คนนี้ของผม"Single-minded"[#ป๋อจ้าน]

ตอนที่ 5 : เริ่มรู้สึก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 574
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    18 ก.ย. 62






“Start to feel”













                       นักแสดงหนุ่มร่างกายสูงเพรียว สมส่วนของผู้ชายสุขภาพดี ได้ตื่นขึ้นมาในช่วงสายของวัน และตอนนี้เขากำลังวิ่งออกกำลังบนลู่วิ่งภายในห้องคอนโดของเขาเอง ที่อยู่ชั้นบนสุดของตึกนี้ ด้วยบรรยากาศโดยรอบที่แสนจะดี ยิ่งช่วงตอนเช้าตรู่กับช่วงหัวค่ำ ที่ห้องของเขาสามารถมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นและตกดินได้สวยไม่แพ้ที่ไหนเลยก็ว่าได้ ยิ่งไปกว่านั้น บรรยากาศในช่วงกลางคืน ยังมีลมพัดเย็นสบาย เหมาะกับการนอนดูดาวในยามค่ำคืนตรงระเบียงห้องเป็นอย่างมาก 




                   หวังอี้ป๋อที่อยู่ในชุด เสื้อกล้ามสีขาวคอกว้าง กับกางเกงขายาวสีดำผ้าร่มเบาสบาย ที่เขามักจะใส่นอนในทุกวัน ตอนนี้เปียกชุ่มไปด้วยเหงือของเขาเอง ที่เกิดจากการออกกำลังในเช้าวันนี้




“วันนี้คุณอี้ป๋อจะออกไปไหนไหมครับ” เสียงของอาฟ้ง คนคอยดูแลและติดตามอี้ป๋ออีกคนถามขึ้น 

 


“ไม่ พวกนายพากันกลับไปพักเถอะ” ว่าแล้วเขาก็เดิน ตรงไปยังห้องนอนของเขา พร้อมกับถอดเสื้อกล้ามที่ใส่อยู่โยนลงตะกร้าผ้าในห้อง อี้ป๋อที่กำลังเปลื่อยท่อนบนเดินตรงไปยังห้องน้ำเพื่อที่จะอาบน้ำชำระร่างกาย พอมองสำรวจร่างกายตัวเองที่อยู่สะท้อนในกระจก ก็ยกยิ้มพอใจกับแผงหน้าอกและซิคแพคที่เรียงรายสวยงามของตัวเอง รู้สึกว่าไม่เสียแรงที่เขาออกกำลังกายในทุกวัน



                 ยิ่งเราทำอาชีพแบบนี้แล้ว ก็ยิ่งต้องดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยไงละ อาหารการกินก็ต้องยิ่งคัดสรรหาแต่คุณประโยชน์ ที่จะส่งผลดีต่อร่างกายของตัวเองให้มากเช่นกัน



               เขาคิดอยู่แล้วว่าวันนี้คงไปออกไปไหน ถึงจะมีเพื่อนสนิทโทรมาชวนให้ออกไปข้างนอกก็เถอะนะ ขอนอนดูหนังอยู่ห้องน่าจะดีกว่าต้องออกไปข้างนอก ไหนจะต้องลำบากอำพรางตัวไม่ให้เหล่าแฟนคลับเห็น แล้วจะเกิดความวุ่นวายตามมา อีกสาระพัด สู้อยู่ห้องหายใจทิ้งไปเปล่าประโยช์สักวันคงไม่เป็นอะไร






ครืดด !!







“มีอะไร” อี้ป๋อรับโทรศัพท์ที่มีคนโทรเข้ามาหาเขา




[นายอยู่คอนโดรึเปล่า] 




“ทำไม” เขาถามคนที่อยู่ในสาย “ มีเรื่องด่วนอะไร”




[ออกมาหาหน่อย ที่สตูดิโออะ]




“ไม่สะดวกออกไปไหนทั้งนั้น” พูดออกมาแบบไม่สนใจคนในสายเลยว่าจะมีเรื่องเดือดร้อนมากแค่ไหน



[มีเรื่องให้ช่วย ช่วยไม่ได้?]




           คนที่อยู่สายกับอี้ป๋อคือเพื่อนของเขาเองที่เป็นโปรดิวเซอร์ให้กับหลายบริษัทที่ทำเกี่ยวกับถ่ายโฆษณา และเกี่ยวการทำMVเพลง



“ไม่ จะพัก” เขาบอกกับคนที่อยู่ในสาย เขาชื่อปีเตอร์ ถือว่าเป็นเพื่อนที่อี้ป๋อสนิทมากคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ ด้วยความที่เขาไม่ค่อยจะผูกมิตรกับใคร เพื่อนที่จะสนิทด้วยแทบจะนับนิ้วไม่ครบข้างหนึ่งเลย


 

[มาช่วยดู โฆษณาตัวใหม่ให้หน่อย อยู่สตูดิโอกูเองเนี่ย] ปีเตอร์กึ่งชวนกึ่งขอร้องอี้ป๋อให้มาช่วยเขาดูและแนะนำการตัดต่อโฆษณาชิ้นนี้ เพราะเป็นงานใหญ่ไม่น้อย เขาไม่อยากตัดสินใจคนเดียว  

