แต่สัญญาว่าจะไม่หายไปไหน

อาจจะมาช้าบ้าง แต่อยากให้รู้ว่ายังคิดถึงรีดทุกคนนะคะ


ถ้าไม่เป็นการรบกวนรีดจนเกินไป...

อ่านแล้วอย่าลืมเม้นให้กันบ้างนะ

มันเป็นสิ่งสำคัญในการแต่งตอนต่อไปให้กับเรา


ขอบคุณทุกเลยที่ติดตามและเข้ามาอ่านกันนะ

เลิฟยูที่สุดเลย ; )







"กำลังใจดี อัพถี่อัพไว"

#คนนี้ของผมป๋อจ้าน





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 99 ครั้ง

92 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 23:43

    ถ้าจ้านเกอยอมฟังป๋อตี้บอกเสียหน่อย จ้านเกอก็จะได้รู้ว่าป๋อตี้คิดแบบเดียวกัยจ้านเกอ(รักกัน) โห่!! เนี่ยไม่ฟังกัน สุดท้ายรีดอย่างเราๆ ก็ต้องทนอึดอันอยู่แบบนี้อ่ะ รู้แต่บอกไม่ได้555 ไม่บอกรักกัน ก็ทำให้เรากังวลกลัวใครจะมาจีบจ้านเกออีก ป๋อตี้รีบบอกรักจ้านเกอเร็วๆนะครับ รออยู่
    #55
    7
    • #55-1 Rain in the sun (@Fonprisana) (จากตอนที่ 13)
      31 ตุลาคม 2562 / 23:46
      งู้ยยยยยย

      จะรีบจับสองคนนี้ขังไว้ด้วยกันเลยดีไหม
      ทำไมแค่บอกรัก มันถึงได้พูดอยากกันเพียงนี้!!


      #55-1
    • #55-7 Rain in the sun (@Fonprisana) (จากตอนที่ 13)
      1 พฤศจิกายน 2562 / 00:07
      55555++

      เราว่ารีดควรจะไปนอนนะ 5555

      #55-7
  2. #54 peepimmy (@peepimmy) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2562 / 23:21
    น่ารักกดดด
    #54
    2
    • #54-1 peepimmy (@peepimmy) (จากตอนที่ 13)
      31 ตุลาคม 2562 / 23:22
      น่ารักสิ ปัดโถ่ นิ้วเบียด😂
      #54-1
    • #54-2 Rain in the sun (@Fonprisana) (จากตอนที่ 13)
      31 ตุลาคม 2562 / 23:41
      เขิลได้ไหม...

      ขอบคุณที่ชอบนะค้าบบบบ
      #54-2
  3. #53 pkk1436 (@pkk1436) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 15:20
    ชอบแกล้งเค้าตลอดอะป๋อตี้
    #53
    1