 


             ทุกอย่างถ่ายทำเสร็จก็เหลือแต่ส่งต้นฉบับให้กับลูกค้าเท่านั้นเอง แต่ด้วยความที่อี้ป๋อมีฝีมือด้านนี้ไม่ต่างจากเขา บางที่อาจจมากกว่าด้วยซ้ำ เลยอยากจะให้ช่วยดูทวนก่อนส่งก็เท่านั้นเอง 




“ส่งไฟล์มา ไม่ได้?” อี้ป๋อถาม ก็คิดไว้แล้วว่าจะไม่ออกไปไหน




[ส่งไฟล์ไป มึงก็ดูได้คนเดียวไหม แล้วจะช่วยตัดสินใจยังไงครับคุณหวังอี้ป๋อ] ปีเตอร์บอกกับอี้ป๋อ




“ยุ่งยาก กะจะไม่ให้กูได้มีเวลาพักเลยรึไง” อี้ป๋อว่า พร้อมกับสายหัวด้วยความระอากับไอ้โปรดิวเซอร์คนดัง ที่มันดันเป็นเพื่อนสนิทของเขาเอง  ขนาดโฆษณาที่ตัวเองไปถ่ายและควบคุมเองหมด แต่พอจะส่งงานก็มักจะเรียกให้อี้ป๋อมาช่วยดูตลอด ตกลงใครเป็นโปรดิวเซอร์กันแน่




[นะ คุณอี้ป๋อนะ เดี๋ยวผมไปรับเองก็ได้] 




“ไม่ต้อง…..วุ่นวาย เดี๋ยวขับรถไปเอง” อี้ป๋อบอกกับปีเตอร์ 





[ขอบคุณนะครับ ผมดีใจมากเลย เดี๋ยวจะหาอะไรอร่อยๆ ไว้รอนะครับคุณอี้ป๋อ] ปีเตอร์พูดพร้อมกับยิ้มกว้างด้วยความดีใจ กว่าจะกล่อมให้มาได้ เล่นเอาซะเมื่อยปากจะพูด คนนี้น่ะ ถ้าไม่คือไม่ แต่ถ้ามีลูกเล่นในการคุยด้วยนะ เขาก็ไม่ใช่คนพูดอยากอะไรนักหรอก







            เมื่อรับปากแล้วว่าจะออกไป อี้ป๋อก็ได้เปลี่ยนชุดใหม่สำหรับการออกไปข้างนอก ด้วยการสวมเสื้อยืดคอกลมสีขาว กับกางเกงยืนสีดำขาดเข่ากับเสื้อฮูดแขนยาวสีดำทับด้านนอก ยังไม่วายที่จะสวมหมวกแก็ปสีดำและปิดท้ายด้วยร้องเท้าคอนเวิร์ดหุ้มข้อ เป็นอันสมบูรณ์แบบ เดินไปหยิบกุญแจรถคันหรู พร้อมกับกระเป๋าสตางค์ จากนั้นก็เดินตัวปลิวออกไปข้างนอกทันที





              อี้ป๋อไม่ได้เรียกให้บอดี้การ์ดส่วนตัวของเขาติดตามมาด้วย เพราะคิดว่าคงไม่น่าจะมีอะไร เพราะเขาแค่ออกไปหาเพื่อนไม่นานก็คงจะกลับ คงไม่จำเป็นต้องมีใครตามเหมือนตอนออกไปทำงานหรอก 






           อี้ป๋อที่เดินทางมาถึงสตูดิโอของปีเตอร์โดยใช้เวลาไม่ถึง 20 นาที โชคดีที่รถไม่ติดเขาเลยมาถึงเร็วกว่าที่คิดไว้ มาถึงก็รีบเดินตรงไปยังห้องทำงานของปีเตอร์ทันที โดยไม่ได้สนใจคนที่อยู่ภายในอออฟิศนี้เลยว่า พวกเขาพากันตื่นเต้น ดีใจกันแค่ไหน ที่มีหนุ่มหล่อคนดัง บุกมาถึงออฟิศขนาดนี้ ต่างพากันคิดว่าวันนี้พวกเขาได้กำลังใจในการทำงานแล้ว












“มาๆ นั่งก่อนนะครับ คุณอี้ป๋อออ” ปีเตอร์เปิดประตูรออี้ป๋ออยู่แล้ว พร้อมกับเดินนำอี้ป๋อไปนั่งยังโซฟาภายในห้องทำงานขอเขาเอง




"ไหน ไฟล์จะให้ช่วยดู" อี้ป๋อมาถึงก็รีบถามหาไฟล์งานที่ว่านั้นทันที  ก็จะได้ดูช่วยเช็คจะได้รีบกลับไงละ




"ถามจริง! จะรีบไปไหนมีธุระต่อหรอ?" ปีเตอร์เขาก็แอบสงสัยว่าทำไมอี้ป๋อถึงได้ดูรีบกลับขนาดนี้ ออกมาแล้วทั้งที ก็ไม่รู้จะรีบกลับทำไม นานๆทีจะได้นัดเจอกันแบบนี้มันไม่ได้ง่าย ก็คนมันดังอะนะ งานก็เยอะ กว่าจะหาวันว่างตรงกันน่ะมันยาก 





"ป่าว...จะกลับไปนอน" ก็จะกลับไปนอนจริงๆ ไม่มีอารมณ์จะมานั่งดื่มเป็นเพื่อนหรอกนะ มาช่วยดูงานเสร็จก็จะขอตัวกลับเลย




"อะไรว่ะ เซ็งนะเว้ย ออกมาแล้วทั้งที อยู่ด้วยกันก่อนดิค้าบทั่น!" 




"อย่าเยอะ เอางานมาดู" 




"เออๆ เร่งจังวะ" 



              ในเมื่อพูดยังไง อี้ป๋อก็ดูจะไม่ยอมอยู่ต่อ ปีเตอร์ก็หมดหนทางจะพูดเกลี่ยกล่อม ก็ได้แต่ยอมเอางานที่ว่ามาให้อี้ป๋อช่วยเช็คทันที




“กินอะไรไหม เดี๋ยวให้เด็กเอาขึ้นมาให้” ปีเตอร์ถามอี้ป๋อ ระหว่างรวบรวมไฟล์มาให้กับอี้ป๋อช่วยดู




“มีอะไรก็เอามาเถอะ” เขากินอะไรก็ได้ หามาเถอะเขาไม่เกี่ยงหรอก เริ่มรู้สึกหิวแล้วเหมือนกัน




“โอเค งั้นรอสักแปปแล้วกัน จะบอกให้คนเอาขึ้นมาให้”  ปีเตอร์ว่าพร้อมกับยกโน๊ตบุ๊คพร้อมกับเอกสารต่างๆ มายังที่โต๊ะที่อี้ป้อนั่งรออยู่  “อะนี่ ดูไว้ก่อนเดี๋ยวลงไปหาอะไรขึ้นมาให้ดื่ม” ปีเตอร์ว่า พร้อมกับเดินตัวปลิวออกมาแล้วลงไปข้างล่างทันที 







             อี้ป๋อมองตามหลังปีเตอร์ที่วิ่งออกไปพร้อมกับถอนหายใจออกมาด้วยความเอือมระอากับเพื่อนคนนี้ วุ่นวายจริงๆ  จากนั้นก็หันกลับมามองไฟล์งานที่อยู่ตรงหน้า ที่มันไม่จำเป็นเลยที่จะให้เขาช่วยดูทั้งที่ผ่านปีเตอร์มันก็ทำเองหมด เขาละยอมมันเลยอะไรก็ไม่รู้แทนที่จะได้นอนพักอยู่ที่ห้องเฉยๆ กลับต้องถ่อมาถึงสตูดิโอที่ก็ห่างจากคอนโดเขาพอสมควร เพื่อจะมาดูงานที่ตัวเองไม่ได้มีส่วนได้ ส่วนเสียอะไรด้วยเลย แต่ก็มีอย่างเดียวที่เสียคือ เสียเวลา ยังไงละ





"เยอะขนาดนี้ แล้วมันไฟล์ไหนวะ" อี้ป๋อเริ่มบ่น แทนที่มันจะเปิดไฟล์ทิ้งไว้ให้เขา มันก็ดันไม่เปิด แล้วพรุ้งนี้เช้าเขาจะหาเจอไหม




“เออ ถึงไหนแล้ว โอเคไหม” โอเคก็เหี้ยแล้ว ขนาดไฟล์ยังหาไม่เจอเลย




“หายังไม่เจอ” พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่นิ่ง และเฉยชามาก แถมหน้าตายอีกต่างหาก ปีเตอร์ถึงกับถอนหายใจอย่างอ่อนใจ เขาผิดเองแหละที่ไม่ได้เปิดไฟล์งานทิ้งไว้ตั่งแต่แรก





“นี่ๆ อันนี้อะ” ปีเตอร์เปิดไฟล์งานที่ว่า แล้วหันโน๊ตบุ๊ค ไปทางอี้ป๋อ เพื่อจะได้ถนัดหน่อย ส่วนเขาเองก็หลบไปยืนด้านหลังของอี้ป๋อเพื่อดูไฟล์วีดีโอตรงหน้าไปพร้อมกัน




                   วินาทีแรกของวีดีโอนี้ จะมีการเปิดแนะนำชื่อของผลิตภัณฑ์ ว่าด้วยชื่อ คุณสมบัติ และส่วนผสมต่างๆ และปิดท้ายการบรรยายด้วยผลลัพธ์ ที่จากการใช้ผลิตภัณฑ์นี้ ก็ถือว่าจบการแนะนำเริ่มต้นได้ดี มีลูกเล่นในภาพพร้อมองค์ประกอบในภาพได้ดี ความยาวอยู่ที่ไม่เกิน 1 นาทีครึ่ง ถือว่าใช่ได้ 




 

          นาทีต่อมา จะเป็นการนำเสนอวิธีการใช้ผลิตภัณฑ์ โดยใช้ในแบบหนุ่มในการโฆษณาครั้งนี้ ผลิตภัณฑ์นี้สามารถใช้ได้ทั้งชายและหญิง ดังนั้นการที่จะหาคนให้เหมาะกับสินค้า บุคคลนั้นหากเป็นผู้ชายก็จะต้องมีบุคลิค ที่บอบบาง น่าถนุถนอม สุขภาพดี และบุคลิคภายนอกที่ดูแล้วมั่นใจ น่าเชื่อถือ ที่สำคัญหน้าตา รอยยิ้มก็สำคัญ ยิ่งเป็นรอยยิ้มที่สามารถทำให้คนที่มอง ยิ้มตามได้ด้วยจะยิ่งส่งผลดีกับตัวสินค้านั้น เพราะเป็นหนึ่งอย่างที่จะทำให้ลูกค้าสนใจในตัวผลิตภัณฑ์ด้วย ถ้าองค์ประกอบทั้งตัวผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดีแล้ว บุคคลที่นำเสนอก็ต้องชวนเชื่อด้วย ถ้าสองอย่างนี้เข้ากันได้ดี ทุกอย่างก็จะดีตามมา





                 ใบหน้าของบุคคลในวีดีโอเริ่มฉายออกมาด้วยการมองเห็นหน้าคนลางๆ และค่อยๆชัดขึ้นเรื่อยๆ พออย่างนี้แล้วก็ยิ่งน่าสนใจ และอยากจะติดตามต่อ ไม่นานก็ปรากฎให้เห็นใบหน้าของผู้ชาาย ที่ดูหน้าหวาน รอยยิ้มเห็นฟันด้านหน้า และยังมีจุดที่เรียกความสนใจให้กับใบหน้าของคนๆนี้ได้ดี คือใฝเล็กๆ ตรงมุมปากล่างด้านซ้าย มองแล้วมีเสน่ห์มาก 





               พอตอนนี้เห็นใบหน้าบุคคลในวีดีโอชัดขึ้นทุกส่วน หวังอี้ป๋อถึงกับขมวดคิ้วคมสวยเข้าหากันอย่างแปลกใจ หวนให้นึกถึงใครบางคนที่เขาพึ่งได้เจอมาก่อนหน้านี้ และยิ่งมันใจ เมื่อบุคคลในวีดีโอดังกล่าวเริ่มพูดเชิญชวนแนะนำการใช้ผลิตภัณฑ์ และรอยยิ้มที่เขาคิดว่าพึ่งได้เจอมาเมื่อไม่นานมานี้ มันยังคงวนเวียนในหัวของเขาและยังไม่หายจนถึงตอนนี้




เซียวจ้าน” อี้ป๋อพูดออกมาด้วยเสียงที่เบามาก แต่คนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังอย่างปีเตอร์ก็ยังได้ยิน




“ว่าไงนะ" ปีเตอร์ถามอี้ป๋อเมื่อกี้เขาได้ยินไม่ผิดใช่ไหม "เซียวจ้าน นายรู้จักคนนี้ด้วยหรอ”





           อี้ป๋อไม่ได้ตอบ เขากำลังตั้งใจดูวีดีโอที่มีคนตัวบางที่มีรอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ บวกกับเสียงพูดที่เปล่งออกมาดังทุ้มน่าฟัง ไหนจะบุคลิคการพรีเซนต์ผลิตภัณฑ์ที่ดูมั่นใจ และคล่องเคล่วแบบนั้น มันก็ดันทำให้คนที่กำลังให้ความสนใจกับวีดีโอตรงหน้า เผลอยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้ 






           เมื่อให้ความสนใจกับวีดีโอตรงหน้า อย่างไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง อี้ป๋อเขาลืมไปว่ายังมีปีเตอร์ที่ยังมองมาที่เขาอย่างแปลกใจ เขาไม่เคยเห็นหวังอี้ป๋อคนนี้ จะมีอาการให้ความสนใจกับสิ่งอื่นใดเลยด้วยซ้ำ พอเห็นแบบนี้ มันแปลก แปลกมากๆ 






“อี้ป๋อ!! วีดีโอจบแล้วโว้ย ตั้งใจดูขนาดนั้นเลย” ปีเตอร์เรียกอี้ป๋อเสียงดัง อะไรของมันจะตั้งใจดูขนาดนั้นกัน ปกติแม่งก็ดูเผลินๆไป แต่แม่งพอเป็นงานชิ้นนี้แม่งเสือกตั้งใจดูตาไม่กระพริบเลย มัน มันมีพิรุธชัวร์ !!




“เออ...อ่อ งั้นหรอ” อะไรของมันวะ จบไปตั้งนานแล้วไหมครับคุณอี้ป๋อ





“เป็นไง มีตรงไหนที่แบบดูแล้วไม่โอเคไหม” ปีเตอร์ถามพร้อมกับมองอี้ป๋อ แบบจับผิด คนมันเสียอาการ มันต้องมีอะไรแน่ๆ เขาจะต้องรู้ให้ได้




“ดีแล้ว” ก็ดีแล้วจริงๆ ทุกอย่างเข้ากันได้ดี ลงตัวมากๆ




“ขยายความหน่อยดิ แบบดียังไง” ลองถามแม่งดูดิ อยากรู้เหมือนกันว่ามันจะตอบว่ายังไง ไม่ได้เจอบ่อยๆนะที่มันจะชมผลงานเขาทันทีแบบไม่ได้คิดอะไรแบบนี้ 



“ก็บอกว่ามันดี มึงจะเอาอะไรอีก รึว่าอยากแก้งานงั้นหรอ” อี้ป๋อถาม พร้อมกับทำหน้าแบบเอาเรื่องไม่เบา อะไรจะหงุดหงิดเร็วขนาดนี้วะ




“เอ่า ก็มันแปลกไหมวะ ปกติแม่งมึงไม่เคยจะชมงานกูแบบที่ไม่ได้พูดอะไรเลย กูแค่แปลกใจไง มันไม่ได้มีแบบนี้บ่อยๆไหมละครับทั่น” 




“ชมว่าดี ไม่ชอบ อยากแก้งานว่างั้น” ชมก็ชมแล้วบอกว่าก็ดี จะเซ้าซี้อะไรให้มาก เดี๋ยวแม่งบอกให้เปลี่ยนใหม่ทั้งพรีเซนเตอร์ แล้วจะพูดไม่ออก 




“โอเคพ่อ ดีก็ดี จะได้ส่งให้ลูกค้าเลย” ปีเตอร์ว่าแบบหน่ายใจเหลือเกินกับเพื่อนคนนี้ ยอมก็ได้วะ มันว่าดีก็คงดีนั้นแหละ ผมเชื่อใจเพื่อนนะครับ




“อือ”




“แล้วเออ! กูได้ยินมึงเรียกชื่อเขาด้วย รู้จักด้วยหรอ” ได้ยินไม่ผิดแน่ๆ 




“ก็ ไม่ได้รู้จัก” ตอบออกมาอ้อมแอ้มแบบไม่เต็มในนักด้วยเสียงที่ทุ้มแถมเบามากอีกต่างหาก พรางให้นึกถึงอีกว่าเขายังไม่ได้รู้จักเลย นอกจากชื่อ แต่พอนึกอีกนิดก็พอจะรู้ว่าคนตัวบางน่ะชอบวาดรูป ชอบพกกล้องถ่ายรูปติดตัว ร่วมถึงสมุดโน๊ตเล็กๆ พร้อมกับกระเป๋าใส่อุปกรณ์พวกดินสอ สี ยางลบ ต่างๆในกระเป๋าขนาดพอดีมือ และยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่เรียกความสนใจได้ดี คือใฝเล็กๆที่อยู่ตรงมุมปากเวลายิ้มเท่านั้นยังไงละ





“จริงดิ หว้า…..นึกว่ารู้จักซะอีก” ปีเตอร์พูอออกมาแบบเซ็งนิดๆ แต่เส้ตามองไปทางอี้ป๋อแบบจับพิรุธ แต่ทั่นผู้นี้น่ะ ก็ยังนิ่งอีกตามเคย




“ทำไม” อี้ป๋อถามกลับด้วยความสงสัย ถ้ารู้จักแล้วจะทำไมงั้นหรอ




“ก็ปล่าว แค่คิดว่าถ้ามึงรู้จักอะนะ ก็แบบว่าจะฝากขอลายเซ็นไรงี้” ก็คุณเซียวจ้านคนนี้น่ะ คนที่กองนะ ชมกันเป็นเสียงเดียวว่าน่ารักอย่างงั้น น่ารักอย่างงี้ แถมนิสัยเป็นกันเองมาก ไม่เหมือนกับไอ้คนที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ หน้ามันนะ แม่งไม่รับแขกสุดๆ พอเห็นแบบนี้แล้ว ก็นึกเห็นใจคนที่ได้ร่วมงานกับคนคนนี้เหมือนกัน




“ปัญญาอ่อน” พูดออกมาได้เย็นชาเหลือเกิน แถมหน้าเนี่ยจะตึงไปไหน ไม่รู้สึกเมื่อยรึไงกันวะ ดึงหน้าเก่งเฉิบหายเลย



“แหม….เป็นแฟนคลับดาราเนี่ย เรียกว่าปัญญาอ่อนหรอกหรอ” ปีเตอร์พูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะออกมา ถ้าชอบดาราแล้วปัญญาอ่อนเหมือนคนหน้าตายว่า ตอนนี้คงมีคนปัญญาอ่อนเกือบครึ่งประเทศแล้วละมั่ง



“กวนตีน แล้วรู้จัก?” อี้ป๋อเอียงคอถามปีเตอร์ ด้วยความสงสัยและในใจก็อยากรู้จักไม่ต่างจากเพื่อนตัวเองเลย หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ



“จะว่ายังไงละ ก็รู้จักมากขึ้นก็ตอนไปถ่ายงานเจอกันเมื่อ สองวันก่อนแหละ แต่เสียดายไม่ได้คุยอะไรกันเลยวะ แต่แม่งน่ารักจริงๆนะสัส นิสัยดีเป็นมิตรกับทุกอย่างที่มีชีวิตเลยก็ว่าได้ แม่งพูดมาแล้วยังปลื้มไม่หายเลยวะ” ปีเตอร์พูดอธิบายซะยาว จนคนที่ฟังอยู่เริ่มรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาหน่อยๆแล้ว แต่จะแสดงออกไหมนะหรอ บอกเลยว่ายาก นิ่งยิ่งกว่ารูปปั้นก็อี้ป๋อคนนี้แหละ



“พูดมาก” ในเมื่อไม่รู้ว่าจะพูดต่อยังไง อี้ป๋อก็ลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินตรงไปยังระเบียงห้องของปีเตอร์ปล่อยให้คนที่พูดมากมองตามอย่างแปลกใจ อะไรของมันวะ 





                 อี้ป๋อมาหยุดยืนตรงริมระเบียงมองไปยังวิวด้านหน้า หวนให้เขาคิดถึงรอยยิ้มของอีกคนที่เพิ่งเห็นผ่านวีดีโอโฆษณาเมื่อครู่ วนเวียนเข้ามาในหัวสมองของเขาอีกครั้ง พยายามหาคำตอบว่าความรู้สึกแบบนี้มันเรียกว่าอะไรกันแน่ 




              บางทีก็ไม่อยากจะยอมรับและคิดไปเองคนเดียวแบบนี้ แต่ทำไมครั้งนี้ถึงห้ามใจตัวเองได้ยากขนาดนี้กัน อารมณ์ตอนนี้เหมือนสมองกับหัวใจกำลังตีกันอย่างหนัก สมองก็คอยเตือนหัวใจว่า อย่าคิดไปเอง มันอาจจะไม่ใช่อย่างที่คิดก็ได้ เพราะเคยเจ็บมาแล้วครั้งนี้ต้องระวังและชั่งใจให้มากกว่าเดิม แต่หัวใจดวงนี้กับเต้นแรงทุกครั้งที่สมองสั่งการให้ฉายภาพคนที่อยู่ในหัวขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มชวนเสน่หา มันก็อดที่จะใจเต้นแรงและเผลอยิ้มออกมาแบบไม่รู้ตัวไม่ได้เลย





“อะ สักหน่อยไหม” ปีเตอร์ที่เดินตามอี้ป๋อออกมายังระเบียงห้อง เมื่อเห็นบางคนกำลังเม่อลอย เลยไปหยิบเอาเบียร์กระป๋องมากะว่าจะให้บางคนดื่มพร้อมกับยืนตากลมเย็นๆ มองวิวสวยๆ บางทีมันอาจจะนึกคิดตัดสินใจอะไรออกมาง่ายๆบ้าง




            อี้ป๋อไม่ได้ตอบอะไรเขาทำเพียงยืนมือไปรับอย่างว่าง่าย ก็คิดอยู่เหมือนกันว่าถ้าได้ดื่มอะไรเย็นๆ ที่ทำให้สมองโล่งๆหน่อย เขาอาจจะคิดอะไรออกมาได้ง่ายกว่านี้




             ตอนนี้อี้ป๋อเขาก็ได้กลับมายังคอนโดหรูของเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากนั่งดื่มเบียร์ที่สตูดิโอของไอ้ปีเตอร์ หมดไป 3 กระป๋องพอดี เมื่อคิดว่าต่อจากนี้เขาควรจะทำยังไงดี และพอคิดได้ เขาก็ขอตัวกลับมาทันที ยอมรับว่าตอนนี้ก็มึนๆ อยู่บ้าง มันนานแล้วที่ไม่ได้ดื่ม พอมาดื่มแบบนี้ก็เลยดูเวียนหัวแปลกๆอยู่เหมือนกัน






              ที่รีบกลับมาเร็วส่วนหนึ่งก็เพราะผู้จัดการของเขาไลน์มาบอกว่าจะเขามาหาที่คอนโด มีเรื่องงานจะคุยด้วยและบอกว่าจะเอาชุดมาให้ลองออกงานอะไรสักอย่าง จำไมได้แล้ว 






               ไม่นานเสียงประตูคอนโดของเขาก็เปิดออกพร้อมกับคนที่เข้ามาใหม่ เป็นผู้หญิงวัยกลางคน รูปร่างดี บุคลิคหน้าเกร็งขามไม่น้อย พร้อมกับมีบอดี้การ์ดรู้ใจเดินตามเข้ามาภายในห้องของเขา เธอเดินเข้ามานั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้ามกับคนที่เป็นเจ้าของห้อง และบทสนทนาระหว่างผู้จัดการกับบุคคลที่อยู่ในความดูแลก็เริ่มขึ้น





“พรุ้งนี้เย็นจะมีงานเดินแบบแฟชั่นโชว์ที่ห้องเสื้อ ของมอนเตอร์” ยี้เฉินพูดกับคนตรงหน้าที่มองมาทางเธออย่างไม่แสดงสีหน้าหรืออาการอะไรเลย “เขาไม่ได้แจ้งฉันล่วงหน้า แต่ก็ปฏิเสธไปก่อนแล้วว่านายคงไม่มีคิวว่างที่จะไปร่วมงานในครั้งนี้ได้” ยี้เฉินพูดออกมาพร้อมกับสีหน้าที่บงบอกถึงความไม่พอใจอยู่เหมือนกัน แต่จะปฏิเสธไปตรงๆเลยก็ยังไงอยู่เลยมาถามเจ้าตัวก่อนเผื่อว่างที่จะไปได้





“สำคัญมากไหม” อี้ป๋อถามคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง ป่นเย็นชา




“ก็มีดารานักแสง ศิลปินไปกันเยอะพอสมควร ก็ไปให้เกียรติเขาด้วย แบบแสดงความยินดีซะมากกว่า” ยี้เฉินว่า เธอก็แอบลังเลใจไม่น้อย ก็อยากให้อี้ป๋อได้ไป แต่ก็ไม่อยากไปบังคับหรอก เพราะคนนี้น่ะ บังคับได้ซะที่ไหน 




“เห้ออ” อี้ป๋อถอนหายใจออกมา ทั้งกับรู้สึกรำคาญอยู่ในใจเหมือนกัน น่าหงุดหงิดซะมัดเลย ด่วนก็ด่วนเกินไป ทำไมไม่แจ้งก่อนหน้าสักอาทิตย์กัน



“ยังไง ไม่ไปก็ได้” ยี้เฉินว่า



“ขออยู่ไม่นานแล้วกัน” อี้ป๋อว่าเสร็จก็เดินลุกเข้าไปยังห้องนอนส่วนตัวของเขาเอง แบบไม่ได้สนใจว่ายี้เฉินจะพูดอะไรต่ออีกไหม




              ยี้เฉินที่กำลังน่งอยู่บนโซฟา พอเห็นว่าอี้ป๋อบอกว่าจะไปงานเปิดตัวห้องเสื้อครั้งนี้ เธอถึงกับถอนหายใจแบบโล่งอกขึ้นมาทันที ไม่เสียแรงที่เธอรีบบินมาจากต่างจังหวัดเพื่อจะกลับมาคุยเรื่องงานครั้งนี้กับอี้ป๋อจนอีกฝ่ายยอมไปร่วมงานครั้งนี้ด้วย พอคิดแบบนนี้ถ้าเกิดโทรคุยกันนะหรอ ไม่มีทางหรอกที่อี้ป๋อจะตอบตกลง คนคนนี้เอาแต่ใจตัวเองแค่ไหนเธอรู้จักดี






            เมื่ออี้ป๋อตอบตกลงจะไปร่วมงานแล้วยี้เฉินก็รีบบอกรายละเอียดการเดินทางรวมถึงเวลาออกไปงานและเวลากลับของอี้ป๋อให้กับ อาเฟ้ยและอาฟ้งฟังอย่างละเอียด รวมถึงชุดที่จะใส่ออกงาน กำชับให้บอดี้การ์ดหนุ่มบอกกับอี้ป๋อให้ลองชุดด้วย ส่วนเรื่องช่างแต่งหน้าทำผม ยี้เฉินจะเป็นคนจัดการเรื่องนั้นเอง เมื่อสั่งบอดี้การ์ดของหวังอี้ป๋อเสร็จ ยี้เฉินก็เดินทางกลับทันที










*    *    *








“จ้านไม่ออกไปดูหนังกับเราจริงดิ” มีมี่เธอมีนัดดูหนังกับเพื่อนของเธอ คิดว่าวันนี้ยังไงก็ไม่ได้ไปไหน เลยจะชวนจ้านไปด้วยสักหน่อย




“ไม่ดีกว่า มีมี่ไปเถอะ เราอยากอยู่เล่นกับคุณชิโร้มากกว่า” จ้านบอกกับมีมี่ พร้อมกับส่งยิ้มหวานๆให้เธอ เขาคิดว่าวันนี้จะอยู่เล่นกับคุณชิโร้อยู่แล้ว ปกติไม่ค่อยได้มีเวลาอยู่เล่นด้วยเท่าไหร่ วันนี้ขออยู่รับใช้คุณชิโร้ดีกว่า




“จ้านอะ อย่างงี้ตลอดเลย” มีมี่ว่าพร้อมกับทำหน้าเซ็งนิดหน่อยแต่ก็ต้องเข้าใจแหละว่าถ้าหยุดหรือว่างทีไหร่เวลาที่เหลือถ้าไม่วาดรูป จ้านก็จะคอยอยู่เล่นเป็นเพื่อนแมวอย่างคุณชิโร้ตลอดนั้นแหละ




“ขอให้สนุกนะมีมี่” จ้านพูดพร้อมกับยิ้มกว้างให้กับมีมี่อีกครั้ง 





              เซียวจ้านกำลังนั่งลูบตัวของเจ้าแมวจอมขี้เซาที่นอนหลับสบายอยู่บนตักนุ่มของเขา พร้อมกับกำลังคิดเรื่องงานพรุ้งนี้ว่าเขาจะต้องไปถ่ายแบบในตอนเช้าน่าจะลากยาวจนเที่ยง พอตกตอนเย็นเขาก็ได้ถูกเชิญให้ไปเดินแบบเปิดตัวห้องเสื้อของแบนด์ดังแบนด์หนึ่ง และกว่างานจะเลิกก็คงจะดึก แต่คิดว่าน่าจะขอตัวกลับก่อนได้คงไม่มีปัญหาอะไร อยากรีบกลับมาหาคุณชิโร้ยังไงละ 







                 แต่ก็ยังไม่วายที่จะคิดถึงคนตัวโตกว่า รูปร่างสูงเพียวคนนั้นไม่ได้ หลังจากที่รู้ว่าคนที่เขาได้เจอตอนไปทำงานที่ต่างจังหวัดวันก่อนนั้น ไหนจะเป็นคนพาเขาแวะหาที่ซื้อของ รวมไปถึงการให้เขาติดรถมาสนามบินอีก ก็อดที่จะคิดไม่ได้ว่าจะมีโอกาสได้เจอกันที่งานในวันพรุ้งนี้ไหมนะ เพราะส่วนใหญ่แขกที่เชิญไปงานก็จะมีแต่ ดารา นักแสดง ศิลปินดังๆ  แถวหน้าของวงการบันเทิงทั้งนั้นเลย







               ตั้งแต่ที่ได้เห็นข่าวของคนตัวโตกว่าในทีวี เขาจึงตัดสินใจหยิบไอเพตที่เขาแทบจะไม่ค่อยได้นำมาใช้งาน แล้วใช้นิ้วมือสวยข้างที่ถนัด จิ้มไปยังแอปพลิเคชัน ที่คนนิยมนำมาใช้ในการค้นหาข้อมูลที่เราอยากรู้ จากนั้นก็กดพิมพ์ข้อความลงในเท็ปช่องว่าง เขาพิมพ์ข้อความลงไปว่า “หวังอี้ป๋อ” จากนั้นก็กด Enter รอไม่นานข้อมูลที่เข้าต้องการ มันก็เด้งโชว์ขึ้นมาเต็มหน้าไอเพตของเขาทันที....



























TBC........................................

















วู้ววววว จะได้เจอกันไหมน่าาาา แหมมม ก็ต้องเจอกันแหละเน๊อะ

รอลุ้นต่อตอนหน้านะจ๊ะ :- )







ฝากติดตามต่อในตอนหน้าด้วยนะคะ
ขอบคุณทุกคนเลยที่เขามาอ่านและชอบกัน

เป็นกำลังใจให้เราด้วยนะ
รักเด้อ






#คนนี้ของผม





















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

47 ความคิดเห็น

  1. #44 Auy_yibo (@Auy_yibo) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 15:24
    กลับมาอ่านอีกรอบรอในตอนต่อไป..รอน๊าคะ
    #44
    1
    • #44-1 Rain in the sun (@Fonprisana) (จากตอนที่ 5)
      19 ตุลาคม 2562 / 15:30
      งื้ออออออ ทำไงดีอ่ะ ยังไม่เลิกงานเลค้าาา

      แต่จะอัพให้อ่านคืนนี้ให้ได้

      เพราะพรุ้งนี้วันหยูดดดดด

      รอก่อนนะคะ แหง่ๆๆๆ
      #44-1
  2. #6 25222524 (@25222524) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 14:35
    ไม่อยากกดดันค่ะ...แต่รออ่านอยู่จ้า...อยากให้เจอกันเร็วๆๆๆ
    #6
    1
    • #6-1 Rain in the sun (@Fonprisana) (จากตอนที่ 5)
      18 กันยายน 2562 / 14:57
      ขอบคุณที่รอกันนะ

      ไม่มีใครกดดันเราหรอก เรากดดันตัวเองต่างหากกกก อยากอัพให้อ่านทุกวันเลย แต่เวลา มันช่างน้อยนิดเหลือเกินนนน ฮือออออ

      ขอบคุณอีกครั้งนะคะ 😅
      #6-1
  3. #5 25222524 (@25222524) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 10:25
    รู้จักตัวตนกันแล้ว...จะเป็นไงต่อน่ะ...ลุ้นๆๆๆๆ
    #5
    1
    • #5-1 Rain in the sun (@Fonprisana) (จากตอนที่ 5)
      17 กันยายน 2562 / 14:58
      คืนนี้ต้องรีพอัพแล้วละ 555
      #5-1